Share

8 ต้องระวังตัว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 17:39:08

         หลัวเผิงเผิงเฝ้ารอกระทั่งฮัวจิงอวี๋ออกจากร้านยา    เฉี่ยนซือแล้วตรงไปยังโรงน้ำชาใกล้ นางรู้สึกสนใจในตัวหมอหนุ่มผู้นี้มาก บางที...นางอาจจะติดใจในรูปร่างหน้าตาของเขาแล้ว  

นับตั้งแต่เห็นฮัวจิงอวี๋วันแรกมาถึงวันนี้ ในแต่ละวัน นางต้องหาเวลามาดูหน้าฮัวจิงอวี๋ให้ได้ พอได้เห็นหน้าท่านหมอรูปงาม นางก็จะรู้สึกเบิกบานใจไปทั้งวัน

         ‘ศัตรูก็คือศัตรู งดงามเพียงใดก็ไม่ควรนำมาไว้ข้างกาย ข้าต้องกำจัดเขาเพื่อให้การค้าสกุลหลัวก้าวหน้า’

         หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมตนเอง นับตั้งแต่นางกลับมาจากเมืองเชียนเหยา นางก็ไม่อาจแตะต้องบุรุษผู้ใดได้ อาการป่วยประหลาดนี้ทำให้นางไม่สนใจในตัวบุรุษคนใด ในตอนที่บิดาเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานกับเตียวซืออิน นางจึงรับปากเพราะหวังว่าหลังแต่ง อาการอาจจะดีขึ้น

         แต่...ก่อนแต่งงานเพียงวันเดียว นางสืบรู้ว่าว่าที่สามีเป็นต้วนซิ่ว เขาเองก็ยอมรับกับนางว่าไม่อาจจะมีสัมพันธ์บนเตียงกับนางได้เพราะเขาไม่อาจแตะต้องสตรีได้เช่นกันจากนั้นนางจึงแต่งงานเพียงในนามและแยกห้องนอนกับสามี

         ทว่า...ตั้งแต่พบกับหมอฮัวใหญ่ผู้นี้ หลัวเผิงเผิงกลับรู้สึกเหมือนอยากจะผวาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่ร่ำไป ช่างน่าแปลกเหลือเกิน!

         “คุณชายขอรับ ดูนั่น ใต้เท้ากุ่ยเดินเข้าโรงน้ำชาไปแล้ว”

         กุ่ยอี๋จือเหมือนจะรอให้ฮัวจิงอวี๋เสร็จงานเช่นกัน ขุนนางหนุ่มที่นั่งรออยู่บนรถม้า ลงจากรถแล้วเข้าไปในโรงน้ำชา ถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ ฮัวจิงอวี๋

ขุนนางหนุ่มพยายามชวนคุย แต่ท่านหมอหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าก้มตารับประทานบะหมี่

         หลัวเผิงเผิงที่มาแอบดูรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ “เจ้าคนแซ่กุ่ยช่างตื้อเสียจริง”

         “มาทุกวันเหมือนคุณหนูเลยขอรับ” เสี่ยวไป๋เอ่ยขึ้น “แค่คุณหนูไม่ปรากฏตัว ส่วนใต้เท้ากุ่ย โผล่หน้ามาให้เห็น”

         หลัวเผิงเผิงถลึงตาใส่บ่าวรับใช้ของตน “เจ้าพูดเรื่อยเปื่อยอันใด”

         “ไม่แน่นะขอรับ หากใต้เท้ากุ่ยมาเฝ้าเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หมอฮัวใหญ่อาจจะใจอ่อนก็ได้ จะว่าไปใต้เท้ากุ่ยเองก็รูปร่างบึกบึน หน้าตาหล่อเหลา เข้ากันกับรูปร่างโปร่งบางของหมอฮัวพอดี”

         หลัวเผิงเผิงไม่ค่อยชอบใจความเห็นของบ่าวรับใช้ของตนนัก “หึ! เหมาะสมอย่างนั้นหรือ”

         “เหตุใดคุณหนูจึงทำหน้าเหมือนคนดื่มน้ำส้มเล่าหรือว่า ท่านหึงหมอฮัวใหญ่ขอรับ” เสี่ยวไป๋หันไปมองเจ้านายของตน

         “ข้า...ข้าหึงที่ใดกัน ข้าอยากให้พวกเขาลงเอยกันเร็วๆ ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีต่างหาก”

ฮัวจิงอวี๋พยายามข่มใจนั่งรับประทานบะหมี่จนหมดชาม วันนี้ทั้งวัน เขาต้องตรวจคนไข้จนไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน จะหยุดก็ไม่ได้เพราะบางคนมานั่งรอตั้งแต่เช้า ซ้ำยังป่วยเรื้อรังต้องรีบรักษา และพอตรวจเสร็จก็เป็นเวลาเย็นย่ำแล้ว จะรอให้กลับไปถึงคฤหาสน์สกุลฮัวก็กลัวว่าตนเองจะเป็นลมเสียก่อน จึงได้เดินข้ามถนนมานั่งที่ร้านบะหมี่

‘เคราะห์ร้ายเสียจริงที่ขุนนางเจ้าชู้ผู้นี้มาดักรอ’

กุ่ยอี๋จือที่นั่งอยู่ใกล้ๆ คอยพูดนั่นพูดนี่จนท่านหมอหนุ่มรู้สึกรำคาญ เขาอดใจที่จะไม่ผลักไหล่ของกุ่ยอี๋จือให้ขยับห่างจากตน กระทั่งอิ่ม เขาก็วางเงินไว้บนโต๊ะ

“ใต้เท้ากุ่ย ข้าน้อยขอตัวก่อน วันนี้เหนื่อยมากแล้ว ง่วงเต็มที หากท่านไม่มีธุระสำคัญก็อย่ามาทีนี่อีกเลย”

“ข้าก็แค่มาคอยดูแลเจ้า จะเป็นไรไป”

“หากท่านมาตอนกลางวัน ข้าก็มีงานล้นมือให้ทำ หากท่านมารอข้าเลิกงาน ข้าก็เหนื่อยล้าจนตาสองข้างแทบปิดอยู่แล้ว ข้าว่าท่านอย่ามาเสียเวลาดีกว่า”

กุ่ยอี๋จือส่ายหน้า “ไม่เสียเวลาเลย ข้าเต็มใจ”

ฮัวจิงอวี๋เม้มปากแล้วประสานมือค้อมศีรษะ ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก เขาหันหลังเดินกลับไปยังรถม้าที่จอดรออยู่

กุ่ยอี๋จือไม่กล้ารุ่มร่ามเพราะไม่อยากขายหน้าต่อธารกำนัล ทว่าในหัวกลับครุ่นคิดแผนการที่จะได้คนงามอย่างฮัวจิงอวี๋มาครอง

         ‘ถ้าหากว่าเจ้านอนอยู่บนเตียงของข้า ก็ไม่เป็นเรื่องเสียเวลาแล้ว’

        

       ฮัวหยางได้ยินญาติผู้พี่เล่าเรื่องกุ่ยอี๋จือให้ฟังก็ตกใจ “เจ้าคนเสเพลสกุลกุ่ยนี่อีกแล้ว ไม่คิดเลยว่ามันจะกล้ามารบกวนท่านถึงร้านของเรา”

ฮัวหยางมองญาติผู้พี่ด้วยความเป็นห่วง

ฮัวจิงอวี๋รูปร่างบอบบาง ใบหน้างดงาม ซ้ำไม่มีวรยุทธ์ หากถูกคนชั่วรังแกจะทำเช่นใด ชื่อเสียงในด้านเลวทรามของกุ่ยอี๋จือเป็นที่รู้กันทั่ว

         “ใต้เท้ากุ่ยผู้นี้ เห็นว่าเป็นขุนนางกรมคลัง เขามีประวัติเช่นใดหรือ ”

         “กุ่ยอี๋จือแต่งงานกับหลานสาวขุนนางใหญ่ผู้หนึ่ง แต่กลับรับอนุภรรยาเป็นบุรุษและยังมีชายบำเรออีกหลายคน เขาละเลยภรรยาเอก ทำให้นางตรอมใจล้มป่วย เพิ่งตายไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี่เอง”

ฮัวจิงอวี๋พยักหน้า เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกอีกฝ่ายตามเกี้ยวพาน “แย่นัก หากชอบบุรุษเป็นทุนเดิม ใต้เท้า        กุ่ยคงชอบรูปร่างหน้าตาข้ามากเลยทีเดียว”

“ก็ดูท่านพี่สิ รูปร่างโปร่งบาง ใบหน้าก็งดงามราว     อิสสตรี ดูแล้วท่านทั้งหล่อและสวยในคนเดียวกัน”

ฮัวจิงอวี๋ส่ายหน้า เขาไม่ได้ใส่ใจในรูปร่างหน้าตาของตนนัก “ข้าเจอปัญหาเช่นนี้มาหลายหนแล้ว”   

“คนเดียวที่จะคุมใต้เท้ากุ่ยได้ก็คือบิดาของเขา น่าเสียดายตอนนี้ท่านผู้อาวุโสก็ล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น ยามนี้กุ่ยอี๋จือจึงเที่ยวมองหาบุรุษที่ถูกใจและรังแกคนเขาไปทั่ว ด้วยความที่สกุลกุ่ยปล่อยเงินกู้จำนวนมาก หากครอบครัวใดมีบุตรชายหน้าตาดีก็จะปล่อยเงินให้มากหน่อย ล่าสุดเห็นว่าไปรังควานบัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งที่มีคู่รักอยู่แล้ว พอฝ่ายชายไม่เล่นด้วยก็กลั่นแกล้งจนพวกเขาหนีไปอยู่เมืองอื่น”

         “เขามีบุรุษเรือนหลังมากมายแล้ว ยังต้องการเพิ่มอีกหรือ”

         “พี่จิงอวี๋ ชายบำเรอของเขาได้มาเพราะใช้สัญญาหนี้บีบบังคับ ข้าได้ยินมาว่าคนพวกนั้นอยู่ในสกุลกุ่ยอย่างไม่มีความสุข มักจะถูกกุ่ยอี๋จือตบตีรังแกอยู่เสมอๆ ข้าได้ยินว่าอนุบุรุษผู้หนึ่งของกุ่ยอี๋จือมิใช่ต้วนซิ่ว[1] จำต้องหวานอมขมกลืนปรนนิบัติกุ่ยอี๋จือ คราหนึ่งเคยกินยาฆ่าตัวตาย ท่านหมอเกาเป็นคนช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ตอนนี้ก็ล้มป่วยจนนอนติดเตียงไปแล้ว”

         “หากเขามีเงินก็ซื้อบุรุษรูปงามที่หอหลบจันทร์ได้นี่  เหตุใดต้องไปบังคับคนด้วย ”

         หอหลบจันทร์เป็นสถานที่รวบรวมบุรุษที่รับใช้ปรนนิบัติบนเตียงบุรุษด้วยกัน

         “กุ่ยอี๋จือเป็นคนมักมาก เขาชอบไปเที่ยวที่หอหลบจันทร์ เสพสมกับบุรุษทีละสองสามคน แต่ไม่ยอมรับเอานายคณิกาเหล่านั้นไปเลี้ยงดู ข้าได้ยินว่าบางคราวเขาก็ลงไม้ลงมือจนคนพวกนั้นได้รับบาดเจ็บด้วย  อาศัยการจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อปิดปากคนพวกนั้น”

         ฮัวจิงอวี๋เริ่มปริวิตก “เสี่ยวหยาง งานสมาคมพ่อค้าคราวนี้ เจ้ากับจือจือ คงต้องช่วยกันระวังข้าสักหน่อยได้ยินว่าใต้เท้ากุ่ยก็จะไปร่วมด้วย เขาดูหื่นกระหายในตัวข้ายิ่ง ข้าเกรงว่าเขาอาจจะใช้ช่วงเวลานั้นวางแผนร้าย”

         ฮัวจิงอวี๋มีคนในใจอยู่แล้ว ที่เขายอมลงจากเขาหลงเฟยซานตามคำชวนของญาติผู้น้อง มิใช่เพราะต้องการมาเปิดโรงหมอเพียงอย่างเดียว  แท้จริงเขาต้องการตามหาคนรักที่ทิ้งบาดแผลในดวงใจ

         ฮัวหยางหันไปหาภรรยา “จือจือ เจ้านัดหัวหน้าจางมาเรือนเราที”

“ท่านพี่มีธุระอันใดหรือเจ้าคะ”

“หากต้องรับมือกับใต้เท้ากุ่ย คงต้องพึ่งพาเหล่าจาง”

“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะนัดเขาให้”

“มารับประทานอาหารค่ำก็แล้วกันจะได้สั่งพ่อบ้านเตรียมอาหารเพิ่ม”

จางเจิ้งจีหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามเป็นสหายรักของฮัวหยางและเป็นผู้ที่ทำให้อู๋จือได้มาพบกับฮัวหยางแบบพิสดารจนกลายมาเป็นสามีภรรยากัน

        

[1] ต้วนซิ่ว หมายถึง บุรุษที่รักใคร่ชอบพอในเพศเดียวกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    41 ภรรยาของข้า (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ออกมาจากห้องหอในตอนสายเพื่อคารวะน้ำชาผู้อาวุโส จากนั้นฮัวจิงอวี๋ก็จูงมือภรรยาพาเดินเล่นทั่วคฤหาสน์ พอเดินผ่านไปยังเรือนรับรองแขก ฮัวจิงอวี๋ก็แปลกใจที่มีกุญแจปิดเอาไว้ เขาจึงถามบ่าวรับใช้ที่เดินกำลังมา “เหตุใดจึงปิดเรือนนี้เล่า” “ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ข้าน้อยไปถามพ่อบ้านเมื่อเช้า พ่อบ้านก็บอกว่าไม่ได้ส่งคนมาปิด” สองสามีภรรยาหันมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้ว หลัวเผิงเผิงจึงบอกบ่าวผู้นั้นให้หาคนมางัดกุญแจออก “คงไม่มีคนถูกขังไว้ข้างในหรอกนะ” ฮัวจิงอวี๋ตั้งข้อสังเกต ผัวะ! ประตูของเรือนรับรองถูกเปิด เมื่อพ่อบ้านใหญ่ของคฤหาสน์สกุลหลัวเดินนำหน้าบ่าวรับใช้กับสาวใช้เข้าไปข้างใน สาวใช้ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋ที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นร่างเปลือยที่กอดก่ายกันโดยมีผ้าห่มปิดอยู่ช่วงกลางของท่อนล่างก็พากันตะลึง “กุ่ยอี๋จือ! เสี่ยวไป๋!” แผ่นหลังหนาที่มีผ้าห่มคลุมอยู่ถึงบั้นเอว ลืมตาขึ้นกลับมามองคน

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    40 ข้าช่วยเอง

    “ใต้เท้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เสี่ยวไป๋ชะโงกไปดู “ข้า....ข้า..ร้อนรุ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ้าไม่เห็นหรือ” สายตาของกุ่ยอี๋จือมองไปยังเป้ากางเกงของตน เสี่ยวไป๋เห็นแล้วว่ากุ่ยอี๋จือกำลังอยู่ในสภาพตื่นตัว เขาบิดกายไปมาคล้ายงูกำลังดิ้น “ข้ารู้แล้ว มีคนวางยาเพื่อทำร้ายท่าน ข้าจับมันได้แต่ก็ต้องปล่อยเพื่อมาช่วยท่านก่อน” เสี่ยวไป๋นึกอยากจะด่าทอบุรุษที่นอนร้องครวญครางอยู่ตรงหน้า หากไม่เป็นเพราะเขากระทำเรื่องเลวทรามกับผู้อื่นก่อน มีหรือจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ข้าปล่อยท่านก่อนก็แล้วกัน”เสี่ยวไป๋รีบพุ่งไปที่หัวเตียง แกะเชือกที่มัดแขนทั้งสองข้างของกุ่ยอี๋จือออก ระหว่างนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว กลิ่นหอบของกำยานที่ถูกจุดมานานกว่าสองเค่อนั้นตลบอบอวลไปทั่วห้อง เสี่ยวไป๋สูดหายใจเข้าไปพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกร้อนรุมราวถูกสุมไฟด้วยเช่นกัน “ห้องนี้น่าแปลกจริง” บ่าวรับใช้ร่างใหญ่รู้สึกว่าทั่วร่างคล้ายไม่ค่อยสบาย “ข้าเองก็รู้สึกร้อนด้วยเช่นกัน” กุ่ยอี๋จือที่เข้าหอหลบจันทร์อยู่บ่อยๆ รู้ดีว่าเสี่ยวไป๋กำลังถูกรมด้วยกำยานปลุกกำหนัด จึงชี้ไปยังมุมห้อ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    39 ถูกแก้แค้น

    สภาพของกุ่ยอี๋จือในตอนที่เสี่ยวไป๋นำกลุ่มมือปราบย้อนกลับไปช่วยก็ค่อนข้างสะบักสะบอม “ใต้เท้ากุ่ย เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปประคองกุ่ยอี๋จือที่กำลังนอนคลุกฝุ่นอยู่ให้ลุกขึ้น ในขณะที่มือปราบทั้งสี่พยายามวิ่งไล่จับบุรุษสองคนที่รุมทำร้ายกุ่ยอี๋จือ เสี่ยวไป๋ก็เข้าไปนั่งยองๆ ประคองขุนนางหนุ่มให้ลุกขึ้น “เจ้าเองหรือ” เสียงของคนถามอ้อแอ้กุ่ยอี๋จือจำบ่าวรับใช้ของหลัวเผิงเผิงได้แต่ยามนี้เขาเจ็บระบมไปหมดทั้งหมด แม้จะอยากสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม “ใต้เท้า ใบหน้าของท่านเขียวช้ำไปหมดแล้ว” กุ่ยอี๋จือก็แทบจะทรงตัวไม่ไหว เขาพยายามยังดันตัวออกห่างจากเสี่ยวไป๋ทว่ากลับปวดแปลบที่ขา “โอ๊ย!” “ข้าบอกแล้วว่าใต้เท้าได้รับบาดเจ็บ ท่านให้ข้าช่วยดีกว่าขอรับ” เสี่ยวไป๋อุ้มร่างที่บางกว่าของกุ่ยอี๋จือลอยหวือขึ้น “เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” “พาท่านไปหาหมอน่ะสิขอรับ” ใบหน้าของเสี่ยวไป๋เรียบเฉย เหลือบตามองกุ่ยอี๋จือเล็กน้อย หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋กำลังเดินกลับมายังโรงหมอ พอมองเห็นเสี่ยวไป๋อุ้มกุ่ยอี๋จือก็พากันตะลึง

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    38 ไม่คู่ควร

    “เผิงเผิง พ่อไม่ได้คิดจะทำให้เจ้าต้องล้มเจ็บเลยจริงๆ แค่ต้องการให้เจ้าลืมบุรุษที่อยู่บนเขาคนนั้นเสีย เขาเป็นเพียงหมอชาวบ้าน เจ้ากับเขาจะใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างไร” “ท่านพ่อ ท่านไม่ได้เป็นห่วงข้า หากแต่ต้องการให้ข้าอยู่เป็นหัวหน้าตระกูลช่วยท่านต่างหาก” หญิงสาวเอียงคอมองบิดา บัดนี้ความทรงจำของนางกลับคืนมาเกือบหมดแล้ว“ข้าไม่ได้คิดจะทอดทิ้งสกุลเลยสักนิด ในตอนนั้นข้าเขียนจดหมายไปขออนุญาตท่านให้ข้าแต่งงานกับเขา คิดจะพาเขาลงจากเขามาอยู่ในเมืองหลวง แต่ท่านต้องการให้ข้าหาขุนนางมาแต่งด้วยสักคนจึงได้คิดกีดกันไม่ให้ข้ากับเขาได้อยู่ด้วยกัน ท่านให้คนเขียนจดหมายไปตัดรอนเขาแทนข้าและยังให้พ่อบ้านจูวางยาลืมอดีตให้ข้ากินอีก หากว่าข้าตายไปเพราะน้ำมือของพ่อบ้านจูคงทำให้คนรักของข้าโกรธแค้นที่ข้าไม่รักษาสัญญาไปจนวันตาย” คนทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังล้วนแล้ววิจารณ์กันขรม พวกเขาเห็นใจหลัวเผิงเผิงและมองว่าผู้อาวุโสสกุลหลัวใจร้ายใจดำยิ่งบรรดาผู้เฒ่าในสกุลหลัวที่มาร่วมฟังการไต่สวนพากันยิ้มเจื่อน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันกับพวกตนที่กดดันให้คหบดีหลัวต้องพยายามกีดกันบุตรสาวกับคนรัก จนนางแทบจะเอา

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    37 สกุลกุ่ยล่ม

    กุ่ยอี๋จือแข้งขาอ่อนแรง ต้องให้ผู้ติดตามเข้ามาหามออกจากศาลกลับที่พัก ภารกิจที่ท่านลุงใช้ให้มาทำเป็นอันว่าล้มเหลว ตอนที่มาถึงเมืองเชียนเหยาใหม่ๆ เขาได้แอบไปตกลงกับใต้เท้าพานแทนท่านลุงแล้วว่าหากไม่โยงไม่ถึงข้างบน จะช่วยดูแลครอบครัวของใต้เท้าพานให้อย่างดี ขุนนางผู้นี้ก็รับปากเขาแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าใต้เท้าพานกันใต้เท้าฟางจะแตกคอกันทำให้ความแตกกุ่ยอี๋จือกลัวว่าตนเองจะถูกลากลงน้ำขุ่นไปด้วยจึงแอบหนีกลับเมืองหลวงก่อน “ใต้เท้ากุ่ยแอบกลับไปก่อนเราเสียแล้ว” หลัวเผิงเผิงบอกกับสหายขุนนาง “ลุงของเขาถูกพาดพิงเช่นนั้นก็คงต้องรีบไปหาทางจัดการ คดีใหญ่นัก หากเป็นความจริง สกุลกุ่ยคงถึงคราวตกอับแน่” ซึงต้าลู่ยืนวิจารณ์อย่างสิ้นความเกรงใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ ไม่กลัวเขาโกรธแล้วหรือ” ซึงต้าลู่ส่ายหน้า “เจ้าไม่ได้เคยยินประโยคที่ว่าน้ำลดตอผุดหรือ คราวนี้น้ำลดแล้ว เห็นทีรองเจ้ากรมคลังกุ่ยคงหลบเลี่ยงลำบาก ที่ข้าไม่กลัวเพราะเห็นเจ้า ใต้เท้าหลัว หน้าตาของเจ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร หญิงสาวยิ้มน้อยๆ พยักหน้ารับ “ข้ายอมรับ ข้าพอจะรู้ เพียงแ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    36 ปิดคดีเก่า

    ยามนั้นจางเจิ้งจีกับหวังหวั่นสองสามีภรรยามือปราบก็กลับจากเมืองหลวงพร้อมกับบันทึกคดีเตียวซืออินและหลักฐานที่เพิ่งค้นพบ “จูอิ่นจือร้ายจริงๆ เขาแอบว่าจ้างเตียวซืออินให้ยอมแต่งกับท่าน ยามนั้นสกุลเตียวเป็นหนี้บิดาของท่านจำนวนมาก เตียวซืออินจึงได้รับปาก ตอนหลังจูอิ่นจือคิดจะบังคับให้เตียวซืออินวางยาท่าน เขาจึงได้คิดหนีออกจากคฤหาสน์สกุลหลัว” หลัวเผิงเผิงตะลึง “จูอิ่นจือเป็นผู้ฆ่าเตียวซืออินหรือ” “ใช่แล้ว จูอิ่นจือไปจ้างให้ซุยจี้เซิงหลอกให้อดีตสามีของท่านไปตามนัดหมาย จากนั้นตัวเขาก็ลอบเข้าไปฆ่าคนทั้งสองเสีย ข้าเข้าไปขอค้นในห้องพักเขาที่คฤหาสน์สกุลหลัวแล้ว มีเสื้อผ้าและอาวุธตรงกับบาดแผลในร่างกายของคนทั้งสอง” หลัวเผิงเผิงนั่งฟังจางเจิ้งจีที่เล่าการอำพรางคดีให้กับตุลาการเชียนเหยาด้วยความคาดไม่ถึง “พ่อบ้านจูผู้นี้ ฉลาดนัก เตรียมอาวุธมีขนาดเดียวกันเอาไว้ ทำให้มือปราบไขว้เขว ข้าเองก็มองออกเป็นสองอย่าง พวกเขาฆ่ากันเองกับมีคนบุกเข้าไปฆ่า แต่จนใจที่ไร้พยานหลักฐาน หากว่าใต้เท้าหลัวไม่เปิดเผยความจริง ป่านนี้ก็คงจะจับคนร้ายไม่ได้” จางเจิ้งจีหันไปหาหลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status