เข้าสู่ระบบคือรักที่โหยหา
บทที่ 2 ถอดเสื้อผ้าของเธอออก
นิรินนั่งอยู่ในห้องคนเดียว ด้วยความห่อเหี่ยวหัวใจ เธอนั่งอยู่บนเตียงที่หรูหรา หากเป็นในยามเวลาปกติ เธอคงมีความสุขที่ได้นั่งอยู่บนเตียงในฝัน หากแต่ในเวลานี้ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานใจยิ่งนัก
เพราะเธอกำลังสับสนว่าที่ต้องมานั่งเสียใจอยู่ในตอนนี้ เป็นเพราะเธออยากออกไปจากที่นี่ หรือว่าเธอไม่อยากให้เขาเดินจากไปแบบนี้กันแน่
เมื่อนั่งครุ่นคิดอยู่เพียงไม่นาน น้ำตาก็ไหลพรากออกมา ดวงตาหวานเยิ้มเพราะความง่วงงุน มองไปยังนาฬิกาที่บัดนี้มันเป็นเวลาตีหนึ่ง เข้าไปแล้ว และหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เผลอหลับไปบนเตียงที่นุ่ม และห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำ โดยที่หลอดไฟยังคงเปิดเอาไว้อย่างเดิม ทั่วทั้งห้องจึงสว่างไปด้วยหลอดไฟที่เป็นโทนสีอบอุ่นสบายตา
หลังจากนั้นไม่นานเสียงประตูห้องนอนที่โอ่โถง ก็ค่อย ๆ ถูกแง้มออกอย่างแผ่วเบา และมันก็ถูกปิดไว้ตามเดิม ก่อนที่ผู้ที่เข้ามาจะค่อย ๆ ย่องเดินอย่างแผ่วเบา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นฮาริธเขาตั้งใจจะไปนอนยังห้องทำงานของเขาที่อยู่ข้างกัน
และเขาได้เผลอหลับไปเพราะความเมา แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวแปลกหน้าที่อยู่ในห้องนอนนั้น
กลิ่นกระดังง
และที่สำคัญเขาคิดถึงกลิ่นกายที่เป็นธรรมชาติของเธอ แต่มันช่างติดจมูก และเขาอยากสูดกลิ่นกายนั้นอีกครั้ง
เมื่อฮาริธเห็นร่างแบบบางไม่มีท่าทีขยับเขยื้อน เขาจึงเดินเข้าไปใกล้
“หลับไปแล้ว เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงไม่เหมือนกับผู้หญิงพวกนั้น” เขาพร่ำออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเดินไปยังเตียงอีกฝั่งที่นิรินนอนหันหน้าไปยังทิศทางนั้น
ฮาริธยิ้มออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขามองดวงหน้าหวานหยดนั้นอยู่สักครู่ พร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองร่างเล็กที่อยู่ภายไต้ผ้าห่มผืนหน้า
ฮาริธเห็นท่าทีการนอนของหญิงสาวแล้ว เขาเดาได้ทันทีว่าร่างที่อยู่ภายไต้ผ้าห่ม ยังไม่ได้รับความอบอุ่นที่เพียงพอ เขาจึงเดินไปเพิ่มอุณหภูมิของแอร์ ให้ความเย็นในห้องลดลง ก่อนที่เสียงย่องเดินอย่างแผ่วเบาจะออกจากห้องไป
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น แต่ดูเหมือนนิรินจะไม่ได้ยินเสียงนั้น เธอกำลังนอนหลับสบายอยู่ภายไต้ผ้าห่มที่นุ่มละมุนละไม แล้วเสียงประตูก็เปิดออก
หญิงวัยกลางคนที่แต่งกายแบบชาวอาหรับ แต่ชาติพันธ์นั้นไม่ใช่เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับวางเสื้อผ้าของนิรินที่ซักทำความสะอาด และรีดไปแล้วอย่างเรียบร้อย วางลงบนเตียงนอนขนาดกว้าง ที่มีหญิงสาวยังคงนอนฝันหวานอยู่ ทั้ง ๆ ที่แสงสิริยาได้โผล่พ้นออกมาจนชั่วขณะหนึ่งแล้วกลิ่นกระดังงา
“ขอโทษนะคะคุณ ตื่นได้แล้วค่ะ” หญิงแม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงเบาเป็นภาษาอังกฤษ
นิรินสะดุ้งตื่น พร้อมกับค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา แล้วหันมองมายังผู้ที่เอ่ยเรียก เธอขมวดคิ้วขณะเพ่งมอง
“ป้าไม่ใช่คนที่โอบาบานี่” นิรินถามทั้ง ๆ ที่ยังนอนอยู่บนเตียง เมื่อป้าแม่บ้านได้ยินเสียงสำเนียงของนิรินแล้ว จึงถามออกไปเป็นภาษาไทยว่า
“นี่คุณเป็นคนไทยใช่ไหมคะ” นิรินยิ้มกว้าง ตาสว่างขึ้นมาทันที ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นยังอยู่ในอาการงัวเงีย
“ใช่ค่ะหนูเป็นคนไทย ป้ามาทำงานที่นี่หรือคะ”
“เอ่อ…..คือ ใช่จ้า ป้ามาทำงานที่นี่ ป้าอยู่ที่นี่มานานแล้ว ตั้งแต่ที่คุณหนูฮาริธยังไม่เกิด”
โห นี่ป้าอยู่มานานขนาดนั้นเลยหรือคะ แล้วคุณฮาริธอะไรนั่นเขาอายุเท่าไหร่แล้วคะ” นิรินถามพร้อมค่อยๆเดินลงจากเตียงมา
ป้าแม่บ้านยิ้มอ่อนออกมา ในขณะที่กำลังมองสำรวจร่างกายของเธอ ก่อนที่จะถามออกไปว่า
“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมคะคุณ”
กลิ่นกระดังงา
“เอ่อ นอนไม่หลับเลยคะป้า ป้าช่วยหนูด้วยนะคะ หนูโดนเพื่อนหลอกมาขายตัวค่ะ ความจริงหนูกับคุณฮาริธยังไม่ได้มีอะไรกันนะคะ ป้า
เชื่อหนูนะ ช่วยให้หนูออกไปจากที่นี่ทีคะ” นิรินพูดพร้อมทั้งเขย่าแขนหญิงคราวแม่เบา ๆ อย่างมีความหวัง
“ตายจริง นี่คุณโดนหลอกมาขายตัวจริง ๆ หรอกหรือ”
“จริงค่ะ” แล้วนิรินก็เล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ป้าแม่บ้านท่าทีดูมีสง่าราศียิ่งกว่าแม่บ้านทั่วไปได้ฟัง
แต่เพื่อนของคุณเขียนสัญญาไว้กับท่านลุงซาอีดคือคุณต้องอยู่ที่นี่สามวันนะคะ”
“คุณฮาริธเธอน่าสงสารนะคะ มีแม่ก็ เอ่อ…ความจริงคือคุณฮาริธไม่มีแม่ค่ะ มีพ่อแต่พ่อก็ไม่ค่อยสนใจใยดีเขานัก แถมยังเอ่อ…..
“เรื่องผู้หญิงที่ชื่อซาร่าใช่ไหมคะ เธอเป็นใคร” นิรินถามท่าทีของเธอราวกับกำลังแสดงความเป็นเจ้าของกับฮาริธ
“เอ่อ ป้าคงพูดอะไรมากไม่ได้หรอกค่ะ ป้ารู้เพียงแค่ว่าคุณฮาริธรักคุณซาร่ามากก็เท่าแหละค่ะ เอ่อ…ป้าดูออกนะว่าคุณฮาริธกำลังพอใจคุณนิรินอยู่ ยังไงป้าก็อยากให้คุณอยู่ที่นี่จนครบสัญญาก่อนได้ไหมคะ”
“แต่หนูไม่ได้อยากมาขายตัวนะคะ แล้วถ้าต้องอยู่ที่นี่ต่อหนูจะไม่เสียตัวหรอกหรือคะ”
กลิ่นกระดังงา
“เดี๋ยวป้าจะพูดกับคุณฮาริธให้นะ ขอให้อยู่ที่นี่อีกสองวันอย่างสบายใจ คุณไปอาบน้ำแต่งตัวซะแล้วลงไปกินข้าว แล้วคุณชื่ออะไรนะ”
“หนูชื่อนิรินค่ะ แล้วป้าหละคะ”
“เรียกป้าว่า ป้ารีฮามก็แล้วกัน คนที่นี่เรียกป้าว่าอย่างนั้น”
นิรินนั่งมองอาหารจานหรู จนเธอตาลุกวาวแทบไม่กล้าแตะต้องอาหารนั้น
“เอ่อป้ารีฮามคะ ทำไมอาหารเยอะจังกินกันกี่คน” นิรินถามด้วยสีหน้าแตกตื่น
“อาหารนี้สำหรับคุณนิรินคนเดียว กินให้อร่อยนะคะ” ป้ารีฮามตอบก่อนจะเดินจากไป พร้อมกับผู้ช่วยหญิงสาวชาวอาหรับอีกหนึ่งคน
นิรินกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่สายตาของเธอก็มองไปรอบ ๆ พลางสงสัยว่า เจ้าของห้องเมื่อคืนไปไหนเสียแล้ว
เมื่อกินข้าวอิ่มนิรินก็เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องที่เธอนั่งรับประทานอาหาร
“ที่นี่สวยจัง ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะอยู่กลางทะเลทราย” นิรินพูดออกมาคนเดียว ก่อนที่เธอจะอดใจไม่ได้ที่จะ เดินออกจากห้องสำหรับรับประทานอาหารไป เพื่อเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ ด้วยความเพลิดเพลิน
กระทั่งเดินมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ จะว่าเป็นห้องรับแขกก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันดูมีความเป็นส่วนตัวจนสัมผัสได้
กลิ่นกระดังงา
นิรินเดินมาจนพบเข้าเข้ารูปวาดขนาดใหญ่ เธอเบิกตากว้างขึ้นและยิ้มออกมา เธอรู้สึกปลื้มผู้ชายในรูปมาก
“หล่อจัง คุณเป็นใครและทำอาชีพอะไรกันนะ ทำไมถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้” พูดพร้อมทั้งถอยหลังออกมาอีกหลายก้าวเพื่อเชยชมภาพนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องชนเข้ากับร่าง ๆ หนึ่งเข้าอย่างจัง
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” เธอเกือบล้ม แต่เจ้าของร่างที่เพิ่งชนไปนั้นกลับประคองตัวเธอเอาไว้
“เธอมาเดินเพ่นพ่านอะไรในบ้านของฉัน ที่ที่เธอควรอยู่คือในห้องนอนเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์มาเดินเล่นราวกับบ้านของตัวเองอย่างนี้” ฮาริธเอ่ยด้วยซุ่มเสียงที่ไม่ดังมากนัก แต่มันช่างเจ็บปวดสำหรับผู้ที่ได้ฟัง
นิรินมองหน้าเขา พร้อมขมวดคิ้ว เพราะไม่เข้าใจว่าผู้ชายที่ดูดีทั้งรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ ทำไมเขาถึงได้ไร้มารยาทนัก คิดแล้วก้รู้สึกโมโห เพราะโดนเหยียดหยามจากผู้ชายคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เธอจึงผละตัวออกจากเขาทันที โดยไม่คิดจะพูดจากับเขาแม้แต่คำเดียว แม้แต่คำว่าขอโทษเธอก็ไม่เอ่ยออกไป
นิรินเดินกลับไปที่ห้องอาหาร เพื่อที่เธอจะได้จดจำได้ว่าห้องที่เธอควรอยู่เดินไปยังทิศทางไหน เธอเดินมาจนถึงขั้นบันไดที่หรูหราเท่านั้นร่างสูงก็เดินตามเข้ามาใกล้
กลิ่นกระดังงา
“คุณเดินหนีผมทำไม คนที่นี่ไม่มีใครกล้าทำกับผมแบบนี้ ไร้มารยาท” เมื่อได้ยินอย่างนั้นนิรินก็ข่มกลั้นอารมณ์โมโหเอาไว้ ก่อนจะค่อย ๆหันกลับมามองเจ้าของเสียงที่เหมือนกำลังโกรธเกรี้ยวอยู่นั้น
“ฉันขอโทษค่ะ แต่เพราะฉันได้ยินประโยคพูดที่เหมือนไล่ ฉันก็เลยรีบตอบสนอง มันก็เท่านั้น” นิรินพูดออกไปด้วยเสียงที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังไม่พอใจ
ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาขมวดคิ้วดกดำให้เป็นปม ดวงตาเข้มดุดันกำลังจ้องมองไปที่เธออย่างไม่วางตา
“ฉันขอพูดตรง ๆ ว่าฉันไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ แต่จำต้องทำตามสัญญา สัญญาของเพื่อนฉัน ซึ่งมันไม่ใช่ของฉัน แต่ฉันก็ต้องทำเพื่อให้มันผ่านพ้นไป” พูดจบเธอก็รีบขึ้นบันไดไป แต่เพิ่งจะเหยียบขั้นบันไดไปได้เพียงสามสี่ขั้นก็เท่านั้น
“เดี๋ยวก่อน นี่คุณกำลังโกรธผมอยู่หรือ” เขาพูดออกไปด้วยเสียงที่เริ่มเย็นลง นิรินหยุดชะงักชั่วครู่ ก่อนจะรีบเดินขึ้นบันไดไปอย่างที่เธอตั้งใจว่าจะไม่สนใจในคำพูดของเขา
แต่แล้วเสียงก้าวขึ้นบันไดก็ดังขึ้นยังทิศทางเบื้องหลัง พร้อมกับมือใหญ่นุ่มที่ฉกฉวยข้อมือขวาของเธอ จนนิรินเกือบเซถลาล้มลงไป
เขาอุ้มร่างของเธอขึ้นอย่างง่ายดาย ราวกับเธอเป็นตุ๊กตา
กลิ่นกระดังงา
“เมื่อคืนผมเมาและไม่ได้สติ ตอนนี้ผมหายเมาและมีสติ ผมจะสานต่อในสิ่งที่มันสะดุตไปตั้งแต่เมื่อคืน”
พูดจบเขาก็อุ้มร่างของเธอเดินขึ้นไปบนห้อง นิรินพูดอะไรไม่ออก มัวแต่ตกตะลึงในคำพูดของเขา รวมทั้งพฤติกรรมเหล่านั้นของเขาด้วย เธอได้แต่มองตาคมของเขาปริบ ๆ ไปตลอดเส้นทางที่เขาเดิน
เขาวางเธอลงที่เตียงหรูอย่างที่ไม่เรียกว่าเบา หรือรุนแรงไป คราวนี้ฮาริธ เขาปลดเปลื้องชุดคลุมของเขาออก วันนี้เขาไม่ได้ใส่ผ้าโพกศรีษะ นิรินมองร่างของเขาอย่างตกตลิง เพราะทันทีที่ชุดคลุมกระเด็นออกจากร่าง
สัดส่วนความเป็นชายก็อวดโฉมอยู่ต่อหน้าเธอ กล้ามเป็นมัด ๆ ที่ไม่ใช่กล้ามท้องที่ใหญ่โตนัก แต่มันมีพอเป็นเสน่ห์อย่างน่าหลงใหล ตอนนี้เขามีอันเดอร์แวร์เพียงชิ้นเดียวที่อยู่ในกาย
แต่ฮาริธก็ไม่ได้หวังให้เธอจ้องมองเขานานนัก เขารีบโถมกายเข้าหาเธอด้วยความเร็ว แต่เขาก็หยุดชะงักลงดื้อ ๆ ทั้ง ๆ ที่ทั้งร่างของเขามาคร่อมตัวเธอเอาไว้แล้ว
“ถอดเสื้อผ้าของเธอออกให้หมด อย่าให้ต้องเสียอารมณ์”
โปรดติดตามตอนต่อไป
กลิ่นกระดังงาค่ะ
คือรักที่โหยหาบทที่ 15 เมืองไทย ตอนจบนิรินก้าวลงผืนแผ่นดินเกิดด้วยอาการใจลอย เธอดีใจที่มีชีวิตรอดกลับมาอีกครั้ง แต่อีกความรู้สึกเหมือนลืมนำอะไรที่สำคัญกลับมาด้วย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ น้ำตาก็ไหลออกมา “ลาก่อนโอบาบา ลาก่อนค่ะ คุณฮาริธ” มือเรียวบางกำลังปาดน้ำตา เธอรู้สึกเวียนศรีษะขึ้นมากะทันหันจนชนเข้ากับร่างกำยำของชายชาวต่างชาติ เขามาพร้อมกับคนหลายคน “ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ แต่แล้วก็หน้ามืดขึ้นมาอีก แล้วภาพคนตรงหน้าก็เป็นเพียงแค่เงา ก่อนเธอจะหมดสติไป นิรินรู้สึกตัวขึ้นที่ห้องหรู แต่กลิ่นของห้องเธอรับรู้ได้ว่าคือโรงพยาบาลแน่ ๆ หญิงสาวกวาดสายไปรอบ ๆ ห้อง พบเห็นคนหน้าคุ้นถึงสามคน “ท่านฟาฮัด คุณรีฮาม ฮาริธ นี่เราฝันไปหรือนี่ บ้าจริง คิดถึงโอบาบาจนประสาทหลอน” เธอสบถออกมา อาการคล้ายคนเมา “ยินดีต้อนรับคุณแม่คุณใหม่ครับ” ฮาริธเอ่ยพร้อมโอบกอดเธอ เขาน้ำตาไหล “ผมไม่คิดเลยว่าการที่รับรู้ว่ากำลังจะกลายเป็นพ่อคน มันอบอุ่น และวิเศษอย่างนี้ นิรินผมรักคุณนะครับ ต่อไปนี้ ผมจะขอใช้ชีวิตอยู่กับคุณที่นี
คือรักที่โหยหาบทที่ 14 ศัตรูเผยตัว“อาการเป็นอย่างไรบ้างหลานรัก”“ดีขึ้นแล้วครับท่านลุง”“แล้วไปกินอะไรมาถึงได้โดนสารพิษเล่นงาน อย่างนี้”“ผมจำไม่ค่อยได้เลยครับท่านลุง ปกติก็กินอาหารในบ้านเท่านั้นไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยครับ” “ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก ยังไงก็ให้ระวังตัวให้ดีดีด้วยนะ ช่วงนี้ผู้นำเจ็บป่วยบ่อย การปกครองเริ่มสั่นคลอน เราไม่รู้หรอกว่าในสภาวะอย่างนี้ ใครไว้ใจได้ และใครที่ไว้ใจไม่ได้” ท่านลุงซาอีดพูดจบก็เดินไปแสดงความยินดีกับนางรีฮาม“ผมต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณรีฮาม ในที่สุดฮาริธก็ได้รู้สักทีว่าใครคือแม่ของเขา” “ขอบคุณท่านลุงมากจริง ๆค่ะ ความจริงฉันรอวันนี้มานานมากแล้วจริง ๆ”วันนี้แววตาของท่านลุงซาอีด มีความผิดแปลกไปจากเดิม จนป้ารีฮามสัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยกลิ่นกระดังงา วันนั้นลุงซาอีด เข้ามาสอบถามเพียงไม่กี่ประโยคก็เดินออกจากห้องพักฟื้นไป “แม่ว่า เราคงไว้ใจใครในโอบาบาไม่ได้เลยสักคนนะฮาริธ” ฮาริธพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดออกมาว่า “ผมรู้สึกเบื่อที่นี่ เบื่อการแย่งชิง แม่ครับ แม่มีบ้านที่เมืองไทยไหมครับ” “มี
คือรักที่โหยหาบทที่ 13 ชีคฟาฮัดตกอยู่ในอันตราย “ท่านชีคต้องกำลังป่วยอยู่แน่ ๆเลยค่ะ” นิรินว่า พร้อมทั้งเอามืออุดปากตนเองเพราะไม่ได้ตั้งใจ “ผมก็คิดอย่างนั้น” ฮาริธว่า ก่อนจะหันมามองผู้เป็นแม่“แม่ครับผมคิดว่า การป่วยของท่านพ่อคงไม่ใช่เรื่องปกติแล้วหละครับ” “ไม่มีใครกล้าทำร้ายกษัตริย์ของโอบาบาหรอกท่านฮาริธ” ป้ารีฮามยังคงคุ้นชินที่จะเรียกอย่างที่เคยเรียก“หากอัยมานได้ปกครองประเทศ โอบาบาจะต้องกลายเป็นประเทศมหาอำนาจแน่” ฮาริธว่า“ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของท่านชีคกับเจ้าชายอัยมานเถิดท่านฮาริธ” ป้ารีฮามกล่าว“แม่ครับ โปรดเรียกผมใหม่ได้แล้วครับ เรียกผมว่าฮาริธเถิดนะครับ” ป้ารีฮามพยักหน้ารับ เมื่อเห็นสองแม่ลูกมีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน นิรินจึงขอตัวเดินออกจากห้องมาเวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง นิรินก็ยังไม่เห็นว่าสถานการจะลดความตรึงเครียดลง เธอรู้สึกทุกข์ทรมานใจไปกับสองแม่ลูกด้วย ราวกับว่ากลิ่นกระดังงาเธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วจริง ๆ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก ที่ป้ารีอามและฮาริธยังคงนั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด“ขออนุญาตนะคะ คือนิรินอยากช่วยค่ะ แต่ก
คือรักที่โหยหาบทที่ 12 แม่ของฮาริธนิรินล้มตัวลงนอนเพื่อหวังให้ความหิวมลายไป แต่กลับหลับไม่ลงเพราะท้องกำลังร้องหาอาหาร “ทำไมหิวมากขนาดนี่นะ” นิรินตัดสินใจเดินออกมาจากห้อง พอดีไปพบเข้ากับป้ารีฮาม ที่กำลังเดินสำรวจตรวจตราไปรอบ ๆ บ้าน “อ้าวคุณนิรินหิวใช่ไหมคะ ป้ายังไม่เห็นคุณออกมากินอะไรเลย” “หิวมากเลยค่ะป้า มีอะไรให้กินบ้างไหม” “มีค่ะ ป้าเตรียมข้าวต้มแบบไทย ๆ ไว้ให้แล้วหละคะ แต่คงจะเย็นไปหน่อย เดี๋ยวป้าอุ่นให้นะคะ” ป้ารีฮามเอ่ยด้วยใบหน้า ท่าทางที่ดูอบอุ่น “เอ่อ ขอนิรินเข้าไปดูในครัวด้วยได้ไหมคะ” “ได้สิมาตามมาเลยค่ะ” ป้ารีฮามเอ่ยพร้อมกับเดินนำหน้านิรินไป นิรินมาทำความเข้าใจระบบเตา และได้เห็นระบบเครื่องล้างจานอัตโนมัติ เมื่อกินข้าวต้มจนอิ่ม นิรินก็ขอป้ารีฮามล้างชามเอง ป้ารีฮามก็ไม่ได้ห้าม “พรุ่งนี้ป้ารีฮามเข้าครัวกี่โมงคะ” กลิ่นกระดังงา“ตีห้าจ้า มีป้ากับซาฮารที่ตื่นขึ้นมาทำอาหาร” “ออ หญิงสาวคนนั้นชื่อซาฮารนั่นเอง ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าขอนิรินมาช่ว
คือรักที่โหยหาบทที่ 11 สถานะนางบำเรอนิรินนั่งอยู่ในรถหรู ที่มีคนของอัยมานพาไปส่งที่สนามบิน น้ำตาของเธอหลังไหลออกมา เมื่อคิดถึงร่างกำยำใบหน้าที่ลำสัน ของชายที่เธอรัก “ฮาริธ ช่างเป็นชายที่เราโหยหามานานจริง แต่เราคงไม่มีวาสนา ลาก่อน ฮาริธ” เธอพร่ำออกมาขณะที่นั่งอยู่ในรถ หากแต่ชายคนขับ เขาฟังถ้อยคำเหล่านั้นไม่ออก แต่ก็พอเข้าใจความรู้สึกของเธอ ได้จากน้ำตาของหญิงสาวชาวไทย ที่กำลังหลั่งไหลออกมา “อีกไม่นานก็จะถึงสนามบินแล้วนะครับ” ชายคนขับเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ” นิรินพยักหน้ารับ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าคนขับจะเห็นหรือไม่ แต่ทันใดนั้น ก็มีรถคันหนึ่งที่วิ่งมาตัดหน้ารถที่นิรินนั่งอยู่อย่างกะทันหัน คนขับรถเบรก แต่รถเสียหลักเล็กน้อย เพราะระยะตัดหน้าไม่ได้กระชั้นชิดมากนัก ชายในชุดสูทสีขาวลงมาจากรถคันหน้า แล้วรีบเปิดประตูรถออกทันที แต่รถยังถูกล็อคประตูไว้ “เปิด ผมบอกให้เปิด ฮาริธแค่นเสียงออกมาอย่างลุกลี้ลุกลน ท่าทางของเขา มันทำให้คนขับต้องรีบปลดล็อคออกทันที กลิ่นกระดังงาทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ร่างบางรีบโผตัวเข้าไปกอดชายในช
คือรักที่โหยหาบทที่ 10 แผนร้ายของอัยมานนิรินขยับตัวออกจากเจ้าชายเล็กน้อย “รีบคุยธุระเถอะคะท่านชาย” นิรินเอ่ย “เรื่องของคุณนิรินกับพี่ฮาริธความสัมพันธ์ไปถึงไหนแล้วครับ” “ก็ดีค่ะ คุณฮาริธขอฉันเป็นแฟนแล้ว และเรื่องราวก็ราบรื่นดีค่ะ” “หึหึ” เขาแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่นิรินจะรู้สึกเวียนหัวย่างกะทันหัน “ท่านชายค่ะ ฉันว่า ฉันคงเมาไปแล้ว ช่วยให้คุณแจ็คสันไปส่ง…” พูดยังไม่ทันจบประโยค นิรินก็หมดสติไป เย็นวันนั้นหลังจากที่ฮาริธรู้ว่านิรินต้องการไปเดินห้าง แล้วหายตัวไป เขาจึงรีบขับรถไปที่บ้านของอัยมานทันที โดยที่ไม่ได้อาศัยคนขับรถของเขาเลยเมื่อไปถึง เจ้าชายอัยมานอยู่หรือเปล่า ฮาริธเอ่ยถามขณะก้าวเดินเข้าไปที่บ้านหลังใหญ่ของน้องชาย “เอ่อ ท่านชายพักผ่อนอยู่ครับ” กลิ่นกระดังงาพ่อบ้านเอ่ย แต่อัยมานก็เดินเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่รอคำเชื้อเชิญ เมื่อเดินพ้นจากห้องโถงขนาดใหญ่ เขามุ่งเดินไปที่ห้องรับแขก“ไม่มี” เขาสบถออกมาอย่างรีบร้อน ก่อนจะวิ่งไปดูที่ห้องทำงานของน้องชาย เมื่อไ
คือรักที่โหยหาบทที่ 9 เจ้าชายอัยมานเรียกพบช่วงสายของวันต่อมา เสียงรถยนต์จอดลงที่หน้าบ้าน ก่อนที่มือขวาของฮาริธ จะวิ่งไปเปิดประตูรถให้ ขวามือหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าคอลิด เขาเป็นชายร่างสูงสมส่วนคมคาย “สวัสดีครับคุณซาร่า” หญิงสาวสวยแต่งกายงามระหงษ์ราวกับเป็นเจ้าหญิงเชิดใบหน้าที่รั้นใส่ รา
คือรักที่โหยหาบทที่ 8 คุณเป็นแฟนกับผมนะซูเซียวรีบปลดเปลื้องผ้าออกจนหมด แต่ยังหลงเหลืออยู่เพียงหนึ่งชิ้น ไม่เพียงแค่นั้นเธอยัง ค่อย ๆ บรรจงถอดเสื้อและกางเกงของอัยมานออกอย่างแช่มช้า ทุกการขยับเนื้อตัวของเธอ มันช่างเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ซุ่มซ่อนอยู่ในกายสาว อัยมานเพ่งมองเนื้อเนินที่
คือรักที่โหยหาบทที่ 6 สารภาพรักสายตาที่ส่งมอบมาให้กับเธอนั้นช่างน่าขนลุกยิ่งนัก จนฮาริธต้องกระแอมขึ้นเสียงดัง “อะแฮ่ม… “อืม…ดูเหมือนว่าห้องนี้จะแคบเสียแล้วหละ งั้นลุงต้องขอตัวกลับก่อนนะหลาน ขอให้อยู่ในความคุ้มครองของพระเจ้า” ขณะที่ท่านลุงซาอีดเตรียมท่าจะเดินจากไป แต่
คือรักที่โหยหาโดย กลิ่นกระดังงาคือรักที่โหยหาบทที่ 1 ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนิริน หรือ ณิรินทร์รดาเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงอย่างที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เธอเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาเหยียบในโรงแรมหรู ที่ประเทศโอบาบากับเพื่อนอีกสองคน“ที่นี่ที่ไหน” เธออุทานออกมาหลังจากเพิ่งลืมตาและมองสำรวจไปรอบ







