คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)

คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)

last updateLast Updated : 2026-02-03
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
41Chapters
17views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลัวเผิงเผิงขุนนางหญิงขั้นหกแห่งกรมคลังต้องการจะสกัดความรุ่งเรืองในธุรกิจร้านสมุนไพรของสกุลฮัวจึงคิดจะกำราบท่านหมอหนุ่มฮัวจิงอวี๋ แต่แผนของนางกลับผิดพลาดทำให้นางตกอยู่ในกำมือของชายหนุ่ม

View More

Chapter 1

1 คดีอัปยศ

       จางเจิ้งจีหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามถึงกับขมวดคิ้วขณะมองดูศพของบุรุษสองคนที่นอนหงายอยู่คนละฟากของห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้

ดูแล้ว....ช่างชวนให้ตกใจ คนทั้งสองเสื้อผ้าหลุดรุ่ย บนเตียงยับยู่ยี่ บุรุษคนแรกมีเสื้อผ้าหรูหรางดงาม เครื่องประดับในตัวล้วนเป็นของราคาแพง ส่วนอีกคนเครื่องแต่งกายธรรมดาดูละม้ายบัณฑิตตกยาก

‘ดูจากท่าทางของพวกเขาสองคน คล้ายจะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาเสียด้วย’

“เหล่าเฉิน เจ้าสืบดูชัดเจนแล้วหรือ”

“ขอรับ เป็นสามีของใต้เท้าหลัว ขุนนางขั้นห้า[1]กรมคลังจริงๆ บ่าวรับใช้ที่กำลังตามหาเขา มายืนยันตัวแล้ว”

       “เอ๋  ใช่สกุลหลัวเจ้าของร้านยาสมุนไพรหวนเจี่ยหรือไม่ ”

         เฉินหรงรีบพยักหน้ารับ “ขอรับ”

         จางเจิ้งจีถึงกับขมวดคิ้ว “คนสกุลหลัวยังไม่ทราบใช่หรือไม่”

         “ขอรับ ข้ากักตัวบ่าวรับใช้สองคนเอาไว้ก่อน สอบสวนเสร็จค่อยปล่อยตัว”

         “เช่นนั้น ส่งคนไปแจ้งใต้เท้าหลัวที”

         หวังหวั่นมือปราบหญิงมองสภาพศพแล้วเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าหน่วยของตน “หัวหน้าจาง ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเป็นคนสืบหาบุรุษอีกคนก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

         จางเจิ้งจีเป็นสามีของหวังหวั่น ทั้งสองทำงานอยู่ในหน่วยเดียวกัน ในยามออกปฏิบัติหน้าที่ หวังหวั่นต้องเรียกสามีว่า ‘หัวหน้าจาง’  

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ารีบพยักหน้า “เจ้ารีบไปเถิด หากนี่คือสามีใต้เท้าหลัวจริง มาเสียชีวิตสภาพน่าอนาถ คดีนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้วล่ะ”

         ร้านยาสมุนไพร “หวนเจี่ย” เป็นร้านยาขนาดใหญ่มีอยู่สี่สาขาในเมืองหลวง เป็นหนึ่งในร้านเก่าแก่ที่ตั้งมานาน

สกุลหลัวนับว่ามีฐานะดีในระดับหนึ่งในห้าสิบของคหบดีใหญ่ในเมืองหลวง หลัวเผิงเผิงเป็นบุตรสาวคนโต นางเป็นขุนนางหญิงที่เก่งกาจผู้หนึ่งของแคว้น  

หลัวเผิงเผิงนางสอบแข่งขันติดอันดับหนึ่งในสามของการสอบคัดเลือกบัณฑิตใหญ่ นางจึงได้เป็นขุนนางขั้นห้ากรมคลัง นับว่าเป็นขุนนางหญิงอายุน้อยที่สุดในแคว้นที่ดำรงตำแหน่งขุนนางในระดับนี้

หวังหวั่นมือปราบหญิงอดีตนักฆ่าสำนักคุณธรรมควบม้าไปยังบ้านเดิมของเตียวซืออินสามีของใต้เท้าหลัวหรือหลัวเผิงเผิงที่อยู่ย่านตะวันตกของเมือง

         พอได้รับการแจ้งข่าวการตายของบุตรชาย มารดาของเตียวซืออินก็ล้มทั้งยืน

         “ไม่นะ เยียนเอ๋อร์ ไม่ตาย! ไม่ใช่ลูกชายข้าแน่”

         บิดากับพี่ชายของผู้ตายพากันแตกตื่นตกใจรีบไปดูศพยังสำนักมือปราบ

         หวังหวั่นบอกให้สหายมือปราบพาคนของสกุลเตียวไปดูศพโดยที่ตัวนางขอเรียกคนในบ้านที่เหลือออกมาสอบสวน

“พวกเจ้ามาช่วยกันดูสิว่า ผู้ใดรู้จักคนผู้นี้บ้าง”

         บ่าวรับใช้ของสกุลเตียวเมื่อได้เห็นศพบุรุษที่นอนอยู่ในห้องเดียวกันกับคุณชายของตนต่างพากันบอกเล่าสิ่งที่ตนรู้เห็นออกมาจนหมด

หวังหวั่นก็สรุปได้ว่า...บุรุษทั้งสองสนิทสนมกันอย่างมากและนัดพบกันหลายครั้ง

         คดีอัปยศของสามีใต้เท้าหลัวทำให้มือปราบระดับสูงสองคนหนักใจยิ่งนัก

หลัวเผิงเผิงเพิ่งจะแต่งงานกับเตียวซืออินได้เพียงหกเดือน สามีรูปงามกลับนัดแนะชู้รักที่เป็นบุรุษแอบพบกันที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นข้างในห้องนั้น

         “ข้าว่าบุรุษผู้นี้เป็นคนแทงคุณชายเตียวจนตายแล้วค่อยฆ่าตัวตายตาม” หัวหน้าโหยวอีรองผู้บัญชาการสำนักมือปราบหันไปพูดกับหัวหน้าจาง

         “ท่านแน่ใจหรือขอรับ  ไม่มีการฆ่าอำพรางแน่นะ”

         “หัวหน้าจาง เรื่องนี้ข้ามั่นใจ เจ้าก็ดูสิ ไม่มีรอยงัดแงะแม้เท่ารอยแมวข่วน พยานก็ยืนยันว่าพวกเขามาเข้าห้องพักด้วยกัน ซ้ำยังพักอยู่ด้วยกันตั้งสองวัน” โหยวอียืนยัน

รองผู้บัญชาการสำนักมือปราบเมืองหลวงแซ่โหยวนามอี[2]ผู้นี้ เคยถูกภรรยาที่เพิ่งแต่งงานหนีไป จนต้องออกตามหาตัวโกลาหลอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นคดีเช่นนี้ก็รู้สึกสะเทือนใจ

         จางเจิ้งจีจึงเรียกให้คนในหน่วยงานตนเองมาลงบันทึกพร้อมทั้งวาดภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ ก่อนจะทำการเก็บศพไปชันสูตร

         คนสกุลเตียวมาถึงก็ร้องไห้ฟูมฟาย ส่วนคนสกุลหลัวรู้ข่าวแล้วก็รีบไปแจ้งหลัวเผิงเผิงที่กรมคลัง ใต้เท้าหญิงคนงามรู้ข่าวก็ตามมาดูศพของสามีตนที่สำนักมือปราบ

         “หากเป็นข้ามาเจอศพสามีกับชู้รักเช่นนี้ อย่าว่าแต่จะเสียใจเลย อยากจะเงื้อดาบมาแทงซ้ำมากกว่า” โหยวอีกัดฟันกรอด แม้เขาจะไม่ได้รู้จักกับหลัวเผิงเผิง เป็นการส่วนตัวแต่เห็นใจอีกฝ่ายมาก

         นางเป็นขุนนางหญิงผู้โด่งดัง กลับต้องมาถูกสามีทำลายชื่อเสียงด้วยการลอบคบหากับบุรุษ เป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูมากเลยทีเดียว

         “หัวหน้าจาง บุรุษผู้นั้นแท้จริงคือคนรักเก่าของเตียวซืออิน ขอรับชื่อซุยจี้เซิง  สาวใช้สองคนเคยเห็นคนผู้นี้บ่อยๆ พวกเขามักจะนัดพบกันที่โรงน้ำชา แต่ภายหลังเตียวซืออิน ต้องการจะแต่งงานกับหลัวเผิงเผิง จึงได้บอกเลิกกับคนผู้นี้” หวังหวั่นเอ่ยบอกหัวหน้าหน่วยของตน

         “เลิก แต่กลับนัดพบกันอีกเช่นนี้ จะเรียกว่าเลิกได้อย่างไร” จางเจิ้งจีส่ายศีรษะ

         “หลังแต่งงานกับหลัวเผิงเผิง พวกเขายังนัดพบกันอีกหรือ” โหยวอีหันมาถาม งานนี้เขาในฐานะรองผู้บัญชาการสำนักมือปราบได้ลงมาช่วยจางเจิ้งจีตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

         “ขอรับ พวกเขาเคยนัดพบกันสองครั้ง”

         “ถ้าอย่างนั้น พฤติกรรมของคุณชายเตียวก็ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ซ้ำดูจากคราบบนเตียง พวกเขาน่าจะเพิ่งร่วมรักกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ”

         “พวกเขานัดพบกันที่ใดบ้าง” จางเจิ้งจี้หันมาหาหวังหวั่น

         “บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งของสกุลหลัวอ้างว่าเขาถูกนายท่านหลัวสั่งให้คอยจับตามองซุยจี้เซิงเอาไว้ พบว่าคนผู้นี้เคยไปพบกับเตียวซืออิน ที่โรงน้ำชาแถวๆ ประตูเมืองตะวันตกอยู่คราหนึ่งเจ้าค่ะ” หวังหวั่นตอบอย่างฉะฉาน

         “บ้านของซุยจี้เซิงเล่า ”

         “บ้านเขาอยู่ใกล้บ้านสกุลเตียวเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้เตียวซืออิน เคยติดต่อกับบัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองไท่หยาง จากนั้นซุยจี้เซิงมาพักอยู่บนถนนเดียวกัน ซุยจี้เจิงรูปหน้าตาดีและคารมดีมากกว่า เขาจึงเลิกติดต่อกับบัณฑิตหนุ่มคนก่อน” หวังหวั่นเม้มปากน้อยๆ ปมความตายของเตียวซืออิน เกี่ยวพันกับบุรุษหลายคนเหลือเกิน

         จางเจิ้งจีพยักหน้า “เช่นนั้น คงต้องให้เจ้าไปสืบสวนคนในสกุลหลัวสักหน่อย”

         โหยวอีหันมามองผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง “เรื่องนี้ เห็นทีข้าต้องออกโรงด้วย คฤหาสน์สกุลหลัวมิใช่ที่ที่พวกเจ้าจะเข้าไปโดยง่าย”

         สองสามีภรรยาสกุลจาง ได้เห็นทางเข้าคฤหาสน์สกุลหลัวแล้วถึงกับหันไปสบตากัน พวกเขาไม่คาดว่าเจ้าของร้านยาเพียงสี่สาขาในเมืองหลวงจะมีบ้านเรือนใหญ่โตเช่นนี้

         “หัวหน้าจาง นี่พวกเขารวยธรรมดาหรือ  ข้าว่าสกุลหลัวน่าจะรวยพอๆ กับสกุลฮัว เลยนะขอรับ” หวังหวั่นขยับไปกระซิบ สกุลฮัวเป็นสกุลคหบดีใหญ่ในเมืองหลวง

         “บางทีเขาอาจจะมีกิจการอื่นร่วมก็ได้ เราแค่ไม่รู้”อู๋จือ[3]มือปราบหญิงผู้เป็นสะใภ้ของสกุลฮัวที่ถูกพาดพิงรีบขยับเข้ามากใกล้ “ข้าได้ยินว่าพวกเขามีหุ้นส่วนกับร้านขายชาหลายแห่งด้วย”

         “นั่นปะไร หากสร้างบ้านใหญ่โตเท่ากับสกุลฮัว อย่างนี้ ต้องมีหลายกิจการแน่นอน”

         อู๋จือมือปราบหญิงผู้เป็นภรรยาของหมอฮัวหยางพยักหน้าเห็นด้วยทันที

         ตั้งแต่เกิดเหตุฆาตกรรมสองศพจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีผู้ใดได้เห็นหน้าภรรยาของผู้ตายเลยสักคน ใต้เท้าหลัวหรือหลัวเผิงเผิงไม่เหยียบย่างไปดูศพสามีของตนเลยสักนิด

         คนภายนอกล้วนซุบซิบกันว่าเป็นเพราะเตียวซืออิน คบชู้ที่เป็นบุรุษ ทำให้ใต้เท้าหลัวอับอายผู้คนจึงไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกต่อไป

[1] ตำแหน่งขุนนางมีตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า โดยระดับเก้าเป็นตำแหน่งต่ำสุด

[2] หัวหน้าโหยวอี พระเอกจากเรื่อง “ฮูหยินใหม่ของมือปราบโหยว”

[3] อู๋จือ นางเอกจากเรื่อง “คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 1”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
41 Chapters
1 คดีอัปยศ
จางเจิ้งจีหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามถึงกับขมวดคิ้วขณะมองดูศพของบุรุษสองคนที่นอนหงายอยู่คนละฟากของห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูแล้ว....ช่างชวนให้ตกใจ คนทั้งสองเสื้อผ้าหลุดรุ่ย บนเตียงยับยู่ยี่ บุรุษคนแรกมีเสื้อผ้าหรูหรางดงาม เครื่องประดับในตัวล้วนเป็นของราคาแพง ส่วนอีกคนเครื่องแต่งกายธรรมดาดูละม้ายบัณฑิตตกยาก‘ดูจากท่าทางของพวกเขาสองคน คล้ายจะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาเสียด้วย’“เหล่าเฉิน เจ้าสืบดูชัดเจนแล้วหรือ”“ขอรับ เป็นสามีของใต้เท้าหลัว ขุนนางขั้นห้า[1]กรมคลังจริงๆ บ่าวรับใช้ที่กำลังตามหาเขา มายืนยันตัวแล้ว” “เอ๋ ใช่สกุลหลัวเจ้าของร้านยาสมุนไพรหวนเจี่ยหรือไม่ ” เฉินหรงรีบพยักหน้ารับ “ขอรับ” จางเจิ้งจีถึงกับขมวดคิ้ว “คนสกุลหลัวยังไม่ทราบใช่หรือไม่” “ขอรับ ข้ากักตัวบ่าวรับใช้สองคนเอาไว้ก่อน สอบสวนเสร็จค่อยปล่อยตัว” “เช่นนั้น ส่งคนไปแจ้งใต้เท้าหลัวที” หวังหวั่นมือปราบหญิงมองสภาพศพแล้วเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าหน่วยของตน “หัวหน้าจาง ถ้าเช่นนั้นให้ข้าเป็นคนสืบหาบุรุษอีกคนก็แล้วกันเจ้าค่ะ” จางเจิ้งจีเป็นสามีของหวังหวั่น ทั้งสอง
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
2 หมอฮัวคนใหม่
อีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าเรื่องที่เตียวซืออินคบชู้ ใต้เท้าหลัวทราบดีและนางก็ตัดหางปล่อยวัดเขาไปนานแล้วกระทั่งข่าวซุบซิบล่าสุด ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น คนส่วนหนึ่งพูดกันว่าใต้เท้าหลัวรู้ว่าสามีหนีออกจากคฤหาสน์เพื่อนัดพบกับบุรุษอื่น จึงได้ส่งคนไปตามฆ่าสามีของตนและชู้รักจนเสียชีวิตต่อให้ข่าวลือจะมากมายสักเพียงใด หลัวเผิงเผิงผู้เป็นภรรยาของหนึ่งในผู้ตายก็ยังคงเก็บตัวเงียบไม่นานข่าวลือพวกนี้ก็กระพือเร็วยิ่งกว่าการรายงานข่าวอย่างถูกต้องของสำนักข่าวนกกระจิบ[1] ชาวเมืองทุกตรอกซอกซอยต่างพูดเรื่องนี้กันทั้งนั้นจางเจิ้งจีทำการสืบคดีนี้อย่างรอบด้าน และนำไปรายงานให้กับรองผู้บัญชาการโหยวได้ทราบ“เตียวซืออินผู้นี้เป็นบุตรของขุนนางขั้นหกกรมมหาไทขอรับ ใต้เท้าเตียวติดหนี้คหบดีหลัว จึงได้มอบบุตรชายของตนให้แต่งเข้าสกุลหลัวเป็นการล้างหนี้ คุณชายเตียวผู้นี้เติบโตอยู่ไท่หยาง เป็นบัณฑิตที่สอบได้อันดับหนึ่งของปีก่อนคหบดีหลัวเห็นว่าหน่วยก้านดีจึงยื่นข้อเสนอให้แต่งงานกับหลัวเผิงเผิงบุตรสาวเพราะหวังว่า ปีนี้คุณชายเตียวจะสอบเป็นจอหงวนได้”“อืม...แล้วเบื้องหลังเล่า” โหยวอีเลิกคิ้ว เขาทำคดีมานับไม่ถ้วน เรื่องเบื้องหน้าพว
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
3 ผู้ดูแลโรงหมอ
ฮัวจิงอวี๋ถูกเชิญไปยังเรือนนอนของฮัวหยาง พ่อบ้านฝูได้บอกกล่าวแก่คุณชายคนใหม่ว่าฮัวหยางออกไปพักอยู่กับภรรยาที่เรือนปรุงยาด้านหลัง เรือนนี้จึงมีไว้สำหรับต้อนรับญาติๆ ที่เดินทางมาจากแดนไกล “ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวหยางก็คงจงใจจัดไว้ต้อนรับข้า” “เป็นเช่นนั้นขอรับ ตั้งแต่คุณชายใหญ่เขียนจดหมายไปหาท่านก็ดูจะแน่ใจว่าท่านต้องมาแน่ จึงได้สั่งให้ข้าน้อยจัดเรือนนี้เอาไว้” “ข้ารู้เพียงว่าเสี่ยวหยางแต่งงานแล้ว แต่ว่าน้องสะใภ้เป็นคนเช่นไร ข้ายังไม่รู้เลย พ่อบ้านฝูเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ ” “น้องสะใภ้ของท่านเป็นมือปราบในสำนักมือปราบหน่วยที่หกขอรับ ฮูหยินน้อยเป็นคนซื่อตรง ใจดี มีเมตตาเพียงแต่...” “เพียงแต่อันใดหรือ” ฮัวจิงอวี๋แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าญาติผู้น้องจะชอบสตรีห้าวหาญที่เป็นมือปราบ “ครอบครัวของฮูหยินน้อยค่อนข้างยากจนขอรับ แต่ตอนหลังนายท่านรู้ว่านางเป็นบุตรสาวของสหายเก่าจึงยินยอมให้แต่งงานกัน” “ท่านอากับท่านอาสะใภ้กลุ้มใจเรื่องการแต่งงานของเสี่ยวหยางมานานแล้วนี่ ได้ยินว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเลย”
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
4 คู่แข่งการค้า
นายท่านผู้เฒ่าผู้เป็นบิดาของคหบดีฮัวเป็นหมอผู้ลึกลับ เร้นกายอยู่บนภูเขา ผู้คนเรียกขานกันว่า ‘หมอเทวดาฮัว’ บุตรชายคนโตคือคหบดีฮัวทำการค้าร้านสมุนไพร บุตรชายคนรองเป็นหมอที่เก่งกาจชอบอยู่บนภูเขา ส่วนบุตรคนเล็กเป็นจอมยุทธ์พเนจร ตอนฮัวหยางยังเด็ก เขาเคยติดตามท่านลุงรองขึ้นไปเรียนวิชาแพทย์กับท่านปู่บนเขาหลายปี หลังจากลงจากเขา ท่านลุงรองยังวนเวียนตามมาเยี่ยมเยือนคอยสอนวิชาแพทย์ให้เขาที่เรือนปรุงยาอยู่หลายคราว “ได้ขอรับ ข้าว่าพอเราประกาศออกไปว่าจะตั้งโรงหมอสกุลฮัว น่าจะมีหมอหลายคนอยากจะมาสมัครทำงานด้วย” ฮัวหยางยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปลงประกาศในจดหมายข่าวของสำนักข่าวนกกระจิบ เพื่อให้คนทั่วแคว้นได้รับรู้เรื่องนี้” ฮัวซุ่นซียิ้มกว้าง “และเป็นการทำให้หมอทั้งหลายที่อยากจะร่วมงานกับสกุลฮัวได้มาแสดงตัวด้วย” “เช่นนั้นก็ดี” คหบดีฮัวพออกพอใจ “วันหน้ากำไรเรามาก เราก็ได้ช่วยคนยากไร้มากขึ้นด้วย” ณ คฤหาสน์สกุลหลัวเจ้าของร้านยาหวนเจี่ย หลัวเผิงเผิงขยำจดหมายข่าวปาลงพื้นด้วยความหัวเสีย นางอุตส่าห์เข้าไปเป็นขุนนางในกรมคลังเพื่อหวังช่วยผลักดันการค้าสกุลหลั
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
5 แผนชิงยอดขาย
สองนายบ่าวตามฮัวจิงอวี๋ไปจนถึงที่หมาย อาคารสองชั้นขนาดสามคูหาที่ฮัวหยางทำสัญญาเช่าเอาไว้นั้น ช่างอยู่ในทำเลที่ดีจนหลัวเผิงเผิง รู้สึกหนักใจ‘หากว่าพวกเขาเปิดโรงหมอที่นี่สำเร็จ ผู้คนต้องหลั่งไหลเข้ามารักษากันอย่างมากแน่ๆ’“คุณหนูขอรับ แถวนี้ยังไม่มีโรงหมอและมีคนต่างถิ่นแวะมาพักอยู่มาก เห็นทีโรงหมอสกุลฮัวต้องเป็นที่นิยมแน่อน”“นั่นสิ ข้าก็กำลังหนักใจอยู่” หลัวเผิงเผิง มองโรงเตี๊ยมหลายแห่งที่เพิ่งผุดขึ้นใหม่ นางเป็นเจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษีร้านค้าและกิจการต่างๆ จึงรู้ว่าในตรอกแถวนี้มีที่พักรายคืนและบ้านเช่ามากมายที่พวกพ่อค้าและคนเดินทางจากต่างเมืองและต่างแคว้นมักจะเข้ามาพักอาศัย “หากเราคิดจะตั้งโรงหมอแข่งกับเขาในยามนี้ คงไม่ทันแน่ คงต้องอาศัยความสามารถผู้อื่นเพื่อดันตนเองเสียแล้วล่ะ” “คุณหนูหมายถึง...” “ไปติดต่อหมอที่เก่งๆ ให้มาอยู่ในสังกัดร้านหวนเจี่ยอย่างไรเล่า” ฮัวจิงอวี๋รู้สึกว่ามีคนตามสะกดรอยจึงย่องออกไปประตูหลังของโรงหมอ แล้วอ้อมไปดักรอบุรุษสองคนที่เขารู้สึกว่าลอบตามเขามาได้สักพักแล้ว แต่พอเห็นคนทั้งสองจริงๆ ชายหนุ่มกลับชะงัก คนหนึ
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
6 คู่แค้นคนสำคัญ
“หากว่าพวกเขายอมตกลงกับเรา ต่อไปเราก็ลดราคาสมุนไพรให้โรงหมอแห่งนั้นในราคาต่ำกว่าเดิม แต่ให้เขาเขียนเทียบยาแล้วชี้นำว่าต้องมาซื้อกับพวกเรา ท่านพ่อว่าทำเช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ” คหบดีหลัวยิ้ม ภาคภูมิใจในความฉลาดของบุตรสาว “ดีสิ! ขอเพียงพวกหมอทั้งหลายชมว่าคุณภาพสมุนไพรร้านเราดี ยอดขายต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย” พลันคหบดีหลัวก็นึกขึ้นได้ “เผิงเผิง พ่อบ้านบอกว่าข้างนอกยังพูดกันเรื่องของเตียวซืออินอยู่” “ให้พวกเขาพูดกันไปเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวพอมีเรื่องใหม่ให้นินทาก็เลิกพูดเรื่องข้าไปเอง” “ไม่ได้ๆ พ่อว่าเราต้องหาทางสยบคำพูดพวกเขาให้เร็วที่สุด” “ท่านพ่อคิดจะ...” “ตั้งโรงทานหน้าบ้านสักครึ่งเดือน แจกอาหารอร่อยทุกวัน ทำให้ชาวเมืองมีเรื่องอื่นให้พูดถึง เขากินอาหารของเราไปแล้ว มีหรือจะกล้าให้ร้ายเรา” “เจ้าค่ะ ข้าจะสั่งพ่อบ้านให้จัดการ”เช้าวันต่อมาเป็นวันหยุดงานของหลัวเผิงเผิง หลังจากนางสั่งให้พ่อบ้านตั้งโรงทานและนำอาหารมาแจกคนแล้ว นางจึงได้ออกไปยังโรงหมอของท่านหมอนิ่งที่อยู่ละแวกบ้านของนาง เงื่อนไขที่หลัวเผิงเผิงเสน
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
7 ถูกตามตื้อ
“เสี่ยวไป๋ เจ้าไปดูสิว่า ใต้เท้ากุ่ยป่วยอันใด” หลัวเผิงเผิงสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเสี่ยวไป๋รู้ว่านายหญิงของตนชังน้ำหน้าใต้เท้ากุ่ยยิ่งนัก มิคาดว่ากุ่ยอี๋จือจะมาป้วนเปี้ยนที่ร้านยาของสกุลฮัวด้วยบ่าวรับใช้ผู้คล่องแคล่วเดินไปไม่นานนักก็กลับมารายงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ใต้เท้ากุ่ย มิได้ป่วยขอรับ แค่อยากมาดูหน้าท่านหมอฮัวใหญ่เฉยๆ” “กุ่ยอี๋จือ บัดซบจริง! เห็นคนรูปงามคงอยากจะได้ไปเก็บไว้ในเรือนหลัง เจ้าคนมักมากผู้นี้ ข้าจะทำเช่นใดกับมันดีจึงจะกำจัดไปพ้นทางได้” หลัวเผิงเผิงได้แต่หนักใจ ระหว่างนางกับกุ่ยอี๋จือสู้กันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ “ใต้เท้ากุ่ยภรรยาเพิ่งเสียชีวิตนี่ขอรับ” เสี่ยวไป๋ทำหน้าฉงน “ใช่! กุ่ยอี๋จือ แต่งงานบังหน้าแต่รับอนุเป็นบุรุษและยังมีชายบำเรออีกมาก ทำให้ฮูหยินของเขาตรอมใจจนล้มป่วย ไม่ว่าผู้ใดที่เป็นลูกหนี้ หากรูปร่างหน้าตาถูกใจ เขาก็จะบีบเอามาไว้ปรนนิบัติข้างกาย กระทั่งขุนนางน้อยในกรมคลังข้าก็ยังเป็นชายบำเรอของเขาหลายคน” เสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน เขาตามคุณหนูใหญ่ไปทำงานก็จริง แต่มิได้ตามเข้าไปด้านใน ได้แต่เฝ้ารถ
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
8 ต้องระวังตัว
หลัวเผิงเผิงเฝ้ารอกระทั่งฮัวจิงอวี๋ออกจากร้านยา เฉี่ยนซือแล้วตรงไปยังโรงน้ำชาใกล้ นางรู้สึกสนใจในตัวหมอหนุ่มผู้นี้มาก บางที...นางอาจจะติดใจในรูปร่างหน้าตาของเขาแล้ว นับตั้งแต่เห็นฮัวจิงอวี๋วันแรกมาถึงวันนี้ ในแต่ละวัน นางต้องหาเวลามาดูหน้าฮัวจิงอวี๋ให้ได้ พอได้เห็นหน้าท่านหมอรูปงาม นางก็จะรู้สึกเบิกบานใจไปทั้งวัน ‘ศัตรูก็คือศัตรู งดงามเพียงใดก็ไม่ควรนำมาไว้ข้างกาย ข้าต้องกำจัดเขาเพื่อให้การค้าสกุลหลัวก้าวหน้า’ หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมตนเอง นับตั้งแต่นางกลับมาจากเมืองเชียนเหยา นางก็ไม่อาจแตะต้องบุรุษผู้ใดได้ อาการป่วยประหลาดนี้ทำให้นางไม่สนใจในตัวบุรุษคนใด ในตอนที่บิดาเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานกับเตียวซืออิน นางจึงรับปากเพราะหวังว่าหลังแต่ง อาการอาจจะดีขึ้น แต่...ก่อนแต่งงานเพียงวันเดียว นางสืบรู้ว่าว่าที่สามีเป็นต้วนซิ่ว เขาเองก็ยอมรับกับนางว่าไม่อาจจะมีสัมพันธ์บนเตียงกับนางได้เพราะเขาไม่อาจแตะต้องสตรีได้เช่นกันจากนั้นนางจึงแต่งงานเพียงในนามและแยกห้องนอนกับสามี ทว่า...ตั้งแต่พบกับหมอฮัวใหญ่ผู้นี้ หลัวเผิงเผิงกลับรู้สึกเหมือนอยากจะผวาเข้าไปอ
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
9 อู๋เหอตี้
ข้างฝ่ายฮัวจิงอวี๋ หลังจากได้พบหญิงในดวงใจก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงนางจนนอนไม่หลับอยู่สองสามวันอู๋จือผู้เป็นน้องสะใภ้เห็นใบหน้าของญาติผู้พี่สามีไม่ค่อยสู้ดีก็เอ่ยถาม “พี่จิงอวี๋ ท่านทำงานหนักเกินไปหรือไม่ หน้าตาดูไม่สบายเอาเสียเลย”“ช่วงนี้ข้ารู้สึกเพลียๆ น่ะ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ”“ท่านต้องการผู้ช่วยหรือไม่เจ้าคะ เสี่ยวเหอตี้น้องชายคนเล็กของข้ากำลังจะปิดภาคเรียนพอดี กำลังอยากหางานทำ ให้มาช่วยท่านดีหรือไม่”“พรุ่งนี้ให้น้องชายเจ้ามาหาข้าที่โรงหมอนะ ให้ข้าคุยกับเขาเสียก่อน ว่าเหมาะกับงานหรือไม่”“ได้เจ้าค่ะ”อู๋เหอตี้เป็นเด็กชายที่เฉลียวฉลาด ฮัวจิงอวี๋เห็นหนุ่มน้อยอ่านเขียนคล่องแคล่วก็พออกพอใจ “เจ้าเป็นนักศึกษาที่สถาบันเค่อเฉิงนี่เอง มิน่าถึงได้เก่งเยี่ยงนี้ ข้าพอใจมาก จะรับไว้เป็นผู้ช่วยก็แล้วกัน” สถาบันเค่อเฉิงเป็นสถานศึกษาที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวง บัณฑิตที่จบจากเค่อเฉิงล้วนได้เป็นขุนนาง อู๋จือรีบค้อมศีรษะให้ฮัวจิงอวี๋ “ขอบคุณพี่จิงอวี๋ที่เมตตาน้องชายของข้า” “ข้าจ้างเขาเพราะเขามีความสามารถ มิใช่เพราะเมตตา เจ้าไม่ต้องเกรงใจ ค่าแรงข้าก็จะจ่า
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
10 จิ้งจอกขาว
“ใต้เท้ากุ่ยให้คนไปติดต่อซื้อกำยานปลุกกำหนัดที่หอหลบจันทร์อีกแล้วขอรับ” เสี่ยวไป๋รายงานหลัวเผิงเผิง หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก “ดี! แสดงว่าเขาคิดจะใช้กำยานนั่นกับฮัวจิงอวี๋ น่าจะลงมือในงานเลี้ยงสมาคมพ่อค้าคราวนี้แน่” อู๋เหอตี้ยังเดินไม่พ้นมุมอาคาร ได้ยินประโยคนั้นก็ชะงักเท้า ชื่อของหมอใหญ่ฮัวทำให้เด็กหนุ่มหยุดนิ่งและระวังไม่ให้คนทั้งสามมองเห็นตน “คุณหนูคิดเช่นไรขอรับ” “เราก็ต้องช่วยเปิดทางให้กุ่ยอี๋จือทำให้สำเร็จ พอฮัว จิงอวี๋ตกอยู่ในมือของคนผู้นั้นแล้ว ก็หมดหน้าที่ของเรา” “ใต้เท้ากุ่ยก็มีคนในมือ เหตุใดพวกเราต้องช่วยด้วยเล่าขอรับ” เสี่ยวไป๋คลางแคลงใจ “คืนนั้น สกุลฮัวต้องไปด้วยหลายคน ข้ากลัวกุ่ยอี๋จือจะทำไม่สำเร็จ เจ้าต้องคอยดูให้ดี หากว่ามีเรื่องติดขัดก็ต้องช่วยคนของเขาแก้ไข” “ขอรับ” “ไปกันเถอะ ข้ายังต้องไปแวะร้านสาขาฉงชิ่งสักหน่อย เห็นว่าระยะนี้มีลูกค้าจากนอกเมืองเข้ามาสั่งสมุนไพรมากขึ้น เผื่อจะมีพ่อค้ามารับซื้อเพิ่ม” หลัวเผิงเผิงพูดแล้วเดินนำหน้าคนรับใช้ทั้งสองของตนไป ถนนฉงชิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล หล
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status