เข้าสู่ระบบเธอหันซ้ายแลขวา ก้าวไปตามทางเดินที่มีประตูห้องเรียงกันเป็นตับ แล้วลงบันไดมา ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน น่าจะเป็นตรงห้องโถงใหญ่ที่มีไออุ่นของเตาผิง เสียงฟืนที่ถูกเผาแตกลั่นดังเปรี๊ยะๆ สื่อให้รู้ว่ามีคนอยู่ตรงนั้นจริงๆ
“คุณไม่ใช่เทพบุตรบนฟ้า คุณคือคนจริงๆ ด้วย อเล็กเซย์”
เธอเอ่ยออกมาอย่างตะลึงลาน อเล็กเซย์ยืนอยู่ข้างเตาผิงในชุดสูทสีนิลแสนสง่า ช่วงขายาวๆ นั่นไม่ต่างจากนายแบบชื่อดังทีเดียว เขาดูแตกต่างเล็กน้อย ทั้งเรือนผมที่เซ็ตจนเงาวับกับเสื้อสูทที่ไม่ใช่ลายกุหลาบอีกต่อไป เขาดูเหมือนนักธุรกิจมาดขรึมที่หล่อเหลาบาดจิตบาดใจ และเธออดยิ้มไม่ได้ ผู้ชายอะไรหล่ออย่างกับสวรรค์ปั้นมา
“คุณจริงๆ ด้วย” เธอเอ่ยแล้วไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน เขามองเธออยู่ คิ้วย่นและทำหน้างงๆ “ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืนนี้ ฉันไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี ฉันมีคำขอบคุณมากมายที่ชาตินี้คงพูดกับคุณไม่หมด ฉันซาบซึ้งที่คุณช่วยฉัน และ...ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้ละก็...”
“ฟีโอดอร์!?”
ณัชรินทร์สะดุ้งโหยง นั่นเสียงอเล็กเซย์จริงๆ แต่ไม่ใช่แบบนุ่มนวลอย่างที่เธอเคยได้ยิน มันดุดันและเต็มไปด้วยอำนาจ ฟีโอดอร์ก้าวเข้ามาในห้องภายในสิบวินาที เขามองเธอและแน่นอนว่าเธอแอบเห็นเขาถอนหายใจ
“นั่นใคร!?”
“มิสณัชชา...เอ่อ...ชาช่าครับบอส”
ชายหนุ่มยังงงอยู่ แน่นอนว่าแม่สาวตัวเล็กตาคมที่มีผิวสีเหลืองนวลนี่ดูสะดุดตาไม่น้อย แต่ใช่เรื่องที่หล่อนจะมาเดินกรีดกรายอยู่ที่นี่เหรอ
“เอ่อ...เผื่อคุณจะจำไม่ได้ คุณช่วยฉันเมื่อคืนนี้ และฉันขอบคุณมาก พาสปอร์ตฉันหายไปและคุณบอกว่าจะช่วยหามันมาคืนให้ค่ะ” ใจเธอเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ท่าทีเขาดูไม่เหมือนอเล็กเซย์เลย เขาจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
“บ้าฉิบ! ทำไมชอบก่อเรื่องอยู่เรื่อย” เขาก่นด่าคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้
“ผมจะหาพาสปอร์ตให้คุณผู้หญิงโดยเร็วที่สุด”
ฟีโอดอร์ต่อรอง คนเป็นนายไม่ชอบใจ เขาไม่ได้วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ แต่โยนมันเข้าเตาผิงอย่างขุ่นเคือง
หวืด! โพละ!
ถ้วยกระเบื้องปริแตกทั้งจากการโดนกระแทกและความร้อนของเปลวเพลิง ณัชรินทร์ตกใจกับท่าทีเอาแต่ใจของเขา ถ้วยกาแฟสวยๆ กลายเป็นสีเดียวกับไฟในเตาไปแล้ว
“ฉันขอโทษนะคะอเล็กเซย์ ที่มารบกวนคุณ”
“ฉันไม่ใช่อเล็กเซย์!”
ณัชรินทร์มึนงง กวาดตามองบุรุษตรงหน้าอีกคราหนึ่ง ไม่จริง! นี่อเล็กเซย์ชัดๆ หุ่นอย่างนี้ หน้าตาแบบนี้ แถมเสียงนี่อีก ถ้าไม่ใช่เขาก็คงจะเป็นฝาแฝดแล้ว เอ๊ะ...หรือว่า!?
“เลฟคือชื่อของฉัน! กรุณาเรียกให้ถูกด้วย”
เลฟ มาติเนซ ชี้แจงเสียงขรม ใบหน้าเขายังคุกรุ่นด้วยความโกรธ
“โอ...ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าคุณเป็นเขา แล้วเขาไปไหนแล้ว ฉันเอ่อ...มีเรื่องอยากจะขอบคุณเขาเยอะเลย”
“ไม่รู้สิ! เขาอยู่ไม่เป็นที่ แวบไปแวบมาเหมือนผีน่ะ”
เธอได้อึ้งเป็นครั้งที่สองกับวาจาห้วนๆ ไม่ถนอมน้ำใจคนฟัง อันที่จริงเขาพูดดีๆ กับเธอ เธอก็รู้เรื่องนะ
“ขอโทษที่ทำให้รำคาญนะคะ ฉันควรทำยังไงดี ฟีโอดอร์...”
เธอร้องขอความช่วยเหลือ แต่ฟีโอดอร์ไม่มองเธอเลย
“เอาตัวเธอไปที่คลับ”
เลฟสั่งฟีโอดอร์ ณัชรินทร์มุ่นคิ้วใคร่รู้
“อย่าบอกนะว่าคลับหรูที่มีกาสิโนน่ะ”
“อาฮะ! นั่นคลับของตระกูลมาติเนซ อเล็กเซย์ไม่ได้บอกเหรอ”
ณัชรินทร์อึ้งจังงัง คิดว่าหนีไปไกลจากสถานที่อุบาทว์นั่น ที่ไหนได้ เธอยังวนเวียนอยู่ที่เดิมแท้ๆ
“ฉันจะรอเขาอยู่ที่นี่”
เธอพยายามตั้งสติ และคิดหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะอยู่ได้ เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคุณเป็นสายให้ใครหรือเปล่า”
“ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยว ฉันไม่มีพาสปอร์ตด้วยซ้ำ”
“นั่นแหละที่น่ากลัว...ฟีโอดอร์! เอาตัวเธอไปที่คลับ แล้วขายซะ!”
ดวงตาของณัชรินทร์เบิกโต หันมองฟีโอดอร์ก็เห็นโบกมือเรียกใครสักคน เพียงพริบตาเธอก็ถูกหิ้วปีก อะไรกันนี่ เมื่อคืนได้นอนหลับฝันดี ตื่นมาอีกทีเจอนรกอีกแล้วเหรอ ทำไมสวรรค์เล่นตลกไม่จบไม่สิ้นอย่างนี้!
“มะ...ไม่! อย่านะ! อย่าขายฉันนะ ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยว คุณไม่มีสิทธิ์ขายฉัน!”
เลฟมองกระต่ายน้อยด้วยหางตา
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก อะไรที่อยู่ในที่ของฉันก็เป็นของฉันหมดนั่นแหละ”
“แต่ฉันไม่ใช่! ฉันเป็นของอเล็กเซย์ คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องฉัน!”
เธอหน้าด้านเหมารวม ฟีโอดอร์มองปราดมาที่เธอแวบหนึ่ง แต่ใครสนกันเล่า ถ้าเขาไม่ช่วยเธอ เธอก็ต้องช่วยตัวเองสิ
เลฟพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ กวาดตามองเรือนร่างกระต่ายน้อยแล้วส่ายหน้า เขาก้าวเดินเข้าหา ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวคางมนของหล่อน หล่อนคงกลัวจนตัวสั่นระริก แต่ดวงตานั้นเล่าหาได้มีแววหวาดหวั่น มันอวดดี และเขาชอบใจ
“ทำไมจะแตะไม่ได้ล่ะ”
หมับ!
มือแกร่งขยุ้มเอาพวงผมของณัชรินทร์ หล่อนแหงนหน้าขึ้นตามแรงที่เขากระชาก ยามได้เห็นริมฝีปากหล่อนชัดๆ บางอย่างในร่างก็ตื่นเพริดอย่างน่าตี น่าประหลาดใจที่มันเป็นเช่นนี้ มีผู้หญิงมากมายที่ปลุกความเป็นชายให้เขาได้ แต่ไม่ใช่แบบหล่อน แบบสาวเอเชียที่ตัวเล็กเท่ามด หล่อนทำได้อย่างไร
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
ณัชรินทร์ส่ายหน้าระรัว หลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงนิ้วแข็งแรงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาสัมผัสตัวตนของเธอผ่านกางเกงชั้นใน ลูบแตะมันช้าๆ แต่เชื่อไหมว่าสร้างแรงกำหนัดอัดแน่นในร่างนี้เหลือเกินเลฟได้ใจเมื่อเห็นแม่สาวร่างเล็กหลับตาปี๋และบิดร่างไปมาด้วยความเสียวสะท้าน จากที่เพียงลูบแตะที่เนินเนื้ออวบอูมก็
...........[4]บนเตียงสี่เสาอันเร่าร้อน...........ภายในโรงแรมเล็กๆ ราคาประหยัดที่ พาขวัญ พาตัวเองมาซ่อนตัว เธอถูกคนของพวกมาเฟียไล่ล่าจนชายคนรักพลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างของแฟนหนุ่มอยู่ที่ไหน ก็อยากคร่ำครวญต่อการสูญเสีย แต่ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือหาทางเอาตัวรอด เธอกินมื้อเช้าเสร็จ
“ฉันอุ่นจนร้อนแล้วเลฟ” เธอบอกให้เขารู้ เตาผิงแบบโบราณในห้องนี้ ยังทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็ง ห้องนี้เลยอุ่นยิ่งกว่าติดฮีตเตอร์ยี่ห้อแพงๆ เสียอีก“อ้อ...นึกว่าชินแล้ว มาจากเมืองร้อนไม่ใช่เหรอ”คนถูกถามจนใจจะเถียง ก็ได้เจ้าค่ะ เธอจะยอมซ่อนร่างอยู่ใต้เสื้อคลุมตัวหนานี่ก็แล้วกัน“โอ...หวงชะมัด” วาดิมเ
“ไม่...ขอร้อง เลฟ...ไม่!”ก๊อกๆๆประตูถูกเคาะด้วยมือของผู้ช่วยมากวัย เลฟเงยหน้าจากซอกคออุ่นของณัชรินทร์ เพื่อจ้องมองฟีโอดอร์ด้วยดวงตาที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด“โอ...ขอโทษครับบอส”“ออกไป!” น้ำเสียงของเลฟดุกร้าว ดวงตาขุ่นขวาง แต่ฟีโอดอร์ก็ไม่ได้ทำอย่างที่เจ้านายต้องการ“เกรงว่าจะไม่ได้ครับ ญาติผู้แสนดีข







