เข้าสู่ระบบไม่นานกลิ่นหอมของไข่ตุ๋นทรงเครื่องก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ดึงดูดให้วิญญาณหนุ่มลอยกลับเข้ามาเสนอหน้าในครัวอีกครั้ง“ฮึ”วรัชญาเหล่ตาไปมองเพียงนิดก็ดึงสายตากลับ ซ้ำยังจงใจแค่นเสียงในลำคอ สะบัดหน้าใส่ให้เขารู้ชัด ๆ ไปเลยว่าเธองอน แต่แล้ววินาทีต่อมาเธอก็สะดุ้งตาโต เมื่อมีสัมผัสเย็น ๆ กดเข้าที่พวงแก้ม“ง้อนะครับ”จากนั้นผีซึ่งทั้งหื่น ทั้งเจ้าเล่ห์ แถมด้วยความหน้ามึนก็ฉวยเอาจานข้าวในมือเธอไปถือไว้ ก่อนเดินลอยหน้าลอยตากลับไปที่โซฟาตัวเดิมทำเอาคนโดนง้ออ้าปากค้าง กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ความยียวนกวนโอ๊ยของเขามันส่งผลต่อหัวใจอย่างมหาศาล จนในหัวดันมีความคิดบ้าบอผุดขึ้นมาเธออยากโดนเขาง้อแบบนี้ไปทุกวันเลยอะ“โอ๊ย พอ ๆ ตั้งสติ”วรัชญาพึมพำตำหนิตัวเองเสียงแผ่ว ครั้นพอรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้เข้าที่ได้แล้วก็เดินถือชามไข่ตุ๋นตามไปสมทบ โดยไม่ลืมหยิบเอาน้ำพริกกากหมูของโปรดที่แม่โชว์ฝีมือทำเพื่อเธอโดยเฉพาะติดมือมาด้วยหลังจัดแจงตักอาหารใส่จาน ปักธูปหนึ่งดอกลงกลางข้าวสวยร้อน ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว ผีหื่นก็อุ้มจานข้าวมานั่งเบียดกระแซะใกล้ ๆ มือตักข้าวเข้าปากอย่างสุขอุรา ตาเหล่มองเธอสลับกับส่งยิ้มหวานเชื่อมทำเอ
เพี้ยะ!“ซนอีกแล้วนะคะ”วรัชญามีแถมสายตาดุ ๆ ไปให้ด้วยในตอนพูดจบ แต่แทนที่อีกคนจะสลดหรือสำนึก กลับอาศัยจังหวะที่เธอเอี้ยวหน้ามาหมายจะบ่นต่อ เคลื่อนมายืนซ้อนหลังก่อนโน้มลงมาบดจูบเธอหนัก ๆ พลางใช้ลำตัวกดเธอเข้ากับเคาน์เตอร์ ในขณะที่สองมือบีบขยำบั้นเอวเธอย้ำ ๆ ราวกับมันเขี้ยวกันนักหนา“อื้อ”ด้วยท่วงท่าทำให้วรัชญาไม่สามารถผลักไสเขาออกได้ดั่งใจคิด แถมริมฝีปากยังถูกครอบครองอย่างเร่าร้อนหลังส่งเสียงครางประท้วงในลำคอครู่หนึ่งเธอก็ตัวอ่อนระทดระทวย พ่ายแพ้ให้กับเรียวลิ้นพลิ้วไหวที่สอดเข้าล่อลวง ทำเธอหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสหวามหวานอีกตามเคยเสียงครางพร่าเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่าดังก้อง กว่าชายหนุ่มจะอิ่มเอมแล้วคืนอิสระให้อีกที ริมฝีปากของเธอก็บวมเจ่อ รู้สึกเมื่อยคอไปทั้งแถบ“หื่น!”คำแรกที่หลุดมาจากปากคนหน้าง้ำงอทำเอาวิญญาณหนุ่มหัวเราะร่า สองแขนเปลี่ยนมาเป็นประคองกอดเธอไว้หลวม ๆ แล้วกดปลายจมูกเข้าที่พวงแก้มแดงก่ำ“ยอมรับ แต่พี่ก็หื่นแค่กับว่านนะครับ”วรัชญามุ่ยหน้าให้กับข้ออ้างแสนหวานหูทันควัน "ใช่สิ ก็ตอนนี้มันมีแค่ว่านคนเดียวหนิคะที่มองเห็นพี่ แตะตัวพี่ได้น่ะ"“ใครว่า ต่อให้คนอื่นจะแตะ
“ตื่นเช้าจัง”คำทักทายที่มาพร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ ในทุกเช้าที่ลืมตาตื่น ส่งผลให้คนเพิ่งตื่นสะดุ้งน้อย ๆ ครั้นพอตั้งสติได้วรัชญาก็ลนลานดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมครึ่งใบหน้าด้านล่าง แม้มันจะไม่สามารถปกปิดพวงแก้มแดงระเรื่อได้มิด“เช้าแค่ไหนว่านก็ยังช้ากว่าพี่เลย์อยู่ดีเถอะ”ส่งเสียงประท้วงจากใต้ผ้าห่มแล้วกระถดกายออกให้ห่างจากใบหน้าทะเล้นที่วางคางเกยบนเตียงในขณะที่ลำตัวของเขานั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นห้อง พร้อมกันนั้นก็แอบเช็กลมหายใจของตัวเองอื้อหื้อ นึกว่ามีรถขยะเปียกมาคว่ำในปาก!คนมีกลิ่นปากในตอนเช้าเบ้หน้า ยิ่งสบสายตายิ้ม ๆ คล้ายรู้ทันของเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้ อุตส่าห์ตั้งใจจะรีบตื่นเพราะไม่อยากให้เขาได้เห็นเธอในสภาพหัวยุ่งเหยิง หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปรง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทัน ตื่นมาทีไรได้เจอเขานั่งมองเธออยู่ก่อนตลอดเสียงหัวเราะทุ้มห้าวดังขึ้นในลำคอของวิญญาณหนุ่ม มือหนาวางทาบบนศีรษะที่โผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมาแล้วลูบเบา ๆ ทอดมองคนเขินจนหน้าแดงหูแดงด้วยแววตาเอ็นดูครู่หนึ่งก็ตัดใจผละจาก“พี่ปรับน้ำอุ่นไว้ให้แล้วนะ เช้านี้ทำไข่ตุ๋นแล้วกันเนอะ เดี๋ยวพี่ไปเตรียมของรอ”พูดจบวิญญาณหนุ่มก็เดินตรงไปยังโซน
“จะลองก็ได้นะ ถ้าไม่กลัวพี่หน้ามืดแล้วจับว่านกินแทนข้าว”น้ำเสียงกระเซ้าให้ความรู้สึกเหมือนหยอกเล่น ทว่าแววตาของวิญญาณหนุ่มกลับสื่ออีกแบบ ทำเอาสาวเจ้าของห้องหลบสายตาวูบเจ้าก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายทำงานหนักหน่วงจนเธอนึกหวั่นว่าหากยังคงต่อปากต่อคำกับเขาต่อล่ะก็ ไม่ช้ามันคงได้กระเด้งกระดอนออกมานอกอกแน่!คิดดังนั้นร่างอรชรก็เลิ่กลั่กบิดออกจากอ้อมแขน“หือ จะรีบไปไหนล่ะครับ เรายังหมักหมูไม่ครบสิบห้านาทีเลยนะ”วรัชญาหันมาค้อนทันควัน “มงหมูอะไรว่านไม่หมักแล้ว”แถมเธอจะตีหัวแล้วลากเขาไปหมักทิ้งไว้แถว ๆ ป่าหลังหอนู้นด้วยถ้าเขายังวอแวไม่หยุดเห็นหญิงสาวแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ๆ ทั้งที่หน้าแดงหูแดงเพราะความเขินอายไปหมดวิญญาณหนุ่มก็อมยิ้มขบขัน แกล้งขืนตัวในตอนเธอยื่นมือมาผลักครู่หนึ่งกระทั่งได้รับสายตาขุ่นเขียวและความแสบ ๆ คัน ๆ ที่ต้นแขนจึงยอมถอยออกจากระหว่างสองเรียวขาครั้นพอเห็นเธอทำท่าจะไถลตัวลงจากเคาน์เตอร์อย่างคนใจร้อน วิญญาณหนุ่มก็อดเอ่ยเตือนไม่ได้“ระวังครับ”พร้อมกันนั้นก็ก้าวกลับไปประชิด ยื่นมือเข้าช่วยประคองที่แผ่นหลังบอบบางเพื่อกันไม่ให้เธอเสียหลักลื่นล้ม เรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นที่มุมปากคนได้รับ
“ว่านว่าถ้าเราหมักหมูสักสิบห้านาที มันจะพอไหมครับ?”จะกี่นาทีเธอก็ไม่หมักแล้ว!ทว่าคำตอบนี้วรัชญาทำได้แค่ตะโกนตอบในใจ เพราะทันทีที่สิ้นเสียงทุ้มพร่าของชายตรงหน้า ริมฝีปากเย็นชืดของเขาก็พุ่งเข้ามาประกบแนบชิดซ้ำยังบดคลึงเร่าร้อนเสียจนพานทำให้เธอวูบวาบไปทั้งร่าง โดยเฉพาะกึ่งกลางกายสาว ที่มันทั้งฉ่ำแฉะ ทั้งกระตุกตอดถี่ยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“พะ...พี่ ฮื่อ”วรัชญาครางอึกอัก แม้สติจะเหลือน้อยเต็มทน ทว่าจิตใต้สำนึกก็ยังสั่งให้เธอยกสองมือขึ้นตะปบเข้าที่บ่ากว้างแล้วบีบมันแรง ๆ เพื่อจะปรามให้เขาหยุดใช้ปากและลิ้นมอมเมาเธอเสียทีแต่กลายเป็นว่ายิ่งดิ้นรนขัดขืน ริมฝีปากกลับยิ่งถูกเขาตะโบมดูดดึง ไม่นานคนที่คิดพยศก็ผ่อนแรงต่อต้าน พ่ายแพ้ให้แก่ความปรารถนาตามธรรมชาติของตนในที่สุด“อา~”เสียงครางหวานหูค่อย ๆ ดังขึ้นตามลำดับ ใบหน้าแดงซ่านบิดเอียงไปตามแต่เขาจะชี้นำ ขณะที่ริมฝีปากเผยอขึ้นเปิดทางให้เขารุกล้ำ ตักตวงความสุขได้อีกครั้งตามชอบใจชั่วอึดใจภายในโซนครัวก็ก้องไปด้วยเสียงหอบหายใจกระเส่า เคล้าคลอไปกับเสียงลามกยามทั้งคู่ออกแรงบดจูบกันอย่างเร่าร้อนลึกซึ้ง กระตุ้นให้อารมณ์ปรารถนาพานเตลิดไปไกล“ฮืมม
“ฮื่ออ”เสียงครางเบาหวิวในลำคอระหงกระตุ้นให้ริมฝีปากเย็น ๆ กดแนบกว่าเก่า สองมือดึงให้หญิงสาวพลิกตัวมาหา ก่อนเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าหวาน ดันให้เธอแหงนขึ้นรับจูบของเขาได้ถนัดถนี่ทว่ายิ่งได้สัมผัสเธอลึกซึ้งเท่าไร เขากลับยิ่งรู้สึกว่ามันไม่พอ หลังละเลียดขบเม้มกลีบปากนุ่มนิ่มซ้ำ ๆ ครู่หนึ่งวิญญาณหนุ่มก็ไม่อาจหักห้ามใจไหวเขาบีบคางมนแล้วสอดเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวตวัด ไล่หยอกล้อต่อในโพรงปากอุ่น อึดใจเสียงครางพร่าก็ดังระงมความอุ่นร้อนที่ผิดจากปกติของวิญญาณซึ่งมีเพียงความเย็นชืดเช่นเขา ทำเอารู้สึกดีจนอดร้องคำรามออกมาไม่ได้เช่นเดียวกับวรัชญาที่ตื่นเต้นกับสัมผัสแปลกใหม่จนเผลอไผล เผยอริมฝีปากขึ้นแล้วเริ่มขยับไปตามที่เขานำพา แม้จะเงอะ ๆ งะ ๆ ไม่ประสีประสาไปบ้างทว่าไม่นานเมื่อจับทางได้เธอก็ออกแรงโต้กลับด้วยวิธีเดียวกัน“ฮืมม ว่าน”ความเจ็บจี๊ดที่กลีบปากทำเอาวิญญาณหนุ่มครางกระหึ่ม แววตาที่เคยวาววับเกเร บัดนี้เข้มขึ้นตามแรงอารมณ์ปรารถนาตวัดมองหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างคาดโทษก่อนโฉบเข้าขบกัดเธอกลับ ครั้นพอปลายลิ้นได้รสเค็มปนคาวคล้ายเลือด ระดับความรุนแรงก็ลดลงมาเป็นการขบเม้ม หยอกเย้าสองริมฝีปากบดคลึงกันน







