LOGINท่ามกลางความมืดมิดในนิมิต เกวลินเห็นยายแก่คนเดิมยืนยิ้มแสยะอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดอกตะแบก รอยยิ้มนั้นมันช่างเยือกเย็นจนเกวลินต้องกอดตัวเองไว้แน่น
"สนุกไหมล่ะคุณหนู... รสสวาทที่เจ้าได้รับ มันดับร้อนได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ" หญิงชราหัวเราะร่วน "อยากรู้ทางแก้แล้วใช่ไหม? ข้าจะบอกให้ก็ได้... คำสาปนี้จะสลายไป ก็ต่อเมื่อเจ้าได้รับสัมผัสที่มาจากความรักบริสุทธิ์เท่านั้น สัมผัสจากคนที่รักเจ้าที่หัวใจ ไม่ใช่หวังเพียงร่างกายเจ้าเพื่อระบายความใคร่"
"รักแท้งั้นเหรอ? คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมีใครมารักจริงๆ!" เกวลินตะโกนก้องทั้งน้ำตา
"นั่นคือบทพิสูจน์ของเจ้า... หากหาไม่ได้ เจ้าก็ต้องเป็นทาสราคะ รุ่มร้อนจนตัวตายไปกับชายที่ไม่ได้รักเจ้าจริง!"
เฮือก!
เกวลินสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงกว้างในห้องนอนของเธอเอง หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เธอหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกกระเพื่อมไหว และเมื่อหันไปมองข้างเตียง เธอก็พบกับเคนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
เคนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาเห็นเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนและสะอื้นไห้ในฝัน ใจที่เคยแข็งกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มสั่นคลอน เขาจำสัมผัสที่บ้านร้างได้ดี... มันเริ่มจากการอยากเอาชนะ แต่วิ่งมาถึงตอนนี้ เขากลับรู้สึกหวงและห่วงเธอจนแทบบ้า
เขาสงสัยตัวเองตลอดทางที่ขับรถมา... ทำไมเขาถึงต้องถนุถนอมเธอตอนที่เธอหลับ? ทำไมเขาถึงไม่ทิ้งเธอไว้ที่บ้านร้างแล้วไปหาความสุขที่อื่น?
"คุณหนู... เป็นอะไรครับ? ฝันร้ายเหรอ?" เคนถามพลางยื่นมือไปหมายจะซับเหงื่อที่หน้าผากให้ แต่เกวลินกลับชะงักและมองมือของเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
"เคน..." เกวลินเรียกชื่อเขาแผ่วเบา น้ำตาคลอเบ้า "นาย... นายอยู่กับฉันเพียงเพราะร่างกายของฉันมัน น่ากินใช่ไหม? นายไม่ได้รักฉันจริงๆ ใช่ไหมเคน?"
คำถามนั้นเหมือนหมัดฮุกที่ต่อยเข้ากลางใจเคน เขาชะงักมือที่กำลังจะแตะตัวเธอ ความสับสนฉายชัดในแววตา... เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่า ตอนนี้เขาก็เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าระหว่างความใคร่กับความรัก สิ่งไหนมันมีมากกว่ากัน
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นเธอน้ำตาตกแม้แต่หยดเดียว!
เคนชะงักไปครู่หนึ่งกับคำถามที่ดูเปราะบางของเกวลิน แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความสับสน แต่เพียงเสี้ยววินาที ทิฐิและความทรงจำแย่ๆ เกี่ยวกับความเอาแต่ใจของคุณหนูจองหองคนนี้ก็พุ่งกลับเข้ามาประดังประเดในหัว
เขาแค่นยิ้มเย็นชาออกมา ก่อนจะถอนมือกลับมากอดอกพลางมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามเหมือนเดิม
"รักเหรอ?" เคนหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช "คุณหนูเพ้อเจ้ออะไรอยู่ครับ? หรือว่ากิจกรรมที่บ้านร้างมันทำเอาสมองคุณหนูเบลอไปหมดแล้ว"
เกวลินหน้าเสีย ดวงตาที่สั่นระริกมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
"ผมว่าคุณหนูคงลืมไปว่าเราเริ่มต้นกันยังไง ผมก็แค่บอดี้การ์ดที่คุณหนูเคยโขกสับเหมือนไม่ใช่คน ส่วนคุณหนู... ก็แค่โจทย์ที่ผมต้องดูแล และตอนนี้พ่วงตำแหน่งที่ระบายอารมณ์แก้เบื่อให้ผมก็เท่านั้น" เคนขยับเข้าไปใกล้พลางเชยคางมนขึ้นมาสบตา
"อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยครับ คนอย่างผม... จะไปรักผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณหนูลงได้ยังไง?"
คำพูดของเคนเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเกวลิน เธอเจ็บจนพูดไม่ออก น้ำตาที่คลอเบ้าไหลอาบแก้มทันที
"ถ้าอย่างนั้น... นายก็นอนกับฉันเพียงเพราะร่างกายนี้งั้นสิ?" เกวลินถามด้วยเสียงสะอื้น
"ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายคุณหนูมันใช้ได้เลยล่ะครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณหนูครางเรียกชื่อผม... มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ?" เคนจงใจใช้คำพูดหยาบโลนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจตัวเอง
"เลิกถามเรื่องรักแท้อะไรนี่เถอะครับ มันไม่เหมาะกับคนอย่างเราสองคนหรอก"
เคนลุกขึ้นยืนแล้วเดินหันหลังให้เธอทันที เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเกวลินได้นานกว่านี้ เพราะเขารู้ดีว่าลึกๆ ในใจเขามันเริ่มจะสั่นคลอนแต่เขาเลือกที่จะผลักไสเธอออกไป เพราะกลัวว่าความรักจะทำให้เขาพ่ายแพ้ต่อเธอ
เกวลินซุกหน้าลงกับหมอน ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก คำสาปของยายแก่ยังก้องอยู่ในหู 'เจ้าต้องหาความรักที่แท้จริง'
หากเคนที่เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเธอยังมองเธอเป็นเพียงแค่เครื่องบำเรอแบบนี้... ชีวิตของเธอคงไม่มีวันหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ไปได้เลย
การที่เคนพ่นคำพูดเหยียดหยามใส่ในวันนั้น ทำให้เกวลินเจ็บจนชาไปทั้งใจ สองวันที่ผ่านมาเธอทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ ไม่มีการสบตา ไม่มีบทสนทนา และที่สำคัญคือเธอไม่ยอมให้เขาได้แตะต้องตัวแม้แต่ปลายนิ้ว
เกวลินในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูยั่วยวนและหรูหรา ก้าวลงจากบันไดคฤหาสน์ด้วยท่าทางเชิดรั้น ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มอย่างประณีตเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนล้าจากคำสาปที่เริ่มกัดกินเธออีกครั้ง ความร้อนรุ่มภายในเริ่มประท้วงจนเธอต้องจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"จะไปไหนครับคุณหนู?" เคนในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาขวางทางตามหน้าที่ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นกลับแฝงไปด้วยความกระวนกระวายที่ซ่อนไม่มิด
"เรื่องของฉัน นายมีหน้าที่แค่ขับรถหรือถ้าไม่อยากขับ ก็หลบไป ฉันจะไปเอง" เกวลินตอบเสียงเย็นชาโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา
"แต่คำสาปของคุณหนู..."
"มันจะกำเริบหรือจะตาย ฉันก็ไม่มาขอร้องให้นายช่วยอีกแล้วเคน! ในเมื่อฉันมันก็แค่ที่ระบายอารมณ์แก้เบื่อของนาย... ฉันไปหาที่ระบายที่อื่นที่เขาสุภาพกว่านายไม่ดีกว่าเหรอ?"
คำพูดประชดประชันของเกวลินทำให้เคนหน้าตึง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขาทำได้เพียงเดินตามเธอไปที่รถอย่างเงียบเชียบ เกวลินสั่งให้เขาพาไปที่บาร์หรูใจกลางเมือง ที่นั่นมีแสงสีและผู้คนมากมาย เธอหวังว่าความครึกครื้นจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความทุกข์ทรมานนี้ได้
ณ บาร์หรู
เกวลินนั่งดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เพียงลำพัง โดยมีเคนยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ สายตาของชายหนุ่มหลายคนในร้านจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว และเกวลินก็เริ่มทำสิ่งที่เคนแทบจะทนดูไม่ได้... เธอเริ่มส่งยิ้มหวานให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ท่าทางดูเป็นคุณชายสายเปย์
"สวัสดีครับคนสวย มาคนเดียวเหรอครับ?" ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาทักพลางถือวิสาสะวางมือลงบนแผ่นหลังเนียนของเกวลิน
ร่างกายของเกวลินสะท้านฮวบ คำสาปขานรับสัมผัสนั้นทันทีจนเธอต้องลอบหอบหายใจ "ค่ะ... เหงาๆ น่ะค่ะ อยากหาใครสักคนมานั่งคุยด้วย"
เคนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นแขน เขาเห็นมือของชายคนนั้นที่เริ่มลูบไล้อย่างจาบจ้วง และเห็นเกวลินที่เริ่มตาปรือปรอยเพราะฤทธิ์คำสาปผสมกับแอลกอฮอล์... เธอทำแบบนี้เพื่อประชดเขา และเขาก็รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ยายแก่ในความฝันต้องสะใจแน่ๆ
"อ๊ะ... คุณนี่... มือไวจังเลยนะ" เกวลินแกล้งหัวเราะต่อกระซิก ทั้งที่ข้างในกำลังรุ่มร้อนเจียนระเบิด
ในขณะที่เคนกำลังยืนกดดันอยู่หน้าประตูด้วยความสงสัย นอร์ธกลับกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ แทนที่เขาจะเบาแรงลงเมื่อได้ยินเสียงบอดี้การ์ดเคาะประตู เขากลับเอื้อมมือไปปลดล็อคกลอนประตูห้องน้ำออกช้าๆ โดยที่เกวลินไม่ทันตั้งตัว!แกร็ก!ประตูห้องน้ำแง้มออกเพียงเล็กน้อย แต่ก็พอที่จะทำให้เคนที่ยืนอยู่ข้างหน้ามองเห็นภาพเหตุการณ์ข้างในได้อย่างถนัดตา ภาพที่เห็นทำเอาเคนถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาปภาพของคุณหนูเกวลินที่ร่างเปลือยเปล่าครึ่งตัว กำลังถูกนอร์ธยกร่างขึ้นพิงกับผนังห้องน้ำ ขาเรียวทั้งสองข้างถูกรวบขึ้นไปไว้บนไหล่ของสจ๊วตหนุ่ม นอร์ธจงใจกระแทกกระทั้นความเป็นชายเข้าหาเกวลินอย่างหนักหน่วงและรุนแรงแบบไม่ยั้งมือตับ! ตับ! ตับ! ตับ!เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังชัดเจนคาหูของเคน เกวลินในตอนนี้สติเตลิดเปิดเปิงไปหมดแล้ว เธอเชิดหน้าขึ้นจนสุดคอ ดวงตาคู่สวยเหลือกลอยค้าง เพราะความเสียวซ่านที่มันพุ่งทะลุขีดจำกัด แรงอัดที่นอร์ธส่งเข้ามามันมหาศาลจนเธอทำได้แค่หอบหายใจรวยรินและครางอื้ออึงในลำคอ"เห็นไหมครับ... คุณหนูของคุณกำลังได้รับบริการอย่างดีเยี่ยมเลย" นอร์ธกระซิบเสียงต่ำพลางเหลือบมองเคนผ่านช่องประตูอ
ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องโดยสารเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ เกวลินเริ่มมีอาการหน้าถอดสี มือเรียวสวยกุมท้องน้อยเอาไว้แน่น ความรู้สึกปวดมวนมันตีรวนจนเธอแทบนั่งไม่ติด"เคน... ฉันปวดท้อง ขอไปเข้าห้องน้ำหน่อย" เธอบอกเสียงแผ่วโดยไม่รอให้เขาอนุญาต ก่อนจะรีบลุกเดินตรงไปยังห้องน้ำหรูด้านหลังแต่ทว่า... ทันทีที่ประตูปิดลง ความเจ็บปวดจากการปวดท้องกลับแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มอย่างรุนแรง คำสาปราคะที่ถูกกดทับมาตลอดเช้ามันพุ่งพล่านขึ้นมาจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เกวลินหอบหายใจถี่ จิตใต้สำนึกเริ่มพร่าเลือนจนอยากจะหาที่ระบายความอัดอั้นนี้ก๊อก ก๊อก ก๊อก"คุณหนูครับ... ผมนอร์ธนะครับ เห็นคุณหนูรีบเข้าห้องน้ำไป ไม่ทราบว่าต้องการยาแก้ปวดท้อง หรือน้ำอุ่นไหมครับ?" เสียงนุ่มทุ้มของสจ๊วตหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนรออยู่หน้าประตูดังขึ้นเกวลินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เธอกระชากประตูเปิดออกทันที! นอร์ธที่ยืนถือถาดน้ำอุ่นอยู่นอกห้องน้ำถึงกับชะงักเมื่อเห็นสภาพของคุณหนูสาวที่ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาหยาดเยิ้ม และเสื้อผ้าที่เริ่มหลุดลุ่ย"คุณหนู... เป็นอะไรมากไหมครับ?"เกวลินไม่รอช้า เธอคว้าคอเสื้อเชิ้ตสีขาว
เกวลินมองสภาพเคนที่นอนขดตัวสะอื้นเบาๆ ทั้งที่ยังหลับใหลอยู่แทบเท้าเธอ ความโกรธที่มีมาตลอดทั้งคืนมันเริ่มมลายหายไป กลายเป็นความรู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มลงประคองร่างกำยำของเขาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล"ไอ้บอดี้การ์ดบ้า... ตื่นมาช่วยกันหน่อยสิ ฉันไม่ใช่คนเหล็กนะ!" เธอพึมพำพลางแบกแขนข้างหนึ่งของเขาพาดบ่าเคนเริ่มรู้สึกตัวงัวเงีย เขาปรือตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้และการเมาขึ้นมามองเห็นใบหน้าของเกวลินอยู่ใกล้ๆ สัญชาตญาณเด็กน้อยในร่างชายหนุ่มก็ทำงานทันที เขาซุกหน้าลงกับไหล่ของเธอแล้วกอดเอวเธอไว้แน่นเหมือนเด็กกลัวโดนทิ้ง"คุณหนูอย่าไป... อย่าไปหาคนอื่น..." เสียงของเขาอู้อี้และแหบพร่าเกวลินใจกระตุกวูบ เธอไม่ได้ตอบอะไรแต่พยายามพยุงเขาไปที่รถจนสำเร็จ เมื่อยัดเขานั่งประจำที่ได้ เธอก็จัดการสตาร์ทรถขับออกไปจาก สน. ทันที บรรยากาศในรถเงียบเชียบ มีเพียงเสียงหอบหายใจของเคนที่เริ่มสร่างเมาขึ้นมาทีละนิดจนกระทั่งรถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ เคนขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง แสงไฟจากหน้าบ้านทำให้เขาเห็นรอยแดงที่ซอกคอและรอยยับยู่ยี่บนชุดของเกวลินชัดเจน ความทรงจำเรื่องเสียงครางใน สน. พุ่งกลับเข้ามาทิ่มแทงหัวใจเขาอ
แสงไฟวับวาบสีแดงน้ำเงินจากรถตำรวจข้างหน้าทำเอาเกวลินเบรกตัวโก่ง ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงมาที่กระจกรถพร้อมเคาะเรียกด้วยท่าทางขึงขัง"ขออนุญาตตรวจใบขับขี่ด้วยครับคุณผู้หญิง" ตำรวจหนุ่มพูดพลางส่องไฟฉายเข้ามาในรถจนเห็นร่างของเคนที่นอนคอพับอยู่ข้างๆ "แล้วนั่น... เพื่อนเป็นอะไรครับ?""อ๋อ... เขาแค่สลบจากศึกหนักน่ะค่ะคุณตำรวจ" เกวลินตอบเสียงจิกกัดพลางจ้องมองตำรวจหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป คำสาปในกายที่ยังค้างคาจากในบาร์เริ่มทำงานทันทีที่เธอเห็นชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบที่ดูบุคลิกดี"ขอใบขับขี่ด้วยครับ อย่าเปลี่ยนเรื่อง" ตำรวจย้ำเสียงเข้มเกวลินแค่นยิ้มร้าย เธอแกล้งขยับตัวบิดไปมาจนเสื้อผ้าที่หมิ่นเหม่แทบจะปิดอะไรไม่มิด "ใบขับขี่เหรอคะ? ฉันไม่ได้พกมาเป็นใบๆ หรอกค่ะ... แต่มันซ่อนอยู่ในตัวฉันนี่แหละ ถ้าคุณตำรวจอยากได้... ก็ลองเข้ามา ค้นดูสิคะ"พูดจบเธอก็คว้ามือของตำรวจหนุ่มที่วางอยู่ขอบหน้าต่างมาวางลงบนหน้าขาเนียนละเอียดของเธออย่างจงใจ ตำรวจหนุ่มถึงกับชะงัก หน้าแดงซ่านด้วยความตกใจและสับสนในมนต์เสน่ห์ที่แผ่ออกมา"คุณ... คุณทำอะไรครับ! นี่มันที่สาธารณะนะ!" ถึงปากจะห้าม แต่สายตาของเขากลับจ้องมอ
เคนนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมมืดของบาร์ สายตาคมกริบจ้องมองเกวลินที่กำลังเยื้องกรายอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ เธอจงใจเบียดเสียดร่างกายกับชายหนุ่มแปลกหน้าคนแล้วคนเล่า ทุกครั้งที่เธอส่งยิ้มหวานหรือยอมให้ชายพวกนั้นแตะต้องเอวบาง เคนจะกระดกเหล้าเข้าปากราวกับมันคือน้ำเปล่า"แกมันโง่เองเคน... ปากหมาจนเสียเรื่อง..." เขาสบถกับตัวเอง เสียงหัวใจมันเต้นโครมครามด้วยความริษยาที่แทบจะระเบิดออกมาเหล้าขวดแล้วขวดเล่าถูกสั่งมาไม่หยุด จนกระทั่งสติสัมปชัญญะของเคนเริ่มพร่าเลือน แต่ความโกรธกลับชัดเจนขึ้น เขาเห็นชายคนหนึ่งเริ่มเลื่อนมือต่ำลงไปใต้กระโปรงของเกวลิน และเธอก็แกล้งทำเป็นเคลิบเคลิ้มเพื่อยั่วโมโหเขาปึก!เคนกระแทกแก้วลงบนโต๊ะจนร้าว เขาพยุงร่างกายที่โซเซแต่เต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อพุ่งตรงไปที่ฟลอร์เต้นรำทันที"เห้ย! แกเป็นใครวะ?" ชายคนนั้นร้องลั่นเมื่อถูกมือหนาของเคนกระชากไหล่จนล้มคว่ำเคนไม่ตอบ แต่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเกวลิน แรงบีบจากความเมาและความหวงทำให้เธอถึงกับอุทานออกมา "เคน! นายเมาแล้วนะ ปล่อยฉัน!""ใช่! ผมเมา! และผมก็กำลังจะบ้าเพราะคุณด้วย!"เคนไม่ฟังคำทัดทาน เขาไม่พาเธอไปที่รถ แต่กลับลากเธอตรงไปย
ท่ามกลางความมืดมิดในนิมิต เกวลินเห็นยายแก่คนเดิมยืนยิ้มแสยะอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดอกตะแบก รอยยิ้มนั้นมันช่างเยือกเย็นจนเกวลินต้องกอดตัวเองไว้แน่น"สนุกไหมล่ะคุณหนู... รสสวาทที่เจ้าได้รับ มันดับร้อนได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ" หญิงชราหัวเราะร่วน "อยากรู้ทางแก้แล้วใช่ไหม? ข้าจะบอกให้ก็ได้... คำสาปนี้จะสลายไป ก็ต่อเมื่อเจ้าได้รับสัมผัสที่มาจากความรักบริสุทธิ์เท่านั้น สัมผัสจากคนที่รักเจ้าที่หัวใจ ไม่ใช่หวังเพียงร่างกายเจ้าเพื่อระบายความใคร่""รักแท้งั้นเหรอ? คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมีใครมารักจริงๆ!" เกวลินตะโกนก้องทั้งน้ำตา"นั่นคือบทพิสูจน์ของเจ้า... หากหาไม่ได้ เจ้าก็ต้องเป็นทาสราคะ รุ่มร้อนจนตัวตายไปกับชายที่ไม่ได้รักเจ้าจริง!"เฮือก!เกวลินสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงกว้างในห้องนอนของเธอเอง หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เธอหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกกระเพื่อมไหว และเมื่อหันไปมองข้างเตียง เธอก็พบกับเคนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างเคนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาเห็นเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนและสะอื้นไห้ในฝัน ใจที่เคยแข็งกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มสั่นคลอน เขาจำสัมผัสที่บ้านร้างได







