FAZER LOGIN“บ่าวจะรีบไปตัดขาดกับคนสารเลวเสี่ยวจื่อนั่นเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณหนูสามที่ชี้ทางสว่าง”
พูดจบ ชุนหลานก็ลุกพรวดพราด วิ่งเตลิดออกจากห้องไปราวกับมีพญายมไล่ตามหลัง ทิ้งบานประตูให้เปิดอ้ารับลมหนาวที่พัดโชยเข้ามา
ซือซือนั่งกะพริบตาปริบๆ มองตลับแป้งราคาแพงที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ สลับกับถาดโจ๊กข้างเตียง
‘อะไรกันเนี่ย ข้ายังไม่ได้เอ่ยปากสักคำ แค่นั่งมองหน้า สาวใช้ก็สำนึกผิดแล้วเอาเครื่องประทินโฉมราคาแพงมาเซ่นไหว้ถึงหัวเตียงเลยหรือ จวนนี้มันชักจะพิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว’
ติ๊ง! ได้รับแต้มเผือกความสำเร็จแรก 10 แต้ม
ระบบทำการแปลงแต้มเป็นเงินสำรอง 10 ตำลึงเงิน บันทึกเข้าสู่กระเป๋ามิติของโฮสต์เรียบร้อย
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมแสงสีทองวาบผ่านในมิติส่วนตัว ทำให้ความสับสนของซือซือมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
นางรีบเปิดหน้าต่างมิติดู ก่อนจะพบก้อนเงินวาววับวางเรียงอยู่ภายในสิบก้อน ความหม่นหมองจากการทะลุมิติหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเบิกบานใจจนดวงตาแทบเป็นประกาย
นางหยิบพุทราจีนแห้งลูกสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวอย่างมีความสุข พลางสำรวจร่างกายและห้องพักอันทรุดโทรมของตนอีกครั้ง
‘สิบตำลึงเงินนี่พอจะซื้อเป็ดย่างกับหมูกรอบได้กี่จานกันนะ ช่างเถอะ ขอแค่มีระบบกินเผือกนี้อยู่ ข้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายในจวนซอมซ่อนี้อีกต่อไป’
ทว่าความสงบสุขของนางดำรงอยู่ได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นเร่งรีบของคนกลุ่มหนึ่งพลันดังแว่วมาจากทางเดินหน้าเรือนพัก ก่อนเสียงกระแอมของสตรีสูงวัยผู้หนึ่งจะดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงอันทรงอำนาจของแม่นมคนสนิทประจำตัวฮูหยินใหญ่
“คุณหนูสาม ฮูหยินใหญ่มีคำสั่ง ให้ท่านแต่งกายให้เรียบร้อยแล้วไปพบที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้ มีเรื่องงานเลี้ยงน้ำชาตระกูลเจียงที่ท่านต้องไปรับฟังคำสั่ง”
ซือซือเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม นัยน์ตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับ สัญชาตญาณนักล่าข่าวบันเทิงที่เงียบสงบไปชั่วครู่พลันตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
‘มาแล้วสินะ แหล่งขุมทรัพย์แต้มเผือกขนาดใหญ่ประจำบ้าน ฮูหยินใหญ่กับพวกพี่สาวสายตรงตัวแสบ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ คราวนี้แอดมินเจียงจะไปสแกนความลับให้เกลี้ยงเรือนเลย’
เจียงซือซือเดินตามแม่นมจางมุ่งหน้าไปยังเรือนหลักด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ภายนอกนางสวมชุดผ้าโปร่งสีฟ้าหม่นตัวเก่า ก้มหน้าก้มตา ดูอย่างไรก็เป็นคุณหนูสามผู้เจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้ามีปากมีเสียงกับผู้ใด
ทว่าภายในใจกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง นางกำลังเปิดระบบสแกนสำรวจสิ่งรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ ราวกับนักข่าวบันเทิงที่เพิ่งได้รับสิทธิ์เข้าหลังเวทีงานประกาศรางวัลครั้งใหญ่
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงเรือนหลัก กลิ่นกำยานราคาแพงลอยมาแตะจมูก พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักของสตรีสองคน
บนตั่งไม้แกะสลักมีสตรีวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าไหมปักดิ้นทองหรูหรานั่งเด่นเป็นสง่า นั่นคือ ‘หลิวฮูหยิน’ หรือฮูหยินใหญ่แห่งจวนเจียง ถัดไปด้านข้างคือ ‘เจียงหว่านเอ๋อร์’ คุณหนูใหญ่ผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาของนาง ใบหน้างดงามหมดจด ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส
สองแม่ลูกกำลังจิบชาพลางสนทนากันอย่างอารมณ์ดี กระทั่งเห็นซือซือเดินเข้ามา เสียงหัวเราะจึงค่อยๆ เงียบลง
“คารวะท่านแม่ใหญ่ คารวะพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ” ซือซือประสานมือย่อกายทำความเคารพอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม
หลิวฮูหยินปรายตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนกระแอมเบาๆ แล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ
“หายไข้แล้วรึซือซือ ที่เรียกเจ้ามาวันนี้ เพราะอีกสามวันจะมีงานเลี้ยงน้ำชาตระกูลใหญ่ เจ้าในฐานะบุตรสาวสายรอง ย่อมต้องรู้หน้าที่ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ อย่าได้ไปทำตัวขายหน้าจนเสื่อมเสียถึงหว่านเอ๋อร์เชียว”
เจียงหว่านเอ๋อร์ยกพัดขนนกขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ
“ท่านแม่ก็กังวลเกินไป น้องสามนางหัวทื่อปานนั้น วันๆ คงทำได้แค่นั่งก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองนั่นแหละเจ้าค่ะ จะไปกล้าทำเรื่องขายหน้าอันใดได้”
ซือซือยืนนิ่ง รับฟังถ้อยคำเหน็บแนมโดยไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว ทว่าในหัวกลับสั่งการระบบทันควัน
‘ระบบ สแกนสองแม่ลูกนี่ให้ข้าทีซิ มีเรื่องเด็ดอะไรซ่อนอยู่บ้าง’
ติ๊ง! ทำการสแกนเป้าหมายคู่ หลิวฮูหยิน และ เจียงหว่านเอ๋อร์
ระดับความเผือก 4 ดาว ข่าวกรองระดับท็อปฟอร์ม
ข้อมูลลับ 1 หลิวฮูหยิน วางท่าเป็นฮูหยินผู้เคร่งครัดในศีลธรรม แต่แท้จริงแอบยักยอกเงินกองกลางของจวนไปถึงสามพันตำลึง ซ่อนตั๋วเงินไว้ใต้กระถางบอนไซหินอ่อนในเรือนตะวันตก เพื่อเตรียมส่งให้ ‘พี่จ้าว’ อดีตคนรักวัยเยาว์ที่ปัจจุบันผันตัวไปเปิดบ่อนการพนันนอกเมือง
ข้อมูลลับ 2 เจียงหว่านเอ๋อร์ วันนี้แสร้งทำเป็นใส่ชุดผ้าไหมเรียบร้อย แต่เมื่อคืนเพิ่งแอบนำปิ่นทองคำฝังหยกขาวของบิดาไปฝากจำนำ เพื่อเอาเงินไปเปย์ ‘บัณฑิตหลี่’ ชายหนุ่มหน้าขาวที่หลอกว่าจะแต่งนางเป็นภรรยาเอกหลังสอบติดจอหงวน
ซือซือที่ได้รับข้อมูลถึงกับเบิกตากว้าง ความเป็นนักล่าข่าวในสายเลือดพลันตื่นตัวขึ้นมาทันที
‘โอ้โห แม่ลูกคู่นี้มันตัวท็อปวงการบันเทิงยุคโบราณชัดๆ คนแม่ก็ไม่เบา วางมาดผู้ดีแปดสาแหรก แต่แอบซ่อนตั๋วเงินไว้ใต้กระถางบอนไซเรือนตะวันตก เตรียมเอาไปเปย์คนรักวัยเด็กที่เปิดบ่อนเนี่ยนะ ป่านนี้พี่จ้าวเอาเงินไปเสวยสุขกับสาวงามหมดแล้วมั้งคุณป้า’
มือของหลิวฮูหยินที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบพลันชะงักค้าง
นางเบิกตากว้าง ก่อนกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตระหนก มือที่ถือถ้วยชากระเบื้องเคลือบสั่นระริก ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตเริ่มมีเหงื่อเย็นผุดซึมตามไรผม
‘สะ... เสียงใคร ใครมันบังอาจพูดเรื่องกระถางบอนไซ’
หลิวฮูหยินพยายามมองหาต้นเสียง แต่ไม่พบผู้ใดกำลังเอ่ยปากพูดแม้แต่คนเดียว
ทว่าเสียงนั้นยังคงดังเจื้อยแจ้วอยู่ในหัวอย่างไม่ยอมจบ
‘ส่วนคนลูกก็น่าสงสารปนสมน้ำหน้า ขโมยปิ่นหยกของพ่อไปเปย์บัณฑิตหน้าขาว คิดว่าเขาจะสอบได้จอหงวนจริงหรือ ระบบแฉหมดเปลือกแล้วจ้า บัณฑิตหลี่นั่นสอบตกมาห้ารอบ แถมเอาเงินจากปิ่นหยกไปเปย์หญิงงามเมืองในหอนางโลมเรียบร้อยแล้ว ยัยโง่เอ๊ย! โดนหลอกซ้ำรอยแม่ไม่มีผิด กรรมพันธุ์ความโง่เรื่องผู้ชายนี่มันถ่ายทอดทางสายเลือดจริงๆ’
เพล้ง!
ถ้วยชาราคาแพงในมือหลิวฮูหยินร่วงกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำชาร้อนกระเด็นเปื้อนชายกระโปรง แต่นางกลับไม่มีแก่ใจสนใจ
นางหันขวับไปมองเจียงซือซือ คุณหนูสามยังคงยืนก้มหน้า มือประสานอยู่เบื้องหน้าอย่างเรียบร้อย ริมฝีปากปิดสนิท ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย
แต่เสียงนินทานั่นกลับดังก้องอยู่ในหัวของนางอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ทะ... ท่านแม่ เป็นอะไรไปเจ้าคะ” เจียงหว่านเอ๋อร์ตกใจที่เห็นมารดาทำถ้วยชาแตก แต่นางเองก็หน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน ร่างกายสั่นเทา เพราะคำว่า ‘ปิ่นหยก’ และ ‘บัณฑิตหลี่’ ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหู
‘นางรู้ได้อย่างไร นางรู้เรื่องปิ่นหยกได้อย่างไรกัน’
หว่านเอ๋อร์แทบอยากกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เรื่องนี้นางทำอย่างลับที่สุด แม้แต่มารดายังไม่รู้ แล้วเจียงซือซือที่วันๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือนท้ายจวนจะล่วงรู้ได้อย่างไร
ซือซือเห็นสองแม่ลูกมีท่าทีประหลาด ถ้วยชาหลุดมือแตกกระจาย แต่กลับพากันหน้าซีดตัวสั่น แถมยังมองนางราวกับเห็นภูตผี ก็อดนึกสงสัยไม่ได้
‘เอ้า อะไรกันอีกเนี่ย ถ้วยชาหลุดมือแล้วทำไมต้องมองหน้าข้าเหมือนข้าเป็นคนปาใส่ หรือว่าชาจวนนี้มีอะไรแปลกๆ กินเข้าไปแล้วหลอนประสาทกันทั้งคู่ แปลกคนจริง’
เขาไม่ได้เปิดโปงนาง เพียงเดินไปหยิบจอกสุรามงคลที่ผูกด้ายแดงไว้ด้วยกันขึ้นมา แล้วยื่นให้นางหนึ่งจอก“ดื่มสุราคล้องแขนก่อนเถิด ฮูหยินของข้า”คำว่า ‘ฮูหยินของข้า’ ทำเอาซือซือหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง“ดื่มแล้วข้ากินข้าวได้เลยใช่ไหมเจ้าคะ”เซียวอี้หรานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมา“ได้”“เช่นนั้นรีบดื่มเถอะเจ้าค่ะ” คนหนึ่งมองสุรามงคล อีกคนกลับนึกถึงอาหารจนตาเป็นประกายทั้งสองคล้องแขนดื่มสุราจนหมดจอกตามธรรมเนียม เซียวอี้หรานวางจอกลง ก่อนปรบมือเบาๆ สองครั้งประตูห้องหอเปิดออกอีกคราบ่าวรับใช้ทยอยยกสำรับอาหารมงคลเข้ามาไม่ขาดสาย จานแล้วจานเล่าถูกจัดเรียงบนโต๊ะยาวกลางห้องจนแน่นขนัดเป็ดย่างหนังกรอบ หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ขาหมูอบหนังกรอบ กุ้งมังกรนึ่งซีอิ๊ว ปลาเก๋านึ่ง ขนมเปี๊ยะกุหลาบ รวมถึงอาหารอีกสารพัดที่นางโปรดปราน กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องดวงตาของซือซือเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ“หนึ่ง สอง สาม...”นางนับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันขวับมามองเขา“หนึ่งร้อยแปดเมนูจริงๆ หรือเจ้าคะ”“ข้าบอกแล้วว่าจะเตรียมให้”ซือซือตาลุกวาว‘กรี๊ด บุฟเฟต์มื้อดึกในฝัน หนึ่งร้อยแปดเมนูจริงๆ ด้วย พ่อเป็ดแดงสายเปย์ที่แท้จ
คราวนี้ซือซือพูดไม่ออกจริงๆ เซียวอี้หรานมองใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อย ๆ ของนาง ก่อนคลี่ยิ้มละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ“หนึ่งร้อยแปดเมนูนั้น ข้าจะให้พ่อครัวทำให้เจ้ากินไปตลอดชีวิต” หัวใจดวงน้อยของซือซือเต้นระรัวราวกลองรบ นางรีบก้มหน้าหลบสายตา‘ตาบ้าเอ๊ย พอพูดตรงๆ แบบนี้ ข้าก็เขินเป็นเหมือนกันนะ’เซียวอี้หรานหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ“ในที่สุดก็มีเรื่องที่ทำให้เจ้าเขินได้”ซือซือรีบเงยหน้า“ข้าไม่ได้เขินเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเหตุใดหน้าแดง”“อากาศร้อน”เซียวอี้หรานปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งลมหนาวกำลังพัดกิ่งไม้ไหว“วันนี้อากาศหนาว”ซือซือเม้มปากแน่น‘จะจับผิดเก่งไปไหนพ่อเป็ดแดง’เซียวอี้หรานหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเอื้อมมือไปดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมซือซือชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักเขาออกเสียงหัวใจหนักแน่นของบุรุษตรงหน้าดังอยู่ใกล้หูจนนางได้ยินชัดเจน“ซือซือ”“เจ้าคะ”“อีกเจ็ดวัน เจ้าจะเป็นฮูหยินของข้าแล้ว”“ฝ่าบาทมีพระราชโองการ ข้าจะหนีไปไหนได้เล่าเจ้าคะ”“หากไม่มีพระราชโองการ เจ้าจะหนีหรือ”ซือซือนิ่งไป นางเงยหน้ามองเขา ก่อนตอบเสียงเบาลง“ถ้าท่านยังมีของอร่อยให้ข้ากินหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนแตกตื่นยิ่งกว่าทรัพย์สินเหล่านั้น กลับเป็น ‘ขบวนเกวียนเสบียงชั้นเลิศสามสิบเล่ม’ทั้งเนื้อแกะแดนเหนือ เป็ดย่าง หมูหัน ขนมเปี๊ยะกุหลาบ น้ำผึ้งป่าเดือนห้า รวมถึงวัตถุดิบหายากจากทั่วทุกสารทิศ ล้วนเป็นของที่เซียวอี้หรานสั่งให้รวบรวมมาเป็นสินสอดส่วนตัว เพื่อเอาใจว่าที่เจ้าสาวสายกินของตนโดยเฉพาะภายในเรือนรับรอง เจียงซือซือกำลังยืนกางแขนเป็นหุ่นลองเสื้ออยู่หน้าคันฉ่องบานใหญ่ บรรดาช่างตัดเย็บหลวงจากทั้งวังหนานเย่ว์และวังต้าฉินกว่าสิบคนกำลังรุมล้อมวัดตัว ปักเข็ม และเก็บรายละเอียดชุดมงคลสีแดงเพลิง ซึ่งปักลวดลายหงส์คู่พยัคฆ์ด้วยดิ้นทองคำแท้อย่างประณีตบนศีรษะของนางยังมีมงกุฎหงส์ทองคำฝังทับทิมน้ำงาม น้ำหนักเกือบสิบชั่ง กดเสียจนคอเรียวระหงแทบตั้งไม่ตรง“โอ๊ย! แม่นางทั้งหลาย คอข้าจะหักแล้วเจ้าค่ะ มงกุฎนี้หนักราวกับเอาหม้อไฟทองเหลืองมาครอบศีรษะข้าไว้ทั้งใบ”ซือซือโอดครวญเสียงอ่อย พลางฉวยจังหวะที่ไม่มีใครทันสังเกต ล้วงแผ่นกล้วยตากเคลือบน้ำตาลโกโก้ที่แอบซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ ประทังชีวิตหัวหน้าช่างตัดเย็บหลวงรีบจัดชายกระโปรงให้นางพลางเอ่ยปลอบ“อดทนอีกสักหน่อยนะเพคะอง
มู่หรงอวิ๋นรีบก้มศีรษะ“กระหม่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังใดทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ”ซือซือที่กำลังตักบัวลอยงาดำเข้าปากชะงักเล็กน้อย‘ยังจะแถอีกหรือ งั้นลองดูให้หมดเลยดีกว่า’นางสั่งระบบในใจทันที‘ระบบ ตรวจสอบเส้นทางการเงินกับคลังอาวุธลับของตาเฒ่ากางเกงทองคนนี้ให้ที’ติ๊ง! เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘ตรวจสอบความจริง’ข้อมูลลับ 1 มู่หรงอวิ๋นยักยอกและสะสมทองคำไว้ห้าหมื่นตำลึง โดยซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินหลังคฤหาสน์ตระกูลมู่หรง ภายในห้องดังกล่าวใช้ถังหมักปลาร้าหลายสิบถังวางปิดทางเข้า เพื่อให้คนหลีกเลี่ยงเพราะกลิ่นรุนแรงข้อมูลลับ 2 กองกำลังทหารรับจ้างจำนวนห้าพันนายที่เตรียมใช้ยึดอำนาจ รวมพลอยู่ที่หุบเขากวางเผือกบริเวณชายแดนรอยต่อ โดยใช้รหัสแสดงตนเป็นการกระโดดขาเดียวหนึ่งครั้งพร้อมส่งเสียงเลียนแบบไก่ป่าซือซือที่กำลังซดน้ำขิงถึงกับสำลัก“พรวด!” นางรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก ไหล่สั่นจนแทบกุมชามไม่อยู่‘โอ๊ย! ซ่อนทองห้าหมื่นตำลึงไว้หลังถังหมักปลาร้าเนี่ยนะ คิดได้อย่างไร กลิ่นคงแรงจนโจรยังไม่อยากเข้าใกล้ แล้วกองทัพกบฏห้าพันคนใช้รหัสกระโดดขาเดียวแล้วร้องเหมือนไก่ป่าอีก ตาเฒ่านี่คิดแผนแต่ละอย่างไม่ธรรมดาจริง
ซือซือมองหน้าต่างระบบด้วยดวงตาเป็นประกายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงมองเผือกเผาที่ตกอยู่บนพื้นนางถอนหายใจด้วยความเสียดาย“ชุนหลาน”สาวใช้ที่เพิ่งกล้ากลับเข้ามาหลังการต่อสู้รีบขานรับ“เจ้าคะคุณหนู”“ไปเอาเผือกมาเผาใหม่อีกสองหัว แล้วกล้วยอีกห้าไม้”ชุนหลานอ้าปากค้าง “เพิ่งมีนักฆ่าบุกจวนนะเจ้าคะ”“ก็เพราะมีนักฆ่าบุก ข้าถึงต้องกินปลอบขวัญสิ”ชุนหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมพยักหน้า“เจ้าค่ะ”ขณะที่ซือซือกลับไปนั่งหน้าเตาถ่านรอของกินชุดใหม่ เซียวอี้หรานก็นำกำลังมุ่งหน้าออกจากเมืองอย่างรวดเร็วโรงเตี๊ยมร้างชานเมืองกำลังถูกล้อมจากทุกทิศทางและมู่หรงอวิ๋นผู้คิดว่าตนซ่อนหลักฐานไว้ในสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดกล้าค้น กำลังจะได้เรียนรู้ว่า เมื่อเจียงซือซือเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วไม่มีที่ซ่อนใดในโลกปลอดภัยพอสำหรับความลับอีกต่อไปโรงเตี๊ยมร้างบริเวณชานเมืองหลวงอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและควันเทียนสลัว มู่หรงอวิ๋น อัครมหาเสนาบดีเฒ่าแห่งหนานเย่ว์ กำลังเดินกระวนกระวายไปมาภายในห้องโถงเก่า มือข้างหนึ่งลูบบริเวณบั้นท้ายตัวเองเป็นระยะ ราวกับต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่า ‘กางเกงชั้นในผ้าไหมสีทองสองชั้น’ ซึ่งใช้ซ่อนแผนผังยึดอำน
ตั้งแต่ข่าวเรื่องชาติกำเนิดของซือซือแพร่ออกไป เขาก็สั่งเพิ่มกำลังรักษาการณ์รอบจวนเป็นสองเท่า เพราะรู้ดีว่าสถานะใหม่ของนางย่อมดึงดูดทั้งคนที่หวังดีและคนที่ต้องการใช้ประโยชน์กลิ่นเผือกเผาลอยออกมาจากในห้อง ทำให้แม่ทัพหนุ่มเหลือบมองบานประตูแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย‘ดึกถึงเพียงนี้ยังไม่หยุดกินอีก’ทว่าในชั่วขณะต่อมา แววตาของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นคมเสียงลมหายใจแผ่วเบาหลายสายดังขึ้นเหนือกำแพงจวนแทบในเวลาเดียวกัน ระบบในหัวของซือซือก็ส่งเสียงเตือนดังลั่นติ๊ง! ตรวจพบผู้บุกรุกระดับยอดฝีมือ 20 นายเปิดใช้งาน ‘เรดาร์ตรวจจับไอสังหาร’ อัตโนมัติระดับความเผือก 5 ดาวกะโหลกเพชร แผนลักพาตัวองค์หญิงแห่งหนานเย่ว์ข้อมูลลับ 1 มู่หรงอวิ๋น อัครมหาเสนาบดีแห่งหนานเย่ว์ ส่งหน่วยล่าสังหาร ‘อินทรีทมิฬ’ มาลักพาตัวเจียงซือซือ โดยเตรียมใช้ยาสลบจากผงดอกลำโพงรมผ่านรอยแยกของหน้าต่างข้อมูลลับ 2 หัวหน้าหน่วย ‘อินทรีหนึ่ง’ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ ซ่อนตัวอยู่บนขื่อหลังคาเรือน ทว่าขณะนี้กำลังเป็นตะคริวที่น่องขวาอย่างรุนแรง เพราะเกาะขื่อรอนานจนขาชาข้อมูลลับ 3 มู่หรงอวิ๋นซ่อนตราประจำตำแหน่งและแผนการยึดอำนาจในหนานเย่ว์







