เข้าสู่ระบบน้ำขิง ชลนิภา ไอยภา อายุ 23 ปี อยู่กับแม่เลี้ยงที่ติดหนี้ติดพนันทุกอย่าง เธอทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงครอบครัวมีดีมีไม่ดีบ้าง แต่ทุกอย่างล้วนเพื่อปากท้องทั้งนั้น…แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายเธอได้พลัดตกน้ำเสียชีวิต แต่โชคดีชะตาเล่นตลกเหมือนเล่นเกมส์ พาเธอมายังโลกอีกโลกและเจอกับเธออีกคนที่อยู่ในโลกคู่ขนานนี้ น้ำขิง:"แล้วหนูจะได้ไปสวรรค์หรือนรกล่ะท่านลุง" ผู้นำดวงวิญญาณ:"คิดว่าที่ผ่านมาเจ้าใช้ชีวิตมาแบบไหนล่ะ ตกปลาในเขตวัด หรือเล่นไพ่ในงานศพกัน" น้ำขิง:"เอ่อ เรื่องนั้นหนูว่าเราสามารถประนีประนอมกันได้นะ เรื่องดี ๆ หนูก็ดีเช่นทำงานหาเลี้ยงครอบครัว หนูทำงานร้านอาหาร ทำงานเป็นเด็กเข็นผักในตลาด อาชีพที่ทำก็สุจริตทั้งนั้น" ผู้นำดวงวิญญาณ:"ชีวิตเจ้านั้นน่าสงสารเจ้าใช้ชีวิตใหม่ที่เจ้าจะได้รับให้คุ้มค่า" น้ำขิง:"ชีวิตใหม่หรือจะให้หนูตายแล้วฟื้นเหรอคะ" ผู้นำดวงวิญญาณ:"เจ้านั้นตายแล้ว แต่เจ้าในอีกภพหนึ่งยังไม่ตายข้าจะพาเจ้าไปดู"
ดูเพิ่มเติมยามจื่อ(23.00-00.59 น.) หลังจากที่คุณชายป๋อเหวินลุกออกไปจากกระโจมอาโม่รับรู้ได้ทันทีว่าผู้เป็นนายไปไหนและคงจะไม่กลับเข้ามานอนอีก สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเองจนได้ ในกระโจมที่มีเสียงการหายใจของคนที่นอนหลับไปอย่างอาเฉียวเปการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แต่อีกหนึ่งคนที่หายใจออกมาร้อยจากภายในและการหายใจเร็วขึ้นเพื่อระบายความร้อนในกาย "เฉียวเอ๋อร์" เสียงกระซิบที่ชวนให้คนที่หลับไปแล้วนั้นตื่นขึ้นมาด้วยอาการขนลุกทั่วทั้งตัว เพราะเสียงกระซิบที่มาจากบุรุษที่นอนอยู่ด้านหลังอย่างแนบชินอิ่งกายกัน "เฉียวเอ๋อร์ หลับแล้วหรือ" "…" "เฉียวเอ๋อร์" "เจ้าทึ่มหยุดเรียกข้าเสียทีรบกวนการนอนของข้าเจ้ารู้หรือไม่" "นายท่านออกไปแล้ว"อาโม่กอดกระชับอาเฉียวเหมือนกับกอดกระต่ายตัวสีขาวขนปุกปุยอย่าง แถมขู่เก่งอีกด้วย "ข้ารู้แล้วเจ้าเองก็นอนได้แล้วยามก็ไม่ได้เฝ้านิ" "เฉียวเอ๋อร์เจ้าบอกว่ารู้แล้วไยทำเย็นชาใส่ข้าแม่กระต่ายน้อยขนปุกปุยของข้า" "…"อาเฉียวรู้ว่าคนรักอย่างอาโม่นั้นต้องการที่จะทำอะไร แต่สถานที่เช่นนี้เห็นทีจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นเคยและอีกอย่างมาต่างถิ่นอีกด้วย "เฉียวเอ๋อร์ช่วงเย็
"ท่านพี่ทำไมถึงมานั่งหลับได้เจ้าคะ แล้วใครดูลูกกัน""ท่านพ่อ ท่านแม่ดูอยู่น้องหญิง พี่นั้นไม่ไหวจริง ๆ "เพราะที่บ้านมีเด็กไล่เลี่ยกัน ทั้งลูกของมู่จื่อเหมย ลูกของเสี่ยวหมิง แถมมู่จื่อเหมยก็ตั้งครรภ์อ่อน ๆ อีกแล้ว เพราะเจ้าหลี่ช่านคนเดียวเลย"ท่านพี่เล่นกับลูกเยอะไปหรือเปล่าเจ้าคะ ซินอี๋กับซิงอี ถึงได้ติดท่านพี่ ตอนกลางคืนน้องบอกให้พากันนอนก็ไม่ยอมนอนกัน ถึงได้มานั่งหลับอยู่นี่ไงเจ้าคะ""น้องหญิงเด็กแฝดทั้งสองคนยิ่งโตยิ่งพลังเยอะ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พี่เล่นกับลูกเสร็จก็ต้องไปหาหลาน ๆ ต่อ เพราะเดี๋ยวหลานจะลืมพี่ได้ ตอนนี้ซุนเพ่ยหนิงก็พึ่งตั้งครรภ์อีกหลายเดือนสมาชิกใหม่บ้านเราถึงจะออกมาป่วน พร้อมลูกของพี่ใหญ่ฉวน"แต่ว่าพี่ไม่เหนื่อยนะ มีเพิ่มอีกคนดีหรือไม่น้องหญิงพี่อยากได้ลูกสาว"แฝดชายนั้นพลังแรงมาก แถมไม่รู้จักเหนื่อยกันอีก แถมเป็นแฝดชายชอบมาแย้งนมของซุนจือหลินกินอีก"ท่านพี่ลูกพึ่งได้ไม่กี่เดือนเอง ท่านนี่มันหาทางเจ้าเล่ห์ตลอดเลย""แต่เจ้าหลี่ช่านลูกยังเล็กอยู่เลย ทำน้องเล็กตั้งท้องอีกแล้ว เจ้านั่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรืออย่างไรกัน""ให้ลูกโตกว่านี้หน่อยเจ้าคะ น้องถึงจะยอมปล่อยให้
1 ปี ต่อมาเมืองหยางหมิงอาหานมาเมืองหยางหมิงกับซุนเพ่ยหนิงเป็นครั้งแรกเขานั้นรับภารกิจมาจากพี่ซงหยวน เพราะมาดูแลความคืบหน้าของสาขาเมี่ยงปลาห้าสหายในเมืองหยางหมิงไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งที่จะต้องเข้าถึงผู้คนรวมถึงที่ดินด้านนอกเมืองที่อยู่ไม่ไกล ในการทำเป็นแปลงผักและขุดสระเลี้ยงปลาจำนวนหลายสระ เพื่อให้เพียงพอต่อการขายต่อวันส่วนด้านคนที่จะมาดูแลทั้งการทำแปลงผักและการเลี้ยงปลาจนไปถึงขั้นตอนการขนส่งไปยังในเมืองนั้น จะเป็นทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสนามรบร่างกายพิการ แต่ก็จะได้เงินเป็นรายเดือนเหมือนคนปกติคนพวกนี้น่าสงสารหลังจากผ่านสงครามมานั้นก็ไม่สามารถที่จะเข้าทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งที่คนพวกนี้ยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องบ้านเมืองพี่ซงหยวนเลือกใช้คนกลุ่มนี้ที่ไม่มีข้อเสียเลย เเม้ร่างกายจะพิการ แต่ล้วนมีฝีมือกันทั้งนั้นการมาเปิดสาขาที่เมืองหยางหมิงนั้นไม่ใช่การมาขยายกิจการอย่างเดียวเมืองที่เป็นแหล่งธุรกิจมักมีทั้งดีและไม่มี แต่การที่จะมาเปิดการค้าที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการเก็บค่าส่วยจากเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งมีการเปิดกิจการใหญ่โตยิ่งเสียค่าแลกเข้ามากเช่นในครั้งนี้พี่ซงหยวนจ่ายไ
เรือนตระกูลป๋อหลังจากที่ร่วมงานจนส่งคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จก็ได้อยู่พูดคุยกับผู้ใหญ่สักพัก โดยเฉพาะคนที่เป็นพี่ชายของเจี้ยนโปคนที่เขานั้นพึ่งจะเคยเจอพี่จ้าวเฟยหลง เป็นพี่ใหญ่ของทุกคนยามอยู่ที่ค่ายทหารนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องและเป็นคนที่ทุกคนดูจะเคารพนับถือเอามาก พี่มู่ซงหหยวนยังมีความเกรงใจและอ่อนข้อลงให้แสดงว่าคงไม่ธรรมดา"เจี้ยนโปเมื่อไหร่คู่เราจะได้แต่งงานกันเสียที""ยังไม่ครบหนึ่งปีตามที่รับปากพี่ซงหยวนเลย""แต่เสี่ยวหมิงแต่งไปแล้วนะ เจ้าไม่อยากแต่งเร็ว ๆ หรือ""สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาท่านเองก็ทำผิดแล้วข้อหนึ่ง""เจ้าก็ด้วย เพราะเจ้าข้าจึงผิดต่อพี่ซงหยวนเช่นนี้""งั้นเจ้าก็หยุดทำสิ""ได้ไงกันเสียบคาขนาดนี้แล้วเจ้าคิดจะทิ้งผัวไว้กลางทางหรือไงกัน เป็นเมียประสาอะไรกันใจร้ายที่สุด"ปึก!"อ๊าาาา""จะขยับทำไม่กันไม่อยากผิดก็ไม่ต้องทำสิ""อ๊าาา…อ๊าาา""ได้ไงกันเสียงเจ้าครางน่าฟังเช่นนี้ข้ายิ่งต้องรีบขยับเร็ว ๆ"พั๊บ พั๊บ พั๊บพั๊บ พั๊บ พั๊บพั๊บ พั๊บ พั๊บ"นี่…อ๊ะ…อ๊ะ~""หึหึ"ป๋อเหวินแอบหัวเราะในลำคอไหนบอกไม่ให้ทำแล้วครางทำไมกัน สวนทางเสียจริงแล้วที่ร้องอยู่ใต้ร่างของเขานั้นน่าจะเป็นคำต
อดีตของหลี่ช่านและมู่จื่อเหมยในเมืองมู่จื่อเหมยมักจะเข้ามาเดินเที่ยวในเมืองอยู่บ่อย ๆ สถานที่ที่นางนั้นจะชอบไปมากที่สุดคือตลาดมืดที่ไม่ใช่ตลาดที่ขายของตอนกลางคืน แต่ตลาดมืดที่นางจะไปนั้นเปิดตลอดทั้งวันของที่ขายเป็นของหายากและบางอย่างราคาถูกกว่าในเมืองที่ขายกันแต่ต้องเป็นคนดูเป็นเท่านั้น เพราะที่
1 เดือนต่อมาร้านเมี่ยงปลาห้าสหายตอนนี้ที่ร้านอยู่ในช่วงที่ควบคุมได้แล้วทุกอย่างลงตัวแล้วยอดขายต่อวันก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยชุดและก็มีลูกค้าแวะมากินที่ร้านและสั่งกลับบ้าน แต่จำนวนปลาก็ยังต้องจำกัดจำนวนต่อขนาดอยู่ดี"นี่ ๆ ข้ายังรู้เลยขุนนางชั้นสูงทำการทุจริตค้าข้าวที่มีคดีไปเมื่อไม่นานเท่าไหร่เอง แต
ก๊อก ก๊อก ก๊อกหลี่ช่านตัดสินใจเคาะเรียกมู่จื่อเหมยเบา ๆ ไม่รู้ว่านางนั้นจะหลับหรือยัง เพราะว่าเขานั้นเริ่มจะไม่ค่อยจะไหวแล้วอาการแสบท้องมันแสบขึ้นเรื่อย ๆ"…"มู่จื่อเหมยรู้ว่าเป็นใครและคิดไว้แล้วว่าหลี่ช่านคงจะแสบท้อง เพราะกินเผ็ดไปเยอะรู้ว่ากินไม่ได้ก็ฝืนกินอยู่ได้ "เป็นภาระคนอื่นไปทั่ว"แอ๊ด~"
หลี่ช่านเดินเข้ามาในบ้านมู่จื่อเหมยก็หลบหน้าเขาอีกแล้ว นางเดินเข้าครัวไปช่วยพี่สะใภ้ใหญ่มู่ทำอาหารเย็น และยังมีเจ้าเด็กแก้มกลม ๆ นี่อีกที่มองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจ"ท่านปู่คนนี้เข้าห้องอาเล็กขอรับ""ท่านอาหลี่ทำความรู้จักไว้"มู่ต๋าแนะนำหลี่ช่านให้มู่เยี่ยนเฟยรู้จัก "ไม่เยี่ยนเฟยไม่อยากรู้จักท่านอาเล












ความคิดเห็น