LOGINลี่ชาไม่ได้กล่าวอะไรอีก นางยอมให้แม่สื่อจัดสายผ้าแดงสำหรับพิธีส่งเข้ามาในมือ ก่อนก้าวตามชายหนุ่มไปช้า ๆ
ระหว่างเดินขึ้นบันได เยี่ยนโจวลดฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่านางต้องยกชายกระโปรง ชายเสื้อของเขาไหวผ่านแนวสายตาใต้ผ้าคลุมอยู่เป็นระยะ
นางจึงพอมองเห็นว่าเขารออยู่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียว
อย่างน้อยคนผู้นี้ก็ยังฟังเหตุผล
แต่การฟังเหตุผลเรื่องรับของหนึ่งครั้งยังบอกอะไรไม่ได้มาก นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามองการแต่งงานครั้งนี้อย่างไร
เมื่อผ่านประตูใหญ่ เสียงพูดคุยภายในจวนชัดขึ้น แขกบางคนกล่าวชมชุดเจ้าสาว บางคนสนใจจำนวนสินเดิมมากกว่าคู่บ่าวสาวเสียอีก
ลี่ชาพยายามเก็บรายละเอียดผ่านเสียง
จวนนี้มีแขกมาก คนรับใช้เดินกันขวักไขว่ แต่ผู้ต้อนรับกลับดูรีบร้อนราวกับไม่ได้ตกลงหน้าที่ไว้ก่อน นางได้ยินหญิงรับใช้คนหนึ่งถามว่าจะนำหีบไปเรือนใด ก่อนอีกคนตอบให้ยกตามผู้ดูแลไป
คำสั่งของเยี่ยนโจวจึงช่วยได้มากกว่าที่เขาอาจคิด
“ท่านย่าเจ้าบ่าวรออยู่ด้านในแล้ว ขอเชิญคุณชายไปรับผู้ใหญ่ก่อนเจ้าค่ะ”
แม่สื่ออีกคนเดินเข้ามากล่าว เยี่ยนโจวส่งปลายสายผ้าในมือให้คนดูแลพิธี ก่อนหันมาทางเจ้าสาว
“รออยู่ตรงนี้ก่อน”
“ได้”
คำตอบสั้นและชัดทำให้เขามองนางอีกครั้ง
ไม่มีคำถามว่าเขาจะไปนานหรือไม่ ไม่มีท่าทีหวาดหวั่นที่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า นางเพียงขยับหลบให้หญิงรับใช้ซึ่งถือถาดเดินผ่าน แล้วหันไปถามสาวใช้เบา ๆ ว่าผู้ดูแลหลิวตามมาหรือยัง
ราวกับนางมีเรื่องที่ต้องใส่ใจมากกว่าท่าทีของสามี
เยี่ยนโจวขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนเดินจากไป
ชิงเถาประคองนายสาวเข้าไปพักตรงโถงด้านข้าง ที่นั่นเงียบกว่าลานรับรองและมีเก้าอี้ให้หย่อนกายนั่งชั่วคราว แม่สื่อออกไปดูความเรียบร้อยของพิธี เหลือหญิงรับใช้ของจวนยืนอยู่ห่างออกไปสองคน
“คุณหนู เจ็บคอหรือไม่เจ้าคะ เครื่องประดับหนักมาก”
“เมื่อยเล็กน้อย”
ชิงเถาขยับจะช่วยประคองมาลา แต่นางยกมือห้าม
“อย่าเพิ่งขยับ ประเดี๋ยวหลุดแล้วเจ้าจะลำบาก”
เด็กสาวเม้มปาก ก่อนกระซิบด้วยความอัดอั้น
“นายท่านเลือกของทุกอย่างให้ด้วยตนเอง แม้แต่ผ้าปูเตียงก็ยังให้บ่าวเอามาเทียบหลายผืน ไม่ได้อยากอวดผู้ใดเสียหน่อย”
ลี่ชาเงียบไป
ความทรงจำของชายวัยกลางคนที่ยืนส่งบุตรสาวหน้าเรือนกลับมาชัดขึ้นอีกครั้ง นางยังจำแววตาที่เขาพยายามซ่อนความห่วงใยได้
“ข้ารู้”
นางตอบเบา ๆ แล้วแตะหลังมือชิงเถา
“ของที่ท่านพ่อเตรียมมา ข้าจะดูแลให้ดี”
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังเข้ามาในโถง ตามด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ หญิงรับใช้ที่ยืนอยู่ห่างออกไปก้มทักอย่างคุ้นเคย
“คุณหนูฟาง”
ชิงเถาเงยหน้าขึ้นทันที
สตรีที่เดินเข้ามาสวมชุดสีอ่อน ปักดอกไม้เล็กละเอียดตามชายแขน ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มบางประดับอยู่ นางมองเจ้าสาวซึ่งนั่งตัวตรง ก่อนหยุดห่างออกไปไม่กี่ก้าว
“ข้ามารบกวนหรือไม่”
ลี่ชาหันไปตามเสียง
“ท่านมีธุระหรือ”
หญิงสาวเลิกคิ้วน้อย ๆ คล้ายไม่คาดว่าจะได้รับคำถามเช่นนั้น
“ข้าฟางจวิน”
ชิงเถาขยับเข้ามาใกล้นายสาวอีกครึ่งก้าว
“ข้ามาร่วมงาน และคิดว่าควรเข้ามาทักเจ้าด้วยตนเอง” ฟางจวินกล่าว “เห็นเมื่อครู่ท่านป้าพูดไปหลายคำ เกรงว่าเจ้าจะไม่สบายใจ”
“ขอบคุณที่เป็นห่วง”
“ท่านป้าเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ห่วงพี่เยี่ยนโจวมาก เจ้าต้องค่อย ๆ เรียนรู้นิสัยของนาง อยู่ที่นี่ไม่เหมือนอยู่เรือนเดิม คงไม่มีใครตามใจเจ้าได้ทุกอย่าง”
ลี่ชานั่งฟังจนจบ
อีกฝ่ายเรียกมารดาเจ้าบ่าวว่าท่านป้า เรียกเจ้าบ่าวอย่างสนิทสนม และพูดถึงการใช้ชีวิตในจวนราวกับตนเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่ง
“ข้าจะจำไว้”
ฟางจวินมองผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ความสงบนิ่งที่ได้กลับมาทำให้นางเริ่มไม่แน่ใจว่าคนใต้ผ้าคิดอะไร
นางจึงยิ้มบางแล้วก้าวเข้ามาใกล้
“มีอีกเรื่องหนึ่ง ข้าอยากบอกเจ้าไว้ก่อน จะได้ไม่คาดหวังสิ่งที่ทำให้ตนเองเสียใจภายหลัง”
ชิงเถาขยับปากจะห้าม แต่ลี่ชายกมือขึ้นเล็กน้อย ฟางจวินโน้มตัวลง เสียงของนางเบาพอให้ได้ยินกันเพียงตรงนั้น
“คนที่เขาอยากแต่งด้วย ไม่ใช่เจ้า”
คำเตือนจากหญิงงาม
“คนที่เขาอยากแต่งด้วย ไม่ใช่เจ้า”
เสียงของฟางจวินเบานัก แต่ชัดเจนพอให้ชิงเถาหน้าเปลี่ยนสี เด็กสาวขยับเข้ามาข้างนายสาวทันที หากลี่ชาไม่วางมือลงบนแขนนางไว้ คงได้ยินเสียงโต้เถียงดังออกไปถึงลานรับรองแล้ว
ใต้ผ้าคลุมสีแดง ลี่ชาหลุบตามองเงารองเท้าปักตรงหน้า
นางเพิ่งมาถึงจวนแห่งนี้ ยังไม่ได้กราบไหว้ผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ แต่มีคนมาแจ้งแล้วว่าสามีในอนาคตไม่ได้ต้องการนาง
คำพูดเช่นนี้อาจเป็นความจริง เป็นความเข้าใจผิด หรือเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายอยากให้นางเชื่อ
สิ่งแรกที่ควรทำจึงไม่ใช่ร้องไห้
14.
ผู้ดูแลก้มหน้าต่ำ“ข้าน้อยส่งเรื่องให้ห้องบัญชีแล้วขอรับ คิดว่าจ่ายไปบางส่วนแล้ว”“ส่วนใด”“ข้าน้อยต้องกลับไปตรวจอีกครั้ง”เยี่ยนโจวมองเขานิ่ง ก่อนสั่งให้คนไปตามผู้ดูแลบัญชี พร้อมนำสมุดรายจ่ายค่าอาหารในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาออกมาลี่ชายืนฟังอยู่ด้านข้าง ไม่ได้เสนอเปิดหีบสินเดิม ไม่ได้เรียกชิงเถาไปหยิบเงินนางรู้ว่าพ่อค้าเดือดร้อน แต่เงินหนึ่งก้อนที่จ่ายออกไปโดยไม่รู้สาเหตุอาจเพียงช่วยให้ความผิดปกติถูกซ่อนต่อไปอีกครั้งผู้มีหน้าที่ต้องเห็นปัญหาและรับผิดชอบก่อน“ท่านจะกลับร้านก่อนไหม”เยี่ยนโจวหันไปถามพ่อค้า“ข้าจะให้คนไปแจ้งผลภายในพรุ่งนี้ พร้อมกำหนดวันจ่ายที่ชัดเจน”ชายผู้นั้นลังเล เห็นได้ชัดว่าเคยได้รับคำรับปากมาหลายครั้งแล้วลี่ชาจึงกล่าวขึ้นเบา ๆ“ให้เขียนใบรับเรื่องไว้ ระบุยอดที่ท่านนำมาแจ้งวันนี้ด้วยดีหรือไม่ เมื่อคุณชายตรวจแล้ว จะได้คุยกันจากรายการเดียวกัน”เยี่ยนโจวพยักหน้า เรียกคนมาจัดการตามนั้น แล้วคืนสมุดให้พ่อค้านำกลับ โดยให้คัดรายการที่จำเป็นเก็บไว้ เมื่อได้หนังสือซึ่งมีชื่อคุณชายใหญ่กำกับ พ่อค้าจึงยอมคารวะกลับไป สีหน้าโล่งขึ้นบ้าง แม้ยังไม่ได้เงินในวันนี้ ผู้ดูแลบัญชีมาถึง
ทุกคนรับคำ แต่ไม่มีใครหยิบชามขึ้นมาก่อนนางเดินพ้นไปลี่ชาหยุดตรงมุมกำแพง รอให้คนกลับมานั่งแล้วจึงถามชิงเถาเบา ๆ“คนของเรากินอาหารที่ไหน”“ข้างครัวเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เมื่อเช้าบ่าวกินขนมที่เหลือจากเมื่อคืน”“มื้อกลางวันล่ะ”ชิงเถาชะงักไปเล็กน้อย“กินแล้วเจ้าค่ะ”ลี่ชามองนาง“เหมือนที่เพิ่งเห็นหรือไม่”เด็กสาวพยักหน้า“แต่บ่าวไม่ได้หิวมาก คุณหนูไม่ต้องกังวล”นางไม่เชื่อคำว่าไม่หิวเท่าใดนัก ชิงเถาเดินเข้าออก ยกน้ำ ยกของ และช่วยจัดหีบมาตลอดวัน อาหารเท่านั้นคงไม่พอแน่“เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”“บ่าวเพิ่งมา ไม่ทราบแน่เจ้าค่ะ ได้ยินคนในครัวบอกว่าช่วงนี้ต้องประหยัด”ลี่ชาหันมองไปทางเรือนรับรองกลิ่นเป็ดย่างยังลอยอยู่ในอากาศการรับแขกมีค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจำเป็นต้องประหยัดจนคนทำงานกินไม่อิ่ม ก็ควรมีเหตุผลมากกว่าคำสั่งกว้าง ๆ เพียงคำเดียวนางกำลังจะเดินกลับ เมื่อเสียงโต้เถียงดังมาจากทางประตูหลัง“ข้าไม่ได้มาขอเงินล่วงหน้า ข้ามาทวงเงินที่ค้างอยู่!”“เบาเสียงหน่อย ที่นี่จวนเซียว จะส่งเสียงเอะอะเช่นนี้ได้อย่างไร”“ข้ารู้ว่าเป็นจวนเซียวจึงอดทนรอมา แต่คนงานร้านข้าก็ต้องกินข้าว หากยังไ
เยี่ยนโจวเหลือบมองเป็นระยะ เขาคิดว่านางอาจขุ่นเคืองจนวางตะเกียบหนี หรือน้ำตาคลอจากคำตำหนิ แต่นางกลับกินอาหารอย่างเรียบร้อย ตอบเมื่อถูกถาม และขอตัวกลับเมื่อผู้ใหญ่อนุญาตความสงบเช่นนั้นทำให้เขาเดาอารมณ์ไม่ออกยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางกลับเรือน ชิงเถาเดินตามอยู่ด้านหลังจนเยี่ยนโจวให้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย“เจ้าคิดมากเรื่องเมื่อครู่หรือ”ลี่ชาเดินต่ออีกสองก้าวจึงหยุด“ท่านหมายถึงเรื่องใด”“ท่านแม่พูดตรงไปบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย”นางหันมาหาเขา“ข้ายังไม่ได้กล่าวว่าท่านแม่มีเจตนาร้าย”เยี่ยนโจวเงียบไป ลี่ชามองทางเดินซึ่งทอดไปถึงเรือนของตน แสงแดดอ่อนตกบนขอบกระเบื้อง ใกล้กันมีสาวใช้กวาดใบไม้ คนในจวนเริ่มทำงานตามปกติราวกับเช้านี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“เมื่อคืนท่านรับปากว่าสินเดิมอยู่ในการดูแลของข้า”“ข้าไม่ได้ให้เจ้ายกกุญแจออกไป”“แต่เมื่อข้าบอกเช่นเดียวกันต่อหน้าท่านแม่ ท่านกลับขอให้ข้าใจเย็น”“ข้าเพียงไม่อยากให้เถียงกันต่อหน้าคนรับใช้”“เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าควรตอบอย่างไร”เยี่ยนโจวขมวดคิ้ว ลี่ชารอ แต่เขายังไม่มีคำตอบ หากนางปฏิเสธ แม่เขาย่อมโกรธ หากนางส่งกุญแจให้ เรื่องคงจบลงอย่างสงบ อย่างน้อยก็ใ
ลี่ชาสบตาแม่สามี“อยู่กับข้าเจ้าค่ะ”“เอามาให้แม่บ้านเก็บไว้ที่คลังกลาง ของมีราคาควรอยู่รวมกัน คนดูแลจะได้ไม่สับสน”ชิงเถามือเย็นทันทีลี่ชากลับเพียงถาม“ท่านแม่หมายถึงของขวัญในกล่องนี้ หรือสินเดิมทั้งหมดเจ้าคะ”“สินเดิมของเจ้านั่นแหละ”“ของขวัญที่มอบวันนี้ให้แม่บ้านนำเข้าคลังได้เลยเจ้าค่ะ ส่วนสินเดิม ข้าจัดคนดูแลไว้แล้ว”ถ้วยชาในมือเหอซูหลันถูกวางลงบนจานรองแรงขึ้นเล็กน้อย“เจ้าเพิ่งเข้าจวนวันเดียว จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดการของเช่นไร”“ข้ามีบัญชีและผู้ดูแลจากบ้านเดิมช่วยส่งมอบ ทุกหีบตรวจครบแล้ว เมื่อคืนแม่บ้านของจวนก็ลงชื่อรับทราบจำนวนไว้เจ้าค่ะ”“ข้าถามเรื่องกุญแจ ไม่ได้ถามว่าเจ้าตรวจของแล้วหรือยัง”บรรยากาศในโถงเงียบลงเซียวจิ่งเหวินเงยหน้าจากถ้วยชา ส่วนเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเริ่มขมวดคิ้วลี่ชาวางมือบนตักเพื่อไม่ให้เผลอกำชายเสื้อ“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ แต่สินเดิมเป็นทรัพย์สินที่ท่านพ่อยกให้ข้า ข้าจึงอยากเก็บกุญแจและดูแลบัญชีเอง หากในจวนต้องการใช้สิ่งใด ขอให้แจ้งรายการ ข้าจะพิจารณาให้”เหอซูหลันหน้าเปลี่ยนสี“เจ้าพูดเหมือนคนในจวนต้องมาขอของจากเจ้า”ลี่ชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่า
ลี่ชามองแสงฟ้าที่เพิ่งเริ่มสว่างนอกหน้าต่างแล้วพยักหน้า“ข้าพร้อมแล้ว”ชิงเถาหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมไว้มาถือ ภายในมีผ้าตัดชุดและซองเงินสำหรับมอบผู้ใหญ่ หลินเจิ้งถังให้คนจัดไว้ก่อนวันแต่งงาน ลี่ชาตรวจรายการตั้งแต่เมื่อคืน จึงรู้ว่าสิ่งใดเป็นของขวัญและสิ่งใดเป็นสินเดิมของตนก่อนออกจากห้อง นางเก็บกุญแจกล่องหนังสือข้อตกลงเข้าไว้ในถุงผ้าเล็กที่ติดตัวเยี่ยนโจวเห็น แต่ทำเพียงเบือนหน้าออกไปทั้งคู่เดินมาถึงเรือนใหญ่ก่อนเวลาที่นัดไว้เล็กน้อย ทว่าหญิงรับใช้หน้าประตูกลับแจ้งว่าเหอซูหลันยังแต่งตัวไม่เสร็จ ให้รออยู่ที่โถงด้านนอกก่อน“แล้วท่านพ่อล่ะ”เยี่ยนโจวถาม“นายท่านกำลังรับยาเจ้าค่ะ”เขาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่ง ลี่ชานั่งลงบนเก้าอี้ข้างกัน ชิงเถาวางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะเล็ก ก่อนถอยไปยืนด้านหลัง แรก ๆ ยังมีเสียงคนเดินผ่านเรือนเป็นระยะ ต่อมาค่อยเงียบลง แสงอาทิตย์เลื่อนจากชายระเบียงเข้ามาถึงพื้นโถงชาร้อนที่หญิงรับใช้นำมาให้เริ่มเย็น ลี่ชายกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้กินอาหาร นางมองถาดว่างตรงกลางโต๊ะ ก่อนหันไปถามชิงเถาเบา ๆ ว่านำขนมติดมาหรือไม่ เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเสียใจ เยี่ยนโจวได้ย
ลี่ชารับพู่กันมาลงชื่ออย่างช้า ๆ ลายมือยังไม่งดงามนัก แต่พออ่านออก นางวางพู่กันแล้วเลื่อนกระดาษให้เขา เยี่ยนโจวมองชื่อหลินลี่ชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลงชื่อของตนด้านข้าง หมึกสีดำซึมลงบนกระดาษ ครบหกเดือนนับจากวันนี้ ทั้งคู่จะดำเนินการแยกทางโดยสมัครใจ เขาวางพู่กันแรงกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย“พอใจแล้วหรือ”ลี่ชารอให้หมึกแห้ง ก่อนหยิบฉบับของตนขึ้นตรวจอีกครั้ง“ขอบคุณที่ยอมคุยกัน”คำขอบคุณนั้นจริงใจจนเขาหาคำตอบไม่ถูกเยี่ยนโจวลุกขึ้น ถอดเสื้อคลุมตัวนอกพาดพนักเก้าอี้ ขณะที่ลี่ชาพับหนังสือข้อตกลงเก็บใส่กล่องเล็กซึ่งมีกุญแจของนางเองนางปิดฝากล่องด้วยสีหน้าผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของคืนเขามองแล้วรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูกหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลี่ชาหันมองเตียง แล้วมองตั่งยาวริมหน้าต่างเยี่ยนโจวเห็นสายตานั้นทันที“อะไรอีก”“เรื่องที่นอน”เขามองเตียงกว้าง ก่อนหันกลับมาหานาง“เจ้าคงไม่ได้จะให้ข้าออกไปนอนนอกเรือน”“ไม่ต้อง ข้างนอกมีคนอยู่มาก หากเห็นท่านออกไปคงถามกันไม่จบ”“แล้ว?”นางเหลือบไปยังตั่งอีกครั้งเยี่ยนโจวเงียบไปนาน ก่อนกล่าวชัด ๆ“นี่เรือนข้า”“ข้าทราบ”“เตียงก็ของข้า”ลี่ชามองใบหน้าเขา แล้ว







