เข้าสู่ระบบเมื่อนำเมื่อนำชาสาวน้อยที่เวอร์จิ้นแต่เป็นคนขี้อ่อยดันมาเสียตัวให้กับหนุ่มวิศวะผู้ที่ขึ้นชื่อความกวนเรื่องยังไม่จบแค่นั้นเมื่อพ่อเลี้ยงของน้ำชายังจ้องจะจับเธอทำเมียทุกครั้งที่มีโอกาส
ดูเพิ่มเติมเสียงดนตรีในผับดังสนั่นแข่งกับไฟสลัวที่กะพริบตามจังหวะเบส
กลุ่มนัวัยรุ่นลังนั่งล้อมโต๊ะไม้ยาวกลางร้าน ควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวลอยู่รอบตัว ไดม่อนนั่งเอนหลังบนโซฟาหนังสีดำ มือใหญ่หมุนแก้วเหล้าไปมาอย่างใจเย็น แสงไฟนีออนสีฟ้าสะท้อนบนใบหน้าคมสัน ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่เพียงแค่ท่าทางนิ่ง ๆ ดวงตาคมเข้มที่จ้องมองตรงไปยังฟลอร์เต้นรำก็ทำให้ใครหลายคนเผลอมองซ้ำ “เห้ย ไอ้ม่อนสาว ๆ โต๊ะนั่นมองมึงไม่หยุดเลยว่ะ” เสียงหัวเราะของปอร์เช่เพื่อนซี้ตัวโย่งดังขึ้น เขายกแก้วชนกับเวย์ที่กำลังหัวเราะตาม ก่อนจะหันมาแซวไดม่อนต่อ “ดูท่าคงสนใจมึงไม่น้อยเลย”โต๊ะอีกฝั่งของผับ ไฟสลัวส่องกระทบแก้วค็อกเทลหลากสี เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มสาว ๆ ดังแข่งกับเสียงเพลง
น้ำชาสาวปีหนึ่งคณะบริหาร ใบหน้าหวานใสในชุดเดรสเรียบง่ายสีพาสเทล กำลังนั่งจิบม็อกเทลช้า ๆ ดวงตากลมโตแอบเหลือบไปทางโต๊ะชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าทุกโต๊ะในร้าน “นี่น้ำชา....หนุ่ม ๆ โต๊ะนั้นหล่อไม่เบาเลย สนใจสักคนเปล่า” ลีน่าเพื่อนสาวจอมแซวสะกิดแขนเบา ๆ “จะบ้ารึไง....เห็นฉันไปคนแบบไหนกันเนี่ย” “นี่...ยัยลีแกลืมไปแล้วเหรอว่าเพื่อนสาวแกยังเวอร์จิ้น...ยังไม่มีใครได้จิ้ม” แป้งหอมเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นมาบ้าง “อ๋อ ลืมไปซะสนิทเลย” “นี่ พวกแกเลิกพูดเรื่องของฉันสักที ถึงจะเวอร์จิ้นแต่ว่าเรื่องความรักฉันก็ไม่เคยขาดนะยะ รอเก็บไว้ให้สามีในอนาคตดีกว่า” “อย่ามาทำเป็นพูดหน่อยเลย นี่ถ้าไอ้แฟนเก่าตัวดีของเธอไม่นอกใจซะก่อน เธอก็คงเสร็จมันไปแล้วเหมือนกันแหละน่า น่าเสียดายแทนมันจริง ๆ” “พูดขึ้นมาแล้วอารมณ์เสีย...” “แต่ว่าชา...คนนั้นน่ะฉันไปสืบมาแล้ว พี่ไดม่อนวิศวะปีสาม ของดีเมืองนี้เชียวนะ ไม่สนหน่อยเหรอ” “ถ้าของดีจริง ๆ เขาจะสนใจฉันเหรอ” “ก็ไม่แน่ ลองดูมั้ยล่ะ ถ้าไม่เวิคก็แค่กลับ” “นี่ยัยลี...อย่าเลยน่า เธอไม่กล้าหรอกเชื่อเถอะ” แป้งหอมพูดพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่คำตอบของน้ำชาทำให้สองเพื่อนสาวตาโตทันที “ใครบอกว่าฉันไม่กล้า...ก็แค่ผู้ชายคนเดียวไม่ใช่เหรอ” ไม่นานน้ำชาก็เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขาเพียงชั่ววินาที ก่อนริมฝีปากบางจะยกยิ้มมุมปากอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อน จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวลงบนตักไดม่อนอย่างยั่วยวน ทุกคนรอบโต๊ะอึ้งเงียบไปถนัดตา กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอลอยแตะจมูกชายหนุ่มในทันที เส้นผมนุ่มปลิวลงบนไหล่เขา ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบกับสายตาคมกริบของไดม่อนที่ตอนนี้แข็งค้างไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหวานโน้มเข้าใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะข้างแก้มของชายหนุ่ม เสียงกระซิบเบาราวลมหายใจทำให้หัวใจใครหลายคนแทบหยุดเต้น “เท่าไหร่เหรอ...จ่ายจบครบแยกย้ายสนใจเปล่า” ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าใกล้ ปลายจมูกเกือบแตะแก้มขาวของน้ำชา เสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจนแม้ท่ามกลางเพลงที่ดังลั่น “ในกระเป๋ามีเงินอยู่เท่าไหร่ล่ะ…ถึงอยากจะซื้อกู” ดวงตาคมกริบตวัดมองใบหน้าเล็กที่เริ่มซีดเล็กน้อย แต่ริมฝีปากยังคงยิ้มท้าทาย เขาหยักยิ้มเย็นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกระซิบซ้ำรัว ๆ แทบแนบหู “ถ้าเงินไม่พอ…กูขอซื้อมึงคืนได้เปล่า เท่าไหร่ล่ะ…พัน? สองพัน?” มือใหญ่บีบเอวบางแน่นขึ้นเล็กน้อยราวกับจะตอกย้ำทุกคำพูด “หรือว่า…” เสียงทุ้มต่ำลากยาว ก่อนริมฝีปากหยักจะเฉียดใกล้หูเธอแทบแตะ “ให้กู…เฉย ๆ” มือเรียวลูบไล้ไปตามกรอบหน้าหล่อ ใบหน้าเผยรอยยิ้มนิด ๆ “ถ้าหล่อแบบนี้…ไม่คิดเงินค่ะ แต่ถ้า…ไม่ดีจริง ๆ ขอคอมเพลนนะคะ” “แล้วถ้าเธอไม่ดีล่ะ ฉันจะฟ้องร้องใครได้บ้าง” หญิงสาวก้มลงกระซิบที่ข้างหูเขาอีกครั้ง “ถ้าหนูไม่ดีจริง...ก็แล้วแต่พี่จะทำเลยค่ะ ทำยังไงหนูก็ได้ให้พี่พอใจ” ไดม่อนกลับไม่หัวเราะ เขาเพียงเหยียดยิ้มมุมปาก ก่อนมือใหญ่จะดันเอวบางออกอย่างไม่ใยดี ร่างเล็กเซไปเล็กน้อยด้วยแรงผลัก เสียงทุ้มต่ำของเขาตวัดขึ้นดุ ๆ ท่ามกลางสายตาทั้งร้าน “คันมาก…ก็ไปเล่นที่อื่น” น้ำชาก้าวออกจากโต๊ะนั้นทันที ก้าวขาเรียวอย่างมั่นคงแม้ในอกจะสั่นไหว เสียงหัวเราะแซวของเพื่อนไดม่อนยังดังตามหลังเหมือนมีดคมบาดใจ เธอเดินกลับมาที่โต๊ะตัวเอง ดวงตาของลีน่าและแป้งหอมรีบจ้องมองมาทันที สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยคำถาม “เป็นไง สำเร็จมั้ย” ลีน่าเอ่ยถามเสียงเบาลงเหมือนเกรงว่าคำพูดจะไปสะกิดแผลเพื่อน น้ำชาหยุดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาพาดไหล่ ดวงตากลมโตยังแดงระเรื่อ แต่ริมฝีปากบางกลับขยับเอ่ยเพียงคำสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “กลับกันเถอะ” สองเพื่อนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ก็รีบเก็บของตามไปโดยไม่ถามซ้ำ น้ำชาเดินนำออกจากผับ ไหล่เล็กสั่นเล็กน้อยใต้แสงไฟสลัว ดวงตาเหม่อมองไปข้างหน้าทั้งอาย ทั้งเจ็บ แต่ลึก ๆ ในใจกลับยังไม่ยอมแพ้ “เห้ย ไอ้ม่อน รุนแรงไปเปล่า ขาวๆ เนียนแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็นรอยหรอก” ปอร์เช่แซวขึ้นเสียงดัง พลางยกยิ้มเมื่อร่างเล็กเดินออกจากร้านไปไกลแล้ว “มึงชอบเหรอ...ทำไมเมื่อกี้ไม่เก็บไว้เล่นเองล่ะ” “ถ้าน้องมันนั่งลงบนตักกูแทนมึง กูไม่ปล่อยไว้หรอก” “หรือว่า....ไม่ใช่สเปค” เวย์ที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมาบ้าง ไดม่อนเอนตัวพิงโซฟา สายตาคมทอดตามแสงไฟสลัวไปยังทางออกที่หญิงสาวเดินผ่านไปเมื่อครู่ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเป็นครั้งสุดท้าย ริมฝีปากหยักขยับตอบช้า ๆ “ไม่ใช่ไม่ใช่สเปค....แค่วันนี้ไม่มีอารมณ์ งั้นวันนี้พอแค่นี้เถอะ กูกลับแล้ว” “ได้ไงไอ้ม่อนมึงพึ่งมาเองนะ” “เออน่า....สนุกกันต่อเถอะอย่ามาสนใจกูเลย” ชายหนุ่มทิ้งประโยคสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านั้น มือใหญ่ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก้าวออกจากผับไปอย่างไม่ใยดี แสงไฟนีออนสะท้อนแผ่นหลังสูงโปร่งดูโดดเดี่ยวและน่าเกรงขามในคราเดียวน้ำชาเดินไปเรื่อย ๆ ตามริมฟุตบาทกอดกระเป๋าแน่น ขาเร่งก้าวเร็ว ๆ ราวกับอยากทิ้งทุกอย่างในผับนั้นไว้เบื้องหลัง
ดวงตากลมโตแดงนิด ๆ ไม่รู้ว่าเพราะควันเหล้าหรือเพราะความอับอายกันแน่ “เหมือนตัวเองหล่อมากมั้ง...” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางสะบัดผมแรง ๆ “หน้าตาก็งั้น ๆ แหละ ทำมาเป็นหยิ่งไปได้ มิหน่ำซ้ำยังมาทำฉันอับอายอีก” เธอเงยหน้ามองถนนที่เงียบเหงา มือยกขึ้นกอดอกแน่น “ขออย่าให้เจอกันอีกเลย ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้” เสียงบ่นยังคงดังออกมาเป็นระยะเหมือนเด็กที่กำลังประชดใครบางคน ทั้งที่ลึก ๆ ในใจกลับยังวนเวียนนึกถึงแววตาคมกริบของผู้ชายคนนั้นที่จ้องเธอติดอยู่ในหัวไม่ไปไหน ไฟหน้ารถแท็กซี่ส่องมาตรงหน้า น้ำชารีบโบกเรียกทันทีเหมือนหาทางหนีจากความคิดตัวเอง เธอก้าวขึ้นรถพร้อมถอนหายใจแรง ๆ พึมพำคำสุดท้ายราวกับสาปส่ง “ถ้าเจออีกครั้ง......แม่จะต่อยให้ คอยดู”ตอนที่ 5เรื่องในอดีตวันต่อมาแดดยามสายลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ส่องลงบนบอร์ดกิจกรรมที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ซีดจางและภาพถ่ายจากรุ่นก่อน ๆ ที่ยังติดเรียงรายอยู่น้ำชายืนมองภาพเหล่านั้นนิ่ง ๆ สายตาค่อย ๆ ไหลไปตามแถวของใบหน้ารุ่นพี่หลายคนที่เคยสร้างชื่อเสียงให้คณะ จนกระทั่งสะดุดอยู่กับรูปผู้หญิงคนหนึ่งรุ่นพี่สาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ้มสดใสในชุดนักศึกษาที่เรียบร้อยสะอาดตา ใต้ภาพมีตัวหนังสือเล็ก ๆ เขียนกำกับว่า“ตัวแทนนิสิตดีเด่น” หญิงสาวมองค้างอยู่นานเหมือนถูกดึงดูด จนเพื่อนสนิทอย่าง ลีน่าเอียงหน้ามองตาม ก่อนจะถามขึ้นเบา ๆ“มองอะไรอยู่เหรอชา?”น้ำชาหลุดยิ้มบาง ๆ ในที่สุด“พี่คนนี้สวยจังเลยนะ…แถมเรียนเก่งจนได้ขึ้นบอร์ดมหาลัยอีกต่างหาก”“อื้อ...แต่ว่าเธอก็สวยเหมือนกัน”“แหม๋...ชมแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ”“เปล่าสักหน่อย”แป้งหอมเดินเข้ามาข้าง ๆ ก้มมองตามสายตาเพื่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาเหมือนกลัวคนอื่นได้ยิน“ได้ยินมานะ ว่าพี่เขาเสียแล้ว”“หา...ว่าไงนะ”“มานี่ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง ก่อนจะเข้ามาเรียนที่นี่ ฉันเคยอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ของมหาลัยในกระทู้ แล้วก็บังเอิญไปสะดุดกับเรื่องหนึ่งเข้า…”คำพูดน
ตอนที่ 4ลองยุ่งกับเธอดูสิรุ่งเช้าแสงแดดยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องเล็ก ๆ เสียงโทรศัพท์สั่นเบา ๆ บนโต๊ะทำให้น้ำชาขยับตัวจากที่นอนอย่างงัวเงียเธอลุกขึ้นมาเดินโซเซเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าลวก ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองกระจกบานใหญ่ตรงหน้า“กรี๊ดดดดดดด!!!”เสียงหวีดดังลั่น ริมฝีปากบางอ้าออกกว้าง ตากลมโตเบิกโพลงตรงต้นคอขาวเนียนมีรอยแดงเข้มชัดเจนหลายจุดเหมือนถูกจงใจประทับไว้“บะ…บ้าแล้ว!!!”น้ำชาทำตาโต ยกมือขึ้นลูบลน ๆ เหมือนคิดว่าจะลบออกได้“นี่มัน…นี่มันรอยดูดชัด ๆ เลย อีตาบ้านั่นทำอะไรเนี่ย!”หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อทั้งอายทั้งโกรธ ทั้งยังนึกถึงคำพูดเยาะเย้ยเมื่อคืน“อ่อนหัดขนาดนี้ มีอะไรให้น่าติดใจกัน” “ไอ้บ้าไดม่อน!”เธอสบถเสียงดัง แล้วล้มตัวฟุบหน้าลงบนอ่างล้างมือ มือเล็กปิดคอพัลวัน“ทำไงดีเนี่ยยยยยย”ตัดภาพมาที่มหาลัยแดดยามสายสาดลงมาบนลานกว้างหน้าอาคารเรียน นักศึกษาหลายกลุ่มนั่งจับกลุ่มคุยกันเสียงดังสลับเสียงหัวเราะน้ำชาเดินก้มหน้ามารอยบนคอโดนกลบด้วยเครื่องสำอางอย่างมิดชิด ก่อนจะทรุดนั่งลงบนม้านั่งข้าง ๆ เพื่อนสนิททันทีที่เธอนั่งลง เพื่อนทั้งสองก็หันมามองด้วยแววตากรุ
ตอนที่ 3ไม่เห็นจะเก่งอย่างที่พูด NCมือใหญ่เลื่อนลงต่ำ กอบกุมเรียวขาอ่อนของน้ำชาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เลิกชายกระโปรงเดรสขึ้นทีละน้อยผิวขาวนวลใต้แสงไฟสลัวค่อย ๆ ปรากฏต่อสายตาเขา ยิ่งทำให้ดวงตาคมเข้มฉายแวววาวโรจน์ยากเก็บซ่อนมือใหญ่ยกขึ้นจับคางเธอ บังคับให้เงยหน้ามอง ดวงตาคมกริบลุกวาวราวกับนักล่า ปลายนิ้วสากไล้จากคางลงมาตามลำคอจนถึงไหปลาร้า ความร้อนจากปลายนิ้วทำให้เธอสะท้านจนเสียงครางหลุดอีกครั้งมือหนาของกระชากสายเดี่ยวลงจนขาดเสียงดังเดรสซาตินร่นลงกองกับเอว เผยอกสวยที่ตั้งชันจนชายหนุ่มหลุดคำสบถ“แม่ง…”ชายหนุ่มก้มลงขบยอดอกปทุมของเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆจ๊วบ…เสียงดูดดุนสลับกับเสียงครางหวานที่หลุดจากริมฝีปากของเธอปลายลิ้นร้อนไล้วนรอบยอดดอกที่อยู่ใต้บราพรางมืออีกข้างก็บีบแค้น ลิ้นร้อนลากวนก่อนดูดดึงแรงจนเกิดเสียง พร้อมรอยแดงที่ประทับเป็นสัญลักษณ์ของการครอบครอง“อ๊ะ…อื้ม…!”เธอเผลอแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสอย่างห้ามไม่อยู่ มือจิกเบาะหนังจนเล็บแทบแตก ความร้อนซ่านทำให้สติละลายหมดสิ้นไดม่อนผละริมฝีปากจากอกชุ่มน้ำลาย เลียริมฝีปากตัวเองช้า ๆ ดวงตาคมวาวเหมือนสัตว์ร้าย นิ้วหนาลากจากหน้าท้องแบนราบลงสู่หว่างขา
ตอนที่ 2วันนี้รับลูกค้ารึเปล่าแดดยามสายส่องลอดร่มไม้ใหญ่ตรงม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกบริหารกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งนั่งจับกลุ่มกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงน้ำชาที่ก้มมองแฟ้มในมือ เหม่อไปไกล ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยทุกครั้งที่ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมาลีน่าจ้องเพื่อนรักแล้วถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“นี่ เมื่อคืนยังไม่ได้เล่าเลยว่าเกิดอะไรขึ้น”แป้งหอมเสริมเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“ใช่ ไงสำเร็จเปล่า”“สำเร็จกับผีน่ะสิ ผลักฉันออกอย่างแรง ขายหน้ายังไม่หาย”“สวย ๆ อย่างเธอนี่นะจะโดนปฏิเสธ ไม่ใช่ม้าง”“จริง ๆ แต่ช่างเถอะหวังว่าจะไม่เจอกันอีกแล้วกัน”ยังไม่ทันที่เธอจะถอนหายใจจบ แป้งหอมก็หันขวับไปทางประตูตึก ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วเอ่ยเสียงดังอย่างตื่นเต้น“เห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะ…นั่นไง เดินมานู้นแล้ว!”น้ำชาชะงักในทันที เธอเงยหน้าตามสายตาของเพื่อนอย่างเสียไม่ได้ แล้วหัวใจดวงเล็กก็เต้นแรงขึ้นมาทันทีร่างสูงในชุดช็อปสีเข้มก้าวเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไหล่กว้าง ใบหน้าคมเข้มท่ามกลางแดดยามสายยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นจนใครหลายคนที่อยู่แถวนั้นเผลอหันมามองลีน่าแอบกระซิบข้างหู“เอาแล้วไง…พรหมลิขิตชัด ๆ”





