เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)

เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-08
Oleh:  ฟ้าดุษฎีOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
82Bab
188Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขานั่งตัวตรงอย่างสง่างามบนม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ เบื้องหลังคือดวงอาทิตย์ขนาดมหึมากำลังแผ่รังสีทองอร่ามตรงเหลี่ยมภูผา สะท้อนให้ด้านหน้าของคนที่อยู่บนหลังม้ากลายเป็นเงาดำทมิฬราวกับอสูรร้ายที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงอเวจี! ใบหน้าที่ดูนิ่งขรึมกับจมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกแสนหยิ่งผยอง รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้ดอกแก้วรู้ทันทีเลยว่าเขาคนนั้นคือใคร! ‘คุณชายวัชร’ หรือ ‘หม่อมราชวงศ์พลวัชร เทพวรกานต์’ ราชนิกุลหนุ่มผู้มั่งคั่ง เป็นบุตรชายคนเดียวของ ‘หม่อมเจ้าประเวศน์’ และ ‘หม่อมสร้อยฟ้า’ บุรุษผู้นี้นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ยังร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สมบัติพัสถานและหน้าที่การงานอันสูงส่ง แต่กระนั้นก็ใช่ว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เพราะอีกด้านหนึ่งของเขาก็คือ คนไร้หัวใจ! ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่! เย็นชาเหมือนดั่งน้ำแข็งขั้วโลก! แถมยังมีนิสัยจอมเผด็จการอีกต่างหาก!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๘ ปลายฤดูเหมันต์...

ในยามค่ำคืนกลางดึกอันเงียบสงัดที่กระท่อมน้อยท้ายสวนซึ่งอยู่ติดอาณาเขตวังแสงจันทร์ ร่างอวบอิ่มของหญิงสาวท้องแก่คนหนึ่งกำลังต่อสู้กับอาการบีบรัดช่องท้องที่รุมเร้าจู่โจมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าตัวรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ลูก’ ซึ่งตนได้เฝ้าฟูมฟักมานานหลายเดือนจะลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ในไม่ช้า...

อาการเจ็บหน่วงและปวดร้าวบริเวณท้องน้อยค่อยๆ ทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดน้ำคร่ำก็แตกโพละออกมา

ป้านวลหญิงวัยกลางคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาลทำหน้าที่หมอตำแยจำเป็น พลางส่งเสียงบอกจังหวะให้กับหญิงสาวท้องแก่คนนั้นเป็นระยะๆ

“ไม่ต้องกลัวนะแม่วรรณ เบ่งเลย...”

“จ้ะป้า...อื้ดดด!”

ฉวีวรรณทำตามจนเหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากมน แต่ทว่าทารกน้อยก็ยังไม่โผล่พ้นออกมาดูโลกอย่างที่อยากให้เป็นสักที

“ใจเย็นๆ แม่วรรณ ค่อยๆ หายใจเข้าหายใจออก แล้วเบ่งอีกที”

หญิงสาวกัดฟันรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด แล้วเบ่งตามคำสั่งของป้านวลอีกครั้ง

“อื้ดดด!”

ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวเหยเก ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลำคอหดเกร็งจนเห็นเส้นเลือดปูดนูน และในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ท้องที่เคยนูนโตก็ค่อยๆ ยุบยวบลงพร้อมๆ กับเสียงร้องไห้ระงมจ้าของทารกน้อยแรกเกิดดังขึ้น

“อุแว้! อุแว้! อุแว้!”

“เป็นผู้หญิงน่ะแม่วรรณ” ป้านวลเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะนำทารกน้อยห่อด้วยผ้าสีขาวสะอาดแล้วนำมาวางลงข้างๆ ของคนเป็นแม่

ดวงตาคู่สวยของฉวีวรรณพร่างพราวไปด้วยหยาดหยดใสแห่งความปลาบปลื้มในขณะมองภาพตรงหน้า มือเรียวบางค่อยๆ เอื้อมไปไล้ลูบทั่วพวงแก้มกระจิ๋วที่ยังคงมีเลือดเปรอะอยู่ปรอยๆ จากนั้นก็ปลดเอาสร้อยล็อกเกตสีเงินซึ่งสะท้อนแสงเทียนเป็นประกายวิบวับบนคอของตัวเองเอามาวางไว้ข้างๆ ตัวทารกน้อย ก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของผู้ให้กำเนิดจะเริ่มผาดแผ่ว ปลิดปลิว และหยุดไปในที่สุด...

“มะ...มะ...แม่วรรณ!!!”

ป้านวลร้องอุทานออกมาดังลั่น ทว่าคนที่หลับใหลไปชั่วนิรันดร์ไม่ได้รับรู้ถึงความอนาทรทุกข์ร้อนของใครอีกแล้ว

อนิจจาของทารกผู้แสนจะอาภัพ เพราะวันเกิดของตนกลับกลายเป็นวันที่มารดาผู้ให้กำเนิดล่วงลับ อ้อมกอดอันอบอุ่นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลับกลายเป็นอ้อมกอดของหญิงวัยกลางคนซึ่งเปรียบเสมือนญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

‘ดอกแก้ว’ คือชื่อที่ป้านวลตั้งให้ โดยนางเลี้ยงดูอุ้มชูเด็กน้อยคนนี้มาด้วยความรักความหวงแหน ถึงบางครั้งจะแร้นแค้นและอดมื้อกินมื้อ แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นป้าก็อุตสาหะหาอาหารมาเลี้ยง แม้กระทั่งบางวันไม่รู้จะหาอะไรมาให้กิน หญิงวัยกลางคนก็ยังบากหน้าไปขอน้ำนมวัวจากชาวบ้านในละแวกนั้นมาให้เด็กน้อยได้ดื่มประทังชีวิต...

๑๙ ปีต่อมา...

สายลมหนาวในยามราตรีกาล พัดพรายเข้ากระแทกโครมใส่ผนังไม้ไผ่เก่าครึของกระท่อมหลังเล็กจนแทบจะแตกปริออกจากกัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสัพยอกของต้นมะม่วงทึนทึกที่กวาดกิ่งดังครืดคราดอยู่ด้านข้างของกระท่อม

แรงลมทำเอาใบไม้แห้งยุ่ยที่กองสุมกันอยู่บนหลังคาเพิงหมาแหงนร่วงกราวปลิววะว่อนลงมาสู่พื้นดินเบื้องล่าง ค่ำคืนนี้มืดสลัว มีเพียงแค่แสงพระจันทร์นวลผ่องที่ส่องสว่างซับน้ำค้างเป็นประกายอร่ามเรือง ยังผลให้ร่างแน่งน้อยของดอกแก้ว หญิงสาววัย ๑๙ ปี ซึ่งกำลังนอนขดคู้อยู่ภายในกระท่อมหลังนั้นต้องซุกกายเข้าไปใต้ผ้าห่มเก่าๆ จนเกือบจะคลุมมิดถึงปลายคางด้วยความหนาวเหน็บ เธอไม่ชอบฤดูกาลที่แสนจะทรมานแบบนี้เลย เพราะทุกค่ำคืนต้องทนทุกข์กับอากาศเย็นเฉียบที่เล็ดลอดมาตามช่องโหว่ของผนังไม้ผุๆ เข้าไปทำร้ายผิวอันบอบบาง แม้แต่ผ้าห่มก็ไม่สามารถช่วยปกป้องและให้ความอบอุ่นได้เลย...

เช้านี้ดวงอาทิตย์ทอแสงเรืองรองเบิกกลีบเมฆของวันใหม่ ดอกแก้วปรือตาขึ้นอย่างช้าๆ และรีบยกมือป้องแสงเอาไว้เนื่องจากประกายแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าของตนพอดี เมื่อคืนจนแล้วจนรอดเธอแทบจะไม่ได้นอนเลย เพราะสายลมหนาวหอบหิ้วเอาความเย็นยะเยือกมากัดกร่อนผิวกายให้สั่นสะท้านไปทั่วทุกอณู...

หญิงสาวในชุดมอซอลุกขึ้นแล้วเดินไปใกล้ริมหน้าต่างเพื่อรับไออุ่นจากแสงแดดในยามเช้า นัยน์ตาสีดำสนิทกลมโตทอดมองออกไปเบื้องนอก ก็พบว่าป้านวลซึ่งเป็นญาติที่หลงเหลือเพียงคนเดียวค่อยๆ ยกหม้อดินขึ้นตั้งไฟที่กำลังโหมลุกเป็นสีแดงฉานอยู่บนเตาถ่าน

ร่างบอบบางจึงรีบกลับมานั่งพับผ้าห่มอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอนและเดินลงมาสมทบกับผู้เป็นป้าซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการหุงหาอาหารมื้อเช้าให้สองชีวิต

“อ้าวตื่นแล้วเหรอ...แก้ว”

“จ้ะป้า มีอะไรให้แก้วช่วยหรือเปล่า”

“ไม่มีหรอก เดี๋ยวเอ็งไปล้างหน้าล้างตาและเตรียมกินข้าว เสร็จแล้วจะได้ออกไปเก็บผักบุ้งเอาไปขายที่ตลาดกัน”

ดอกแก้วพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะรีบหมุนตัวไปทางตุ่มน้ำซึ่งอยู่ด้านหลังของกระท่อม มือเล็กๆ เปิดฝาตุ่มออกแล้วใช้ขันจ้วงตักน้ำมาล้างหน้าแค่ลวกๆ เนื่องจากความเย็นของน้ำในตุ่มเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เธออ้อยอิ่งนานไม่ได้

สองป้าหลานใช้เวลาในการกินข้าวมื้อเช้าไม่นานนัก จากนั้นดอกแก้วก็มุ่งหน้าไปยังคลองริมน้ำที่มีผักบุ้งหรือผักทอดยอดขึ้นอยู่เป็นบริเวณกว้าง หญิงสาวรีบลงไปเด็ดปลายยอดของผักชนิดนั้นใส่จนเต็มตะกร้าไม้ใบใหญ่ซึ่งจัดไว้และแบ่งเป็นกำๆ พอประมาณเพื่อเตรียมนำไปขายยังตลาด

ขณะนั้นเอง! เสียงฝีเท้าของอาชาไนยตัวหนึ่งวิ่งมาดังกุบกับๆ ก่อนจะร้องคำรามฮี้! พร้อมทั้งยกขาหน้าคู้ขึ้น หลังจากเจ้านายของมันกระตุกสายบังเหียนสุดแรง ทำเอาดอกแก้วที่กำลังก้มเก็บผักบุ้งอยู่อย่างขะมักเขม้นต้องค่อยๆ แหงนเงยใบหน้าขึ้นแล้วเขม้นตามองด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ

เขานั่งตัวตรงอย่างสง่างามบนม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ เบื้องหลังคือดวงอาทิตย์ขนาดมหึมากำลังแผ่รังสีสีทองอร่ามตรงเหลี่ยมภูผา สะท้อนให้ด้านหน้าของคนที่อยู่บนหลังม้ากลายเป็นเงาดำทมิฬราวกับอสูรร้ายที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงอเวจี!

ใบหน้าที่ดูนิ่งขรึมกับจมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกแสนหยิ่งผยอง รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้ดอกแก้วรู้ทันทีเลยว่า เขาคนนั้นคือใคร!

‘คุณชายวัชร’ หรือ ‘หม่อมราชวงศ์พลวัชร เทพวรกานต์’ ราชนิกุลหนุ่มผู้มั่งคั่ง เป็นบุตรชายคนเดียวของ ‘หม่อมเจ้าประเวศน์’ และ ‘หม่อมสร้อยฟ้า’

บุรุษผู้นี้นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ยังร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สมบัติพัสถานและหน้าที่การงานอันสูงส่ง แต่กระนั้นก็ใช่ว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เพราะอีกด้านหนึ่งของเขาก็คือ คนไร้หัวใจ! ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่! เย็นชาเหมือนดั่งน้ำแข็งขั้วโลก! แถมยังมีนิสัยจอมเผด็จการอีกต่างหาก!

“อีตาคุณชายขี้งก! กะอีแค่ผักบุ้งที่เกิดขึ้นเองตามริมคลองน้ำ ไม่รู้จะงกไปถึงไหนกันเชียว คนบ้าอะไรใจดำชะมัด งกได้แม้กระทั่งผักบุ้ง...ฮึ!”

หญิงสาวสะบัดไหล่พรืด ทำจมูกบาน หายใจฟืดฟาดเหมือนวัวกระทิงเห็นศัตรู แล้วจึงหันกลับไปก้มหน้าก้มตาเก็บผักบุ้งตามเดิมโดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะชักสีหน้าเช่นไร

หม่อมราชวงศ์พลวัชรรีบกระโดดลงมาจากหลังม้า ร่างสูงผึ่งผายภายใต้อาภรณ์หรูหราส่งสายตาวาวโรจน์เสมือนพญาราชสีห์กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ มือหนาเกร็งแกร่งชักปืนสั้นที่อยู่ในซองพกเข็มขัดเอว พลางจรดปลายกระบอกชี้ขึ้นบนท้องฟ้า และลั่นไกเสียงดัง เปรี้ยง! เปรี้ยง! สองนัดติดกัน ก่อนจะเอาปลายกระบอกร้อนๆ ลงมาเป่าควันดังฟิ้วอย่างมาดคาวบอย

ดอกแก้วเบ้ปากแล้วคิดอคติต่ออีตาคุณชายหน้าปลาช่อนในใจอย่างโกรธเคือง จนอดที่จะแสดงกิริยาฮึดฮัดออกมาไม่ได้ หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรเข้ามาเก็บผักบุ้งในอาณาเขตของเขา แต่จะให้ทำกระไรได้ ถ้าไม่เข้ามาเก็บ เธอกับป้าก็ไม่มีอันจะกินเป็นแน่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status