LOGINเคนหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนดินลูกรังที่สองข้างทางเต็มไปด้วยแมกไม้ครึ้ม ก่อนจะมาหยุดสนิทหน้าบ้านพักหลังเก่าที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก แต่สำหรับคนที่อารมณ์กำลังเดือดพล่านอย่างเคน... ผีที่ไหนเขาก็ไม่สนทั้งนั้น!
"ลงมา!" เคนเดินมาเปิดประตูรถแล้วกระชากแขนเกวลินให้ลงจากรถอย่างแรง
"โอ๊ย! เคน ฉันเจ็บนะ! นายพาฉันมาที่นี่ทำไม บอกแล้วไงว่าฉันอยากพัก!" เกวลินพยายามขัดขืน แต่แรงบีบที่ข้อมือทำเอาเธอหน้าเหยเก
"พักเหรอ? เมื่อกี้ที่โรงพยาบาลยังดูสดชื่นอยู่เลยไม่ใช่หรือไง!" เคนเหวี่ยงร่างบางเข้าไปในตัวบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นจางๆ แสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้ทำให้เห็นฝุ่นที่ลอยฟุ้ง
เคนดันเกวลินจนแผ่นหลังเธอแนบติดกับผนังไม้เก่าๆ เขาโน้มตัวลงมาจนเกวลินสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่มและกลิ่นอายความโกรธ
"หมอนั่นทำท่าไหนบ้างล่ะ... หืม? มันถึงทำให้คุณหนูดูพอใจขนาดนี้"
"นายมันบ้าไปแล้วเคน! อ๊ะ..."
ยังไม่ทันที่เกวลินจะด่าจบ เคนก็บดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนคุณหมอ แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ เขาจงใจขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
"อื้อออ... อ่อย... (ปล่อย)" เกวลินพยายามทุบตีอกแกร่ง แต่แล้วร่างกายที่เคยอิ่มมาจากโรงพยาบาล กลับเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้งเพียงเพราะสัมผัสที่ป่าเถื่อนของเขา
คำสาปราคะในกายเธอเหมือนจะชอบใจรสชาติที่รุนแรงแบบนี้ มันเริ่มปลุกปั่นให้ความร้อนรุ่มที่กึ่งกลางกายกลับมาทำงานอีกรอบอย่างรวดเร็ว
"หึ... ปากบอกให้ปล่อย แต่ร่างกายกลับสั่นสู้แบบนี้เนี่ยนะ?" เคนถอนจูบออกแล้วแสยะยิ้มร้าย มือหนาเริ่มรุกรานเข้าไปใต้สาบเสื้อของเธอ
"ในบ้านร้างแบบนี้... ต่อให้คุณหนูครางดังแค่ไหน ก็มีแค่ผีเท่านั้นแหละที่ได้ยิน!"
เคนจัดการรวบขาเรียวทั้งสองข้างของเกวลินขึ้นเกี่ยวกระหวัดเอวหนาของเขาไว้ ก่อนจะดันร่างเธอให้สูงขึ้นจนแผ่นหลังครูดไปกับผนังไม้
"คราวนี้... ผมจะทำให้คุณหนูลืมรสชาติของไอ้หมอนั่นให้ราบคาบเลย!"
"หยุดนะเคน... ฉันบอกให้หยุด... อื้อออ!"
เกวลินพยายามพ่นคำด่าทอและใช้มือเล็กๆ ทุบตีไหล่หนาของเขา แต่ความจริงคือเรี่ยวแรงของเธอมันช่างเบาบางลงเรื่อยๆ เมื่อฝ่ามือร้อนระอุของเคนเริ่มลากผ่านผิวเนียนละเอียด คำสาปที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดเริ่มขานรับสัมผัสจากบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างรุนแรงจนเธอลืมความโกรธแค้นไปชั่วขณะ
"ขัดขืนให้ตลอดนะครับคุณหนู... เพราะยิ่งคุณสู้ ผมยิ่งมีอารมณ์" เคนกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ
"อ๊ะ... อ๊าส์... ไอ้บ้าเคน... อื้อออ"
เสียงด่าเริ่มกลายเป็นเสียงครางหวานอย่างห้ามไม่อยู่ เกวลินเผลอจิกเล็บลงบนหลังของเคนจนเสื้อเชิ้ตของเขาเริ่มยับยู่ยี่ ร่างกายท่อนล่างของเธอที่เกี่ยวกระหวัดเอวเขาสั่นระริก เมื่อสัมผัสได้ถึงความต้องการที่แข็งขึงของเคนที่บดเบียดเข้ามาผ่านเนื้อผ้า
เคนไม่รอช้า เขาจัดการใช้มือเพียงข้างเดียวรั้งเสื้อของเกวลินขึ้นสูง ก่อนจะเริ่มบทลงโทษที่เร่าร้อนท่ามกลางฝุ่นละอองในบ้านร้าง แผ่นหลังของเกวลินเสียดสีกับผนังไม้เก่าๆ จนรู้สึกแสบ แต่ความสยิวที่พุ่งพล่านกลับกลบความเจ็บปวดไปจนสิ้น
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงดังสะท้อนไปทั่วบ้านร้างที่ไร้ผู้คน เกวลินเชิดหน้าขึ้นระบายอารมณ์ ดวงตาคู่สวยพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน เธอเกลียดที่ตัวเองสมยอมเขาแบบนี้ แต่ความร้อนรุ่มที่เคนมอบให้มันช่างเติมเต็มคำสาปในกายเธอได้อย่างดีเยี่ยม
"อ๊ะ อ๊ะ... เคน... แรงอีก... อ๊าส์! ฉัน... ฉันจะตายแล้ว!"
"ตายในอ้อมกอดผม... ดีกว่าไปตายในมือไอ้หมอหน้าจืดนั่นใช่ไหมครับ?" เคนคำรามพร้อมกับเร่งจังหวะให้หนักหน่วงขึ้นไปอีก จนกระทั่งทุกอย่างระเบิดออกมาเป็นสีขาวโพลนไปหมด
เกวลินฟุบหน้าลงกับไหล่กว้างของเคนอย่างหมดแรง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เคนยังคงกอดรัดร่างบางไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยเธอลงพื้นง่ายๆ แม้กิจกรรมจะจบลงแล้วก็ตาม
"จำไว้เกวลิน... ไม่ว่าใครจะแตะต้องคุณ แต่คนที่ทำให้คุณถึงใจได้มากที่สุด... คือผมแค่คนเดียว"
"เคนพอแล้ว... ฉันจะกลับบ้าน" เกวลินประท้วงเสียงแผ่วขณะที่ร่างถูกอุ้มมาวางลงบนเตียงไม้เก่าๆ ที่มีเพียงผ้าปูที่นอนสีซีดเซียวและฝุ่นหนาเตอะ แต่เคนไม่สนความสกปรกนั้นเลยแม้แต่น้อย
"กลับไปสภาพนี้ พี่ชายคุณหนูคงสงสัยตายล่ะครับว่าไปทำอะไรมาถึงได้เยิ้มไปทั้งตัวขนาดนี้" เคนพูดพลางปลดเข็มขัดตัวเองออกอย่างช้าๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่รอยแดงจางๆ บนคอขาวที่เขาเพิ่งฝากไว้
"นายมันปีศาจ... อ๊ะ!"
เกวลินสะดุ้งสุดตัวเมื่อเคนกระชากขาเธอให้เลื่อนมาอยู่ที่ขอบเตียง ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว คราวนี้เขาไม่นุ่มนวลเลยแม้แต่นิดเดียว แรงอารมณ์ที่คุกรุ่นจากโรงพยาบาลทำให้เขาอยากจะสั่งสอนเธอให้หลาบจำว่าใครคือเจ้าของร่างกายนี้ที่แท้จริง
"เมื่อกี้ที่ประตู... มันแค่สั่งสอน แต่ที่เตียงนี่สิ... ของจริง!"
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเตียงไม้เก่าๆ ลั่น เอี๊ยดอ๊าด ดังสนั่นหวั่นไหวไปตามแรงกระแทกที่โถมเข้าใส่ เกวลินจิกนิ้วลงบนฟูกเก่าๆ จนฝุ่นลอยฟุ้ง เธอส่ายหน้าไปมาด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง ร่างกายที่เคยคิดว่าอิ่มแล้ว กลับโหยหาการเติมเต็มจากเคนอย่างบ้าคลั่ง
"อื้อออ! เคน... อ๊าาา! ตรงนั้น... ฮ้าาา!"
"ครางออกมาครับเกวลิน ครางให้ผีในบ้านนี้มันรู้ไปเลยว่าคุณเป็นของขี้ข้าอย่างผม!" เคนก้มลงกระซิบเสียงต่ำพลางบีบเค้นทรวงอกงามอย่างหนักมือ
จังหวะที่ดุเดือดและต่อเนื่องทำให้เกวลินสมองขาวโพลน เธอไม่เหลือมาดคุณหนูผู้จองหองอีกต่อไป มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังรุ่มร้อนไปด้วยพิษจากคำสาปและพิษสวาทจากชายตรงหน้า ความเจ็บแสบจากการเสียดสีกับฟูกแข็งๆ กลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
"จะเสร็จ... ฉันจะเสร็จแล้วเคน! อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์!"
"พร้อมกันนะเกวลิน... อึ่มมม!"
เคนเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างรัวเร็วและรุนแรงจนเตียงไม้แทบจะรับน้ำหนักไม่ไหว ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกมาเป็นความอุ่นวาบที่ไหลซึมเข้าสู่ร่างกายของเธออีกครั้ง เกวลินกระตุกเกร็งลั่นบ้านร้าง พลางโอบกอดคอบอดี้การ์ดหนุ่มไว้แน่นเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ
เขาทิ้งตัวลงทับร่างบางที่อาบไปด้วยเหงื่อและฝุ่น ทั้งคู่หอบหายใจรัวรินอยู่ในความสลัวของยามเย็น
"คราวนี้... จำรสชาติของผมไว้ให้แม่นนะครับคุณหนู อย่าได้คิดจะไปหาหมอที่ไหนอีก" เคนจูบซับที่ขมับของเธอเบาๆ แต่ในคำพูดนั้นกลับเต็มไปด้วยคำสั่งที่เด็ดขาด
บรรยากาศภายในรถอัลพาร์ดเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา เคนมองผ่านกระจกหลังเห็นเกวลินหลับไหลไม่ได้สติด้วยความอ่อนเพลีย ร่างกายของเธอมีรอยแดงจางๆ ที่เขาเป็นคนฝากไว้ประปราย ผิวแก้มที่เคยขาวซีดบัดนี้กลับมีสีเลือดฝาดจากการกรำศึกหนักในบ้านร้าง
เคนกระชับพวงมาลัยแน่น ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
เคนขับรถช้าลงกว่าปกติสายตาคอยชำเลืองมองร่างบางที่เบาะหลังเป็นระยะ ความสะใจที่ได้เอาชนะคุณหนูจองหองในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ขมวดมวนอยู่ในอก เขาจำได้ถึงสัมผัสที่เธอโอบกอดเขาไว้แน่นจำเสียงครางที่เรียกชื่อเขาอย่างโหยหา และจำแววตาที่สั่นระริกคู่นั้นได้ดี
'นี่เราเป็นอะไรไปวะ?' เคนถามตัวเองในใจ
เขาควรจะสะใจที่กุมจุดอ่อนของเธอไว้ได้ ควรจะพอใจที่ได้สั่งสอนให้เธอหลาบจำ แต่พอเห็นเธอหลับนิ่งๆ เหมือนตุ๊กตาที่แตกสลายแบบนี้ ใจเขากลับกระตุกวูบ ความรู้สึกอยากปกป้องเริ่มแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความอยากทำลาย
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่เขตคฤหาสน์หรู เคนจอดรถในที่ลับตาคนก่อนจะถึงประตูหน้าบ้าน เขาดับเครื่องแล้วเดินไปเปิดประตูหลัง มองดูเกวลินที่ยังไม่ตื่นขึ้นมา
เขาก้มลงหยิบเสื้อสูทของตัวเองที่วางอยู่ข้างๆ มาคลุมร่างที่กึ่งเปลือยของเธอไว้อย่างเบามือ ปลายนิ้วหนาเผลอไปสัมผัสที่แก้มใสช้าๆ อย่างถนุถนอม... ความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยคิดจะมอบให้ผู้หญิงที่ชื่อเกวลินมาก่อน
"อืมมม... เคน..." เกวลินละเมอออกมาเบาๆ พลางซุกหน้าเข้าหาฝ่ามือของเขา
คำเรียกขานที่ไร้ซึ่งความจองหองในยามหลับ ทำให้กำแพงในใจของเคนพังทลายลงไปอีกชั้น เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอแผ่วเบา "ผมจะพาคุณหนูเข้าบ้านนะครับ... ไม่ต้องกลัวนะ"
เคนตัดสินใจอุ้มร่างของเกวลินขึ้นแนบอก เขาตั้งใจว่าจะไม่เดินเข้าทางหน้าบ้านเพื่อเลี่ยงสายตาคนใช้และพี่ชายของเธอ เขาพาเธอลัดเลาะไปตามสวนหลังบ้านที่เขารู้ทางหนีทีไล่ดี เพื่อส่งเธอให้ถึงห้องนอนอย่างปลอดภัยที่สุด... โดยที่ความรู้สึกในใจของเขามันเริ่มเปลี่ยนไปจากบอดี้การ์ดกลายเป็นอย่างอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้น
เสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ระเบียงหยุดชะงักลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด ภาคินเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเกวลินที่ยังสั่นสะท้านพิงขอบระเบียง โดยมีเคนซ้อนอยู่ด้านหลัง"คุณ... คุณภาคิน" เกวลินอุทานเสียงพร่า เธอเบิกตากว้างด้วยความอึ้ง ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลียจากการกรำศึกหนักกับเคนมาหลายยก "ไหนคุณบอกว่า... อยากให้ค่อยเป็นค่อยไป...""ฉันเปลี่ยนใจแล้ว" ภาคินเค้นเสียงรอดไรฟัน เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพลางปลดเนกไทออกอย่างช้าๆ รังสีความเหี้ยมเกรียมแผ่ซ่านจนเคนยังต้องชะงัก "ฉันทนฟังเสียงเธอครางชื่อมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเกวลิน... ในเมื่อเธอโหยหาผู้ชายน้อยใหญ่มาช่วยดับร้อนนัก ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์ให้มันจบๆ ไป!"ภาคินกระชากแขนเกวลินให้หันกลับมาหาเขา โดยที่เคนยังไม่ยอมถอนกายออก ความอึดอัดและเสียวซ่านจู่โจมเกวลินจนเธอต้องร้องครางออกมา"อ๊ะ... อ๊าส์! คุณภาคิน... ฉันเหนื่อย..." เกวลินพยายามประท้วง น้ำตาคลอเบ้าเพราะร่างกายเธอรับศึกหนักมาเกินขีดจำกัดแล้ว"เหนื่อยเหรอ? แต่ร่องเธอยังตอดรัดไอ้เคนไม่เลิกเลยนะ!" ภาคินตวาดพลางบีบคางเธ
เคนโถมกายเข้าหาเกวลินทันทีที่ประตูล็อคสนิท เขาจัดการแยกขาเรียวสวยออกกว้างแล้วแทรกตัวเข้าไประหว่างกลางอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า มือหนาบีบเค้นเต้าอิ่มจนทะลักล้นง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงดูดดึงยอดอกของเธออย่างมูมมาม"จ๊วบ... จ๊วบ... แฮ่ก...""อ๊าส์! เคน... อื้อออออ!" เกวลินเชิดหน้าขึ้นหอบพร่า ลิ้นร้อนที่ตวัดรัวบนอกทำให้เธอเสียวซ่านจนตัวสั่นระริก "เบาหน่อย... อ๊ะ! อ๊างงงงง""ทำไมต้องเบาล่ะครับคุณหนู ในเมื่อข้างล่างของคุณหนูมันแฉะจนจะราดขาผมอยู่แล้ว!" เคนพูดพึมพำกับยอดอกก่อนจะส่งนิ้วร้ายเข้าไปสำรวจร่องรักที่ชุ่มฉ่ำน้ำหวาน"แจ๊ะ... แจ๊ะ... จ๊วบ!""อ๊าาาาาาส์! เคน! อื้ออออ... ตรงนั้น... ฮ่ะ... อ๊าส์! อ๊าส์!" เกวลินครางระงมพลางจิกมือลงบนผ้าปูเตียงจนยับย่น ความชำนาญของเคนทำให้คำสาปในกายเธอพุ่งพล่าน ร่างกายเริ่มบิดเร้าไปตามจังหวะนิ้วที่รัวเร็วและหนักหน่วงเคนไม่ยอมปล่อยให้เธอพัก เขาจ้วงแทงแก่นกายใหญ่โตเข้าสู่ความอ่อนนุ่มรวดเดียวจนสุดโคน!ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!"อ๊างงงงงงง! อื้อออออ! เคน... แรงอีก... อ๊าส์! อ๊าส์! อ๊าส์!" เกวลินหลุดครางเสียงหลง ตาของเธอเริ่มเหลือกลอยด้วยความเสียวที่ท่วมท้น จังหวะกร
เกวลินสะอื้นจนตัวโยน ร่างกายที่บอบช้ำพิงกำแพงอย่างหมดแรง เธอเงยหน้าที่นองน้ำตาขึ้นสบตากับภาคินที่ยืนมองอยู่ด้วยความสับสนและกดดัน"คุณด่าฉันว่าร่าน... คุณมองว่าฉันมันไร้ค่า..." เกวลินแค่นเสียงหัวเราะสมเพชตัวเอง "แต่คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องเป็นแบบนี้? มันไม่ใช่เพราะสันดานหรอกคุณภาคิน! แต่มันคือบาป ที่ฉันทำไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนต่างหาก!"ภาคินขมวดคิ้วจ้องมองเธอเขม็ง "บาปอะไรของเธอ?""ฉันมันเป็นคนโอหัง... ฉันเคยด่าทอและเหยียดหยามยายแก่ขอทานมอมแมมคนหนึ่งด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เพียงเพราะแกเดินมาขวางทางฉัน ฉันมองแกด้วยสายตาขยะแขยงและพูดจาดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นคนของแกอย่างไม่ใยดี!" เกวลินหลับตาลง ภาพดวงตาขุ่นมัวที่จ้องเขม็งมายังเธอวันนั้นยังหลอกหลอน "ยายแก่คนนั้นไม่ได้โกรธ... แต่แกยิ้ม แล้วสาปแช่งให้ฉันต้องตกอยู่ในนรกที่ไม่มีวันจบสิ้น แกบอกว่าในเมื่อฉันรักศักดิ์ศรีนัก แกก็จะทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่หิวโหยราคะจนต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีไปอ้อนวอนขอสัมผัสจากใครก็ได้!"เกวลินเริ่มร้องไห้หนักขึ้นจนตัวสั่น "แกสาปให้ร่างกายของฉันโหยหาตัณหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อให้ฉันรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคนที
ท่ามกลางเสียงกระแทกกระทั้นที่หยาบโลนและเสียงครางที่สุขสมปนทรมานของเกวลิน จู่ๆ ร่างของ ภาคิน ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็แข็งทื่อไป สายตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างรุนแรงภาพของเกวลินที่กำลังถูกเคนรุกรานในท่าที่ประจันหน้ากับเขา มันดันไปซ้อนทับกับภาพเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตภาพผู้หญิงคนนั้นที่เขาเคยรัก เธอกำลังถูกกระทำย่ำยีในสภาพไม่ต่างจากนี้ รอยเลือด รอยช้ำ และเสียงร้องไห้ที่โหยหาความช่วยเหลือมันดังก้องขึ้นมาในโสตประสาทของเขาจนหูอื้อไปหมด"มะ ไม่... หยุด..." ภาคินพึมพำ เสียงของเขาสั่นพร่า แก้วบรั่นดีในมือร่วงหล่นลงบนพรมหนาจนน้ำเหล้าสาดกระจายเคนที่กำลังโหมแรงใส่เกวลินชะงักไปเล็กน้อยด้วยความงง แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดจังหวะรัก "เป็นอะไรไปครับคุณภาคิน? ทนดูไม่ได้เหรอครับ!""หยุดพูด! ออกไป! ออกไปให้พ้น!" ภาคินตะโกนลั่นพลางกุมขมับตัวเองแน่น ใบหน้าของเขาซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม อาการแพนิคกำเริบหนักจนเขาเริ่มหายใจไม่ออก ภาพตรงหน้ามันพร่าเลือนจนเขามองเห็นเกวลินเป็นร่างของผู้หญิงคนเดิมที่กำลังชุ่มไปด้วยเลือดเกวลินปรือตามองภาคินด้วยความตกใจ เธอเห็นเขาตัวสั่นเหมือนคน
ภาคินตัดสินใจรวบตัวเกวลินขึ้นแนบอก เขาอุ้มร่างบางที่กำลังบิดเร้าด้วยความร้อนรุ่มจากคำสาปไปยังห้องนอนหรูของเธอ เมื่อวางเธอลงบนเตียงกว้าง เกวลินที่สติเริ่มเลอะเลือนก็ปรือตาขึ้นมอง ชายหนุ่มตรงหน้าดูหล่อเหลาและดุดันจนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบไล้รอยสักที่คอของเขา"คุณภาคิน... ฉันต้องการคุณ" เกวลินกระซิบเสียงพร่า พลางโน้มคอเขาลงมาหมายจะบดจูบ การอ่อยครั้งนี้รุนแรงและจริงจังจนภาคินเกือบจะเสียศูนย์แต่จมูกระดับนักธุรกิจสีเทาของเขากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ที่คุ้นเคยจากหน้าห้อง ภาคินชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขารู้ว่า เคน กำลังยืนดูอยู่หลังประตู"อยากได้ฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?" ภาคินเอ่ยเสียงดังพอที่จะให้คนข้างนอกได้ยิน เขากดข้อมือเกวลินไว้กับเตียง "ในเมื่ออยากพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่า ไม่ใช่แค่ผู้หญิงร่านไปทั่ว... งั้นฉันจะให้โอกาสเธอพิสูจน์ต่อหน้าหมาหวงก้างของเธอเสียหน่อยเป็นไง?"ภาคินหันไปตะโกนสั่งเสียงเข้ม "เข้ามา! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างนอก เคน!"ประตูถูกผลักเปิดออกทันที เคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตและเจ็บปวด เขากำหมัดแน่นจนตัวสั่นเมื่อเห็
เกวลินตัดสินใจล้างภาพลักษณ์คุณหนูผู้อ่อนแอและรุ่มร้อนทิ้งไป เธอเปลี่ยนจากชุดเดรสวาบหวามมาเป็นสูทกางเกงสีดำเข้ารูปที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความหรูหรา เธอเริ่มเข้าไปนั่งในห้องทำงานของภาคินทุกวัน ไม่ใช่เพื่อไปยั่วเวยน แต่เพื่อขออ่านเอกสารสัญญาและการเดินบัญชีของกาสิโนและโรงแรมในเครือของเขา"จะมาเล่นขายของอะไรตรงนี้อีก?" ภาคินเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ แววตาคมกริบมองร่างบางที่นั่งคัดแยกเอกสารอย่างตั้งใจ"ฉันแค่จะพิสูจน์ว่าฉันมีค่ามากกว่าที่คุณคิด" เกวลินตอบโดยไม่เงยหน้า "สัญญาฉบับนี้ที่คุณกำลังจะเซ็นกับกลุ่มนายทุนจีน... พวกเขาหมกเม็ดเรื่องเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างตรงภาคผนวกหน้า 12 ค่ะ ถ้าคุณเซ็นไป คุณจะเสียรายได้ไปเกือบ 20 ล้านในไตรมาสแรก"ภาคินชะงักไปเล็กน้อย เขาคว้าเอกสารฉบับนั้นมาเปิดดูตามที่เธอระบุ แล้วแววตาเขาก็วูบไหวไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าสิ่งที่เกวลินพูดนั้นถูกต้องทั้งหมดเขานิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะโยนเอกสารลงบนโต๊ะแล้วแค่นหัวเราะออกมา "หึ... เก่งเรื่องตัวเลขขึ้นมาหน่อย แต่มันก็แค่นั้นแหละเกวลิน""แค่นั้นเหรอคะ? ฉันช่วยคุณประหยัดเงินได้ 20 ล้านนะ" เกวลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย"เงินแค่







