Mag-log inบทที่ 45 ปิ่นแทนใจ“แต่ฟางเซียน…” คล้ายกับว่ามารดาของฟางเซียนจะนึกบางอย่างได้ขึ้นมานางถึงมีสีหน้าสลดลง“เจ้าคะท่านแม่” เพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของมารดาฟางเซียนจึงหลุดจากภวังค์แห่งความเพ้อฝันในจินตนาการของนางมารดาของฟางเซียนอ้าปากคล้ายจะพูดบางสิ่งแต่ก็ยังลังเลอยู่ เรื่องที่นางพูดคงเป็นเรื่องที่ฟางเซีย
บทที่ 44 บุตรสาวของอนุสมาชิกสกุลหลี่ต่างมารวมตัวกันเพื่อรอรับดวงใจของบ้านกลับเข้าสู่อ้อมกอด พวกเขาได้รู้ข่าวของเฟินเยว่ก็มีความกังวลกันเป็นอย่างมากแต่นางก็ให้คนมาบอกว่าให้พวกเขานั้นรออยู่ที่จวน“ข้าไม่น่าให้ลูกไปเลยท่านพี่” หลี่ฮูหยินที่พึ่งผ่านการร้องไห้มากล่าวกับสามีเสียงแหบแห้งความเป็นห่วงของมา
บทที่ 43 อ้อมกอดอันอบอุ่นความรู้สึกกลัวจากเหตุการณ์ก่อนหน้าทำให้นางตัดสินใจที่จะหนีจากพวกมัน โดยไม่ทันคิดว่าจะโดนพวกมันจับได้อีก นางแค่อยากให้ดาบนั้นหลุดออกจากลำคอไปก็พอ คล้ายกับว่านั่นคือสิ่งเดียวที่ร่างกายของนางตอบสนองในวินาทีนั้นหานซื่อเหลียนร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ นางเป็นสตรีเขาเป็นบุรุษไม
บทที่ 42 เอาชีวิตรอดเหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้านวล ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนถึงที่สุด ทั้งชีวิตของเฟินเยว่นอกจากการโดนประหารแล้วนางก็ไม่เคยเจอสิ่งใดน่ากลัวขนาดนี้มาก่อนหนึ่งในพวกมันเดินเข้ามาใกล้รถม้ามากขึ้นเรื่อยๆ เฟินเยว่ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ในหัวของนางกำลังระดมความคิดว
บทที่ 41 มันยังไม่จบหลี่เฟินเยว่ตระหนักได้ว่าเมื่อใดที่เราคิดว่ากำลังจะหลุดพ้นเคราะห์กรรมแล้วให้เผื่อใจเอาไว้ก่อน เพราะมันอาจจะยังไม่ผ่านพ้นไปก็ได้เหมือนกับนางที่โดนเรียกตัวเข้าเฝ้าด่วนในวันนี้ระหว่างที่หลี่เฟินเยว่กำลังจิบชายามบ่ายและทอดสายตามองเหล่าต้นไม้นานาพันธุ์ในสวนนางก็ได้รับสารจากบ่าวคนสนิ
บทที่ 40 พยานคนสุดท้าย“ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ วันนี้มีโอกาสแล้วเจ้าก็ควรที่จะพูดให้หมดจะได้ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก” เต๋อจื้อฮ่องเต้ถามหลี่เฟินเยว่ด้วยเสียงที่เบาลง“หม่อมฉันยังมีพยานอีกสองคนเพคะ คือท่านรองแม่ทัพหานซื่อเหลียนและแม่นางไฉ่หงเพคะ”ชื่อของคนทั้งสองเรียกเสียงฮือฮาในท้องพระโรงอีกครั้ง







