เข้าสู่ระบบท่ามกลางความมืดมิดในนิมิต เกวลินเห็นยายแก่คนเดิมยืนยิ้มแสยะอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดอกตะแบก รอยยิ้มนั้นมันช่างเยือกเย็นจนเกวลินต้องกอดตัวเองไว้แน่น
"สนุกไหมล่ะคุณหนู... รสสวาทที่เจ้าได้รับ มันดับร้อนได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ" หญิงชราหัวเราะร่วน "อยากรู้ทางแก้แล้วใช่ไหม? ข้าจะบอกให้ก็ได้... คำสาปนี้จะสลายไป ก็ต่อเมื่อเจ้าได้รับสัมผัสที่มาจากความรักบริสุทธิ์เท่านั้น สัมผัสจากคนที่รักเจ้าที่หัวใจ ไม่ใช่หวังเพียงร่างกายเจ้าเพื่อระบายความใคร่"
"รักแท้งั้นเหรอ? คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมีใครมารักจริงๆ!" เกวลินตะโกนก้องทั้งน้ำตา
"นั่นคือบทพิสูจน์ของเจ้า... หากหาไม่ได้ เจ้าก็ต้องเป็นทาสราคะ รุ่มร้อนจนตัวตายไปกับชายที่ไม่ได้รักเจ้าจริง!"
เฮือก!
เกวลินสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงกว้างในห้องนอนของเธอเอง หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เธอหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกกระเพื่อมไหว และเมื่อหันไปมองข้างเตียง เธอก็พบกับเคนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
เคนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาเห็นเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนและสะอื้นไห้ในฝัน ใจที่เคยแข็งกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มสั่นคลอน เขาจำสัมผัสที่บ้านร้างได้ดี... มันเริ่มจากการอยากเอาชนะ แต่วิ่งมาถึงตอนนี้ เขากลับรู้สึกหวงและห่วงเธอจนแทบบ้า
เขาสงสัยตัวเองตลอดทางที่ขับรถมา... ทำไมเขาถึงต้องถนุถนอมเธอตอนที่เธอหลับ? ทำไมเขาถึงไม่ทิ้งเธอไว้ที่บ้านร้างแล้วไปหาความสุขที่อื่น?
"คุณหนู... เป็นอะไรครับ? ฝันร้ายเหรอ?" เคนถามพลางยื่นมือไปหมายจะซับเหงื่อที่หน้าผากให้ แต่เกวลินกลับชะงักและมองมือของเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
"เคน..." เกวลินเรียกชื่อเขาแผ่วเบา น้ำตาคลอเบ้า "นาย... นายอยู่กับฉันเพียงเพราะร่างกายของฉันมัน น่ากินใช่ไหม? นายไม่ได้รักฉันจริงๆ ใช่ไหมเคน?"
คำถามนั้นเหมือนหมัดฮุกที่ต่อยเข้ากลางใจเคน เขาชะงักมือที่กำลังจะแตะตัวเธอ ความสับสนฉายชัดในแววตา... เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่า ตอนนี้เขาก็เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าระหว่างความใคร่กับความรัก สิ่งไหนมันมีมากกว่ากัน
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นเธอน้ำตาตกแม้แต่หยดเดียว!
เคนชะงักไปครู่หนึ่งกับคำถามที่ดูเปราะบางของเกวลิน แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความสับสน แต่เพียงเสี้ยววินาที ทิฐิและความทรงจำแย่ๆ เกี่ยวกับความเอาแต่ใจของคุณหนูจองหองคนนี้ก็พุ่งกลับเข้ามาประดังประเดในหัว
เขาแค่นยิ้มเย็นชาออกมา ก่อนจะถอนมือกลับมากอดอกพลางมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามเหมือนเดิม
"รักเหรอ?" เคนหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช "คุณหนูเพ้อเจ้ออะไรอยู่ครับ? หรือว่ากิจกรรมที่บ้านร้างมันทำเอาสมองคุณหนูเบลอไปหมดแล้ว"
เกวลินหน้าเสีย ดวงตาที่สั่นระริกมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
"ผมว่าคุณหนูคงลืมไปว่าเราเริ่มต้นกันยังไง ผมก็แค่บอดี้การ์ดที่คุณหนูเคยโขกสับเหมือนไม่ใช่คน ส่วนคุณหนู... ก็แค่โจทย์ที่ผมต้องดูแล และตอนนี้พ่วงตำแหน่งที่ระบายอารมณ์แก้เบื่อให้ผมก็เท่านั้น" เคนขยับเข้าไปใกล้พลางเชยคางมนขึ้นมาสบตา
"อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยครับ คนอย่างผม... จะไปรักผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณหนูลงได้ยังไง?"
คำพูดของเคนเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเกวลิน เธอเจ็บจนพูดไม่ออก น้ำตาที่คลอเบ้าไหลอาบแก้มทันที
"ถ้าอย่างนั้น... นายก็นอนกับฉันเพียงเพราะร่างกายนี้งั้นสิ?" เกวลินถามด้วยเสียงสะอื้น
"ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายคุณหนูมันใช้ได้เลยล่ะครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณหนูครางเรียกชื่อผม... มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ?" เคนจงใจใช้คำพูดหยาบโลนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจตัวเอง
"เลิกถามเรื่องรักแท้อะไรนี่เถอะครับ มันไม่เหมาะกับคนอย่างเราสองคนหรอก"
เคนลุกขึ้นยืนแล้วเดินหันหลังให้เธอทันที เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาของเกวลินได้นานกว่านี้ เพราะเขารู้ดีว่าลึกๆ ในใจเขามันเริ่มจะสั่นคลอนแต่เขาเลือกที่จะผลักไสเธอออกไป เพราะกลัวว่าความรักจะทำให้เขาพ่ายแพ้ต่อเธอ
เกวลินซุกหน้าลงกับหมอน ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก คำสาปของยายแก่ยังก้องอยู่ในหู 'เจ้าต้องหาความรักที่แท้จริง'
หากเคนที่เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเธอยังมองเธอเป็นเพียงแค่เครื่องบำเรอแบบนี้... ชีวิตของเธอคงไม่มีวันหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ไปได้เลย
การที่เคนพ่นคำพูดเหยียดหยามใส่ในวันนั้น ทำให้เกวลินเจ็บจนชาไปทั้งใจ สองวันที่ผ่านมาเธอทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ ไม่มีการสบตา ไม่มีบทสนทนา และที่สำคัญคือเธอไม่ยอมให้เขาได้แตะต้องตัวแม้แต่ปลายนิ้ว
เกวลินในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูยั่วยวนและหรูหรา ก้าวลงจากบันไดคฤหาสน์ด้วยท่าทางเชิดรั้น ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มอย่างประณีตเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนล้าจากคำสาปที่เริ่มกัดกินเธออีกครั้ง ความร้อนรุ่มภายในเริ่มประท้วงจนเธอต้องจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"จะไปไหนครับคุณหนู?" เคนในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาขวางทางตามหน้าที่ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นกลับแฝงไปด้วยความกระวนกระวายที่ซ่อนไม่มิด
"เรื่องของฉัน นายมีหน้าที่แค่ขับรถหรือถ้าไม่อยากขับ ก็หลบไป ฉันจะไปเอง" เกวลินตอบเสียงเย็นชาโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา
"แต่คำสาปของคุณหนู..."
"มันจะกำเริบหรือจะตาย ฉันก็ไม่มาขอร้องให้นายช่วยอีกแล้วเคน! ในเมื่อฉันมันก็แค่ที่ระบายอารมณ์แก้เบื่อของนาย... ฉันไปหาที่ระบายที่อื่นที่เขาสุภาพกว่านายไม่ดีกว่าเหรอ?"
คำพูดประชดประชันของเกวลินทำให้เคนหน้าตึง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขาทำได้เพียงเดินตามเธอไปที่รถอย่างเงียบเชียบ เกวลินสั่งให้เขาพาไปที่บาร์หรูใจกลางเมือง ที่นั่นมีแสงสีและผู้คนมากมาย เธอหวังว่าความครึกครื้นจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความทุกข์ทรมานนี้ได้
ณ บาร์หรู
เกวลินนั่งดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เพียงลำพัง โดยมีเคนยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ สายตาของชายหนุ่มหลายคนในร้านจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว และเกวลินก็เริ่มทำสิ่งที่เคนแทบจะทนดูไม่ได้... เธอเริ่มส่งยิ้มหวานให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ท่าทางดูเป็นคุณชายสายเปย์
"สวัสดีครับคนสวย มาคนเดียวเหรอครับ?" ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาทักพลางถือวิสาสะวางมือลงบนแผ่นหลังเนียนของเกวลิน
ร่างกายของเกวลินสะท้านฮวบ คำสาปขานรับสัมผัสนั้นทันทีจนเธอต้องลอบหอบหายใจ "ค่ะ... เหงาๆ น่ะค่ะ อยากหาใครสักคนมานั่งคุยด้วย"
เคนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นแขน เขาเห็นมือของชายคนนั้นที่เริ่มลูบไล้อย่างจาบจ้วง และเห็นเกวลินที่เริ่มตาปรือปรอยเพราะฤทธิ์คำสาปผสมกับแอลกอฮอล์... เธอทำแบบนี้เพื่อประชดเขา และเขาก็รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ยายแก่ในความฝันต้องสะใจแน่ๆ
"อ๊ะ... คุณนี่... มือไวจังเลยนะ" เกวลินแกล้งหัวเราะต่อกระซิก ทั้งที่ข้างในกำลังรุ่มร้อนเจียนระเบิด
ในขณะที่เค้กกำลังเคลิ้มไปกับรสสวาทบนเตียงนุ่มๆ ในคอนโดหรูของเคน เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เคนขมวดคิ้วก่อนจะผละออกจากร่างของเค้กไปรับสายที่ระเบียง"ครับคุณแม่... ผมรอดมาได้ครับ... ใช่ครับ ผมกำลังจะเข้าไปที่บริษัท... เรื่อง งานแต่งงาน ผมทราบครับ ผมไม่ลืมสัญญา"เค้กที่แอบฟังอยู่หลังประตูถึงกับตัวชาไปทั้งแถบ ‘งานแต่งงานงั้นเหรอ? สัญญาอะไรกัน?’ ความสุขที่พุ่งปรี๊ดเมื่อครู่ร่วงดิ่งลงเหวทันทีเคนเดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าเขาดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เค้ก... ผมมีเรื่องต้องรีบไปจัดการ คุณอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะให้คนรถเอาเสื้อผ้าและของใช้มาให้""เคนคะ... เมื่อกี้คุณคุยเรื่องงานแต่งงานเหรอ?" เค้กถามเสียงสั่นเคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามากอดเค้กไว้แน่น "มันเป็นเรื่องธุรกิจน่ะเค้ก คุณอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ ผมจัดการได้... ผมเลือกคุณแล้ว"แต่คำพูดนั้นมันกลับดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย เมื่อเค้กเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งในลิ้นชักที่เปิดค้างไว้... มันคือรูปของเคนคู่กับผู้หญิงสวยสง่าคนหนึ่งในชุดหมั้น!ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในขณะที่เคนไม่อยู่ ประตูห้องพักก็ถูกเปิด
"เค้ก! จับขอบเรือไว้แน่นๆ!" เคนตะโกนก้องในขณะที่เจ้าฉลามยักษ์พุ่งเข้าชนกราบเรือชูชีพจนเอียงกระเท่่เร่ เสียงฟันคมกริบครูดกับยางสังเคราะห์ดัง แคร่ก! จนน่าสยดสยองเคนคว้าพายขึ้นมาด้วยแววตาดุดัน เขาใช้จังหวะที่มันโผล่หัวขึ้นมาฟาดลงไปที่จมูกมันสุดแรง "ไปตายซะไอ้ลูกหมา!" แรงปะทะทำให้เรือสั่นคลอนจนฉันที่สภาพยังกึ่งเปลือยล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นเรือแต่ทว่า... ความซวยยังไม่จบ เจ้าฉลามนั่นงับเข้าที่ขอบยางด้านล่างจนทะลุ! เสียงลมรั่วดัง ฟู่... พร้อมกับน้ำทะเลที่เริ่มพุ่งทะลักเข้ามาในตัวเรือ"เคน! เรือรั่ว! น้ำเข้าแล้วค่ะ!" ฉันร้องลั่นด้วยความกลัว แต่ในจังหวะที่ฉันคลานไปหาเขา ชุดหมีที่ถลกลงมามันทำให้บั้นท้ายขาวนวลของฉันเด่นหราอยู่กลางลำเรือเคนหันมามองเรือที่เริ่มจมลงทีละนิดสลับกับมองร่างของฉัน ความตื่นเต้นจากการสู้กับมัจจุราชบวกกับภาพตรงหน้าทำให้อารมณ์ดิบในตัวเขาพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาโยนพายทิ้งแล้วโผเข้าหาฉันทันที!"ในเมื่อเรือจะล่ม... งั้นเราก็มา 'ลงนรก' ไปพร้อมกันเถอะเค้ก!"เขากระชากชุดหมีฉันออกจนขาดวิ่น แล้วจับฉันกดลงกับพื้นที่น้ำกำลังนองขึ้นมาจนถึงหน้าอก ความเย็นของน้ำทะเลที่ซึมเข้ามาตัด
ในขณะที่เคนกำลังโหมกายเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่งบนเรือชูชีพที่ติดอยู่ริมชายหาด จู่ๆ ลมทะเลก็เปลี่ยนทิศทาง พายุลูกใหม่ที่ไม่มีใครตั้งตัวพัดกระหน่ำเข้ามา คลื่นยักษ์ซัดเปรี้ยงเข้าที่กราบเรือจนมันหลุดออกจากโขดหินแล้วไหลลอยละลิ่วออกสู่ทะเลลึก!"เฮ้ย! เรือหลุด!" เคนสบถออกมาแต่เขายังไม่ยอมถอนกายออกจากตัวฉัน"เคน! เรือลอยออกไปแล้ว... อ๊ะ! อ๊าาาาา!" ฉันกรีดร้องไม่ใช่เพราะกลัวเรือลอย แต่เพราะจังหวะที่เรือกระแทกกับคลื่น มันส่งให้ตัวตนของเคนกระแทกเข้ามาลึกจนถึงจุดกระสันที่สุด"ช่างมันเค้ก! ตอนนี้ผมหยุดไม่ได้แล้ว... ซี๊ดดดด! อื้อออออ!" เคนกัดฟันกรอด เขาใช้แขนแกร่งยึดขอบเรือไว้มั่น ส่วนช่วงล่างยังคงทำงานอย่างดุดันแข่งกับแรงโยกของคลื่นทะเลเรือชูชีพลำน้อยถูกคลื่นซัดโยนไปมากลางทะเลที่เริ่มปั่นป่วน ฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาอีกรอบ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นกามารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น เสียงครางหวานลั่นของเราดังระงมแข่งกับเสียงฟ้าร้อง"อ๊ะ... อ๊ะ... อื้อออออ! เคน... มันเสียว... เสียวจนจะขาดใจแล้ว! อ๊าาาาาา!" ฉันบิดเร้ากายไปมา ผิวเหงื่อผสมหยาดฝนจนลื่นปรึ๊ดไปหมด ทุกครั้งที่คลื่นซัดเรือให้ดิ่งลง ลำกายแกร่งของเคนก็ยิ่งฝั
พายุฝนสงบลงทิ้งไว้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวหนัง กองไฟที่เป็นความหวังเดียวถูกน้ำฝนชะล้างจนเหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำสนิท ความเงียบสงัดกลับเข้าปกคลุมเกาะร้างอีกครั้ง พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดฮวบจนฉันสั่นสะท้านไปทั้งทรวง"หนาว... หนาวมากเลยค่ะเคน" ฉันพึมพำ ฟันกระทบกันดังกอดตัวเองแน่นในสภาพที่เสื้อเชิ้ตตัวบางเปียกชุ่มแนบไปกับผิว"มานี่เค้ก รีบกลับไปที่เพิงพักก่อน" เคนกวาดร่างฉันขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แม้ตัวเขาเองจะสั่นไม่แพ้กันแต่เขาก็ยังกัดฟันพาฉันกลับมายังที่พักชั่วคราวที่เป็นเพียงหลังคาใบปาล์มที่พักของเรายังพอแห้งอยู่บ้าง เคนวางฉันลงบนกองใบปาล์มก่อนจะรีบถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกของฉันออก "ถ้าใส่ไว้แบบนี้คุณปอดบวมแน่ ถอดออกซะ"ตอนนี้เราทั้งคู่เปลือยเปล่าท่ามกลางความมืดมิดและลมพายุที่ยังพัดหวีดหวิว เคนแทรกตัวเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง ใช้ร่างกายกำยำของเขาเป็นผ้าห่มผืนหนาถ่ายเทความร้อนให้ฉัน"อื้อออ... ดีขึ้นไหม?" เสียงเขาทุ้มต่ำสั่นพร่าอยู่ชิดต้นคอ"ยังสั่นอยู่เลยค่ะเคน... ฉันรู้สึกเหมือนข้างในมันเย็นไปหมด" ฉันเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นจากแผงอกเขาอย่างโหยหาเคนไม่ตอบ แต่เขาเริ่มขยับมือ
หลังจากจบบทรักยามเช้าไปแบบหอมปากหอมคอ เคนก็พาฉันเดินลึกเข้าไปในตัวเกาะเพื่อหาแหล่งน้ำจืดตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงน้ำไหลซ่าก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเราพ้นพุ่มไม้หนา... ภาพตรงหน้าทำเอาฉันอ้าปากค้าง"สวยจัง..."มันคือน้ำตกขนาดเล็กที่ตกลงมาในแอ่งหินธรรมชาติ น้ำใสแจ๋วจนเห็นตัวปลา แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมาทำให้น้ำเป็นประกายระยิบระยับ"อาบน้ำให้สบายใจเถอะเค้ก เดี๋ยวผมไปรวบรวมฟืนแห้งแถวนี้มาทำกองไฟส่งสัญญาณควันเผื่อจะมีเครื่องบินผ่านมา" เคนบอกพลางถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก (ซึ่งคราวนี้เขาก็ไม่ได้ใส่อะไรข้างในอยู่แล้ว!)ฉันไม่รอช้า รีบถอดชุดเดรสที่เปื้อนทั้งทรายและคราบรักเมื่อคืนออกจนหมดสิ้น แล้วก้าวลงไปในน้ำเย็นฉ่ำ "อ๊ะ... เย็นสบายจัง"ขณะที่ฉันกำลังวักน้ำล้างตัวอย่างเพลิดเพลิน สายตาก็เหลือบไปเห็นเคนที่หอบฟืนกองโตมาวางไว้ริมแอ่งน้ำ เขายืนจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของฉันที่อยู่ใต้น้ำใสด้วยสายตาที่ทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าว"น้ำเย็นนะคุณเคน... มาอาบด้วยกันไหมคะ?" ฉันแกล้งกวักน้ำใส่เขาด้วยท่าทางยั่วยวนเคนกระตุกยิ้มร้าย "ถ้าเข้าไปตอนนี้... งานสร้างสัญญาณควันคงไม่ได้ทำกันพอดี"แ
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เลื้อยผ่านเอวคอดกิ่วขึ้นมาใต้เสื้อเชิ้ตทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก แต่มันไม่ใช่ความตกใจ กลับเป็นความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เคนไม่รอให้ฉันได้ตั้งตัวนาน เขาโน้มใบหน้าคมสันลงมาประกบริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนปากของฉันทันที"อื้อออ..."เสียงครางอื้ออึงในลำคอของฉันเล็ดลอดออกมาเมื่อปลายลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย รสชาติของลูกไม้ป่าที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นผสมปนเปไปกับกลิ่นอายความเป็นชายที่รุนแรงจนฉันแทบละลายซบลงกับแผงอกเขา มือของเคนเริ่มทำงานอย่างชำนาญ เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ฉันสวมอยู่ออกอย่างรวดเร็ว จนมันแหว่งวิ่นเผยให้เห็นเต้าทรวงอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ"คุณสวยกว่าที่ผมคิดไว้มากเลยเค้ก..." เขาพึมพำชิดริมฝีปากพลางผละออกมามองผลงานตรงหน้า สายตาเขาเร่าร้อนจนฉันรู้สึกเหมือนจะมอดไหม้เคนก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องสลับกับขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบ ฉันแหงนหน้าขึ้นรับสัมผัสพลางขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน "อะ... อ๊าา คุณเคน... ตรงนั้นมัน..."เขาลากริมฝีปากต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงยอดปทุมถันสีหวานที่ชูชันท้าลมหนาว เขาใช้ลิ้นตวัดหยอก
เคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการไปทำงานด่วน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ภาคินกำลังคร่อมร่างที่สะบักสะบอมของเกวลินอยู่บนเตียง พร้อมกับรอยช้ำใหม่ที่แดงก่ำไปทั่วตัว"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมคุณหนูถึงอยู่ในสภาพนี้?" เคนถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
สองวันที่เคนไม่อยู่ ภาคินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาใจเกวลินทุกอย่างราวกับจะชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา ภาคินพาเกวลินที่ห้างดังเชียงใหม่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางเมือง"อยากได้อะไรอีกไหมเกวลิน?" ภาคินเอ่ยพลางโอบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างถือถุงแบรนด์เนมนับสิบใบท
ในขณะที่บรรยากาศบนเตียงกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เคนสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย เมื่อปลายสายคือพี่ชายของเกวลินที่สั่งงานด่วนให้เขาต้องไปจัดการทันที เคนจึงทำได้เพียงส่งสายตาเสียดายมาที่เกวลิน"ฝากไว้ก่อนนะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมกลับมาต่อ" เคนกระซิบที่ข้า
เกวลินตัดสินใจล้างภาพลักษณ์คุณหนูผู้อ่อนแอและรุ่มร้อนทิ้งไป เธอเปลี่ยนจากชุดเดรสวาบหวามมาเป็นสูทกางเกงสีดำเข้ารูปที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความหรูหรา เธอเริ่มเข้าไปนั่งในห้องทำงานของภาคินทุกวัน ไม่ใช่เพื่อไปยั่วเวยน แต่เพื่อขออ่านเอกสารสัญญาและการเดินบัญชีของกาสิโนและโรงแรมในเครือของเขา"จะมาเล่นขายข







