Share

7 ถูกตามตื้อ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 17:38:53

         “เสี่ยวไป๋ เจ้าไปดูสิว่า ใต้เท้ากุ่ยป่วยอันใด” หลัวเผิงเผิงสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

เสี่ยวไป๋รู้ว่านายหญิงของตนชังน้ำหน้าใต้เท้ากุ่ยยิ่งนัก มิคาดว่ากุ่ยอี๋จือจะมาป้วนเปี้ยนที่ร้านยาของสกุลฮัวด้วย

บ่าวรับใช้ผู้คล่องแคล่วเดินไปไม่นานนักก็กลับมารายงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ใต้เท้ากุ่ย มิได้ป่วยขอรับ แค่อยากมาดูหน้าท่านหมอฮัวใหญ่เฉยๆ”

         “กุ่ยอี๋จือ บัดซบจริง! เห็นคนรูปงามคงอยากจะได้ไปเก็บไว้ในเรือนหลัง เจ้าคนมักมากผู้นี้ ข้าจะทำเช่นใดกับมันดีจึงจะกำจัดไปพ้นทางได้” หลัวเผิงเผิงได้แต่หนักใจ ระหว่างนางกับกุ่ยอี๋จือสู้กันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ

         “ใต้เท้ากุ่ยภรรยาเพิ่งเสียชีวิตนี่ขอรับ” เสี่ยวไป๋ทำหน้าฉงน

         “ใช่! กุ่ยอี๋จือ แต่งงานบังหน้าแต่รับอนุเป็นบุรุษและยังมีชายบำเรออีกมาก ทำให้ฮูหยินของเขาตรอมใจจนล้มป่วย ไม่ว่าผู้ใดที่เป็นลูกหนี้ หากรูปร่างหน้าตาถูกใจ เขาก็จะบีบเอามาไว้ปรนนิบัติข้างกาย กระทั่งขุนนางน้อยในกรมคลังข้าก็ยังเป็นชายบำเรอของเขาหลายคน”

         เสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน เขาตามคุณหนูใหญ่ไปทำงานก็จริง แต่มิได้ตามเข้าไปด้านใน ได้แต่เฝ้ารถม้าอยู่ด้านนอก เขารู้ว่าคุณหนูไม่ถูกกับใต้เท้ากุ่ย วันนี้เพิ่งจะได้รู้เรื่องส่วนตัวของกุ่ยอี๋จือ

“ขุนนางผู้นี้ ช่างมากรักเสียจริงขอรับ”

         “ฮัวจิงอวี๋นับว่างามล้ำเสียจนจันทราต้องหลบ เห็นทีกุ่ยอี๋จือคงจะชอบมาก มาเยือนถึงร้านเฉี่ยนซือแล้วคงไม่ปล่อยหมอฮัวใหญ่ไปง่ายๆ แต่ก่อนบิดาของกุ่ยอี๋จือไม่ยอมรับเรื่องการเป็นต้วนซิ่ว พวกเขาทะเลาะกันบ่อย  บัดนี้ท่านผู้อาวุโสล้มป่วยนอนติดเตียงจึงไม่อาจขัดขวางได้อีก บางทีฮัวจิงอวี๋อาจจะกลายเป็นฮูหยินใหญ่สกุลกุ่ยคนต่อไปก็ได้”

         เสี่ยวไป๋ฟังแล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อก “แบบนี้ท่านหมอรูปงามก็เสร็จสิขอรับ”

         หลัวเผิงเผิงนึกถึงใบหน้างดงามของฮัวจิงอวี๋ก็นึกเสียดาย หากว่าเขาเกิดมีใจรักใคร่กับกุ่ยอี๋จือจริง นางก็คงรู้สึกผิดหวัง

         ‘บุรุษรูปงามราวเทพเซียนเช่นนี้ น่าจะเป็นคนของข้า’

         พอความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมา หลัวเผิงเผิงก็นึกตกใจ นางไม่ควรคิดครอบครองศัตรู หญิงสาวรีบสลัดความคิดนั้นออกจากสมองโดยเร็ว จะปล่อยตนเองถูกคนงามล่อลวงไม่ได้

         ท่านหมอฮัวใหญ่รู้สึกปวดเมื่อยหลังและไหล่ วันนี้มีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ามาให้เขาตรวจรักษา ตั้งแต่เช้าจรดบ่ายเขายังไม่มีเวลาพักไปรับประทานอาหารกลางวัน

         “คนสุดท้ายแล้วขอรับท่านหมอ เห็นว่าเป็นขุนนางจากกรมคลัง ใต้เท้ากุ่ยขอรับ” ผู้ช่วยเอ่ยขึ้น

         ฮัวจิงอวี๋เลิกคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเขาเข้ามาเถิด”

         กุ่ยอี๋จือเดินเข้าไปด้านหลังฉากใหญ่ที่บังมุมหนึ่งของร้านเฉี่ยนซือเอาไว้

“ท่านเองหรือ หมอฮัวใหญ่” พอได้เห็นใบหน้าของท่านหมอหนุ่มสกุลฮัว  ขุนนางหนุ่มก็ยิ้มกริ่ม

‘ช่างงดงามกว่าคำเล่าลือนัก หากว่าข้าได้คนผู้นี้มานอนร่วมเตียงล่ะก็ คงจะสุขสุดๆ เลยทีเดียว’

         กุ่ยอี๋จือยิ่งคิดก็ยิ่งครึ้มใจ มองหน้าท่านหมอรูปงามด้วยอาการเคลิบเคลิ้ม

         ฮัวจิงอวี๋เห็นขุนนางหนุ่มทำท่ากะหลิ้มกะเหลี่ยก็ไม่พอใจ เขาจึงข่มใจเอ่ยถาม “ท่านมีอาการไม่สบายตรงใดหรือ”

ทันทีที่เสียงนั้นเปล่งออกมา กุ่ยอี๋จือก็ยิ่งทวีความชื่นชอบในตัวฮัวจิงอวี๋ ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาโดดเด่น น้ำเสียงก็ยังไพเราะยิ่ง ขุนนางหนุ่มยิ้มจนแก้มแทบปริ

         “ข้าสบายดี เพียงแต่คำร่ำลือเรื่องรูปโฉมของท่านโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง  ข้าจึงอยากจะมาชมโฉมท่านเสียหน่อย”

         ฮัวจิงอวี๋หน้าเสีย รูปโฉมของเขามักจะทำให้ผู้คนเข้ามาวุ่นวายด้วยบ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาอย่างยิ่ง ทั้งชีวิตเขาปรารถนาเพียงให้คนผู้เดียวมาชื่นชมในรูปร่างหน้าตาของเขาและคนผู้นั้นก็คือ....นาง

“ใต้เท้ากุ่ย คนที่มารอข้าล้วนได้รับความทุกข์ทรมาน หากว่าท่านไม่ได้เจ็บป่วย ข้าว่าท่านก็อย่ามารบกวนการตรวจรักษาของข้าเลยขอรับ”

         “ท่านหมอฮัว  พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก ข้าได้ยินว่าท่านจะเปิดโรงหมอ ในฐานะที่ข้าเป็นเจ้าหน้าที่เก็บภาษี มาเยี่ยมเยียนท่าน นับว่าถูกต้องแล้ว ท่านทราบหรือไม่ กิจการร้านยาสมุนไพรเฉี่ยนซือ และโรงหมอสกุลฮัว ต้องถูกเรียกเก็บภาษีบำรุงแคว้น”

         ฮัวจิงอวี๋ทำหน้าเหวอ เขามิได้รู้เรื่องการค้ามากถึงเพียงนั้น หากคนตรงหน้าคิดจะมาข่มขู่เขาก็มาหาผิดคนแล้ว“อืม...ข้าไม่ได้ทำบัญชีและดูแลเรื่องเงิน ท่านคงต้องไปคุยกับญาติผู้น้องของข้าที่ชื่อฮัวซุ่นซีจะเหมาะกว่านะ”

         “แต่ข้าว่า ข้าควรจะได้นั่งจิบน้ำชาสนทนากับท่านหมอเสียก่อน”

         “คงต้องขออภัย ข้ามีคนไข้ต้องตรวจอีกมาก การที่ท่านมาขวางก็นับว่าทำให้ผู้อื่นเสียเวลามากแล้ว ใต้เท้าโปรดกลับไปก่อนเถิด”

         พอเห็นคนงามชักสีหน้า กุ่ยอี๋จือจึงตัดสินใจไม่ดื้อด้าน ยอมถอยก่อนแล้วค่อยมารุกใหม่ วันนี้ได้เห็นหน้าก็พอใจแล้ว

         “ไม่เป็นไร ข้ายังต้องวนเวียนมาตรวจตราร้านเฉี่ยนซืออยู่อีกหลายครา เอาไว้ข้าจะมาชักชวนท่านหมอใหม่คราวหน้า”

         “เชิญใต้เท้า”

         ท่านหมอหนุ่มทำหน้าเหนื่อยหน่าย คนเช่นนี้เมื่อใดจะหมดไปเสียที ที่เขาเป็นหมอก็เพราะต้องการช่วยเหลือผู้คนให้หายจากความทุกข์ มิได้ต้องการดึงดูดคนให้มาสนใจเสียหน่อย

         ในเมืองหลวงแคว้นหมิงยามนี้ มีการแต่งงานระหว่างบุรุษหลายคู่แล้ว แต่ผู้อาวุโสในสกุลใหญ่หลายสกุลอาจจะยังรับไม่ได้

         หลัวเผิงเผิงใคร่ครวญแล้วก็เห็นว่า...หากนางต้องการกำจัดฮัวจิงอวี๋ไปให้พ้นทางก็ควรเข้าข้างกุ่ยอี๋จือ

         “คุณหนูขอรับ แล้วแผนการที่ท่านจะใช้ขัดขวางไม่ให้ท่านหมอฮัว เปิดโรงหมอเล่าขอรับ ”

         “ในเมื่อมีกุ่ยอี๋จือโผล่เข้ามาพอดี ข้าก็ควรจะใช้เขาให้เกิดประโยชน์”

         “คุณหนูคิดจะ....”

         “ทำให้กุ่ยอี๋จือสมหวัง หากว่าฮัวจิงอวี๋แต่งเข้าสกุลกุ่ย

กุ่ยอี๋จือไม่มีทางยอมให้เขาออกมาทำงานที่โรงหมอแน่”

         ด้วยฐานะหลานชายของคหบดีฮัว หากกุ่ยอี๋จือชอบพอฮัวจิงอวี๋ก็ต้องตบแต่งเป็นภรรยาเอก ยามนี้บิดาของ     กุ่ยอี๋จือก็ไม่อาจจะลุกขึ้นมาบังคับบุตรชายได้อีกแล้ว          กุ่ยอี๋จือเองภรรยาก็เพิ่งตาย ทุกอย่างช่างเป็นใจ

          “เราจะทำเช่นใดพวกเขาจึงจะเกิดชอบพอกันเล่าขอรับ ”

         “อีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงของสมาคมพ่อค้าเมืองหลวง สกุลฮัว ต้องพาฮัวจิงอวี๋ออกไปแนะนำตัว ในงานนั้น คนเลวอย่างกุ่ยอี๋จือต้องลงมือแน่ ข้าก็แค่เพียงช่วยเขาผลักดันให้แผนชั่วสำเร็จก็พอ”

         เสี่ยวไป๋มองหน้าคุณหนูของตนด้วยความชื่นชม สมแล้วที่คุณหนูของเขาได้รับการยกย่องจากคนละแวกนี้ว่าเป็น ‘จิ้งจอกขาว’ ช่างใช้แผนร้ายได้อย่างหมดจด

         แม้แต่เรื่องส่วนตัว ในยามที่คุณหนูถูกเอาเปรียบก็ยังเอาคืนได้อย่างสาสม เสี่ยวไป๋นึกถึงตอนที่มือปราบหนุ่มผู้หนึ่งมาส่งข่าวให้คุณชายทราบว่าสามีของนางถูกชายชู้ฆ่าตาย ใบหน้าของคุณชายยามนั้นคล้ายกำลังยิ้มละไมแม้จะเอ่ยถ้อยคำที่ดูเศร้าสร้อยออกมา

         “สายตาอันใดของเจ้า  มองเช่นนี้เหมือนกำลังด่าข้าอยู่เลย”

         “มิได้ขอรับ ข้าแค่ชื่นชมที่คุณหนูเหนือกว่าคนเลวอย่างใต้เท้ากุ่ย”

         หลัวเผิงเผิง หัวเราะหึๆ “ในแวดวงขุนนาง หากเจ้าใสซื่อเกินไปย่อมถูกกลืนกิน หากเจ้าเลวทรามเกินไปย่อมถูกกำจัด คนอย่างข้าก็แค่รักษาประโยชน์ตนเองและผลักไสความรับผิดชอบให้ผู้อื่น”

         “ขอรับ คุณหนูเป็นขุนนางที่ดี” เสี่ยวไป๋แสดงสีหน้าชื่นชมเลื่อมใสนายของตนจากใจจริง

         “แน่นอนสิ ข้าทำทุกอย่างในกรอบที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เพียงแต่...ข้าเป็นคนฉลาดที่ยิ่งรู้แจ้งก็ยิ่งรู้ช่องทาง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    41 ภรรยาของข้า (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ออกมาจากห้องหอในตอนสายเพื่อคารวะน้ำชาผู้อาวุโส จากนั้นฮัวจิงอวี๋ก็จูงมือภรรยาพาเดินเล่นทั่วคฤหาสน์ พอเดินผ่านไปยังเรือนรับรองแขก ฮัวจิงอวี๋ก็แปลกใจที่มีกุญแจปิดเอาไว้ เขาจึงถามบ่าวรับใช้ที่เดินกำลังมา “เหตุใดจึงปิดเรือนนี้เล่า” “ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ข้าน้อยไปถามพ่อบ้านเมื่อเช้า พ่อบ้านก็บอกว่าไม่ได้ส่งคนมาปิด” สองสามีภรรยาหันมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้ว หลัวเผิงเผิงจึงบอกบ่าวผู้นั้นให้หาคนมางัดกุญแจออก “คงไม่มีคนถูกขังไว้ข้างในหรอกนะ” ฮัวจิงอวี๋ตั้งข้อสังเกต ผัวะ! ประตูของเรือนรับรองถูกเปิด เมื่อพ่อบ้านใหญ่ของคฤหาสน์สกุลหลัวเดินนำหน้าบ่าวรับใช้กับสาวใช้เข้าไปข้างใน สาวใช้ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋ที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นร่างเปลือยที่กอดก่ายกันโดยมีผ้าห่มปิดอยู่ช่วงกลางของท่อนล่างก็พากันตะลึง “กุ่ยอี๋จือ! เสี่ยวไป๋!” แผ่นหลังหนาที่มีผ้าห่มคลุมอยู่ถึงบั้นเอว ลืมตาขึ้นกลับมามองคน

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    40 ข้าช่วยเอง

    “ใต้เท้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เสี่ยวไป๋ชะโงกไปดู “ข้า....ข้า..ร้อนรุ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ้าไม่เห็นหรือ” สายตาของกุ่ยอี๋จือมองไปยังเป้ากางเกงของตน เสี่ยวไป๋เห็นแล้วว่ากุ่ยอี๋จือกำลังอยู่ในสภาพตื่นตัว เขาบิดกายไปมาคล้ายงูกำลังดิ้น “ข้ารู้แล้ว มีคนวางยาเพื่อทำร้ายท่าน ข้าจับมันได้แต่ก็ต้องปล่อยเพื่อมาช่วยท่านก่อน” เสี่ยวไป๋นึกอยากจะด่าทอบุรุษที่นอนร้องครวญครางอยู่ตรงหน้า หากไม่เป็นเพราะเขากระทำเรื่องเลวทรามกับผู้อื่นก่อน มีหรือจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ข้าปล่อยท่านก่อนก็แล้วกัน”เสี่ยวไป๋รีบพุ่งไปที่หัวเตียง แกะเชือกที่มัดแขนทั้งสองข้างของกุ่ยอี๋จือออก ระหว่างนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว กลิ่นหอบของกำยานที่ถูกจุดมานานกว่าสองเค่อนั้นตลบอบอวลไปทั่วห้อง เสี่ยวไป๋สูดหายใจเข้าไปพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกร้อนรุมราวถูกสุมไฟด้วยเช่นกัน “ห้องนี้น่าแปลกจริง” บ่าวรับใช้ร่างใหญ่รู้สึกว่าทั่วร่างคล้ายไม่ค่อยสบาย “ข้าเองก็รู้สึกร้อนด้วยเช่นกัน” กุ่ยอี๋จือที่เข้าหอหลบจันทร์อยู่บ่อยๆ รู้ดีว่าเสี่ยวไป๋กำลังถูกรมด้วยกำยานปลุกกำหนัด จึงชี้ไปยังมุมห้อ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    39 ถูกแก้แค้น

    สภาพของกุ่ยอี๋จือในตอนที่เสี่ยวไป๋นำกลุ่มมือปราบย้อนกลับไปช่วยก็ค่อนข้างสะบักสะบอม “ใต้เท้ากุ่ย เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปประคองกุ่ยอี๋จือที่กำลังนอนคลุกฝุ่นอยู่ให้ลุกขึ้น ในขณะที่มือปราบทั้งสี่พยายามวิ่งไล่จับบุรุษสองคนที่รุมทำร้ายกุ่ยอี๋จือ เสี่ยวไป๋ก็เข้าไปนั่งยองๆ ประคองขุนนางหนุ่มให้ลุกขึ้น “เจ้าเองหรือ” เสียงของคนถามอ้อแอ้กุ่ยอี๋จือจำบ่าวรับใช้ของหลัวเผิงเผิงได้แต่ยามนี้เขาเจ็บระบมไปหมดทั้งหมด แม้จะอยากสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม “ใต้เท้า ใบหน้าของท่านเขียวช้ำไปหมดแล้ว” กุ่ยอี๋จือก็แทบจะทรงตัวไม่ไหว เขาพยายามยังดันตัวออกห่างจากเสี่ยวไป๋ทว่ากลับปวดแปลบที่ขา “โอ๊ย!” “ข้าบอกแล้วว่าใต้เท้าได้รับบาดเจ็บ ท่านให้ข้าช่วยดีกว่าขอรับ” เสี่ยวไป๋อุ้มร่างที่บางกว่าของกุ่ยอี๋จือลอยหวือขึ้น “เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” “พาท่านไปหาหมอน่ะสิขอรับ” ใบหน้าของเสี่ยวไป๋เรียบเฉย เหลือบตามองกุ่ยอี๋จือเล็กน้อย หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋กำลังเดินกลับมายังโรงหมอ พอมองเห็นเสี่ยวไป๋อุ้มกุ่ยอี๋จือก็พากันตะลึง

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    38 ไม่คู่ควร

    “เผิงเผิง พ่อไม่ได้คิดจะทำให้เจ้าต้องล้มเจ็บเลยจริงๆ แค่ต้องการให้เจ้าลืมบุรุษที่อยู่บนเขาคนนั้นเสีย เขาเป็นเพียงหมอชาวบ้าน เจ้ากับเขาจะใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างไร” “ท่านพ่อ ท่านไม่ได้เป็นห่วงข้า หากแต่ต้องการให้ข้าอยู่เป็นหัวหน้าตระกูลช่วยท่านต่างหาก” หญิงสาวเอียงคอมองบิดา บัดนี้ความทรงจำของนางกลับคืนมาเกือบหมดแล้ว“ข้าไม่ได้คิดจะทอดทิ้งสกุลเลยสักนิด ในตอนนั้นข้าเขียนจดหมายไปขออนุญาตท่านให้ข้าแต่งงานกับเขา คิดจะพาเขาลงจากเขามาอยู่ในเมืองหลวง แต่ท่านต้องการให้ข้าหาขุนนางมาแต่งด้วยสักคนจึงได้คิดกีดกันไม่ให้ข้ากับเขาได้อยู่ด้วยกัน ท่านให้คนเขียนจดหมายไปตัดรอนเขาแทนข้าและยังให้พ่อบ้านจูวางยาลืมอดีตให้ข้ากินอีก หากว่าข้าตายไปเพราะน้ำมือของพ่อบ้านจูคงทำให้คนรักของข้าโกรธแค้นที่ข้าไม่รักษาสัญญาไปจนวันตาย” คนทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังล้วนแล้ววิจารณ์กันขรม พวกเขาเห็นใจหลัวเผิงเผิงและมองว่าผู้อาวุโสสกุลหลัวใจร้ายใจดำยิ่งบรรดาผู้เฒ่าในสกุลหลัวที่มาร่วมฟังการไต่สวนพากันยิ้มเจื่อน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันกับพวกตนที่กดดันให้คหบดีหลัวต้องพยายามกีดกันบุตรสาวกับคนรัก จนนางแทบจะเอา

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    37 สกุลกุ่ยล่ม

    กุ่ยอี๋จือแข้งขาอ่อนแรง ต้องให้ผู้ติดตามเข้ามาหามออกจากศาลกลับที่พัก ภารกิจที่ท่านลุงใช้ให้มาทำเป็นอันว่าล้มเหลว ตอนที่มาถึงเมืองเชียนเหยาใหม่ๆ เขาได้แอบไปตกลงกับใต้เท้าพานแทนท่านลุงแล้วว่าหากไม่โยงไม่ถึงข้างบน จะช่วยดูแลครอบครัวของใต้เท้าพานให้อย่างดี ขุนนางผู้นี้ก็รับปากเขาแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าใต้เท้าพานกันใต้เท้าฟางจะแตกคอกันทำให้ความแตกกุ่ยอี๋จือกลัวว่าตนเองจะถูกลากลงน้ำขุ่นไปด้วยจึงแอบหนีกลับเมืองหลวงก่อน “ใต้เท้ากุ่ยแอบกลับไปก่อนเราเสียแล้ว” หลัวเผิงเผิงบอกกับสหายขุนนาง “ลุงของเขาถูกพาดพิงเช่นนั้นก็คงต้องรีบไปหาทางจัดการ คดีใหญ่นัก หากเป็นความจริง สกุลกุ่ยคงถึงคราวตกอับแน่” ซึงต้าลู่ยืนวิจารณ์อย่างสิ้นความเกรงใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ ไม่กลัวเขาโกรธแล้วหรือ” ซึงต้าลู่ส่ายหน้า “เจ้าไม่ได้เคยยินประโยคที่ว่าน้ำลดตอผุดหรือ คราวนี้น้ำลดแล้ว เห็นทีรองเจ้ากรมคลังกุ่ยคงหลบเลี่ยงลำบาก ที่ข้าไม่กลัวเพราะเห็นเจ้า ใต้เท้าหลัว หน้าตาของเจ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร หญิงสาวยิ้มน้อยๆ พยักหน้ารับ “ข้ายอมรับ ข้าพอจะรู้ เพียงแ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    36 ปิดคดีเก่า

    ยามนั้นจางเจิ้งจีกับหวังหวั่นสองสามีภรรยามือปราบก็กลับจากเมืองหลวงพร้อมกับบันทึกคดีเตียวซืออินและหลักฐานที่เพิ่งค้นพบ “จูอิ่นจือร้ายจริงๆ เขาแอบว่าจ้างเตียวซืออินให้ยอมแต่งกับท่าน ยามนั้นสกุลเตียวเป็นหนี้บิดาของท่านจำนวนมาก เตียวซืออินจึงได้รับปาก ตอนหลังจูอิ่นจือคิดจะบังคับให้เตียวซืออินวางยาท่าน เขาจึงได้คิดหนีออกจากคฤหาสน์สกุลหลัว” หลัวเผิงเผิงตะลึง “จูอิ่นจือเป็นผู้ฆ่าเตียวซืออินหรือ” “ใช่แล้ว จูอิ่นจือไปจ้างให้ซุยจี้เซิงหลอกให้อดีตสามีของท่านไปตามนัดหมาย จากนั้นตัวเขาก็ลอบเข้าไปฆ่าคนทั้งสองเสีย ข้าเข้าไปขอค้นในห้องพักเขาที่คฤหาสน์สกุลหลัวแล้ว มีเสื้อผ้าและอาวุธตรงกับบาดแผลในร่างกายของคนทั้งสอง” หลัวเผิงเผิงนั่งฟังจางเจิ้งจีที่เล่าการอำพรางคดีให้กับตุลาการเชียนเหยาด้วยความคาดไม่ถึง “พ่อบ้านจูผู้นี้ ฉลาดนัก เตรียมอาวุธมีขนาดเดียวกันเอาไว้ ทำให้มือปราบไขว้เขว ข้าเองก็มองออกเป็นสองอย่าง พวกเขาฆ่ากันเองกับมีคนบุกเข้าไปฆ่า แต่จนใจที่ไร้พยานหลักฐาน หากว่าใต้เท้าหลัวไม่เปิดเผยความจริง ป่านนี้ก็คงจะจับคนร้ายไม่ได้” จางเจิ้งจีหันไปหาหลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status