INICIAR SESIÓNเช้าวันต่อมาที่โรงเรียน บรรยากาศระหว่าง ‘อาชวิน’ และ ‘นับดาว’ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกทั้งคู่จะยังทำตัวเป็นนักเรียน ม.6 ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเหมือนเดิม แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม รอยประทับจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงอุ่นซ่านอยู่ในความทรงจำของทั้งคู่
นับดาวนั่งจัดระเบียบชีทสรุปวิชาสังคมศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงอนาคต “วิน รู้มั้ยว่าปีนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจรับผู้หญิงเพิ่มด้วยนะ ดาวตรวจเช็กระเบียบการมาหมดแล้ว ถ้าดาวสอบติด... ดาวคงได้ช่วยคนเยอะแยะเลย” อาชวินที่กำลังควงปากกาเล่นอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์แล้วรู้สึกจุกในอก “ดาวชอบความถูกต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?” “อืม... ดาวว่าโลกเราถ้าไม่มีกฎหมาย มันคงวุ่นวายน่าดู ดาวอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมมันดีขึ้นไง วินล่ะ... เรียนบริหารจบมาแล้ว อยากทำอสังหาฯ กับคุณพ่อจริงๆ เหรอ?” “คงงั้นมั้งดาว... วินเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก” อาชวินตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะหันไปเห็นชายแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่นอกรั้วโรงเรียน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที เขาจำรอยสักที่คอของพวกมันได้... พวกมันคือคนของแก๊ง ‘มังกรโลกันต์’ คู่อริตัวฉกาจของพ่อเขา “ดาว... วินลืมของไว้ที่รถ เดี๋ยววินมานะ ดาวนั่งรอตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด” “อ้าว วิน! มีอะไรหรือเปล่า ท่าทางรีบร้อนจัง” นับดาวมองตามแฟนหนุ่มด้วยความสงสัย อาชวินรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทางหลังโรงเรียน เขาอ้อมไปประจันหน้ากับชายสองคนนั้นในมุมอับสายตา “พวกมึงมาทำอะไรที่นี่?” เสียงของเขาที่เคยอ่อนโยนกับนับดาว บัดนี้เย็นเยียบจนน่าขนลุก “แหม่... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ‘นายน้อย’ แห่งตระกูลอัครเดชโภคิน” หนึ่งในพวกมันเหยียดยิ้ม “นายใหญ่สั่งให้พวกเรามาดูหน้า ‘จุดอ่อน’ ของมึงหน่อย เห็นว่าหวงนักหวงหนานี่นา... เด็กผู้หญิงตากลมๆ คนนั้นน่ะเหรอ?” พลั่ก! ไม่ทันที่มันจะพูดจบ หมัดหนักๆ ของอาชวินก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของมันจนล้มคว่ำ เขาตามเข้าไปกระชากคอเสื้อแล้วกดมันแนบกับกำแพง แววตาของเขาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ “ถ้ามึงแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย... กูจะเผาแก๊งพวกมึงให้ไม่เหลือซาก กลับไปบอกนายมึงว่า อย่าล้ำเส้น!” อาชวินสะบัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี เขาหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธจัดและหวาดกลัว... กลัวว่าความมืดในชีวิตเขาจะลามไปถึงนับดาว เขาพยายามเช็ดรอยเลือดที่ติดอยู่ที่กำปั้นกับกางเกงนักเรียนอย่างลนลาน ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินกลับไปหานับดาว ช่วงเย็นวันนั้น หลังจากเลิกเรียนอาชวินอาสาไปส่งนับดาวที่บ้านเหมือนทุกวัน แต่ครั้งนี้เขาดูเหม่อลอยและคอยมองกระจกหลังรถมอเตอร์ไซค์อยู่ตลอดเวลา “วินเป็นอะไรหรือเปล่า? วันนี้วินดูแปลกๆ นะ” นับดาวถามขณะที่ลงจากรถหน้าบ้าน อาชวินถอดหมวกกันน็อกออก เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนับดาวเหมือนพยายามจะเก็บภาพนี้ไว้ให้นานที่สุด “ดาว... วินรักดาวนะ รักมากจริงๆ” “รู้แล้วค่ะ... บอกรอบที่ล้านแล้วมั้งเนี่ย” นับดาวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะสังเกตเห็นรอยแดงที่หลังมือของเขา “อุ๊ย! วิน มือไปโดนอะไรมา? ทำไมบวมแบบนี้ล่ะ?” “อ๋อ... เมื่อกลางวันวินซุ่มซ่ามไปกระแทกขอบโต๊ะน่ะ ไม่เป็นไรหรอก” เขาโกหกคำโตอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในช่วงนี้เหมือนยืนอยู่บนปากเหว ยิ่งนับดาวแสดงความบริสุทธิ์ใจและอุดมการณ์ของตำรวจออกมามากเท่าไหร่ อาชวินยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนบาปมากขึ้นเท่านั้น คืนนั้น... หลังจากนับดาวหลับไปแล้ว อาชวินแอบขับรถไปที่โกดังของพ่อ เขาไม่ได้ไปเพื่อเรียนรู้งานอสังหาฯ แต่เขาไปเพื่อ ‘พิสูจน์ตัวตน’ “พ่อ... ผมจะรับงานนี้เอง งานที่พ่อบอกว่าต้องกำจัดแก๊งมังกรโลกันต์” พ่อของเขามองลูกชายด้วยสายตาพึงพอใจ “คิดได้แล้วเหรออาชวิน? ไหนว่าอยากเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาไง” “ผมจะเป็นอะไรก็ได้... ถ้ามันหมายถึงการที่ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับคนของผมอีก” อาชวินกำหมัดแน่น แววตาของเขาดับวูบไป ไม่เหลือความสดใสของเด็กนักเรียนอีกต่อไป มีเพียงปีศาจร้ายที่กำลังตื่นขึ้นเพื่อปกป้องนางฟ้าของเขา วันต่อมา นับดาวชวนอาชวินไปติวหนังสือที่ห้องสมุดประชาชน บรรยากาศเงียบสงบทำให้นับดาวเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อาชวินที่เคยกวนประสาทและขี้เล่น บัดนี้เขานิ่งขรึมและชอบมองเหม่อไปที่หน้าต่าง “วิน... ถ้าดาวสอบติดนายร้อย แล้ววินไปเรียนบริหาร... เราจะยังมาเจอกันแบบนี้ใช่มั้ย?” อาชวินดึงนับดาวเข้าไปกอดจากทางด้านหลังท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน เขาฝังจมูกลงบนผมหอมๆ ของเธอ “วินจะพยายาม... ดาวสัญญาได้มั้ย ว่าถ้าวันหนึ่งวินทำอะไรผิดพลาดไป ดาวจะยกโทษให้วิน” “ทำไมพูดเหมือนจะไปทำความผิดล่ะ?” นับดาวหัวเราะพลางหันมามองหน้าเขา “แต่เอาเถอะ... ถ้ามันไม่ร้ายแรงเกินไป ดาวจะยกโทษให้ก็ได้ เพราะดาวรักวินที่สุดนี่นา” อาชวินเริ่มจูบเธออย่างโหยหาอีกครั้งในห้องสมุดที่เงียบกริบ เขาเบียดกายเข้าหาเธอจนแผ่นหลังของนับดาวพิงกับชั้นหนังสือไม้ มือหนาของเขาลูบไล้ไปตามเอวบางอย่างย่ามใจ “วิน... ที่นี่ห้องสมุดนะ...” นับดาวประท้วงเสียงสั่น แต่อารมณ์รักที่อาชวินมอบให้นั้นรุนแรงจนเธอไม่อาจต้านทานได้ เขาอุ้มเธอขึ้นไปวางบนโต๊ะไม้ตัวยาวที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ เสื้อนักเรียนของทั้งคู่ยับย่นอีกครั้ง บทรักครั้งนี้เต็มไปด้วยความโหยหาและความหวาดกลัวในใจของอาชวิน เขาต้องการตอกย้ำว่าเธอเป็นของเขาคนเดียว ไม่ว่าในอนาคตมือคู่นี้จะเปื้อนเลือดแค่ไหน เขาก็อยากให้เธอจำเพียงสัมผัสที่อ่อนโยนนี้ไว้ ความลับที่อาชวินแบกไว้กำลังเริ่มกัดกินหัวใจของเขา ในขณะที่นับดาวกำลังก้าวเดินไปหาแสงสว่าง... อาชวินกลับกำลังก้าวลึกลงไปในความมืดมิด เพื่อที่จะกลายเป็น "เกราะป้องกัน" ให้เธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เกราะใบนี้แหละที่จะเป็นสิ่งที่ทำร้ายเธอได้รุนแรงที่สุดในวันที่ความจริงถูกเปิดเผยเสียงเพลง "รางวัลแด่คนตั้งใจ" ดังแว่วมาจากลำโพงของโรงเรียนสลับกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะปนสะอื้นของเหล่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในวันปัจฉิมนิเทศ เสื้อนักเรียนสีขาวของทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยปากกาเมจิกที่เขียนข้อความอวยพรและคำสัญญาว่าจะไม่ลืมกัน แต่สำหรับ ‘นับดาว’ เสื้อนักเรียนของเธอยังคงสะอาดสะอ้าน มีเพียงรอยปากกาสีน้ำเงินเข้มตรงอกซ้าย ใกล้กับตำแหน่งของหัวใจ เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นว่า ‘ดาวคือดวงใจของวิน... ตลอดไป’ “เขียนอะไรซึ้งขนาดนี้เนี่ยวิน เพื่อนๆ มาอ่านขำตายเลย” นับดาวก้มลงมองอกเสื้อตัวเองพลางแก้มแดงระเรื่อ เธอเงยหน้ามอง ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่วันนี้หล่อเหลาเป็นพิเศษในชุดนักเรียนที่รีดเรียบกริบ แม้ที่มุมปากจะมีรอยช้ำเล็กๆ ที่เขาอ้างว่าซุ่มซ่ามเดินชนประตูมาเมื่อวันก่อนก็ตาม “ใครจะขำก็ช่างเขาเสิ วินเขียนจากใจจริงๆ นะ” อาชวินยิ้มอบอุ่น มือหนาเอื้อมไปจัดคอเสื้อและลูบผมเปียที่ผูกโบสีขาวของเธออย่างทะนุถนอม “แล้วดาวล่ะ ไม่เขียนให้วินหน่อยเหรอ?” นับดาวอมยิ้มก่อนจะหยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมา เธอขยับเข้าไปใกล้จนชิดอกแกร่งของเขา ประคองสาบเสื้อนักเรียนตรงอกซ้ายของอา
เช้าวันต่อมาที่โรงเรียน บรรยากาศระหว่าง ‘อาชวิน’ และ ‘นับดาว’ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกทั้งคู่จะยังทำตัวเป็นนักเรียน ม.6 ที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเหมือนเดิม แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม รอยประทับจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงอุ่นซ่านอยู่ในความทรงจำของทั้งคู่ นับดาวนั่งจัดระเบียบชีทสรุปวิชาสังคมศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงอนาคต “วิน รู้มั้ยว่าปีนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจรับผู้หญิงเพิ่มด้วยนะ ดาวตรวจเช็กระเบียบการมาหมดแล้ว ถ้าดาวสอบติด... ดาวคงได้ช่วยคนเยอะแยะเลย” อาชวินที่กำลังควงปากกาเล่นอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์แล้วรู้สึกจุกในอก “ดาวชอบความถูกต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?” “อืม... ดาวว่าโลกเราถ้าไม่มีกฎหมาย มันคงวุ่นวายน่าดู ดาวอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมมันดีขึ้นไง วินล่ะ... เรียนบริหารจบมาแล้ว อยากทำอสังหาฯ กับคุณพ่อจริงๆ เหรอ?” “คงงั้นมั้งดาว... วินเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก” อาชวินตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะหันไปเห็นชายแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่นอกรั้วโรงเรียน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็
บรรยากาศช่วงหลังเลิกเรียนในวันฝนตกหนักดูสลัวและเงียบเหงากว่าปกติ เสียงสายฝนที่กระทบหลังคาอาคารเรียนดังสนั่นจนกลบเสียงทุกอย่าง ‘นับดาว’ นั่งอยู่ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่เหลือเพียงเธอและ ‘อาชวิน’ เพียงสองคนเท่านั้น ไฟในห้องถูกปิดไปแล้วเพื่อประหยัดไฟตามระเบียบโรงเรียน มีเพียงแสงสลัวจากท้องฟ้าภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาพอให้เห็นเงาร่างของกันและกัน “วิน... ข้อนี้มันยากจัง ดาวอธิบายรอบที่สามแล้วนะ วินยังทำไม่ได้อีกเหรอ?” นับดาวบ่นอุบพลางขยับแว่นสายตา เธอไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจนั้นอยู่ในสายตาของอาชวินตลอดเวลา อาชวินไม่ได้มองสมุดโจทย์ที่อยู่ตรงหน้า แต่อารมณ์เขากำลังพลุ่งพล่าน วันนี้เขาเพิ่งถูกพ่อตำหนิเรื่อง "ความอ่อนแอ" และสั่งให้เขาไปร่วมงานที่เขาไม่อยากทำ แสงสว่างเดียวที่เขาอยากจะยึดเหนี่ยวไว้ตอนนี้มีเพียงผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้น “ดาว...” เสียงทุ้มเรียกเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปจับมือที่กำลังถือปากกาของเธอไว้ “หืม? มีอะไร...” ไม่ทันที่นับดาวจะพูดจบ อาชวินก็โน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากบางของเธออย่างแผ่วเบาแต่โหยหา นับดาวเบิกตาโวอย่างตกใจใ
ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ‘นับดาว’ เด็กสาวเจ้าของดวงตากลมโตฉายแววฉลาดหลักแหลม กำลังนั่งขะมักเขม้นกับการเขียนสรุปวิชาฟิสิกส์อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนตัวเดิมใต้ต้นหูกวาง ริมฝีปากบางพึมพำสูตรคำนวณเบาๆ อย่างมีสมาธิ เธอคือเด็กเรียนแถวหน้าของห้องที่ใครๆ ต่างก็เกรงใจในความเป๊ะและระเบียบวินัย จนกระทั่งแรงสะกิดที่ไหล่พร้อมกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ที่คุ้นเคยทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้น “ดาว... ข้อนี้ทำยังไงนะ อธิบายให้ฟังหน่อยดิ วินอ่านสามรอบแล้วยังไม่เข้าหัวเลย” เจ้าของเสียงทุ้มคือ ‘อาชวิน’ แฟนหนุ่มร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ เขาอยู่ในชุดนักเรียนที่ระเบียบจัดจนผิดวิสัยเด็กผู้ชายทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นมองมาที่เธออย่างอ้อนๆ อาชวินไม่ใช่คนหัวช้า แต่เขาชอบหาเรื่องให้แฟนสาวคนเก่งได้ขยับมาใกล้ๆ เพื่อติวหนังสือให้เขาเสมอ “วิน! ดาวบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งใจอ่านโจทย์ก่อน ถ้ามัวแต่เล่นแบบนี้จะสอบเข้ามหาลัยพร้อมดาวได้ไง” นับดาวดุไม่จริงจังนัก แต่มือก็ดึงสมุดของเขามาดู “ก็มีแฟนเก่งขนาดนี้ วินจะกลัวอะไรล่ะครับ” อาชวินยิ้มกว้างพลางเท้าคางมองหน้าแฟนสาว “ดาวอยากเรียนต่อต







