Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-08-21 18:28:22

บทที่ 4 ไม่สนคำนินทา

การได้เอ่ยปากขอโทษบิดาและมารดาเป็นสิ่งที่หลี่เฟินเยว่อยากทำมากที่สุด และนางก็ได้ทำมันสำเร็จแล้ว เรื่องต่อจากนี้ก็คือการใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ให้ไม่โดนประหารอีกครั้ง

การจะหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะจัดการกับเขาต่างหากที่มันยาก

“พี่รองอยู่ไหม” เสียงเย็นชาของใครบางคนดังมาจากทางหน้าประตูห้องของหลี่เฟินเยว่

“อยู่เจ้าค่ะ”

“หลบไป”

ฟางเซียนแสดงสีหน้าไม่พอใจให้รั่วถงได้รู้ตัว ก่อนหน้านี้ห้องนอนของพี่สาวฟางเซียนสามารถเข้าออกได้ตามใจ แต่นี่ให้คนมาเฝ้าหน้าห้องเลยหรือ

เมื่อมีบางอย่างแปลกไปก็ไม่แปลกที่หลี่ฟางเซียนจะเริ่มรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วที่พี่สาวพูดจาแปลกๆ แค่โดนโบยไปสองครั้งก็สมองกลับเลยหรือไงกัน

“คุณหนูบอกว่าหากคนอื่นจะเข้าไปต้องให้บ่าวเข้าไปแจ้งก่อนเจ้าค่ะ” รั่วถงหลบสายตาดุของฟางเซียนโดยการก้มลงมองพื้นแทน

“เจ้าเป็นแค่บ่าวกล้าพูดกับข้าเช่นนี้หรือ ! ” ฟางเซียนเริ่มขึ้นเสียงไม่พอใจ

หลี่ฟางเซียนในสายตาของคนอื่นเป็นสตรีที่สุภาพเรียบร้อยและค่อนข้างเจียมเนื้อเจียมตัว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความจริงว่านางมีนิสัยโหดร้ายขนาดไหน และหนึ่งในนั้นก็คือรั่วถง แต่รั่วถงเป็นแค่บ่าวจึงไม่กล้าเอ่ยเตือนกับเฟินเยว่ ยิ่งเจ้านายของรั่วถงให้ความสนิทสนมกับน้องสาวมากรั่วถงก็ยิ่งไม่กล้า

“บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ ทั้งหมดล้วนเป็นคำสั่งของคุณหนูรอง” รั่วถงหดคอหนีด้วยความกลัว

“มีอะไรกัน” เสียงเย็นชาติดรำคาญแทรกขึ้นมาระหว่างบทสนทนาของทั้งคู่

“พี่รอง…”

ฟางเซียนกำลังใช้สมองของนางพิจารณาว่าบทสนทนาเมื่อครู่เฟินเยว่ได้ยินหรือไม่ ภาพลักษณ์ของหลี่ฟางเซียนจะต้องเป็นคนพูดจาสุภาพเรียบร้อย

“เจ้าจะเสียงดังทำไมฟางเซียน”

“ข้าขออภัยเจ้าค่ะ แต่บ่าวของพี่รองพูดจาไม่ดีกับข้าก่อน”

“จริงหรือรั่วถง”

น้ำเสียงเรียบเฉยถูกเอื้อนเอ่ยถามบ่าวคนสนิท เฟินเยว่ได้ยินตั้งแต่แรกแล้วแต่นางไม่อยากทำให้ฟางเซียนรู้ตัวจึงยอมเล่นตามน้ำไปก่อน

“บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ” รั่วถงส่ายหน้าพัลวัน นางไม่อยากโดนคุณหนูทุบตีอีกแล้ว

“มันโกหกเจ้าค่ะ” ฟางเซียนเริ่มเรียกคะแนนสงสาร

“ช่างมันเถิด อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย”

เฟินเยว่ยกมือห้ามก่อนที่ฟางเซียนจะทำให้ทุกอย่างมันลุกลามไปมากกว่านี้ น้องสาวของนางก็เป็นแบบนี้เสมอชอบทำให้ตัวเองดูน่าสงสาร

“ว่าแต่เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไร ไม่ใช่ว่าข้าบอกให้เจ้าไปดูแลแม่ของเจ้างั้นหรือ”

“ท่านแม่หลับอยู่เจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะมาแจ้งพี่รองก็เลยรีบมา”

“มีอะไรก็ว่ามาเถิด”

“บ่าวของข้าไปตลาดมาแล้วบังเอิญไปเจอท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

ฟางเซียนเหลือบมองเฟินเยว่เพื่อดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายและนางก็ต้องหัวเราะเยาะในใจ เฟินเยว่ก็ยังคงเป็นเฟินเยว่แค่พูดถึงท่านอ๋องนางก็พร้อมที่จะถูกชักจูงไปตามคนพูดได้ตลอด

“นานหรือยัง”

เฟินเยว่แสร้งทำเหมือนตื่นเต้น นางจับมือของน้องสาวและบีบมันเบาๆ

“ตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ ก่อนพี่รองจะตื่น”

“งั้นหรือ” ใบหน้ายิ้มแย้มสลดลง รอยยิ้มค่อยๆจางหาย

“เจ้าค่ะ แต่เรื่องสำคัญกว่านั้นคือเขามากับสตรีคนหนึ่งเจ้าค่ะ”

“เขามากับใคร”

เฟินเยว่บีบมือของฟางเซียนแรงขึ้นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้า

“เห็นว่าเป็นบุตรสาวของท่านราชครูเจ้าค่ะ นางให้ท่าเขามาหลายครั้งแล้วนะเจ้าคะ พี่รองจะจัดการอย่างไร”

ฟางเซียนใส่ไฟเพื่อให้แรงโทสะของพี่สาวโหมกระหน่ำ และก็เป็นไปตามที่นางคิด เฟินเยว่ดูโกรธจนสามารถที่จะสังหารคนได้เลย แววตาของนางฉายแววร้ายกาจ และยังบีบมือฟางเซียนจนนางน้ำตาเล็ดอีก

“พี่จะต้องจัดการมันแน่” เฟินเยว่ส่งเสียงฮึดฮัดและบีบมือของฟางเซียนแน่นขึ้นไปอีก มีโอกาสแล้วก็ขอระบายหน่อยเถอะ

“พี่รองปล่อยมือข้าก่อนเจ้าค่ะ”

ฟางเซียนที่ทนความเจ็บไม่ไหวก็เอ่ยปากขอ มือหนักอะไรขนาดนี้

“อ๊ะ…ขอโทษที” เฟินเยว่รีบปล่อยมือฟางเซียนออกทันที

“ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ”

ถึงจะโกรธก็ต้องบอกว่าไม่โกรธ ลูกของอนุมันก็ทำได้เท่านี้แหละ เล่นงานนางต่อหน้าไม่ได้ทำได้แค่แทงข้างหลังอย่างเดียว

หลังจากนั้นฟางเซียนก็ยังคงเล่าเรื่องราวของบุตรสาวของท่านราชครูต่อไปอย่างใส่อารมณ์ เฟินเยว่ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

หลี่เฟินเยว่ได้แต่แปลกใจว่าทำไมเมื่อก่อนนางถึงมองลูกไม้ตื้นๆนี้ไม่ออกกันนะ แค่นางตีหน้าซื่อไม่ได้หมายความว่านางจะใสซื่อจริงๆเสียหน่อย

“นางกล้าทำถึงขนาดนี้พี่รองอย่ายอมนะเจ้าคะ”

“อืม รู้แล้วเจ้าไม่ต้องห่วง”

ในท้ายที่สุดถึงเฟินเยว่จะทำเหมือนสนใจในเรื่องที่ฟางเซียนพูดแต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้ทำอะไรกับสตรีผู้นั้น บุรุษมากรักอย่างท่านอ๋องชาตินี้นางไม่อยากยุ่งกับเขาอีกแล้ว แค่เอาเวลาไปคิดว่าจะทำยังไงให้มีชีวิตรอดก็ยากมากพอแล้ว

เป้าหมายต่อไปของหลี่เฟินเยว่คือการขอโทษซินหยาน ถึงแม้นางจะไม่ได้กระทำอยู่ฝ่ายเดียวแต่เฟินเยว่ก็เป็นคนเริ่มก่อน

รถม้าของสกุลหลี่แล่นไปตามเส้นทางหลักของเมืองหลวง แค่เฟินเยว่โผล่หน้าออกไปดูบรรยากาศข้างนอกชาวบ้านก็ทำหน้าตกใจกันเป็นแถว

ในชาติก่อนเพราะต้องคอยตามติดบุรุษผู้นั้นหรือเปล่านะถึงทำให้นางไม่ได้สังเกตเลยว่าเมืองหลวงก็มีที่ที่น่าสนใจอยู่หลายที่เหมือนกัน ร้านซาลาเปาที่กลิ่นหอมฉุยน่าลิ้มลอง ไหนจะของกินอีกตั้งหลายอย่าง

เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นตลอดทาง พวกเขาทำเหมือนกลัวแต่ปากก็พูดคุยกันไม่หยุด บุตรสาวของเสนาบดีหลี่ผู้โหดร้ายผ่านมาทั้งทีใครจะไม่อยากพูดถึงกันล่ะ พวกเขาเฝ้ารอดูว่าเหยื่อคนต่อไปของนางจะเป็นใครกัน

“จวนหลังนั้นแหละ” รั่วถงกล่าวกับคนบังคับม้า

“ขอรับ”

รถม้าของสกุลหลี่มาจอดอยู่ที่หน้าจวนของซินหยาน ภายในอกของหลี่เฟินเยว่เต้นระรัว เคยมีเรื่องปะทะกันก็หลายครั้งนางไม่เคยกลัวสักครั้ง แต่พอถึงเวลาจะมาขอโทษอีกฝ่ายมันช่างเป็นเรื่องยากเย็นเสียเหลือเกิน

“คุณหนูระวังนะเจ้าคะ” รั่วถงช่วยประคองคุณหนูจนนางลงจากรถม้าได้อย่างปลอดภัย

“ขอบใจนะรั่วถง” เฟินเยว่ยิ้มบางให้บ่าวคนสนิทเป็นการขอบคุณ การได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้งทำให้เฟินเยว่เห็นค่าของคนรอบตัวมากขึ้น

รั่วถงแปลกใจตั้งแต่ตอนที่ฟางเซียนมาบอกเรื่องของบุตรสาวท่านราชครูแต่คุณหนูของนางกลับไม่ทำอะไรสักอย่างแล้ว ถ้าเป็นปกติคุณหนูรองคงตามไปตบตีสตรีผู้นั้นถึงจวนให้ต้องอับอายเป็นแน่

“ท่านพ่อบ้านรบกวนไปแจ้งแม่นางซินหยานให้ข้าหน่อยเถอะว่าข้ามีธุระจะคุยด้วย”

เฟินเยว่กล่าวกับพ่อบ้านของจวนเสียงนุ่มด้วยท่าทีสงบนิ่ง

พ่อบ้านของซินหยานที่ตกใจตั้งแต่เจอหน้าเฟินเยว่ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมที่นางพูดจาดีกับเขา นี่มาหาเรื่องกันถึงจวนเลยหรือ ชายวัยกลางคนเหงื่อผุดเต็มใบหน้าด้วยความเครียด

“รอสักครู่นะขอรับ” ถึงจะไม่อยากต้อนรับแต่เขาก็ต้องทำอยู่ดี

“รบกวนด้วยนะ”

พ่อบ้านของจวนหายเข้าไปในบ้านได้สักพักก็กลับออกมาสีหน้าเคร่งเครียด คุณหนูซินหยานบาดแผลบนใบหน้ายังไม่หายดีนี่ยังจะมาตบตีกันอีกแล้วหรือ

“เชิญขอรับ”

เมื่อได้รับอนุญาตเฟินเยว่ก็เดินไปตามทางที่พ่อบ้านนำทาง ทุกฝีก้าวล้วนใช้ความคิดว่าจะพูดกับอีกฝ่ายอย่างไรดี

“ข้าขออะไรสักอย่างได้ไหมขอรับ”

ก่อนที่จะถึงจุดหมายท่านพ่อบ้านก็หยุดฝีเท้าและหันมาพูดกับเฟินเยว่ด้วยความกล้าๆกลัวๆ

“มีอะไรหรือ”

“อย่าให้ถึงกับเป็นแผลเป็นเลยนะขอรับ แม่นางเป็นสตรีเหมือนกันคงเข้าใจดีว่าผิวหนังที่เรียบเนียนสำคัญขนาดไหน” เขารวบรวมความกล้าพูดออกไป ถ้าคุณหนูของเขาเป็นแผลเป็นคงจะแต่งให้กับคุณชายสกุลดีๆไม่ได้แน่

“อืมข้ารับปาก” เฟินเยว่ไม่อยากจะอธิบายอะไรให้มากความเลยรับปากไปส่งๆ

เมื่อบทสนทนาจบลงพวกเขาก็เดินกันต่อจนถึงศาลาที่ซินหยานนั่งปักผ้าอยู่ มือเรียวจับเข็มแน่นและแทงมันลงบนผืนผ้าดูน่าขนลุกพิกล

“มาแล้วหรือ” เสียงเย็นของซินหยานเอ่ยทักทายทำให้เฟินเยว่ขนลุกเกรียว บาดแผลบนใบหน้าอีกฝ่ายทำให้นางสะท้อนใจและรู้สึกผิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูรองมิใช่สตรีร้ายกาจ   บทที่ 72

    บทส่งท้ายปัง !เสียงกระแทกของประตูดังขึ้นในเวลาต่อมา ตามมาด้วยร่างของคนนับสิบ ก่อนที่เฟินเยว่จะหมดสตินางเห็นใบหน้าของซื่อเหลียนที่กำลังอุ้มนางขึ้น ใบหน้าของเขาดูกังวลอย่างถึงที่สุด“ไม่นะ ไม่ อย่าหลับ” ซื่อเหลียนตะโกนบอกคนในอ้อมแขนของเขาสุดเสียง ความรู้สึกกลัวที่จะเสียคนทีรักไปเกิดขึ้นอีกครั้ง กี่ค

  • คุณหนูรองมิใช่สตรีร้ายกาจ   บทที่ 71

    บทที่ 71 อยู่ร่วมกันไม่ได้“ท่านพ่อพูดเรื่องอะไรกันเจ้าคะข้าไม่เข้าใจ แล้วนี่มันอะไรกันปล่อยข้า” ฟางเซียนดีดดิ้นเมื่อโดนบ่าวสองคนจับกุมแขนของนางไว้ทั้งสองข้าง“ท่านพี่ให้บ่าวปล่อยลูกก่อนเถิดเจ้าค่ะ อย่าทำเช่นนี้เลยลูกเจ็บนะเจ้าคะ” มาดราของฟางเซียนที่นั่งข้างกันเอ่ยขอร้องเสียงแหลม“หึ สงสารนางงั้นหรื

  • คุณหนูรองมิใช่สตรีร้ายกาจ   บทที่ 70

    บทที่ 70 ฟางเซียนคนอกตัญญูอ๋องหนุ่มรีบนำหลักฐานทั้งหมดไปเขียนฎีกาทันที แต่เพื่อความปลอดภัยเขากลับบอกว่าฟางเซียนนั้นบังเอิญเจอมันและอยากที่นำความนี้มาสู่สายตาของธารณะเพื่อให้ผู้คนได้เห็นว่าลับหลังภาพลักษณ์ที่ดีพร้อมนั้นเสนาบดีหลี่เป็นอย่างไรถึงจะอยากเปิดโปงอีกฝ่ายแต่เขาไม่คิดจะทำให้มือของตัวเองสกปร

  • คุณหนูรองมิใช่สตรีร้ายกาจ   บทที่ 69

    บทที่ 69 หนึ่งคนฟื้นหนึ่งคนดับสูญ“อือออ” เฟินเยว่ส่งเสียงออกมาเสียงเบา แต่มันกลับทำให้ทุกคนในห้องจ้องมองนางด้วยความตื่นเต้นเป็นตาเดียว“เฟินเยว่ ได้ยินย่าหรือไม่ลูก” ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกหลานสาวเสียงพร่าคล้ายหาเสียงไม่เจอหลานสาวที่หลับไม่ได้สติอยู่หลายวันทำให้หญิงชราต้องทุกข์ระทมจนนอนไม่หลับกินไม่ลง

  • คุณหนูรองมิใช่สตรีร้ายกาจ   บทที่ 68

    บทที่ 68 สายเกินไปหรือไม่สมาชิกครอยครุวสกุลหลี่ต่างสลับกันมาเฝ้าดวงใจของพวกเขากันทุกวัน โดยมีหานซื่อเหลียนที่คอยอยู่ข้างกายนางตลอด พวกเขารับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์พิเศษของทั้งคู่ และเห็นถึงความจริงใจของซื่อเหลียนทุกคนได้พูดคุยปรึกษากันแล้วว่าเสนาบดีหลี่จะเป็นคนจัดการยื่นฎีกาเพื่อเอาผิดไทเฮา พวกเขาไม

  • คุณหนูรองมิใช่สตรีร้ายกาจ   บทที่ 67

    บทที่ 67 ลอบสังหารหลังจากที่หลี่เฟินเยว่ได้พูดคุยกับพี่ชายของนางแล้วก็คล้ายกับว่าช่องว่างระหว่างนางและพี่ชายจะยิ่งมากขึ้นทีละนิด แต่นางก็เข้าใจเพราะเขาเป็นพี่ใหญ่ย่อมไม่อยากให้น้องๆต้องมาทะเลาะกันในสายตาของนางแล้ว เรื่องระหว่างนางและฟางเซียนนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถแก้ไขได้อีกและก็คงจะไม่มีวันกล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status