เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)

เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-08
Oleh:  ฟ้าดุษฎีOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
82Bab
354Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขานั่งตัวตรงอย่างสง่างามบนม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ เบื้องหลังคือดวงอาทิตย์ขนาดมหึมากำลังแผ่รังสีทองอร่ามตรงเหลี่ยมภูผา สะท้อนให้ด้านหน้าของคนที่อยู่บนหลังม้ากลายเป็นเงาดำทมิฬราวกับอสูรร้ายที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงอเวจี! ใบหน้าที่ดูนิ่งขรึมกับจมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกแสนหยิ่งผยอง รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้ดอกแก้วรู้ทันทีเลยว่าเขาคนนั้นคือใคร! ‘คุณชายวัชร’ หรือ ‘หม่อมราชวงศ์พลวัชร เทพวรกานต์’ ราชนิกุลหนุ่มผู้มั่งคั่ง เป็นบุตรชายคนเดียวของ ‘หม่อมเจ้าประเวศน์’ และ ‘หม่อมสร้อยฟ้า’ บุรุษผู้นี้นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ยังร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สมบัติพัสถานและหน้าที่การงานอันสูงส่ง แต่กระนั้นก็ใช่ว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เพราะอีกด้านหนึ่งของเขาก็คือ คนไร้หัวใจ! ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่! เย็นชาเหมือนดั่งน้ำแข็งขั้วโลก! แถมยังมีนิสัยจอมเผด็จการอีกต่างหาก!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๘ ปลายฤดูเหมันต์...

ในยามค่ำคืนกลางดึกอันเงียบสงัดที่กระท่อมน้อยท้ายสวนซึ่งอยู่ติดอาณาเขตวังแสงจันทร์ ร่างอวบอิ่มของหญิงสาวท้องแก่คนหนึ่งกำลังต่อสู้กับอาการบีบรัดช่องท้องที่รุมเร้าจู่โจมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าตัวรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ลูก’ ซึ่งตนได้เฝ้าฟูมฟักมานานหลายเดือนจะลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ในไม่ช้า...

อาการเจ็บหน่วงและปวดร้าวบริเวณท้องน้อยค่อยๆ ทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดน้ำคร่ำก็แตกโพละออกมา

ป้านวลหญิงวัยกลางคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาลทำหน้าที่หมอตำแยจำเป็น พลางส่งเสียงบอกจังหวะให้กับหญิงสาวท้องแก่คนนั้นเป็นระยะๆ

“ไม่ต้องกลัวนะแม่วรรณ เบ่งเลย...”

“จ้ะป้า...อื้ดดด!”

ฉวีวรรณทำตามจนเหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากมน แต่ทว่าทารกน้อยก็ยังไม่โผล่พ้นออกมาดูโลกอย่างที่อยากให้เป็นสักที

“ใจเย็นๆ แม่วรรณ ค่อยๆ หายใจเข้าหายใจออก แล้วเบ่งอีกที”

หญิงสาวกัดฟันรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด แล้วเบ่งตามคำสั่งของป้านวลอีกครั้ง

“อื้ดดด!”

ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวเหยเก ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลำคอหดเกร็งจนเห็นเส้นเลือดปูดนูน และในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ท้องที่เคยนูนโตก็ค่อยๆ ยุบยวบลงพร้อมๆ กับเสียงร้องไห้ระงมจ้าของทารกน้อยแรกเกิดดังขึ้น

“อุแว้! อุแว้! อุแว้!”

“เป็นผู้หญิงน่ะแม่วรรณ” ป้านวลเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะนำทารกน้อยห่อด้วยผ้าสีขาวสะอาดแล้วนำมาวางลงข้างๆ ของคนเป็นแม่

ดวงตาคู่สวยของฉวีวรรณพร่างพราวไปด้วยหยาดหยดใสแห่งความปลาบปลื้มในขณะมองภาพตรงหน้า มือเรียวบางค่อยๆ เอื้อมไปไล้ลูบทั่วพวงแก้มกระจิ๋วที่ยังคงมีเลือดเปรอะอยู่ปรอยๆ จากนั้นก็ปลดเอาสร้อยล็อกเกตสีเงินซึ่งสะท้อนแสงเทียนเป็นประกายวิบวับบนคอของตัวเองเอามาวางไว้ข้างๆ ตัวทารกน้อย ก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของผู้ให้กำเนิดจะเริ่มผาดแผ่ว ปลิดปลิว และหยุดไปในที่สุด...

“มะ...มะ...แม่วรรณ!!!”

ป้านวลร้องอุทานออกมาดังลั่น ทว่าคนที่หลับใหลไปชั่วนิรันดร์ไม่ได้รับรู้ถึงความอนาทรทุกข์ร้อนของใครอีกแล้ว

อนิจจาของทารกผู้แสนจะอาภัพ เพราะวันเกิดของตนกลับกลายเป็นวันที่มารดาผู้ให้กำเนิดล่วงลับ อ้อมกอดอันอบอุ่นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลับกลายเป็นอ้อมกอดของหญิงวัยกลางคนซึ่งเปรียบเสมือนญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

‘ดอกแก้ว’ คือชื่อที่ป้านวลตั้งให้ โดยนางเลี้ยงดูอุ้มชูเด็กน้อยคนนี้มาด้วยความรักความหวงแหน ถึงบางครั้งจะแร้นแค้นและอดมื้อกินมื้อ แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นป้าก็อุตสาหะหาอาหารมาเลี้ยง แม้กระทั่งบางวันไม่รู้จะหาอะไรมาให้กิน หญิงวัยกลางคนก็ยังบากหน้าไปขอน้ำนมวัวจากชาวบ้านในละแวกนั้นมาให้เด็กน้อยได้ดื่มประทังชีวิต...

๑๙ ปีต่อมา...

สายลมหนาวในยามราตรีกาล พัดพรายเข้ากระแทกโครมใส่ผนังไม้ไผ่เก่าครึของกระท่อมหลังเล็กจนแทบจะแตกปริออกจากกัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสัพยอกของต้นมะม่วงทึนทึกที่กวาดกิ่งดังครืดคราดอยู่ด้านข้างของกระท่อม

แรงลมทำเอาใบไม้แห้งยุ่ยที่กองสุมกันอยู่บนหลังคาเพิงหมาแหงนร่วงกราวปลิววะว่อนลงมาสู่พื้นดินเบื้องล่าง ค่ำคืนนี้มืดสลัว มีเพียงแค่แสงพระจันทร์นวลผ่องที่ส่องสว่างซับน้ำค้างเป็นประกายอร่ามเรือง ยังผลให้ร่างแน่งน้อยของดอกแก้ว หญิงสาววัย ๑๙ ปี ซึ่งกำลังนอนขดคู้อยู่ภายในกระท่อมหลังนั้นต้องซุกกายเข้าไปใต้ผ้าห่มเก่าๆ จนเกือบจะคลุมมิดถึงปลายคางด้วยความหนาวเหน็บ เธอไม่ชอบฤดูกาลที่แสนจะทรมานแบบนี้เลย เพราะทุกค่ำคืนต้องทนทุกข์กับอากาศเย็นเฉียบที่เล็ดลอดมาตามช่องโหว่ของผนังไม้ผุๆ เข้าไปทำร้ายผิวอันบอบบาง แม้แต่ผ้าห่มก็ไม่สามารถช่วยปกป้องและให้ความอบอุ่นได้เลย...

เช้านี้ดวงอาทิตย์ทอแสงเรืองรองเบิกกลีบเมฆของวันใหม่ ดอกแก้วปรือตาขึ้นอย่างช้าๆ และรีบยกมือป้องแสงเอาไว้เนื่องจากประกายแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าของตนพอดี เมื่อคืนจนแล้วจนรอดเธอแทบจะไม่ได้นอนเลย เพราะสายลมหนาวหอบหิ้วเอาความเย็นยะเยือกมากัดกร่อนผิวกายให้สั่นสะท้านไปทั่วทุกอณู...

หญิงสาวในชุดมอซอลุกขึ้นแล้วเดินไปใกล้ริมหน้าต่างเพื่อรับไออุ่นจากแสงแดดในยามเช้า นัยน์ตาสีดำสนิทกลมโตทอดมองออกไปเบื้องนอก ก็พบว่าป้านวลซึ่งเป็นญาติที่หลงเหลือเพียงคนเดียวค่อยๆ ยกหม้อดินขึ้นตั้งไฟที่กำลังโหมลุกเป็นสีแดงฉานอยู่บนเตาถ่าน

ร่างบอบบางจึงรีบกลับมานั่งพับผ้าห่มอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอนและเดินลงมาสมทบกับผู้เป็นป้าซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการหุงหาอาหารมื้อเช้าให้สองชีวิต

“อ้าวตื่นแล้วเหรอ...แก้ว”

“จ้ะป้า มีอะไรให้แก้วช่วยหรือเปล่า”

“ไม่มีหรอก เดี๋ยวเอ็งไปล้างหน้าล้างตาและเตรียมกินข้าว เสร็จแล้วจะได้ออกไปเก็บผักบุ้งเอาไปขายที่ตลาดกัน”

ดอกแก้วพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะรีบหมุนตัวไปทางตุ่มน้ำซึ่งอยู่ด้านหลังของกระท่อม มือเล็กๆ เปิดฝาตุ่มออกแล้วใช้ขันจ้วงตักน้ำมาล้างหน้าแค่ลวกๆ เนื่องจากความเย็นของน้ำในตุ่มเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เธออ้อยอิ่งนานไม่ได้

สองป้าหลานใช้เวลาในการกินข้าวมื้อเช้าไม่นานนัก จากนั้นดอกแก้วก็มุ่งหน้าไปยังคลองริมน้ำที่มีผักบุ้งหรือผักทอดยอดขึ้นอยู่เป็นบริเวณกว้าง หญิงสาวรีบลงไปเด็ดปลายยอดของผักชนิดนั้นใส่จนเต็มตะกร้าไม้ใบใหญ่ซึ่งจัดไว้และแบ่งเป็นกำๆ พอประมาณเพื่อเตรียมนำไปขายยังตลาด

ขณะนั้นเอง! เสียงฝีเท้าของอาชาไนยตัวหนึ่งวิ่งมาดังกุบกับๆ ก่อนจะร้องคำรามฮี้! พร้อมทั้งยกขาหน้าคู้ขึ้น หลังจากเจ้านายของมันกระตุกสายบังเหียนสุดแรง ทำเอาดอกแก้วที่กำลังก้มเก็บผักบุ้งอยู่อย่างขะมักเขม้นต้องค่อยๆ แหงนเงยใบหน้าขึ้นแล้วเขม้นตามองด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ

เขานั่งตัวตรงอย่างสง่างามบนม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ เบื้องหลังคือดวงอาทิตย์ขนาดมหึมากำลังแผ่รังสีสีทองอร่ามตรงเหลี่ยมภูผา สะท้อนให้ด้านหน้าของคนที่อยู่บนหลังม้ากลายเป็นเงาดำทมิฬราวกับอสูรร้ายที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงอเวจี!

ใบหน้าที่ดูนิ่งขรึมกับจมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกแสนหยิ่งผยอง รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้ดอกแก้วรู้ทันทีเลยว่า เขาคนนั้นคือใคร!

‘คุณชายวัชร’ หรือ ‘หม่อมราชวงศ์พลวัชร เทพวรกานต์’ ราชนิกุลหนุ่มผู้มั่งคั่ง เป็นบุตรชายคนเดียวของ ‘หม่อมเจ้าประเวศน์’ และ ‘หม่อมสร้อยฟ้า’

บุรุษผู้นี้นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ยังร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สมบัติพัสถานและหน้าที่การงานอันสูงส่ง แต่กระนั้นก็ใช่ว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เพราะอีกด้านหนึ่งของเขาก็คือ คนไร้หัวใจ! ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่! เย็นชาเหมือนดั่งน้ำแข็งขั้วโลก! แถมยังมีนิสัยจอมเผด็จการอีกต่างหาก!

“อีตาคุณชายขี้งก! กะอีแค่ผักบุ้งที่เกิดขึ้นเองตามริมคลองน้ำ ไม่รู้จะงกไปถึงไหนกันเชียว คนบ้าอะไรใจดำชะมัด งกได้แม้กระทั่งผักบุ้ง...ฮึ!”

หญิงสาวสะบัดไหล่พรืด ทำจมูกบาน หายใจฟืดฟาดเหมือนวัวกระทิงเห็นศัตรู แล้วจึงหันกลับไปก้มหน้าก้มตาเก็บผักบุ้งตามเดิมโดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะชักสีหน้าเช่นไร

หม่อมราชวงศ์พลวัชรรีบกระโดดลงมาจากหลังม้า ร่างสูงผึ่งผายภายใต้อาภรณ์หรูหราส่งสายตาวาวโรจน์เสมือนพญาราชสีห์กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ มือหนาเกร็งแกร่งชักปืนสั้นที่อยู่ในซองพกเข็มขัดเอว พลางจรดปลายกระบอกชี้ขึ้นบนท้องฟ้า และลั่นไกเสียงดัง เปรี้ยง! เปรี้ยง! สองนัดติดกัน ก่อนจะเอาปลายกระบอกร้อนๆ ลงมาเป่าควันดังฟิ้วอย่างมาดคาวบอย

ดอกแก้วเบ้ปากแล้วคิดอคติต่ออีตาคุณชายหน้าปลาช่อนในใจอย่างโกรธเคือง จนอดที่จะแสดงกิริยาฮึดฮัดออกมาไม่ได้ หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรเข้ามาเก็บผักบุ้งในอาณาเขตของเขา แต่จะให้ทำกระไรได้ ถ้าไม่เข้ามาเก็บ เธอกับป้าก็ไม่มีอันจะกินเป็นแน่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
82 Bab
บทที่ 1
เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๘ ปลายฤดูเหมันต์...ในยามค่ำคืนกลางดึกอันเงียบสงัดที่กระท่อมน้อยท้ายสวนซึ่งอยู่ติดอาณาเขตวังแสงจันทร์ ร่างอวบอิ่มของหญิงสาวท้องแก่คนหนึ่งกำลังต่อสู้กับอาการบีบรัดช่องท้องที่รุมเร้าจู่โจมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าตัวรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ลูก’ ซึ่งตนได้เฝ้าฟูมฟักมานานหลายเดือนจะลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ในไม่ช้า...อาการเจ็บหน่วงและปวดร้าวบริเวณท้องน้อยค่อยๆ ทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดน้ำคร่ำก็แตกโพละออกมาป้านวลหญิงวัยกลางคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาลทำหน้าที่หมอตำแยจำเป็น พลางส่งเสียงบอกจังหวะให้กับหญิงสาวท้องแก่คนนั้นเป็นระยะๆ“ไม่ต้องกลัวนะแม่วรรณ เบ่งเลย...”“จ้ะป้า...อื้ดดด!”ฉวีวรรณทำตามจนเหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากมน แต่ทว่าทารกน้อยก็ยังไม่โผล่พ้นออกมาดูโลกอย่างที่อยากให้เป็นสักที“ใจเย็นๆ แม่วรรณ ค่อยๆ หายใจเข้าหายใจออก แล้วเบ่งอีกที”หญิงสาวกัดฟันรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด แล้วเบ่งตามคำสั่งของป้านวลอีกครั้ง“อื้ดดด!”ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวเหยเก ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลำคอหดเกร็งจนเห็นเส้นเลือดปูดนูน และในช่
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“เบื่อจริงๆ เลยพวกโจรกระจอกที่ชอบแอบมาขโมยพืชผักของคนอื่นแบบนี้ สงสัยคงต้องจับไปส่งตำรวจแล้วกระมัง เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่หลาบไม่จำกันสักที” ผู้มาเยือนเริ่มต้นทักทายด้วยวาจาอันเผ็ดร้อนและรอยยิ้มหยามเหยียดตรงมุมปากหญิงสาวกัดเม้มริมฝีปากจนเจ็บพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วจึงหันขวับมาประสานสายตากับคุณชายมาดหยิ่งด้วยท่าทีไม่ยี่หระ“แล้วไหนล่ะคะหลักฐานที่แสดงว่าดิฉันเป็นโจรกระจอกอย่างที่กล่าวหา”“ก็ผักบุ้งที่อยู่ในตะกร้าใบนั้นยังไงล่ะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเปิดฉากไล่ต้อน เน้นแววตาดุดัน “นี่เธอไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งเฉไฉกันแน่ แต่ก็อย่างว่า สันดานโจรยังไงก็เป็นสันดานโจรอยู่วันยังค่ำ คนประเภทนี้แก้เท่าไหร่ก็ไม่มีทางหาย นอกเสียจากจะไปนอนดัดนิสัยอยู่ที่ซังเตเท่านั้น มันถึงจะสาสม!”ดอกแก้วตวัดหางตามอง ขณะเชิดคางขึ้นอย่างเคืองขุ่น “แค่ผักบุ้งไม่กี่กำถึงกับจะต้องจับเข้าคุกเข้าตะราง มันไม่มากไปหน่อยรึ”“ไม่มากไปหรอกสำหรับนางโจรหัวขโมยเช่นเธอ”“ตลกจังเลยนะคะคุณชาย” หญิงสาวชูคอตั้ง“ตลกยังไงไม่ทราบ”“ก็ตลกคุณชายน่ะสิ” ร่างบอบบางก้มลงไปเก็บยอดผักบุ้งที่อยู่ในตะกร้าแล้วชูขึ้นระดับสายตา “หม่อมราชวง
Baca selengkapnya
บทที่ 3
“ป้านวลจ๋า แก้วกลับมาแล้ว”เสียงใสๆ ตะโกนเรียกผู้เป็นป้าเจื้อยแจ้วอย่างที่เคยทำเป็นประจำ“ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะนังแก้ว ถึงได้ตะโกนซะเสียงดังเชียว...” นางนวลเอ่ยถาม พลางละมือจากการนวดแป้งเพื่อจะใช้ทำขนมเทียน หลังจากได้ยินเสียงเรียกของหลานสาวร่างอันอวบท้วมลุกจากแคร่แล้วเดินต้วมเตี้ยมอุ้ยอ้ายออกมาหา แต่เมื่อเหลือบมองไปเห็นสภาพที่เลอะเทอะขะมุกขะมอมของคนเป็นหลาน อีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นตุ่ยๆ ราวกับหนูสกปรกตัวหนึ่ง จึงอุทานเสียงดังระงมและรีบกระวีกระวาดเข้าไปหาทันที“ตายแล้ว! นี่เอ็งไปทำอะไรมา ทำไมสารรูปถึงดูไม่ได้แบบนี้” หญิงสูงวัยใช้มือหมุนตัวของดอกแก้วไปมาอย่างสำรวจตรวจตรา“แก้วไม่เป็นอะไรหรอกป้า แต่ที่จะเป็นก็แค่ตรงนี้” มือเล็กยกขึ้นตบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองเบาๆ“เอ็งเป็นอะไรของเอ็งวะ ช่วยพูดให้ข้าเข้าใจง่ายๆ หน่อยซิ” คนเป็นป้าเลิกคิ้วฉงน“เจ็บใจนะสิป้า ก็แก้วกำลังเก็บผักบุ้งอยู่ดีๆ จู่ๆ อีตาคุณชายวัชรขี้งกก็ขี้ม้ามาเจอเข้า พูดจาเสียดสีกระแนะกระแหน มิหนำซ้ำยังบอกว่าจะจับแก้วไปส่งให้กับตำรวจ แต่พอแก้วไม่ยอม คุณชายบ้านั่นก็เลยจับแก้วโยนลงไปในคลองน้ำแทน ฮึ!”ได้ยินเช่นนั้น นางนวลถึงกับทอ
Baca selengkapnya
บทที่ 4
มือหนาเกร็งแกร่งเอื้อมไปหยิบไปป์ซึ่งวางไว้อยู่บนโต๊ะตรงหน้า ก่อนที่มืออีกข้างจะหยิบยาเส้นจากกล่องใบเล็กยัดใส่ลงไปในไปป์นั้นครึ่งหนึ่ง แล้วก็จุดไฟสูบลมผ่านไปป์เบาๆ ให้เกิดการเผาไหม้ทีละน้อย ไปป์คือสิ่งที่หม่อมราชวงศ์หนุ่มใช้เพื่อผ่อนคลายเมื่อคราอารมณ์หงุดหงิดหรือขุ่นเคืองใจอะไรสักอย่างร่างสูงสง่าลุกจากโซฟาเดินตรงไปยังหน้าต่าง พลางพ่นควันออกฉุยๆ พร้อมกับทอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณสวนดอกไม้ขณะนั้นเอง รถโฟล์คสีไข่ไก่คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงหน้าตึกใหญ่ ตามมาด้วยร่างโปร่งระหงสมส่วนดุจนางพญาของวิรัญญาในชุดกระโปรงยาวมินิสเกิร์ตสีปีกแมงทับ หญิงสาวขยับแว่นกันแดดอันโตขึ้นเหนือศีรษะ สยายผมไปด้านหลัง ก่อนจะเชิดหน้าตั้งก้าวฉับๆ เข้ามาในตัววังพลวัชรรู้จักกับวิรัญญาตั้งแต่ไปร่ำเรียนอยู่ที่เมืองนอก ทั้งคู่สนิทสนมกันเป็นอย่างมาก จนใครหลายๆ คนเชียร์ให้คบหาดูใจกัน แต่จนแล้วจนรอดกระทั่งเรียนจบ พลวัชรก็ยังคงขีดเส้นความสัมพันธ์กับเธอไว้เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น หาได้รู้ไม่ว่าวิรัญญามีใจให้เขามาโดยตลอด และนับวันความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งกลับกลายเป็นหึงหวง ไม่ว่าอิสตรีคนไหนที่เข
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ช่วงบ่ายของวันนั้นหม่อมสร้อยฟ้ากับหม่อมราชวงศ์พลวัชรก็ไปตรวจตราความเรียบร้อยยังตลาด ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดสีดำใส่ไปเพื่ออำพรางใบหน้าตนเองจากสายตาของชาวบ้านร้านตลาดที่อาจจะจำเขาได้ ซึ่งในระหว่างการเดินสำรวจ พลวัชรได้แต่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและพยายามเดินไม่สบตากับใคร หากทว่ายิ่งเขาทำท่าทางมีพิรุธเช่นนั้น ก็ยิ่งกลับกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย โดยเฉพาะอาภรณ์หรูหราที่เขาสวมใส่อยู่มันแตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไปมากโข...‘จะมองอะไรกันนักหนา ฮึ!’ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจและทำหน้าหงิกเป็นมะเหงกแบบไม่สบอารมณ์ภาพของหม่อมสร้อยฟ้ากับหม่อมราชวงศ์พลวัชรที่เดินภายในตลาด เป็นจุดดึงดูดสายตาของคนแถวนั้นเป็นอย่างมาก พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายแหล่ก็ต่างพากันเข้าไปทำความเคารพและพูดคุยทักทายเป็นกันเอง โดยไม่ลืมที่จะหยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยไมตรีจิตอันดีซึ่งเป็นสิ่งของที่พวกเขาได้นำมาขายในตลาด เช่น หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผลหมากรากไม้ให้กับคนทั้งคู่แบบไม่คิดสักสตางค์แดงเดียว จนหม่อมสร้อยฟ้าอดที่จะยิ้มไม่ได้ในความมีน้ำใจของทุกคน แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ทำหน้าตึงบอกบุญไม่รับคือ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“เห็นหม่อมแม่อนุญาต ก็คอยแอบไปเก็บอยู่ร่ำไปสิไม่ว่า สงสัยคงจะยึดเป็นสถานที่ทำมาหากินเลยสินะ!”ดอกแก้วเบ้ปากและแสร้งทำหน้ายิ้มระรื่น ป่วยการที่จะต่อความยาวสาวความยืดกับอีตาคุณชายขี้งก จึงรีบสวนวาจาเผ็ดร้อนกลับไปทันควัน“ถ้าคุณชายหวงผักบุ้งพวกนี้นัก ดิฉันจะคืนให้ก็แล้วกัน เอาไปเลย”ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกเอากระบุงที่ใส่ผักบุ้งยื่นไปให้เขาด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น“ฉันไม่รับหรอก มันสกปรก” มือหนายกขึ้นปัดเสื้อผ้าเป็นเชิงรังเกียจ“ชายวัชร!”หม่อมสร้อยฟ้าหันมาเอ็ดบุตรชายเสียงเข้ม ด้วยไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นในที่สาธารณะเช่นนั้น“ถ้าหม่อมแม่จะรับก็รับเอาเองเลยนะครับ ชายไม่มีทางถือให้เด็ดขาด”ดอกแก้วซึ่งยืนฟังคำพูดแดกดันประชดประชันอยู่ครู่หนึ่งจึงสูดลมหายใจเข้าปอดจนชุ่มลึก แล้วรวบรวมความกล้าพูดแทรกขึ้น“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เดี๋ยวแก้วจะเอาไปส่งให้หม่อมท่านเอง”“ไม่ต้อง! จุ้นไม่เข้าเรื่อง ประเดี๋ยวรถของฉันจะสกปรกเสียเปล่าๆ” เขาตะคอกเสียงดังพร้อมกับสาดสายตาวาววับจับจ้องคนอวดดีไม่ลดละหญิงสาวเจ็บใจยิ่งนักกับคำพูดจาแดกดันและท่าทางที่พลวัชรแสดงออกอย่างหยามเกียรติ โดยเฉพาะเมื่อเหลือบไปเห็นป้า
Baca selengkapnya
บทที่ 7
วันแล้ววันเล่าที่ดวงอาทิตย์ยังคงแผ่รัศมีในตอนเช้า แล้วจึงค่อยๆ ลับเหลี่ยมอัสดงลงในตอนเย็นเพื่อหลบทางให้บรรดาเหล่าเดือนดาราขึ้นมาทำหน้าที่แทน เฉกเช่นดั่งดอกแก้วที่ยังคงมีวิถีชีวิตตามเดิมโดยในแต่ละวันนั้นหญิงสาวจะต้องรีบเก็บผักบุ้งเพื่อเอาไปขายยังตลาด บางวันก็ขายดี บางวันก็เหลือ ความอดอยากแร้นแค้นเป็นสิ่งที่คุ้นชินอยู่ทุกวัน แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะรังเกียจวิถีชีวิตแบบนี้ เพราะอย่างน้อยก็มีป้านวลที่รักเสมือนแม่คอยดูแลอยู่เสมอเย็นนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเมฆก้อนใหญ่ตระหง่านกำลังเกาะกลุ่มกัน ก่อนจะค่อยๆ ลอยต่ำลงมาและแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน สักพักเม็ดฝนก็เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผักบุ้งของดอกแก้วยังคงกองอยู่ในจำนวนที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพราะผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดวันนี้ดูจะบางตากว่ายามปกติ“กลับเถอะแก้ว มืดค่ำแล้ว” ป้านวลหันมาบอกหลานสาวที่ตั้งหน้าตั้งตารอคนมาซื้อผักบุ้งของตัวเอง“แต่เรายังขายไม่หมดเลยนะจ๊ะป้า”“ไม่มีคนซื้อแล้วล่ะ วันหลังค่อยมากันใหม่”จากนั้นสองป้าหลานก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง แล้วเดินตากฝนที่ยังคงตกพรำไปตามถนนขรุขระเล็กๆ ซึ่งเป็นทางกลับกระท
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ร่างแน่งน้อยค่อยๆ ย่อตัวลง มือเรียวเล็กที่สกปรกมอมแมมทั้งสองข้างพนมไว้ ก่อนจะก้มกราบลงใกล้ๆ กับปลายเท้าของหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าอย่างเทิดทูนระคนซาบซึ้ง“ขอบพระคุณหม่อมท่านมากเลยเจ้าค่ะ”“ไม่เป็นไรจ้ะหนูแก้ว” น้ำเสียงอันอ่อนโยนและมืออุ่นๆ ของหญิงสูงศักดิ์กดลงบนศีรษะได้รูปด้วยความเอ็นดูแกมสงสาร จากนั้นจึงขอตัวกลับโดยมีดอกแก้วเดินออกไปส่งถึงรถวันรุ่งขึ้น หม่อมสร้อยฟ้าให้นายสมขับรถพามายังโรงพยาบาลแต่เช้า เพื่อเยี่ยมอาการของคนที่ตนได้ช่วยเอาไว้เมื่อคืนนี้ หากทว่าภาพที่นางเห็นคือป้านวลยังนอนไม่ได้สติ โดยมีดอกแก้วนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียง และทันทีที่หญิงสูงศักดิ์เดินเข้ามาในห้อง ดอกแก้วก็ขยับตัวตื่นอย่างงัวเงีย แล้วยกมือขึ้นไหว้ผู้มีพระคุณด้วยกิริยาเรียบร้อย“นอนต่อก็ได้นะหนูแก้ว” สีหน้าของหม่อมสร้อยฟ้าระบายยิ้มน้อยๆ “เมื่อคืนก็เพลียมาทั้งคืนแล้วมิใช่รึ”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะหม่อมท่าน”“แล้วนี่ป้านวลเป็นยังไงบ้าง” หญิงสูงศักดิ์เอ่ยถามพลางหันไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง“ยังไม่ฟื้นเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“อย่าคิดมากไปเลยหนูแก้ว ประเดี๋ยวสายๆ ป้านวลก็คงฟื้น” นางยกมือขึ้นลูบเรือนผมดำสลว
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เช้าวันรุ่งขึ้น(บรรทัดด้านล่าง แก้วยังบอกป้าตอนที่คุยกันเรื่องไปอยู่วัง ว่าพรุ่งนี้บอกสร้อยฟ้าว่าไม่ไป) สองป้าหลานช่วยกันเก็บของตระเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน ซึ่งของที่เก็บก็ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากนัก เพราะสมบัติแต่ละชิ้นนั้นมีแค่เสื้อผ้าเก่าๆ และถ้วยชามหม้อไหที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันเท่านั้น หากแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ดอกแก้วไม่ลืมจะหยิบไปด้วยก็คือ ‘สร้อยคอติดล็อกเกตเส้นหนึ่ง’ ซึ่งป้านวลบอกว่ามันเป็นของเพียงชิ้นเดียวที่บุพการีผู้ให้กำเนิดเธอได้ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าก่อนจะสิ้นใจ“เราจะไปอยู่ในวังกันจริงๆ เหรอจ๊ะป้า” เสียงใสๆ เอ่ยถามผู้เป็นป้าหลังจากเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว“ก็ไปสิแก้ว ป้าน่ะแก่แล้ว จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ถ้าป้าเป็นอะไรไป เอ็งจะอยู่ยังไง”ดอกแก้วทำตาแดงๆ อย่างอดใจหายไม่ได้ “อย่าพูดอย่างนั้นสิจ๊ะป้า ป้ายังแข็งแรง ต้องอยู่กับแก้วไปอีกนาน”“ชีวิตคนมันไม่แน่ไม่นอนหรอกนะ โดยเฉพาะไม้ใกล้ฝั่งอย่างป้า”“ป้าจ๋า...” หญิงสาวอิดออด “...แก้วไม่อยากไปเลย”หญิงชราได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ “ป้าก็ไม่อยากไปเหมือนกัน ถึงจะอยู่บ้านหลังใหญ่โตก็ใช่ว่าจะมีความสุขเท่าอยู่บ้านของเรา”“ถ้า
Baca selengkapnya
บทที่ 10
“นะคะ ดิฉันขอร้อง...” ริมฝีปากจิ้มลิ้มสั่นระริก“ทำไมฉันต้องเชื่อคนชั้นต่ำอย่างเธอด้วย”“ถึงเราจะเป็นคนชั้นต่ำ แต่เราก็เป็นคน มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกเจ็บร้อนเป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นดิฉันขอร้องอย่าคิดทำร้ายป้าของดิฉันเลยนะคะ” ดวงตากลมแป๋วของดอกแก้วเอ่อท้นไปด้วยหยาดหยดใส ขณะที่หม่อมราชวงศ์พลวัชรปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นหญิงสาวผู้ก๋ากั่นเต็มไปด้วยพิษสงรอบด้านมีสีหน้าเช่นนี้“เสร็จแล้วจ้า...เสร็จแล้ว...” ป้านวลส่งเสียงมาแต่ไกล“นั่นไง ป้าของเธอมาแล้วนี่...” เขาก้มลงมาพูดใกล้ๆ น้ำเสียงนั้นน่าสะพรึงกลัวและมีอำนาจชวนเกรงขามจนดอกแก้วขนลุกซู่“คุณชายอย่าทำอะไรบ้าๆ นะคะ”“เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ หึหึ...”เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วจึงเดินไปเปิดฝากระโปรงรถให้สองป้าหลานขนของมาใส่ โดยที่เจ้าตัวยืนมองอย่างเดียว ไม่คิดจะช่วยหยิบจับอะไรเลยสักชิ้นป้านวลและดอกแก้วช่วยกันขนของอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รถยุโรปคันหรูต้องมีรอยขูดขีด มิเช่นนั้นคนเป็นเจ้าของอาจจะอาละวาดหรือโวยวายใหญ่โตเป็นแน่หลังจากที่สองป้าหลานเก็บของเสร็จ หม่อมราชวงศ์หนุ่มก็พากลับไปยังวัง โดยในระห
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status