LOGINท่ามกลางความมืดมิดในนิมิต เกวลินเห็นยายแก่คนเดิมยืนยิ้มแสยะอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดอกตะแบก รอยยิ้มนั้นมันช่างเยือกเย็นจนเกวลินต้องกอดตัวเองไว้แน่น
"สนุกไหมล่ะคุณหนู... รสสวาทที่เจ้าได้รับ มันดับร้อนได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ" หญิงชราหัวเราะร่วน "อยากรู้ทางแก้แล้วใช่ไหม? ข้าจะบอกให้ก็ได้... คำสาปนี้จะสลายไป ก็ต่อเมื่อเจ้าได้รับสัมผัสที่มาจากความรักบริสุทธิ์เท่านั้น สัมผัสจากคนที่รักเจ้าที่หัวใจ ไม่ใช่หวังเพียงร่างกายเจ้าเพื่อระบายความใคร่"
"รักแท้งั้นเหรอ? คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมีใครมารักจริงๆ!" เกวลินตะโกนก้องทั้งน้ำตา
"นั่นคือบทพิสูจน์ของเจ้า... หากหาไม่ได้ เจ้าก็ต้องเป็นทาสราคะ รุ่มร้อนจนตัวตายไปกับชายที่ไม่ได้รักเจ้าจริง!"
เฮือก!
เกวลินสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงกว้างในห้องนอนของเธอเอง หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เธอหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกกระเพื่อมไหว และเมื่อหันไปมองข้างเตียง เธอก็พบกับเคนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
เคนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาเห็นเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนและสะอื้นไห้ในฝัน ใจที่เคยแข็งกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มสั่นคลอน เขาจำสัมผัสที่บ้านร้างได้ดี... มันเริ่มจากการอยากเอาชนะ แต่วิ่งมาถึงตอนนี้ เขากลับรู้สึกหวงและห่วงเธอจนแทบบ้า
เขาสงสัยตัวเองตลอดทางที่ขับรถมา... ทำไมเขาถึงต้องถนุถนอมเธอตอนที่เธอหลับ? ทำไมเขาถึงไม่ทิ้งเธอไว้ที่บ้านร้างแล้วไปหาความสุขที่อื่น?
"คุณหนู... เป็นอะไรครับ? ฝันร้ายเหรอ?" เคนถามพลางยื่นมือไปหมายจะซับเหงื่อที่หน้าผากให้ แต่เกวลินกลับชะงักและมองมือของเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
"เคน..." เกวลินเรียกชื่อเขาแผ่วเบา น้ำตาคลอเบ้า "นาย... นายอยู่กับฉันเพียงเพราะร่างกายของฉันมัน น่ากินใช่ไหม? นายไม่ได้รักฉันจริงๆ ใช่ไหมเคน?"
คำถามนั้นเหมือนหมัดฮุกที่ต่อยเข้ากลางใจเคน เขาชะงักมือที่กำลังจะแตะตัวเธอ ความสับสนฉายชัดในแววตา... เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่า ตอนนี้เขาก็เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าระหว่างความใคร่กับความรัก สิ่งไหนมันมีมากกว่ากัน
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นเธอน้ำตาตกแม้แต่หยดเดียว!
เคนชะงักไปครู่หนึ่งกับคำถามที่ดูเปราะบางของเกวลิน แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความสับสน แต่เพียงเสี้ยววินาที ทิฐิและความทรงจำแย่ๆ เกี่ยวกับความเอาแต่ใจของคุณหนูจองหองคนนี้ก็พุ่งกลับเข้ามาประดังประเดในหัว
เขาแค่นยิ้มเย็นชาออกมา ก่อนจะถอนมือกลับมากอดอกพลางมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามเหมือนเดิม
"รักเหรอ?" เคนหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช "คุณหนูเพ้อเจ้ออะไรอยู่ครับ? หรือว่ากิจกรรมที่บ้านร้างมันทำเอาสมองคุณหนูเบลอไปหมดแล้ว"
เกวลินหน้าเสีย ดวงตาที่สั่นระริกมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
"ผมว่าคุณหนูคงลืมไปว่าเราเริ่มต้นกันยังไง ผมก็แค่บอดี้การ์ดที่คุณหนูเคยโขกสับเหมือนไม่ใช่คน ส่วนคุณหนู... ก็แค่โจทย์ที่ผมต้องดูแล และตอนนี้พ่วงตำแหน่งที่ระบายอารมณ์แก้เบื่อให้ผมก็เท่านั้น" เคนขยับเข้าไปใกล้พลางเชยคางมนขึ้นมาสบตา
"อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยครับ คนอย่างผม... จะไปรักผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณหนูลงได้ยังไง?"
คำพูดของเคนเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเกวลิน เธอเจ็บจนพูดไม่ออก น้ำตาที่คลอเบ้าไหลอาบแก้มทันที
"ถ้าอย่างนั้น... นายก็นอนกับฉันเพียงเพราะร่างกายนี้งั้นสิ?" เกวลินถามด้วยเสียงสะอื้น
"ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายคุณหนูมันใช้ได้เลยล่ะครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณหนูครางเรียกชื่อผม... มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ?" เคนจงใจใช้คำพูดหยาบโลนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจตัวเอง
"เลิกถามเรื่องรักแท้อะไรนี่เถอะครับ มันไม่เหมาะกับคนอย่างเราสองคนหรอก"
เคนลุกขึ้นยืนแล้วเดินหันหลังให้เธอทันที เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเกวลินได้นานกว่านี้ เพราะเขารู้ดีว่าลึกๆ ในใจเขามันเริ่มจะสั่นคลอนแต่เขาเลือกที่จะผลักไสเธอออกไป เพราะกลัวว่าความรักจะทำให้เขาพ่ายแพ้ต่อเธอ
เกวลินซุกหน้าลงกับหมอน ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก คำสาปของยายแก่ยังก้องอยู่ในหู 'เจ้าต้องหาความรักที่แท้จริง'
หากเคนที่เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเธอยังมองเธอเป็นเพียงแค่เครื่องบำเรอแบบนี้... ชีวิตของเธอคงไม่มีวันหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ไปได้เลย
การที่เคนพ่นคำพูดเหยียดหยามใส่ในวันนั้น ทำให้เกวลินเจ็บจนชาไปทั้งใจ สองวันที่ผ่านมาเธอทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ ไม่มีการสบตา ไม่มีบทสนทนา และที่สำคัญคือเธอไม่ยอมให้เขาได้แตะต้องตัวแม้แต่ปลายนิ้ว
เกวลินในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูยั่วยวนและหรูหรา ก้าวลงจากบันไดคฤหาสน์ด้วยท่าทางเชิดรั้น ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มอย่างประณีตเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนล้าจากคำสาปที่เริ่มกัดกินเธออีกครั้ง ความร้อนรุ่มภายในเริ่มประท้วงจนเธอต้องจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"จะไปไหนครับคุณหนู?" เคนในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาขวางทางตามหน้าที่ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นกลับแฝงไปด้วยความกระวนกระวายที่ซ่อนไม่มิด
"เรื่องของฉัน นายมีหน้าที่แค่ขับรถหรือถ้าไม่อยากขับ ก็หลบไป ฉันจะไปเอง" เกวลินตอบเสียงเย็นชาโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา
"แต่คำสาปของคุณหนู..."
"มันจะกำเริบหรือจะตาย ฉันก็ไม่มาขอร้องให้นายช่วยอีกแล้วเคน! ในเมื่อฉันมันก็แค่ที่ระบายอารมณ์แก้เบื่อของนาย... ฉันไปหาที่ระบายที่อื่นที่เขาสุภาพกว่านายไม่ดีกว่าเหรอ?"
คำพูดประชดประชันของเกวลินทำให้เคนหน้าตึง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขาทำได้เพียงเดินตามเธอไปที่รถอย่างเงียบเชียบ เกวลินสั่งให้เขาพาไปที่บาร์หรูใจกลางเมือง ที่นั่นมีแสงสีและผู้คนมากมาย เธอหวังว่าความครึกครื้นจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความทุกข์ทรมานนี้ได้
ณ บาร์หรู
เกวลินนั่งดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เพียงลำพัง โดยมีเคนยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ สายตาของชายหนุ่มหลายคนในร้านจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว และเกวลินก็เริ่มทำสิ่งที่เคนแทบจะทนดูไม่ได้... เธอเริ่มส่งยิ้มหวานให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ท่าทางดูเป็นคุณชายสายเปย์
"สวัสดีครับคนสวย มาคนเดียวเหรอครับ?" ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาทักพลางถือวิสาสะวางมือลงบนแผ่นหลังเนียนของเกวลิน
ร่างกายของเกวลินสะท้านฮวบ คำสาปขานรับสัมผัสนั้นทันทีจนเธอต้องลอบหอบหายใจ "ค่ะ... เหงาๆ น่ะค่ะ อยากหาใครสักคนมานั่งคุยด้วย"
เคนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นแขน เขาเห็นมือของชายคนนั้นที่เริ่มลูบไล้อย่างจาบจ้วง และเห็นเกวลินที่เริ่มตาปรือปรอยเพราะฤทธิ์คำสาปผสมกับแอลกอฮอล์... เธอทำแบบนี้เพื่อประชดเขา และเขาก็รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ยายแก่ในความฝันต้องสะใจแน่ๆ
"อ๊ะ... คุณนี่... มือไวจังเลยนะ" เกวลินแกล้งหัวเราะต่อกระซิก ทั้งที่ข้างในกำลังรุ่มร้อนเจียนระเบิด
แสงสีส้มทองของยามอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงมายังผิวน้ำทะเล ทอประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงามที่ประดับอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม บนเรือยอชต์ลำหรูที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางอ่าว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันของคนสามคนเกวลินนอนหอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มร่างกำยำทั้งสอง ผิวขาวเนียนที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบและหยาดเหงื่อที่ยังไม่เหือดแห้ง เธอซบหน้าลงกับแผงอกของภาคิน ขณะที่ขาข้างหนึ่งยังถูกเคนเกี่ยวกระหวัดไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ"สรุปว่า... คุณหนูจะเลิกอ้างเรื่องคำสาปได้หรือยังครับ?" เคนกระซิบถามพลางจูบเบาๆ ที่ข้อเท้าเล็ก น้ำเสียงของเขาไม่มีความประชดประชัน มีเพียงความเอ็นดูที่ปนไปด้วยความใคร่เกวลินเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มทั้งสองด้วยดวงตาปรือปรอย "ยอมรับก็ได้ ว่าติดใจเอง..." เธอพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานแดงซ่านไม่ใช่เพราะแสงอาทิตย์ แต่เพราะความละอายที่ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือกภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเชยคางมนขึ้นมาสบตา "ดี... ในเมื่อยอมรับแล้ว ก็จำใส่ใจไว้ด้วยว่า ต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอเป็นของฉันกับเคน กรงทองที่
ท้องฟ้าสีครามสดใสตัดกับน้ำทะเลสีมรกต เรือยอชต์ลำหรูจอดทอดสมออยู่กลางทะเลที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นกระทบกราบเรือเบาๆ เกวลินในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีขาวสะอาดตายืนรับลมอยู่ที่หัวเรือ ผิวขาวเนียนของเธอสะท้อนแสงแดดจนดูเปล่งปลั่ง แต่บรรยากาศที่แสนสงบกลับเริ่มร้อนระอุขึ้นเมื่อชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาขนาบข้างภาคินเดินเข้ามาซ้อนหลัง เขาใช้แขนแกร่งโอบเอวคอดกิ่วไว้หลวมๆ ก่อนจะกดจูบลงที่ลาดไหล่เนียนอย่างหวงแหน "ชอบไหมเกวลิน... ทะเลที่เป็นของเราแค่สามคน""ชอบค่ะพี่ภาคิน... แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าพี่ไม่จ้องเกลแบบจะกินเข้าไปแบบนั้น" เกวลินเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าหวานขึ้นสีจัดเคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเกวลิน เขานั่งลงบนขอบเรือแล้วใช้สายตาคมกริบกวาดมองไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอ "ผมว่าจ้องน้อยไปนะครับ... เพราะสำหรับผม แค่เห็นคุณหนูยืนอยู่ตรงนี้ ผมก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว"มือหนาของเคนค่อยๆ เอื้อมไปลูบไล้ที่หน้าขาเรียวสวยของเกวลินช้าๆ ปลายนิ้วร้ายลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปจนถึงขอบบิกินี่ เกวลินสะดุ้งน้อยๆ ร่างกายสั่นส่ายด้วยความซ่านสยิวที่เริ่มก่อตัวขึ้น"อื้อ... เคน... อย่าค่ะ ตรงนี้มันแดดส่องนะ"
เคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการไปทำงานด่วน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ภาคินกำลังคร่อมร่างที่สะบักสะบอมของเกวลินอยู่บนเตียง พร้อมกับรอยช้ำใหม่ที่แดงก่ำไปทั่วตัว"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมคุณหนูถึงอยู่ในสภาพนี้?" เคนถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย"หึ... แกอยากรู้ไหมล่ะเคน ว่าทำไมยัยนี่ถึงยอมให้เราทำสารพัด" ภาคินแค่นยิ้มเหี้ยมพลางกระชากผมเกวลินให้เงยหน้าขึ้น "เพราะคำสาปบ้าบอนั่นมัน 'หมดฤทธิ์ไปตั้งนานแล้ว' น่ะสิ! ยัยนี่มันหลอกเราทั้งคู่ มันแค่ติดใจรสสวาทของพวกเราจนต้องเอาคำสาปมาอ้าง!"เคนถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "หมายความว่ายังไง... ที่คุณหนูครางเรียกชื่อผม อ้อนวอนให้ผมช่วย... ทั้งหมดนั่นคือความต้องการของคุณหนูเองงั้นเหรอ?""ขอโทษ... เคน... พี่ภาคิน... เกลขอโทษ" เกวลินสะอื้นไห้จนตัวโยน เธอพยายามจะคลานเข้าไปหาเคนเพื่อขอโทษ แต่กลับถูกภาคินกดไหล่ไว้แน่น"ขอโทษเหรอ? มันไม่จบง่ายๆ แค่นั้นหรอกเกวลิน" เคนคำรามพลางปลดเข็มขัดออกช้าๆ "ในเมื่อคุณหนูชอบรุมนัก ชอบให้พวกผมปรนเป
"เกวลิน... ขึ้นรถเดี๋ยวนี้!"ภาคินเค้นเสียงต่ำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะแผดเผาให้เธอเป็นจุล เขากระชากแขนเกวลินให้เดินตามไปที่ลานจอดรถอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปตามแรงดึง ยายแก่ขอทานมองตามหลังด้วยรอยยิ้มเย็นชาพลางส่ายหน้าช้าๆเมื่อมาถึงรถหรู ภาคินโยนถุงช้อปปิ้งทั้งหมดลงเบาะหลังอย่างไม่ใยดี ก่อนจะผลักร่างเกวลินเข้าไปในรถแล้วปิดประตูเสียงดัง ปัง!"พี่ภาคิน... เกลขอโทษ... เกลไม่ได้ตั้งใจ" เกวลินพยายามอ้อนวอน น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว เธอไม่เคยเห็นภาคินโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน"ไม่ได้ตั้งใจเหรอ? แต่ที่ผ่านมาเธอหลอกให้ฉันสงสารมาตลอด!" ภาคินตวาดลั่น เขากระชากชุดสวยของเธอออกอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจว่าจะเป็นที่ไหน "ในเมื่อชอบนักใช่ไหม... ชอบความร่านในตัวเธอมากใช่ไหม? ได้! ฉันจะสนองให้เธอรู้ว่านรกของจริงมันเป็นยังไง!"ภาคินบดขยี้จูบเธออย่างป่าเถื่อน รุนแรงจนริมฝีปากบางแตก เลือดสีแดงซิบๆ ผสมไปกับรสจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น มือหนาฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอออกจนขาดวิ่น เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากเมื่อคืน"อื้ออออ! อ๊าส์! พี่ภาคิน... อย่าทำแบบนี้... อื้อออออ!" เกวลินพย
สองวันที่เคนไม่อยู่ ภาคินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาใจเกวลินทุกอย่างราวกับจะชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา ภาคินพาเกวลินที่ห้างดังเชียงใหม่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางเมือง"อยากได้อะไรอีกไหมเกวลิน?" ภาคินเอ่ยพลางโอบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างถือถุงแบรนด์เนมนับสิบใบที่เขาเพิ่งกวาดซื้อให้เธออย่างไม่เสียดายเงิน "สร้อยเส้นเมื่อกี้ ถ้าเธอชอบ ฉันจะกลับไปซื้อให้เดี๋ยวนี้"เกวลินยิ้มบางๆ ความใจดีและสายตาที่สื่อถึงความเป็นเจ้าของของภาคินทำให้เธอเริ่มรู้สึกปลอดภัย "พอแล้วค่ะพี่ภาคิน แค่นี้ก็ใส่ไม่หมดแล้ว..."แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปที่ลานจอดรถ สายตาของเกวลินก็ไปสะดุดเข้ากับร่างหนึ่งที่นั่งขดตัวอยู่ตรงหัวมุมทางออก... ร่างของยายแก่ในชุดมอมแมม ผิวหนังเหี่ยวย่น และดวงตาขุ่นมัวที่แสนคุ้นเคย!เกวลินตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ยายแก่ขอทานคนเดิมที่เธอเคยด่าทออย่างโอหังจนนำมาซึ่งคำสาปร่านร้อนนี้!เกวลินไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว เธอสลัดมือจากการเกาะกุมของภาคินแล้ววิ่งตรงดิ่งไปหายายแก่คนนั้นทันที ทิ้งให้ภาคินต้องรีบสาวเท้าตามมาด้วยความงุนงง
ในขณะที่บรรยากาศบนเตียงกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เคนสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย เมื่อปลายสายคือพี่ชายของเกวลินที่สั่งงานด่วนให้เขาต้องไปจัดการทันที เคนจึงทำได้เพียงส่งสายตาเสียดายมาที่เกวลิน"ฝากไว้ก่อนนะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมกลับมาต่อ" เคนกระซิบที่ข้างหูเธอ ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าแล้วรีบออกไป ทิ้งให้เกวลินอยู่กับภาคินตามลำพังภาคินกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาอุ้มเกวลินที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำหมิ่นเหม่ลงมาที่ห้องอาหารหรู แม้แม่บ้านจะจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว แต่ภาคินกลับสั่งให้ทุกคนออกไปให้หมด เหลือเพียงเขากับร่างบางที่นั่งอยู่บนตักแกร่ง"เคนไม่อยู่แล้ว... ทีนี้ก็เหลือแค่เรา" ภาคินกระซิบพลางใช้จมูกโด่งคลอเคลียที่ซอกคอหอมกรุ่น "หิวหรือยังเกวลิน? แต่ฉันว่า... ฉันหิว เธอมากกว่าอาหารพวกนี้อีกนะ""อ๊ะ... คุณภาคิน... อื้อออ" เกวลินครางประท้วงเบาๆ เมื่อมือหนาเริ่มซุกซนเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุม บดขยี้อกอิ่มอย่างหนักหน่วงจนเธอต้องแอ่นอกรับ "ตรงนี้มันห้องอาหารนะคะ... อ๊ะ! อ๊าส์!"ภาคินไม่สนใจคำทักท้วง เขาจัดการกวาดจานอาหารบนโต๊ะออกไปจนพ้นทาง แล้