LOGIN"ผู้หญิงที่ยอมขายได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรีที่ตัวเองหวงนักหวงหนา มีค่าอะไรให้ต้องทะนุถนอม..."
View Moreณ มหาวิทยาลัยซียู
“พวกไอ้เชี้ยไม้สร้างเรื่องอีกแล้วว่ะ”
“ครั้งนี้กับคณะไหนอีกวะ”
“ศิลปะ”
“แล้วไง” เซนต์ทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนตัวใหญ่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะไม่ว่าใครจะทำอะไรเขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้ว ขอแค่พวกมันไม่มาทำให้เขาเดือดร้อนก็เป็นพอ
“คณบดีก็เรียกสาขาเรากับฝั่งโน้นไปพบน่ะสิวะ” ซีม่อนเอยขึ้นก่อนที่ใบหน้าคนเข้มจะแสยะยิ้มร้ายออกมาทันทีที่เขานึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้
“หน้าตาหื่นแบบนี้ไม่ต้องบอกกูก็รู้ว่ามึงกำลังคิดอะไรอยู่” ขุนพลมองไปยังใบหน้าของเพื่อนรักพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน พวกเขาเป็นเพื่อนกับมานานรู้ไส้รู้พุงกันหมด
“แล้วพวกมึงสนใจไปกับกูปะล่ะ”
“สาวๆ คณะศิลปะน่ารักจะตาย วันนี้กูไม่พลาดแน่นอน” ขุนพลตอบรับคำเชิญชวนของเพื่อนรักกลับไปแทบจะทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมองมาที่ใบหน้าหล่อเหลาของเซนต์ที่ยังคงนั่งเงียบอย่างรอคำตอบ
“กูไม่...”
“วันนี้ไอ้เซบบ์ก็พลาดไปแล้วหนึ่ง มึงยังจะไม่ไปกับพวกกูอีกเหรอวะ แต่ก็อย่างว่าแหละรูปหล่อพ่อรวยอย่างมึงคงไม่ขาดสาวๆ ไว้นอนกอดข้างกายหรอก” ซีม่อนตัดพ้อออกมาเสียงอ่อนถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นถึงลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ตาม
“...”
“แต่ก็ไม่แน่หรอกนะเว้ยไอ้ม่อน เขาว่ากันว่าสาวๆ คณะศิลปะรุ่นเดียวกับเราจีบอยาก ต่อให้เป็นความหล่อความรวยของไอ้เซนต์ก็อาจจะทำอะไรไม่ได้” ขุนพลเดินเข้าไปกอดคอซีม่อนก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นต่างพากันมามองมาที่พวกเขาด้วยความสงสัย ปกติพวกเขาก็เป็นจุดสนใจของทุกคนในคณะอยู่แล้ว แต่อยู่ดีๆ ขุนพลก็โวยวายขึ้นมาแบบนี้ทำให้ทุกคนต่างก็อยากรู้อยากเห็นเข้าไปกันใหญ่ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน
“นั่นสิวะ สงสัยไอ้เซนต์กลัวจะพลาดท่าให้กับสาวคณะศิลปะ ก็เลย...”
“ไปก็ไปสิวะ มันจะซักแค่ไหนกันเชียว” เซนต์ชายหนุ่มที่ไม่เคยเป็นที่สองรองใครพูดขึ้นมาเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะเดินนำเพื่อนรักทั้งสองคนไปยังโรงยิมที่อยู่ห่างออกไปไปไกลเท่าไหร่นัก ชีวิตนี้เขาเกิดมาไม่เคยเป็นสองรองใคร ไม่ว่าจะเรื่องอะไรถ้าเขาอยากชนะเขาก็ต้องชนะ ถ้าเขาอยากได้เขาก็ต้องได้ ‘ก็แค่ผู้หญิง...เพียงเขาชี้นิ้วเรียกพวกเธอก็พร้อมคลานเข่าเข้ามาหาแล้วไม่ใช่รึไง’
“กูรู้มาว่าคณะศิลปะมีดาวคณะรุ่นเดียวกับพวกเราอยู่คนนึงสวยชิบหายชื่อว่า ‘เอิงเอย’ สวยแบบตะโกน สวยแบบไม่มีที่ติ และที่สำคัญเป็นนางแบบสเปกไอ้เซนต์” ขุนพลนำเสนอเพื่อนรักของเขาที่เดินนำหน้าไปยังโรงยิมอย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะของเขากับขุนพลจะแสยะยิ้มร้ายออกมาทั้งคู่รู้ดีว่าเซนต์เป็นคนอย่างไร พวกเขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงแบบไหนกันที่จะหยุดผู้ชายอย่างเซนต์ได้
“แล้วไงวะ...” เซนต์หยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองหน้าของขุนพลด้วยสายตาที่เรียบเฉย เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิดผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร หรือมีชื่อว่าอะไร แค่เอากันจบก็แยกย้ายไม่มีอะไรผูกพัน
“มีรุ่นพี่รุ่นน้องต่อคิวกันจีบเอิงเอยยาวยิ่งกว่าหางว่าว มีเสี่ยหลายคนเสนอเงินเลี้ยงดูให้เดือนละเป็นล้าน แต่เธอก็ไม่เคยสนใจใครเลยสักคน”
“ใจแข็งชิบหาย” ซีม่อนเอ่ยสมทบขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะพากันเดินเข้าไปภายในโรงยิม
“นั่นเซนต์ ซีม่อน ขุนพลนี่ ตัวจริงหล่อมาก”
“สูงยาว รูปหล่อ ดูผู้รากมากดีเว่อร์”
“หุ่นดีสุด ไม่อยากจะคิดเลยอะ...”
เสียงสาวๆ ต่างพากันมองมาที่หนุ่มๆ ที่กำลังเดินเข้ามาเป็นกลุ่มสุดท้ายเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วบริเวณจนคณบดีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยปราม
เซนต์และเพื่อนๆ ของเขาเดินเข้าไปนั่งต่อท้ายแถวฝั่งของคณะตัวเองอย่างไม่ได้ใสใจอะไรมากนัก สีหน้าของเซนต์แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขาเบื่อหน่ายที่ตัวเองเป็นจุดสนใจแบบนี้ แต่จะให้ทำยังไงก็คนมันฮอต
ตึก! ตึก! ตึก!!
ตาคมมองไปยังชายสูงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนที่ประตูโรงยิมจะถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ กำลังวิ่งเข้ามายังบริเวณที่ทุกคนนั่งอยู่
“...” เซนต์หันไปมองตามเสียงวิ่งก่อนที่เขาจะชะงักไปในทันทีที่เห็นร่างบางในชุดนักศึกษากำลังวิ่งเข้ามา เสื้อสีขาวสะอาดตาตัวโคร่งกับกระโปรงพรีชยาวพอกับหัวเข่าของเธอ โดยเฉพาะใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวทำให้เขาละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลย
“.../...” ซีม่อนกับขุนพลมองหน้ากันก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปมองที่เซนต์เพื่อนรักอีกครั้งอย่างมีเลศนัย
“มองตาไม่กระพริบแบบนี้ มึงเชื่อกูแล้วใช่ไหมว่าทำไมใครๆ ก็อยากได้”
“หึหึ”
“ดูเหมือนมึงจะมั่นใจ”
“ไม่มีอะไรที่กูอยากได้แล้วไม่ได้” เซนต์หันกลับมามองหน้าขุนพลอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะตอบเพื่อนรักของเขากลับไปแทบจะทันที
“ถ้าอย่างนั่นมึงกล้าพนันกับกูปะล่ะ เจ็ดวันถ้ามึงปิดงานได้มึงเอาเลยสามล้าน” ขุนพลยกยิ้มร้ายออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจงใจจะยั่วคนตรงหน้า
“สามวันพอ...กูรับเป็นสด” เซนต์แสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับเพื่อนรักตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ งานนี้ไม่จำเป็นต้องลงทุน แต่คงต้องลงแรงให้มากหน่อยให้สมกับเงินที่เขาจะได้ในอีก 3 วันต่อจากนี้
“ถ้างั้นกูเพิ่มให้อีกสามล้าน”
“ดีล” ตาคมมองไปยังร่างบางที่นั่งอยู่อีกฝั่งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ภายในใจ ด้วยนิสัยที่เซนต์เป็นคนชอบเอาชนะ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนเกมนี้คนที่จะชนะต้องเป็นเขาเท่านั้น
“นักศึกษาทุกท่านคงทราบดีว่าพวกเรามารวมตัวทำอะไรกันที่นี่ ไม่ว่าปัญหานี้ใครจะเป็นคนก่อ แต่คนที่ต้องรับผิดชอบคือพวกคุณทุกคน...” เสียงของคณบดีประกาศผ่านไมค์ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
“นี่เอิงฉันว่าเซนต์คณะวิศวะเข้ามองมาที่เธอ...นี่เอิง เอิงเอย” กอหญ้าสัมผัสได้ถึงสายตาของใครบางคนกำลังมองมาที่พวกเธอ หญิงสาวจึงหันไปมองยังกลุ่มของชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกฝั่ง มือบางสะกิดแขนเรียวของเพื่อนรักเบาๆ แต่ไม่ว่าเธอจะเรียกยังไงก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากเพื่อนของเธอจนเธอต้องหันกลับมามองหน้าเพื่อนรักของตัวเองอีกครั้ง
“จ๊ะ เมื่อกี้ว่าไงนะ” เอิงเอยยกยิ้มหวานออกมาก่อนที่เธอจะถามเพื่อนรักกลับไปด้วยความสงสัย เอิงเอยกับกอหญ้ารู้จักและสนิทสนมกันมาตั้งแต่ปี 1 จนกระทั่งตอนนี้พวกเธอเรียนด้วยกันมาจนจะจบปีที่ 4 อยู่แล้ว นอกจากกอหญ้าแล้วยังมีมาวินเพื่อนอีกคนที่เธอสนิทด้วย แต่วันนี้เขาไม่ได้มาเนื่องจากติดธุระด่วนกับที่อาจารย์กว่าวินจะคุยงานเสร็จกิจกรรมนี้ก็คงจะจบลงแล้ว
“มัวเหม่ออะไรอยู่เนี่ย หญ้าเรียกเอิงตั้งนานแล้วนะ”
“ขอโทษทีเอิงไม่ได้ยินอะ”
“มีอะไรรึเปล่า” กอหญ้าสังเกตเห็นความผิดปกติบนสีหน้าของเพื่อนรัก เธอจึงเอ่ยถามร่างบางตรงหน้ากลับไปด้วยความเป็นห่วง
“ปกติเวลานี้ถ้าเอิงยังไม่กลับบ้านพ่อก็จะโทรหาแล้ว แต่ตอนนี้ยังม่โทรมาเลยเราโทรไปก็ม่มีคนรับเราเป็นห่วงพ่อน่ะ” เอิงเอยตอบคำถามของเพื่อนรักกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พร้อมกับหันกลับไปมองยังกระเป๋าเป้ของเขาตัวเองที่วางอยู่รวมกันกับกระเป๋าของเพื่อนๆ อย่างเป็นกังวล
“นักศึกษาตรงนั้นคุยอะไรกันคะ”
“.../...” เอิงเอยกับกอหญ้าก้มหน้าลงทันทีที่อาจารย์ชี้มาที่พวกเธอ ก่อนที่กอหญ้าจะขยับเข้ามาใกล้เพื่อนรัก พร้อมกับกระซิบบอกกับเอิงเอยเบาๆ เพื่อให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น
“อีกเดี๋ยวเขาก็ปล่อยพวกเราแล้ว ถึงตอนนั้นเอิงค่อยโทรหาคุณพ่อดีไหม”
“อืม” เอิงเอยพยักหน้าตอบรับคำของเพื่อนสาวเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะหันกลับไปสนใจอาจารย์ที่กำลังอธิบายกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันในวันพรุ่งนี้อีก 1 วัน
“เอาล่ะวันนี้เราพอกันแค่นี้ เชิญแยกย้ายกันกลับได้ครับ”
“เอิงเดี๋ยวเราวิ่งไปห้องน้ำก่อนนะ ไม่ไหวแล้วอะ...”
“โอเคๆ เราโทรหาพ่อรออยู่ตรงนี้นะ”
“จ้า...”
เอิงเอยเดินไปหญิงกระเป๋าของตัวเองกับของกอหญ้าขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนที่เธอจะก้มหน้ากดโทรศัพท์ต่อสายหาคุณพ่อของเธอด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้เกือบจะ 1 ทุ่มแล้ว ผิดปกติที่พ่อของเธอจะไม่พยายามติดต่อมาหาเธอเลย
ปึก!!
“อะ ของโทษค่ะ” เอิงเอยรูปลงที่หน้าผากของตัวเองเบาๆ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายของร่างสูงตรงหน้า หญิงสาวจะเอ่ยขอโทษเขากลับไปพร้อมกับก้มหัวให้เขาเล็กน้อยอย่างนอบน้อม ก่อนที่เธอเตรียมจะหันหลังให้กับเขา
“เดี๋ยว!!”
*คำเตือน: เนื้อหาในตอนนี้การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย“ชำระเงินเรียบร้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะ” เอิงเอยเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด สายตาของเธอยังคงทอดมองไปยังประตูกระจกบานใหญ่ ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพ่อของเธอจะออกมาจากห้องผ่าตัดเลย“...” หญิงสาวมองไปยังนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องผ่าตัดอย่างหมดแรงโดยที่เธอไม่ทันสังเกตเลยแม้แต่น้อยว่ามีใครอีกคนกำลังจ้องมองมาที่เธอ“...”“พ่อของเธอเส้นเลือดในสมองแตกครับ”“เพราะแบบนี้เธอถึงได้ต้องการเงิน” เซนต์พึมพำออกมาในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปยังร่างบางที่นั่งอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร“เฮียไม่เข้าไปเหรอ...” เพชรเอ่ยถามลูกพี่ของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ปกติแล้วนายเหนือหัวของเขาไม่เคยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงคนไหน แต่อยู่ดีๆ กลับบอกให้เขาตามเธอมา และพอรู้ว่าเธอมาที่โรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเขาก็ตามมาถึงที่นี่“ทำไมกูต้องเข้าไป” พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินกลับไปยังรถหรูของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“เอ้า!! ก็เฮียตามมาถึงนี่...”หลายชั่วโมงต่อมาแอ๊ดดดด!! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกร่างบางเดินเ
ณ เดม่อนผับ“...” เอิงเอยยืนมองผับที่ตั้งตระหง่าอยู่นานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินเข้าไปด้านใน ตอนนี้ข้อเสนอของเขาคือทางรอดเดียวของเธอไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม“เดี๋ยว!!” เสียงของการ์ดที่ยืนเฝ้าหน้าประตูร้องเรียกเธอเอาไว้ พร้อมกับขยับเข้ามาขวางคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้เดินเข้าไปด้านในที่ในเวลานี้เหล่าบรรดานักท่องราตรีกำลังดื่มดำกับบรรยากาศที่ทั้งสนุกสนานและตื่นเต้นเร้าอารมณ์ไปตามจังหวะของเสียงเพลง“แต่งตัวแบบนี้มาเที่ยวผับ อายุถึงยี่สิบรึเปล่า...”“ถึงค่ะนี่บัตรประชาชนของฉัน ฉันขอเข้าพบคุณเซนต์เจ้านายของพวกคุณได้ไหมคะ”“...ตามมา” ชายร่างสูงมองร่างบางของเอิงเอยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเขาจะเดินนำเธอไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุดของผับ“...” หญิงสาวเลือกที่จะเดินตามเขาออกไปเงียบๆ ถึงเธอจะแปลกใจอยู่มากก็ตามที่เขาไม่ถามอะไรเธออีกเลย แต่กลับพาเธอไปหาเจ้านายของพวกเขาง่ายๆ แบบนี้“นายครับ”“ให้เข้ามา&rdq
“คะ”“คิดว่าชนฉันแล้วเธอจะหนีไปง่ายๆ งั้นเหรอ” เซนต์เอ่ยถามออกมาเสียงเรียบในขณะที่ตาคมยังคงจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าอยู่อย่างนั้น จริงๆ เขาไม่ได้สนใจเงินเดิมพันธุ์พวกนั้นเลยสักนิด แต่ที่ทำให้เขาสนใจก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขาต่างห่าง ใครๆ ก็บอกว่าเธอไม่ง่าย เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะยากสักเท่าไหร่กันเชียว“ฉันไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษคุณไปแล้วไงค่ะ” เอิงเอยเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงตรงหน้าอีกครั้งด้วยความสงสัย เธอมั่นใจมากว่าตัวเองไม่ได้มีท่าทีที่ไม่ดี เธอขอโทษเขาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ที่เดินไม่ดูทางเอง“ก็จริงของเธอ เธอขอโทษฉันแล้วนี่...”“ถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณช่วยหลีกทางให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากจะเดินไปทางนั้นค่ะ”“นอนกับค่ะ”“คะ!!” เอิงเอยชะงักนิ่งงั้นไปทันทีกับประโยคที่เขาเอ่ยออกมา ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาบ้างแล้ว แต่เขาเป็นคนแรกเลยที่เข้ามาบอกกับเธอตรงๆ แบบนี้“คืนนี้”“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย เธอเป็นเด็กอายุสามขวบรึไง”“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันคงทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้” เอิงเอยพยายามคุมอารมณ์ของตัวเอง เธอบอกกับเขากลับไปอย่
ณ มหาวิทยาลัยซียู“พวกไอ้เชี้ยไม้สร้างเรื่องอีกแล้วว่ะ”“ครั้งนี้กับคณะไหนอีกวะ”“ศิลปะ”“แล้วไง” เซนต์ทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนตัวใหญ่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะไม่ว่าใครจะทำอะไรเขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้ว ขอแค่พวกมันไม่มาทำให้เขาเดือดร้อนก็เป็นพอ“คณบดีก็เรียกสาขาเรากับฝั่งโน้นไปพบน่ะสิวะ” ซีม่อนเอยขึ้นก่อนที่ใบหน้าคนเข้มจะแสยะยิ้มร้ายออกมาทันทีที่เขานึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้“หน้าตาหื่นแบบนี้ไม่ต้องบอกกูก็รู้ว่ามึงกำลังคิดอะไรอยู่” ขุนพลมองไปยังใบหน้าของเพื่อนรักพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน พวกเขาเป็นเพื่อนกับมานานรู้ไส้รู้พุงกันหมด“แล้วพวกมึงสนใจไปกับกูปะล่ะ”“สาวๆ คณะศิลปะน่ารักจะตาย วันนี้กูไม่พลาดแน่นอน” ขุนพลตอบรับคำเชิญชวนของเพื่อนรักกลับไปแทบจะทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมองมาที่ใบหน้าหล่อเหลาของเซนต์ที่ยังคงนั่งเงียบอย่างรอคำตอบ“กูไม่...”“วันนี้ไอ้เซบบ์ก็พลาดไปแล้วหนึ่ง มึงยังจะไม่ไปกับพวกกูอีกเหรอวะ แต่ก็อย่างว่าแหละรูปหล่อพ่อรวยอย่างมึงคงไม่ขาดสาวๆ ไว้นอนกอดข้างกายหรอก” ซีม่อนตัดพ้อออกมาเสียงอ่อนถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นถึงลูกชายเพียง