Se connecterน้ำขิง ชลนิภา ไอยภา อายุ 23 ปี อยู่กับแม่เลี้ยงที่ติดหนี้ติดพนันทุกอย่าง เธอทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงครอบครัวมีดีมีไม่ดีบ้าง แต่ทุกอย่างล้วนเพื่อปากท้องทั้งนั้น…แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายเธอได้พลัดตกน้ำเสียชีวิต แต่โชคดีชะตาเล่นตลกเหมือนเล่นเกมส์ พาเธอมายังโลกอีกโลกและเจอกับเธออีกคนที่อยู่ในโลกคู่ขนานนี้ น้ำขิง:"แล้วหนูจะได้ไปสวรรค์หรือนรกล่ะท่านลุง" ผู้นำดวงวิญญาณ:"คิดว่าที่ผ่านมาเจ้าใช้ชีวิตมาแบบไหนล่ะ ตกปลาในเขตวัด หรือเล่นไพ่ในงานศพกัน" น้ำขิง:"เอ่อ เรื่องนั้นหนูว่าเราสามารถประนีประนอมกันได้นะ เรื่องดี ๆ หนูก็ดีเช่นทำงานหาเลี้ยงครอบครัว หนูทำงานร้านอาหาร ทำงานเป็นเด็กเข็นผักในตลาด อาชีพที่ทำก็สุจริตทั้งนั้น" ผู้นำดวงวิญญาณ:"ชีวิตเจ้านั้นน่าสงสารเจ้าใช้ชีวิตใหม่ที่เจ้าจะได้รับให้คุ้มค่า" น้ำขิง:"ชีวิตใหม่หรือจะให้หนูตายแล้วฟื้นเหรอคะ" ผู้นำดวงวิญญาณ:"เจ้านั้นตายแล้ว แต่เจ้าในอีกภพหนึ่งยังไม่ตายข้าจะพาเจ้าไปดู"
Voir plusHIROTO’S POV
"And now, the moment you’ve all been begging for," the host’s voice boomed over the speakers as he introduced me. "Lock your eyes on the main stage for the undisputed star of the Hookah Lounge... Cinder!" It was show time. The curtain swept back. Red spotlights cut through the hazy, smoke-filled air, catching the glitter on my skin. I stepped out with a black body suit that was cut out really high coupled with net stockings and heels. “They're more than usual today,” I muttered under my mask as I approached the pole. My shows were exclusive and for those who had enough money to waste so seeing this many people made me realize just how much I was craved. “It makes me want to give my all to seduce them.” A single hand wrap around the pole was all it took for them to go wild, screaming my name as their desperate hands reached toward the stage. I let my body arch back slowly with my hand still wrapped around the pole and the crowd gasped. I pivoted, dropping into a low, hypnotic body roll that had the front row gripping the edge of the stage. “Seducing men had to be the easiest thing to do,” I thought. I mean, I hadn't even done anything yet and these people were throwing cash at me. I wasn't complaining though. Leaping softly, I hooked my knee and spun, climbing the pole with effortless grace before dropping into a sudden, gravity-defying upside-down split. I let my head hang back, my eyes locking onto a few breathless faces in the crowd through the slits of my mask. They were completely ours—mine and the rhythm's. I slid down slowly, the friction burning just right, before landing in a soft crouch and arching my back, giving them exactly what they came to see. “Let’s hear it one more time for the absolute heat, the one, the only... Cinder!” the host’s voice came once more as my performance had come to an end. Just as I was basking in my glory, about to leave, the owner of the bar walked out on stage. What was he doing? "Tonight is different," Marcus announced, his voice booming over the confused murmurs of the wealthy elite. "Tonight, the 'Untouchable' is finally up for grabs and yes, it's exactly what you think. We’re auctioning off a weekend with Cinder." My eyes widened in horror, this wasn't the plan. I looked at Marcus who now had his hand on my shoulder. “I never agreed to this, Marcus,” I said, looking back at the crowd. We couldn't afford to fight on stage in front of paying clients. “Think about the money we'll make if I do something so spontaneous,” he whispered back. “The money you'll make tonight will be more than your three months salary, and since it's you, I'll only be taking thirty percent.” He was a snake and times like this made me wonder why I ever trusted him. I hated that he knew my situation and knew that money mattered to me the most. “I swear, I'm gonna kill you one day,” I threatened him and he chuckled. “It shouldn't be a problem, didn't you say you were gay?” he just had to say that. “That doesn't mean I just drop on my knees whenever I see a dick,” I rolled my eyes and I honestly wish he'd seen it. Besides, I'd never once had sex before. And here I thought I'd at least lose my first time to someone I actually loved. I should really punch Marcus after this. "Opening bid: five thousand,” he announced, completely ignoring me. At this point, I could only pray to end up with a decent looking guy. "Ten!" "Twenty!" I scanned the VIP lounge as the bidding went on, my gaze landing on a man who looked out of place in a crowd of perverts. He had thick, chestnut blonde hair pulled back into a low ponytail and eyes the color of a frozen lake. He looked at me, and my breath hitched. "One hundred thousand," he said and the room went silent. The man stood up and walked toward the stage, his presence taking all the attention from me. Marcus let out a breathless laugh. "Sold! To the gentleman in the grey." The man stepped onto the stage. Up close, he smelled of expensive sandalwood. He reached out, his large hand wrapping around the back of my neck. "You’re a pretty little thing, aren't you?" he murmured, his accent making my hair stand. He was gorgeous… and hot. “Don't look so scared. In a bit, you'll be begging me to keep you.”ยามจื่อ(23.00-00.59 น.) หลังจากที่คุณชายป๋อเหวินลุกออกไปจากกระโจมอาโม่รับรู้ได้ทันทีว่าผู้เป็นนายไปไหนและคงจะไม่กลับเข้ามานอนอีก สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเองจนได้ ในกระโจมที่มีเสียงการหายใจของคนที่นอนหลับไปอย่างอาเฉียวเปการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แต่อีกหนึ่งคนที่หายใจออกมาร้อยจากภายในและการหายใจเร็วขึ้นเพื่อระบายความร้อนในกาย "เฉียวเอ๋อร์" เสียงกระซิบที่ชวนให้คนที่หลับไปแล้วนั้นตื่นขึ้นมาด้วยอาการขนลุกทั่วทั้งตัว เพราะเสียงกระซิบที่มาจากบุรุษที่นอนอยู่ด้านหลังอย่างแนบชินอิ่งกายกัน "เฉียวเอ๋อร์ หลับแล้วหรือ" "…" "เฉียวเอ๋อร์" "เจ้าทึ่มหยุดเรียกข้าเสียทีรบกวนการนอนของข้าเจ้ารู้หรือไม่" "นายท่านออกไปแล้ว"อาโม่กอดกระชับอาเฉียวเหมือนกับกอดกระต่ายตัวสีขาวขนปุกปุยอย่าง แถมขู่เก่งอีกด้วย "ข้ารู้แล้วเจ้าเองก็นอนได้แล้วยามก็ไม่ได้เฝ้านิ" "เฉียวเอ๋อร์เจ้าบอกว่ารู้แล้วไยทำเย็นชาใส่ข้าแม่กระต่ายน้อยขนปุกปุยของข้า" "…"อาเฉียวรู้ว่าคนรักอย่างอาโม่นั้นต้องการที่จะทำอะไร แต่สถานที่เช่นนี้เห็นทีจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นเคยและอีกอย่างมาต่างถิ่นอีกด้วย "เฉียวเอ๋อร์ช่วงเย็
"ท่านพี่ทำไมถึงมานั่งหลับได้เจ้าคะ แล้วใครดูลูกกัน""ท่านพ่อ ท่านแม่ดูอยู่น้องหญิง พี่นั้นไม่ไหวจริง ๆ "เพราะที่บ้านมีเด็กไล่เลี่ยกัน ทั้งลูกของมู่จื่อเหมย ลูกของเสี่ยวหมิง แถมมู่จื่อเหมยก็ตั้งครรภ์อ่อน ๆ อีกแล้ว เพราะเจ้าหลี่ช่านคนเดียวเลย"ท่านพี่เล่นกับลูกเยอะไปหรือเปล่าเจ้าคะ ซินอี๋กับซิงอี ถึงได้ติดท่านพี่ ตอนกลางคืนน้องบอกให้พากันนอนก็ไม่ยอมนอนกัน ถึงได้มานั่งหลับอยู่นี่ไงเจ้าคะ""น้องหญิงเด็กแฝดทั้งสองคนยิ่งโตยิ่งพลังเยอะ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พี่เล่นกับลูกเสร็จก็ต้องไปหาหลาน ๆ ต่อ เพราะเดี๋ยวหลานจะลืมพี่ได้ ตอนนี้ซุนเพ่ยหนิงก็พึ่งตั้งครรภ์อีกหลายเดือนสมาชิกใหม่บ้านเราถึงจะออกมาป่วน พร้อมลูกของพี่ใหญ่ฉวน"แต่ว่าพี่ไม่เหนื่อยนะ มีเพิ่มอีกคนดีหรือไม่น้องหญิงพี่อยากได้ลูกสาว"แฝดชายนั้นพลังแรงมาก แถมไม่รู้จักเหนื่อยกันอีก แถมเป็นแฝดชายชอบมาแย้งนมของซุนจือหลินกินอีก"ท่านพี่ลูกพึ่งได้ไม่กี่เดือนเอง ท่านนี่มันหาทางเจ้าเล่ห์ตลอดเลย""แต่เจ้าหลี่ช่านลูกยังเล็กอยู่เลย ทำน้องเล็กตั้งท้องอีกแล้ว เจ้านั่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรืออย่างไรกัน""ให้ลูกโตกว่านี้หน่อยเจ้าคะ น้องถึงจะยอมปล่อยให้
1 ปี ต่อมาเมืองหยางหมิงอาหานมาเมืองหยางหมิงกับซุนเพ่ยหนิงเป็นครั้งแรกเขานั้นรับภารกิจมาจากพี่ซงหยวน เพราะมาดูแลความคืบหน้าของสาขาเมี่ยงปลาห้าสหายในเมืองหยางหมิงไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งที่จะต้องเข้าถึงผู้คนรวมถึงที่ดินด้านนอกเมืองที่อยู่ไม่ไกล ในการทำเป็นแปลงผักและขุดสระเลี้ยงปลาจำนวนหลายสระ เพื่อให้เพียงพอต่อการขายต่อวันส่วนด้านคนที่จะมาดูแลทั้งการทำแปลงผักและการเลี้ยงปลาจนไปถึงขั้นตอนการขนส่งไปยังในเมืองนั้น จะเป็นทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสนามรบร่างกายพิการ แต่ก็จะได้เงินเป็นรายเดือนเหมือนคนปกติคนพวกนี้น่าสงสารหลังจากผ่านสงครามมานั้นก็ไม่สามารถที่จะเข้าทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งที่คนพวกนี้ยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องบ้านเมืองพี่ซงหยวนเลือกใช้คนกลุ่มนี้ที่ไม่มีข้อเสียเลย เเม้ร่างกายจะพิการ แต่ล้วนมีฝีมือกันทั้งนั้นการมาเปิดสาขาที่เมืองหยางหมิงนั้นไม่ใช่การมาขยายกิจการอย่างเดียวเมืองที่เป็นแหล่งธุรกิจมักมีทั้งดีและไม่มี แต่การที่จะมาเปิดการค้าที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการเก็บค่าส่วยจากเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งมีการเปิดกิจการใหญ่โตยิ่งเสียค่าแลกเข้ามากเช่นในครั้งนี้พี่ซงหยวนจ่ายไ
เรือนตระกูลป๋อหลังจากที่ร่วมงานจนส่งคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จก็ได้อยู่พูดคุยกับผู้ใหญ่สักพัก โดยเฉพาะคนที่เป็นพี่ชายของเจี้ยนโปคนที่เขานั้นพึ่งจะเคยเจอพี่จ้าวเฟยหลง เป็นพี่ใหญ่ของทุกคนยามอยู่ที่ค่ายทหารนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องและเป็นคนที่ทุกคนดูจะเคารพนับถือเอามาก พี่มู่ซงหหยวนยังมีความเกรงใจและอ่อนข้อลงให้แสดงว่าคงไม่ธรรมดา"เจี้ยนโปเมื่อไหร่คู่เราจะได้แต่งงานกันเสียที""ยังไม่ครบหนึ่งปีตามที่รับปากพี่ซงหยวนเลย""แต่เสี่ยวหมิงแต่งไปแล้วนะ เจ้าไม่อยากแต่งเร็ว ๆ หรือ""สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาท่านเองก็ทำผิดแล้วข้อหนึ่ง""เจ้าก็ด้วย เพราะเจ้าข้าจึงผิดต่อพี่ซงหยวนเช่นนี้""งั้นเจ้าก็หยุดทำสิ""ได้ไงกันเสียบคาขนาดนี้แล้วเจ้าคิดจะทิ้งผัวไว้กลางทางหรือไงกัน เป็นเมียประสาอะไรกันใจร้ายที่สุด"ปึก!"อ๊าาาา""จะขยับทำไม่กันไม่อยากผิดก็ไม่ต้องทำสิ""อ๊าาา…อ๊าาา""ได้ไงกันเสียงเจ้าครางน่าฟังเช่นนี้ข้ายิ่งต้องรีบขยับเร็ว ๆ"พั๊บ พั๊บ พั๊บพั๊บ พั๊บ พั๊บพั๊บ พั๊บ พั๊บ"นี่…อ๊ะ…อ๊ะ~""หึหึ"ป๋อเหวินแอบหัวเราะในลำคอไหนบอกไม่ให้ทำแล้วครางทำไมกัน สวนทางเสียจริงแล้วที่ร้องอยู่ใต้ร่างของเขานั้นน่าจะเป็นคำต
อดีตของหลี่ช่านและมู่จื่อเหมยในเมืองมู่จื่อเหมยมักจะเข้ามาเดินเที่ยวในเมืองอยู่บ่อย ๆ สถานที่ที่นางนั้นจะชอบไปมากที่สุดคือตลาดมืดที่ไม่ใช่ตลาดที่ขายของตอนกลางคืน แต่ตลาดมืดที่นางจะไปนั้นเปิดตลอดทั้งวันของที่ขายเป็นของหายากและบางอย่างราคาถูกกว่าในเมืองที่ขายกันแต่ต้องเป็นคนดูเป็นเท่านั้น เพราะที่
1 เดือนต่อมาร้านเมี่ยงปลาห้าสหายตอนนี้ที่ร้านอยู่ในช่วงที่ควบคุมได้แล้วทุกอย่างลงตัวแล้วยอดขายต่อวันก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยชุดและก็มีลูกค้าแวะมากินที่ร้านและสั่งกลับบ้าน แต่จำนวนปลาก็ยังต้องจำกัดจำนวนต่อขนาดอยู่ดี"นี่ ๆ ข้ายังรู้เลยขุนนางชั้นสูงทำการทุจริตค้าข้าวที่มีคดีไปเมื่อไม่นานเท่าไหร่เอง แต
ก๊อก ก๊อก ก๊อกหลี่ช่านตัดสินใจเคาะเรียกมู่จื่อเหมยเบา ๆ ไม่รู้ว่านางนั้นจะหลับหรือยัง เพราะว่าเขานั้นเริ่มจะไม่ค่อยจะไหวแล้วอาการแสบท้องมันแสบขึ้นเรื่อย ๆ"…"มู่จื่อเหมยรู้ว่าเป็นใครและคิดไว้แล้วว่าหลี่ช่านคงจะแสบท้อง เพราะกินเผ็ดไปเยอะรู้ว่ากินไม่ได้ก็ฝืนกินอยู่ได้ "เป็นภาระคนอื่นไปทั่ว"แอ๊ด~"
หลี่ช่านเดินเข้ามาในบ้านมู่จื่อเหมยก็หลบหน้าเขาอีกแล้ว นางเดินเข้าครัวไปช่วยพี่สะใภ้ใหญ่มู่ทำอาหารเย็น และยังมีเจ้าเด็กแก้มกลม ๆ นี่อีกที่มองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจ"ท่านปู่คนนี้เข้าห้องอาเล็กขอรับ""ท่านอาหลี่ทำความรู้จักไว้"มู่ต๋าแนะนำหลี่ช่านให้มู่เยี่ยนเฟยรู้จัก "ไม่เยี่ยนเฟยไม่อยากรู้จักท่านอาเล






commentaires