LOGIN“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
ฟางจวินเงียบไปเล็กน้อย ก่อนหัวเราะแผ่วเบา
“เจ้าคงยังไม่รู้เรื่องในจวนเซียวมากนัก”
“จึงได้ถามเจ้า”
คำตอบนั้นเรียบง่ายจนหญิงงามต้องมองผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอีกครั้ง
นางเคยได้ยินว่าบุตรสาวตระกูลหลินเรียบร้อย พูดน้อย และเชื่อฟังบิดามาก งานเลี้ยงครั้งหนึ่งที่เคยพบกัน หลินลี่ชายังไม่กล้าแม้แต่เงยหน้ามองคนถาม
นางจึงคิดว่าพูดเพียงเท่านี้ อีกฝ่ายก็คงเสียขวัญจนไม่กล้าถามต่อ
“ข้ารู้จักพี่เยี่ยนโจวมาตั้งแต่เด็ก” ฟางจวินกล่าว “เข้าออกจวนนี้จนรู้จักคนแทบทุกคน ท่านป้าก็เอ็นดูข้าไม่ต่างจากบุตรสาว เรื่องใดควรเป็นอย่างไร ย่อมมองออกบ้าง”
“แล้วเขาบอกเจ้าหรือไม่ว่าไม่อยากแต่งกับข้า”
รอยยิ้มบนริมฝีปากฟางจวินจางลง
“บางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดก็เข้าใจกันได้”
ลี่ชาปล่อยมือจากแขนชิงเถา ก่อนประสานไว้บนตักตามเดิม
“เช่นนั้นสิ่งที่เจ้ากำลังบอก เป็นสิ่งที่เจ้าเข้าใจเองหรือ”
“เจ้าคิดว่าข้ามาพูดเช่นนี้เพราะอยากหาเรื่องหรือ”
น้ำเสียงของฟางจวินแข็งขึ้นเล็กน้อย หญิงรับใช้ที่ยืนอยู่ไกลออกไปเหลือบมองมา แต่เมื่อเห็นสีหน้านางก็รีบก้มหน้าลง
ฟางจวินสูดลมหายใจ ก่อนลดเสียงอีกครั้ง
“ข้าเพียงเห็นว่าเจ้าควรเตรียมใจ ตระกูลเซียวมีเกียรติ มีชื่อเสียง แต่ช่วงนี้กิจการบางส่วนไม่ราบรื่น การแต่งงานกับบุตรสาวพ่อค้าที่มีสินเดิมมากย่อมช่วยได้ไม่น้อย”
ปลายนิ้วลี่ชาหยุดเคลื่อนไหว นางนึกถึงคำตอบคลุมเครือของชิงเถา เรื่องผู้ดูแลจวนที่มาถามถึงหีบสินเดิมหลายครั้ง และท่าทีของเหอซูหลันซึ่งตำหนิความใหญ่โตของขบวน แต่กลับไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ขนมาด้วย
“เจ้ากำลังบอกว่าพวกเขาต้องการเงินของข้า”
ฟางจวินไม่ตอบทันที ท่าทางนั้นราวกับกำลังลังเลเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจคนฟัง
“เมื่อผ่านช่วงลำบากไปแล้ว พี่เยี่ยนโจวก็ต้องมีภรรยาที่เหมาะสมกับเส้นทางข้างหน้า เขากำลังจะเข้ารับราชการ คนที่ยืนข้างเขาควรเข้าใจธรรมเนียมและมีครอบครัวที่ช่วยส่งเสริมกันได้”
“แล้วข้าจะเป็นอย่างไร”
“หากเจ้าวางตัวดี ย่อมแยกทางกันได้โดยไม่เสียหน้า บิดาเจ้ามีทรัพย์สินมาก คงไม่ปล่อยให้เจ้าลำบากอยู่แล้ว”
ชิงเถากำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ
ลี่ชากลับถามต่อด้วยน้ำเสียงเดิม
“เรื่องหย่าแล้วแต่งกับผู้อื่น เซียวเยี่ยนโจวเป็นคนรับปากเจ้าเองหรือไม่”
ฟางจวินเม้มริมฝีปาก
ชั่วครู่หนึ่ง โถงด้านข้างเงียบจนได้ยินเสียงถ้วยชากระทบกันจากลานรับรอง
“ข้ากับเขามีความผูกพันมาหลายปี” นางตอบในที่สุด “บางอย่างเจ้าซึ่งเพิ่งมาวันนี้คงไม่เข้าใจ”
ลี่ชาพยักหน้าเล็กน้อย
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ฟางจวินยกมุมปากขึ้นอีกครั้ง คิดว่าคำพูดของตนเริ่มได้ผล ทว่าเจ้าสาวกลับกล่าวต่อ
“ขอบคุณที่มาแจ้ง ข้าจะถามเขาเอง”
“เจ้าจะเอาเรื่องนี้ไปถามเขา?”
คราวนี้ความตกใจหลุดออกมาอย่างปิดไม่มิด
“เป็นเรื่องระหว่างข้ากับสามี หากไม่ถามเขา ข้าควรถามใคร”
ฟางจวินมองนางนิ่ง ริมฝีปากขยับคล้ายจะพูดอะไรอีก แต่เสียงแม่สื่อดังเข้ามาจากทางเดินเสียก่อน
“ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ เชิญเจ้าสาวไปยังโถงพิธี”
หญิงงามถอยออกไปหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่สื่อเข้ามาถึง นางก็กลับมามีรอยยิ้มอ่อนหวานตามเดิม
“ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าสาว กลัวนางนั่งรอแล้วจะตื่นเต้น”
ลี่ชาไม่ได้แก้คำพูดนั้น
ชิงเถาประคองนางลุกขึ้น ขณะเดินผ่านฟางจวิน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนยังคงอยู่ใกล้จมูก แต่นางไม่มีอารมณ์ชื่นชมมันอีกแล้ว
“คุณหนู อย่าเชื่อนางทั้งหมดนะเจ้าคะ”
ชิงเถากระซิบเมื่อพ้นโถงออกมา
“ข้ายังไม่ได้เชื่อ”
“แต่เรื่องที่นางพูด”
“จำไว้ก่อน เรื่องใดจริงค่อยตรวจทีหลัง”
คำพูดนั้นช่วยให้สาวใช้สงบลงได้บ้าง ทว่าสำหรับลี่ชา ความหนักในอกกลับยังไม่คลาย
หากฟางจวินพูดเท็จ นางต้องรับมือกับหญิงสาวซึ่งคิดแย่งตำแหน่งภรรยาตั้งแต่วันแรก
แต่หากพูดจริง คนทั้งจวนอาจกำลังรอให้นางนำทรัพย์สินเข้ามา โดยไม่ได้ตั้งใจมอบสิ่งใดนอกจากชื่อสกุลให้ชั่วคราว
ไม่ว่าทางใด นางก็ยังไว้ใจที่นี่ไม่ได้
เมื่อก้าวเข้าโถงใหญ่ เสียงสนทนารอบตัวเบาลง
ลี่ชามองเห็นผ่านช่องใต้ผ้าคลุมเพียงพื้นหินสะอาด ขาเก้าอี้ และชายเสื้อของแขกที่ยืนอยู่สองด้าน แม่สื่อพานางไปหยุดข้างเจ้าบ่าว ก่อนวางปลายผ้าแดงลงในมืออีกครั้ง
เซียวเยี่ยนโจวยืนอยู่ทางซ้าย
“เดินไหวหรือไม่”
คำถามนั้นดังพอให้นางได้ยินคนเดียว
“ไหว”
“อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว”
ลี่ชาหันหน้าไปทางเขาเล็กน้อย
นางไม่รู้ว่าเขาหมายถึงการที่นางต้องทนกับเครื่องประดับหนักบนศีรษะ หรือหมายถึงหน้าที่ของตนเองที่ใกล้จบลง
ผู้ดูแลก้มหน้าต่ำ“ข้าน้อยส่งเรื่องให้ห้องบัญชีแล้วขอรับ คิดว่าจ่ายไปบางส่วนแล้ว”“ส่วนใด”“ข้าน้อยต้องกลับไปตรวจอีกครั้ง”เยี่ยนโจวมองเขานิ่ง ก่อนสั่งให้คนไปตามผู้ดูแลบัญชี พร้อมนำสมุดรายจ่ายค่าอาหารในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาออกมาลี่ชายืนฟังอยู่ด้านข้าง ไม่ได้เสนอเปิดหีบสินเดิม ไม่ได้เรียกชิงเถาไปหยิบเงินนางรู้ว่าพ่อค้าเดือดร้อน แต่เงินหนึ่งก้อนที่จ่ายออกไปโดยไม่รู้สาเหตุอาจเพียงช่วยให้ความผิดปกติถูกซ่อนต่อไปอีกครั้งผู้มีหน้าที่ต้องเห็นปัญหาและรับผิดชอบก่อน“ท่านจะกลับร้านก่อนไหม”เยี่ยนโจวหันไปถามพ่อค้า“ข้าจะให้คนไปแจ้งผลภายในพรุ่งนี้ พร้อมกำหนดวันจ่ายที่ชัดเจน”ชายผู้นั้นลังเล เห็นได้ชัดว่าเคยได้รับคำรับปากมาหลายครั้งแล้วลี่ชาจึงกล่าวขึ้นเบา ๆ“ให้เขียนใบรับเรื่องไว้ ระบุยอดที่ท่านนำมาแจ้งวันนี้ด้วยดีหรือไม่ เมื่อคุณชายตรวจแล้ว จะได้คุยกันจากรายการเดียวกัน”เยี่ยนโจวพยักหน้า เรียกคนมาจัดการตามนั้น แล้วคืนสมุดให้พ่อค้านำกลับ โดยให้คัดรายการที่จำเป็นเก็บไว้ เมื่อได้หนังสือซึ่งมีชื่อคุณชายใหญ่กำกับ พ่อค้าจึงยอมคารวะกลับไป สีหน้าโล่งขึ้นบ้าง แม้ยังไม่ได้เงินในวันนี้ ผู้ดูแลบัญชีมาถึง
ทุกคนรับคำ แต่ไม่มีใครหยิบชามขึ้นมาก่อนนางเดินพ้นไปลี่ชาหยุดตรงมุมกำแพง รอให้คนกลับมานั่งแล้วจึงถามชิงเถาเบา ๆ“คนของเรากินอาหารที่ไหน”“ข้างครัวเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เมื่อเช้าบ่าวกินขนมที่เหลือจากเมื่อคืน”“มื้อกลางวันล่ะ”ชิงเถาชะงักไปเล็กน้อย“กินแล้วเจ้าค่ะ”ลี่ชามองนาง“เหมือนที่เพิ่งเห็นหรือไม่”เด็กสาวพยักหน้า“แต่บ่าวไม่ได้หิวมาก คุณหนูไม่ต้องกังวล”นางไม่เชื่อคำว่าไม่หิวเท่าใดนัก ชิงเถาเดินเข้าออก ยกน้ำ ยกของ และช่วยจัดหีบมาตลอดวัน อาหารเท่านั้นคงไม่พอแน่“เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”“บ่าวเพิ่งมา ไม่ทราบแน่เจ้าค่ะ ได้ยินคนในครัวบอกว่าช่วงนี้ต้องประหยัด”ลี่ชาหันมองไปทางเรือนรับรองกลิ่นเป็ดย่างยังลอยอยู่ในอากาศการรับแขกมีค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจำเป็นต้องประหยัดจนคนทำงานกินไม่อิ่ม ก็ควรมีเหตุผลมากกว่าคำสั่งกว้าง ๆ เพียงคำเดียวนางกำลังจะเดินกลับ เมื่อเสียงโต้เถียงดังมาจากทางประตูหลัง“ข้าไม่ได้มาขอเงินล่วงหน้า ข้ามาทวงเงินที่ค้างอยู่!”“เบาเสียงหน่อย ที่นี่จวนเซียว จะส่งเสียงเอะอะเช่นนี้ได้อย่างไร”“ข้ารู้ว่าเป็นจวนเซียวจึงอดทนรอมา แต่คนงานร้านข้าก็ต้องกินข้าว หากยังไ
เยี่ยนโจวเหลือบมองเป็นระยะ เขาคิดว่านางอาจขุ่นเคืองจนวางตะเกียบหนี หรือน้ำตาคลอจากคำตำหนิ แต่นางกลับกินอาหารอย่างเรียบร้อย ตอบเมื่อถูกถาม และขอตัวกลับเมื่อผู้ใหญ่อนุญาตความสงบเช่นนั้นทำให้เขาเดาอารมณ์ไม่ออกยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางกลับเรือน ชิงเถาเดินตามอยู่ด้านหลังจนเยี่ยนโจวให้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย“เจ้าคิดมากเรื่องเมื่อครู่หรือ”ลี่ชาเดินต่ออีกสองก้าวจึงหยุด“ท่านหมายถึงเรื่องใด”“ท่านแม่พูดตรงไปบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย”นางหันมาหาเขา“ข้ายังไม่ได้กล่าวว่าท่านแม่มีเจตนาร้าย”เยี่ยนโจวเงียบไป ลี่ชามองทางเดินซึ่งทอดไปถึงเรือนของตน แสงแดดอ่อนตกบนขอบกระเบื้อง ใกล้กันมีสาวใช้กวาดใบไม้ คนในจวนเริ่มทำงานตามปกติราวกับเช้านี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“เมื่อคืนท่านรับปากว่าสินเดิมอยู่ในการดูแลของข้า”“ข้าไม่ได้ให้เจ้ายกกุญแจออกไป”“แต่เมื่อข้าบอกเช่นเดียวกันต่อหน้าท่านแม่ ท่านกลับขอให้ข้าใจเย็น”“ข้าเพียงไม่อยากให้เถียงกันต่อหน้าคนรับใช้”“เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าควรตอบอย่างไร”เยี่ยนโจวขมวดคิ้ว ลี่ชารอ แต่เขายังไม่มีคำตอบ หากนางปฏิเสธ แม่เขาย่อมโกรธ หากนางส่งกุญแจให้ เรื่องคงจบลงอย่างสงบ อย่างน้อยก็ใ
ลี่ชาสบตาแม่สามี“อยู่กับข้าเจ้าค่ะ”“เอามาให้แม่บ้านเก็บไว้ที่คลังกลาง ของมีราคาควรอยู่รวมกัน คนดูแลจะได้ไม่สับสน”ชิงเถามือเย็นทันทีลี่ชากลับเพียงถาม“ท่านแม่หมายถึงของขวัญในกล่องนี้ หรือสินเดิมทั้งหมดเจ้าคะ”“สินเดิมของเจ้านั่นแหละ”“ของขวัญที่มอบวันนี้ให้แม่บ้านนำเข้าคลังได้เลยเจ้าค่ะ ส่วนสินเดิม ข้าจัดคนดูแลไว้แล้ว”ถ้วยชาในมือเหอซูหลันถูกวางลงบนจานรองแรงขึ้นเล็กน้อย“เจ้าเพิ่งเข้าจวนวันเดียว จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดการของเช่นไร”“ข้ามีบัญชีและผู้ดูแลจากบ้านเดิมช่วยส่งมอบ ทุกหีบตรวจครบแล้ว เมื่อคืนแม่บ้านของจวนก็ลงชื่อรับทราบจำนวนไว้เจ้าค่ะ”“ข้าถามเรื่องกุญแจ ไม่ได้ถามว่าเจ้าตรวจของแล้วหรือยัง”บรรยากาศในโถงเงียบลงเซียวจิ่งเหวินเงยหน้าจากถ้วยชา ส่วนเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเริ่มขมวดคิ้วลี่ชาวางมือบนตักเพื่อไม่ให้เผลอกำชายเสื้อ“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ แต่สินเดิมเป็นทรัพย์สินที่ท่านพ่อยกให้ข้า ข้าจึงอยากเก็บกุญแจและดูแลบัญชีเอง หากในจวนต้องการใช้สิ่งใด ขอให้แจ้งรายการ ข้าจะพิจารณาให้”เหอซูหลันหน้าเปลี่ยนสี“เจ้าพูดเหมือนคนในจวนต้องมาขอของจากเจ้า”ลี่ชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่า
ลี่ชามองแสงฟ้าที่เพิ่งเริ่มสว่างนอกหน้าต่างแล้วพยักหน้า“ข้าพร้อมแล้ว”ชิงเถาหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมไว้มาถือ ภายในมีผ้าตัดชุดและซองเงินสำหรับมอบผู้ใหญ่ หลินเจิ้งถังให้คนจัดไว้ก่อนวันแต่งงาน ลี่ชาตรวจรายการตั้งแต่เมื่อคืน จึงรู้ว่าสิ่งใดเป็นของขวัญและสิ่งใดเป็นสินเดิมของตนก่อนออกจากห้อง นางเก็บกุญแจกล่องหนังสือข้อตกลงเข้าไว้ในถุงผ้าเล็กที่ติดตัวเยี่ยนโจวเห็น แต่ทำเพียงเบือนหน้าออกไปทั้งคู่เดินมาถึงเรือนใหญ่ก่อนเวลาที่นัดไว้เล็กน้อย ทว่าหญิงรับใช้หน้าประตูกลับแจ้งว่าเหอซูหลันยังแต่งตัวไม่เสร็จ ให้รออยู่ที่โถงด้านนอกก่อน“แล้วท่านพ่อล่ะ”เยี่ยนโจวถาม“นายท่านกำลังรับยาเจ้าค่ะ”เขาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่ง ลี่ชานั่งลงบนเก้าอี้ข้างกัน ชิงเถาวางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะเล็ก ก่อนถอยไปยืนด้านหลัง แรก ๆ ยังมีเสียงคนเดินผ่านเรือนเป็นระยะ ต่อมาค่อยเงียบลง แสงอาทิตย์เลื่อนจากชายระเบียงเข้ามาถึงพื้นโถงชาร้อนที่หญิงรับใช้นำมาให้เริ่มเย็น ลี่ชายกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้กินอาหาร นางมองถาดว่างตรงกลางโต๊ะ ก่อนหันไปถามชิงเถาเบา ๆ ว่านำขนมติดมาหรือไม่ เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเสียใจ เยี่ยนโจวได้ย
ลี่ชารับพู่กันมาลงชื่ออย่างช้า ๆ ลายมือยังไม่งดงามนัก แต่พออ่านออก นางวางพู่กันแล้วเลื่อนกระดาษให้เขา เยี่ยนโจวมองชื่อหลินลี่ชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลงชื่อของตนด้านข้าง หมึกสีดำซึมลงบนกระดาษ ครบหกเดือนนับจากวันนี้ ทั้งคู่จะดำเนินการแยกทางโดยสมัครใจ เขาวางพู่กันแรงกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย“พอใจแล้วหรือ”ลี่ชารอให้หมึกแห้ง ก่อนหยิบฉบับของตนขึ้นตรวจอีกครั้ง“ขอบคุณที่ยอมคุยกัน”คำขอบคุณนั้นจริงใจจนเขาหาคำตอบไม่ถูกเยี่ยนโจวลุกขึ้น ถอดเสื้อคลุมตัวนอกพาดพนักเก้าอี้ ขณะที่ลี่ชาพับหนังสือข้อตกลงเก็บใส่กล่องเล็กซึ่งมีกุญแจของนางเองนางปิดฝากล่องด้วยสีหน้าผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของคืนเขามองแล้วรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูกหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลี่ชาหันมองเตียง แล้วมองตั่งยาวริมหน้าต่างเยี่ยนโจวเห็นสายตานั้นทันที“อะไรอีก”“เรื่องที่นอน”เขามองเตียงกว้าง ก่อนหันกลับมาหานาง“เจ้าคงไม่ได้จะให้ข้าออกไปนอนนอกเรือน”“ไม่ต้อง ข้างนอกมีคนอยู่มาก หากเห็นท่านออกไปคงถามกันไม่จบ”“แล้ว?”นางเหลือบไปยังตั่งอีกครั้งเยี่ยนโจวเงียบไปนาน ก่อนกล่าวชัด ๆ“นี่เรือนข้า”“ข้าทราบ”“เตียงก็ของข้า”ลี่ชามองใบหน้าเขา แล้ว







