LOGINเคนนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมมืดของบาร์ สายตาคมกริบจ้องมองเกวลินที่กำลังเยื้องกรายอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ เธอจงใจเบียดเสียดร่างกายกับชายหนุ่มแปลกหน้าคนแล้วคนเล่า ทุกครั้งที่เธอส่งยิ้มหวานหรือยอมให้ชายพวกนั้นแตะต้องเอวบาง เคนจะกระดกเหล้าเข้าปากราวกับมันคือน้ำเปล่า
"แกมันโง่เองเคน... ปากหมาจนเสียเรื่อง..." เขาสบถกับตัวเอง เสียงหัวใจมันเต้นโครมครามด้วยความริษยาที่แทบจะระเบิดออกมา เหล้าขวดแล้วขวดเล่าถูกสั่งมาไม่หยุด จนกระทั่งสติสัมปชัญญะของเคนเริ่มพร่าเลือน แต่ความโกรธกลับชัดเจนขึ้น เขาเห็นชายคนหนึ่งเริ่มเลื่อนมือต่ำลงไปใต้กระโปรงของเกวลิน และเธอก็แกล้งทำเป็นเคลิบเคลิ้มเพื่อยั่วโมโหเขา ปึก! เคนกระแทกแก้วลงบนโต๊ะจนร้าว เขาพยุงร่างกายที่โซเซแต่เต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อพุ่งตรงไปที่ฟลอร์เต้นรำทันที "เห้ย! แกเป็นใครวะ?" ชายคนนั้นร้องลั่นเมื่อถูกมือหนาของเคนกระชากไหล่จนล้มคว่ำ เคนไม่ตอบ แต่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเกวลิน แรงบีบจากความเมาและความหวงทำให้เธอถึงกับอุทานออกมา "เคน! นายเมาแล้วนะ ปล่อยฉัน!" "ใช่! ผมเมา! และผมก็กำลังจะบ้าเพราะคุณด้วย!" เคนไม่ฟังคำทัดทาน เขาไม่พาเธอไปที่รถ แต่กลับลากเธอตรงไปยังโถงทางเดินมืดๆ หลังบาร์ที่มีห้องพักพนักงานว่างอยู่ เขาถีบประตูเข้าไปแล้วเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาเก่าๆ ก่อนจะตามไปตะครุบไว้เหมือนเสือตะปบเหยื่อ "ปล่อยนะเคน! นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!" เกวลินพยายามดิ้นรน แต่กลิ่นเหล้าฉุนกะทิจากตัวเคนที่ผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนกลับทำให้คำสาปในตัวเธอเริ่มสั่นชัน "สิทธิ์เหรอ? ผมมีสิทธิ์ในตัวคุณมากกว่าไอ้หน้าไหนทั้งนั้นในร้านนี้!" เคนตะคอกออกมาพร้อมกับบดจูบลงไปอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง รสชาติของแอลกอฮอล์ขมปร่าแผ่ซ่านไปทั่วเพดานปาก เคนจัดการฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธออย่างไม่ใยดี ความเมาทำให้เขาคุมแรงไม่อยู่ เขาซุกไซ้และขบเม้มไปตามเนื้อตัวของเกวลินจนเกิดรอยแดงไปทั่วประหนึ่งจะตีตราจองไว้ทุกตารางนิ้ว "อ๊ะ... อื้อออ... เคน... นายมันบ้า..." เกวลินครางประท้วง แต่ขากลับเกี่ยวกระหวัดเอวหนาของเขาไว้แน่น ร่างกายของเธอขานรับความรุนแรงของเขาอย่างซื่อสัตย์ "คุณเป็นของผม... เกวลิน... ของผมคนเดียว!" เคนไม่รอช้า เขาจัดการเติมเต็มความต้องการที่อัดอั้นมาตลอดสองวันอย่างหนักหน่วงและยาวนาน เสียงเนื้อกระทบเนื้อท่ามกลางความมืดมิดในห้องแคบๆ นั้นดังระงมไปพร้อมกับเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ต่างก็พ่ายแพ้ให้กับความหึงและคำสาป หลังจากพายุสวาทที่เกิดจากความเมาและความหึงหวงจบลง เคนก็ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงทับร่างบางของเกวลินพร้อมกับเสียงกรนฟี้เบาๆ เขาสลบเหมือด ไปทั้งที่กิจกรรมเพิ่งจะสิ้นสุดลง ทิ้งให้คุณหนูสาวอารมณ์ค้างและโมโหจนตัวสั่น! "ไอ้เคน! ไอ้บ้า! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เกวลินพยายามผลักร่างกำยำของเขาออก แต่เคนในตอนนี้ไม่ต่างจากกระสอบทรายหนักๆ ที่ไร้สติ "นอกจากปากเสียแล้วยังจะมาชิงหลับตัดหน้ากันแบบนี้เหรอ!" เกวลินกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด เธอรีบจัดแจงเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยุงเคนให้ลุกขึ้น สภาพของบอดี้การ์ดหนุ่มตอนนี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แถมยังมีกลิ่นเหล้าคลุ้ง เธอทั้งลากทั้งฉุดเขาออกมาทางหลังร้านอย่างทุลักทุเล จนมาถึงที่จอดรถ "กุญแจ... กุญแจอยู่ไหนนะ" เกวลินบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือเข้าไปล้วงในกระเป๋ากางเกงของเคนอย่างรีบร้อน นิ้วเรียวสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของต้นขาเขาจนเธอเผลอหน้าร้อนวูบ แต่ในที่สุดเธอก็คว้ากุญแจรถอัลพาร์ดออกมาได้ เธอยัดร่างไร้สติของเคนลงไปที่เบาะข้างคนขับ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแทน "เกิดมาไม่เคยต้องขับรถให้ขี้ข้าคนไหนนั่งเลยนะ! คอยดูเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะไล่นายออก... หรือไม่ก็สั่งให้ทำความสะอาดบ้านทั้งหลังคนเดียวเลย!" เกวลินสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แม้ร่างกายจะยังคงรู้สึกซ่านเสียวจากสิ่งที่เคนเพิ่งมอบให้ แต่ความหงุดหงิดที่เขาชิงหลับไปก่อนมันมีมากกว่า ระหว่างทางกลับบ้าน เกวลินชำเลืองมองใบหน้าคมเข้มของคนที่หลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ แสงไฟจากข้างถนนที่สาดส่องเข้ามาทำให้เขาดูอ่อนโยนลงกว่าตอนที่ลืมตาพูดคำร้ายๆ ใส่เธอ "ถ้าไม่ติดว่านายช่วยฉันจากคำสาปไว้นะ... ฉันจะทิ้งนายไว้กลางถนนนี่แหละ" เธอพึมพำพลางเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นไม่เป็นจังหวะเพียงแค่เห็นเขานอนหลับนิ่งๆ แบบนี้แสงสีส้มทองของยามอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงมายังผิวน้ำทะเล ทอประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงามที่ประดับอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม บนเรือยอชต์ลำหรูที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางอ่าว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันของคนสามคนเกวลินนอนหอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มร่างกำยำทั้งสอง ผิวขาวเนียนที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบและหยาดเหงื่อที่ยังไม่เหือดแห้ง เธอซบหน้าลงกับแผงอกของภาคิน ขณะที่ขาข้างหนึ่งยังถูกเคนเกี่ยวกระหวัดไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ"สรุปว่า... คุณหนูจะเลิกอ้างเรื่องคำสาปได้หรือยังครับ?" เคนกระซิบถามพลางจูบเบาๆ ที่ข้อเท้าเล็ก น้ำเสียงของเขาไม่มีความประชดประชัน มีเพียงความเอ็นดูที่ปนไปด้วยความใคร่เกวลินเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มทั้งสองด้วยดวงตาปรือปรอย "ยอมรับก็ได้ ว่าติดใจเอง..." เธอพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานแดงซ่านไม่ใช่เพราะแสงอาทิตย์ แต่เพราะความละอายที่ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือกภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเชยคางมนขึ้นมาสบตา "ดี... ในเมื่อยอมรับแล้ว ก็จำใส่ใจไว้ด้วยว่า ต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอเป็นของฉันกับเคน กรงทองที่
ท้องฟ้าสีครามสดใสตัดกับน้ำทะเลสีมรกต เรือยอชต์ลำหรูจอดทอดสมออยู่กลางทะเลที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นกระทบกราบเรือเบาๆ เกวลินในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีขาวสะอาดตายืนรับลมอยู่ที่หัวเรือ ผิวขาวเนียนของเธอสะท้อนแสงแดดจนดูเปล่งปลั่ง แต่บรรยากาศที่แสนสงบกลับเริ่มร้อนระอุขึ้นเมื่อชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาขนาบข้างภาคินเดินเข้ามาซ้อนหลัง เขาใช้แขนแกร่งโอบเอวคอดกิ่วไว้หลวมๆ ก่อนจะกดจูบลงที่ลาดไหล่เนียนอย่างหวงแหน "ชอบไหมเกวลิน... ทะเลที่เป็นของเราแค่สามคน""ชอบค่ะพี่ภาคิน... แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าพี่ไม่จ้องเกลแบบจะกินเข้าไปแบบนั้น" เกวลินเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าหวานขึ้นสีจัดเคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเกวลิน เขานั่งลงบนขอบเรือแล้วใช้สายตาคมกริบกวาดมองไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอ "ผมว่าจ้องน้อยไปนะครับ... เพราะสำหรับผม แค่เห็นคุณหนูยืนอยู่ตรงนี้ ผมก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว"มือหนาของเคนค่อยๆ เอื้อมไปลูบไล้ที่หน้าขาเรียวสวยของเกวลินช้าๆ ปลายนิ้วร้ายลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปจนถึงขอบบิกินี่ เกวลินสะดุ้งน้อยๆ ร่างกายสั่นส่ายด้วยความซ่านสยิวที่เริ่มก่อตัวขึ้น"อื้อ... เคน... อย่าค่ะ ตรงนี้มันแดดส่องนะ"
เคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการไปทำงานด่วน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ภาคินกำลังคร่อมร่างที่สะบักสะบอมของเกวลินอยู่บนเตียง พร้อมกับรอยช้ำใหม่ที่แดงก่ำไปทั่วตัว"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมคุณหนูถึงอยู่ในสภาพนี้?" เคนถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย"หึ... แกอยากรู้ไหมล่ะเคน ว่าทำไมยัยนี่ถึงยอมให้เราทำสารพัด" ภาคินแค่นยิ้มเหี้ยมพลางกระชากผมเกวลินให้เงยหน้าขึ้น "เพราะคำสาปบ้าบอนั่นมัน 'หมดฤทธิ์ไปตั้งนานแล้ว' น่ะสิ! ยัยนี่มันหลอกเราทั้งคู่ มันแค่ติดใจรสสวาทของพวกเราจนต้องเอาคำสาปมาอ้าง!"เคนถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "หมายความว่ายังไง... ที่คุณหนูครางเรียกชื่อผม อ้อนวอนให้ผมช่วย... ทั้งหมดนั่นคือความต้องการของคุณหนูเองงั้นเหรอ?""ขอโทษ... เคน... พี่ภาคิน... เกลขอโทษ" เกวลินสะอื้นไห้จนตัวโยน เธอพยายามจะคลานเข้าไปหาเคนเพื่อขอโทษ แต่กลับถูกภาคินกดไหล่ไว้แน่น"ขอโทษเหรอ? มันไม่จบง่ายๆ แค่นั้นหรอกเกวลิน" เคนคำรามพลางปลดเข็มขัดออกช้าๆ "ในเมื่อคุณหนูชอบรุมนัก ชอบให้พวกผมปรนเป
"เกวลิน... ขึ้นรถเดี๋ยวนี้!"ภาคินเค้นเสียงต่ำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะแผดเผาให้เธอเป็นจุล เขากระชากแขนเกวลินให้เดินตามไปที่ลานจอดรถอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปตามแรงดึง ยายแก่ขอทานมองตามหลังด้วยรอยยิ้มเย็นชาพลางส่ายหน้าช้าๆเมื่อมาถึงรถหรู ภาคินโยนถุงช้อปปิ้งทั้งหมดลงเบาะหลังอย่างไม่ใยดี ก่อนจะผลักร่างเกวลินเข้าไปในรถแล้วปิดประตูเสียงดัง ปัง!"พี่ภาคิน... เกลขอโทษ... เกลไม่ได้ตั้งใจ" เกวลินพยายามอ้อนวอน น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว เธอไม่เคยเห็นภาคินโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน"ไม่ได้ตั้งใจเหรอ? แต่ที่ผ่านมาเธอหลอกให้ฉันสงสารมาตลอด!" ภาคินตวาดลั่น เขากระชากชุดสวยของเธอออกอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจว่าจะเป็นที่ไหน "ในเมื่อชอบนักใช่ไหม... ชอบความร่านในตัวเธอมากใช่ไหม? ได้! ฉันจะสนองให้เธอรู้ว่านรกของจริงมันเป็นยังไง!"ภาคินบดขยี้จูบเธออย่างป่าเถื่อน รุนแรงจนริมฝีปากบางแตก เลือดสีแดงซิบๆ ผสมไปกับรสจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น มือหนาฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอออกจนขาดวิ่น เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากเมื่อคืน"อื้ออออ! อ๊าส์! พี่ภาคิน... อย่าทำแบบนี้... อื้อออออ!" เกวลินพย
สองวันที่เคนไม่อยู่ ภาคินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาใจเกวลินทุกอย่างราวกับจะชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา ภาคินพาเกวลินที่ห้างดังเชียงใหม่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางเมือง"อยากได้อะไรอีกไหมเกวลิน?" ภาคินเอ่ยพลางโอบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างถือถุงแบรนด์เนมนับสิบใบที่เขาเพิ่งกวาดซื้อให้เธออย่างไม่เสียดายเงิน "สร้อยเส้นเมื่อกี้ ถ้าเธอชอบ ฉันจะกลับไปซื้อให้เดี๋ยวนี้"เกวลินยิ้มบางๆ ความใจดีและสายตาที่สื่อถึงความเป็นเจ้าของของภาคินทำให้เธอเริ่มรู้สึกปลอดภัย "พอแล้วค่ะพี่ภาคิน แค่นี้ก็ใส่ไม่หมดแล้ว..."แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปที่ลานจอดรถ สายตาของเกวลินก็ไปสะดุดเข้ากับร่างหนึ่งที่นั่งขดตัวอยู่ตรงหัวมุมทางออก... ร่างของยายแก่ในชุดมอมแมม ผิวหนังเหี่ยวย่น และดวงตาขุ่นมัวที่แสนคุ้นเคย!เกวลินตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ยายแก่ขอทานคนเดิมที่เธอเคยด่าทออย่างโอหังจนนำมาซึ่งคำสาปร่านร้อนนี้!เกวลินไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว เธอสลัดมือจากการเกาะกุมของภาคินแล้ววิ่งตรงดิ่งไปหายายแก่คนนั้นทันที ทิ้งให้ภาคินต้องรีบสาวเท้าตามมาด้วยความงุนงง
ในขณะที่บรรยากาศบนเตียงกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เคนสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย เมื่อปลายสายคือพี่ชายของเกวลินที่สั่งงานด่วนให้เขาต้องไปจัดการทันที เคนจึงทำได้เพียงส่งสายตาเสียดายมาที่เกวลิน"ฝากไว้ก่อนนะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมกลับมาต่อ" เคนกระซิบที่ข้างหูเธอ ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าแล้วรีบออกไป ทิ้งให้เกวลินอยู่กับภาคินตามลำพังภาคินกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาอุ้มเกวลินที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำหมิ่นเหม่ลงมาที่ห้องอาหารหรู แม้แม่บ้านจะจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว แต่ภาคินกลับสั่งให้ทุกคนออกไปให้หมด เหลือเพียงเขากับร่างบางที่นั่งอยู่บนตักแกร่ง"เคนไม่อยู่แล้ว... ทีนี้ก็เหลือแค่เรา" ภาคินกระซิบพลางใช้จมูกโด่งคลอเคลียที่ซอกคอหอมกรุ่น "หิวหรือยังเกวลิน? แต่ฉันว่า... ฉันหิว เธอมากกว่าอาหารพวกนี้อีกนะ""อ๊ะ... คุณภาคิน... อื้อออ" เกวลินครางประท้วงเบาๆ เมื่อมือหนาเริ่มซุกซนเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุม บดขยี้อกอิ่มอย่างหนักหน่วงจนเธอต้องแอ่นอกรับ "ตรงนี้มันห้องอาหารนะคะ... อ๊ะ! อ๊าส์!"ภาคินไม่สนใจคำทักท้วง เขาจัดการกวาดจานอาหารบนโต๊ะออกไปจนพ้นทาง แล้







