LOGINบรรยากาศช่วงหลังเลิกเรียนในวันฝนตกหนักดูสลัวและเงียบเหงากว่าปกติ เสียงสายฝนที่กระทบหลังคาอาคารเรียนดังสนั่นจนกลบเสียงทุกอย่าง ‘นับดาว’ นั่งอยู่ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่เหลือเพียงเธอและ ‘อาชวิน’ เพียงสองคนเท่านั้น
ไฟในห้องถูกปิดไปแล้วเพื่อประหยัดไฟตามระเบียบโรงเรียน มีเพียงแสงสลัวจากท้องฟ้าภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาพอให้เห็นเงาร่างของกันและกัน “วิน... ข้อนี้มันยากจัง ดาวอธิบายรอบที่สามแล้วนะ วินยังทำไม่ได้อีกเหรอ?” นับดาวบ่นอุบพลางขยับแว่นสายตา เธอไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจนั้นอยู่ในสายตาของอาชวินตลอดเวลา อาชวินไม่ได้มองสมุดโจทย์ที่อยู่ตรงหน้า แต่อารมณ์เขากำลังพลุ่งพล่าน วันนี้เขาเพิ่งถูกพ่อตำหนิเรื่อง "ความอ่อนแอ" และสั่งให้เขาไปร่วมงานที่เขาไม่อยากทำ แสงสว่างเดียวที่เขาอยากจะยึดเหนี่ยวไว้ตอนนี้มีเพียงผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้น “ดาว...” เสียงทุ้มเรียกเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปจับมือที่กำลังถือปากกาของเธอไว้ “หืม? มีอะไร...” ไม่ทันที่นับดาวจะพูดจบ อาชวินก็โน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากบางของเธออย่างแผ่วเบาแต่โหยหา นับดาวเบิกตาโวอย่างตกใจในคราแรก แต่สัมผัสที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักของแฟนหนุ่มทำให้เธอก็ค่อยๆ หลับตาลงและจูบตอบเขาอย่างเงอะงะ อาชวินค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปประคองใบหน้าของเธอไว้ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนับดาวเหมือนยาระงับประสาทที่ทำให้เขาลืมโลกภายนอกที่โหดร้ายไปจนสิ้น เขาขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้จนร่างกายแทบจะหลอมรวมกัน “วิน... นี่มันในห้องเรียนนะ...” นับดาวกระซิบเสียงสั่นขณะที่อาชวินเริ่มซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของเธอ “ไม่มีใครเห็นหรอกดาว ฝนตกหนักขนาดนี้... วินแค่รักดาว รักจนจะบ้าตายอยู่แล้ว” อารมณ์วัยรุ่นที่พลุ่งพล่านบวกกับความรักที่สะสมมานาน ทำให้นับดาวโอนอ่อนไปตามสัมผัสของเขา อาชวินอุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเรียนที่เธอใช้ติวหนังสือให้เขาเสมอ มือหนาค่อยๆ สัมผัสไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนักเรียนอย่างเบามือ เสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวแข่งกับเสียงฝน ในห้องเรียนที่เคยเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ บัดนี้กลายเป็นสถานที่แห่งความลับที่ลึกซึ้งที่สุด (ตัดเข้าสู่ฉาก NC อย่างละเมียดละไม) อาชวินค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของเธอออกทีละเม็ดด้วยมือที่สั่นเทา แสงสลัวเผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดที่ปรากฏแก่สายตา เขาพรมจูบไปทั่วไหล่บางอย่างแสนรัก นับดาวหลับตาพริ้มส่งเสียงครางแผ่วในลำคอเมื่อความรู้สึกซ่านกระเซ็นไปทั่วร่าง บทรักที่เกิดจากความบริสุทธิ์ใจและการโหยหาที่พึ่งพิงทางใจดำเนินไปอย่างเนิบนาบแต่ทว่าเร่าร้อน ทุกสัมผัสที่อาชวินมอบให้นับดาว มันคือคำสัญญาที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าเขายอมสละทุกอย่างเพื่อเธอได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันคือความรู้สึกผิดที่เขากำลังดึงดอกไม้ที่ขาวสะอาดอย่างเธอเข้ามาแปดเปื้อนในโลกของเขา “ดาว... เป็นของวินนะ...” เขาซิบที่ข้างหู “ดาว... ดาวรักวินนะ” เธอตอบกลับพร้อมกับสวมกอดเขาไว้แน่น ค่ำคืนนั้น หลังจากการทำรักที่เต็มไปด้วยความหมายสิ้นสุดลง อาชวินนั่งกอดนับดาวไว้บนตักท่ามกลางความมืด เขาช่วยเธอติดกระดุมเสื้อและจัดยูนิฟอร์มให้เรียบร้อยเหมือนเดิม “วินสัญญานะ... ว่าจะดูแลดาวให้ดีที่สุด” อาชวินจูบที่หน้าผากของเธอ นับดาวยิ้มอย่างมีความสุข เธอเชื่อมั่นในตัวผู้ชายคนนี้อย่างสุดหัวใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ารอยประทับที่เขาฝากไว้บนร่างกายและหัวใจของเธอในวันนี้ จะกลายเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อถึงวันที่เขากลายเป็นคนแปลกหน้าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นหวั่นไหวสลับกับแสงสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบผ่านหน้าต่างห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ‘นับดาว’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะประจำของเธอ ลมพายุที่พัดแรงทำให้กิ่งไม้ข้างอาคารตีเข้ากับกระจกหน้าต่างดัง แกรก... แกรก... ยิ่งสร้างบรรยากาศวังเวงให้กับห้องเรียนที่เหลือเพียงคนสองคน “วิน... ฝนตกหนักขนาดนี้ พ่อจะมารับดาวได้มั้ยนะ” นับดาวพึมพำขณะเก็บหนังสือใส่กระเป๋า เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นไหวกับสายตาของ ‘อาชวิน’ ที่มองเธอมาครู่ใหญ่แล้ว อาชวินไม่ได้ตอบ เขาเดินไปลูบม่านปิดหน้าต่างทุกบานจนห้องที่สลัวอยู่แล้วมืดสนิทลงไปอีก มีเพียงแสงวูบวาบจากสายฟ้าภายนอกที่ทำให้เห็นเสี้ยวหน้าคมสันของเขาเป็นระยะ เขาเดินกลับมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของนับดาว ก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมากุมไว้ “วินเป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมมือนิ่งจัง” นับดาวถามด้วยความเป็นห่วง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบและความสั่นเทาเล็กๆ ที่ปลายนิ้วของเขา “ดาว... ถ้าวันหนึ่งโลกที่ดาวฝันถึงกับโลกที่วินอยู่มันเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน ดาวจะยังกอดวินไว้แบบนี้มั้ย?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้น “ทำไมพูดเรื่องเศร้าอีกล่ะ วินก็รู้ว่าดาวรักวินมากแค่ไหน...” อาชวินไม่รอให้เธอพูดจบ เขาโน้มตัวลงมาปิดปากเธอด้วยริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วและรุนแรงในคราแรก แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาในพริบตา จูบนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่การแสดงความรักของวัยรุ่น แต่มันเหมือนการ ‘ขอร้อง’ ให้อยู่เคียงข้างกันในวันที่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังดิ่งลงสู่เหว นับดาวส่งเสียงอื้ออึงในลำคอด้วยความตกใจ มือเล็กขยำเสื้อนักเรียนของเขาจนยับย่น แต่สัมผัสที่อบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดจากตัวอาชวินที่เธอคุ้นเคยก็ทำให้เธอค่อยๆ เคลิบเคลิ้มและโอนอ่อนตามไปในที่สุด อาชวินค่อยๆ อุ้มนับดาวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเรียนตัวที่เธอใช้ติวหนังสือให้เขาเสมอ สมุดโน้ตและปากกาถูกปัดกระจัดกระจายลงบนพื้นห้องอย่างไม่ใยดี ในวินาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคนตรงหน้า มือหนาของอาชวินค่อยๆ เลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของนับดาวออกทีละเม็ดอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มและแก้มขึ้นสีระเรื่อ “ดาวสวยเหลือเกิน...” เขาซิบเบาๆ ก่อนจะประทับจูบลงบนลาดไหล่เนียนละเอียดนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา นับดาวรู้สึกถึงกระแสไฟที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกายเมื่อสัมผัสร้อนแรงของเขาแตะต้องผิวพรรณที่เธอหวงแหนมาตลอด แต่เพราะเป็นอาชวิน... เพราะเป็นคนที่เธอตั้งใจจะฝากชีวิตไว้ เธอจึงยอมให้เขาทำตามแต่ใจ ในห้องเรียนที่เคยมืดสลัวกลับดูร้อนระอุด้วยเพลิงรักที่จุดติดขึ้น เสียงลมหายใจหอบถี่สอดประสานกับเสียงฝนภายนอก อาชวินพยายามอย่างยิ่งที่จะมอบสัมผัสที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะให้ได้ เขาต้องการสลักชื่อและตัวตนของเขาลงในหัวใจและร่างกายของนับดาว เพื่อให้เธอกลายเป็นของเขา... และเขาเป็นของเธออย่างสมบูรณ์ “วิน... อย่าทิ้งดาวนะ” นับดาวกระซิบเสียงพร่าขณะที่โอบกอดคอเขาไว้แน่น “ไม่มีวัน... วินจะไม่มีวันทิ้งดาวเด็ดขาด” เขาโกหกทั้งน้ำตาที่คลอหน่วยตา อาชวินรู้ดีว่ายิ่งเขากอดเธอแน่นเท่าไหร่ หนทางข้างหน้าก็ยิ่งมืดมนมากขึ้นเท่านั้น แต่ในนาทีนี้ เขาขอเพียงแค่ให้ความทรงจำนี้คงอยู่ตลอดไป บทรักดำเนินไปอย่างเนิบนาบแต่ทว่าเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เอ่อล้น ทั้งคู่ต่างสำรวจและเรียนรู้ซึ่งกันและกันภายใต้ความเงียบสงัดของอาคารเรียน ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวคือคำสัญญาที่ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นวาจา รอยประทับที่เขาฝากไว้บนผิวเนื้อของเธอนั้นเปรียบเสมือนตราบาปที่เขาเต็มใจจะแบกรับไว้คนเดียว เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนฝนเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงน้ำหยดจากชายคาห้องเรียนที่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง อาชวินนั่งซ้อนหลังนับดาวอยู่บนโต๊ะเรียน เขาสวมกอดเธอจากด้านหลังและเอาคางเกยไหล่บางไว้ เขากำลังช่วยเธอติดกระดุมเสื้อกลับคืนอย่างตั้งใจ นิ้วมือที่เคยจับปืนมาอย่างโชกโชนในโลกมืดกลับดูสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องสัมผัสกระดุมเล็กๆ ของคนรัก “ดาว... พรุ่งนี้วินไปส่งที่บ้านนะ” เขาพูดพลางจูบซับที่ขมับเธอ นับดาวพยักหน้าพลางอิงแอบอกแกร่ง “วิน... ดาวรักวินนะ ไม่ว่าวินจะเป็นยังไง ดาวก็จะอยู่ข้างวินตลอดไป” อาชวินกระชับกอดให้แน่นขึ้น เขาหลับตาลงเพื่อซึมซับความสุขสุดท้ายก่อนที่เขาจะต้องกลับไปสวมหน้ากากเป็นทายาทมาเฟียอีกครั้ง เขาไม่ได้ตอบคำสัญญาของเธอ แต่ในใจเขาร้องไห้อย่างหนัก ถ้าดาวรู้ว่ามือคู่นี้ที่เพิ่งสัมผัสดาว... มันเปื้อนเลือดมามากขนาดไหน ดาวจะยังพูดคำนี้ออกมาได้อยู่มั้ย? รอยยิ้มหวานของนับดาวในชุดนักเรียนที่ดูยับย่นเล็กน้อยนั้นงดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และมันคือภาพที่อาชวินจะจดจำไว้จนวันตาย แม้ในวันที่เขาต้องกลายเป็นอาชญากรที่เธอต้องไล่ล่าก็ตามเสียงเพลง "รางวัลแด่คนตั้งใจ" ดังแว่วมาจากลำโพงของโรงเรียนสลับกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะปนสะอื้นของเหล่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในวันปัจฉิมนิเทศ เสื้อนักเรียนสีขาวของทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยปากกาเมจิกที่เขียนข้อความอวยพรและคำสัญญาว่าจะไม่ลืมกัน แต่สำหรับ ‘นับดาว’ เสื้อนักเรียนของเธอยังคงสะอาดสะอ้าน มีเพียงรอยปากกาสีน้ำเงินเข้มตรงอกซ้าย ใกล้กับตำแหน่งของหัวใจ เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นว่า ‘ดาวคือดวงใจของวิน... ตลอดไป’ “เขียนอะไรซึ้งขนาดนี้เนี่ยวิน เพื่อนๆ มาอ่านขำตายเลย” นับดาวก้มลงมองอกเสื้อตัวเองพลางแก้มแดงระเรื่อ เธอเงยหน้ามอง ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่วันนี้หล่อเหลาเป็นพิเศษในชุดนักเรียนที่รีดเรียบกริบ แม้ที่มุมปากจะมีรอยช้ำเล็กๆ ที่เขาอ้างว่าซุ่มซ่ามเดินชนประตูมาเมื่อวันก่อนก็ตาม “ใครจะขำก็ช่างเขาเสิ วินเขียนจากใจจริงๆ นะ” อาชวินยิ้มอบอุ่น มือหนาเอื้อมไปจัดคอเสื้อและลูบผมเปียที่ผูกโบสีขาวของเธออย่างทะนุถนอม “แล้วดาวล่ะ ไม่เขียนให้วินหน่อยเหรอ?” นับดาวอมยิ้มก่อนจะหยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมา เธอขยับเข้าไปใกล้จนชิดอกแกร่งของเขา ประคองสาบเสื้อนักเรียนตรงอกซ้ายของอา
เช้าวันต่อมาที่โรงเรียน บรรยากาศระหว่าง ‘อาชวิน’ และ ‘นับดาว’ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกทั้งคู่จะยังทำตัวเป็นนักเรียน ม.6 ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเหมือนเดิม แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม รอยประทับจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงอุ่นซ่านอยู่ในความทรงจำของทั้งคู่ นับดาวนั่งจัดระเบียบชีทสรุปวิชาสังคมศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงอนาคต “วิน รู้มั้ยว่าปีนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจรับผู้หญิงเพิ่มด้วยนะ ดาวตรวจเช็กระเบียบการมาหมดแล้ว ถ้าดาวสอบติด... ดาวคงได้ช่วยคนเยอะแยะเลย” อาชวินที่กำลังควงปากกาเล่นอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์แล้วรู้สึกจุกในอก “ดาวชอบความถูกต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?” “อืม... ดาวว่าโลกเราถ้าไม่มีกฎหมาย มันคงวุ่นวายน่าดู ดาวอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมมันดีขึ้นไง วินล่ะ... เรียนบริหารจบมาแล้ว อยากทำอสังหาฯ กับคุณพ่อจริงๆ เหรอ?” “คงงั้นมั้งดาว... วินเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก” อาชวินตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะหันไปเห็นชายแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่นอกรั้วโรงเรียน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็
บรรยากาศช่วงหลังเลิกเรียนในวันฝนตกหนักดูสลัวและเงียบเหงากว่าปกติ เสียงสายฝนที่กระทบหลังคาอาคารเรียนดังสนั่นจนกลบเสียงทุกอย่าง ‘นับดาว’ นั่งอยู่ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่เหลือเพียงเธอและ ‘อาชวิน’ เพียงสองคนเท่านั้น ไฟในห้องถูกปิดไปแล้วเพื่อประหยัดไฟตามระเบียบโรงเรียน มีเพียงแสงสลัวจากท้องฟ้าภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาพอให้เห็นเงาร่างของกันและกัน “วิน... ข้อนี้มันยากจัง ดาวอธิบายรอบที่สามแล้วนะ วินยังทำไม่ได้อีกเหรอ?” นับดาวบ่นอุบพลางขยับแว่นสายตา เธอไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจนั้นอยู่ในสายตาของอาชวินตลอดเวลา อาชวินไม่ได้มองสมุดโจทย์ที่อยู่ตรงหน้า แต่อารมณ์เขากำลังพลุ่งพล่าน วันนี้เขาเพิ่งถูกพ่อตำหนิเรื่อง "ความอ่อนแอ" และสั่งให้เขาไปร่วมงานที่เขาไม่อยากทำ แสงสว่างเดียวที่เขาอยากจะยึดเหนี่ยวไว้ตอนนี้มีเพียงผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้น “ดาว...” เสียงทุ้มเรียกเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปจับมือที่กำลังถือปากกาของเธอไว้ “หืม? มีอะไร...” ไม่ทันที่นับดาวจะพูดจบ อาชวินก็โน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากบางของเธออย่างแผ่วเบาแต่โหยหา นับดาวเบิกตาโวอย่างตกใจใ
ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ‘นับดาว’ เด็กสาวเจ้าของดวงตากลมโตฉายแววฉลาดหลักแหลม กำลังนั่งขะมักเขม้นกับการเขียนสรุปวิชาฟิสิกส์อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนตัวเดิมใต้ต้นหูกวาง ริมฝีปากบางพึมพำสูตรคำนวณเบาๆ อย่างมีสมาธิ เธอคือเด็กเรียนแถวหน้าของห้องที่ใครๆ ต่างก็เกรงใจในความเป๊ะและระเบียบวินัย จนกระทั่งแรงสะกิดที่ไหล่พร้อมกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ที่คุ้นเคยทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้น “ดาว... ข้อนี้ทำยังไงนะ อธิบายให้ฟังหน่อยดิ วินอ่านสามรอบแล้วยังไม่เข้าหัวเลย” เจ้าของเสียงทุ้มคือ ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ เขาอยู่ในชุดนักเรียนที่ระเบียบจัดจนผิดวิสัยเด็กผู้ชายทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นมองมาที่เธออย่างอ้อนๆ อาชวินไม่ใช่คนหัวช้า แต่เขาชอบหาเรื่องให้แฟนสาวคนเก่งได้ขยับมาใกล้ๆ เพื่อติวหนังสือให้เขาเสมอ “วิน! ดาวบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งใจอ่านโจทย์ก่อน ถ้ามัวแต่เล่นแบบนี้จะสอบเข้ามหาลัยพร้อมดาวได้ไง” นับดาวดุไม่จริงจังนัก แต่มือก็ดึงสมุดของเขามาดู “ก็มีแฟนเก่งขนาดนี้ วินจะกลัวอะไรล่ะครับ” อาชวินยิ้มกว้างพลางเท้าคางมองหน้าแฟนสาว “ดาวอยากเรียนต่อต







