LOGINคำตอบของนางไม่มีการประชด ไม่มีแม้แต่ร่องรอยผิดหวังอย่างที่เขาคิดว่าจะเห็น
กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างประหลาด
“เจ้าเข้าใจอะไร”
“ท่านทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ ส่วนข้าก็แต่งตามคำตัดสินใจของท่านพ่อ ไม่มีใครได้เลือกจากความรู้สึกของตนเอง”
ลี่ชาเลื่อนจอกสุราซึ่งขวางอยู่ไปด้านข้าง
“ข้าจึงเสนอให้เราใช้เวลาหกเดือนอยู่ร่วมกันในนามสามีภรรยา เมื่อครบกำหนดแล้วค่อยแยกทางด้วยความยินยอม”
เยี่ยนโจวมองนางอย่างเคร่งขรึม
“เหตุใดต้องหกเดือน”
“หากแยกทางในวันนี้ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายย่อมไม่ยอมฟัง แขกยังอยู่เต็มจวนด้วยซ้ำ ข้าต้องการเวลาจัดการเรื่องที่อยู่และกิจการของตน ท่านเองก็มีเรื่องงานที่กำลังเตรียมตัว เราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกอย่างวุ่นวายในคืนเดียว”
นางคิดเรื่องนี้มาระหว่างรอเขา
ทันทีที่เกิดความสงสัยว่าการแต่งงานอาจเกี่ยวข้องกับเงิน นางก็รู้ว่าต้องเตรียมทางออก แต่การเดินออกจากจวนในชุดเจ้าสาวโดยไม่มีข้อตกลงใดย่อมสร้างปัญหาตามมาอีกมาก
เวลาหกเดือนอาจไม่ทำให้นางเข้าใจโลกนี้ทั้งหมด อย่างน้อยก็เพียงพอให้เริ่มยืนได้ด้วยตนเอง
“ระหว่างนั้น ข้าจะรักษามารยาทต่อครอบครัวท่าน ไม่ทำให้ท่านเสียหน้าต่อหน้าผู้อื่น เรื่องในเรือนหากตกลงกันได้ ข้าก็พร้อมร่วมมือ”
“แล้วเมื่อครบกำหนด?”
“ข้าจะไม่เรียกร้องทรัพย์สินตระกูลเซียว ท่านคืนสินเดิมและเอกสารทั้งหมดของข้า พร้อมดำเนินการแยกทางให้เรียบร้อย เราไม่กล่าวหากัน ไม่สร้างเรื่องเท็จให้คนใดคนหนึ่งต้องเสียชื่อ”
เยี่ยนโจวเอนหลังช้า ๆ
เขาเคยเจรจากับคนมาหลายแบบ แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งฟังภรรยาแจกแจงเงื่อนไขการเลิกราในคืนแต่งงาน
ยิ่งฟังยิ่งชัดว่านางไม่ได้พูดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
นางกำลังวางแผนออกจากชีวิตเขาจริง ๆ
“แล้วหากระหว่างหกเดือนเจ้าสร้างปัญหาขึ้นมาเล่า”
“เขียนหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายให้ชัดก็ได้ ท่านกังวลสิ่งใด บอกมา”
เขาจ้องนางอยู่พักหนึ่ง
“เจ้าไม่กลัวหรือว่าข้าจะไม่ยอม”
ลี่ชารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น แต่ยังคงสบตาเขา
“กลัว”
คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขาชะงัก
“ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ ไม่รู้จักคนในจวน และยังไม่รู้ว่าจะพึ่งท่านได้เพียงใด แต่ถ้าข้าไม่พูดในสิ่งที่ต้องการ ท่านก็ไม่มีทางรู้”
ความเงียบทอดตัวอยู่ระหว่างทั้งคู่
เยี่ยนโจวมองมือซึ่งวางประสานบนตักนาง นิ้วเรียวกำเข้าหากันแน่นกว่าน้ำเสียงที่ได้ยินเล็กน้อย
นางไม่ได้สงบอย่างที่เห็นทั้งหมด
กระนั้นก็ยังยืนยันจะคุยกับเขาจนจบ
“มีเงื่อนไขอื่นอีกหรือไม่”
ลี่ชาสูดลมหายใจ
“มี”
นางเว้นครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวชัดถ้อยชัดคำ
“ระหว่างนี้ หากท่านไม่ได้รักข้า ก็อย่าแตะต้องตัวข้า”
เยี่ยนโจวนิ่งสนิท
สายตาของเขาเผลอเลื่อนไปยังใบหน้านาง แสงเทียนอ่อนทำให้ดวงตาคู่นั้นดูสว่างกว่าตอนอยู่ในโถง ผมบางส่วนคลายจากมวยลงมาข้างแก้ม ขับให้หญิงสาวตรงหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าท่าทีจริงจังขณะพูดเรื่องแยกทาง
เขายอมรับกับตนเองอย่างเสียไม่ได้ว่านางงดงาม
แต่ความรู้สึกพอใจที่ได้มองยังไม่ทันชัดเจน นางก็เป็นฝ่ายขีดเส้นกั้นไว้เสียก่อน
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นไร”
“ข้ายังไม่รู้ จึงอยากตกลงกัน”
“ข้าไม่เคยคิดจะบังคับหญิงที่ไม่เต็มใจ”
ไหล่ของลี่ชาค่อยผ่อนลง
“เช่นนั้นเรื่องนี้ก็คงตกลงกันได้”
เยี่ยนโจวกลับยิ่งหงุดหงิดกับท่าทีโล่งใจนั้น
นางกลัวเขาขนาดนี้เชียวหรือ หรือมั่นใจว่าตนเองจะไม่มีวันต้องการอยู่กับเขา
“เอากระดาษมา”
ลี่ชาเงยหน้าทันที
“ท่านยอม?”
“เจ้าต้องการให้เขียนไว้ไม่ใช่หรือ”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งขึ้น
“ข้าไม่จำเป็นต้องบังคับให้ใครอยู่ และไม่คิดรั้งคนที่อยากไป”
ลี่ชาเก็บคำถามอื่นไว้ก่อน นางเดินไปยังโต๊ะเล็กริมหน้าต่างซึ่งมีเครื่องเขียนจัดไว้ แล้วหยิบกระดาษกับพู่กันกลับมา
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเริ่มจุ่มหมึก
ความทรงจำของหลินลี่ชาทำให้นางรู้จักตัวอักษร แต่การควบคุมพู่กันให้ได้ดังใจกลับไม่ง่าย ปลายเส้นแรกหนากว่าที่คิดจนต้องหยุดมอง
เยี่ยนโจวเหลือบเห็น ก่อนยื่นมือมา
“ข้าเขียนเอง เจ้าพูดมา”
นางยอมส่งพู่กันให้โดยไม่ฝืน
เขาเขียนวันเดือนปีและชื่อทั้งสองคน ก่อนบันทึกข้อตกลงทีละข้อ ลี่ชาอ่านตามอย่างตั้งใจ เมื่อมีข้อความไม่ชัดก็ขอให้แก้ เยี่ยนโจวเริ่มต้นด้วยความโมโห แต่เมื่อเห็นว่านางตรวจทุกประโยคจริงจัง ก็เลิกคิดว่าเป็นเพียงการลองใจ
“เรื่องสินเดิม ให้ระบุว่าเงิน ของใช้ เครื่องประดับ ร้านค้า และเอกสารที่นำมาล้วนอยู่ในการดูแลของข้า หากมีการยืม ต้องได้รับความยินยอมก่อน”
พู่กันในมือเขาหยุดชั่วครู่
“ไม่มีใครยืม ก็ไม่จำเป็นต้องเขียน”
“เขียนไว้แล้วก็ไม่เสียหาย”
เขามองนาง ก่อนก้มลงเขียนต่อ ลี่ชาไม่ได้เอ่ยชื่อมารดาเขา แต่เยี่ยนโจวยังจำเหตุการณ์หน้าจวนได้ จึงไม่อาจตำหนิว่านางคิดมากโดยไม่มีเหตุ เมื่อร่างเสร็จ ทั้งคู่ตรวจอีกครั้ง ก่อนเขาจะคัดเพิ่มให้มีข้อความตรงกันสองฉบับ
ผู้ดูแลก้มหน้าต่ำ“ข้าน้อยส่งเรื่องให้ห้องบัญชีแล้วขอรับ คิดว่าจ่ายไปบางส่วนแล้ว”“ส่วนใด”“ข้าน้อยต้องกลับไปตรวจอีกครั้ง”เยี่ยนโจวมองเขานิ่ง ก่อนสั่งให้คนไปตามผู้ดูแลบัญชี พร้อมนำสมุดรายจ่ายค่าอาหารในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาออกมาลี่ชายืนฟังอยู่ด้านข้าง ไม่ได้เสนอเปิดหีบสินเดิม ไม่ได้เรียกชิงเถาไปหยิบเงินนางรู้ว่าพ่อค้าเดือดร้อน แต่เงินหนึ่งก้อนที่จ่ายออกไปโดยไม่รู้สาเหตุอาจเพียงช่วยให้ความผิดปกติถูกซ่อนต่อไปอีกครั้งผู้มีหน้าที่ต้องเห็นปัญหาและรับผิดชอบก่อน“ท่านจะกลับร้านก่อนไหม”เยี่ยนโจวหันไปถามพ่อค้า“ข้าจะให้คนไปแจ้งผลภายในพรุ่งนี้ พร้อมกำหนดวันจ่ายที่ชัดเจน”ชายผู้นั้นลังเล เห็นได้ชัดว่าเคยได้รับคำรับปากมาหลายครั้งแล้วลี่ชาจึงกล่าวขึ้นเบา ๆ“ให้เขียนใบรับเรื่องไว้ ระบุยอดที่ท่านนำมาแจ้งวันนี้ด้วยดีหรือไม่ เมื่อคุณชายตรวจแล้ว จะได้คุยกันจากรายการเดียวกัน”เยี่ยนโจวพยักหน้า เรียกคนมาจัดการตามนั้น แล้วคืนสมุดให้พ่อค้านำกลับ โดยให้คัดรายการที่จำเป็นเก็บไว้ เมื่อได้หนังสือซึ่งมีชื่อคุณชายใหญ่กำกับ พ่อค้าจึงยอมคารวะกลับไป สีหน้าโล่งขึ้นบ้าง แม้ยังไม่ได้เงินในวันนี้ ผู้ดูแลบัญชีมาถึง
ทุกคนรับคำ แต่ไม่มีใครหยิบชามขึ้นมาก่อนนางเดินพ้นไปลี่ชาหยุดตรงมุมกำแพง รอให้คนกลับมานั่งแล้วจึงถามชิงเถาเบา ๆ“คนของเรากินอาหารที่ไหน”“ข้างครัวเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เมื่อเช้าบ่าวกินขนมที่เหลือจากเมื่อคืน”“มื้อกลางวันล่ะ”ชิงเถาชะงักไปเล็กน้อย“กินแล้วเจ้าค่ะ”ลี่ชามองนาง“เหมือนที่เพิ่งเห็นหรือไม่”เด็กสาวพยักหน้า“แต่บ่าวไม่ได้หิวมาก คุณหนูไม่ต้องกังวล”นางไม่เชื่อคำว่าไม่หิวเท่าใดนัก ชิงเถาเดินเข้าออก ยกน้ำ ยกของ และช่วยจัดหีบมาตลอดวัน อาหารเท่านั้นคงไม่พอแน่“เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”“บ่าวเพิ่งมา ไม่ทราบแน่เจ้าค่ะ ได้ยินคนในครัวบอกว่าช่วงนี้ต้องประหยัด”ลี่ชาหันมองไปทางเรือนรับรองกลิ่นเป็ดย่างยังลอยอยู่ในอากาศการรับแขกมีค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจำเป็นต้องประหยัดจนคนทำงานกินไม่อิ่ม ก็ควรมีเหตุผลมากกว่าคำสั่งกว้าง ๆ เพียงคำเดียวนางกำลังจะเดินกลับ เมื่อเสียงโต้เถียงดังมาจากทางประตูหลัง“ข้าไม่ได้มาขอเงินล่วงหน้า ข้ามาทวงเงินที่ค้างอยู่!”“เบาเสียงหน่อย ที่นี่จวนเซียว จะส่งเสียงเอะอะเช่นนี้ได้อย่างไร”“ข้ารู้ว่าเป็นจวนเซียวจึงอดทนรอมา แต่คนงานร้านข้าก็ต้องกินข้าว หากยังไ
เยี่ยนโจวเหลือบมองเป็นระยะ เขาคิดว่านางอาจขุ่นเคืองจนวางตะเกียบหนี หรือน้ำตาคลอจากคำตำหนิ แต่นางกลับกินอาหารอย่างเรียบร้อย ตอบเมื่อถูกถาม และขอตัวกลับเมื่อผู้ใหญ่อนุญาตความสงบเช่นนั้นทำให้เขาเดาอารมณ์ไม่ออกยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางกลับเรือน ชิงเถาเดินตามอยู่ด้านหลังจนเยี่ยนโจวให้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย“เจ้าคิดมากเรื่องเมื่อครู่หรือ”ลี่ชาเดินต่ออีกสองก้าวจึงหยุด“ท่านหมายถึงเรื่องใด”“ท่านแม่พูดตรงไปบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย”นางหันมาหาเขา“ข้ายังไม่ได้กล่าวว่าท่านแม่มีเจตนาร้าย”เยี่ยนโจวเงียบไป ลี่ชามองทางเดินซึ่งทอดไปถึงเรือนของตน แสงแดดอ่อนตกบนขอบกระเบื้อง ใกล้กันมีสาวใช้กวาดใบไม้ คนในจวนเริ่มทำงานตามปกติราวกับเช้านี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“เมื่อคืนท่านรับปากว่าสินเดิมอยู่ในการดูแลของข้า”“ข้าไม่ได้ให้เจ้ายกกุญแจออกไป”“แต่เมื่อข้าบอกเช่นเดียวกันต่อหน้าท่านแม่ ท่านกลับขอให้ข้าใจเย็น”“ข้าเพียงไม่อยากให้เถียงกันต่อหน้าคนรับใช้”“เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าควรตอบอย่างไร”เยี่ยนโจวขมวดคิ้ว ลี่ชารอ แต่เขายังไม่มีคำตอบ หากนางปฏิเสธ แม่เขาย่อมโกรธ หากนางส่งกุญแจให้ เรื่องคงจบลงอย่างสงบ อย่างน้อยก็ใ
ลี่ชาสบตาแม่สามี“อยู่กับข้าเจ้าค่ะ”“เอามาให้แม่บ้านเก็บไว้ที่คลังกลาง ของมีราคาควรอยู่รวมกัน คนดูแลจะได้ไม่สับสน”ชิงเถามือเย็นทันทีลี่ชากลับเพียงถาม“ท่านแม่หมายถึงของขวัญในกล่องนี้ หรือสินเดิมทั้งหมดเจ้าคะ”“สินเดิมของเจ้านั่นแหละ”“ของขวัญที่มอบวันนี้ให้แม่บ้านนำเข้าคลังได้เลยเจ้าค่ะ ส่วนสินเดิม ข้าจัดคนดูแลไว้แล้ว”ถ้วยชาในมือเหอซูหลันถูกวางลงบนจานรองแรงขึ้นเล็กน้อย“เจ้าเพิ่งเข้าจวนวันเดียว จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดการของเช่นไร”“ข้ามีบัญชีและผู้ดูแลจากบ้านเดิมช่วยส่งมอบ ทุกหีบตรวจครบแล้ว เมื่อคืนแม่บ้านของจวนก็ลงชื่อรับทราบจำนวนไว้เจ้าค่ะ”“ข้าถามเรื่องกุญแจ ไม่ได้ถามว่าเจ้าตรวจของแล้วหรือยัง”บรรยากาศในโถงเงียบลงเซียวจิ่งเหวินเงยหน้าจากถ้วยชา ส่วนเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเริ่มขมวดคิ้วลี่ชาวางมือบนตักเพื่อไม่ให้เผลอกำชายเสื้อ“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ แต่สินเดิมเป็นทรัพย์สินที่ท่านพ่อยกให้ข้า ข้าจึงอยากเก็บกุญแจและดูแลบัญชีเอง หากในจวนต้องการใช้สิ่งใด ขอให้แจ้งรายการ ข้าจะพิจารณาให้”เหอซูหลันหน้าเปลี่ยนสี“เจ้าพูดเหมือนคนในจวนต้องมาขอของจากเจ้า”ลี่ชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่า
ลี่ชามองแสงฟ้าที่เพิ่งเริ่มสว่างนอกหน้าต่างแล้วพยักหน้า“ข้าพร้อมแล้ว”ชิงเถาหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมไว้มาถือ ภายในมีผ้าตัดชุดและซองเงินสำหรับมอบผู้ใหญ่ หลินเจิ้งถังให้คนจัดไว้ก่อนวันแต่งงาน ลี่ชาตรวจรายการตั้งแต่เมื่อคืน จึงรู้ว่าสิ่งใดเป็นของขวัญและสิ่งใดเป็นสินเดิมของตนก่อนออกจากห้อง นางเก็บกุญแจกล่องหนังสือข้อตกลงเข้าไว้ในถุงผ้าเล็กที่ติดตัวเยี่ยนโจวเห็น แต่ทำเพียงเบือนหน้าออกไปทั้งคู่เดินมาถึงเรือนใหญ่ก่อนเวลาที่นัดไว้เล็กน้อย ทว่าหญิงรับใช้หน้าประตูกลับแจ้งว่าเหอซูหลันยังแต่งตัวไม่เสร็จ ให้รออยู่ที่โถงด้านนอกก่อน“แล้วท่านพ่อล่ะ”เยี่ยนโจวถาม“นายท่านกำลังรับยาเจ้าค่ะ”เขาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่ง ลี่ชานั่งลงบนเก้าอี้ข้างกัน ชิงเถาวางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะเล็ก ก่อนถอยไปยืนด้านหลัง แรก ๆ ยังมีเสียงคนเดินผ่านเรือนเป็นระยะ ต่อมาค่อยเงียบลง แสงอาทิตย์เลื่อนจากชายระเบียงเข้ามาถึงพื้นโถงชาร้อนที่หญิงรับใช้นำมาให้เริ่มเย็น ลี่ชายกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้กินอาหาร นางมองถาดว่างตรงกลางโต๊ะ ก่อนหันไปถามชิงเถาเบา ๆ ว่านำขนมติดมาหรือไม่ เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเสียใจ เยี่ยนโจวได้ย
ลี่ชารับพู่กันมาลงชื่ออย่างช้า ๆ ลายมือยังไม่งดงามนัก แต่พออ่านออก นางวางพู่กันแล้วเลื่อนกระดาษให้เขา เยี่ยนโจวมองชื่อหลินลี่ชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลงชื่อของตนด้านข้าง หมึกสีดำซึมลงบนกระดาษ ครบหกเดือนนับจากวันนี้ ทั้งคู่จะดำเนินการแยกทางโดยสมัครใจ เขาวางพู่กันแรงกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย“พอใจแล้วหรือ”ลี่ชารอให้หมึกแห้ง ก่อนหยิบฉบับของตนขึ้นตรวจอีกครั้ง“ขอบคุณที่ยอมคุยกัน”คำขอบคุณนั้นจริงใจจนเขาหาคำตอบไม่ถูกเยี่ยนโจวลุกขึ้น ถอดเสื้อคลุมตัวนอกพาดพนักเก้าอี้ ขณะที่ลี่ชาพับหนังสือข้อตกลงเก็บใส่กล่องเล็กซึ่งมีกุญแจของนางเองนางปิดฝากล่องด้วยสีหน้าผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของคืนเขามองแล้วรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูกหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลี่ชาหันมองเตียง แล้วมองตั่งยาวริมหน้าต่างเยี่ยนโจวเห็นสายตานั้นทันที“อะไรอีก”“เรื่องที่นอน”เขามองเตียงกว้าง ก่อนหันกลับมาหานาง“เจ้าคงไม่ได้จะให้ข้าออกไปนอนนอกเรือน”“ไม่ต้อง ข้างนอกมีคนอยู่มาก หากเห็นท่านออกไปคงถามกันไม่จบ”“แล้ว?”นางเหลือบไปยังตั่งอีกครั้งเยี่ยนโจวเงียบไปนาน ก่อนกล่าวชัด ๆ“นี่เรือนข้า”“ข้าทราบ”“เตียงก็ของข้า”ลี่ชามองใบหน้าเขา แล้ว







