LOGINฉันเพิ่งจดทะเบียนสมรสกับคุณชายแห่งแวดวงเมืองหลวงเมื่อตอนเช้า พอตกบ่ายเขาก็พาฉันมาหย่า ฉันกำสมุดทะเบียนสีแดงและสีเขียวทั้งสองเล่มไว้แน่นขณะที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ขณะที่ข้างกายมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างไม่เกรงใจจากพวกเพื่อนของเขา “เซี่ยชิงหาน นายถึงกับพาคุณหนูใหญ่มาจดทะเบียนแล้วก็หย่าจริง ๆ เพราะคำพูดประโยคเดียวของหลินซวงหัวเนี่ยนะ” “ฮ่า ๆ พวกนายดูสิ คุณหนูใหญ่หน้าซีดไปหมดแล้ว คงไม่ใช่ว่าจะร้องไห้หรอกนะ!” ทว่าเซี่ยชิงหานกลับโอบไหล่หลินซวงหัวผู้เป็นน้องสาวบุญธรรม พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ได้ทะเบียนมาครบทั้งสองใบแล้ว ทีนี้ยอมยิ้มให้ฉันแล้วใช่ไหม??” หลินซวงหัวหลุดหัวเราะพรืด รอยยิ้มเบ่งบานบนใบหน้าที่เคยเย็นชา ฉันอยากเข้าไปเค้นถาม แต่กลับถูกพี่ชายทั้งสามคนดึงตัวเอาไว้แน่น พี่ใหญ่ที่เป็นประธานบริษัทขมวดคิ้ว “มีแค่เซี่ยชิงหานที่ทำให้ซวงหัวหัวเราะได้ เธอสะสมบุญกุศลบ้างเถอะ” พี่รองที่เป็นราชาจอเงินผลักฉันล้มลงกับพื้น “ชาติกำเนิดของเขาน่าสงสาร ส่วนเธอมีพร้อมทุกอย่าง ผู้ชายแค่คนเดียวไม่ได้ขาดแคลนหรอกน่า” พี่ชายคนที่สามซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาตีหน้าขรึม “เซี่ยชิงหานน่าจะแต่งงานกับเขาตั้งนานแล้ว เธออย่าไปตามตอแยพวกเขาอีกเลย” พวกเขาจับยัดฉันเข้าไปในรถ ไม่ยอมให้ฉันเป็นตัวขัดขวางความสุขของแสงจันทร์ขาวในดวงใจของพวกเขา ในที่สุดระบบที่หายไปนานก็ออนไลน์ขึ้นมา [โฮสต์ ตรวจพบว่าภารกิจจีบเป้าหมายสำเร็จแล้ว! ต้องการกลับสู่โลกจริงเลยไหมคะ] ฉันนั่งอยู่บนเบาะหลังพลางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความเศร้าหมอง ทว่ากลับเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ละครฉากเศร้าที่แสดงเพื่อภารกิจนี้จบลงแล้ว ความรักความแค้นของพวกเขา นับจากนี้ฉันไม่ขอร่วมวงด้วยอีกต่อไป!
View More“ไม่! ไม่ใช่แบบนั้น!”เซี่ยชิงหานแผดเสียงคำรามอย่างสิ้นหวัง“ตอนนี้เธอก็กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ ห้องทดลองของฉันวิจัยจนได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ฉันดึงระบบของหลินซวงหัวออกมาได้แล้ว...”ฉันแค่นหัวเราะพร้อมกับขัดจังหวะเขา“สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าการวิจัย ก็แค่การทรมานคนอื่นด้วยวิธีที่โหดร้ายยิ่งกว่า และใช้การทำร้ายตัวเองมาทำให้ตัวเองชาชินก็เท่านั้น”จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งกระแทกประตูเปิดออก ชูมีดพุ่งพรวดเข้ามาหาฉัน“เสิ่นมู่เหอ! เป็นเพราะเธอคนเดียว ฉันถึงได้กลายเป็นแบบนี้!”หลินซวงหัวนั่นเอง!ฉันแทบจะจำเธอไม่ได้แล้วบนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวดวงตาข้างหนึ่งบอดไปแล้ว เบ้าตาที่กลวงโบ๋ทำให้รู้สึกหนาวสั่นด้วยความหวาดกลัวเซี่ยชิงหานตอบสนองได้เร็วที่สุด แทบจะในวินาทีที่เธอพุ่งเข้ามา เขาก็เตะเข้าที่หน้าอกของเธออย่างแรงหนึ่งทีหลินซวงหัวกรีดร้องเสียงหลง ร่างกระเด็นลอยออกไปก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงเธอหมอบอยู่บนพื้น เลือดสด ๆ ทะลักออกจากปากไม่หยุด“เสิ่นมู่เหอ...เธอต้องตายอย่างอนาถ! พวกเขาทำลายทุกอย่างของฉัน ก็เพราะเธอ...”เธอพูดยังไม่ทันจบ ก็ขาดใจตายไปเสียแล้ว
สิ้นเสียงพูด ความรู้สึกถูกกระชากอันคุ้นเคยก็ถาโถมเข้าใส่ทั่วทั้งร่างภาพเบื้องหน้ากลายเป็นสีขาวโพลนอันเย็นเยียบฉันถูกส่งตัวมายังหน้าห้องไอซียูของโรงพยาบาลโถงทางเดินอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจนทำให้รู้สึกพะอืดพะอมด้านหลังประตูเลื่อนกระจกของห้องไอซียู มีร่างที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้านอนอยู่นั่นคือร่างกายของ “เสิ่นมู่เหอ” ที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษบนตัวของเธอเต็มไปด้วยสายท่อสารพัดชนิดเสียบคาไว้ และเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องพยุงชีพที่อยู่ด้านข้างเส้นกราฟที่ขยับขึ้นลงบนหน้าจอเป็นเพียงหลักฐานเดียวที่พิสูจน์ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ทว่าคนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียง กลับเป็นร่างหนึ่งที่ผอมซูบจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมเสิ่นมู่หยางผู้เป็นพี่สามเมื่อก่อนเขามักจะสวมเสื้อกาวน์สีขาวอย่างพิถีพิถันเสมอ พร้อมกับเล่าเรื่องตลกในห้องทดลองให้ฉันฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ตอนนี้ เส้นผมของเขากลับยุ่งเหยิงและลู่ติดอยู่บนหน้าผากเสื้อกาวน์สีขาวที่เดิมทีเคยใส่ได้พอดีตัว เมื่อสวมอยู่บนร่างกลับหลวมโพรกราวกับแขวนไว้บนโครงกระดูกเขาฟุบหน้าลงข้างเตียงในสภาพนั้น มือข้างหนึ่งจับข้อมือของคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่ว
ฉันกลับมายังสถานสงเคราะห์ที่ฉันเติบโตมาตั้งแต่ผู้อำนวยการคุณแม่หวังจากไป ที่นี่ก็ปิดตัวลงเพราะขาดแคลนเงินทุนอาคารหลังเล็กที่ทรุดโทรมไม่เหลือความคึกคักเหมือนในอดีตมานานแล้ว บนกำแพงสถานสงเคราะห์มีตะไคร่น้ำขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด ประตูเหล็กก็มีสนิมเกาะฉันยืนอยู่ด้านนอกประตู ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยฉันถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าประตูสถานสงเคราะห์ตั้งแต่ตอนเด็กมาก ๆ เป็นคุณแม่หวังที่เก็บฉันกลับมา และเลี้ยงดูฉันจนเติบใหญ่เธอเคยเป็นความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของฉัน ทว่ากลับด่วนจากไปเพราะอาการป่วยตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเรียนมหาวิทยาลัยฉันยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณของเธอ ก็ต้องสูญเสียญาติเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ไปเสียแล้วเธอมักจะพูดเสมอว่า“เหอเหอต้องเป็นคนที่มีแสงสว่างในหัวใจนะ”ประโยคนี้ฉันจดจำมาหลายปีในวันนี้ฉันมีความสามารถแล้ว ย่อมต้องปกป้องความอบอุ่นนี้แทนเธอฉันใช้เวลาสามเดือนในการซ่อมแซมสถานสงเคราะห์แห่งนี้ใหม่ฉันเปลี่ยนชื่อสถานสงเคราะห์ใหม่ว่าแสงตะวันหวังว่าฉันจะสามารถส่องสว่างให้กับเด็ก ๆ ที่ไร้ที่พึ่งพิงเหล่านี้ได้ เหมือนกับที่คุณแม่หวังเคยส่องสว่างให้กับฉันในอดีตฉันท
หมอดึงตัวฉันไปตรวจซ้ำอีกหลายครั้ง เมื่อแน่ใจว่าฉันไม่เป็นอะไรแล้วถึงยอมให้ฉันออกจากโรงพยาบาลฉันตรงไปที่ธนาคารเป็นอันดับแรกฉันมองชุดตัวเลขในบัญชี ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง[โฮสต์คะ ฉันกำลังจะไปแล้ว แต่มีความจริงบางอย่าง คุณยังอยากรู้ไหมคะ]ฉันลูบบัตรธนาคารไปมาโดยไม่พูดอะไรแม้ว่าระบบที่ไม่เอาไหนนี่จะโยนฉันเข้าไปในอีกโลกหนึ่งโดยไม่สนใจไยดีมานานถึง 15 ปีแต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นคนมอบชีวิตที่สองให้กับฉันฉันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า[นางเอกที่ชื่อเสิ่นมู่เหอเหมือนกับคุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้แกนกลางของโลกทั้งใบพังทลายลง][ด้วยความจนใจ พวกเราจึงทำได้เพียงคัดเลือกคนที่เหมาะสมในโลกคู่ขนาน เพื่อมาเป็นตัวแทนนางเอก][และคุณที่มีชื่อเดียวกับนางเอก ทั้งยังป่วยเป็นโรคร้ายแรงจนเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด]เสียงที่ไร้ชีวิตชีวาของระบบแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย[ต้องขออภัยด้วย แต่การป้องกันไม่ให้โลกพังทลายคือภารกิจของพวกเรา]ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคิดตกในที่สุด[ไม่เป็นไร อย่างน้อยฉันก็ได้สุขภาพที่แข็






reviews