แชร์

บทที่ ๖๑ คลื่นลมหลังม่านมุ้ง – ๑

ผู้เขียน: ต้นไม้แห้ง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 23:00:34

เสียงหัวเราะใสกระจ่างของหยางจิ้งอวี่ที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนหวานล้ำภายในห้องบรรทมตำหนักมังกร ทำเอาบุรุษผู้สวมชุดคลุมมังกรสีดำขลิบทองที่กำลังโอบกอดนางอยู่ถึงกับชะงัก เจิ้งเฟิงเยวี่ย หรือบัดนี้คือฮ่องเต้แห่งแคว้นเจิ้ง ขมวดคิ้วเรียวสวยพลางก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความฉงนระคนเอ็นดู

“อวี่เอ๋อร์? เจ้าขบขันสิ่งใดหรือ?” สุรเสียงทุ้มต่ำเจือกระแสความห่วงใยดังชิดริมใบหู “หรือว่าคำสัญญาของข้ามันดูน่าขันในสายตาเจ้า?”

หยางจิ้งอวี่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนไหล่บางสั่นไหว นางไม่ได้หัวเราะเยาะคำรักของเขา แต่เป็นเพราะเจ้าก้อนแป้งเป่าเปา —ระบบจอมกวนประสาท— ที่กำลังลอยตีลังกาถวายตัวอยู่ตรงหน้า พร้อมกับภารกิจบ้าบอเรื่องการผลิตทายาทมังกรต่างหาก

นางเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาทรงอำนาจคู่สวยของสามี ริมฝีปากอิ่มระเรื่อคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกพันปี “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันมิได้ขบขัน เพียงแต่สวรรค์เบื้องบนเพิ่งกระซิบมาว่า ช่วงนี้ชะตาดอกท้อของฝ่าบาทกำลังเบ่งบาน การจะมีทายาทสืบสกุลนั้นอาจจะต้องอาศัยความขยันขันแข็งเป็นพิเศษเพคะ”

เจิ้งเฟิงเยวี่ยเลิกคิ้วสูง ก่อนที่รอยยิ้มมุม
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๙ ยุทธการหักเขี้ยวพยัคฆ์ – ๒

    รุ่งเช้าวันใหม่ ณ ท้องพระโรงตำหนักไท่เหอบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ขุนนางนับร้อยยืนเรียงรายแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายคือขุนนางตงฉินที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ ส่วนฝั่งขวาคือขุนนางกังฉินพรรคพวกของหลิวจงหยวน ซึ่งดูจะมีจำนวนมากกว่าและมีท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องบนบัลลังก์มังกรทองคำนั้นว่างเปล่า แต่ที่บันไดขั้นล่างสุด มีเก้าอี้ไม้สักแกะสลักลวดลายพยัคฆ์ตั้งตระหง่านอยู่ และผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นคือหม่าซ่งเหยียน อัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเวลานี้ เขาอยู่ในชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายกิเลน ใบหน้าเชิดสูงด้วยความลำพองใจ“เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้ว” หม่าซ่งเหยียนเอ่ยขึ้นเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง “แผ่นดินจะว่างเว้นกษัตริย์มิได้ ในเมื่อฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักจนไม่อาจว่าราชการ และยังไร้ซึ่งรัชทายาท ข้าในฐานะผู้สำเร็จราชการ จึงเห็นควรว่าเราต้องคัดเลือกผู้เหมาะสมขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ เพื่อความมั่นคงของต้าเจิ้ง!”“เหลวไหล!” ราชครูอาวุโสท่านหนึ่งก้าวออกมา ชี้หน้าด่ากราด “ฝ่าบาทเพียงแค่ประชวร มิใช่สวรรคต! ท่านกล้าดีอย่างไรจะมาแต่งตั้งฮ่องเต้ใหม่ นี่มันกบฏชัดๆ!”“หุบปากตาเฒ่า!” หม่าซ่งเหยียนตวาดลั่น “ทหา

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๙ ยุทธการหักเขี้ยวพยัคฆ์ – ๑

    เสียงกีบม้าศึกนับพันกระทบพื้นดินดังกึกก้องประหนึ่งเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำ ขบวนทัพม้าทมิฬของแม่ทัพเฒ่าหยางเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดตัดผ่านทุ่งหญ้าและป่าเขา มุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงฉางอันโดยไม่หยุดพัก ฝุ่นตลบอบอวลเป็นทางยาวทิ้งไว้เบื้องหลังภายในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้มีความนิ่มนวลเป็นพิเศษด้วยโช้คอัพสปริง ร่างผอมบางของหยางจิงหยุนนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกหนานุ่ม ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดเจือจางขึ้นบ้างแล้วหลังจากได้รับยาบัวหิมะพันปีหยางจิ้งอวี่นั่งเฝ้าดูน้องชายฝาแฝดด้วยสายตาอ่อนโยน มือเรียวคอยเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผมให้เขาอย่างเบามือ ในขณะที่เจิ้งเฟิงเยวี่ย หรือฮ่องเต้หนุ่ม นั่งหลับตาเดินลมปราณอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อฟื้นฟูพลังวัตรที่สูญเสียไป“เขาแข็งแกร่งกว่าที่คิด” เจิ้งเฟิงเยวี่ยเอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตา สุรเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล “การถูกหนอนกู่กัดกินวิญญาณมานานปี แต่จิตใจยังไม่แตกสลาย นับว่ามีจิตวิญญาณแห่งตระกูลหยางอยู่อย่างเต็มเปี่ยม”จิ้งอวี่ยิ้มบางๆ นัยน์ตาทอประกายภาคภูมิใจ “เพคะ สายเลือดมังกรย่อมไม่กลัวไฟ น้องชายหม่อมฉันต้องกลับมาเป็นปกติได้แน่... ว่าแต่ฝ่าบาทเถอะ ร่างกายเป็นอย่

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๒

    ขบวนทัพม้าเร็วเคลื่อนตัวออกจากชายแดนเฮยสุ่ย มุ่งหน้าสู่ค่ายทหารลับที่ตั้งอยู่ในหุบเขาฝั่งแคว้นเจิ้ง ภายในกระโจมใหญ่กลางค่ายที่ถูกกางขึ้นอย่างรวดเร็ว หยางจิ้งอวี่กำลังง่วนอยู่กับการรักษาอาการของน้องชาย โดยมีเจิ้งเฟิงเยวี่ยและหยางเจิ้นเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างเข็มเงินนับสิบเล่มปักอยู่ตามจุดชีพจรสำคัญบนร่างกายของจิงหยุน ไอสีดำจางๆ ระเหยออกมาตามปลายเข็ม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึก นี่คือกระบวนการขับพิษที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูง“อวี่เอ๋อร์ เจ้าไหวหรือไม่?” เจิ้งเฟิงเยวี่ยถามพลางซับเหงื่อบนหน้าผากให้นาง“ไหวเพคะ” จิ้งอวี่กัดฟันตอบ มือยังคงถ่ายเทพลังวัตรอย่างต่อเนื่อง “พิษส่วนใหญ่ถูกขับออกแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขาบอบช้ำมากจากการถูกควบคุมด้วยหนอนกู่ ต้องใช้เวลาฟื้นฟู”ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดจิ้งอวี่ก็ถอนเข็มเล่มสุดท้ายออก นางทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่“ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ” นางยิ้มบางๆ ให้ท่านปู่ และสามี “เขาแค่ต้องการการพักผ่อน”หยางเจิ้นถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ขอบใจเจ้ามากหลานรัก ถ้าไม่ได้เจ้า ปู่คงต้องเสียใจไปจนวันตาย”

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๑

    เสียงแหวกอากาศของลูกธนูเหล็กนับพันดอกที่พุ่งลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน ดังหวีดหวิวประหนึ่งเสียงกรีดร้องของมัจจุราช ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นพิษที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงมืดมิดลงถนัดตาด้วยห่าฝนเหล็กที่กองทัพม้าเกราะดำ หรือกองทัพแห่งตระกูลหยางระดมยิงลงมาปูพรมเพื่อเปิดทางฉึก! ฉึก! ฉึก!เสียงหัวลูกศรเจาะทะลุกะโหลกศีรษะและร่างกายเน่าเฟะของเหล่ามนุษย์พิษดังระงมไปทั่ว เลือดสีดำคล้ำสาดกระเซ็นย้อมผืนดินเฉอะแฉะให้กลายเป็นบึง กองทัพอมนุษย์ที่เคยถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ถูกสกัดกั้นจนแตกกระเจิง ล้มระเนระนาดดั่งใบไม้ร่วง“ดึง!”เสียงตะโกนทรงพลังของผู้เป็นแม่ทัพดังสะท้านก้อง เชือกเส้นหนาทำจากเอ็นสัตว์ผสมลวดเหล็กที่หย่อนลงมาถูกกระตุกขึ้นพร้อมกันด้วยแรงม้าศึก ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่แบกหยางจิงหยุนไว้บนบ่า และหยางจิ้งอวี่ที่เกาะเชือกเคียงข้าง ลอยลิ่วขึ้นสู่ยอดหน้าผาด้วยความเร็วปานเหาะเหิน“คิดจะหนีรึ! ฝันไปเถอะ!”ตู๋กูมั่วคำรามลั่นด้วยความคั่งแค้น เขาไม่อาจยอมปล่อยให้เหยื่อและภาชนะอันล้ำค่าหลุดมือไปได้ เจ้าหุบเขาพิษร่ายมนตร์ดำกระตุ้นแมงมุมแม่ม่า

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๒

    [โฮสต์! หนอนกู่ฝังอยู่ที่ไขสันหลัง! ท่านต้องใช้เข็มเงินสลายวิญญาณแทงสกัดจุดชีพจรใหญ่ 3 แห่งพร้อมกัน แล้วใช้พลังวัตรดึงมันออกมา! แต่ต้องทำในระยะประชิด!]‘เข้าใจแล้ว!’ จิ้งอวี่พยักหน้า นางหันไปสบตากับสามี “ฝ่าบาท หม่อมฉันต้องเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง ฝากระวังหลังให้ด้วย”“วางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เจิ้นก็จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเจ้าได้อีก แม้แต่เจ้าแมงมุมบ้านั่น!”เจิ้งเฟิงเยวี่ยหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับตู๋กูมั่วและแมงมุมยักษ์เริ่มทรงตัวได้อีกครั้ง แววตาของโอรสสวรรค์ลุกโชนไปด้วยโทสะ รังสีสังหารแผ่พุ่งจนบรรยากาศบิดเบี้ยว“ตู๋กูมั่ว! เจ้ากล้าใช้มนุษย์มาทำพิธีกรรมต่ำช้า วันนี้เจิ้นจะส่งเจ้าไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุด!”“ปากดีนักเจ้าหนู!” ตู๋กูมั่วตวาดกลับ เขาโบกสะบัดธงทิวสีดำ ทันใดนั้น เงาตะคุ่มนับสิบก็โผล่ออกมาจากเงามืดรอบหุบเขา พวกมันคือมนุษย์พิษ ร่างกายเน่าเฟะที่ถูกปลุกชีพขึ้นมา ดวงตาสีเขียวเรืองแสงจ้องมองเหยื่ออย่างหิวกระหาย“ฆ่าพวกมันให้หมด!”สงครามตะลุมบอนเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เจิ้งเฟิงเยวี่ยร่ายรำเพลงกระบี่ปกป้องภรรยาจากฝูงมนุษ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๑

    เสียงกัมปนาทกึกก้องฟาดผ่ากลางหุบเขา เมื่อปราณกระบี่สีทองอร่ามของเจิ้งเฟิงเยวี่ยปะทะเข้ากับขาหน้าอันแข็งแกร่งของแมงมุมแม่ม่ายสวรรค์ ประกายไฟแตกกระเซ็นราวดอกไม้ไฟ ทว่าอสูรร้ายกลับมิได้สะทกสะท้าน มันเพียงแค่ขยับก้ามขนาดมหึมา ผลักไสร่างมังกรหนุ่มให้กระเด็นถอยร่นไปหลายจั้ง แรงลมจากการปะทะซัดกระหน่ำจนต้นไม้พิษรอบด้านหักโค่นระเนระนาด“แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยกัดฟันแน่น มือที่กำกระบี่อาญาสิทธิ์สั่นระริกด้วยแรงสะท้อนกลับ นัยน์ตามังกรฉายแววเคร่งเครียด “เกราะของมันหนาเกินกว่าที่ลมปราณทั่วไปจะเจาะทะลุได้!”หยางจิ้งอวี่ยืนหยัดต้านแรงลมอยู่เบื้องหลัง นางจ้องมองพี่ชายฝาแฝดห้อยตองแต่งอยู่บนหัวแมงมุมด้วยหัวใจอันบีบคั้น ร่างกายของหยางจิงหยุนเริ่มกระตุกเกร็ง เส้นเลือดปูดโปนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ“ฝ่าบาท! ถ่วงเวลามันไว้!” จิ้งอวี่ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “จุดอ่อนของมันอยู่ที่ข้อต่อบริเวณโคนขา! แต่ต้องทำลายเกราะหุ้มเสียก่อน!”“พูดง่ายแต่ทำยากนะฮูหยิน!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะวิกฤตแต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความอหังการ เขาดีดตัวพุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status