Share

คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย
คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย
Author: จิบสุรารำลึกความหลัง

บทที่ 1

Author: จิบสุรารำลึกความหลัง
เสียงลมหวีดหวิวอยู่ข้างหู ก่อนที่ฉันจะหมดสติไปอย่างสมบูรณ์

เมื่อฉันค่อย ๆ ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เสียงร้องไห้กระซิก ๆ ของเจียงรั่วหลีก็ดังอยู่ข้างหู

“ฉันไม่ได้พูดอะไรจริง ๆ นะ พี่สาวกระโดดลงไปเอง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเป็นอะไร”

พี่ชายเจียงซวี่ไป๋เห็นดังนั้นก็รีบก้าวเข้ามา เอาตัวบังเจียงรั่วหลีไว้ด้านหลัง แสดงท่าทีปกป้องเธอเต็มที่

“พ่อ แม่ นี่ต้องเป็นละครที่เจียงเหมียนจัดฉากขึ้นเองแน่ ๆ ผมว่าเธอก็แค่อยากใช้เรื่องนี้ใส่ร้ายอาหลี!”

“ถ้าเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่จริง ๆ ทำไมถึงจงใจเลือกกระโดดตรงที่มีชานรองรับด้วยล่ะ?”

“ก็เพราะกะไว้แล้วว่าตกลงไปยังไงก็ไม่ตายไม่ใช่หรือไง? เห็นชัด ๆ ว่าเธอมีเจตนาไม่ดี!”

เจียงซวี่ไป๋เห็นว่าสายตาของพ่อแม่เริ่มคล้อยตาม พอหันกลับมาก็สบเข้ากับดวงตาของฉันที่เพิ่งลืมขึ้นพอดี

ดวงตาของเขาเป็นประกาย ราวกับจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ โดยไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูด เขาก็กระชากฉันลงจากเตียง ก่อนจะทั้งลากทั้งดึงไปกดไว้ข้างหน้าต่าง

“พ่อ แม่ ดูสิครับ นี่ชั้นสามสิบเลยนะ ข้างล่างไม่มีอะไรช่วยรองรับเลย”

“ถ้าเธอตั้งใจจะตายจริง ๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่กระโดดล่ะ?”

“ผมว่าเธอก็แค่เสแสร้งเท่านั้น! ก็แค่อยากใส่ร้ายอาหลี!”

ฉันเพิ่งฟื้น สมองยังมึนงงไปหมด ทั้งตัวก็ปวดระบม กำลังเสียดายอยู่ว่าทำไมครั้งนี้ถึงยังไม่ตายอีก

พอถูกเขากดไว้ตรงหน้าต่างแบบนี้ ภาพความสูงจากชั้นสามสิบที่ไร้สิ่งบดบังก็พุ่งเข้าสู่สายตาเต็ม ๆ

ฉันถึงกับชอบใจขึ้นมาทันที

เจียงซวี่ไป๋ยังคงพูดไม่หยุด ส่วนฉันทนแรงล่อใจไม่ไหว จนปีนออกไปนอกร่างกายครึ่งหนึ่งแล้ว

พวกเขายังพูดกันไม่ทันจบ พอหันกลับมาก็เห็นภาพตรงหน้าเข้าเต็มตา

บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

วินาทีต่อมา ทั้งห้องก็โกลาหลขึ้นมาทันที ทั้งเสียงกรีดร้อง ทั้งการฉุดกระชาก วุ่นวายไปหมด

ฉันดิ้นรน ตะเกียกตะกาย บิดตัวสุดแรง พยายามกระเถิบออกไปข้างนอกให้ได้

พวกเขาหลายคนกรูกันเข้ามาช่วยจับฉันไว้ ทั้งปลอบทั้งเกลี้ยกล่อม ออกแรงกันแทบตาย กว่าจะลากฉันกลับไปที่เตียงได้สำเร็จ

เจียงซวี่ไป๋ยังคิดจะพูดอะไรต่อ แต่เพิ่งจะอ้าปาก ก็ถูกเสียง “ปัง!” ของพ่อขัดขึ้นเสียก่อน

“พอได้แล้ว! หุบปากเดี๋ยวนี้!”

พ่อกระแทกหน้าต่างปิดแล้วล็อกไว้แน่น ก่อนยกนิ้วที่สั่นเทาชี้มาที่ฉัน แล้วหันไปหาเจียงซวี่ไป๋

“แกเคยเห็นเด็กบ้านไหนเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีแบบนี้บ้าง?”

“เหมียนเหมียนเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแกนะ! ดูสิว่าแกบีบคั้นน้องจนกลายเป็นสภาพไหนแล้ว!”

พูดจบ พ่อกับแม่ก็ถอนหายใจ ก่อนค่อย ๆ เดินมาที่ข้างเตียงฉัน “เหมียนเหมียน...”

พ่อกับแม่ยังไม่ทันได้พูดต่อ เสียงสะอื้นของเจียงรั่วหลีที่ยกมือกุมอกก็ดังแทรกขึ้นมา

“เป็นเพราะฉันทั้งนั้น พี่สาวถึงได้คิดสั้นแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น...ฉันไปเองดีกว่า...”

พอได้ยินแบบนั้น พ่อกับแม่ก็ชะงักไปทันที สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาในพริบตา

“อาหลี อย่าคิดอะไรเหลวไหล! ลูกจะเป็นลูกสาวของตระกูลเจียงตลอดไป ไม่มีใครมาแทนที่ลูกได้!”

เจียงซวี่ไป๋ถึงกับเดินเข้าไปยืนขวางหน้าเธอไว้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับกำลังสาบาน

“ชาตินี้เจียงซวี่ไป๋จะยอมรับเธอเป็นน้องสาวแค่คนเดียว! ต่อให้ใครต้องออกไป ก็ไม่มีวันถึงตาเธอ!”

ถ้าเป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ บางทีฉันอาจจะยังรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

แต่น่าเสียดาย คำพูดแบบเดียวกันนี้ ฉันได้ยินมาถึงเจ็ดครั้งเต็ม ๆ แล้ว

จำได้ขึ้นใจจนท่องย้อนกลับได้อย่างคล่องปาก เหลือเพียงความขยะแขยงเท่านั้น

ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงถาโถมเข้ามา ใบหน้าของพวกเขาพร่าเลือนอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางสติที่เลือนราง ฉันก็นึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาอีกครั้ง

ฉันเป็นคนดวงซวย ปีที่ชีวิตย่ำแย่ที่สุด ฉันสูญเสียความทรงจำ แถมยังไม่มีเงิน จนเกือบอดตายข้างถนน

ดังนั้น ตอนที่ระบบบอกว่าฉันคือผู้ถูกเลือกให้เป็นนางเอกในนิยายแนวลูกสาวตัวจริงกับลูกสาวตัวปลอม และถ้าทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับเงินรางวัลก้อนโต

เพื่อให้ได้กินอิ่มท้อง ฉันจึงตอบตกลงไปโดยไม่คิดเลย

แต่ระบบกลับระบุเป้าหมายที่ฉันต้องพิชิตใจผิด ทำให้ฉันต้องเผชิญพล็อตลูกสาวแท้ตระกูลมหาเศรษฐีที่ถูกทรมานทั้งกายและใจติดต่อกันถึงเจ็ดครั้ง

ฉันถึงขั้นถูกวินิจฉัยว่าเป็นอาการบาดเจ็บจากการทำงาน แถมสถานะ “ลูกสาวตัวจริง” ยังกลายเป็นปมฝังใจร้ายแรงของฉันอีกด้วย

ตอนที่ฉันกำลังจะเกษียณพร้อมเงินชดเชยห้าร้อยล้านบาท คู่สามีภรรยาตระกูลมหาเศรษฐีคู่ที่แปดก็ตามหาฉันจนเจอ

“โฮสต์ คุณจะยอมแพ้ภารกิจจริง ๆ เหรอ? ฉันสาบานว่าคราวนี้ไม่ได้ระบุเป้าหมายที่คุณต้องพิชิตใจผิด พวกเขาคือครอบครัวแท้ ๆ ของคุณ...”

“ถ้าคุณยังจะยอมแพ้ กฎก็ยังเหมือนเดิม แค่ตายในโลกนี้ก็พอ”

ฉันกำลังต่อรองกับระบบอยู่ในหัว

วินาทีต่อมา เสียงของเจียงซวี่ไป๋ก็ดึงสติฉันกลับมา

“เจียงเหมียน! ดูสิว่าเธอก่อเรื่องอะไรไว้!”

ฉันเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับสีหน้ามืดครึ้มของเขาพอดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 21

    เขาหลับตาลง เอาหน้าผากพิงกรอบประตูเย็นเฉียบคืนนั้น แม่นั่งอยู่ข้างเตียงของเจียงซวี่ไป๋เพียงลำพังเธอเปิดดูรูปในโทรศัพท์ของเขาจนเจอรูปเก่าเมื่อหลายปีก่อน...เจียงซวี่ไป๋ในช่วงวัยรุ่นกับเจียงเหมียนตอนยังเด็กทั้งคู่นั่งอยู่ในกระเช้าชิงช้าสวรรค์ เจียงซวี่ไป๋ถือสายไหมก้อนใหญ่ยักษ์ ส่วนเจียงเหมียนขี่คอเขา หัวเราะจนเห็นเหงือกตรงช่องที่ฟันหน้าหายไปหนึ่งซี่ตรงมุมรูปมีข้อความบันทึกไว้ เป็นข้อความที่เจียงซวี่ไป๋เขียนเพิ่มไว้เอง...“เหมียนเหมียนบอกว่าอยากได้ก้อนที่ใหญ่ที่สุด ฉันบอกว่าได้”แม่มองรูปนั้นอยู่นานมากจากนั้นเธอก็เปิดอ่านข้อความกว่าหนึ่งพันข้อความที่เจียงซวี่ไป๋ส่งหาเจียงเหมียนอ่านทีละข้อความจากคำขอโทษ เปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่า แล้วกลายเป็นประโยคคำถามจนกระทั่งถึงข้อความสุดท้ายที่ไม่ได้ส่งออกไป...“ถ้าเธอไม่อยู่แล้วจริง ๆ มาเข้าฝันพี่สักครั้งได้ไหม”“พี่อยากรู้ว่าตอนสุดท้ายเธอเจ็บหรือเปล่า”แม่คว่ำโทรศัพท์แนบไว้กับอกในห้องผู้ป่วยเงียบสงัดมีเพียงเสียงติ๊ด ๆ จากเครื่องมอนิเตอร์เธอหลับตาลง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดกับเจียงซวี่ไป๋ หรือกับลูกสาวที่ไม่

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 20

    เขาเริ่มตบหน้าตัวเองแต่ละครั้งใช้แรงเต็มที่ ไม่นานแก้มก็บวมขึ้น เลือดซึมออกจากมุมปากคนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมอง บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บางคนกระซิบว่า “เป็นบ้าหรือเปล่า”เขาไม่ได้ยินเขาตบหน้าตัวเองไปพลาง พูดไปพลางเสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่ออก“เจียงเหมียน”ตบหนึ่งครั้ง“พี่ผิดไปแล้ว”ตบหนึ่งครั้ง“กลับมาเถอะ”ตบหนึ่งครั้ง“ขอร้องล่ะ”“บ้านตระกูลเจียงขาดเธอไม่ได้”ไม่มีใครตอบเขาหน้าจอโทรศัพท์ดับลงเขากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวจู่ ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาฤดูหนาวตอนอายุสิบสาม เจียงเหมียนมีไข้สูงถึงสี่สิบองศา เขาปีนหน้าต่างออกไปกลางดึกเพื่อซื้อยาลดไข้ให้เธอร้านขายยาปิดแล้ว เขาวิ่งตระเวนหาอยู่ถึงสี่ช่วงถนน สุดท้ายถึงซื้อยามาได้หนึ่งกล่องจากร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตอนวิ่งกลับมา เขาเองก็หนาวจนเป็นหวัดแต่ตอนยื่นยาให้แม่ เขากลับยิ้มอย่างมีความสุขเขาพูดว่า “น้องสาวผมจะป่วยไม่ได้ เธอป่วยที ผมทรมานยิ่งกว่าเธออีก”เจียงซวี่ไป๋ในวัยยี่สิบสามยืนอยู่กลางถนน นึกถึงตัวเองในวัยสิบสามตัวเขาในวัยสิบสามคงไม่มีวันเข้าใจว่า ทำไมสิบปีต่อมา เขาถ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 19

    ก่างเฉิงที่อยู่ห่างออกไปสามพันกิโลเมตรไฟในคฤหาสน์ตระกูลเจียงดับไปเกินครึ่งแม่นั่งอยู่ในห้องที่เจียงเหมียนเคยพัก ลูบผ้าปูเตียงอันว่างเปล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอพบของบางอย่างอยู่ใต้ที่นอนเศษปูนสีขาวอมเทากองเล็ก ๆเป็นเศษปูนจากผนังช่วงหลายวันที่เจียงเหมียนถูกขังอยู่ในบ้าน ไม่มีมีด ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีบันได สิ่งเดียวที่เธอทำแก้เบื่อได้คือใช้เล็บแคะผิวผนังบนผนังข้างกองเศษปูน มีข้อความอยู่หนึ่งบรรทัดไม่ได้เขียน แต่ใช้เล็บขีดสลักลงไปทีละขีดตัวอักษรบิดเบี้ยว บางตัวถูกสลักลึกเสียจนผิวผนังถูกเซาะเป็นร่อง“ครั้งที่แปดแล้ว พอสักที”แม่มองข้อความบรรทัดนั้น ก่อนทรุดนั่งลงกับพื้น ร้องไห้จนแทบหายใจไม่ออกพ่อจ้างนักสืบเอกชนทั้งโรงแรม เกสต์เฮาส์ และที่พักรายย่อยทุกแห่งในก่างเฉิง ถูกไล่ตรวจสอบทีละแห่งประวัติการเข้าออกสนามบิน ตรวจระบบจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟและสถานีขนส่งทางไกล ตรวจภาพย้อนหลังสามเดือนจากกล้องวงจรปิดทั่วทั้งเมืองก็ถูกเรียกมาตรวจสอบไม่มีไม่มีบันทึกใด ๆ เลยไม่มีประวัติเข้าพัก ไม่มีประวัติเดินทาง ไม่มีประวัติใช้จ่ายไม่มีกล้องตัวไหนจับภาพเธอได้เลยราวกับคนคนนี้ไม่เ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 18

    ห้องพักในโรงแรมเชนมีขนาดเล็กมากมีเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้หนึ่งตัว และห้องน้ำที่ถือว่าสะอาดใช้ได้พอเปิดม่านออก ก็เห็นถนนธรรมดาสายหนึ่ง ด้านล่างมีร้านผลไม้กับจุดรับส่งพัสดุฉันนั่งลงริมเตียง หยิบของในถุงพลาสติกออกมาทีละชิ้นชุดเก่าหนึ่งตัว ด้ายที่รุ่ยตรงคอเสื้อเพิ่งถูกตัดออกเมื่อสองวันก่อนเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุด พ่อบ้านเป็นคนให้มา แต่ใหญ่กว่าตัวฉันหนึ่งไซซ์รองเท้าแตะหนึ่งคู่ พื้นรองเท้าสึกจนบางแล้วสร้อยคอหนึ่งเส้นฉันหยิบสร้อยจี้ดาวดวงเล็กออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียงสายสร้อยเงินขดอยู่บนพื้นโต๊ะสีขาว จี้รูปดาวดวงเล็กหงายขึ้น แฉกทั้งห้ายื่นเด่นออกมา โดยมีหนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยระบบพูดว่า “เงินหนึ่งพันล้านบาทเข้าบัญชีแล้ว ตัวตนใหม่เปิดใช้งานแล้ว คุณยืนยันว่าจะออกจากโลกปัจจุบันหรือไม่?”ฉันยังไม่กดยืนยันทันที“โฮสต์?”“อืม”“คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”ฉันจ้องดาวดวงเล็กนั้น“สร้อยเส้นนี้เอาไปด้วยได้ไหม?”ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง“ไม่ได้ หลังออกจากโลกนี้แล้ว สิ่งของทั้งหมดในโลกนี้จะยังคงอยู่ที่เดิม”“รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณสวมอยู่ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชุดมาตรฐานขอ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 17

    เขาพิงกรอบประตูอยู่ ราวกับยืนตรงนั้นมานานแล้วผ้าก๊อซที่มือขวาถูกเปลี่ยนใหม่ แต่ยังคงมีเลือดซึมออกมา...เขากำหมัดแน่นอยู่ตลอดเมื่อเห็นฉันหิ้วถุงพลาสติกเดินลงมา เขาก็ไม่ขยับไม่ขวาง ไม่ด่า ไม่ซักถามแค่ยืนมองฉันอยู่ตรงนั้นฉันหยุดอยู่ห่างจากเขาสามก้าวเราสบตากันอยู่หลายวินาทีเขาหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสร้อยคอเส้นหนึ่งมันเก่ามากแล้ว เป็นสร้อยเงินที่หมองจนดำ สายสร้อยบางราวกับพร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อจี้เป็นรูปดาวดวงเล็ก ๆมีห้าแฉก ขัดแต่งด้วยมือจนรูปทรงไม่ค่อยสมมาตร หนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยฉันจำมันได้ทันทีไม่ใช่เพราะฉันจำได้เองแต่เพราะในข้อมูลของระบบมีบันทึกไว้ตอนเจียงซวี่ไป๋อายุสิบสาม เขาเก็บเงินค่าขนมอยู่นานครึ่งปี ตระเวนหาร้านเครื่องประดับทั่วก่างเฉิง ก่อนจะซื้อสร้อยเส้นนี้มาได้จากแผงลอยข้างถนนแห่งหนึ่งเขามอบมันให้เจียงเหมียนในวัยสิบขวบมันเป็นเครื่องประดับชิ้นแรกที่เจียงเหมียนเคยได้รับต่อมาเจียงรั่วหลีก็เข้ามาวันหนึ่ง จู่ ๆ สร้อยเส้นนี้ก็หายไปเจียงเหมียนค้นจนทั่วทั้งห้อง และถามทุกคนจนหมดเจียงรั่วหลีขอบตาแดง พูดว่า “พี่ ขอโทษนะ ตอนฉันทำความสะ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 16

    เจ้าหน้าที่ศาลจับแขนเจียงรั่วหลีลากตัวออกไปเล็บของเธอครูดกับพื้น ส่งเสียงแหลมบาดหูเสียงร้องไห้โวยวายดังจากห้องพิจารณาคดีไปถึงทางเดิน ลามออกไปนอกอาคาร ก่อนจะถูกประตูรถที่ปิดลงกั้นจนขาดหายไปฉันแทะไก่ทอดจนหมด แล้วเช็ดมือระบบพูดว่า “การพิจารณาคดีจบแล้ว”ฉันตอบ “อืม รสชาติไม่เลว”ระบบ “...ฉันหมายถึงการพิจารณาคดี”“อ๋อ”ฉันยกถาดไปเก็บตรงจุดคืนถาด แล้วเดินออกจากร้านฟาสต์ฟู้ดระบบพูดว่า “ระดับความสำเร็จในการพิชิตเป้าหมาย 99%”เหลืออีกแค่ขั้นตอนสุดท้ายคนตระกูลเจียงทั้งสามกลับถึงคฤหาสน์ตอนสี่โมงเย็นฉันรู้ เพราะฉันมาถึงตั้งแต่บ่ายสามครึ่งแล้วฉันกำลังเก็บของจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรให้เก็บมากนักตอนมาบ้านตระกูลเจียง ฉันแทบไม่มีของของตัวเองอยู่แล้วชุดเก่าตัวนั้น เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุดที่พ่อบ้านให้มา แล้วก็รองเท้าแตะหนึ่งคู่ยังมีกระเป๋าเป้ใบนั้น...มีดกับสารกำจัดศัตรูพืชข้างในถูกตำรวจยึดไปแล้ว ตอนนี้จึงว่างเปล่าฉันพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วยัดลงในถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตภาพครอบครัวที่พ่อยกมาให้วางพิงอยู่ตรงมุมห้องในภาพ พ่อกับแม่สมัยยังหนุ่มสาวยิ้มอย่างมีความสุข ตร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status