LOGINแค่อยากเขียนนิยายหาเงิน แต่ดันซวยไปรู้ว่าซื่อจื่อจอมโหดไร้น้ำยาแถมยังเห็นเขาฆ่าคน เพื่อรอดตายนางจึงงัดทฤษฎีและความรู้ที่มีมาปลุกมังกรให้เขา แต่ใครจะคิดว่ามังกรตื่นแล้วจะคลั่งรักจับนางกินไม่หยุดเช่นนี้
View Moreบรรยากาศยามซื่อในเมืองหลวงคึกคักและจอแจไปด้วยผู้คน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของชาวเมืองในวันนี้กลับไม่ใช่สินค้าแปลกตาจากแดนไกล หรือข่าวคราวการศึกสงครามที่ชายแดน หากแต่เป็นเสียงซุบซิบนินทาที่ดังกระหึ่มไปทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่โรงเตี๊ยมหรูหราไปจนถึงตรอกซอกซอยของตลาดล่าง
"เจ้าได้ยินหรือไม่! ตำราวสันต์ของคุณชายพเนจรออกเล่มสามมาแล้วนะ ข้าเพิ่งให้คนไปแย่งชิงมาได้เมื่อเช้านี้เอง!" ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตกระซิบกระซาบกับสหายด้วยดวงตาเป็นประกาย "จริงรึ! เล่มสองที่ออกเมื่อเดือนก่อนข้ายังอ่านไม่ทันจบ ท่วงท่าสลักเสลาในนั้นทำเอาข้าตาสว่าง คาดไม่ถึงเลยว่าเล่มสามจะออกมาเร็วปานนี้ ได้ข่าวว่าเนื้อหาคราวนี้..ยังคงเขียนได้สละสลวยงดงามและถึงใจเช่นเดิม!" ไม่ใช่แค่เหล่าบุรุษกลัดมันในตลาดเท่านั้นที่ตื่นเต้น สาวใช้ในจวนขุนนางใหญ่ต่างก็จับกลุ่มหัวเราะ แอบซ่อนหนังสือปกสีพื้นไร้ลวดลายไว้ในแขนเสื้อ ทหารกล้าที่เพิ่งออกเวรต่างพยักพเยิดหน้าให้กันอย่างรู้ความหมาย แม้แต่บรรดาขุนนางบุ๋นบู๊ผู้รักเกียรติยศก็ยังแอบส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ไปกว้านซื้อ ทว่ากลุ่มที่ดูจะคลั่งไคล้ผลงานชิ้นนี้มากที่สุดกลับเป็นเหล่าฮูหยินในเรือนหลัง ผู้มักจะสวมหน้ากากสตรีผู้ทรงธรรม "ตั้งแต่ข้าได้อ่านตำราของคุณชายพเนจรและนำไปปฏิบัติจริง นายท่านก็ไม่เคยเฉียดกรายไปเรือนอนุภรรยาคนใดอีกเลย กลับจวนตรงเวลาทุกวัน เล่มสามนี้ข้าเหมาสิบเล่ม จะเอาไปแจกจ่ายให้สหายในสมาคมชมบุปผา" ฮูหยินท่านหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ร่างบางในชุดกระโปรงสีกลีบบัวที่ค่อนข้างเก่าและสีซีดจางกำลังเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า สตรีผู้นี้มีใบหน้างดงามหมดจดราวกับหยกสลัก คิ้วเรียวดั่งใบหลิว นัยน์ตาดอกท้อหวานซึ้ง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ทว่าความงามนั้นกลับอาภัพและถูกบดบังด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น นางคือเยี่ยนหมิงลี่คุณหนูรองแห่งตระกูลเยี่ยน ตระกูลขุนนางตกอับที่ปัจจุบันมีแต่เปลือกและหนี้สินท่วมหัว เมื่อหูได้ยินเสียงชื่นชมผลงานจากชาวเมือง ริมฝีปากอิ่มสีชาดก็ลอบยกยิ้มขึ้นมาบางๆอย่างพึงพอใจ ใช่แล้ว..คุณชายพเนจร ชื่อเสียงอันโด่งดังที่สะเทือนวงการหนังสือใต้ดินในยามนี้ แท้จริงแล้วก็คือสตรีร่างบอบบางที่กำลังเดินนับเงินในถุงผ้าเล็กๆอย่างนางนี่เอง ในชาติที่แล้ว เธอคือนักเขียนนิยายอีโรติกหมวดผู้ใหญ่ที่โหมปั่นต้นฉบับจนหัวใจวายตายคาหน้าจอ ใครจะไปคิดว่าสวรรค์จะเล่นตลก ส่งเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูรองสกุลเยี่ยน บิดาของนางคือขุนนางปลายแถวที่ผีพนันเข้าสิงจนกู่ไม่กลับ ส่วนพี่ชายคนโตเยี่ยนเฉิงจู่ก็เป็นพวกสำมะเลเทเมา ไม่เอาถ่าน วันๆเอาแต่ผลาญเงินไปกับสุรา ทิ้งภาระปากท้องของทุกคนในจวนไว้บนบ่าของนางเพียงผู้เดียว เมื่อขัดสนเรื่องเงินทองจนแทบจะไม่มีข้าวกิน เยี่ยนหมิงลี่จึงไม่มีทางเลือก นางตัดสินใจงัดเอาอาชีพเก่าจากชีวิตที่แล้วมาใช้ เรียงร้อยถ้อยคำเข้าด้วยกันอีกครั้ง บรรยายท่วงท่าและอารมณ์วาบหวามอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายยุคโบราณ แม้จะรู้เต็มอกว่าการเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องอย่างว่าเช่นนี้จะผิดกฎหมาย แต่ว่านางจำเป็นต้องทำนี่นา เพื่อให้ตัวเองมีกินมีใช้ และเพื่อส่งน้องชายตัวน้อยให้ได้รับการศึกษาที่ดี รายได้จากการขายต้นฉบับให้นายทุนตลาดมืดงอกเงยขึ้นทุกเดือน หมิงลี่เป็นคนรอบคอบ นางไม่เก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ในจวนให้บิดาหรือพี่ชายขโมยไปเล่นพนัน แต่เลือกที่จะทยอยนำเงินไปแลกซื้อทองคำก้อนเล็กๆเก็บสะสมซ่อนไว้อย่างมิดชิด ความฝันของนางเรียบง่ายยิ่งนัก นางตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเก็บหอมรอมริบซื้อจวนหลังเล็กๆสักแห่งด้วยเงินสดให้จงได้ หากวันใดที่ทองคำมากพอ นางจะพาน้องชายหนีไปจากครอบครัวนี้ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่อ่อนๆที่นางชื่นชอบและมักจะทำขึ้นเองเพื่อความผ่อนคลาย "พี่หมิงลี่!" เสียงเล็กๆใสแจ๋วเจื้อยแจ้วดังขึ้น ดึงสติของเยี่ยนหมิงลี่ให้กลับมาสู่ปัจจุบัน นางเงยหน้าขึ้นมอง ร่างเล็กๆของเยี่ยนเทียนเจียวน้องชายวัยแปดขวบกำลังเดินเตาะแตะออกมาจากสถานศึกษา วันนี้เขายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี แววตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เจอพี่สาว หมิงลี่เดินเข้าไปรับเยี่ยนเทียนเจียว ย่อตัวลงลูบศีรษะทุยๆของเขาด้วยความรักใคร่ เมื่อมองดวงตาใสซื่อคู่นี้ หัวใจของนางก็คิดหนัก เจ้าเด็กนี่บิดาก็พึ่งพาไม่ได้ พี่ชายยิ่งแล้วใหญ่เลย เยี่ยนเฉิงจู่วันๆเอาแต่เมาสุรา ไม่ทำการทำงานผลาญเงินไปวันๆ ทำยังไงนางจะพาเจ้าน้องชายที่แสนน่ารักผู้นี้ออกไปจากจวนเฮงซวยแห่งนี้กันนะ..นางคงต้องเร่งเขียนเล่มสี่ให้เร็วขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลเยี่ยนกำลังจูงมือกันเดินกลับจวนด้วยความหวังเล็กๆในใจ สถานการณ์ในจวนเซียวหยางอ๋องอันยิ่งใหญ่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศภายในจวนที่เพิ่งผ่านพ้นงานมงคลสมรสที่ใหญ่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินไปเมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้กลับอึมครึมและตึงเครียดจนบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจแรง ผ้าแพรสีแดงมงคลยังคงแขวนประดับอยู่ตามชายคา ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารของสตรีผู้หนึ่ง "ฮือ..ข้าไม่ยอม..ข้าทนรับความอัปยศเช่นนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว" โม่หว่านลี่บุตรีของท่านราชครูผู้สูงส่ง ทรุดตัวนั่งร่ำไห้อยู่กลางโถงใหญ่ ใบหน้าที่เคยงดงามหยดย้อยบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา นางกำลังร่ำไห้ขอหย่ากับซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องทั้งที่เพิ่งจะแต่งงานกันได้เพียงไม่กี่วัน สาเหตุของเรื่องอื้อฉาวนี้ช่างน่าอับอายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย จวนเซียวหยางอ๋องเกี่ยวดองกับจวนราชครู งานแต่งที่ยิ่งใหญ่และแสนชื่นมื่นกลับต้องพังไม่เป็นท่า เพราะท่านซื่อจื่อผู้หล่อเหลาเกรียงไกรไม่อาจตื่นขึ้นมาสู้รบทำศึกในห้องหอได้ ไม่ว่าโม่หว่านลี่จะพยายามเพียงใด มังกรของเขาก็ยังคงหลับใหลไร้การตอบสนอง เรื่องนั้นทำให้นางรู้สึกอับอายและไร้ค่าราวกับถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี พระชายาเซวียหรูอิงมารดาของซื่อจื่อ ถึงกับกุมขมับแน่น ใบหน้าของสตรีผู้สูงศักดิ์ซีดเผือด นางมองบุตรชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เหตุใดลูกชายสุดที่รักของนาง ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า "ในเมื่อทุกคนต่างล่วงรู้ถึงเรื่องของข้า เช่นนั้นข้าก็ยินดีจะหย่าให้.." เสียงทุ้มต่ำและเย็นดังขึ้น เซวียจื่อรุ่ยซื่อจื่อแห่งจวนอ๋อง นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกแกะสลักของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เขายกมือขึ้นประทับตราอ๋องลงบนใบหย่าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าเขาไม่นึกอายเลยสักนิดที่ทุกคนต่างล่วงรู้ความลับว่าส่วนนั้นของเขาใช้การไม่ได้ ทันทีที่ประทับตราเสร็จ โม่หว่านลี่ก็รีบคว้าใบหย่าและวิ่งเตลิดออกจากจวนอ๋องไป ทิ้งความเงียบสงัดและกลิ่นอายกดดันไว้เบื้องหลัง ทว่ามีหรือที่พระชายาเซวียหรูอิงจะยินยอมถอดใจง่ายๆ พระชายาลุกขึ้นยืน หันไปหาบ่าวคนสนิทด้วยแววตามาดมั่น "ฟู่ชิน! ข้าได้ยินมาว่าเมืองหลวงในยามนี้มีนิยายต้องห้ามวางขายอยู่เต็มไปหมด เจ้าไปลองซื้อหามาให้ซื่อจื่อหน่อยสิ" "พะ..เพคะพระชายา" ฟู่ชินรับคำเสียงสั่น "และหากเป็นไปได้.." เซวียหรูอิงหรี่ตาลง ประกายความมุ่งมั่นลุกโชน "ช่วยสืบหาตัวของนักเขียนผู้นั้นมาให้ข้าที" พระชายาไม่คิดยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรพระนางจะต้องมีหลานมาสืบสกุลให้ได้ และเพื่อการนั้นพระนางยินยอมทำทุกวิถีทาง! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเมืองหลวงหาตัวนักเขียนนิยายผู้นั้น พระนางก็จะลากตัวมารักษาบุตรชายให้จงได้สัญชาตญาณดิบในร่างกายของเยี่ยนหมิงลี่กำลังกรีดร้องเตือนภัยขั้นสูงสุด ขนอ่อนทั่วสรรพางค์กายลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงสลักประตูไม้ถูกดึงลงดานดังกริ๊กอย่างแน่นหนา นางรู้ได้ในวินาทีนั้นเลยว่า..วันนี้นางต้องตายอย่างแน่นอน! ไม่ตายด้วยคมกระบี่ ก็ต้องตายด้วยน้ำมือของชายที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตอยู่เบื้องหน้านี้ทันทีที่เขาวางร่างของนางลงบนพื้นกระดาน หมิงลี่ก็อ้าปากเตรียมจะงัดเอาข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าขึ้นมาเอาตัวรอด "ซะ..ซื่อจื่อ คือว่าเรื่องนี้ข้าอธิบายดะ..อื้อ!"คำแก้ตัวทั้งหมดถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อเซวียจื่อรุ่ยพุ่งตรงเข้ามาบดขยี้ริมฝีปากของเขาลงบนกลีบปากสีชาดของนางอย่างดุดันและจาบจ้วง เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้ใช้ริมฝีปากเล็กๆที่แสนหวานล้ำนั่นในการโป้ปดพ่นคำโกหกใส่เขาได้อีกต่อไป แรงปะทะนั้นรุนแรงจนร่างของเยี่ยนหมิงลี่เซถลา แผ่นหลังบางร่วงหล่นลงไปบนฟูกนอนหนานุ่มของเตียงไม้แกะสลักหลังกว้างใหญ่ร่างสูงใหญ่กำยำโน้มตัวลงมาทาบทับกักขังนางเอาไว้ใต้ร่างอย่างรวดเร็วราวกับกรงเล็บพยัคฆ์ เขาไม่ยอมให้ริมฝีปากของตนผละออกจากริมฝีปากของนางเลยแม้แต่เสี้ยววินาที เกลียวลิ้นร้อนผ่าวและช่ำชองของเขากดแทรกสอดแทรกผ่านไ
ไม่จริงน่า..ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนักมิใช่หรือ ขอบเขตแคว้นก็ออกจะกว้างขวาง นางอุตส่าห์หอบหิ้วน้องชายและสาวใช้หนีเขามาตั้งไกล ซุกตัวอยู่ในจวนชานเมืองที่แสนจะเงียบสงบ แต่นางยังจะมาบังเอิญพบเจอกับเขาอีกงั้นเรอะ!สมองของเยี่ยนหมิงลี่กำลังขบคิดอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาดอกท้อเบิกกว้างจนแทบจะถลน เดี๋ยวนะ..เมื่อครู่นี้ซื่อจื่อเรียกนายหญิงผู้แสนดีท่านนี้ว่าเสด็จแม่อย่างนั้นหรือ แล้วนี่เขาคือลูกชายของนายหญิง..อา..ไม่สิ! หากเขาคือเซวียจื่อรุ่ย ซื่อจื่อแห่งจวนอ๋อง เช่นนั้นสตรีวัยกลางคนที่ดูใจดีมีเมตตาและเพิ่งจะเลี้ยงข้าวหมูตุ๋นเป็ดย่างนางเมื่อวานนี้ ก็ต้องเป็นพระชายาเซวียหรูอิง พระชายาแห่งจวนเซียวหยางอ๋องงั้นรึให้ตายสิ! โลกมันจะกลมเกินไปไหม! สวรรค์ชังน้ำหน้านางถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ส่งมารดาของตัวร้ายมาตีสนิท แล้วตะล่อมให้นางมานั่งรอความตายถึงที่แบบนี้ทางด้านพระชายาเซวียหรูอิงที่ประทับนั่งอยู่บนตั่งไม้ พระนางถึงกับเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น ดวงตาหงส์กวาดมองปฏิกิริยาระหว่างสตรีร่างเล็กที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ กับบุตรชายร่างยักษ์ที่ยืนเอามือกดไหล่นางไว้แน่นแต่
กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาหลงจิ่งชั้นเลิศที่เพิ่งชงด้วยน้ำพุร้อนลอยฟุ้งกระจายอวลอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกบัวสีชมพูที่กำลังเบ่งบานชูช่ออยู่เต็มสระน้ำกว้าง ทำให้บรรยากาศริมสระบัวภายในจวนพักตากอากาศในยามสายของวันนี้ ช่างแสนสงบและผ่อนคลายยิ่งนักพระชายาเซวียหรูอิงประทับนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักอย่างวิจิตร พระหัตถ์เรียวยกถ้วยชากระเบื้องเคลือบขึ้นจิบเบาๆก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อย เมื่อหางตาเหลือบไปมองเห็นฟู่ชุนสาวใช้คนสนิท กำลังเดินนำพาสตรีผู้มีใบหน้างดงามหมดจดเดินลัดเลาะมาตามระเบียงทางเดินเมื่อวานนี้แม้จะพูดคุยกันอย่างถูกคอและรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวผู้นี้มากเพียงใด แต่พระนางกลับลืมถามไถ่ถึงชื่อแซ่ที่แท้จริงของนางไปเสียสนิท อีกทั้งจากสายตาของผู้ที่ผ่านโลกมามากอย่างพระนาง เพียงแค่มองปราดเดียวก็พอจะเดาออกว่า เด็กคนนี้คงจะพาน้องชายหนีออกจากบ้านหรือหนีปัญหาบางอย่างมาเป็นแน่ เพราะอย่างนั้นมันคงจะไม่สะดวกใจนักหากจะคาดคั้นให้นางบอกชื่อแซ่หรือภูมิหลังที่แท้จริงในยามนี้แต่ว่า..เรื่องหยุมหยิมพวกนั้น พระชายาเซวียหรูอิงหาได้สนใจเลยแม้แต่น้อยสิ่งที่พระนางสนพระทัยมีเพียงแค่อย่างเดียว คือเด็กส
ไอน้ำสีขาวขุ่นลอยกรุ่นขึ้นมาเหนือผิวน้ำในอ่างไม้สนขนาดใหญ่ กลิ่นหอมของสมุนไพรและน้ำแร่ธรรมชาติอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำส่วนตัวภายในจวนพักตากอากาศ ร่างสูงใหญ่กำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบของเซวียจื่อรุ่ยทิ้งตัวลงนั่งแช่ในอ่างน้ำอุ่นจัด เขาเอนศีรษะพิงขอบอ่าง หลับตาลงช้าๆแล้วสูดอากาศเข้าปอดเบาๆเพื่อหวังจะผ่อนคลายความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันทว่า..ยิ่งหลับตา ภาพใบหน้างดงามที่ตื่นตระหนกปนเจ้าเล่ห์ของเยี่ยนหมิงลี่ก็ยิ่งลอยวนเวียนไปมาอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ยอมหยุดพักชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันในความมืดมิดของเปลือกตา เขาไม่แน่ใจเลยจริงๆว่าที่ใบหน้าหวานล้ำของสตรีจอมโป้ปดผู้นั้นเอาแต่ตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก เป็นเพราะเขากำลังเคียดแค้นที่ถูกนางหลอกใช้และหลบหนีไป หรือว่าเป็นเพราะเขาติดใจในรสชาติความเสียวซ่านและสัมผัสอันแสนวิเศษที่นางเคยมอบให้เขากันแน่หากเขารู้ล่วงหน้าว่ายัยกระต่ายน้อยตัวแสบจะกล้าหลบหนีเขาไปเช่นนี้..ในคืนนั้นที่โรงเตี๊ยม เขาไม่ควรหยุดยั้งชั่งใจเลย เขาควรจะจับนางกดลงกับตั่งไม้ แล้วบังคับให้นางใช้ริมฝีปากเล็กๆ สีชาดที่เอาแต่พ่นคำโกหกนั่น ปรนเปรอและกลื











