ลิขิตรักยุค 80

ลิขิตรักยุค 80

last updateDernière mise à jour : 2026-10-24
Par:  GoldberryMis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
6Chapitres
15Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชีวิตในยุค 80 สำหรับจื้ออิงไม่ง่าย เมื่อเจ้าของร่างเดิมนั้นช่างอ่อนแอแถมพ่วงด้วยน้องชาย เงินก็ต้องหา งานก็ต้องทำ แล้วยังต้องมาปวดหัวกับศึกชิงหัวใจ หนึ่งคนก็แสนดี อีกคนก็ชอบมาทำให้วุ่นวาย จื้ออิงจะพลิกชะตาชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ไหม มาลุ้นกัน!

Voir plus

Chapitre 1

ชีวิตต้องสู้

"จื้ออิงวันนี้ว่างไหม"

"เธอจะทำแต่งานอย่างเดียวรึไง"

"โอ้ย! ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสันบ้างสิ"

'จื้ออิง' ในวัยยี่สิบห้าปีได้แต่ยิ้มรับ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคงเป็นห่วงที่เห็นเธอทำงานหนัก การได้ไปเที่ยวไปผ่อนคลายบ้าง ก็เหมือนเป็นการได้เติมพลัง ผู้หญิงในวัยเดียวกันไม่มีใครทำงานหนักเหมือนเธอ

"ฉันไม่ว่างน่ะสิ"

"คำก็ไม่ว่าง สองคำก็ไม่ว่าง เธอควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้างสิจื้ออิง"

"ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ"

"อย่าเบี้ยวล่ะ"

"อื้อ!"

จื้ออิงรับคำเพื่อนที่ชวนเธอหลายครั้ง เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่บอกปัด แต่ด้วยภาระที่ต้องแบกรับทำให้เธอต้องใช้เงินอย่างประหยัด เธอทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและพี่ชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

'จื้อหมิง' เป็นพี่ชายที่ไม่เอาถ่าน เขาเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดน้องสาวไม่ทำงาน วันๆ ขลุกแต่เล่นการพนัน และทุกสิ้นเดือน เงินของจื้ออิงก็จะถูกขูดรีดไปใช้ในเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี

"จื้ออิง! วันนี้เงินเดือนออกแล้วใช่ไหม"

"ช่วงนี้พี่มีปัญหา พี่ขอยืมเงินหน่อยสิ"

"ถ้าได้เงินจากเพื่อนพี่จะรีบเอามาคืน"

มันคือคำโกหกเดิม ๆ ที่จื้อหมิงใช้ ดวงตาคมไม่มีแม้แต่ความละอายใจ จื้ออิงมองดูมือที่ยื่นมาด้วยความเหนื่อยใจ มีหลายครั้งที่เธอพยายามจะตัดขาด แต่ก็ทำไม่ได้ เวลาที่เห็นเขาลำบากเธอก็ใจอ่อน ยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่ร่ำไป หากให้เปรียบเทียบคำว่า 'พี่ชาย' ก็ไม่ต่างอะไรกับโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอ

"พี่เลิกเล่นการพนันได้ไหม"

เป็นคำขอที่ทำให้อีกฝ่ายหลุดหัวเราะออกมา พร้อมกับคำตอบที่ทำให้จื้ออิงถึงกับถอนหายใจ

"ถ้าเลิกแล้วชีวิตมันจะไปสนุกอะไร"

ช่างเป็นคำตอบที่เห็นแก่ตัวและไม่คิดถึงใคร จื้อหมิงใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่สนว่าน้องสาวจะลำบากหรือไม่ เขาปฏิเสธที่จะทำงานเพราะเห็นว่าจื้ออิงทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่ แทนที่จะช่วยประหยัดกลับเอาแต่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย กี่ครั้งแล้วที่เธอพูดเตือนสติไป แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

"ครั้งหน้าฉันไม่มีให้แล้วนะ"

จื้ออิงยื่นคำขาด

"เออ! รู้แล้วน่า"

พี่ชายพอได้เงินก็หายวับ ชีวิตวนไปซ้ำๆ เธอได้แต่หวังว่าสักวันพี่ชายจะคิดได้และตาสว่าง กลับมาทำงาน ทำการ และเมื่อถึงวันนั้นเธอคงจะยิ้มได้อย่างมีความสุขจริงๆ

"ทำไมวันนี้ถึงอยู่บ้านได้"

จื้ออิงถามพี่ชายที่ทำตัวแปลกไป สองสามวันมานี้เขาขลุกตัวอยู่แต่บ้านไม่ออกไปไหน ดวงตาก็เอาแต่มองหน้าต่างเหมือนกลัวอะไร พอถามก็ไม่ตอบเอาแต่เงียบอย่างเดียว

ตึง! ตึง! ตึง!

ไม่ทันที่จื้ออิงจะได้คำตอบ เสียงทุบประตูจากด้านนอกก็ดังสนั่น จื้ออิงมองหน้าจื้อหมิงที่เลิ่กลั่ก เสียงทุบดังต่อเนื่องกันพร้อมกับเสียงดุดันแทรกเข้ามา

"ไอ้จื้อหมิง ฉันรู้ว่าแกหดหัวอยู่ในนั้น"

ตึง! ตึง! ตึง!

"รีบออกมาเดี๋ยวนี้!"

จื้อหมิงหน้าซีดเผือด เขารีบหาที่ซ่อนตัวอย่างขี้ขลาดและเอาแต่บอกเธอว่าห้ามเปิดประตูบ้าน ถึงจื้ออิงจะไม่รู้เหตุผลแต่ก็พอเดาได้จากสถานการณ์ พี่ชายของเธอคงไปติดหนี้พนันและนักเลงพวกนั้นก็คงถูกสั่งให้มาทวงเงิน

"เปิดประตู!!"

เสียงทุบประตูดังปึงปัง เมื่อคนข้างในไม่ตอบ คนข้างนอกก็ฉุนจัด เท้าถีบเข้าที่ประตูไม้อย่างจังและมันก็เปิดอ้าออกให้เห็นคนที่นั่งตัวสั่นข้างใน

"ไอ้ขี้ขลาดมันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน"

หนึ่งในนั้นตะคอกถามเสียงดัง

"ฉันไม่รู้"

"อย่ามาโกหก!"

"ฉันไม่ได้โกหก เขาไม่ได้อยู่ที่นี่"

"คิดว่าพวกฉันจะเชื่อรึไง"

ดูเหมือนคำพูดของเธอจะไม่ได้ทำให้นักเลงพวกนั้นเปลี่ยนใจ รองเท้าที่พี่ชายลืมเก็บไว้ทำให้พวกมันปักใจเชื่อว่า 'เขา' ต้องหดหัวอยู่ที่นี่แน่ๆ

"ไปดูห้องนั้น"

"อย่าให้หนีไปได้"

"ค้นให้ละเอียดนะเว้ย"

จื้อหมิงที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงเริ่มร้อนใจ หน้าของเขาซีดเพราะความกลัว กลัวว่าจะโดนจับได้ ภายในห้องที่มืดและเงียบเขาแทบไม่กล้าหายใจ จังหวะที่ประตูห้องถูกเปิดหัวใจเขาก็เต้นถี่แรง

"หาให้ทั่ว"

ในระหว่างที่ความตึงเครียดถึงขีดสุด จื้อหมิงที่กลัวว่าจะโดนจับได้ รีบฉวยโอกาสตอนที่พวกมันหันหลังให้หนีไป แต่เขาประเมินพวกนังเลงต่ำเกินไป เมื่อหนึ่งในนั้นคว้าคอเสื้อเขาจนหงายหลังตึง ก่อนจะกระทืบไปที่ท้องหลายครั้งจนตัวบิดงอ

"ถ้ายังหนีอีกจะอัดให้เละเป็นผักเลย"

เสียงข่มขู่ดังลั่น ใบหน้าของพี่เธอบวมปูดจากการโดนทำร้ายอย่างหนัก พี่ของเธอไปยืมเงินของพวกมัน พอไม่มีจ่ายก็เลยโดน

"หยุดนะ! อย่าทำเขา!"

เพราะความผูกพันธ์ ทำให้จื้ออิงไม่อาจทนมองพี่ชายถูกทำร้ายได้ เธอพุ่งตัวเข้าไปขวางพวกนักเลงที่ยังซัดพี่เธอไม่หนำใจ สิ่งเดียวที่ทำได้คือตะโกนร้องให้คนช่วย

"ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!"

เธอส่งเสียงหวังให้ข้างบ้านได้ยิน

"หุบปาก!!"

นักเลงอีกคนเงื้อไม้หน้าสามในมือขึ้นหมายจะสั่งสอนพี่ชายที่แทบจะยืนไม่ไหว จื้ออิงที่เห็นจึงวิ่งเอาตัวไปบังไว้ ไม้หนาฟาดเข้าที่ท้ายทอยโดยไม่มีความปราณีใดๆ ร่างเล็กทรุดลงไปกองที่พื้น

"เฮ้ย!! ทำเกินไปไหมวะ"

"แล้วใครให้มันแส่เอาตัวมาบัง"

"แล้วจะทำไงต่อดี"

หนึ่งในนักเลงถามแววตาเลิ่กลั่ก ถ้าพวกเขาโดนตำรวจจับ ชีวิตคงได้จบเห่ในคุกแน่ๆ

"ก็ต้องเผ่นก่อนสิวะ!!"

เมื่อพวกนักเลงหนีไป บ้านของเธอก็กลับมาเงียบอีกครั้ง ภาพตรงหน้าของจื้ออิงเริ่มเลือนราง เธอคิดว่าพี่ชายจะรีบเข้ามาช่วยเธอ หรือไม่ก็โทรเรียกรถพยาบาล แต่สิ่งที่เขาทำช่างเลวร้ายสิ้นดี

"เงิน! เงินอยู่ไหน"

จื้อหมิงหยิบกระเป๋าของเธอออกมารื้อค้นกระจาย เขากลัวว่าพวกนั้นจะหวนกลับมาทำร้าย ใบหน้าของจื้อหมิงซีดเผือดและร้อนใจขณะค้นกระเป๋าน้องสาวที่นอนหายใจรวยริน

"ขอโทษนะจื้ออิง เงินนี้พี่ต้องเอาไปใช้ก่อน"

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน ก่อนที่จื้ออิงจะหมดสติไป ความรักความหวังดีที่เธอมีให้โดยไม่คาดหวังสิ่งใด พี่ชายไม่เคยมองเห็นคุณค่าเลย

"พี่ช่วย...."

เสียงของเธอแผ่วเบาเกินกว่าจะรั้งพี่ชายให้หันกลับมาได้ แผ่นหลังพี่ชายค่อยๆ ห่างออกไป ชีวิตของเธอยังไม่ได้ใช้ให้สนุกเต็มที่แต่ต้องจบอย่างนี้เพราะพี่ชาย ความผิดหวังมันจุกในใจ

ฉัน....

ไม่น่าเกิดมาเป็นน้องสาวพี่จริงๆ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
6
ชีวิตต้องสู้
"จื้ออิงวันนี้ว่างไหม""เธอจะทำแต่งานอย่างเดียวรึไง""โอ้ย! ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสันบ้างสิ"'จื้ออิง' ในวัยยี่สิบห้าปีได้แต่ยิ้มรับ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคงเป็นห่วงที่เห็นเธอทำงานหนัก การได้ไปเที่ยวไปผ่อนคลายบ้าง ก็เหมือนเป็นการได้เติมพลัง ผู้หญิงในวัยเดียวกันไม่มีใครทำงานหนักเหมือนเธอ"ฉันไม่ว่างน่ะสิ""คำก็ไม่ว่าง สองคำก็ไม่ว่าง เธอควรหาความสุขให้กับตัวเองบ้างสิจื้ออิง""ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะ""อย่าเบี้ยวล่ะ""อื้อ!"จื้ออิงรับคำเพื่อนที่ชวนเธอหลายครั้ง เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่บอกปัด แต่ด้วยภาระที่ต้องแบกรับทำให้เธอต้องใช้เงินอย่างประหยัด เธอทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและพี่ชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่'จื้อหมิง' เป็นพี่ชายที่ไม่เอาถ่าน เขาเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดน้องสาวไม่ทำงาน วันๆ ขลุกแต่เล่นการพนัน และทุกสิ้นเดือน เงินของจื้ออิงก็จะถูกขูดรีดไปใช้ในเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี"จื้ออิง! วันนี้เงินเดือนออกแล้วใช่ไหม""ช่วงนี้พี่มีปัญหา พี่ขอยืมเงินหน่อยสิ""ถ้าได้เงินจากเพื่อนพี่จะรีบเอามาคืน"มันคือคำโกหกเดิม ๆ ที่จื้อหมิงใช้ ดวงตาคมไม่มีแม้แต่ความละอายใจ จื้ออิงมองดูมือที่ยื่นม
last updateDernière mise à jour : 2026-10-20
Read More
ชีวิตใหม่
ความเย็นเยียบ...คือสิ่งแรกที่จื้ออิงรู้สึกเมื่อได้สติคืนกลับมา ดวงตาที่หนักอึ้งของเธอค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ กลิ่นยาจีนฉุนๆ ลอยแตะจมูกทันที่ที่ลืมตา และเพดานไม้เก่าๆ ที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธองุนงงที่นี่ที่ไหน?จื้ออิงคิดขณะพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างกาย แต่ไม่ทันที่เธอจะได้นึกหาย้อนถึงเหตุการณ์ เสียงร้องไห้เล็กๆ ก็ดึงความสนใจ"ฮึกๆๆ"เธอเห็นเด็กผู้ชายตัวผอมอายุราวๆ สี่ถึงห้าปีกำลังนั่งร้องไห้ สภาพของเด็กคนนี้ดูแล้วน่าสงสารจับใจ เสื้อผ้าที่สวมดูเก่าและซีดจนมองหาสีเดิมไม่ได้ เมื่อเห็นเธอขยับตัวเด็กน้อยก็ดูดีใจ มือที่ผอมแห้งจับมือของเธอไว้พร้อมกับพูดเสียงสะอื้นว่า"ฮึกๆ พี่สาวฟื้นแล้ว"เด็กชายตัวน้อยรีบปาดน้ำตา หลายวันที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งมองพี่สาวที่นอนซม ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบใดๆ แต่เขาก็ยังหวัง หวังว่าพี่สาวจะลุกขึ้นมาได้ สามวันผ่านไป ในที่สุดพี่สาวก็ลืมตา"จื้อหงขอโทษ"ดวงตากลมโตสั่นเทาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้พี่สาวต้องโดนตี"พี่สาวเจ็บมากไหม"จื้อหงสะอื้นอีกครั้ง น้
last updateDernière mise à jour : 2026-10-20
Read More
ตอบโต้
จื้ออิงค่อยๆ พยุงตัวเองที่เพิ่งได้สติให้ลุกขึ้นนั่ง เธอหลับตาลงเพื่อรวบรวมและประมวลผลความทรงจำ เมื่อเธอคิดจะลุกขึ้นสู้ชีวิตอีกครั้ง ข้อมูลทุกอย่างก็ควรเก็บให้ครบทุกเม็ด'วันนี้หนูขอพักได้ไหมคะ'จื้ออิงคนเดิมร้องขอความเมตตาจากป้าสะใภ้ที่บังคับให้ทำงานเยี่ยงคนใช้ งานหนักทุกอย่างในบ้านถูกโยนให้หญิงสาวทำหมด'ไม่ได้!!!''แต่หนูรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย'จื้ออิงบอกเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มไม่ไหว เธอทำงานหนักแต่ได้กินแค่น้ำต้มข้าวจางๆ และผักดองจะไปมีแรงทำงานหนักติดต่อกันได้อย่างไร หากเธอล้มหมอนนอนเสื่อไป น้องชายก็จะไม่มีอะไรกิน'ถ้าแกไม่ทำ น้องแกก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น'เป็นคำขู่ที่ใช้กับจื้ออิงคนเดิมได้ผล เธอเป็นหญิงสาวจิตใจดี อ่อนแอ และยอมคน และนั่นก็ทำให้คนเห็นแก่ตัวอย่างป้าสะใภ้ได้ใจ'หนูจะลุกไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ ป้าสะใภ้อย่าให้น้องหนูต้องอดข้าวเย็นเลยนะคะ'นั่นคือความทรงจำของจื้ออิงคนเก่าที่ลำบาก แต่จื้ออิงคนใหม่ไม่ใช่คนที่หัวอ่อน ยอมคน ขนาดนั้น ความทรงจำของร่างเดิมทำเธอรู้สึกโกรธแค้นแทนสองพี่น้องที่โดนเอาเปรียบจากป้าสะใภ้มากๆ มีลุงแท้ๆ แต่กลับกลัวเมีย ช่วยอะไรหลานไม่ได้สักอย่าง ถึงจะเป็นครอบครัว
last updateDernière mise à jour : 2026-10-20
Read More
ความโกลาหล
เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อภรรยาของลุงจื้ออิงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอต้องรีบไปตรวจงานบ้านที่โยนให้จื้ออิงทำเมื่อวานก่อนจะเริ่มวันใหม่ที่แสนน่าเบื่อ"จื้ออิง!""ตื่นขึ้นมาทำงานได้แล้ว"หลี่ซื่อตะโกนเสียงดังจากห้องครัว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเงียบผิดปกติ"ยัยเด็กนี่! แอบอู้อีกแล้วสินะ"หลี่ซื่อเดินกระทืบเท้าตึงตังไปที่ห้องพักของสองพี่น้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และไม่มีวี่แววของจื้ออิงและจื้อหง เลย"หนีงานไปเที่ยวเล่นรึไงนะ!"เธอพึมพำด้วยความโมโห"ถ้ากลับมาเมื่อไหร่นะจะตีให้ขาหักเลย"นางหลี่ซื่อพูดไปก็ฟึดฟัดไป จังหวะที่กำลังจะเดินออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ หลี่ซื่อขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของจื้ออิงทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเงินทั้งหมดที่ป้าขโมยไปจากครอบครัวเรา จื้ออิงเอาคืนมาแล้วนะคะและขอให้ป้ามีความสุขกับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่จื้ออิงมอบให้ค่ะ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-20
Read More
ก้าวแรกในเมืองเสิ่นซื่อ
เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนรถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วเข้าสู่สถานี 'เมืองเสิ่นซื่อ' ที่เต็มไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย ต่างจากชนบทที่ดูเรียบง่าย ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย"ถึงแล้วจื้อหง ลืมตาขึ้นมาดูสิ"จื้ออิงปลุกน้องชายที่หลับสนิทมาตลอดทาง ภาพที่เห็นทำเด็กน้อยที่ยังง่วงเบิกตากว้าง สถานีรถไฟเสิ่นซื่อในยุค 80s เต็มไปด้วยความอลหม่าน ทุกสิ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและให้บรรยากาศที่คึกคักแตกต่างจากหมู่บ้านชนบทที่เคยใช้ชีวิตอยู่อย่างสิ้นเชิง"พี่จื้ออิง... คนเยอะจังเลยฮะ"จื้อหงกระซิบขณะมองคนที่เดินสวนไปมา ความอยากรู้มีมาก ความกลัวก็เช่นกัน มือน้อยๆ เกาะกุมมือของพี่สาวไว้มั่น และจื้ออิงก็สัมผัสได้"ไม่ต้องกลัวนะ จื้อหง"จื้ออิงกุมมือเล็กๆ ของน้องชายไว้แน่น แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น นี่คือเมืองที่พร้อมมอบโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ผู้คนที่นี่แต่งตัวเรียบง่าย แต่แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่จะสร้างชีวิตที่ดีกว่า"คืนนี้เราจะนอนที่ไหนฮะ"เด็กชายถามพี่สาวแววตาซื่อใส จื้ออิงก็คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่นั่งอยู่ในรถไฟ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี
last updateDernière mise à jour : 2026-10-23
Read More
วันแรกในตลาด
เช้าวันใหม่ในเมืองเสิ่นซื่อช่างคึกคัก จื้ออิงเปิดหน้าต่างห้องออกมา เธอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาและรถราที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในชนบทที่ห่างไกล เธอตื่นเต้นกับการเริ่มต้นใหม่ในยุคสมัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในซี่รี่ย์ย้อนยุคที่เธอเคยดู"วันนี้เราจะไปตลาดกันนะ จื้อหง"จื้ออิงบอกน้องชายที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ร่างกายที่ผอมกว่าเด็กในวัยเดียวกันนี้สักวันเธอจะต้องขุนให้อ้วนพีีให้ได้เลย"เราจะไปทำอะไรกันฮะ?"จื้อหงถามพี่สาวด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองหน้าพี่สาวที่ยิ้มให้ ก่อนจะตอบให้้เด็กชายคลายความสงสัยว่า"ไปหาโอกาสที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นไง"ถึงจื้อหงจะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้าให้พี่สาวที่ใจดี ในชีวิตของเขามีแค่พี่สาวที่หวังดี ไม่ว่าพี่สาวจะสั่งให้ทำอะไร เขาไม่เคยงอแง"ถ้าพี่สาวหาเงินได้เยอะๆ พี่สาวจะรีบซื้อชุดใหม่ให้จื้อหงนะ"จื้ออิงบอกน้องชายขณะช่วยสวมเสื้อให้ ดูจากร่องรอยของการปะชุนก็รู้แล้วว่าสองพี่น้องใช้ชีวิตมาอย่างไร ต่อให้เสื้อเก่า กางเกงขาด ป้าสะใภ้ก็ไม่เคยสนใจ เธออยากซื้อชุดใหม่ให้ แต่ชายน้อยกลับส่ายหน้าและบอกว่า"ผมยังไม่อยากได้ฮะ""ทำไมล่ะ""เสื้อผ้าพวกนี้ผมยังใ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-24
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status