Se connecterเสียงเพลง "รางวัลแด่คนตั้งใจ" ดังแว่วมาจากลำโพงของโรงเรียนสลับกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะปนสะอื้นของเหล่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในวันปัจฉิมนิเทศ เสื้อนักเรียนสีขาวของทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยปากกาเมจิกที่เขียนข้อความอวยพรและคำสัญญาว่าจะไม่ลืมกัน
แต่สำหรับ ‘นับดาว’ เสื้อนักเรียนของเธอยังคงสะอาดสะอ้าน มีเพียงรอยปากกาสีน้ำเงินเข้มตรงอกซ้าย ใกล้กับตำแหน่งของหัวใจ เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นว่า ‘ดาวคือดวงใจของวิน... ตลอดไป’ “เขียนอะไรซึ้งขนาดนี้เนี่ยวิน เพื่อนๆ มาอ่านขำตายเลย” นับดาวก้มลงมองอกเสื้อตัวเองพลางแก้มแดงระเรื่อ เธอเงยหน้ามอง ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่วันนี้หล่อเหลาเป็นพิเศษในชุดนักเรียนที่รีดเรียบกริบ แม้ที่มุมปากจะมีรอยช้ำเล็กๆ ที่เขาอ้างว่าซุ่มซ่ามเดินชนประตูมาเมื่อวันก่อนก็ตาม “ใครจะขำก็ช่างเขาเสิ วินเขียนจากใจจริงๆ นะ” อาชวินยิ้มอบอุ่น มือหนาเอื้อมไปจัดคอเสื้อและลูบผมเปียที่ผูกโบสีขาวของเธออย่างทะนุถนอม “แล้วดาวล่ะ ไม่เขียนให้วินหน่อยเหรอ?” นับดาวอมยิ้มก่อนจะหยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมา เธอขยับเข้าไปใกล้จนชิดอกแกร่งของเขา ประคองสาบเสื้อนักเรียนตรงอกซ้ายของอาชวินไว้ แล้วตวัดเขียนข้อความด้วยความตั้งใจ ‘ขอให้อาชวินของนับดาวมีความสุขในทุกๆ วัน... ดาวจะอยู่ข้างๆ วินเสมอ’ อาชวินมองลายมือระเบียบเรียบร้อยนั้นแล้วขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เขาต้องลอบกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอเพื่อไม่ให้นับดาวสังเกตเห็นความอ่อนแอ วันนี้เป็นวันที่นับดาวมีความสุขที่สุด เพราะผลการสอบคัดเลือกตรงเข้ามหาวิทยาลัยประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว และนับดาวสอบได้อันดับต้นๆ ของคณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งเป็นก้าวแรกสู่เส้นทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจหญิงตามที่เธอฝันไว้ “ดาวเก่งมากเลยนะรู้มั้ย วินภูมิใจในตัวดาวที่สุดเลย” อาชวินพูดเสียงนุ่ม “ก็เพราะมีติวเตอร์ดีคอยคุมต่างหากล่ะ วินเองก็ต้องตั้งใจเรียนบริหารนะ เรียนจบแล้วจะได้มาช่วยคุณลุงบริหารงานอสังหาฯ ไวๆ ไง ดาวจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ส่วนวินก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ เราจะสร้างอนาคตไปด้วยกันนะ” นับดาวกอดเอวหนาของเขาไว้แล้วซบหน้าลงกับอกแกร่ง วาดฝันถึงอนาคตที่สวยงามราวกับวิมานในอากาศ อาชวินกอดตอบเธอแน่น... แน่นเสียจนกังวลว่าร่างบางจะแหลกสลาย เขาไม่กล้าบอกความจริงกับเธอเลยว่า ในขณะที่เธอกำลังก้าวเข้าสู่โลกของแสงสว่างและความถูกต้อง ตัวเขาเองกลับก้าวลึกดิ่งลงสู่เหวแห่งความมืดมิดจนไม่เห็นทางกลับ เมื่อคืนนี้ พ่อของเขาเพิ่งจะพาลูกน้องศิษย์สายตรงมาทำพิธี 'กรีดเลือดสาบาน' รับเขาเข้าสู่ตำแหน่งรองประธานบริหารเครือธุรกิจอัครเดชโภคินอย่างเป็นทางการ ซึ่งเบื้องหลังคือการคุมเส้นทางการเงินของคาสิโนและเว็บพนันทั้งหมดในเครือ มือคู่นี้ของเขาที่ใช้กอดเธอ... มันแปดเปื้อนจนไม่มีวันซักออกได้อีกแล้ว ช่วงค่ำหลังจากงานเลี้ยงสังสรรค์ของโรงเรียนจบลง อาชวินขับรถมอเตอร์ไซค์พานับดาวแยกตัวออกมาที่จุดชมวิวบนเนินเขาหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ลับที่มีเพียงเขากับเธอเท่านั้นที่รู้ ท้องฟ้าคืนนี้มืดสนิทและเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ลมพัดเอื่อยๆ พาเอาความเย็นมาปะทะผิวกาย “โห... วันนี้ดาวเยอะจังเลยวิน สวยมากเลย” นับดาววิ่งนำหน้าไปเกาะรั้วกั้นพลางเงยหน้ามองฟ้า ตาโตเปล่งประกายล้อแสงดาว อาชวินเดินตามหลังมาเงียบๆ เขาไม่ได้มองท้องฟ้า แต่มองแผ่นหลังบางของคนรักที่เขาแสนหวงแหน เขาถอดเสื้อคลุมแจ็คเก็ตตัวนอกออกแล้วเดินเข้าไปสวมทับจากด้านหลังเพื่อบังลมให้เธอ พร้อมกับสวมกอดเอวบางไว้หลวมๆ “ดาว... วินมีของจะให้” อาชวินล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา เปิดออกให้เห็นสร้อยคอทองคำขาวบางเฉียบที่มีจี้รูป 'ดวงอาทิตย์ล้อมดวงดาว' ดวงอาทิตย์วงนอกทำจากโลหะขัดเงาโอบอุ้มดวงดาวดวงเล็กที่ทำจากเพชรเม็ดงามไว้ตรงกลางอย่างอ่อนโยน “อุ๊ย สวยจังเลยวิน... มันแพงมากมั้ยเนี่ย? วินไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ” นับดาวตาโตด้วยความตกใจผสมความซาบซึ้ง “วินแอบออมเงินค่าขนมตั้งหลายเดือนแน่ะ เพื่อวันปัจฉิมของดาวเลยนะ” เขามุสาคำโต ทั้งที่ความจริงสร้อยเส้นนี้สั่งทำพิเศษจากร้านเพชรชื่อดังด้วยเงินปันผลก้อนแรกจากการคุมบ่อนมหาศาล แต่อาชวินรู้ดีว่านับดาวไม่ชอบของหรูหราที่ได้มาโดยมิชอบ เขาจึงต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อความสบายใจของเธอ “มา... วินใส่ให้นะ” อาชวินรวบผมเปียยาวของเธอไปไว้ด้านข้าง นิ้วหนาบรรจงเกี่ยวตะขอสร้อยคออย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเขาแตะถูกผิวต้นคอขาวระหงทำให้นับดาวขนลุกซู่ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา มือเล็กแตะที่จี้รูปดวงอาทิตย์ล้อมดาวเบาๆ “ขอบคุณนะวิน ดาวจะใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาเลย จะไม่ถอดเลยสักวันเดียว” เธอยิ้มหวานจนตาปิด “อืม... ใส่ไว้คอยเตือนใจนะ ว่าไม่ว่าดาวจะอยู่ที่ไหน หรือวันข้างหน้าวินจะกลายเป็นใคร... วินจะคอยปกป้องดาวอยู่ห่างๆ เสมอเหมือนดวงอาทิตย์ที่โอบกอดดวงดาวไว้” แววตาของอาชวินสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ นับดาวสัมผัสได้ถึงความนัยบางอย่างในน้ำเสียงของเขา เธอเอื้อมมือไปประคองใบหน้าคมสัน “วิน... วันนี้วินพูดแปลกๆ อีกแล้วนะ มีอะไรปิดบังดาวหรือเปล่า? ช่วงนี้วินดูลึกลับ แถมชอบมีรอยแผลกลับมาตลอดเลย” อาชวินหัวใจกระตุก เขารีบจับมือเธอลงมาจูบที่หลังมือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ “ไม่มีอะไรหรอกครับ วินแค่ใจหายที่จะต้องห่างกับดาวช่วงมหาลัยไง เรียนคนละที่ แถมดาวต้องฝึกหนักในค่ายอีก วินคงคิดถึงดาวจนเป็นบ้าแน่ๆ” “โธ่... คิดมากไปได้ ถึงจะเรียนคนละที่แต่เราก็ยังเป็นแฟนกันนี่นา วันเสาร์อาทิตย์ดาวก็ออกมาหาได้” นับดาวเขย่งเท้าขึ้นไปจูบที่ซอกคอเขาเบาๆ เป็นการปลอบใจ กลิ่นหอมละมุนและสัมผัสออดอ้อนของนับดาวปลุกปั่นอารมณ์รักและแรงปรารถนาในใจของชายหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาชวินรั้งเอวบางเข้ามาประชิดกาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปมอบรสจูบที่ทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันอย่างโหยหา ลิ้นเรียวสอดประสานแลกเปลี่ยนความหวานท่ามกลางเสียงลมพายุบนยอดเขา อาชวินช้อนร่างบางขึ้นแนบอกแล้วพาเธอเดินตรงไปยังเบาะหลังของรถยนต์คันหรูของครอบครัวที่เขาแอบขับออกมาในคืนนี้ ภายในรถที่ปิดไฟจนมืดสลัว มีเพียงแสงดาวและแสงไฟจากตัวเมืองเบื้องล่างที่ส่องผ่านกระจกเข้ามาจางๆ อาชวินค่อยๆ เอนร่างของนับดาวลงบนเบาะหลังที่ถูกปรับให้เอนราบ มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยไออุ่นตวัดถอดเสื้อแจ็คเก็ตและเสื้อนักเรียนของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามแน่นหนาตามประสาคนฝึกศิลปะการต่อสู้มาอย่างหนัก “วิน... ดาว...” นับดาวครางชื่อเขาด้วยความรู้สึกซาบซ่านเมื่อมือหนาเลื่อนเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อนุ่มใต้เสื้อนักเรียนของเธอ กระดุมเสื้อนักเรียนตัวสวยถูกปลดออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ อาชวินก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง พรมจูบต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าอกอิ่ม สัมผัสที่นุ่มนวลสลับกับความเร่าร้อนทำให้นับดาวแผ่นหลังลอยพ้นเบาะ มือเล็กขยำเส้นผมหนาของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน เสียงครางหวานสอดประสานกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ในความเงียบสงัด “ดาว... จำไว้นะ วินรักดาว รักดาวคนเดียว” อาชวินพร่ำบอกประโยคเดิมซ้ำๆ ราวกับต้องการให้มันสลักลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเธอ บทรักครั้งสุดท้ายในวัยมัธยมดำเนินไปอย่างเนินนานและลึกซึ้ง ท่วงทำนองที่สอดประสานเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและการทะนุถนอม ราวกับอาชวินต้องการใช้วิมานรักแห่งนี้เป็นป้อมปราการกักขังความบริสุทธิ์ของเธอไว้ไม่ให้ความมืดมิดของเขาเอื้อมไปถึง จนกระทั่งคลื่นอารมณ์พัดพาทั้งคู่ไปถึงฝั่งฝันอันสูงสุด อาชวินทรุดกายลงนอนกกกอดร่างบางที่กำลังหอบหายใจถี่ไว้ในอ้อมแขน นำผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายให้เธอเพื่อกันความหนาวเย็นจากลมภายนอก นับดาวซบหน้าลงกับอกแกร่ง นิ้วเรียวเกลี่ยรอยสักเล็กๆ รูปไม้กางเขนตรงข้อมือของเขาที่เธอเพิ่งสังเกตเห็น “วินแอบไปสักมาเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?” อาชวินชะงัก รีบชักข้อมือกลับเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “อ๋อ... สักแฟชั่นน่ะดาว เห็นเพื่อนๆ เขาฮิตกัน วินเลยลองดูบ้าง ไม่ชอบเหรอ?” “เปล่าหรอก... แค่รู้สึกว่าช่วงนี้วินดูโตเป็นผู้ใหญ่เร็วจัง สลัดลุคเด็กหลังห้องออกไปหมดเลย” นับดาวพึมพำพลางหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ยิ้มรับความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เธอคิดว่าเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดในชีวิต อาชวินมองใบหน้ายามหลับใหลของแฟนสาว นิ้วหนาเผลอลูบที่จี้สร้อยคอที่เขาเพิ่งสวมให้เธอ แววตาของเขาดับวูบลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง รอยสักรูปกางเขนตรงข้อมือของเขาไม่ใช่แฟชั่น... แต่มันคือสัญลักษณ์สลักตราของ ‘ผู้สืบทอดตระกูลมาเฟียอัครเดชโภคิน’ ที่ไม่มีวันลบออกได้ตลอดชีวิต ‘ขอโทษนะดาว... ที่วินต้องก้าวเข้าสู่โลกสีดำเพื่อเป็นกำลังใจและปกป้องดาวจากพวกเดรัจฉานพวกนั้น วินจะยอมเป็นคนบาป เพื่อให้ดาวได้เป็นตำรวจที่ขาวสะอาดที่สุด... แม้ว่าวันข้างหน้า วินอาจจะต้องเป็นคนที่ดาวหันปากกระบอกปืนเข้าใส่ก็ตาม’ น้ำตาหนึ่งหยดของลูกผู้ชายที่ชื่ออาชวินไหลซึมลงบนเส้นผมของนับดาวในความมืด ค่ำคืนสุดท้ายของวัยมัธยมจบลงพร้อมกับรอยร้าวในใจของเขาที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รอวันที่จะระเบิดออกเมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือจากเธอในรั้วมหาวิทยาลัยเสียงเพลง "รางวัลแด่คนตั้งใจ" ดังแว่วมาจากลำโพงของโรงเรียนสลับกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะปนสะอื้นของเหล่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในวันปัจฉิมนิเทศ เสื้อนักเรียนสีขาวของทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยปากกาเมจิกที่เขียนข้อความอวยพรและคำสัญญาว่าจะไม่ลืมกัน แต่สำหรับ ‘นับดาว’ เสื้อนักเรียนของเธอยังคงสะอาดสะอ้าน มีเพียงรอยปากกาสีน้ำเงินเข้มตรงอกซ้าย ใกล้กับตำแหน่งของหัวใจ เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นว่า ‘ดาวคือดวงใจของวิน... ตลอดไป’ “เขียนอะไรซึ้งขนาดนี้เนี่ยวิน เพื่อนๆ มาอ่านขำตายเลย” นับดาวก้มลงมองอกเสื้อตัวเองพลางแก้มแดงระเรื่อ เธอเงยหน้ามอง ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่วันนี้หล่อเหลาเป็นพิเศษในชุดนักเรียนที่รีดเรียบกริบ แม้ที่มุมปากจะมีรอยช้ำเล็กๆ ที่เขาอ้างว่าซุ่มซ่ามเดินชนประตูมาเมื่อวันก่อนก็ตาม “ใครจะขำก็ช่างเขาเสิ วินเขียนจากใจจริงๆ นะ” อาชวินยิ้มอบอุ่น มือหนาเอื้อมไปจัดคอเสื้อและลูบผมเปียที่ผูกโบสีขาวของเธออย่างทะนุถนอม “แล้วดาวล่ะ ไม่เขียนให้วินหน่อยเหรอ?” นับดาวอมยิ้มก่อนจะหยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมา เธอขยับเข้าไปใกล้จนชิดอกแกร่งของเขา ประคองสาบเสื้อนักเรียนตรงอกซ้ายของอา
เช้าวันต่อมาที่โรงเรียน บรรยากาศระหว่าง ‘อาชวิน’ และ ‘นับดาว’ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกทั้งคู่จะยังทำตัวเป็นนักเรียน ม.6 ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเหมือนเดิม แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม รอยประทับจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงอุ่นซ่านอยู่ในความทรงจำของทั้งคู่ นับดาวนั่งจัดระเบียบชีทสรุปวิชาสังคมศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงอนาคต “วิน รู้มั้ยว่าปีนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจรับผู้หญิงเพิ่มด้วยนะ ดาวตรวจเช็กระเบียบการมาหมดแล้ว ถ้าดาวสอบติด... ดาวคงได้ช่วยคนเยอะแยะเลย” อาชวินที่กำลังควงปากกาเล่นอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์แล้วรู้สึกจุกในอก “ดาวชอบความถูกต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?” “อืม... ดาวว่าโลกเราถ้าไม่มีกฎหมาย มันคงวุ่นวายน่าดู ดาวอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมมันดีขึ้นไง วินล่ะ... เรียนบริหารจบมาแล้ว อยากทำอสังหาฯ กับคุณพ่อจริงๆ เหรอ?” “คงงั้นมั้งดาว... วินเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก” อาชวินตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะหันไปเห็นชายแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่นอกรั้วโรงเรียน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็
บรรยากาศช่วงหลังเลิกเรียนในวันฝนตกหนักดูสลัวและเงียบเหงากว่าปกติ เสียงสายฝนที่กระทบหลังคาอาคารเรียนดังสนั่นจนกลบเสียงทุกอย่าง ‘นับดาว’ นั่งอยู่ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่เหลือเพียงเธอและ ‘อาชวิน’ เพียงสองคนเท่านั้น ไฟในห้องถูกปิดไปแล้วเพื่อประหยัดไฟตามระเบียบโรงเรียน มีเพียงแสงสลัวจากท้องฟ้าภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาพอให้เห็นเงาร่างของกันและกัน “วิน... ข้อนี้มันยากจัง ดาวอธิบายรอบที่สามแล้วนะ วินยังทำไม่ได้อีกเหรอ?” นับดาวบ่นอุบพลางขยับแว่นสายตา เธอไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจนั้นอยู่ในสายตาของอาชวินตลอดเวลา อาชวินไม่ได้มองสมุดโจทย์ที่อยู่ตรงหน้า แต่อารมณ์เขากำลังพลุ่งพล่าน วันนี้เขาเพิ่งถูกพ่อตำหนิเรื่อง "ความอ่อนแอ" และสั่งให้เขาไปร่วมงานที่เขาไม่อยากทำ แสงสว่างเดียวที่เขาอยากจะยึดเหนี่ยวไว้ตอนนี้มีเพียงผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้น “ดาว...” เสียงทุ้มเรียกเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปจับมือที่กำลังถือปากกาของเธอไว้ “หืม? มีอะไร...” ไม่ทันที่นับดาวจะพูดจบ อาชวินก็โน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากบางของเธออย่างแผ่วเบาแต่โหยหา นับดาวเบิกตาโวอย่างตกใจใ
ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ‘นับดาว’ เด็กสาวเจ้าของดวงตากลมโตฉายแววฉลาดหลักแหลม กำลังนั่งขะมักเขม้นกับการเขียนสรุปวิชาฟิสิกส์อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนตัวเดิมใต้ต้นหูกวาง ริมฝีปากบางพึมพำสูตรคำนวณเบาๆ อย่างมีสมาธิ เธอคือเด็กเรียนแถวหน้าของห้องที่ใครๆ ต่างก็เกรงใจในความเป๊ะและระเบียบวินัย จนกระทั่งแรงสะกิดที่ไหล่พร้อมกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ที่คุ้นเคยทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้น “ดาว... ข้อนี้ทำยังไงนะ อธิบายให้ฟังหน่อยดิ วินอ่านสามรอบแล้วยังไม่เข้าหัวเลย” เจ้าของเสียงทุ้มคือ ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ เขาอยู่ในชุดนักเรียนที่ระเบียบจัดจนผิดวิสัยเด็กผู้ชายทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นมองมาที่เธออย่างอ้อนๆ อาชวินไม่ใช่คนหัวช้า แต่เขาชอบหาเรื่องให้แฟนสาวคนเก่งได้ขยับมาใกล้ๆ เพื่อติวหนังสือให้เขาเสมอ “วิน! ดาวบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งใจอ่านโจทย์ก่อน ถ้ามัวแต่เล่นแบบนี้จะสอบเข้ามหาลัยพร้อมดาวได้ไง” นับดาวดุไม่จริงจังนัก แต่มือก็ดึงสมุดของเขามาดู “ก็มีแฟนเก่งขนาดนี้ วินจะกลัวอะไรล่ะครับ” อาชวินยิ้มกว้างพลางเท้าคางมองหน้าแฟนสาว “ดาวอยากเรียนต่อต







