FAZER LOGIN
ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัสของเจียงซือซือ คือกลิ่นกำยานหอมเอียนชวนเวียนศีรษะ ผสมกับกลิ่นอับจางๆ ของไม้เก่า และสัมผัสจากฟูกนอนแข็งกระด้างราวกับแผ่นกระดานที่ตากแดดจนแห้งกรอบ
‘เดี๋ยวนะ ห้องเช่าราคาเดือนละสี่พันของฉัน มันเปลี่ยนเป็นเตียงไม้โบราณตั้งแต่เมื่อไหร่’
เปลือกตาบางค่อยๆ กะพริบถี่เพื่อปรับรับแสงสลัว ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เพดานปูนเปลือยที่มีคราบน้ำรั่วซึมจากห้องชั้นบน แต่กลับเป็นม่านเตียงผ้าโปร่งสีคราม เสาไม้สลักลายดอกท้อแบบโบราณ และโต๊ะเครื่องแป้งเก่า ๆ ที่สีหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้ด้านใน
ยิ่งไปกว่านั้น สองมือที่นางยกขึ้นจับใบหน้าตัวเองยังขาวผ่อง เรียวเล็ก ไร้รอยด้านจากการรัวคีย์บอร์ดปั่นข่าวซุบซิบดาราจนถึงรุ่งเช้า
ความทรงจำสุดท้ายของนางคือการนั่งทำงานล่วงเวลาติดต่อกันเจ็ดสิบสองชั่วโมง เพื่อขุดคุ้ยข่าวฉาวของดาราชายชื่อดังคนหนึ่งลงเพจแท็บลอยด์อันดับต้นๆ ที่นางเป็นแอดมินอยู่ กาแฟกระป๋องที่ห้าเพิ่งหมดไป หัวใจก็พลันบีบรัดอย่างรุนแรง ก่อนภาพตรงหน้าจะดับวูบลงในทันที
‘อย่าบอกนะว่าหัวใจวายตายคาคีย์บอร์ด แล้ววิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นตามพล็อตนิยายเกรดบีที่เคยอ่าน’
ยังไม่ทันที่ซือซือจะได้ตั้งสติหรือสำรวจความทรงจำของร่างนี้ สรรพสิ่งรอบตัวพลันหยุดนิ่ง ละอองฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศชะงักค้าง ประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมเสียงสังเคราะห์ไร้อารมณ์ที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน
ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นจิตวิญญาณระดับมืออาชีพ ขอต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ “ระบบกินเผือกระดับจักรวาล”
ท่านได้เข้ามาอยู่ในร่างของ ‘เจียงซือซือ’ บุตรสาวสายรองลำดับที่สามแห่งจวนตระกูลเจียง เมืองหลวงแคว้นต้าฉิน ผู้มีสถานะเป็นดั่งอากาศธาตุ ไร้ตัวตน และกำลังจะอดตายในเรือนท้ายจวน
ภารกิจหลักของระบบ สแกนข้อมูล ค้นหาความลับดำมืด และสะสมแต้มความฟินจากการซุบซิบเรื่องชาวบ้าน โดยแต้มเผือกทุกๆ 100 แต้ม สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินตำลึงแท้ อาหารชั้นเลิศ หรือของรางวัลยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ได้ทันที
ดวงตากลมโตของซือซือเบิกกว้าง ความตกใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายตื่นเต้นในพริบตา
‘ระบบกินเผือก นี่มันเข้ากับอาชีพเดิมของอดีตแอดมินเพจสายเผือกตัวแม่เกินไปแล้ว ยุคโบราณไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่ข้ามีระบบป้อนข่าวกรองถึงสมอง รวยแน่ คราวนี้ข้าจะได้นอนกระดิกเท้ากินขนม ไม่ต้องนั่งเขียนแคปชันส่งบก. ยันเช้าอีกต่อไป’
คำเตือนจากระบบ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนติดตั้งเบื้องต้นบนเครือข่ายวิญญาณข้ามภพ ระบบอาจเกิดสัญญาณแทรกซ้อนเล็กน้อย แต่ไม่มีผลกระทบต่อฟังก์ชันการทำงานหลัก ขอให้โฮสต์เพลิดเพลินกับการกินเผือก
ซือซือปัดหน้าต่างคำเตือนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ สิ่งเดียวที่นางสนใจในยามนี้คือกระเพาะอาหารที่กำลังส่งเสียงโครกครากประท้วงด้วยความหิวโหย
ร่างเดิมดูเหมือนจะนอนซมเพราะพิษไข้มาหลายวัน ข้าวปลาแทบไม่ได้ตกถึงท้อง เสื้อผ้าที่สวมอยู่แม้เป็นผ้าเนื้อดี แต่กลับเก่าจนสีซีดและเนื้อผ้าบาง บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าบุตรสาวสายรองผู้นี้ไม่ได้รับความใส่ใจจากคนในจวนมากนัก
“แอ๊ด...”
เสียงบานประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบา สตรีร่างเล็กในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนก้าวเข้ามาในห้อง บนถาดไม้ในมือมีโจ๊กข้าวฟ่างจืดชืดสีซีดหนึ่งชาม กับพุทราจีนแห้งเหี่ยวอีกสองสามลูก
ทันทีที่เห็นหญิงสาวบนเตียงลืมตาตื่น สาวใช้ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาคุกเข่าข้างเตียง ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนหวานจนดวงตาหยีโค้ง
“คุณหนูสามฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวเป็นห่วงแทบแย่ นอนซมไปถึงสองวันเต็มๆ บ่าวคอยเฝ้าเช็ดตัวให้มิได้ห่าง ดื่มโจ๊กร้อนๆ สักหน่อยนะเจ้าคะ จะได้มีเรี่ยวแรง”
สาวใช้ผู้นี้มีนามว่า ‘ชุนหลาน’ เป็นสาวใช้ประจำตัวเพียงคนเดียวของร่างเดิม ภายนอกดูซื่อสัตย์ ว่านอนสอนง่าย กิริยาเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้
ซือซือยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะทดลองใช้ฟังก์ชันของระบบเป็นครั้งแรก
‘ระบบ เปิดโหมดสแกนเป้าหมายตรงหน้าทันที’
ติ๊ง! ดำเนินการสแกนเป้าหมาย ชุนหลาน สาวใช้ประจำตัว
ระดับความเผือก 2 ดาว
ข้อมูลลับ ภายนอกทำทีเป็นสาวใช้ผู้ภักดี คอยปรนนิบัติด้วยความยากลำบาก แต่แท้จริงเมื่อวานตอนบ่ายเพิ่งแอบย่องไปขโมย ‘แป้งผัดหน้ากลิ่นกุหลาบนำเข้าจากแดนใต้’ ของฮูหยินใหญ่ เพื่อนำไปมอบเป็นของแทนใจให้ ‘เสี่ยวจื่อ’ คนสวนหนุ่มรูปหล่อที่ตนแอบชอบ โดยแอบซ่อนตลับแป้งไว้ในสาบเสื้อด้านซ้าย
ซือซือนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะกระตุกเบาๆ นางหยิบพุทราจีนแห้งขึ้นมาหนึ่งลูก โยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พลางวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในใจอย่างออกรส
‘โอ้โห หน้าตาดูเรียบร้อยเหมือนบวชชีมาสิบพรรษา ที่แท้ก็แม่เสือสาวสายเปย์นี่เอง กล้าไปลูบคมขโมยแป้งผัดหน้าของฮูหยินใหญ่เพื่อเอาไปเปย์ผู้ชายเอาไปขายแลกเงินเนี่ยนะ ช่างกล้าหาญชาญชัยแท้ๆ ยัยหนูเอ๋ย แป้งตลับนั้นฮูหยินใหญ่สั่งทำพิเศษ ก้นตลับสลักตราประจำตระกูลเดิมไว้ชัดเจน ถ้าโดนจับได้มีหวังถูกลากไปโบยจนก้นลายแน่’
ทว่าสิ่งที่ซือซือไม่รู้เลยแม้แต่น้อยก็คือ สัญญาณแทรกซ้อนที่ระบบแจ้งเตือนไว้ ได้เปลี่ยนความคิดในหัวของนางให้กลายเป็นคลื่นเสียงก้องกังวาน กระจายออกไปรอบตัวในรัศมีห้าเมตรอย่างชัดเจน ประหนึ่งมีลำโพงไร้สายติดอยู่ในหัวของนาง
ชุนหลานที่กำลังประคองชามโจ๊กยื่นให้ชะงักค้างไปทั้งตัว รอยยิ้มอ่อนหวานแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
‘สะ... เสียงใครกัน’
ชุนหลานหันซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก สายตากวาดมองทั่วห้องนอนอันทรุดโทรม แต่ในห้องนี้ไม่มีผู้ใดนอกจากนางกับคุณหนูสามที่กำลังนั่งเคี้ยวพุทราจีนตาแป๋ว ริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย
ทว่าเสียงแจ๋วๆ ปนเย้ยหยันยังคงดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง ราวกับมีคนมายืนกระซิบอยู่ข้างหู
‘แถมเจ้าคนสวนเสี่ยวจื่ออะไรนั่น ระบบยังบอกอีกว่ามันมีเมียซ่อนอยู่ท้ายจวนตั้งสองคน กะจะหลอกเอาของมีค่าจากสาวใช้ไปขายต่อร้านรับซื้อของโจรชัดๆ โดนหลอกจนหัวปักหัวปำแท้ๆ โถ... ช่างโง่เง่าสิ้นดี ตัวเองต้องเสี่ยงโดนตีตาย แต่ผู้ชายกลับเอาของไปเสวยสุขกับเมียอื่น สภาพ’
มือของชุนหลานสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ชามโจ๊กกระทบถาดไม้เกิดเสียงดังกิ๊ง ๆ ใบหน้าที่เคยผุดผ่องซีดเผือดลงราวกระดาษ เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ดวงตาเบิกกว้างมองคุณหนูสามตรงหน้าราวกับเห็นภูตผีที่ล่วงรู้ความลับสวรรค์
‘คุณหนูรู้ได้อย่างไร ข้าเพิ่งแอบหยิบมาเมื่อวาน และยังไม่ได้บอกใครสักคำ แม้แต่พี่เสี่ยวจื่อก็ยังไม่รู้เลยว่าข้าจะเอาอะไรไปให้’
เมื่อได้ยินว่าคนรักมีภรรยาอยู่แล้วถึงสองคน ประกอบกับความหวาดกลัวต่อบทลงโทษของฮูหยินใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด ชุนหลานก็ไม่อาจทนรับแรงกดดันจากเสียงลึกลับนี้ได้อีกต่อไป
นางวางถาดโจ๊กลงข้างเตียงอย่างลนลาน ก่อนทรุดตัวลงหมอบกราบกับพื้นกระดานไม้เสียงดังตึง ร่างกายสั่นเทาราวลูกนกกลางพายุฝน
“คุณหนูสามโปรดเมตตา บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวหน้ามืดตามัว บ่าวโง่เขลาเองเจ้าค่ะ บ่าวจะเอาแป้งไปแอบคืนที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ได้โปรดอย่าส่งบ่าวให้ฮูหยินใหญ่เลยนะเจ้าคะ”
ซือซือที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบพุทราจีนลูกที่สองถึงกับสะดุ้ง มือชะงักค้างอยู่กลางอากาศ มองสาวใช้ที่ก้มกราบขอขมานางไม่หยุดด้วยความงุนงง
‘เอ้า อะไรของนางเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ลงไปกราบพื้นขอขมาฟ้าดินทำไม หรือว่าการฟื้นไข้ของข้ามันดูขลังจนมีออร่าเทพเจ้าเปล่งประกาย คนโบราณนี่จิตใจเปราะบางกันจังแฮะ’
ชุนหลานที่ได้ยินเสียงวิจารณ์ในหัวอีกระลอก ยิ่งหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ นางรีบล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อด้านซ้าย ดึงตลับแป้งกระเบื้องเคลือบสีชมพูลายกุหลาบอันประณีตออกมา วางลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างลนลาน จากนั้นจึงโขกศีรษะกับพื้นอีกสามครั้งรวด
เขาไม่ได้เปิดโปงนาง เพียงเดินไปหยิบจอกสุรามงคลที่ผูกด้ายแดงไว้ด้วยกันขึ้นมา แล้วยื่นให้นางหนึ่งจอก“ดื่มสุราคล้องแขนก่อนเถิด ฮูหยินของข้า”คำว่า ‘ฮูหยินของข้า’ ทำเอาซือซือหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง“ดื่มแล้วข้ากินข้าวได้เลยใช่ไหมเจ้าคะ”เซียวอี้หรานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมา“ได้”“เช่นนั้นรีบดื่มเถอะเจ้าค่ะ” คนหนึ่งมองสุรามงคล อีกคนกลับนึกถึงอาหารจนตาเป็นประกายทั้งสองคล้องแขนดื่มสุราจนหมดจอกตามธรรมเนียม เซียวอี้หรานวางจอกลง ก่อนปรบมือเบาๆ สองครั้งประตูห้องหอเปิดออกอีกคราบ่าวรับใช้ทยอยยกสำรับอาหารมงคลเข้ามาไม่ขาดสาย จานแล้วจานเล่าถูกจัดเรียงบนโต๊ะยาวกลางห้องจนแน่นขนัดเป็ดย่างหนังกรอบ หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ขาหมูอบหนังกรอบ กุ้งมังกรนึ่งซีอิ๊ว ปลาเก๋านึ่ง ขนมเปี๊ยะกุหลาบ รวมถึงอาหารอีกสารพัดที่นางโปรดปราน กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องดวงตาของซือซือเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ“หนึ่ง สอง สาม...”นางนับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันขวับมามองเขา“หนึ่งร้อยแปดเมนูจริงๆ หรือเจ้าคะ”“ข้าบอกแล้วว่าจะเตรียมให้”ซือซือตาลุกวาว‘กรี๊ด บุฟเฟต์มื้อดึกในฝัน หนึ่งร้อยแปดเมนูจริงๆ ด้วย พ่อเป็ดแดงสายเปย์ที่แท้จ
คราวนี้ซือซือพูดไม่ออกจริงๆ เซียวอี้หรานมองใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อย ๆ ของนาง ก่อนคลี่ยิ้มละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ“หนึ่งร้อยแปดเมนูนั้น ข้าจะให้พ่อครัวทำให้เจ้ากินไปตลอดชีวิต” หัวใจดวงน้อยของซือซือเต้นระรัวราวกลองรบ นางรีบก้มหน้าหลบสายตา‘ตาบ้าเอ๊ย พอพูดตรงๆ แบบนี้ ข้าก็เขินเป็นเหมือนกันนะ’เซียวอี้หรานหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ“ในที่สุดก็มีเรื่องที่ทำให้เจ้าเขินได้”ซือซือรีบเงยหน้า“ข้าไม่ได้เขินเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเหตุใดหน้าแดง”“อากาศร้อน”เซียวอี้หรานปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งลมหนาวกำลังพัดกิ่งไม้ไหว“วันนี้อากาศหนาว”ซือซือเม้มปากแน่น‘จะจับผิดเก่งไปไหนพ่อเป็ดแดง’เซียวอี้หรานหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเอื้อมมือไปดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมซือซือชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักเขาออกเสียงหัวใจหนักแน่นของบุรุษตรงหน้าดังอยู่ใกล้หูจนนางได้ยินชัดเจน“ซือซือ”“เจ้าคะ”“อีกเจ็ดวัน เจ้าจะเป็นฮูหยินของข้าแล้ว”“ฝ่าบาทมีพระราชโองการ ข้าจะหนีไปไหนได้เล่าเจ้าคะ”“หากไม่มีพระราชโองการ เจ้าจะหนีหรือ”ซือซือนิ่งไป นางเงยหน้ามองเขา ก่อนตอบเสียงเบาลง“ถ้าท่านยังมีของอร่อยให้ข้ากินหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนแตกตื่นยิ่งกว่าทรัพย์สินเหล่านั้น กลับเป็น ‘ขบวนเกวียนเสบียงชั้นเลิศสามสิบเล่ม’ทั้งเนื้อแกะแดนเหนือ เป็ดย่าง หมูหัน ขนมเปี๊ยะกุหลาบ น้ำผึ้งป่าเดือนห้า รวมถึงวัตถุดิบหายากจากทั่วทุกสารทิศ ล้วนเป็นของที่เซียวอี้หรานสั่งให้รวบรวมมาเป็นสินสอดส่วนตัว เพื่อเอาใจว่าที่เจ้าสาวสายกินของตนโดยเฉพาะภายในเรือนรับรอง เจียงซือซือกำลังยืนกางแขนเป็นหุ่นลองเสื้ออยู่หน้าคันฉ่องบานใหญ่ บรรดาช่างตัดเย็บหลวงจากทั้งวังหนานเย่ว์และวังต้าฉินกว่าสิบคนกำลังรุมล้อมวัดตัว ปักเข็ม และเก็บรายละเอียดชุดมงคลสีแดงเพลิง ซึ่งปักลวดลายหงส์คู่พยัคฆ์ด้วยดิ้นทองคำแท้อย่างประณีตบนศีรษะของนางยังมีมงกุฎหงส์ทองคำฝังทับทิมน้ำงาม น้ำหนักเกือบสิบชั่ง กดเสียจนคอเรียวระหงแทบตั้งไม่ตรง“โอ๊ย! แม่นางทั้งหลาย คอข้าจะหักแล้วเจ้าค่ะ มงกุฎนี้หนักราวกับเอาหม้อไฟทองเหลืองมาครอบศีรษะข้าไว้ทั้งใบ”ซือซือโอดครวญเสียงอ่อย พลางฉวยจังหวะที่ไม่มีใครทันสังเกต ล้วงแผ่นกล้วยตากเคลือบน้ำตาลโกโก้ที่แอบซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ ประทังชีวิตหัวหน้าช่างตัดเย็บหลวงรีบจัดชายกระโปรงให้นางพลางเอ่ยปลอบ“อดทนอีกสักหน่อยนะเพคะอง
มู่หรงอวิ๋นรีบก้มศีรษะ“กระหม่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังใดทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ”ซือซือที่กำลังตักบัวลอยงาดำเข้าปากชะงักเล็กน้อย‘ยังจะแถอีกหรือ งั้นลองดูให้หมดเลยดีกว่า’นางสั่งระบบในใจทันที‘ระบบ ตรวจสอบเส้นทางการเงินกับคลังอาวุธลับของตาเฒ่ากางเกงทองคนนี้ให้ที’ติ๊ง! เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘ตรวจสอบความจริง’ข้อมูลลับ 1 มู่หรงอวิ๋นยักยอกและสะสมทองคำไว้ห้าหมื่นตำลึง โดยซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินหลังคฤหาสน์ตระกูลมู่หรง ภายในห้องดังกล่าวใช้ถังหมักปลาร้าหลายสิบถังวางปิดทางเข้า เพื่อให้คนหลีกเลี่ยงเพราะกลิ่นรุนแรงข้อมูลลับ 2 กองกำลังทหารรับจ้างจำนวนห้าพันนายที่เตรียมใช้ยึดอำนาจ รวมพลอยู่ที่หุบเขากวางเผือกบริเวณชายแดนรอยต่อ โดยใช้รหัสแสดงตนเป็นการกระโดดขาเดียวหนึ่งครั้งพร้อมส่งเสียงเลียนแบบไก่ป่าซือซือที่กำลังซดน้ำขิงถึงกับสำลัก“พรวด!” นางรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก ไหล่สั่นจนแทบกุมชามไม่อยู่‘โอ๊ย! ซ่อนทองห้าหมื่นตำลึงไว้หลังถังหมักปลาร้าเนี่ยนะ คิดได้อย่างไร กลิ่นคงแรงจนโจรยังไม่อยากเข้าใกล้ แล้วกองทัพกบฏห้าพันคนใช้รหัสกระโดดขาเดียวแล้วร้องเหมือนไก่ป่าอีก ตาเฒ่านี่คิดแผนแต่ละอย่างไม่ธรรมดาจริง
ซือซือมองหน้าต่างระบบด้วยดวงตาเป็นประกายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงมองเผือกเผาที่ตกอยู่บนพื้นนางถอนหายใจด้วยความเสียดาย“ชุนหลาน”สาวใช้ที่เพิ่งกล้ากลับเข้ามาหลังการต่อสู้รีบขานรับ“เจ้าคะคุณหนู”“ไปเอาเผือกมาเผาใหม่อีกสองหัว แล้วกล้วยอีกห้าไม้”ชุนหลานอ้าปากค้าง “เพิ่งมีนักฆ่าบุกจวนนะเจ้าคะ”“ก็เพราะมีนักฆ่าบุก ข้าถึงต้องกินปลอบขวัญสิ”ชุนหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมพยักหน้า“เจ้าค่ะ”ขณะที่ซือซือกลับไปนั่งหน้าเตาถ่านรอของกินชุดใหม่ เซียวอี้หรานก็นำกำลังมุ่งหน้าออกจากเมืองอย่างรวดเร็วโรงเตี๊ยมร้างชานเมืองกำลังถูกล้อมจากทุกทิศทางและมู่หรงอวิ๋นผู้คิดว่าตนซ่อนหลักฐานไว้ในสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดกล้าค้น กำลังจะได้เรียนรู้ว่า เมื่อเจียงซือซือเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วไม่มีที่ซ่อนใดในโลกปลอดภัยพอสำหรับความลับอีกต่อไปโรงเตี๊ยมร้างบริเวณชานเมืองหลวงอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและควันเทียนสลัว มู่หรงอวิ๋น อัครมหาเสนาบดีเฒ่าแห่งหนานเย่ว์ กำลังเดินกระวนกระวายไปมาภายในห้องโถงเก่า มือข้างหนึ่งลูบบริเวณบั้นท้ายตัวเองเป็นระยะ ราวกับต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่า ‘กางเกงชั้นในผ้าไหมสีทองสองชั้น’ ซึ่งใช้ซ่อนแผนผังยึดอำน
ตั้งแต่ข่าวเรื่องชาติกำเนิดของซือซือแพร่ออกไป เขาก็สั่งเพิ่มกำลังรักษาการณ์รอบจวนเป็นสองเท่า เพราะรู้ดีว่าสถานะใหม่ของนางย่อมดึงดูดทั้งคนที่หวังดีและคนที่ต้องการใช้ประโยชน์กลิ่นเผือกเผาลอยออกมาจากในห้อง ทำให้แม่ทัพหนุ่มเหลือบมองบานประตูแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย‘ดึกถึงเพียงนี้ยังไม่หยุดกินอีก’ทว่าในชั่วขณะต่อมา แววตาของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นคมเสียงลมหายใจแผ่วเบาหลายสายดังขึ้นเหนือกำแพงจวนแทบในเวลาเดียวกัน ระบบในหัวของซือซือก็ส่งเสียงเตือนดังลั่นติ๊ง! ตรวจพบผู้บุกรุกระดับยอดฝีมือ 20 นายเปิดใช้งาน ‘เรดาร์ตรวจจับไอสังหาร’ อัตโนมัติระดับความเผือก 5 ดาวกะโหลกเพชร แผนลักพาตัวองค์หญิงแห่งหนานเย่ว์ข้อมูลลับ 1 มู่หรงอวิ๋น อัครมหาเสนาบดีแห่งหนานเย่ว์ ส่งหน่วยล่าสังหาร ‘อินทรีทมิฬ’ มาลักพาตัวเจียงซือซือ โดยเตรียมใช้ยาสลบจากผงดอกลำโพงรมผ่านรอยแยกของหน้าต่างข้อมูลลับ 2 หัวหน้าหน่วย ‘อินทรีหนึ่ง’ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ ซ่อนตัวอยู่บนขื่อหลังคาเรือน ทว่าขณะนี้กำลังเป็นตะคริวที่น่องขวาอย่างรุนแรง เพราะเกาะขื่อรอนานจนขาชาข้อมูลลับ 3 มู่หรงอวิ๋นซ่อนตราประจำตำแหน่งและแผนการยึดอำนาจในหนานเย่ว์







