共有

7 ถูกตามตื้อ

         “เสี่ยวไป๋ เจ้าไปดูสิว่า ใต้เท้ากุ่ยป่วยอันใด” หลัวเผิงเผิงสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

เสี่ยวไป๋รู้ว่านายหญิงของตนชังน้ำหน้าใต้เท้ากุ่ยยิ่งนัก มิคาดว่ากุ่ยอี๋จือจะมาป้วนเปี้ยนที่ร้านยาของสกุลฮัวด้วย

บ่าวรับใช้ผู้คล่องแคล่วเดินไปไม่นานนักก็กลับมารายงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ใต้เท้ากุ่ย มิได้ป่วยขอรับ แค่อยากมาดูหน้าท่านหมอฮัวใหญ่เฉยๆ”

         “กุ่ยอี๋จือ บัดซบจริง! เห็นคนรูปงามคงอยากจะได้ไปเก็บไว้ในเรือนหลัง เจ้าคนมักมากผู้นี้ ข้าจะทำเช่นใดกับมันดีจึงจะกำจัดไปพ้นทางได้” หลัวเผิงเผิงได้แต่หนักใจ ระหว่างนางกับกุ่ยอี๋จือสู้กันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ

         “ใต้เท้ากุ่ยภรรยาเพิ่งเสียชีวิตนี่ขอรับ” เสี่ยวไป๋ทำหน้าฉงน

         “ใช่! กุ่ยอี๋จือ แต่งงานบังหน้าแต่รับอนุเป็นบุรุษและยังมีชายบำเรออีกมาก ทำให้ฮูหยินของเขาตรอมใจจนล้มป่วย ไม่ว่าผู้ใดที่เป็นลูกหนี้ หากรูปร่างหน้าตาถูกใจ เขาก็จะบีบเอามาไว้ปรนนิบัติข้างกาย กระทั่งขุนนางน้อยในกรมคลังข้าก็ยังเป็นชายบำเรอของเขาหลายคน”

         เสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน เขาตามคุณหนูใหญ่ไปทำงานก็จริง แต่มิได้ตามเข้าไปด้านใน ได้แต่เฝ้ารถม้าอยู่ด้านนอก เขารู้ว่าคุณหนูไม่ถูกกับใต้เท้ากุ่ย วันนี้เพิ่งจะได้รู้เรื่องส่วนตัวของกุ่ยอี๋จือ

“ขุนนางผู้นี้ ช่างมากรักเสียจริงขอรับ”

         “ฮัวจิงอวี๋นับว่างามล้ำเสียจนจันทราต้องหลบ เห็นทีกุ่ยอี๋จือคงจะชอบมาก มาเยือนถึงร้านเฉี่ยนซือแล้วคงไม่ปล่อยหมอฮัวใหญ่ไปง่ายๆ แต่ก่อนบิดาของกุ่ยอี๋จือไม่ยอมรับเรื่องการเป็นต้วนซิ่ว พวกเขาทะเลาะกันบ่อย  บัดนี้ท่านผู้อาวุโสล้มป่วยนอนติดเตียงจึงไม่อาจขัดขวางได้อีก บางทีฮัวจิงอวี๋อาจจะกลายเป็นฮูหยินใหญ่สกุลกุ่ยคนต่อไปก็ได้”

         เสี่ยวไป๋ฟังแล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อก “แบบนี้ท่านหมอรูปงามก็เสร็จสิขอรับ”

         หลัวเผิงเผิงนึกถึงใบหน้างดงามของฮัวจิงอวี๋ก็นึกเสียดาย หากว่าเขาเกิดมีใจรักใคร่กับกุ่ยอี๋จือจริง นางก็คงรู้สึกผิดหวัง

         ‘บุรุษรูปงามราวเทพเซียนเช่นนี้ น่าจะเป็นคนของข้า’

         พอความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมา หลัวเผิงเผิงก็นึกตกใจ นางไม่ควรคิดครอบครองศัตรู หญิงสาวรีบสลัดความคิดนั้นออกจากสมองโดยเร็ว จะปล่อยตนเองถูกคนงามล่อลวงไม่ได้

         ท่านหมอฮัวใหญ่รู้สึกปวดเมื่อยหลังและไหล่ วันนี้มีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ามาให้เขาตรวจรักษา ตั้งแต่เช้าจรดบ่ายเขายังไม่มีเวลาพักไปรับประทานอาหารกลางวัน

         “คนสุดท้ายแล้วขอรับท่านหมอ เห็นว่าเป็นขุนนางจากกรมคลัง ใต้เท้ากุ่ยขอรับ” ผู้ช่วยเอ่ยขึ้น

         ฮัวจิงอวี๋เลิกคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเขาเข้ามาเถิด”

         กุ่ยอี๋จือเดินเข้าไปด้านหลังฉากใหญ่ที่บังมุมหนึ่งของร้านเฉี่ยนซือเอาไว้

“ท่านเองหรือ หมอฮัวใหญ่” พอได้เห็นใบหน้าของท่านหมอหนุ่มสกุลฮัว  ขุนนางหนุ่มก็ยิ้มกริ่ม

‘ช่างงดงามกว่าคำเล่าลือนัก หากว่าข้าได้คนผู้นี้มานอนร่วมเตียงล่ะก็ คงจะสุขสุดๆ เลยทีเดียว’

         กุ่ยอี๋จือยิ่งคิดก็ยิ่งครึ้มใจ มองหน้าท่านหมอรูปงามด้วยอาการเคลิบเคลิ้ม

         ฮัวจิงอวี๋เห็นขุนนางหนุ่มทำท่ากะหลิ้มกะเหลี่ยก็ไม่พอใจ เขาจึงข่มใจเอ่ยถาม “ท่านมีอาการไม่สบายตรงใดหรือ”

ทันทีที่เสียงนั้นเปล่งออกมา กุ่ยอี๋จือก็ยิ่งทวีความชื่นชอบในตัวฮัวจิงอวี๋ ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาโดดเด่น น้ำเสียงก็ยังไพเราะยิ่ง ขุนนางหนุ่มยิ้มจนแก้มแทบปริ

         “ข้าสบายดี เพียงแต่คำร่ำลือเรื่องรูปโฉมของท่านโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง  ข้าจึงอยากจะมาชมโฉมท่านเสียหน่อย”

         ฮัวจิงอวี๋หน้าเสีย รูปโฉมของเขามักจะทำให้ผู้คนเข้ามาวุ่นวายด้วยบ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาอย่างยิ่ง ทั้งชีวิตเขาปรารถนาเพียงให้คนผู้เดียวมาชื่นชมในรูปร่างหน้าตาของเขาและคนผู้นั้นก็คือ....นาง

“ใต้เท้ากุ่ย คนที่มารอข้าล้วนได้รับความทุกข์ทรมาน หากว่าท่านไม่ได้เจ็บป่วย ข้าว่าท่านก็อย่ามารบกวนการตรวจรักษาของข้าเลยขอรับ”

         “ท่านหมอฮัว  พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก ข้าได้ยินว่าท่านจะเปิดโรงหมอ ในฐานะที่ข้าเป็นเจ้าหน้าที่เก็บภาษี มาเยี่ยมเยียนท่าน นับว่าถูกต้องแล้ว ท่านทราบหรือไม่ กิจการร้านยาสมุนไพรเฉี่ยนซือ และโรงหมอสกุลฮัว ต้องถูกเรียกเก็บภาษีบำรุงแคว้น”

         ฮัวจิงอวี๋ทำหน้าเหวอ เขามิได้รู้เรื่องการค้ามากถึงเพียงนั้น หากคนตรงหน้าคิดจะมาข่มขู่เขาก็มาหาผิดคนแล้ว“อืม...ข้าไม่ได้ทำบัญชีและดูแลเรื่องเงิน ท่านคงต้องไปคุยกับญาติผู้น้องของข้าที่ชื่อฮัวซุ่นซีจะเหมาะกว่านะ”

         “แต่ข้าว่า ข้าควรจะได้นั่งจิบน้ำชาสนทนากับท่านหมอเสียก่อน”

         “คงต้องขออภัย ข้ามีคนไข้ต้องตรวจอีกมาก การที่ท่านมาขวางก็นับว่าทำให้ผู้อื่นเสียเวลามากแล้ว ใต้เท้าโปรดกลับไปก่อนเถิด”

         พอเห็นคนงามชักสีหน้า กุ่ยอี๋จือจึงตัดสินใจไม่ดื้อด้าน ยอมถอยก่อนแล้วค่อยมารุกใหม่ วันนี้ได้เห็นหน้าก็พอใจแล้ว

         “ไม่เป็นไร ข้ายังต้องวนเวียนมาตรวจตราร้านเฉี่ยนซืออยู่อีกหลายครา เอาไว้ข้าจะมาชักชวนท่านหมอใหม่คราวหน้า”

         “เชิญใต้เท้า”

         ท่านหมอหนุ่มทำหน้าเหนื่อยหน่าย คนเช่นนี้เมื่อใดจะหมดไปเสียที ที่เขาเป็นหมอก็เพราะต้องการช่วยเหลือผู้คนให้หายจากความทุกข์ มิได้ต้องการดึงดูดคนให้มาสนใจเสียหน่อย

         ในเมืองหลวงแคว้นหมิงยามนี้ มีการแต่งงานระหว่างบุรุษหลายคู่แล้ว แต่ผู้อาวุโสในสกุลใหญ่หลายสกุลอาจจะยังรับไม่ได้

         หลัวเผิงเผิงใคร่ครวญแล้วก็เห็นว่า...หากนางต้องการกำจัดฮัวจิงอวี๋ไปให้พ้นทางก็ควรเข้าข้างกุ่ยอี๋จือ

         “คุณหนูขอรับ แล้วแผนการที่ท่านจะใช้ขัดขวางไม่ให้ท่านหมอฮัว เปิดโรงหมอเล่าขอรับ ”

         “ในเมื่อมีกุ่ยอี๋จือโผล่เข้ามาพอดี ข้าก็ควรจะใช้เขาให้เกิดประโยชน์”

         “คุณหนูคิดจะ....”

         “ทำให้กุ่ยอี๋จือสมหวัง หากว่าฮัวจิงอวี๋แต่งเข้าสกุลกุ่ย

กุ่ยอี๋จือไม่มีทางยอมให้เขาออกมาทำงานที่โรงหมอแน่”

         ด้วยฐานะหลานชายของคหบดีฮัว หากกุ่ยอี๋จือชอบพอฮัวจิงอวี๋ก็ต้องตบแต่งเป็นภรรยาเอก ยามนี้บิดาของ     กุ่ยอี๋จือก็ไม่อาจจะลุกขึ้นมาบังคับบุตรชายได้อีกแล้ว          กุ่ยอี๋จือเองภรรยาก็เพิ่งตาย ทุกอย่างช่างเป็นใจ

          “เราจะทำเช่นใดพวกเขาจึงจะเกิดชอบพอกันเล่าขอรับ ”

         “อีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงของสมาคมพ่อค้าเมืองหลวง สกุลฮัว ต้องพาฮัวจิงอวี๋ออกไปแนะนำตัว ในงานนั้น คนเลวอย่างกุ่ยอี๋จือต้องลงมือแน่ ข้าก็แค่เพียงช่วยเขาผลักดันให้แผนชั่วสำเร็จก็พอ”

         เสี่ยวไป๋มองหน้าคุณหนูของตนด้วยความชื่นชม สมแล้วที่คุณหนูของเขาได้รับการยกย่องจากคนละแวกนี้ว่าเป็น ‘จิ้งจอกขาว’ ช่างใช้แผนร้ายได้อย่างหมดจด

         แม้แต่เรื่องส่วนตัว ในยามที่คุณหนูถูกเอาเปรียบก็ยังเอาคืนได้อย่างสาสม เสี่ยวไป๋นึกถึงตอนที่มือปราบหนุ่มผู้หนึ่งมาส่งข่าวให้คุณชายทราบว่าสามีของนางถูกชายชู้ฆ่าตาย ใบหน้าของคุณชายยามนั้นคล้ายกำลังยิ้มละไมแม้จะเอ่ยถ้อยคำที่ดูเศร้าสร้อยออกมา

         “สายตาอันใดของเจ้า  มองเช่นนี้เหมือนกำลังด่าข้าอยู่เลย”

         “มิได้ขอรับ ข้าแค่ชื่นชมที่คุณหนูเหนือกว่าคนเลวอย่างใต้เท้ากุ่ย”

         หลัวเผิงเผิง หัวเราะหึๆ “ในแวดวงขุนนาง หากเจ้าใสซื่อเกินไปย่อมถูกกลืนกิน หากเจ้าเลวทรามเกินไปย่อมถูกกำจัด คนอย่างข้าก็แค่รักษาประโยชน์ตนเองและผลักไสความรับผิดชอบให้ผู้อื่น”

         “ขอรับ คุณหนูเป็นขุนนางที่ดี” เสี่ยวไป๋แสดงสีหน้าชื่นชมเลื่อมใสนายของตนจากใจจริง

         “แน่นอนสิ ข้าทำทุกอย่างในกรอบที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เพียงแต่...ข้าเป็นคนฉลาดที่ยิ่งรู้แจ้งก็ยิ่งรู้ช่องทาง”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    41 ภรรยาของข้า (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ออกมาจากห้องหอในตอนสายเพื่อคารวะน้ำชาผู้อาวุโส จากนั้นฮัวจิงอวี๋ก็จูงมือภรรยาพาเดินเล่นทั่วคฤหาสน์ พอเดินผ่านไปยังเรือนรับรองแขก ฮัวจิงอวี๋ก็แปลกใจที่มีกุญแจปิดเอาไว้ เขาจึงถามบ่าวรับใช้ที่เดินกำลังมา “เหตุใดจึงปิดเรือนนี้เล่า” “ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ข้าน้อยไปถามพ่อบ้านเมื่อเช้า พ่อบ้านก็บอกว่าไม่ได้ส่งคนมาปิด” สองสามีภรรยาหันมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้ว หลัวเผิงเผิงจึงบอกบ่าวผู้นั้นให้หาคนมางัดกุญแจออก “คงไม่มีคนถูกขังไว้ข้างในหรอกนะ” ฮัวจิงอวี๋ตั้งข้อสังเกต ผัวะ! ประตูของเรือนรับรองถูกเปิด เมื่อพ่อบ้านใหญ่ของคฤหาสน์สกุลหลัวเดินนำหน้าบ่าวรับใช้กับสาวใช้เข้าไปข้างใน สาวใช้ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋ที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นร่างเปลือยที่กอดก่ายกันโดยมีผ้าห่มปิดอยู่ช่วงกลางของท่อนล่างก็พากันตะลึง “กุ่ยอี๋จือ! เสี่ยวไป๋!” แผ่นหลังหนาที่มีผ้าห่มคลุมอยู่ถึงบั้นเอว ลืมตาขึ้นกลับมามองคน

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    40 ข้าช่วยเอง

    “ใต้เท้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เสี่ยวไป๋ชะโงกไปดู “ข้า....ข้า..ร้อนรุ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ้าไม่เห็นหรือ” สายตาของกุ่ยอี๋จือมองไปยังเป้ากางเกงของตน เสี่ยวไป๋เห็นแล้วว่ากุ่ยอี๋จือกำลังอยู่ในสภาพตื่นตัว เขาบิดกายไปมาคล้ายงูกำลังดิ้น “ข้ารู้แล้ว มีคนวางยาเพื่อทำร้ายท่าน ข้าจับมันได้แต่ก็ต้องปล่อยเพื่อมาช่วยท่านก่อน” เสี่ยวไป๋นึกอยากจะด่าทอบุรุษที่นอนร้องครวญครางอยู่ตรงหน้า หากไม่เป็นเพราะเขากระทำเรื่องเลวทรามกับผู้อื่นก่อน มีหรือจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ข้าปล่อยท่านก่อนก็แล้วกัน”เสี่ยวไป๋รีบพุ่งไปที่หัวเตียง แกะเชือกที่มัดแขนทั้งสองข้างของกุ่ยอี๋จือออก ระหว่างนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว กลิ่นหอบของกำยานที่ถูกจุดมานานกว่าสองเค่อนั้นตลบอบอวลไปทั่วห้อง เสี่ยวไป๋สูดหายใจเข้าไปพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกร้อนรุมราวถูกสุมไฟด้วยเช่นกัน “ห้องนี้น่าแปลกจริง” บ่าวรับใช้ร่างใหญ่รู้สึกว่าทั่วร่างคล้ายไม่ค่อยสบาย “ข้าเองก็รู้สึกร้อนด้วยเช่นกัน” กุ่ยอี๋จือที่เข้าหอหลบจันทร์อยู่บ่อยๆ รู้ดีว่าเสี่ยวไป๋กำลังถูกรมด้วยกำยานปลุกกำหนัด จึงชี้ไปยังมุมห้อ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    39 ถูกแก้แค้น

    สภาพของกุ่ยอี๋จือในตอนที่เสี่ยวไป๋นำกลุ่มมือปราบย้อนกลับไปช่วยก็ค่อนข้างสะบักสะบอม “ใต้เท้ากุ่ย เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปประคองกุ่ยอี๋จือที่กำลังนอนคลุกฝุ่นอยู่ให้ลุกขึ้น ในขณะที่มือปราบทั้งสี่พยายามวิ่งไล่จับบุรุษสองคนที่รุมทำร้ายกุ่ยอี๋จือ เสี่ยวไป๋ก็เข้าไปนั่งยองๆ ประคองขุนนางหนุ่มให้ลุกขึ้น “เจ้าเองหรือ” เสียงของคนถามอ้อแอ้กุ่ยอี๋จือจำบ่าวรับใช้ของหลัวเผิงเผิงได้แต่ยามนี้เขาเจ็บระบมไปหมดทั้งหมด แม้จะอยากสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม “ใต้เท้า ใบหน้าของท่านเขียวช้ำไปหมดแล้ว” กุ่ยอี๋จือก็แทบจะทรงตัวไม่ไหว เขาพยายามยังดันตัวออกห่างจากเสี่ยวไป๋ทว่ากลับปวดแปลบที่ขา “โอ๊ย!” “ข้าบอกแล้วว่าใต้เท้าได้รับบาดเจ็บ ท่านให้ข้าช่วยดีกว่าขอรับ” เสี่ยวไป๋อุ้มร่างที่บางกว่าของกุ่ยอี๋จือลอยหวือขึ้น “เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” “พาท่านไปหาหมอน่ะสิขอรับ” ใบหน้าของเสี่ยวไป๋เรียบเฉย เหลือบตามองกุ่ยอี๋จือเล็กน้อย หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋กำลังเดินกลับมายังโรงหมอ พอมองเห็นเสี่ยวไป๋อุ้มกุ่ยอี๋จือก็พากันตะลึง

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    38 ไม่คู่ควร

    “เผิงเผิง พ่อไม่ได้คิดจะทำให้เจ้าต้องล้มเจ็บเลยจริงๆ แค่ต้องการให้เจ้าลืมบุรุษที่อยู่บนเขาคนนั้นเสีย เขาเป็นเพียงหมอชาวบ้าน เจ้ากับเขาจะใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างไร” “ท่านพ่อ ท่านไม่ได้เป็นห่วงข้า หากแต่ต้องการให้ข้าอยู่เป็นหัวหน้าตระกูลช่วยท่านต่างหาก” หญิงสาวเอียงคอมองบิดา บัดนี้ความทรงจำของนางกลับคืนมาเกือบหมดแล้ว“ข้าไม่ได้คิดจะทอดทิ้งสกุลเลยสักนิด ในตอนนั้นข้าเขียนจดหมายไปขออนุญาตท่านให้ข้าแต่งงานกับเขา คิดจะพาเขาลงจากเขามาอยู่ในเมืองหลวง แต่ท่านต้องการให้ข้าหาขุนนางมาแต่งด้วยสักคนจึงได้คิดกีดกันไม่ให้ข้ากับเขาได้อยู่ด้วยกัน ท่านให้คนเขียนจดหมายไปตัดรอนเขาแทนข้าและยังให้พ่อบ้านจูวางยาลืมอดีตให้ข้ากินอีก หากว่าข้าตายไปเพราะน้ำมือของพ่อบ้านจูคงทำให้คนรักของข้าโกรธแค้นที่ข้าไม่รักษาสัญญาไปจนวันตาย” คนทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังล้วนแล้ววิจารณ์กันขรม พวกเขาเห็นใจหลัวเผิงเผิงและมองว่าผู้อาวุโสสกุลหลัวใจร้ายใจดำยิ่งบรรดาผู้เฒ่าในสกุลหลัวที่มาร่วมฟังการไต่สวนพากันยิ้มเจื่อน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันกับพวกตนที่กดดันให้คหบดีหลัวต้องพยายามกีดกันบุตรสาวกับคนรัก จนนางแทบจะเอา

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    37 สกุลกุ่ยล่ม

    กุ่ยอี๋จือแข้งขาอ่อนแรง ต้องให้ผู้ติดตามเข้ามาหามออกจากศาลกลับที่พัก ภารกิจที่ท่านลุงใช้ให้มาทำเป็นอันว่าล้มเหลว ตอนที่มาถึงเมืองเชียนเหยาใหม่ๆ เขาได้แอบไปตกลงกับใต้เท้าพานแทนท่านลุงแล้วว่าหากไม่โยงไม่ถึงข้างบน จะช่วยดูแลครอบครัวของใต้เท้าพานให้อย่างดี ขุนนางผู้นี้ก็รับปากเขาแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าใต้เท้าพานกันใต้เท้าฟางจะแตกคอกันทำให้ความแตกกุ่ยอี๋จือกลัวว่าตนเองจะถูกลากลงน้ำขุ่นไปด้วยจึงแอบหนีกลับเมืองหลวงก่อน “ใต้เท้ากุ่ยแอบกลับไปก่อนเราเสียแล้ว” หลัวเผิงเผิงบอกกับสหายขุนนาง “ลุงของเขาถูกพาดพิงเช่นนั้นก็คงต้องรีบไปหาทางจัดการ คดีใหญ่นัก หากเป็นความจริง สกุลกุ่ยคงถึงคราวตกอับแน่” ซึงต้าลู่ยืนวิจารณ์อย่างสิ้นความเกรงใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ ไม่กลัวเขาโกรธแล้วหรือ” ซึงต้าลู่ส่ายหน้า “เจ้าไม่ได้เคยยินประโยคที่ว่าน้ำลดตอผุดหรือ คราวนี้น้ำลดแล้ว เห็นทีรองเจ้ากรมคลังกุ่ยคงหลบเลี่ยงลำบาก ที่ข้าไม่กลัวเพราะเห็นเจ้า ใต้เท้าหลัว หน้าตาของเจ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร หญิงสาวยิ้มน้อยๆ พยักหน้ารับ “ข้ายอมรับ ข้าพอจะรู้ เพียงแ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    36 ปิดคดีเก่า

    ยามนั้นจางเจิ้งจีกับหวังหวั่นสองสามีภรรยามือปราบก็กลับจากเมืองหลวงพร้อมกับบันทึกคดีเตียวซืออินและหลักฐานที่เพิ่งค้นพบ “จูอิ่นจือร้ายจริงๆ เขาแอบว่าจ้างเตียวซืออินให้ยอมแต่งกับท่าน ยามนั้นสกุลเตียวเป็นหนี้บิดาของท่านจำนวนมาก เตียวซืออินจึงได้รับปาก ตอนหลังจูอิ่นจือคิดจะบังคับให้เตียวซืออินวางยาท่าน เขาจึงได้คิดหนีออกจากคฤหาสน์สกุลหลัว” หลัวเผิงเผิงตะลึง “จูอิ่นจือเป็นผู้ฆ่าเตียวซืออินหรือ” “ใช่แล้ว จูอิ่นจือไปจ้างให้ซุยจี้เซิงหลอกให้อดีตสามีของท่านไปตามนัดหมาย จากนั้นตัวเขาก็ลอบเข้าไปฆ่าคนทั้งสองเสีย ข้าเข้าไปขอค้นในห้องพักเขาที่คฤหาสน์สกุลหลัวแล้ว มีเสื้อผ้าและอาวุธตรงกับบาดแผลในร่างกายของคนทั้งสอง” หลัวเผิงเผิงนั่งฟังจางเจิ้งจีที่เล่าการอำพรางคดีให้กับตุลาการเชียนเหยาด้วยความคาดไม่ถึง “พ่อบ้านจูผู้นี้ ฉลาดนัก เตรียมอาวุธมีขนาดเดียวกันเอาไว้ ทำให้มือปราบไขว้เขว ข้าเองก็มองออกเป็นสองอย่าง พวกเขาฆ่ากันเองกับมีคนบุกเข้าไปฆ่า แต่จนใจที่ไร้พยานหลักฐาน หากว่าใต้เท้าหลัวไม่เปิดเผยความจริง ป่านนี้ก็คงจะจับคนร้ายไม่ได้” จางเจิ้งจีหันไปหาหลั

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    8 ต้องระวังตัว

    หลัวเผิงเผิงเฝ้ารอกระทั่งฮัวจิงอวี๋ออกจากร้านยา เฉี่ยนซือแล้วตรงไปยังโรงน้ำชาใกล้ นางรู้สึกสนใจในตัวหมอหนุ่มผู้นี้มาก บางที...นางอาจจะติดใจในรูปร่างหน้าตาของเขาแล้ว นับตั้งแต่เห็นฮัวจิงอวี๋วันแรกมาถึงวันนี้ ในแต่ละวัน นางต้องหาเวลามาดูหน้าฮัวจิงอวี๋ให้ได้ พอได้เห็นหน้าท่านหมอรูปงาม นา

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    3 ผู้ดูแลโรงหมอ

    ฮัวจิงอวี๋ถูกเชิญไปยังเรือนนอนของฮัวหยาง พ่อบ้านฝูได้บอกกล่าวแก่คุณชายคนใหม่ว่าฮัวหยางออกไปพักอยู่กับภรรยาที่เรือนปรุงยาด้านหลัง เรือนนี้จึงมีไว้สำหรับต้อนรับญาติๆ ที่เดินทางมาจากแดนไกล “ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวหยางก็คงจงใจจัดไว้ต้อนรับข้า” “เป็นเช่นนั้นขอรับ ตั้งแต่คุณชายใหญ่

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    2 หมอฮัวคนใหม่

    อีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าเรื่องที่เตียวซืออินคบชู้ ใต้เท้าหลัวทราบดีและนางก็ตัดหางปล่อยวัดเขาไปนานแล้วกระทั่งข่าวซุบซิบล่าสุด ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น คนส่วนหนึ่งพูดกันว่าใต้เท้าหลัวรู้ว่าสามีหนีออกจากคฤหาสน์เพื่อนัดพบกับบุรุษอื่น จึงได้ส่งคนไปตามฆ่าสามีของตนและชู้รักจนเสียชีวิตต่อให้ข่าวลือจะมากมายสักเพียง

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    1 คดีอัปยศ

    จางเจิ้งจีหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามถึงกับขมวดคิ้วขณะมองดูศพของบุรุษสองคนที่นอนหงายอยู่คนละฟากของห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูแล้ว....ช่างชวนให้ตกใจ คนทั้งสองเสื้อผ้าหลุดรุ่ย บนเตียงยับยู่ยี่ บุรุษคนแรกมีเสื้อผ้าหรูหรางดงาม เครื่องประดับในตัวล้วนเป็นของราคาแพง ส่วนอีกคนเครื่องแต่งกายธรรมดาดูละ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status