Mag-log inข้อตกลงหกเดือน
“เรามาคุยเรื่องหย่ากันเถอะ”
เซียวเยี่ยนโจวหยุดมืออยู่ข้างคันชั่งซึ่งเตรียมไว้เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว
เขาคิดว่าตนฟังผิด
ด้านนอกยังมีเสียงแขกหัวเราะอยู่ไกล ๆ เทียนแดงสองเล่มเพิ่งเผาไหม้ไปไม่มาก บนโต๊ะมีจอกสุรามงคลที่ยังไม่มีใครแตะต้อง แต่หญิงสาวซึ่งเพิ่งคำนับฟ้าดินร่วมกับเขากลับกำลังพูดถึงการแยกทาง
“เจ้าว่าอะไรนะ”
ลี่ชาวางผ้าคลุมหน้าที่พับแล้วลงบนเตียง
“ข้าอยากตกลงเรื่องหย่าไว้ก่อน”
“หลินลี่ชา วันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา”
“ข้าทราบ”
“แล้วเจ้าพูดเรื่องเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร”
น้ำเสียงของเขากดต่ำลง ลี่ชาสังเกตเห็นกรามที่ขบแน่นกับมือซึ่งวางอยู่ข้างลำตัว นางไม่ได้คิดว่าเขาจะยินดีรับฟัง เพียงแต่ท่าทีโกรธขนาดนี้ทำให้ต้องเลือกคำพูดให้รอบคอบขึ้น
“เพราะเราเพิ่งแต่งงานกัน จึงควรคุยให้เข้าใจก่อนจะใช้ชีวิตร่วมกัน”
เยี่ยนโจวหัวเราะสั้น ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ
“คนอื่นคุยกันว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เจ้าเริ่มต้นด้วยการขอหย่า?”
“หากท่านต้องการการแต่งงานครั้งนี้จริง ข้าคงไม่เริ่มด้วยเรื่องนั้น”
เขามองนางนิ่ง
“ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่ต้องการ”
ลี่ชาไม่ได้ตอบทันที นางยกมือแตะเครื่องประดับบนศีรษะ น้ำหนักที่กดมาทั้งวันทำให้หนังศีรษะเจ็บจนแทบไม่อยากขยับ
“ข้าขอถอดสิ่งนี้ก่อน คุยทั้งที่ปวดคอคงไม่รู้เรื่อง”
ท่าทีของนางทำให้เยี่ยนโจวยิ่งพูดไม่ออก
เขากำลังโกรธจนแน่นอก แต่นางกลับเอียงศีรษะหาตำแหน่งปิ่นอย่างจริงจัง ราวกับเรื่องที่เพิ่งเอ่ยไม่ต่างจากการจัดที่นั่งรับประทานอาหาร
ลี่ชาดึงปิ่นออกได้หนึ่งชิ้น อีกชิ้นกลับเกี่ยวเส้นผมจนต้องหยุด นางสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนลองใหม่
“เรียกสาวใช้เข้ามา”
เยี่ยนโจวกล่าวในที่สุด
นางเงยหน้ามองเขา
“ได้หรือ”
“ข้าไม่ได้ห้ามเจ้า”
ลี่ชาจึงเรียกชิงเถาเข้ามา เด็กสาวมองใบหน้าคุณชายใหญ่แล้วรีบก้มหน้าช่วยปลดมาลา ใช้เวลาไม่นานน้ำหนักบนศีรษะก็หายไป เหลือเพียงปิ่นเรียบ ๆ ยึดมวยผมไว้
“เอาเครื่องประดับใส่กล่อง แล้วออกไปรอข้างนอกก่อน”
ชิงเถารับคำอย่างลังเล ก่อนถอยออกไปพร้อมกล่องไม้
เมื่อประตูปิดลงอีกครั้ง ลี่ชาลุกจากเตียงมานั่งที่โต๊ะ เว้นเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามให้เขา
เยี่ยนโจวไม่ได้นั่งทันที
“ตอนนี้คงบอกได้แล้วว่าใครพูดอะไรกับเจ้า”
ลี่ชาประสานมือบนตัก
“ฟางจวินมาพบข้าก่อนเข้าพิธี”
แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นางพูดว่าอย่างไร”
“นางบอกว่าคนที่ท่านอยากแต่งด้วยไม่ใช่ข้า และหลังจากตระกูลเซียวผ่านช่วงลำบากไป ท่านก็จะหย่าเพื่อแต่งกับหญิงที่เหมาะสมกว่า”
“เหลวไหล”
คำตอบออกมาแทบจะทันที
“ข้าไม่เคยพูดเช่นนั้น”
ลี่ชามองหน้าเขาอย่างพิจารณา ความโกรธในดวงตาคู่นั้นดูไม่ได้เกิดจากการถูกเปิดเผยความลับ หากคล้ายคนเพิ่งทราบว่ามีผู้นำชื่อตนไปกล่าวอ้าง
“ท่านไม่เคยรับปากว่าจะแต่งกับนางหรือ”
“ไม่เคย”
“รวมถึงการขอให้นางรอ?”
“ข้าไม่เคยขอให้ใครรอทั้งนั้น”
เยี่ยนโจวดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงตรงข้ามนาง
“มารดาของนางเป็นสหายเก่าของท่านแม่ ข้าจึงรู้จักนางมาตั้งแต่เด็ก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าข้าเคยสู่ขอหรือให้คำมั่นเรื่องแต่งงาน”
ลี่ชาค่อยพยักหน้า
“เช่นนั้นข้าจะไม่ถือว่าคำพูดของนางเป็นความตั้งใจของท่าน”
ความขุ่นเคืองของเยี่ยนโจวคลายลงเล็กน้อย อย่างน้อยหญิงสาวตรงหน้าก็ยังรับฟังเขา ไม่ได้ตัดสินจากคำพูดผู้อื่นเพียงฝ่ายเดียว
แต่ประโยคถัดมากลับทำให้สีหน้าเขาเย็นลงอีกครั้ง
“ส่วนเรื่องหย่า ข้ายังอยากตกลงไว้”
“ข้าเพิ่งบอกเจ้าไปว่าฟางจวินพูดไม่จริง”
“นางพูดไม่จริงเรื่องหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าท่านกับข้ารู้จักกันมากขึ้น”
ลี่ชาหยุดเล็กน้อย ก่อนถาม
“ก่อนวันนี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นคนอย่างไร”
เยี่ยนโจวไม่ได้ตอบ
เขารู้ว่านางเป็นบุตรสาวคนเดียวของหลินเจิ้งถัง รู้ว่าบิดานางทำการค้าและเตรียมสินเดิมมากมาย รู้ว่ามารดาตนเห็นว่านางเรียบร้อยจนสอนง่าย
แต่หากถามว่านางชอบอะไร เกลียดอะไร หรือคาดหวังสิ่งใดจากการแต่งงาน เขาตอบไม่ได้สักข้อ
“ข้าก็ไม่รู้จักท่านเช่นกัน” นางกล่าว “ท่านพ่อเลือกครอบครัวนี้ให้ข้า ผู้ใหญ่ของท่านยอมรับการแต่งงาน เราสองคนจึงได้มาอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ข้าไม่อยากใช้ชีวิตที่เหลือโดยหวังเพียงว่าวันหนึ่งทุกอย่างคงดีขึ้นเอง”
“ข้าไม่ได้เป็นคนไร้ความรับผิดชอบ เมื่อแต่งเจ้าเข้ามาแล้ว ย่อมดูแลตามหน้าที่”
“ข้าขอบคุณ แต่ท่านอยากแต่งงานกับข้าหรือไม่”
คำถามนั้นทำให้เขานิ่งไป
เยี่ยนโจวหันมองจอกสุราบนโต๊ะ ก่อนกลับมาสบตานาง
“ท่านพ่อท่านแม่ต้องการให้ข้ามีครอบครัวเรียบร้อยก่อนเข้ารับราชการ ข้าเห็นว่าเป็นเรื่องสมควร จึงรับปาก”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ผู้ดูแลก้มหน้าต่ำ“ข้าน้อยส่งเรื่องให้ห้องบัญชีแล้วขอรับ คิดว่าจ่ายไปบางส่วนแล้ว”“ส่วนใด”“ข้าน้อยต้องกลับไปตรวจอีกครั้ง”เยี่ยนโจวมองเขานิ่ง ก่อนสั่งให้คนไปตามผู้ดูแลบัญชี พร้อมนำสมุดรายจ่ายค่าอาหารในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาออกมาลี่ชายืนฟังอยู่ด้านข้าง ไม่ได้เสนอเปิดหีบสินเดิม ไม่ได้เรียกชิงเถาไปหยิบเงินนางรู้ว่าพ่อค้าเดือดร้อน แต่เงินหนึ่งก้อนที่จ่ายออกไปโดยไม่รู้สาเหตุอาจเพียงช่วยให้ความผิดปกติถูกซ่อนต่อไปอีกครั้งผู้มีหน้าที่ต้องเห็นปัญหาและรับผิดชอบก่อน“ท่านจะกลับร้านก่อนไหม”เยี่ยนโจวหันไปถามพ่อค้า“ข้าจะให้คนไปแจ้งผลภายในพรุ่งนี้ พร้อมกำหนดวันจ่ายที่ชัดเจน”ชายผู้นั้นลังเล เห็นได้ชัดว่าเคยได้รับคำรับปากมาหลายครั้งแล้วลี่ชาจึงกล่าวขึ้นเบา ๆ“ให้เขียนใบรับเรื่องไว้ ระบุยอดที่ท่านนำมาแจ้งวันนี้ด้วยดีหรือไม่ เมื่อคุณชายตรวจแล้ว จะได้คุยกันจากรายการเดียวกัน”เยี่ยนโจวพยักหน้า เรียกคนมาจัดการตามนั้น แล้วคืนสมุดให้พ่อค้านำกลับ โดยให้คัดรายการที่จำเป็นเก็บไว้ เมื่อได้หนังสือซึ่งมีชื่อคุณชายใหญ่กำกับ พ่อค้าจึงยอมคารวะกลับไป สีหน้าโล่งขึ้นบ้าง แม้ยังไม่ได้เงินในวันนี้ ผู้ดูแลบัญชีมาถึง
ทุกคนรับคำ แต่ไม่มีใครหยิบชามขึ้นมาก่อนนางเดินพ้นไปลี่ชาหยุดตรงมุมกำแพง รอให้คนกลับมานั่งแล้วจึงถามชิงเถาเบา ๆ“คนของเรากินอาหารที่ไหน”“ข้างครัวเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เมื่อเช้าบ่าวกินขนมที่เหลือจากเมื่อคืน”“มื้อกลางวันล่ะ”ชิงเถาชะงักไปเล็กน้อย“กินแล้วเจ้าค่ะ”ลี่ชามองนาง“เหมือนที่เพิ่งเห็นหรือไม่”เด็กสาวพยักหน้า“แต่บ่าวไม่ได้หิวมาก คุณหนูไม่ต้องกังวล”นางไม่เชื่อคำว่าไม่หิวเท่าใดนัก ชิงเถาเดินเข้าออก ยกน้ำ ยกของ และช่วยจัดหีบมาตลอดวัน อาหารเท่านั้นคงไม่พอแน่“เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”“บ่าวเพิ่งมา ไม่ทราบแน่เจ้าค่ะ ได้ยินคนในครัวบอกว่าช่วงนี้ต้องประหยัด”ลี่ชาหันมองไปทางเรือนรับรองกลิ่นเป็ดย่างยังลอยอยู่ในอากาศการรับแขกมีค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจำเป็นต้องประหยัดจนคนทำงานกินไม่อิ่ม ก็ควรมีเหตุผลมากกว่าคำสั่งกว้าง ๆ เพียงคำเดียวนางกำลังจะเดินกลับ เมื่อเสียงโต้เถียงดังมาจากทางประตูหลัง“ข้าไม่ได้มาขอเงินล่วงหน้า ข้ามาทวงเงินที่ค้างอยู่!”“เบาเสียงหน่อย ที่นี่จวนเซียว จะส่งเสียงเอะอะเช่นนี้ได้อย่างไร”“ข้ารู้ว่าเป็นจวนเซียวจึงอดทนรอมา แต่คนงานร้านข้าก็ต้องกินข้าว หากยังไ
เยี่ยนโจวเหลือบมองเป็นระยะ เขาคิดว่านางอาจขุ่นเคืองจนวางตะเกียบหนี หรือน้ำตาคลอจากคำตำหนิ แต่นางกลับกินอาหารอย่างเรียบร้อย ตอบเมื่อถูกถาม และขอตัวกลับเมื่อผู้ใหญ่อนุญาตความสงบเช่นนั้นทำให้เขาเดาอารมณ์ไม่ออกยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางกลับเรือน ชิงเถาเดินตามอยู่ด้านหลังจนเยี่ยนโจวให้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย“เจ้าคิดมากเรื่องเมื่อครู่หรือ”ลี่ชาเดินต่ออีกสองก้าวจึงหยุด“ท่านหมายถึงเรื่องใด”“ท่านแม่พูดตรงไปบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย”นางหันมาหาเขา“ข้ายังไม่ได้กล่าวว่าท่านแม่มีเจตนาร้าย”เยี่ยนโจวเงียบไป ลี่ชามองทางเดินซึ่งทอดไปถึงเรือนของตน แสงแดดอ่อนตกบนขอบกระเบื้อง ใกล้กันมีสาวใช้กวาดใบไม้ คนในจวนเริ่มทำงานตามปกติราวกับเช้านี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“เมื่อคืนท่านรับปากว่าสินเดิมอยู่ในการดูแลของข้า”“ข้าไม่ได้ให้เจ้ายกกุญแจออกไป”“แต่เมื่อข้าบอกเช่นเดียวกันต่อหน้าท่านแม่ ท่านกลับขอให้ข้าใจเย็น”“ข้าเพียงไม่อยากให้เถียงกันต่อหน้าคนรับใช้”“เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าควรตอบอย่างไร”เยี่ยนโจวขมวดคิ้ว ลี่ชารอ แต่เขายังไม่มีคำตอบ หากนางปฏิเสธ แม่เขาย่อมโกรธ หากนางส่งกุญแจให้ เรื่องคงจบลงอย่างสงบ อย่างน้อยก็ใ
ลี่ชาสบตาแม่สามี“อยู่กับข้าเจ้าค่ะ”“เอามาให้แม่บ้านเก็บไว้ที่คลังกลาง ของมีราคาควรอยู่รวมกัน คนดูแลจะได้ไม่สับสน”ชิงเถามือเย็นทันทีลี่ชากลับเพียงถาม“ท่านแม่หมายถึงของขวัญในกล่องนี้ หรือสินเดิมทั้งหมดเจ้าคะ”“สินเดิมของเจ้านั่นแหละ”“ของขวัญที่มอบวันนี้ให้แม่บ้านนำเข้าคลังได้เลยเจ้าค่ะ ส่วนสินเดิม ข้าจัดคนดูแลไว้แล้ว”ถ้วยชาในมือเหอซูหลันถูกวางลงบนจานรองแรงขึ้นเล็กน้อย“เจ้าเพิ่งเข้าจวนวันเดียว จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดการของเช่นไร”“ข้ามีบัญชีและผู้ดูแลจากบ้านเดิมช่วยส่งมอบ ทุกหีบตรวจครบแล้ว เมื่อคืนแม่บ้านของจวนก็ลงชื่อรับทราบจำนวนไว้เจ้าค่ะ”“ข้าถามเรื่องกุญแจ ไม่ได้ถามว่าเจ้าตรวจของแล้วหรือยัง”บรรยากาศในโถงเงียบลงเซียวจิ่งเหวินเงยหน้าจากถ้วยชา ส่วนเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเริ่มขมวดคิ้วลี่ชาวางมือบนตักเพื่อไม่ให้เผลอกำชายเสื้อ“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ แต่สินเดิมเป็นทรัพย์สินที่ท่านพ่อยกให้ข้า ข้าจึงอยากเก็บกุญแจและดูแลบัญชีเอง หากในจวนต้องการใช้สิ่งใด ขอให้แจ้งรายการ ข้าจะพิจารณาให้”เหอซูหลันหน้าเปลี่ยนสี“เจ้าพูดเหมือนคนในจวนต้องมาขอของจากเจ้า”ลี่ชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่า
ลี่ชามองแสงฟ้าที่เพิ่งเริ่มสว่างนอกหน้าต่างแล้วพยักหน้า“ข้าพร้อมแล้ว”ชิงเถาหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมไว้มาถือ ภายในมีผ้าตัดชุดและซองเงินสำหรับมอบผู้ใหญ่ หลินเจิ้งถังให้คนจัดไว้ก่อนวันแต่งงาน ลี่ชาตรวจรายการตั้งแต่เมื่อคืน จึงรู้ว่าสิ่งใดเป็นของขวัญและสิ่งใดเป็นสินเดิมของตนก่อนออกจากห้อง นางเก็บกุญแจกล่องหนังสือข้อตกลงเข้าไว้ในถุงผ้าเล็กที่ติดตัวเยี่ยนโจวเห็น แต่ทำเพียงเบือนหน้าออกไปทั้งคู่เดินมาถึงเรือนใหญ่ก่อนเวลาที่นัดไว้เล็กน้อย ทว่าหญิงรับใช้หน้าประตูกลับแจ้งว่าเหอซูหลันยังแต่งตัวไม่เสร็จ ให้รออยู่ที่โถงด้านนอกก่อน“แล้วท่านพ่อล่ะ”เยี่ยนโจวถาม“นายท่านกำลังรับยาเจ้าค่ะ”เขาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่ง ลี่ชานั่งลงบนเก้าอี้ข้างกัน ชิงเถาวางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะเล็ก ก่อนถอยไปยืนด้านหลัง แรก ๆ ยังมีเสียงคนเดินผ่านเรือนเป็นระยะ ต่อมาค่อยเงียบลง แสงอาทิตย์เลื่อนจากชายระเบียงเข้ามาถึงพื้นโถงชาร้อนที่หญิงรับใช้นำมาให้เริ่มเย็น ลี่ชายกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้กินอาหาร นางมองถาดว่างตรงกลางโต๊ะ ก่อนหันไปถามชิงเถาเบา ๆ ว่านำขนมติดมาหรือไม่ เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเสียใจ เยี่ยนโจวได้ย
ลี่ชารับพู่กันมาลงชื่ออย่างช้า ๆ ลายมือยังไม่งดงามนัก แต่พออ่านออก นางวางพู่กันแล้วเลื่อนกระดาษให้เขา เยี่ยนโจวมองชื่อหลินลี่ชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลงชื่อของตนด้านข้าง หมึกสีดำซึมลงบนกระดาษ ครบหกเดือนนับจากวันนี้ ทั้งคู่จะดำเนินการแยกทางโดยสมัครใจ เขาวางพู่กันแรงกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย“พอใจแล้วหรือ”ลี่ชารอให้หมึกแห้ง ก่อนหยิบฉบับของตนขึ้นตรวจอีกครั้ง“ขอบคุณที่ยอมคุยกัน”คำขอบคุณนั้นจริงใจจนเขาหาคำตอบไม่ถูกเยี่ยนโจวลุกขึ้น ถอดเสื้อคลุมตัวนอกพาดพนักเก้าอี้ ขณะที่ลี่ชาพับหนังสือข้อตกลงเก็บใส่กล่องเล็กซึ่งมีกุญแจของนางเองนางปิดฝากล่องด้วยสีหน้าผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของคืนเขามองแล้วรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูกหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลี่ชาหันมองเตียง แล้วมองตั่งยาวริมหน้าต่างเยี่ยนโจวเห็นสายตานั้นทันที“อะไรอีก”“เรื่องที่นอน”เขามองเตียงกว้าง ก่อนหันกลับมาหานาง“เจ้าคงไม่ได้จะให้ข้าออกไปนอนนอกเรือน”“ไม่ต้อง ข้างนอกมีคนอยู่มาก หากเห็นท่านออกไปคงถามกันไม่จบ”“แล้ว?”นางเหลือบไปยังตั่งอีกครั้งเยี่ยนโจวเงียบไปนาน ก่อนกล่าวชัด ๆ“นี่เรือนข้า”“ข้าทราบ”“เตียงก็ของข้า”ลี่ชามองใบหน้าเขา แล้ว







