LOGINนิรินหญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบแต่ดันโดนเพื่อนหลอกไปขายตัวที่โอบาบา และผู้ที่ต้องการก็คือผู้เป็นลุง ที่ต้องหาหญิงไทยมาให้หลานชายผู้ที่กำลังผิดหวังในรัก
View Moreคือรักที่โหยหา
โดย กลิ่นกระดังงา
คือรักที่โหยหา
บทที่ 1 ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว
นิริน หรือ ณิรินทร์รดาเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงอย่างที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เธอเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาเหยียบในโรงแรมหรู ที่ประเทศโอบาบากับเพื่อนอีกสองคน
“ที่นี่ที่ไหน” เธออุทานออกมาหลังจากเพิ่งลืมตาและมองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยความมึนงงสับสน แถมเธอยังรู้สึกง่วงงุนราวกับคนที่นอนอย่างไม่เต็มตื่น
แต่แล้วเธอก็ต้องตาเบิกกว้างขึ้น เพราะรอบ ๆ บริเวณมันหรูหราราวกับอยู่ในราชวังหรืออยู่ในเทพนิยาย หรือไม่เธอก็กำลังฝันไป
“เอ๊ะ หรือว่าเรากำลังฝันไป” นิรินพร่ำออกมาอีก พร้อมทั้งค่อย ๆก้าวลงจากเตียงหรู แต่แล้วขาเจ้ากรรมก็ดันอ่อนยวบลง
“โอ๊ย” นั่นเองเธอจึงรู้ว่าไม่ได้ฝันไป
แล้วสายตาก็มองไปเห็นนาฬิกาแขวนผนังเลขโรมัน ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ
“ โจลี่ พลอยไส นี่พวกเธออยู่ที่ไหนกันนี่ หายไปไหนกันเสียแล้ว” ประโยคสุดท้ายเธอพูดด้วยความสั่นกลัว เพราะเธอมั่นใจว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรมที่เธอเพิ่งเช็คอินไปอย่างแน่นอน เธอค่อย ๆ ก้าวเดินไปรอบ ๆ ห้อง
กลิ่นกระดังงา
สายตากำลังจับจ้องไปที่แจกัญขนาดใหญ่ มันสวยงามและมีขนาดเกือบเท่าเทียมกับร่างกายของเธอ
“แจกัญนี่มันต้องแพงมากแน่ ๆ เลย เจ้าของห้องเป็นใครกันนะ” เมื่อพร่ำออกไปจนจบประโยค ในหัวของนิรินก็นึกถึงคำพูดของประพาย เพื่อนของเธออีกหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้ประพายอยู่ที่กรุงเทพ
“ นิริน ฉันได้ยินอาจารย์รุ่งนภาบอกมาว่า โจลี่นักศึกษาปีสี่คณะนิเทศศาสตร์เป็นเอเจ้นใหญ่ลวงผู้หญิงไปขายยังต่างประเทศเธอระวัง ๆด้วยนะ ช่วงนี้ฉันเห็นโจลี่เพิ่งเข้ามาตีสนิทกับเธอด้วย ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลยบอกตรง”
แต่ในขณะที่นิรินกำลังยืนครุ่นคิดอยู่นั้นเธอกลับรู้สึกว่า เสื้อผ้าที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ มันดูลื่นผิวและสบาย ๆ อย่างแปลก ๆ พิกล เธอจึงก้มมองลงไปสำรวจร่างกายของตัวเอง เธอตกใจจนสุดขีด รีบเอามือมาทาบที่ทรวงอกทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว เพราะชุดเดรสสายเดี่ยวที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ มันบางมากจนมองเห็นทุกสัดส่วนไปหมด และที่ทำให้เธอต้องใจหายวาบขึ้นไปอีก ก็คือเธอไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นในเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
“ตายจริง ตาย ๆ ๆ นี่เราต้องโดนหลอกมาแน่ ๆ เลย” นิรินพร่ำออกไปพร้อมหัวใจที่หล่นวูบลง ก่อนที่เธอจะมองเห็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ แล้วรีบวิ่งไปที่ตู้นั้นทันที เธอเปิดตู้ออกเพื่อหวังมองหาเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่แล้วหัวใจก็ต้องแตกสลาย เพราะเสื้อผ้าในตู้ล้วนแล้วแต่เป็นเสื้อผ้าอาภรของผู้ชายอาหรับ
กลิ่นกระดังงา
เธออดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสดูเสื้อผ้าในตู้ เพราะตอนนี้นิรินเริ่มสังหรใจแล้วว่า เธอกำลังโดนโจลี่หลอกมาเพื่อขายตัวที่ประเทศโอบาบา
นิรินกำลังพิจารณาว่าเจ้าของชุด น่าจะมีอายุประมาณเท่าไหร่ แต่เธอก็ดูไม่ออก ขณะที่จับดูอาภรในตู้อยู่นั้น นิรินก็ครุ่นคิดไปด้วยจนเกิดความกังวลขึ้น
“แล้วฉันจะทำอย่างไร เกิดมาก็ยังไม่เคยให้ชายใดได้แตะต้องกายเลย ฉันจะต้องเริ่มยังไง หรือฉันต้องหนี” นิรินสบถออกมาด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอและเป็นกังวล เธอเดาไม่ออกว่าผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้นั้น เป็นใครและมีอายุประมาณเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เป็นชุดคลุมตัวยาวสีขาว และสีพาสเทล และถ้าหากเป็นเสื้อผ้าของคนไทย เธออาจจะพอเดาได้
แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อก ๆ ๆ ๆ และหลังจากนั้น ประตูก็เปิดผางออก นิรินรีบดึงเอาชุดคลุมยาวสีขาวชุดหนึ่งมาสวมใส่คลุมกายทันที ถึงแม้มันจะยาวจนลากพื้นก็ตาม เพื่อปกป้องสัดส่วนที่ควรจะหวงแหนนั้นไว้ เธอรีบปิดตู้เสื้อขนาดใหญ่ไว้ แล้วหันขวับกลับไปยังผู้ที่กำลังเยื้องย่างเข้ามาในห้องด้วยใจที่เต้นระส่ำ
ชายสองคนร่างสูง ในชุดขาวคลุมยาววัยกลางคนทั้งสอง กำลังหอบหิ้วร่างของชายหนุ่ม ที่เหมือนกำลังเมามายไม่ได้สติ เขากำลังถูกหิ้วปีกให้เดินเข้ามาภายในห้อง
กลิ่นกระดังงา
นรินยืนตัวแข็งไปชั่วขณะ เพราะกำลังตกตลึงชายชุดคลุมสีเทาอ่อนที่กำลังเมามายคนนั้น ใบหน้าที่คมสันและคิ้วที่ดกดำ มันช่างกระชากหัวใจของเธอให้เต้นแรงยิ่งขึ้นไปอีก และดูเหมือนว่าผ้าโพกศรีษะของเขาจะหลุดออกไป เพรากำลังเผยให้เห็นเส้นผมดกดำ ทรงผมสั้นที่รับเข้ากับใบหน้าหล่อเหลานั้นได้เป็นอย่างดี แล้วยังจะเครางามที่ไม่ยาวนั้นอีก
“นี่เธอ มัวยืนทำอะไรอยู่รีบมาปรนนิบัติท่าน ฮาริธ เร็วเข้าสิ” ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานเอ่ยขึ้น ด้วยซุ่มเสียงที่คล้ายกำลังหงุดหงิด เขาพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเขารู้ว่าเธอเป็นต่างชาติ แต่นิรินยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
“นี่เธอไปเอาชุดคลุมของท่าน ฮาริธ มาสวมใส่ทำไม” ชายอีกคนที่มีท่าทางเหมือนจะให้ความอ่อนน้อมกับ ฮาริธ และชายท่าทางภูมิฐานคนนั้น ตวาดดังขึ้น จนกายของนิรินสั่นสะท้ายด้วยความหวาดกลัว
“เอ่อ ฉะ ฉัน โดนหลอกมา ช่วยฉันด้วย” นิรินพูดออกไปปากคอสั่น เพื่อหวังให้พวกเขาเห็นใจ แต่ชายกลางคนท่าทางภูมิฐานคนนั้นกลับยิ้มออกมาอย่างที่เธอคาดเดาความนึกคิดของเขาไม่ได้เลย
นิรินมองไปที่ ฮาริธ ผู้เมามายเขากำลังล้มตัวลงไปนอนบนเตียง โดยที่ไม่ได้สนใจมองเธอเลย
“เธออย่ามาพูดเพื่อเพิ่มราคาค่าเงินเลย หลายคนแล้วที่มาไม้นี้กัน หึ หึ อย่าหวังว่ามันจะเป็นผล”
กลิ่นกระดังงา
ชายท่าทางภูมิฐานเอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นอีกว่า
“ถอดชุดคลุมของ ฮาริธ หลานชายของฉันออกเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ฉันไปถอดให้”
“เอ่อ … ถอด แล้วค่ะ ถอด ๆ” นิรินพูดเสียงสั่นพร้อมทั้งหันหลังให้ ก่อนจะปลดเปลื้องชุดคลุมออก ชายทั้งสองเห็นอย่างนั้นแล้ว พวกเขาก็เดินออกจากห้องไปทันที แต่ระหว่างที่เดินไป ก็มีเสียงที่ทิ้งท้ายออกมาว่า
“ปรนนิบัติหลายชายของฉันให้ดีดีด้วย ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาลืมผู้หญิงคนเก่าของเขาให้ได้ แล้วเธออาจจะได้รับรางวัลอย่างงาม” แล้วเสียงปิดประตูก็ดังปึง
นิรินค่อย ๆ หันใบหน้าและกายของเธอกลับมามองชายที่นอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียง
“นอนหลับไปแล้วนี่ เฮ้อ…โล่งอกไปที” เธอพูดออกมาเบาๆ แล้วก็พูดเป็นภาษาอังกฤษขณะที่เดินเข้าไปใกล้เขาว่า
“หลับไปเลย หลับจนถึงสว่างได้ยิ่งดี” นิรินเห็น ฮารีมหลับตาพริ้มไปแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปชำเลืองมองใกล้ๆ เพราะใบหน้าคมสันนั้นช่างชวนมองยิ่งนัก
กลิ่นกระดังงา
“ขนตางอนยาวเป็นแผงราวกับขนตาปลอม เวลาหลับตาดวงหน้าช่างหวานและคมคายยิ่งนัก ผู้ชายอะไรตอนตื่นดวงตาช่างแสนคม แต่พอหลับตาลงดวงหน้ากลับหวานพริ้มเพรา ทำไมถึงได้เกิดมาหล่อแสนหล่ออย่างนี้นักนะ เขาทำบุญด้วยอะไรกัน”
นิรินพูดออกมาเป็นภาษาไทยเบา ๆ ขณะพูดเธอยิ้มออกมาและยืนจ้องมอง ฮาริธที่หลับตานิ่ง ราวกับว่าเธอกำลังหลงเสนห์ชายแปลกหน้าคนนี้
“ตายจริงนี่เราเป็นอะไรไปนี่” นิรินอุทานออกมา เพราะเธอไม่อยากละสายตาออกไปจากใบหน้าหล่อคมปนหวานนั้นเลย
แต่แล้ว ฮาริธ ก็ลืมตาขึ้นมาดื้อ ๆ เขาเพ่งมองใบหน้าของนิริน พร้อมกับค่อย ๆ เลื่อนสายตาลงมาที่บริเวณทรวงอก และเขากำลังเลื่อน สายตาลงมาอีก นิรินรีบหันหลังให้เพราะความเขินอาย และทำท่าจะเดินหนี แต่เขากลับลุกขึ้นนั่งพรวด พร้อมกับฉกฉวยข้อมือขวาของเธอไว้ได้ทัน
ไม่เพียงแค่นั้นเขาใช้แรงที่มีบีบดึงแขนของนิรินจนล้มลงก้นกลมกลึงกระแทกลงที่ตักเขาเบา ๆ อย่างพอดิบพอดี หลังของเธอแนบชิดกับแผงอกของเขา ฮาริธ กอดรัดเธอแน่น นิรินพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดรอด
“ปล่อยฉันนะท่าน ฮาริธ ได้โปรดเถิด ฉันโดนหลอกให้มาขาย” แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ฟังน้ำคำของเธอ ฮาริธใช้มือทั้งสองเบี่ยงเบนทิศทางร่างกายของเธอ ให้หันหน้าและทั้งลำตัวกลับมาสบตากับเขากลิ่นกระดังงา
ด้วยมือที่แข็งแกร่ง สายตาคมปะปนหวานนั้นจ้องมองเธอราวกับนิรินเป็นลูกนกตัวเล็ก ๆ ทีเขาจะทำอย่างไรกับเธอก็ได้ เพียงสองวินาทีหลังจากนั้น ใบหน้าเขาก้มลงฉกฉวยจูบเธอทันที
นิรินใจสั่นระรัวขึ้นอีกครั้ง เธอใช้แขนและมือทั้งสองข้างของเธอปกป้องกายและดันร่างเขาเอาไว้ โดยสัญชาตญาณ
แต่ฮาริธกลับไม่ได้สนใจท่าทีนั้น เขาค่อย ๆ พรมจูบเธออย่างนุ่มนวล ราวกับริมฝีปากของเธอเป็นกลีบดอกไม้ที่บอบบาง
นิรินกำลังรู้สึกเคลิบเคลิ้มกับจูบที่หวาดหยดนั้นของเขา โดยที่เธอไม่ได้เจตนาให้รู้สึกอย่างนั้น แต่แล้วเขากลับถอนจูบออกมาดื้อ ๆ นิรินรู้สึกสับสน เธอมองตาเขาด้วยความกังวล กลัวว่าเขาจะรุกล้ำใบหน้าหรือไม่ก็กายของเธอ แต่อีกใจหนึ่งเธอกลับรู้สึกเสียดายจูบนั้น อย่างน่าประหลาด
ฮาริธ หยุดนิ่งทุกการกระทำ เขาเพียงจ้องมองนิรินอยู่ไม่ถึงสิบวินาที แต่ขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มกับใบหน้าที่หล่อเหลาดวงตาที่คมแสนหวาน พร้อมกับรสจูบที่นุ่มนวนอยู่นั้น แต่ อยู่ ๆ เขาก็ผลักเธอออก
“โอ้ย” นิรินอุทานออกมา เพราะแรงผลักที่มหาศาลนั้นเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ก้นกลมกลึงของเธอมันกระแทกลงไปที่พื้นข้างเตียง แล้วนิรินก็ต้องรู้สึกชาวาบไปทั่วทั้งตัวอีกครั้ง เมื่อดวงตาที่คมคายนั้นกำลังจับจ้องมองมาที่สัดส่วนของเธออีกครั้ง
กลิ่นกระดังงา
เมื่อสติมา นรินรีบเอามือทั้งสองมาปกปิดทรวงอกทันที โดยที่ลืมปกปิดส่วนล่างที่ควรจะหวงแหนนั้นไว้ เพราะชุดนอนสีชมพูที่บางพริ้วนั้นนั่นเอง
ใบหน้าคมเข้มดวงตาดุดัน แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนนั้น กำลังเลื่อนสายตาลงไปมองยังส่วนที่ควรจะสงวนอีกส่วนทันที
“ผู้หญิงขายตัว ฉันเบื่อแล้ว” ฮาริธแค่นเสียงเบาออกมา ประโยคนั้นมันช่างสร้างอารมณ์โมโหให้กับนิรินยิ่งนัก เธอจึงลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัวพร้อมทั้งพูดออกไปด้วยอารมณ์ที่โมโหว่า
“ใช่ ฉันมันผู้หญิงขายตัว ไม่อยากได้ฉันใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันจะกลับ” กริยาท่าทางของนิรินมันชวนให้เขาเข้าใจว่า เธอกำลังโกรธที่เขาซื้อเธอมาแล้ว แต่กลับไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวเธอเลย เขาลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยท่าทางโซเซ เพราะฤทธิ์เมรัย
“แล้วเสื้อผ้าของฉันหละอยู่ที่ไหน เพื่อนของฉันหละ คุณช่วยติดต่อพวกเขาให้มารับฉันหน่อยได้ไหม” นรินพูดจบ ฮาริธเดินเข้ามาถึงตัวเธอพอดี พร้อมมือที่เชิดปลายคางเธอขึ้นเล็กน้อย ทุกการกระทำเขาคงกะไม่ให้เธอได้ตั้งตัว หรือไม่นั่นมันก็เป็นนิสัยส่วนตัว คราวนี้แววตาของฮาริธ ช่างเปลี่ยนไป นิรินสัมผัสได้ว่ามันเต็มไปด้วยความรักและอารมณ์ที่ครุกรุ่นของเขาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างน่าประหลาด
กลิ่นกระดังงา
“ซาร่า ฉันลืมเธอไม่ได้” ฮาริช พูดออกมาเสียงสั่นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะก้มลงจุมพิษที่ริมฝีปากบาง
นิรินที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ เธอทำตัวไม่ถูกได้แต่ปล่อยให้เขาเพลิดเพลินไปตามอารมณ์ ริมฝีปากและลิ้นนุ่มแทรกเข้ามาในปาก นิรินเผลอตอบสนองทันทีตามสัญชาตญาณ ช่วงเวลานั้นนิรินเคลิบเคลิ้มจนแทบไม่อยากจากเขาไปไหน
“นี่ฉันกำลังจะกลายเป็นผู้หญิงขายตัวจริง ๆ แล้วใช่ไหม ซาร่าเธอคือใครกัน” นิรินคิดในใจอย่างเจ็บปวด ก่อนที่จะปล่อยกายและใจของเธอให้เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ เขาเปลี่ยนจากจูบมาดูดดื่มที่ลำคอระหง สัมผัสที่เร่าร้อนนั้นนิรินยังไม่เคยได้รับจากชายใดมาก่อน
นิรินเผลอครางออกมาอย่างพอใจ มันแผ่วเบา ทุกอย่างมันเป็นไปตามสัญชาตญาณหญิงสาว และนั่นมันยิ่งสร้างอารมณ์กำหนัดให้กับฝ่ายชายได้เป็นอย่างดี
ฮาริธ ชอนอุ้มร่างของเธอขึ้นไปบนเตียงด้วยท่าทางที่กระหาย ราวกับเขากำลังเดินอยู่ในทะเลทรายที่แผดร้อน และนิรินก็คือน้ำเพื่อดับกระหายให้กับเขาในตอนนั้น กายอุ่นเบียดร่างขาวนวลผ่อง เพียงแค่กายของเขาสัมผัสกับกายของเธอ แค่นั้นมันก็ทำให้สติของนิรินกระเจิดกระเจิง แต่แล้วสติของนิรินก็กลับมา เมื่อเธอรับรับรู้ว่าอีกไม่นานเธอจะสูญเสียความสาวไปอย่างถาวร และชายคนนี้ก็ไม่ใช่คนรักของเธอ
กลิ่นกระดังงา
ริมฝีปากที่เร่าร้อนของ ฮาริธกำลังสัมผัสไปที่เนินถันอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนรินด้วยแววตาที่หวานฉ่ำเป็นระยะ ราวกับว่าเขาต้องการเธออย่างที่สุด นรินที่กำลังเสียวกระสันไปทั่วทั้งใจกาย แต่เธอก็ต้องตัดใจ รีบเชยใบหน้าของเขาขึ้นมาจากทรงอกที่ชูชัน ทั้ง ๆ ที่นิรินก็กำลังต้องการเขาอย่างที่สุด แต่เธอก็ต้องตัดใจ
“อย่าคะ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขายตัว”
“หะ หา เธอว่าอะไรนะ” ฮาริธ สบถออกมาในท่วงท่าที่ตอนนี้เหมือนดั่งจระเข้ และน้ำเสียงที่เหมือนกำลังโดนขัดจังหวะอารมณ์
“ฉันขอโทษ ที่ฉันตอบสนองคุณไม่ได้ คือ ฉัน ฉันโดนหลอกมาขายตัว คุณฮาริธอย่าทำอะไรฉันเลยนะ” เธอพูดพร้อมทั้งกระถดถอยออกมาจากร่างที่กำลังคล่อมเธอไว้ ฮาริธผุดลุกขึ้นจากเตียงทันที
“ฉันจะจดจำสัมผัสนั้นของคุณไปจนวันตาย ฮาริธ” เธอคิดในใจหลังจากที่เขาผละตัวออกจากเธอแล้ว เขารีบดึงเดรสของเธอลง เพราะก่อนหน้านั้นเขาดึงเดรสทั้งชุดขึ้นไปกองอยู่บนเหนือเนินอกของเธอทั้งหมด
นิรินพ่นลมหายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เฮ้อ…เกือบไปแล้วไหมหละเรา”
กลิ่นกระดังงา
ฮาริธ รีบหันเหใบหน้าออกจากเธอทันที โดยที่นิรินไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ร่างสูงสง่าผุดลุกขึ้นยืนหันหลังให้ ดูเหมือนเขากำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำ
“เดี๋ยวก่อนสิคุณฮาริธ แล้วเสื้อผ้าของฉันหละ” นิรินถาม พร้อมกับรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดคลุมกายส่วนหน้าของเธอ แต่เขาไม่ตอบ ร่างสูงกลับเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังประตูทางออก ด้วยท่าทีโซเซ แล้วพูดออกมาว่า
“เธอนอนอยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันจะไปนอนที่อื่น” แล้วเขาก็เดินจากไป โดยที่ไม่ได้หันกลับมามองเธออีก
เสียงประตูปิดดัง ปัง
โปรดติดตามตอนต่อไป
กลิ่นกระดังงาค่ะ
คือรักที่โหยหาบทที่ 15 เมืองไทย ตอนจบนิรินก้าวลงผืนแผ่นดินเกิดด้วยอาการใจลอย เธอดีใจที่มีชีวิตรอดกลับมาอีกครั้ง แต่อีกความรู้สึกเหมือนลืมนำอะไรที่สำคัญกลับมาด้วย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ น้ำตาก็ไหลออกมา “ลาก่อนโอบาบา ลาก่อนค่ะ คุณฮาริธ” มือเรียวบางกำลังปาดน้ำตา เธอรู้สึกเวียนศรีษะขึ้นมากะทันหันจนชนเข้ากับร่างกำยำของชายชาวต่างชาติ เขามาพร้อมกับคนหลายคน “ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ แต่แล้วก็หน้ามืดขึ้นมาอีก แล้วภาพคนตรงหน้าก็เป็นเพียงแค่เงา ก่อนเธอจะหมดสติไป นิรินรู้สึกตัวขึ้นที่ห้องหรู แต่กลิ่นของห้องเธอรับรู้ได้ว่าคือโรงพยาบาลแน่ ๆ หญิงสาวกวาดสายไปรอบ ๆ ห้อง พบเห็นคนหน้าคุ้นถึงสามคน “ท่านฟาฮัด คุณรีฮาม ฮาริธ นี่เราฝันไปหรือนี่ บ้าจริง คิดถึงโอบาบาจนประสาทหลอน” เธอสบถออกมา อาการคล้ายคนเมา “ยินดีต้อนรับคุณแม่คุณใหม่ครับ” ฮาริธเอ่ยพร้อมโอบกอดเธอ เขาน้ำตาไหล “ผมไม่คิดเลยว่าการที่รับรู้ว่ากำลังจะกลายเป็นพ่อคน มันอบอุ่น และวิเศษอย่างนี้ นิรินผมรักคุณนะครับ ต่อไปนี้ ผมจะขอใช้ชีวิตอยู่กับคุณที่นี
คือรักที่โหยหาบทที่ 14 ศัตรูเผยตัว“อาการเป็นอย่างไรบ้างหลานรัก”“ดีขึ้นแล้วครับท่านลุง”“แล้วไปกินอะไรมาถึงได้โดนสารพิษเล่นงาน อย่างนี้”“ผมจำไม่ค่อยได้เลยครับท่านลุง ปกติก็กินอาหารในบ้านเท่านั้นไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยครับ” “ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก ยังไงก็ให้ระวังตัวให้ดีดีด้วยนะ ช่วงนี้ผู้นำเจ็บป่วยบ่อย การปกครองเริ่มสั่นคลอน เราไม่รู้หรอกว่าในสภาวะอย่างนี้ ใครไว้ใจได้ และใครที่ไว้ใจไม่ได้” ท่านลุงซาอีดพูดจบก็เดินไปแสดงความยินดีกับนางรีฮาม“ผมต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณรีฮาม ในที่สุดฮาริธก็ได้รู้สักทีว่าใครคือแม่ของเขา” “ขอบคุณท่านลุงมากจริง ๆค่ะ ความจริงฉันรอวันนี้มานานมากแล้วจริง ๆ”วันนี้แววตาของท่านลุงซาอีด มีความผิดแปลกไปจากเดิม จนป้ารีฮามสัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยกลิ่นกระดังงา วันนั้นลุงซาอีด เข้ามาสอบถามเพียงไม่กี่ประโยคก็เดินออกจากห้องพักฟื้นไป “แม่ว่า เราคงไว้ใจใครในโอบาบาไม่ได้เลยสักคนนะฮาริธ” ฮาริธพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดออกมาว่า “ผมรู้สึกเบื่อที่นี่ เบื่อการแย่งชิง แม่ครับ แม่มีบ้านที่เมืองไทยไหมครับ” “มี
คือรักที่โหยหาบทที่ 13 ชีคฟาฮัดตกอยู่ในอันตราย “ท่านชีคต้องกำลังป่วยอยู่แน่ ๆเลยค่ะ” นิรินว่า พร้อมทั้งเอามืออุดปากตนเองเพราะไม่ได้ตั้งใจ “ผมก็คิดอย่างนั้น” ฮาริธว่า ก่อนจะหันมามองผู้เป็นแม่“แม่ครับผมคิดว่า การป่วยของท่านพ่อคงไม่ใช่เรื่องปกติแล้วหละครับ” “ไม่มีใครกล้าทำร้ายกษัตริย์ของโอบาบาหรอกท่านฮาริธ” ป้ารีฮามยังคงคุ้นชินที่จะเรียกอย่างที่เคยเรียก“หากอัยมานได้ปกครองประเทศ โอบาบาจะต้องกลายเป็นประเทศมหาอำนาจแน่” ฮาริธว่า“ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของท่านชีคกับเจ้าชายอัยมานเถิดท่านฮาริธ” ป้ารีฮามกล่าว“แม่ครับ โปรดเรียกผมใหม่ได้แล้วครับ เรียกผมว่าฮาริธเถิดนะครับ” ป้ารีฮามพยักหน้ารับ เมื่อเห็นสองแม่ลูกมีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน นิรินจึงขอตัวเดินออกจากห้องมาเวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง นิรินก็ยังไม่เห็นว่าสถานการจะลดความตรึงเครียดลง เธอรู้สึกทุกข์ทรมานใจไปกับสองแม่ลูกด้วย ราวกับว่ากลิ่นกระดังงาเธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วจริง ๆ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก ที่ป้ารีอามและฮาริธยังคงนั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด“ขออนุญาตนะคะ คือนิรินอยากช่วยค่ะ แต่ก
คือรักที่โหยหาบทที่ 12 แม่ของฮาริธนิรินล้มตัวลงนอนเพื่อหวังให้ความหิวมลายไป แต่กลับหลับไม่ลงเพราะท้องกำลังร้องหาอาหาร “ทำไมหิวมากขนาดนี่นะ” นิรินตัดสินใจเดินออกมาจากห้อง พอดีไปพบเข้ากับป้ารีฮาม ที่กำลังเดินสำรวจตรวจตราไปรอบ ๆ บ้าน “อ้าวคุณนิรินหิวใช่ไหมคะ ป้ายังไม่เห็นคุณออกมากินอะไรเลย” “หิวมากเลยค่ะป้า มีอะไรให้กินบ้างไหม” “มีค่ะ ป้าเตรียมข้าวต้มแบบไทย ๆ ไว้ให้แล้วหละคะ แต่คงจะเย็นไปหน่อย เดี๋ยวป้าอุ่นให้นะคะ” ป้ารีฮามเอ่ยด้วยใบหน้า ท่าทางที่ดูอบอุ่น “เอ่อ ขอนิรินเข้าไปดูในครัวด้วยได้ไหมคะ” “ได้สิมาตามมาเลยค่ะ” ป้ารีฮามเอ่ยพร้อมกับเดินนำหน้านิรินไป นิรินมาทำความเข้าใจระบบเตา และได้เห็นระบบเครื่องล้างจานอัตโนมัติ เมื่อกินข้าวต้มจนอิ่ม นิรินก็ขอป้ารีฮามล้างชามเอง ป้ารีฮามก็ไม่ได้ห้าม “พรุ่งนี้ป้ารีฮามเข้าครัวกี่โมงคะ” กลิ่นกระดังงา“ตีห้าจ้า มีป้ากับซาฮารที่ตื่นขึ้นมาทำอาหาร” “ออ หญิงสาวคนนั้นชื่อซาฮารนั่นเอง ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าขอนิรินมาช่ว





