คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)

คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-03
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
41Bab
323Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลัวเผิงเผิงขุนนางหญิงขั้นหกแห่งกรมคลังต้องการจะสกัดความรุ่งเรืองในธุรกิจร้านสมุนไพรของสกุลฮัวจึงคิดจะกำราบท่านหมอหนุ่มฮัวจิงอวี๋ แต่แผนของนางกลับผิดพลาดทำให้นางตกอยู่ในกำมือของชายหนุ่ม

Lihat lebih banyak

Bab 1

1 คดีอัปยศ

       จางเจิ้งจีหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามถึงกับขมวดคิ้วขณะมองดูศพของบุรุษสองคนที่นอนหงายอยู่คนละฟากของห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้

ดูแล้ว....ช่างชวนให้ตกใจ คนทั้งสองเสื้อผ้าหลุดรุ่ย บนเตียงยับยู่ยี่ บุรุษคนแรกมีเสื้อผ้าหรูหรางดงาม เครื่องประดับในตัวล้วนเป็นของราคาแพง ส่วนอีกคนเครื่องแต่งกายธรรมดาดูละม้ายบัณฑิตตกยาก

‘ดูจากท่าทางของพวกเขาสองคน คล้ายจะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาเสียด้วย’

“เหล่าเฉิน เจ้าสืบดูชัดเจนแล้วหรือ”

“ขอรับ เป็นสามีของใต้เท้าหลัว ขุนนางขั้นห้า[1]กรมคลังจริงๆ บ่าวรับใช้ที่กำลังตามหาเขา มายืนยันตัวแล้ว”

       “เอ๋  ใช่สกุลหลัวเจ้าของร้านยาสมุนไพรหวนเจี่ยหรือไม่ ”

         เฉินหรงรีบพยักหน้ารับ “ขอรับ”

         จางเจิ้งจีถึงกับขมวดคิ้ว “คนสกุลหลัวยังไม่ทราบใช่หรือไม่”

         “ขอรับ ข้ากักตัวบ่าวรับใช้สองคนเอาไว้ก่อน สอบสวนเสร็จค่อยปล่อยตัว”

         “เช่นนั้น ส่งคนไปแจ้งใต้เท้าหลัวที”

         หวังหวั่นมือปราบหญิงมองสภาพศพแล้วเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าหน่วยของตน “หัวหน้าจาง ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเป็นคนสืบหาบุรุษอีกคนก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

         จางเจิ้งจีเป็นสามีของหวังหวั่น ทั้งสองทำงานอยู่ในหน่วยเดียวกัน ในยามออกปฏิบัติหน้าที่ หวังหวั่นต้องเรียกสามีว่า ‘หัวหน้าจาง’  

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ารีบพยักหน้า “เจ้ารีบไปเถิด หากนี่คือสามีใต้เท้าหลัวจริง มาเสียชีวิตสภาพน่าอนาถ คดีนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้วล่ะ”

         ร้านยาสมุนไพร “หวนเจี่ย” เป็นร้านยาขนาดใหญ่มีอยู่สี่สาขาในเมืองหลวง เป็นหนึ่งในร้านเก่าแก่ที่ตั้งมานาน

สกุลหลัวนับว่ามีฐานะดีในระดับหนึ่งในห้าสิบของคหบดีใหญ่ในเมืองหลวง หลัวเผิงเผิงเป็นบุตรสาวคนโต นางเป็นขุนนางหญิงที่เก่งกาจผู้หนึ่งของแคว้น  

หลัวเผิงเผิงนางสอบแข่งขันติดอันดับหนึ่งในสามของการสอบคัดเลือกบัณฑิตใหญ่ นางจึงได้เป็นขุนนางขั้นห้ากรมคลัง นับว่าเป็นขุนนางหญิงอายุน้อยที่สุดในแคว้นที่ดำรงตำแหน่งขุนนางในระดับนี้

หวังหวั่นมือปราบหญิงอดีตนักฆ่าสำนักคุณธรรมควบม้าไปยังบ้านเดิมของเตียวซืออินสามีของใต้เท้าหลัวหรือหลัวเผิงเผิงที่อยู่ย่านตะวันตกของเมือง

         พอได้รับการแจ้งข่าวการตายของบุตรชาย มารดาของเตียวซืออินก็ล้มทั้งยืน

         “ไม่นะ เยียนเอ๋อร์ ไม่ตาย! ไม่ใช่ลูกชายข้าแน่”

         บิดากับพี่ชายของผู้ตายพากันแตกตื่นตกใจรีบไปดูศพยังสำนักมือปราบ

         หวังหวั่นบอกให้สหายมือปราบพาคนของสกุลเตียวไปดูศพโดยที่ตัวนางขอเรียกคนในบ้านที่เหลือออกมาสอบสวน

“พวกเจ้ามาช่วยกันดูสิว่า ผู้ใดรู้จักคนผู้นี้บ้าง”

         บ่าวรับใช้ของสกุลเตียวเมื่อได้เห็นศพบุรุษที่นอนอยู่ในห้องเดียวกันกับคุณชายของตนต่างพากันบอกเล่าสิ่งที่ตนรู้เห็นออกมาจนหมด

หวังหวั่นก็สรุปได้ว่า...บุรุษทั้งสองสนิทสนมกันอย่างมากและนัดพบกันหลายครั้ง

         คดีอัปยศของสามีใต้เท้าหลัวทำให้มือปราบระดับสูงสองคนหนักใจยิ่งนัก

หลัวเผิงเผิงเพิ่งจะแต่งงานกับเตียวซืออินได้เพียงหกเดือน สามีรูปงามกลับนัดแนะชู้รักที่เป็นบุรุษแอบพบกันที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นข้างในห้องนั้น

         “ข้าว่าบุรุษผู้นี้เป็นคนแทงคุณชายเตียวจนตายแล้วค่อยฆ่าตัวตายตาม” หัวหน้าโหยวอีรองผู้บัญชาการสำนักมือปราบหันไปพูดกับหัวหน้าจาง

         “ท่านแน่ใจหรือขอรับ  ไม่มีการฆ่าอำพรางแน่นะ”

         “หัวหน้าจาง เรื่องนี้ข้ามั่นใจ เจ้าก็ดูสิ ไม่มีรอยงัดแงะแม้เท่ารอยแมวข่วน พยานก็ยืนยันว่าพวกเขามาเข้าห้องพักด้วยกัน ซ้ำยังพักอยู่ด้วยกันตั้งสองวัน” โหยวอียืนยัน

รองผู้บัญชาการสำนักมือปราบเมืองหลวงแซ่โหยวนามอี[2]ผู้นี้ เคยถูกภรรยาที่เพิ่งแต่งงานหนีไป จนต้องออกตามหาตัวโกลาหลอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นคดีเช่นนี้ก็รู้สึกสะเทือนใจ

         จางเจิ้งจีจึงเรียกให้คนในหน่วยงานตนเองมาลงบันทึกพร้อมทั้งวาดภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ ก่อนจะทำการเก็บศพไปชันสูตร

         คนสกุลเตียวมาถึงก็ร้องไห้ฟูมฟาย ส่วนคนสกุลหลัวรู้ข่าวแล้วก็รีบไปแจ้งหลัวเผิงเผิงที่กรมคลัง ใต้เท้าหญิงคนงามรู้ข่าวก็ตามมาดูศพของสามีตนที่สำนักมือปราบ

         “หากเป็นข้ามาเจอศพสามีกับชู้รักเช่นนี้ อย่าว่าแต่จะเสียใจเลย อยากจะเงื้อดาบมาแทงซ้ำมากกว่า” โหยวอีกัดฟันกรอด แม้เขาจะไม่ได้รู้จักกับหลัวเผิงเผิง เป็นการส่วนตัวแต่เห็นใจอีกฝ่ายมาก

         นางเป็นขุนนางหญิงผู้โด่งดัง กลับต้องมาถูกสามีทำลายชื่อเสียงด้วยการลอบคบหากับบุรุษ เป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูมากเลยทีเดียว

         “หัวหน้าจาง บุรุษผู้นั้นแท้จริงคือคนรักเก่าของเตียวซืออิน ขอรับชื่อซุยจี้เซิง  สาวใช้สองคนเคยเห็นคนผู้นี้บ่อยๆ พวกเขามักจะนัดพบกันที่โรงน้ำชา แต่ภายหลังเตียวซืออิน ต้องการจะแต่งงานกับหลัวเผิงเผิง จึงได้บอกเลิกกับคนผู้นี้” หวังหวั่นเอ่ยบอกหัวหน้าหน่วยของตน

         “เลิก แต่กลับนัดพบกันอีกเช่นนี้ จะเรียกว่าเลิกได้อย่างไร” จางเจิ้งจีส่ายศีรษะ

         “หลังแต่งงานกับหลัวเผิงเผิง พวกเขายังนัดพบกันอีกหรือ” โหยวอีหันมาถาม งานนี้เขาในฐานะรองผู้บัญชาการสำนักมือปราบได้ลงมาช่วยจางเจิ้งจีตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

         “ขอรับ พวกเขาเคยนัดพบกันสองครั้ง”

         “ถ้าอย่างนั้น พฤติกรรมของคุณชายเตียวก็ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ซ้ำดูจากคราบบนเตียง พวกเขาน่าจะเพิ่งร่วมรักกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ”

         “พวกเขานัดพบกันที่ใดบ้าง” จางเจิ้งจี้หันมาหาหวังหวั่น

         “บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งของสกุลหลัวอ้างว่าเขาถูกนายท่านหลัวสั่งให้คอยจับตามองซุยจี้เซิงเอาไว้ พบว่าคนผู้นี้เคยไปพบกับเตียวซืออิน ที่โรงน้ำชาแถวๆ ประตูเมืองตะวันตกอยู่คราหนึ่งเจ้าค่ะ” หวังหวั่นตอบอย่างฉะฉาน

         “บ้านของซุยจี้เซิงเล่า ”

         “บ้านเขาอยู่ใกล้บ้านสกุลเตียวเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้เตียวซืออิน เคยติดต่อกับบัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองไท่หยาง จากนั้นซุยจี้เซิงมาพักอยู่บนถนนเดียวกัน ซุยจี้เจิงรูปหน้าตาดีและคารมดีมากกว่า เขาจึงเลิกติดต่อกับบัณฑิตหนุ่มคนก่อน” หวังหวั่นเม้มปากน้อยๆ ปมความตายของเตียวซืออิน เกี่ยวพันกับบุรุษหลายคนเหลือเกิน

         จางเจิ้งจีพยักหน้า “เช่นนั้น คงต้องให้เจ้าไปสืบสวนคนในสกุลหลัวสักหน่อย”

         โหยวอีหันมามองผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง “เรื่องนี้ เห็นทีข้าต้องออกโรงด้วย คฤหาสน์สกุลหลัวมิใช่ที่ที่พวกเจ้าจะเข้าไปโดยง่าย”

         สองสามีภรรยาสกุลจาง ได้เห็นทางเข้าคฤหาสน์สกุลหลัวแล้วถึงกับหันไปสบตากัน พวกเขาไม่คาดว่าเจ้าของร้านยาเพียงสี่สาขาในเมืองหลวงจะมีบ้านเรือนใหญ่โตเช่นนี้

         “หัวหน้าจาง นี่พวกเขารวยธรรมดาหรือ  ข้าว่าสกุลหลัวน่าจะรวยพอๆ กับสกุลฮัว เลยนะขอรับ” หวังหวั่นขยับไปกระซิบ สกุลฮัวเป็นสกุลคหบดีใหญ่ในเมืองหลวง

         “บางทีเขาอาจจะมีกิจการอื่นร่วมก็ได้ เราแค่ไม่รู้”อู๋จือ[3]มือปราบหญิงผู้เป็นสะใภ้ของสกุลฮัวที่ถูกพาดพิงรีบขยับเข้ามากใกล้ “ข้าได้ยินว่าพวกเขามีหุ้นส่วนกับร้านขายชาหลายแห่งด้วย”

         “นั่นปะไร หากสร้างบ้านใหญ่โตเท่ากับสกุลฮัว อย่างนี้ ต้องมีหลายกิจการแน่นอน”

         อู๋จือมือปราบหญิงผู้เป็นภรรยาของหมอฮัวหยางพยักหน้าเห็นด้วยทันที

         ตั้งแต่เกิดเหตุฆาตกรรมสองศพจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีผู้ใดได้เห็นหน้าภรรยาของผู้ตายเลยสักคน ใต้เท้าหลัวหรือหลัวเผิงเผิงไม่เหยียบย่างไปดูศพสามีของตนเลยสักนิด

         คนภายนอกล้วนซุบซิบกันว่าเป็นเพราะเตียวซืออิน คบชู้ที่เป็นบุรุษ ทำให้ใต้เท้าหลัวอับอายผู้คนจึงไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกต่อไป

[1] ตำแหน่งขุนนางมีตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า โดยระดับเก้าเป็นตำแหน่งต่ำสุด

[2] หัวหน้าโหยวอี พระเอกจากเรื่อง “ฮูหยินใหม่ของมือปราบโหยว”

[3] อู๋จือ นางเอกจากเรื่อง “คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 1”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
41 Bab
1 คดีอัปยศ
จางเจิ้งจีหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามถึงกับขมวดคิ้วขณะมองดูศพของบุรุษสองคนที่นอนหงายอยู่คนละฟากของห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูแล้ว....ช่างชวนให้ตกใจ คนทั้งสองเสื้อผ้าหลุดรุ่ย บนเตียงยับยู่ยี่ บุรุษคนแรกมีเสื้อผ้าหรูหรางดงาม เครื่องประดับในตัวล้วนเป็นของราคาแพง ส่วนอีกคนเครื่องแต่งกายธรรมดาดูละม้ายบัณฑิตตกยาก‘ดูจากท่าทางของพวกเขาสองคน คล้ายจะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาเสียด้วย’“เหล่าเฉิน เจ้าสืบดูชัดเจนแล้วหรือ”“ขอรับ เป็นสามีของใต้เท้าหลัว ขุนนางขั้นห้า[1]กรมคลังจริงๆ บ่าวรับใช้ที่กำลังตามหาเขา มายืนยันตัวแล้ว” “เอ๋ ใช่สกุลหลัวเจ้าของร้านยาสมุนไพรหวนเจี่ยหรือไม่ ” เฉินหรงรีบพยักหน้ารับ “ขอรับ” จางเจิ้งจีถึงกับขมวดคิ้ว “คนสกุลหลัวยังไม่ทราบใช่หรือไม่” “ขอรับ ข้ากักตัวบ่าวรับใช้สองคนเอาไว้ก่อน สอบสวนเสร็จค่อยปล่อยตัว” “เช่นนั้น ส่งคนไปแจ้งใต้เท้าหลัวที” หวังหวั่นมือปราบหญิงมองสภาพศพแล้วเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าหน่วยของตน “หัวหน้าจาง ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเป็นคนสืบหาบุรุษอีกคนก็แล้วกันเจ้าค่ะ” จางเจิ้งจีเป็นสามีของหวังหวั่น ทั้งสอง
Baca selengkapnya
2 หมอฮัวคนใหม่
อีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าเรื่องที่เตียวซืออินคบชู้ ใต้เท้าหลัวทราบดีและนางก็ตัดหางปล่อยวัดเขาไปนานแล้วกระทั่งข่าวซุบซิบล่าสุด ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น คนส่วนหนึ่งพูดกันว่าใต้เท้าหลัวรู้ว่าสามีหนีออกจากคฤหาสน์เพื่อนัดพบกับบุรุษอื่น จึงได้ส่งคนไปตามฆ่าสามีของตนและชู้รักจนเสียชีวิตต่อให้ข่าวลือจะมากมายสักเพียงใด หลัวเผิงเผิงผู้เป็นภรรยาของหนึ่งในผู้ตายก็ยังคงเก็บตัวเงียบไม่นานข่าวลือพวกนี้ก็กระพือเร็วยิ่งกว่าการรายงานข่าวอย่างถูกต้องของสำนักข่าวนกกระจิบ[1] ชาวเมืองทุกตรอกซอกซอยต่างพูดเรื่องนี้กันทั้งนั้นจางเจิ้งจีทำการสืบคดีนี้อย่างรอบด้าน และนำไปรายงานให้กับรองผู้บัญชาการโหยวได้ทราบ“เตียวซืออินผู้นี้เป็นบุตรของขุนนางขั้นหกกรมมหาไทขอรับ ใต้เท้าเตียวติดหนี้คหบดีหลัว จึงได้มอบบุตรชายของตนให้แต่งเข้าสกุลหลัวเป็นการล้างหนี้ คุณชายเตียวผู้นี้เติบโตอยู่ไท่หยาง เป็นบัณฑิตที่สอบได้อันดับหนึ่งของปีก่อนคหบดีหลัวเห็นว่าหน่วยก้านดีจึงยื่นข้อเสนอให้แต่งงานกับหลัวเผิงเผิงบุตรสาวเพราะหวังว่า ปีนี้คุณชายเตียวจะสอบเป็นจอหงวนได้”“อืม...แล้วเบื้องหลังเล่า” โหยวอีเลิกคิ้ว เขาทำคดีมานับไม่ถ้วน เรื่องเบื้องหน้าพว
Baca selengkapnya
3 ผู้ดูแลโรงหมอ
ฮัวจิงอวี๋ถูกเชิญไปยังเรือนนอนของฮัวหยาง พ่อบ้านฝูได้บอกกล่าวแก่คุณชายคนใหม่ว่าฮัวหยางออกไปพักอยู่กับภรรยาที่เรือนปรุงยาด้านหลัง เรือนนี้จึงมีไว้สำหรับต้อนรับญาติๆ ที่เดินทางมาจากแดนไกล “ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวหยางก็คงจงใจจัดไว้ต้อนรับข้า” “เป็นเช่นนั้นขอรับ ตั้งแต่คุณชายใหญ่เขียนจดหมายไปหาท่านก็ดูจะแน่ใจว่าท่านต้องมาแน่ จึงได้สั่งให้ข้าน้อยจัดเรือนนี้เอาไว้” “ข้ารู้เพียงว่าเสี่ยวหยางแต่งงานแล้ว แต่ว่าน้องสะใภ้เป็นคนเช่นไร ข้ายังไม่รู้เลย พ่อบ้านฝูเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ ” “น้องสะใภ้ของท่านเป็นมือปราบในสำนักมือปราบหน่วยที่หกขอรับ ฮูหยินน้อยเป็นคนซื่อตรง ใจดี มีเมตตาเพียงแต่...” “เพียงแต่อันใดหรือ” ฮัวจิงอวี๋แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าญาติผู้น้องจะชอบสตรีห้าวหาญที่เป็นมือปราบ “ครอบครัวของฮูหยินน้อยค่อนข้างยากจนขอรับ แต่ตอนหลังนายท่านรู้ว่านางเป็นบุตรสาวของสหายเก่าจึงยินยอมให้แต่งงานกัน” “ท่านอากับท่านอาสะใภ้กลุ้มใจเรื่องการแต่งงานของเสี่ยวหยางมานานแล้วนี่ ได้ยินว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเลย”
Baca selengkapnya
4 คู่แข่งการค้า
นายท่านผู้เฒ่าผู้เป็นบิดาของคหบดีฮัวเป็นหมอผู้ลึกลับ เร้นกายอยู่บนภูเขา ผู้คนเรียกขานกันว่า ‘หมอเทวดาฮัว’ บุตรชายคนโตคือคหบดีฮัวทำการค้าร้านสมุนไพร บุตรชายคนรองเป็นหมอที่เก่งกาจชอบอยู่บนภูเขา ส่วนบุตรคนเล็กเป็นจอมยุทธ์พเนจร ตอนฮัวหยางยังเด็ก เขาเคยติดตามท่านลุงรองขึ้นไปเรียนวิชาแพทย์กับท่านปู่บนเขาหลายปี หลังจากลงจากเขา ท่านลุงรองยังวนเวียนตามมาเยี่ยมเยือนคอยสอนวิชาแพทย์ให้เขาที่เรือนปรุงยาอยู่หลายคราว “ได้ขอรับ ข้าว่าพอเราประกาศออกไปว่าจะตั้งโรงหมอสกุลฮัว น่าจะมีหมอหลายคนอยากจะมาสมัครทำงานด้วย” ฮัวหยางยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปลงประกาศในจดหมายข่าวของสำนักข่าวนกกระจิบ เพื่อให้คนทั่วแคว้นได้รับรู้เรื่องนี้” ฮัวซุ่นซียิ้มกว้าง “และเป็นการทำให้หมอทั้งหลายที่อยากจะร่วมงานกับสกุลฮัวได้มาแสดงตัวด้วย” “เช่นนั้นก็ดี” คหบดีฮัวพออกพอใจ “วันหน้ากำไรเรามาก เราก็ได้ช่วยคนยากไร้มากขึ้นด้วย” ณ คฤหาสน์สกุลหลัวเจ้าของร้านยาหวนเจี่ย หลัวเผิงเผิงขยำจดหมายข่าวปาลงพื้นด้วยความหัวเสีย นางอุตส่าห์เข้าไปเป็นขุนนางในกรมคลังเพื่อหวังช่วยผลักดันการค้าสกุลหลั
Baca selengkapnya
5 แผนชิงยอดขาย
สองนายบ่าวตามฮัวจิงอวี๋ไปจนถึงที่หมาย อาคารสองชั้นขนาดสามคูหาที่ฮัวหยางทำสัญญาเช่าเอาไว้นั้น ช่างอยู่ในทำเลที่ดีจนหลัวเผิงเผิง รู้สึกหนักใจ‘หากว่าพวกเขาเปิดโรงหมอที่นี่สำเร็จ ผู้คนต้องหลั่งไหลเข้ามารักษากันอย่างมากแน่ๆ’“คุณหนูขอรับ แถวนี้ยังไม่มีโรงหมอและมีคนต่างถิ่นแวะมาพักอยู่มาก เห็นทีโรงหมอสกุลฮัวต้องเป็นที่นิยมแน่อน”“นั่นสิ ข้าก็กำลังหนักใจอยู่” หลัวเผิงเผิง มองโรงเตี๊ยมหลายแห่งที่เพิ่งผุดขึ้นใหม่ นางเป็นเจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษีร้านค้าและกิจการต่างๆ จึงรู้ว่าในตรอกแถวนี้มีที่พักรายคืนและบ้านเช่ามากมายที่พวกพ่อค้าและคนเดินทางจากต่างเมืองและต่างแคว้นมักจะเข้ามาพักอาศัย “หากเราคิดจะตั้งโรงหมอแข่งกับเขาในยามนี้ คงไม่ทันแน่ คงต้องอาศัยความสามารถผู้อื่นเพื่อดันตนเองเสียแล้วล่ะ” “คุณหนูหมายถึง...” “ไปติดต่อหมอที่เก่งๆ ให้มาอยู่ในสังกัดร้านหวนเจี่ยอย่างไรเล่า” ฮัวจิงอวี๋รู้สึกว่ามีคนตามสะกดรอยจึงย่องออกไปประตูหลังของโรงหมอ แล้วอ้อมไปดักรอบุรุษสองคนที่เขารู้สึกว่าลอบตามเขามาได้สักพักแล้ว แต่พอเห็นคนทั้งสองจริงๆ ชายหนุ่มกลับชะงัก คนหนึ
Baca selengkapnya
6 คู่แค้นคนสำคัญ
“หากว่าพวกเขายอมตกลงกับเรา ต่อไปเราก็ลดราคาสมุนไพรให้โรงหมอแห่งนั้นในราคาต่ำกว่าเดิม แต่ให้เขาเขียนเทียบยาแล้วชี้นำว่าต้องมาซื้อกับพวกเรา ท่านพ่อว่าทำเช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ” คหบดีหลัวยิ้ม ภาคภูมิใจในความฉลาดของบุตรสาว “ดีสิ! ขอเพียงพวกหมอทั้งหลายชมว่าคุณภาพสมุนไพรร้านเราดี ยอดขายต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย” พลันคหบดีหลัวก็นึกขึ้นได้ “เผิงเผิง พ่อบ้านบอกว่าข้างนอกยังพูดกันเรื่องของเตียวซืออินอยู่” “ให้พวกเขาพูดกันไปเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวพอมีเรื่องใหม่ให้นินทาก็เลิกพูดเรื่องข้าไปเอง” “ไม่ได้ๆ พ่อว่าเราต้องหาทางสยบคำพูดพวกเขาให้เร็วที่สุด” “ท่านพ่อคิดจะ...” “ตั้งโรงทานหน้าบ้านสักครึ่งเดือน แจกอาหารอร่อยทุกวัน ทำให้ชาวเมืองมีเรื่องอื่นให้พูดถึง เขากินอาหารของเราไปแล้ว มีหรือจะกล้าให้ร้ายเรา” “เจ้าค่ะ ข้าจะสั่งพ่อบ้านให้จัดการ”เช้าวันต่อมาเป็นวันหยุดงานของหลัวเผิงเผิง หลังจากนางสั่งให้พ่อบ้านตั้งโรงทานและนำอาหารมาแจกคนแล้ว นางจึงได้ออกไปยังโรงหมอของท่านหมอนิ่งที่อยู่ละแวกบ้านของนาง เงื่อนไขที่หลัวเผิงเผิงเสน
Baca selengkapnya
7 ถูกตามตื้อ
“เสี่ยวไป๋ เจ้าไปดูสิว่า ใต้เท้ากุ่ยป่วยอันใด” หลัวเผิงเผิงสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเสี่ยวไป๋รู้ว่านายหญิงของตนชังน้ำหน้าใต้เท้ากุ่ยยิ่งนัก มิคาดว่ากุ่ยอี๋จือจะมาป้วนเปี้ยนที่ร้านยาของสกุลฮัวด้วยบ่าวรับใช้ผู้คล่องแคล่วเดินไปไม่นานนักก็กลับมารายงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ใต้เท้ากุ่ย มิได้ป่วยขอรับ แค่อยากมาดูหน้าท่านหมอฮัวใหญ่เฉยๆ” “กุ่ยอี๋จือ บัดซบจริง! เห็นคนรูปงามคงอยากจะได้ไปเก็บไว้ในเรือนหลัง เจ้าคนมักมากผู้นี้ ข้าจะทำเช่นใดกับมันดีจึงจะกำจัดไปพ้นทางได้” หลัวเผิงเผิงได้แต่หนักใจ ระหว่างนางกับกุ่ยอี๋จือสู้กันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ “ใต้เท้ากุ่ยภรรยาเพิ่งเสียชีวิตนี่ขอรับ” เสี่ยวไป๋ทำหน้าฉงน “ใช่! กุ่ยอี๋จือ แต่งงานบังหน้าแต่รับอนุเป็นบุรุษและยังมีชายบำเรออีกมาก ทำให้ฮูหยินของเขาตรอมใจจนล้มป่วย ไม่ว่าผู้ใดที่เป็นลูกหนี้ หากรูปร่างหน้าตาถูกใจ เขาก็จะบีบเอามาไว้ปรนนิบัติข้างกาย กระทั่งขุนนางน้อยในกรมคลังข้าก็ยังเป็นชายบำเรอของเขาหลายคน” เสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน เขาตามคุณหนูใหญ่ไปทำงานก็จริง แต่มิได้ตามเข้าไปด้านใน ได้แต่เฝ้ารถ
Baca selengkapnya
8 ต้องระวังตัว
หลัวเผิงเผิงเฝ้ารอกระทั่งฮัวจิงอวี๋ออกจากร้านยา เฉี่ยนซือแล้วตรงไปยังโรงน้ำชาใกล้ นางรู้สึกสนใจในตัวหมอหนุ่มผู้นี้มาก บางที...นางอาจจะติดใจในรูปร่างหน้าตาของเขาแล้ว นับตั้งแต่เห็นฮัวจิงอวี๋วันแรกมาถึงวันนี้ ในแต่ละวัน นางต้องหาเวลามาดูหน้าฮัวจิงอวี๋ให้ได้ พอได้เห็นหน้าท่านหมอรูปงาม นางก็จะรู้สึกเบิกบานใจไปทั้งวัน ‘ศัตรูก็คือศัตรู งดงามเพียงใดก็ไม่ควรนำมาไว้ข้างกาย ข้าต้องกำจัดเขาเพื่อให้การค้าสกุลหลัวก้าวหน้า’ หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมตนเอง นับตั้งแต่นางกลับมาจากเมืองเชียนเหยา นางก็ไม่อาจแตะต้องบุรุษผู้ใดได้ อาการป่วยประหลาดนี้ทำให้นางไม่สนใจในตัวบุรุษคนใด ในตอนที่บิดาเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานกับเตียวซืออิน นางจึงรับปากเพราะหวังว่าหลังแต่ง อาการอาจจะดีขึ้น แต่...ก่อนแต่งงานเพียงวันเดียว นางสืบรู้ว่าว่าที่สามีเป็นต้วนซิ่ว เขาเองก็ยอมรับกับนางว่าไม่อาจจะมีสัมพันธ์บนเตียงกับนางได้เพราะเขาไม่อาจแตะต้องสตรีได้เช่นกันจากนั้นนางจึงแต่งงานเพียงในนามและแยกห้องนอนกับสามี ทว่า...ตั้งแต่พบกับหมอฮัวใหญ่ผู้นี้ หลัวเผิงเผิงกลับรู้สึกเหมือนอยากจะผวาเข้าไปอ
Baca selengkapnya
9 อู๋เหอตี้
ข้างฝ่ายฮัวจิงอวี๋ หลังจากได้พบหญิงในดวงใจก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงนางจนนอนไม่หลับอยู่สองสามวันอู๋จือผู้เป็นน้องสะใภ้เห็นใบหน้าของญาติผู้พี่สามีไม่ค่อยสู้ดีก็เอ่ยถาม “พี่จิงอวี๋ ท่านทำงานหนักเกินไปหรือไม่ หน้าตาดูไม่สบายเอาเสียเลย”“ช่วงนี้ข้ารู้สึกเพลียๆ น่ะ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ”“ท่านต้องการผู้ช่วยหรือไม่เจ้าคะ เสี่ยวเหอตี้น้องชายคนเล็กของข้ากำลังจะปิดภาคเรียนพอดี กำลังอยากหางานทำ ให้มาช่วยท่านดีหรือไม่”“พรุ่งนี้ให้น้องชายเจ้ามาหาข้าที่โรงหมอนะ ให้ข้าคุยกับเขาเสียก่อน ว่าเหมาะกับงานหรือไม่”“ได้เจ้าค่ะ”อู๋เหอตี้เป็นเด็กชายที่เฉลียวฉลาด ฮัวจิงอวี๋เห็นหนุ่มน้อยอ่านเขียนคล่องแคล่วก็พออกพอใจ “เจ้าเป็นนักศึกษาที่สถาบันเค่อเฉิงนี่เอง มิน่าถึงได้เก่งเยี่ยงนี้ ข้าพอใจมาก จะรับไว้เป็นผู้ช่วยก็แล้วกัน” สถาบันเค่อเฉิงเป็นสถานศึกษาที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวง บัณฑิตที่จบจากเค่อเฉิงล้วนได้เป็นขุนนาง อู๋จือรีบค้อมศีรษะให้ฮัวจิงอวี๋ “ขอบคุณพี่จิงอวี๋ที่เมตตาน้องชายของข้า” “ข้าจ้างเขาเพราะเขามีความสามารถ มิใช่เพราะเมตตา เจ้าไม่ต้องเกรงใจ ค่าแรงข้าก็จะจ่า
Baca selengkapnya
10 จิ้งจอกขาว
“ใต้เท้ากุ่ยให้คนไปติดต่อซื้อกำยานปลุกกำหนัดที่หอหลบจันทร์อีกแล้วขอรับ” เสี่ยวไป๋รายงานหลัวเผิงเผิง หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก “ดี! แสดงว่าเขาคิดจะใช้กำยานนั่นกับฮัวจิงอวี๋ น่าจะลงมือในงานเลี้ยงสมาคมพ่อค้าคราวนี้แน่” อู๋เหอตี้ยังเดินไม่พ้นมุมอาคาร ได้ยินประโยคนั้นก็ชะงักเท้า ชื่อของหมอใหญ่ฮัวทำให้เด็กหนุ่มหยุดนิ่งและระวังไม่ให้คนทั้งสามมองเห็นตน “คุณหนูคิดเช่นไรขอรับ” “เราก็ต้องช่วยเปิดทางให้กุ่ยอี๋จือทำให้สำเร็จ พอฮัว จิงอวี๋ตกอยู่ในมือของคนผู้นั้นแล้ว ก็หมดหน้าที่ของเรา” “ใต้เท้ากุ่ยก็มีคนในมือ เหตุใดพวกเราต้องช่วยด้วยเล่าขอรับ” เสี่ยวไป๋คลางแคลงใจ “คืนนั้น สกุลฮัวต้องไปด้วยหลายคน ข้ากลัวกุ่ยอี๋จือจะทำไม่สำเร็จ เจ้าต้องคอยดูให้ดี หากว่ามีเรื่องติดขัดก็ต้องช่วยคนของเขาแก้ไข” “ขอรับ” “ไปกันเถอะ ข้ายังต้องไปแวะร้านสาขาฉงชิ่งสักหน่อย เห็นว่าระยะนี้มีลูกค้าจากนอกเมืองเข้ามาสั่งสมุนไพรมากขึ้น เผื่อจะมีพ่อค้ามารับซื้อเพิ่ม” หลัวเผิงเผิงพูดแล้วเดินนำหน้าคนรับใช้ทั้งสองของตนไป ถนนฉงชิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล หล
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status