เมื่อตำราวสันต์ของข้า ดันไปปลุกมังกรที่หลับไหลของซื่อจื่อ

เมื่อตำราวสันต์ของข้า ดันไปปลุกมังกรที่หลับไหลของซื่อจื่อ

last updateLast Updated : 2026-09-08
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
14Chapters
178views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

แค่อยากเขียนนิยายหาเงิน แต่ดันซวยไปรู้ว่าซื่อจื่อจอมโหดไร้น้ำยาแถมยังเห็นเขาฆ่าคน เพื่อรอดตายนางจึงงัดทฤษฎีและความรู้ที่มีมาปลุกมังกรให้เขา แต่ใครจะคิดว่ามังกรตื่นแล้วจะคลั่งรักจับนางกินไม่หยุดเช่นนี้

View More

Chapter 1

1.ยินดีกระทำทุกวิถีทาง

บรรยากาศยามซื่อในเมืองหลวงคึกคักและจอแจไปด้วยผู้คน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของชาวเมืองในวันนี้กลับไม่ใช่สินค้าแปลกตาจากแดนไกล หรือข่าวคราวการศึกสงครามที่ชายแดน หากแต่เป็นเสียงซุบซิบนินทาที่ดังกระหึ่มไปทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่โรงเตี๊ยมหรูหราไปจนถึงตรอกซอกซอยของตลาดล่าง

"เจ้าได้ยินหรือไม่! ตำราวสันต์ของคุณชายพเนจรออกเล่มสามมาแล้วนะ ข้าเพิ่งให้คนไปแย่งชิงมาได้เมื่อเช้านี้เอง!" 

ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตกระซิบกระซาบกับสหายด้วยดวงตาเป็นประกาย

"จริงรึ! เล่มสองที่ออกเมื่อเดือนก่อนข้ายังอ่านไม่ทันจบ ท่วงท่าสลักเสลาในนั้นทำเอาข้าตาสว่าง คาดไม่ถึงเลยว่าเล่มสามจะออกมาเร็วปานนี้ ได้ข่าวว่าเนื้อหาคราวนี้..ยังคงเขียนได้สละสลวยงดงามและถึงใจเช่นเดิม!"

ไม่ใช่แค่เหล่าบุรุษกลัดมันในตลาดเท่านั้นที่ตื่นเต้น สาวใช้ในจวนขุนนางใหญ่ต่างก็จับกลุ่มหัวเราะ แอบซ่อนหนังสือปกสีพื้นไร้ลวดลายไว้ในแขนเสื้อ ทหารกล้าที่เพิ่งออกเวรต่างพยักพเยิดหน้าให้กันอย่างรู้ความหมาย แม้แต่บรรดาขุนนางบุ๋นบู๊ผู้รักเกียรติยศก็ยังแอบส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ไปกว้านซื้อ ทว่ากลุ่มที่ดูจะคลั่งไคล้ผลงานชิ้นนี้มากที่สุดกลับเป็นเหล่าฮูหยินในเรือนหลัง ผู้มักจะสวมหน้ากากสตรีผู้ทรงธรรม

"ตั้งแต่ข้าได้อ่านตำราของคุณชายพเนจรและนำไปปฏิบัติจริง นายท่านก็ไม่เคยเฉียดกรายไปเรือนอนุภรรยาคนใดอีกเลย กลับจวนตรงเวลาทุกวัน เล่มสามนี้ข้าเหมาสิบเล่ม จะเอาไปแจกจ่ายให้สหายในสมาคมชมบุปผา" 

ฮูหยินท่านหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม

ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ร่างบางในชุดกระโปรงสีกลีบบัวที่ค่อนข้างเก่าและสีซีดจางกำลังเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า สตรีผู้นี้มีใบหน้างดงามหมดจดราวกับหยกสลัก คิ้วเรียวดั่งใบหลิว นัยน์ตาดอกท้อหวานซึ้ง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ทว่าความงามนั้นกลับอาภัพและถูกบดบังด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น นางคือเยี่ยนหมิงลี่คุณหนูรองแห่งตระกูลเยี่ยน ตระกูลขุนนางตกอับที่ปัจจุบันมีแต่เปลือกและหนี้สินท่วมหัว

เมื่อหูได้ยินเสียงชื่นชมผลงานจากชาวเมือง ริมฝีปากอิ่มสีชาดก็ลอบยกยิ้มขึ้นมาบางๆอย่างพึงพอใจ ใช่แล้ว..คุณชายพเนจร ชื่อเสียงอันโด่งดังที่สะเทือนวงการหนังสือใต้ดินในยามนี้ แท้จริงแล้วก็คือสตรีร่างบอบบางที่กำลังเดินนับเงินในถุงผ้าเล็กๆอย่างนางนี่เอง

ในชาติที่แล้ว เธอคือนักเขียนนิยายอีโรติกหมวดผู้ใหญ่ที่โหมปั่นต้นฉบับจนหัวใจวายตายคาหน้าจอ ใครจะไปคิดว่าสวรรค์จะเล่นตลก ส่งเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูรองสกุลเยี่ยน บิดาของนางคือขุนนางปลายแถวที่ผีพนันเข้าสิงจนกู่ไม่กลับ ส่วนพี่ชายคนโตเยี่ยนเฉิงจู่ก็เป็นพวกสำมะเลเทเมา ไม่เอาถ่าน วันๆเอาแต่ผลาญเงินไปกับสุรา ทิ้งภาระปากท้องของทุกคนในจวนไว้บนบ่าของนางเพียงผู้เดียว

เมื่อขัดสนเรื่องเงินทองจนแทบจะไม่มีข้าวกิน เยี่ยนหมิงลี่จึงไม่มีทางเลือก นางตัดสินใจงัดเอาอาชีพเก่าจากชีวิตที่แล้วมาใช้ เรียงร้อยถ้อยคำเข้าด้วยกันอีกครั้ง บรรยายท่วงท่าและอารมณ์วาบหวามอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายยุคโบราณ แม้จะรู้เต็มอกว่าการเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องอย่างว่าเช่นนี้จะผิดกฎหมาย แต่ว่านางจำเป็นต้องทำนี่นา เพื่อให้ตัวเองมีกินมีใช้ และเพื่อส่งน้องชายตัวน้อยให้ได้รับการศึกษาที่ดี

รายได้จากการขายต้นฉบับให้นายทุนตลาดมืดงอกเงยขึ้นทุกเดือน หมิงลี่เป็นคนรอบคอบ นางไม่เก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ในจวนให้บิดาหรือพี่ชายขโมยไปเล่นพนัน แต่เลือกที่จะทยอยนำเงินไปแลกซื้อทองคำก้อนเล็กๆเก็บสะสมซ่อนไว้อย่างมิดชิด ความฝันของนางเรียบง่ายยิ่งนัก นางตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเก็บหอมรอมริบซื้อจวนหลังเล็กๆสักแห่งด้วยเงินสดให้จงได้ หากวันใดที่ทองคำมากพอ นางจะพาน้องชายหนีไปจากครอบครัวนี้ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่อ่อนๆที่นางชื่นชอบและมักจะทำขึ้นเองเพื่อความผ่อนคลาย

"พี่หมิงลี่!"

เสียงเล็กๆใสแจ๋วเจื้อยแจ้วดังขึ้น ดึงสติของเยี่ยนหมิงลี่ให้กลับมาสู่ปัจจุบัน นางเงยหน้าขึ้นมอง ร่างเล็กๆของเยี่ยนเทียนเจียวน้องชายวัยแปดขวบกำลังเดินเตาะแตะออกมาจากสถานศึกษา วันนี้เขายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี แววตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เจอพี่สาว

หมิงลี่เดินเข้าไปรับเยี่ยนเทียนเจียว ย่อตัวลงลูบศีรษะทุยๆของเขาด้วยความรักใคร่ เมื่อมองดวงตาใสซื่อคู่นี้ หัวใจของนางก็คิดหนัก เจ้าเด็กนี่บิดาก็พึ่งพาไม่ได้ พี่ชายยิ่งแล้วใหญ่เลย เยี่ยนเฉิงจู่วันๆเอาแต่เมาสุรา ไม่ทำการทำงานผลาญเงินไปวันๆ ทำยังไงนางจะพาเจ้าน้องชายที่แสนน่ารักผู้นี้ออกไปจากจวนเฮงซวยแห่งนี้กันนะ..นางคงต้องเร่งเขียนเล่มสี่ให้เร็วขึ้นเสียแล้ว

ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลเยี่ยนกำลังจูงมือกันเดินกลับจวนด้วยความหวังเล็กๆในใจ สถานการณ์ในจวนเซียวหยางอ๋องอันยิ่งใหญ่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

บรรยากาศภายในจวนที่เพิ่งผ่านพ้นงานมงคลสมรสที่ใหญ่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินไปเมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้กลับอึมครึมและตึงเครียดจนบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจแรง ผ้าแพรสีแดงมงคลยังคงแขวนประดับอยู่ตามชายคา ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารของสตรีผู้หนึ่ง

"ฮือ..ข้าไม่ยอม..ข้าทนรับความอัปยศเช่นนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว" 

โม่หว่านลี่บุตรีของท่านราชครูผู้สูงส่ง ทรุดตัวนั่งร่ำไห้อยู่กลางโถงใหญ่ ใบหน้าที่เคยงดงามหยดย้อยบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา นางกำลังร่ำไห้ขอหย่ากับซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องทั้งที่เพิ่งจะแต่งงานกันได้เพียงไม่กี่วัน

สาเหตุของเรื่องอื้อฉาวนี้ช่างน่าอับอายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย จวนเซียวหยางอ๋องเกี่ยวดองกับจวนราชครู งานแต่งที่ยิ่งใหญ่และแสนชื่นมื่นกลับต้องพังไม่เป็นท่า เพราะท่านซื่อจื่อผู้หล่อเหลาเกรียงไกรไม่อาจตื่นขึ้นมาสู้รบทำศึกในห้องหอได้ ไม่ว่าโม่หว่านลี่จะพยายามเพียงใด มังกรของเขาก็ยังคงหลับใหลไร้การตอบสนอง เรื่องนั้นทำให้นางรู้สึกอับอายและไร้ค่าราวกับถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี

พระชายาเซวียหรูอิงมารดาของซื่อจื่อ ถึงกับกุมขมับแน่น ใบหน้าของสตรีผู้สูงศักดิ์ซีดเผือด นางมองบุตรชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เหตุใดลูกชายสุดที่รักของนาง ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า

"ในเมื่อทุกคนต่างล่วงรู้ถึงเรื่องของข้า เช่นนั้นข้าก็ยินดีจะหย่าให้.."

เสียงทุ้มต่ำและเย็นดังขึ้น เซวียจื่อรุ่ยซื่อจื่อแห่งจวนอ๋อง นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกแกะสลักของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เขายกมือขึ้นประทับตราอ๋องลงบนใบหย่าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าเขาไม่นึกอายเลยสักนิดที่ทุกคนต่างล่วงรู้ความลับว่าส่วนนั้นของเขาใช้การไม่ได้

ทันทีที่ประทับตราเสร็จ โม่หว่านลี่ก็รีบคว้าใบหย่าและวิ่งเตลิดออกจากจวนอ๋องไป ทิ้งความเงียบสงัดและกลิ่นอายกดดันไว้เบื้องหลัง ทว่ามีหรือที่พระชายาเซวียหรูอิงจะยินยอมถอดใจง่ายๆ

พระชายาลุกขึ้นยืน หันไปหาบ่าวคนสนิทด้วยแววตามาดมั่น 

"ฟู่ชิน! ข้าได้ยินมาว่าเมืองหลวงในยามนี้มีนิยายต้องห้ามวางขายอยู่เต็มไปหมด เจ้าไปลองซื้อหามาให้ซื่อจื่อหน่อยสิ"

"พะ..เพคะพระชายา" 

ฟู่ชินรับคำเสียงสั่น

"และหากเป็นไปได้.." 

เซวียหรูอิงหรี่ตาลง ประกายความมุ่งมั่นลุกโชน 

"ช่วยสืบหาตัวของนักเขียนผู้นั้นมาให้ข้าที"

พระชายาไม่คิดยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรพระนางจะต้องมีหลานมาสืบสกุลให้ได้ และเพื่อการนั้นพระนางยินยอมทำทุกวิถีทาง! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเมืองหลวงหาตัวนักเขียนนิยายผู้นั้น พระนางก็จะลากตัวมารักษาบุตรชายให้จงได้

 

 

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
14 Chapters
1.ยินดีกระทำทุกวิถีทาง
บรรยากาศยามซื่อในเมืองหลวงคึกคักและจอแจไปด้วยผู้คน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของชาวเมืองในวันนี้กลับไม่ใช่สินค้าแปลกตาจากแดนไกล หรือข่าวคราวการศึกสงครามที่ชายแดน หากแต่เป็นเสียงซุบซิบนินทาที่ดังกระหึ่มไปทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่โรงเตี๊ยมหรูหราไปจนถึงตรอกซอกซอยของตลาดล่าง"เจ้าได้ยินหรือไม่! ตำราวสันต์ของคุณชายพเนจรออกเล่มสามมาแล้วนะ ข้าเพิ่งให้คนไปแย่งชิงมาได้เมื่อเช้านี้เอง!" ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตกระซิบกระซาบกับสหายด้วยดวงตาเป็นประกาย"จริงรึ! เล่มสองที่ออกเมื่อเดือนก่อนข้ายังอ่านไม่ทันจบ ท่วงท่าสลักเสลาในนั้นทำเอาข้าตาสว่าง คาดไม่ถึงเลยว่าเล่มสามจะออกมาเร็วปานนี้ ได้ข่าวว่าเนื้อหาคราวนี้..ยังคงเขียนได้สละสลวยงดงามและถึงใจเช่นเดิม!"ไม่ใช่แค่เหล่าบุรุษกลัดมันในตลาดเท่านั้นที่ตื่นเต้น สาวใช้ในจวนขุนนางใหญ่ต่างก็จับกลุ่มหัวเราะ แอบซ่อนหนังสือปกสีพื้นไร้ลวดลายไว้ในแขนเสื้อ ทหารกล้าที่เพิ่งออกเวรต่างพยักพเยิดหน้าให้กันอย่างรู้ความหมาย แม้แต่บรรดาขุนนางบุ๋นบู๊ผู้รักเกียรติยศก็ยังแอบส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ไปกว้านซื้อ ทว่ากลุ่มที่ดูจะคลั่งไคล้ผลงานชิ้นนี้มากที่สุดกลับเป็นเหล่าฮูหยินในเรือนหลัง ผู
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
2.อนาคตที่สดใส
ยามเย็นดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ทอแสงสีส้มอมแดงสาดส่องลงมาบนถนนสายเล็กๆในเมืองหลวง เมื่อเยี่ยนหมิงลี่จับจูงมือเล็กๆของเยี่ยนเทียนเจียวน้องชายวัยแปดขวบเดินมาจนถึงบริเวณหน้าจวนสกุลเยี่ยน ฝีเท้าของสตรีผู้งดงามก็มีอันต้องชะงักงันสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของนางคือกลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาถมึงทึงราวกับโจรป่า สวมชุดผ้าหยาบสีเข้ม บนตัวมีรอยแผลเป็นน่าเกรงขาม พวกเขายืนกอดอกดักรออยู่หน้าประตูจวนอย่างเงียบเชียบ ทว่ารังสีอำมหิตกลับแผ่กระจายจนชาวบ้านละแวกนั้นแทบไม่กล้าเดินผ่าน เยี่ยนหมิงลี่หรี่ตาลงมองภาพตรงหน้า ไม่ต้องเสียเวลาเดาให้ยุ่งยาก ชายเหล่านั้นคงเป็นคนทวงหนี้จากบ่อนการพนัน ไม่ใช่ก้อนหนี้ใหม่ของบิดาที่ผีพนันเข้าสิง ก็คงเป็นหนี้สุรานารีของพี่ชายคนโตผู้ไม่เอาไหนเป็นแน่แท้นางถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้น้องชายตื่นกลัว มือเรียวกระชับมือน้อยๆของเทียนเจียวแน่นขึ้น ก่อนจะพาดึงตัวเขาหมุนกลับและพากันเดินลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆเพื่ออ้อมไปยังประตูด้านหลังจวน ทว่าสวรรค์กลับไม่เข้าข้าง เมื่อชะโงกหน้าไปมองที่กำแพงด้านหลัง นางก็ยังพบชายฉกรรจ์อีกสามคนยืนคุ้มเชิงดักรออยู่อย่า
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
3.เพียงสบตา
รถม้าคันเล็กที่หยิบยืมมาจากโรงเตี๊ยมฝู่หรงแล่นมาจอดเทียบหน้าจวนขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ในย่านชานเมืองอันเงียบสงบ เยี่ยนหมิงลี่ก้าวลงจากรถม้าพร้อมกับจูงมือเยี่ยนเทียนเจียว ดวงตากลมโตของนางกวาดมองไปรอบๆบริเวณด้วยความตกตะลึง จวนตรงหน้ากว้างขวางและใหญ่โตมากกว่าที่นางจินตนาการเอาไว้มากนัก กำแพงอิฐสีเทาสูงตระหง่าน ประตูไม้บานใหญ่สลักลวดลายงดงาม แม้จะดูเก่าไปบ้างตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงความโอ่อ่า ภายในมีเรือนแยกหลายหลังและลานกว้างที่ปูด้วยหินอ่อนอย่างดี"ท่านป้า..จวนหลังนี้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ ท่านแน่ใจหรือเจ้าคะว่าจะขายในราคานั้นจริงๆ" หมิงลี่หันไปเอ่ยถามสตรีวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของจวนด้วยความคลางแคลงใจ ราคาที่อีกฝ่ายเสนอมานั้นถูกแสนถูก ถูกเสียจนนางสามารถนำเงินก้อนที่เก็บสะสมไว้มาจ่ายได้สบายๆโดยยังมีเงินเหลือไว้เป็นทุนรอนอีกต่างหากหญิงวัยกลางคนระบายยิ้มอ่อนโยน พยักหน้ารับอย่างจริงใจ "แน่ใจสิแม่นางน้อย ข้าไม่โก่งราคาเจ้าหรอก"เยี่ยนหมิงลี่ขมวดคิ้วมุ่น ความหวาดระแวงในฐานะคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเริ่มทำงาน นางชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบถามเสียงแผ่วเบา "ที่นี่..มีผีอย่างนั้นหรือเจ้าค
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
4.ข้าช่วยท่านได้นะ
ในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาของเยี่ยนหมิงลี่ปะทะเข้ากับนัยน์ตาดำมืดมิดของชายหนุ่ม สันหลังของนางก็เย็นวาบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง สัญชาตญาณเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว สั่งให้นางรีบหันหลังขวับ หมายจะจ้ำอ้าวหนีกลับเข้าไปซ่อนตัวในห้องพักของตนเองให้เร็วที่สุด ทว่าความว่องไวของสตรีบอบบางหรือจะสู้สัญชาตญาณของนักล่าผู้อำมหิตได้ยังไม่ทันที่ปลายเท้าของนางจะก้าวพ้นกรอบประตู ฝ่ามือใหญ่ที่เย็นเฉียบราวก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อด้านหลังของนางอย่างแรง แรงกระชากนั้นมหาศาลจนร่างของเยี่ยนหมิงลี่ปลิวถลาตามแรงดึงราวกับลูกนกที่ถูกกรงเล็บเหยี่ยวตะปบ เขาออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถลากร่างของนางให้กระเด็นเข้าไปในห้องข้างๆที่เกิดเหตุได้อย่างง่ายดาย"โอ๊ย!" หมิงลี่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นกระดาน จุกจนแทบร้องไม่ออก เมื่อนางพยายามตะเกียกตะกายเงยหน้าขึ้นมา ภาพตรงหน้าก็ทำเอาลมหายใจของนางสะดุดกึกภายในห้องพักที่สว่างไสวด้วยแสงเทียน ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่ในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย ฝ่ายหญิงคือโม่หว่านลี่ที่กำลังหน้าซีดเผือด ส่วนฝ่ายชายคือชายแปลกหน้าที่สวมเพียงกางเกงตัวเดียวเผยให้เห็นท่อนบนเปลือยเปล่า ร
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
5.รอดตายแล้วรึยัง NC
เมื่อประโยคอันหาญกล้าปนบ้าระห่ำหลุดออกจากปากเยี่ยนหมิงลี่ บรรยากาศภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดก็พลันเงียบงันลงไปชั่วขณะ เซวียจื่อรุ่ยชะงักปลายกระบี่ที่จ่อคอหอยนาง นัยน์ตาดำขลับที่เพิ่งพรากชีวิตคนไปสองศพหรี่แคบลงมองสตรีที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่แทบเท้าทันใดนั้นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ดังก้องกังวานขึ้น มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง ทว่าเต็มไปด้วยความขบขันระคนสมเพช"หึ..ฮ่าๆๆ" เซวียจื่อรุ่ยหัวเราะจนไหล่สั่น เขาลดกระบี่ในมือลงก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเยี่ยนหมิงลี่ ร่างสูงใหญ่ย่อตัวลงนั่งยองๆเบื้องหน้านาง ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดเย็นชืดเอื้อมไปเชยปลายคางมนของนางให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา"ข้าเข้าใจดีนะ ว่าในยามที่คนเราใกล้ตาย ย่อมต้องดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอดสารพัดวิธี" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดอกท้อที่กำลังสั่นไหวของนาง "แต่ข้อเสนอของเจ้านั้น..มันก็น่าขันจนทำเอาข้าอยากจะลองดูสักครั้งจริงๆ"เขามองสบตากับนางด้วยรอยยิ้มที่แสนเจ้าเล่ห์และอันตราย เซวียจื่อรุ่ยเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดเขาถึงไม่ได้บั่นคอสตร
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
6.ไม่คิดหนีแน่นอน
เมื่อรับรู้ได้ถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มไหลวนและตื่นตัวขึ้นมาทีละน้อยในร่างกาย เซวียจื่อรุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจอย่างยิ่งยวด นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้างดงามของสตรีที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าไม่วางตา อาการไร้ความรู้สึกที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดกลับถูกปัดเป่าออกไปอย่างง่ายดายเพียงแค่นางขยับมือ เขาไม่แน่ใจนักว่าที่นางมีความสามารถในการปลุกเร้าเจ้าส่วนนั้นให้ตื่นขึ้นมาได้ เป็นเพราะสิ่งใดกันแน่ เป็นเพราะความช่ำชองของนาง หรือเพราะสัมผัสนุ่มนวลของนางที่ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนทว่าก่อนที่สัญชาตญาณดิบเถื่อนจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้ เซวียจื่อรุ่ยก็สูดลมหายใจเข้าลึก เขาออกแรงผลักไหล่บอบบางของนางออกเบาๆเพื่อหยุดการกระทำนั้น เยี่ยนหมิงลี่ชะงักงัน ช้อนตามองเขาด้วยความงุนงงระคนหวาดหวั่น ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนจัดการสวมกางเกงและดึงเสื้อผ้าของตนเองกลับเข้าที่ให้เรียบร้อยด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเขาปรายตาลงมาจ้องมองนางอีกครั้ง แววตาเยียบเย็นแฝงไปด้วยความอันตราย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าหนักแน่น "วันนี้..พอเท่านี้ก่อน เอาไว้วันหน้าข้าจะมาหาเจ้าใหม่"เขาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบชิ
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
7.ทักทายเพื่อนบ้าน
ภายในจวนเซียวหยางอ๋อง บรรยากาศกลับอึมครึมหนักอึ้งราวกับมีเมฆดำทะมึนลอยปกคลุมอยู่เบื้องบน กลิ่นกำยานชั้นดีที่จุดทิ้งไว้เพื่อสร้างความผ่อนคลายไม่อาจช่วยบรรเทาริ้วรอยความตึงเครียดบนใบหน้าของพระชายาเซวียหรูอิงได้เลยแม้แต่น้อย"กราบทูลพระชายา..หม่อมฉันให้คนไปสืบเรื่องคุณชายพเนจรตามรับสั่งแล้วเพคะ"ฟู่ชุนสาวใช้คนสนิทคุกเข่ารายงานด้วยสีหน้าหนักใจ "..ตัวตนที่แท้จริงของนักเขียนผู้นี้นั้นถูกปกปิดเป็นความลับขั้นสุดยอด ไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงเคยเห็นหน้าตาหรือทราบภูมิหลังที่แท้จริงของคุณชายพเนจรเลยเพคะ แต่ทว่า.." นางเงยหน้าขึ้น สบสายตากับผู้เป็นนาย "หม่อมฉันสืบทราบมาว่า ผู้ที่คอยหนุนหลังและเป็นจำหน่ายตำราวสันต์แบบลับๆ ผ่านตลาดมืดนั้น คือซ่งติ้งหยูเถ้าแก่แห่งโรงเตี๊ยมฝู่หรงเพคะ"พระชายาเซวียหรูอิงหรี่ตาลง ประกายความหวังจุดขึ้นมาวูบหนึ่ง "ซ่งติ้งหยูอย่างนั้นหรือ เจ้าเด็กนั่นคุมตลาดมืดอยู่ หากเป็นเขาจัดการเรื่องนี้ก็ไม่แปลกที่ความลับจะถูกเก็บงำอย่างดี""เพคะพระชายา" ฟู่ชุนรับคำ "ยามนี้หม่อมฉันได้สั่งให้องครักษ์ฝีมือดีตามติดคุณชายซ่งผู้นั้นเอาไว้ทุกฝีก้าวแล้วเพคะ เชื่อว่าอีกไม่นาน..เราจะต้องจับเบา
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
8.ยืมมือ
ฟู่ชุนเดินกลับเข้ามาภายในตำหนักของจวนด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แม้จะเพิ่งเคยพูดคุยกันเป็นครั้งแรก แต่นางกลับรู้สึกถูกชะตาและคุยถูกคอกับเด็กสาวผู้งดงามนามว่าเยี่ยนหมิงลี่ผู้นั้นมากทีเดียว สตรีอายุน้อยที่กิริยามารยาทงดงาม พูดจาฉะฉาน แถมยังมีน้ำใจมอบของแปลกใหม่มาให้ นางประคองถุงผ้าแพรใบเล็กที่บรรจุเจ้าก้อนแข็งๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งนั้นเอาไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องโถงที่พระชายาเซวียหรูอิงกำลังประทับอยู่"พระชายาเพคะ" ฟู่ชุนย่อกายลงรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "หม่อมฉันนำผลไม้ไปมอบให้จวนข้างๆมาแล้วเพคะ ปรากฏว่าท่านซูหลินเจ้าของบ้านคนเก่านั้นได้ย้ายออกไปแล้ว และผู้ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่คือดรุณีน้อยหน้าตางดงามโฉมสะคราญผู้หนึ่ง นางอาศัยอยู่กับน้องชายและสาวใช้เพคะ คุณหนูผู้นั้นกิริยามารยาทน่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียว ทั้งยังมอบสิ่งนี้มาให้เป็นของตอบแทนน้ำใจด้วยเพคะ"กล่าวจบฟู่ชุนก็คุกเข่าลงแล้วส่งมอบถุงผ้าแพรในมือให้แก่พระชายา "คุณหนูท่านนั้นบอกว่า สิ่งนี้เรียกว่าสบู่เอาไว้ใช้เวลาอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพคะ"พระชายาเซวียหรูอิงละมือจากการนวดขมับ พระนางเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อยด้วยคว
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
9.ถูกใจยิ่งนัก
ยามโหย่ว จวนเซียวหยางอ๋องอันยิ่งใหญ่ตระการตาใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศภายในจวนยามนี้เงียบเหงาและอ้างว้างกว่าที่เคย รถม้างามที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ของจวนอ๋องแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูใหญ่ ร่างสูงใหญ่ของเซวียจื่อรุ่ย ซื่อจื่อผู้ทรงอำนาจก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรกลับฉายแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ราชสำนักมีฎีกาและเรื่องราววุ่นวายมากมายให้เขาต้องสะสาง ไหนจะเรื่องการกวาดล้างขุนนางกังฉิน ไหนจะเรื่องการจัดการร่องรอยการตายของโม่หว่านลี่ไม่ให้สาวมาถึงจวนอ๋องได้ แม้เขาจะมีอำนาจล้นฟ้า แต่การสวมหน้ากากรับมือกับเหล่าจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนักก็สูบพลังงานไปไม่น้อยเมื่อก้าวเข้ามาถึงโถงใหญ่ เซวียจื่อรุ่ยก็กวาดสายตามองหาผู้เป็นมารดา ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า"เสด็จแม่ล่ะ" เขาเอ่ยถามพ่อบ้านชราที่รีบวิ่งออกมารับหน้าพ่อบ้านค้อมกายลงตอบด้วยความนอบน้อม "เรียนซื่อจื่อ..พระชายาทรงเสด็จไปยังจวนพักตากอากาศที่บ่อน้ำพุร้อนแถบชานเมืองตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระนางรับสั่งว่าอยากจะไปพักผ่อนเงียบๆสักสองสามวัน จึงนำไปเพียงฟู่ชุนและนางกำนัลคนสนิท
last updateLast Updated : 2026-09-08
Read more
10.โลกมันกลม
ดวงตากลมโตของเยี่ยนเทียนเจียวเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า เมื่อเด็กน้อยมองเห็นอาหารรสเลิศที่แสนหรูหราถูกยกมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะไม้กลมตัวใหญ่ กลิ่นหอมฉุยของเป็ดย่างหนังกรอบสีทองมันวาว หมูตุ๋นน้ำแดงที่เคี่ยวจนเปื่อยละลายในปาก ซุปไก่ดำตุ๋นยาจีนควันฉุย ปลากะพงนึ่งตัวโต และขนมหวานหน้าตาประณีตงดงามอีกนับไม่ถ้วน ทำเอาท้องน้อยๆของเขาส่งเสียงร้องจ๊อกๆน้ำลายสอจนต้องลอบกลืนลงคอไปหลายอึกที่ผ่านมาท่านพี่หมิงลี่ก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหาอาหารที่ดีกว่าเมื่อก่อนมาทำให้เขากินเสมอ แม้จะเป็นเพียงผัดผักใส่เนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อย หรือน้ำแกงจืดชืด เขาก็พึงพอใจและกินมันอย่างเอร็ดอร่อยมาโดยตลอด เทียนเจียวเป็นเด็กฉลาดและรู้ความ เขารู้ดีว่าพี่สาวต้องทำงานหนักและพยายามมากแค่ไหนในการหาเงินมาเลี้ยงดูเขา เพราะอย่างนั้นไม่ว่าพี่หมิงลี่จะทำสิ่งใดให้เขากิน เขาจึงยินยอมกินมันเข้าไปเงียบๆโดยไม่เคยปริปากบ่นและไม่เคยทำตัวเรื่องมากให้พี่สาวต้องหนักใจแต่วันนี้..อาหารมากมายระดับเหลาอาหารชั้นเลิศที่ตั้งอยู่ตรงหน้าพวกนี้ เขาสามารถกินมันได้จริงๆน่ะหรือเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวสลับกับสตรีวัยกลางคนผู้สูงศักดิ์ด
last updateLast Updated : 2026-09-08
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status