Masuk"อาหารเย็นของข้า ทำไมฝีตกแบบนี้นะ ต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้เพื่อเรียกคืนวิชาการล่าสัตว์ทั้งหมดกลับมา"
ขณะที่กำลังบ่นเสียดายอาหาร จู่ ๆ ก็ได้กลิ่นเลือดลอยมาปะทะจมูก เยว่หลันชะงัก สัญชาตญาณของอดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียทำงานทันที
นางค่อย ๆ ก้มตัวลง ซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ สายตามองสำรวจโดยรอบ ไม่มีเสียงคน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แต่กลิ่นเลือดกลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เยว่หลันเดินตามกลิ่นไป จนมาถึงหน้าผาเล็ก ๆ
จากนั้น... นางก็เห็นร่างผู้หนึ่งนอนอยู่ใต้ต้นสน
"หืม?"
หญิงสาวขมวดคิ้ว บุรุษผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิท เนื้อผ้าชั้นดี แม้จะเปรอะเปื้อนเลือด แต่ก็ดูออกว่าไม่ใช่คนธรรมดา บนไหล่มีลูกธนูปักอยู่ ลมหายใจแผ่วเบา ราวกับพร้อมจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ
เยว่หลันเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะหยุดนิ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเล็กน้อย
"โอ้โห" คำแรกที่หลุดออกมาจากปากคือคำนี้ เพราะบุรุษตรงหน้าหล่อเกินไปจริง ๆ คิ้วดุจภาพวาด จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักหนาได้รูป น่าจูบชะมัด แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจากการเสียเลือด แต่ก็ยังหล่อชนิดที่ทำให้คนต้องมองซ้ำ
เยว่หลันนั่งยอง ๆ ข้างตัวเขา พลิกใบหน้าของอีกฝ่ายดู
"หล่อขนาดนี้ ถ้าตายคงน่าเสียดายแย่ ถึงไม่ได้กระต่ายป่าแต่ก็ยังมีเนื้อแห้งที่นางตากเอาไว้ที่บ้าน เป็นอาหารอันโอชะอีกอย่างหนึ่ง"
บุรุษบนพื้นขมวดคิ้วเล็กน้อย คล้ายยังมีสติอยู่ เยว่หลันยิ้มกริ่ม
"โชคดีของเจ้านะที่เจอข้า" นางสำรวจบาดแผลอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พบร่องรอยบางอย่าง รอยดาบ รอยเลือด ลูกธนูที่ปักอยู่บนไหล่ และกลิ่นอายอันตรายที่ติดตัวบุรุษผู้นี้
"ถูกตามล่าสินะ" เยว่หลันพึมพำ คนธรรมดาไม่มีทางมีสภาพเช่นนี้แน่ อีกฝ่ายต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่นอน
เยว่หลันไม่ได้กลัวปัญหา กลับกัน นางชอบเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตบแก้มชายหนุ่มแผ่วเบาเพื่อให้ได้สติ
"นี่ เจ้ายังไม่ตายใช่ไหม" ไม่มีคำตอบ เยว่หลันถอนหายใจ ก่อนมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกครั้ง แล้วพูดกับตัวเอง
"เอาเถอะ เห็นแก่หน้าตาของเจ้าที่หล่อเหลาดุจหยก ข้าช่วยก็ได้"
จากนั้น เซียวเยว่หลันจึงเริ่มลงมือช่วยชีวิตบุรุษปริศนาผู้ตกมาจากหน้าผา โดยไม่รู้เลยว่าคนที่นางกำลังช่วยอยู่ คือบุรุษผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินรองจากฮ่องเต้เพียงคนเดียว และเป็นผู้ที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของนางไปตลอดกาล
เจ็ดวันผ่านไป กระท่อมไม้กลางป่าเงียบสงบดังเดิม บุรุษชุดดำที่เคยนอนรอความตายอยู่บนเตียงบัดนี้สามารถลุกเดินได้แล้ว
เยว่หลันนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ในมือกำลังแทะผลไม้ป่าอย่างสบายอารมณ์ สายตามองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเปิดเผย ราวกับกำลังประเมินสินค้า
"ท่านฟื้นตัวเร็วใช้ได้"
มู่หรงเซวียนขมวดคิ้ว เมื่อเห็นนางแสดงสีหน้าว่าอยากจะกลืนกินเขา
หลายวันที่ผ่านมา เขาสังเกตเห็นว่าสตรีผู้นี้แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างมาก นางไม่เคยเกรงกลัวเขา ไม่เคยประจบ ไม่เคยถามฐานะ ยิ่งกว่านั้นยังชอบออกคำสั่งเสียอีก
"ดื่มยา"
"นอน"
"ห้ามเดิน"
"ถ้าแผลปริ ข้าไม่รักษารอบสอง"
ทุกคำพูดเหมือนนางเป็นนาย ส่วนเขาเป็นลูกน้อง ซึ่งตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครกล้าปฏิบัติกับเขาเช่นนี้มาก่อน
เยว่หลันกัดผลไม้คำหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้าง
"มองอะไร ข้าสวยจนท่านมองไม่วางตาหรือ"
มู่หรงเซวียนนิ่งไป ก่อนจะสำลักออกมา เหมือนสมองของเขาเชื่องช้าไปนิด เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าพูดกับเขาเช่นนี้มาก่อน
“ไร้ยางอาย ข้าไม่เคยเห็นหญิงใดไร้ยางอายเท่าเจ้ามาก่อน”
“ข้าเป็นผู้มีพระคุณของท่าน ท่านติดหนี้บุญคุณของข้า ชีวิตของท่านเป็นของข้า ข้าจะทำอะไรกับท่านก็ได้”
“เจ้า!”
หญิงสาวหัวเราะชอบใจ
"หน้าแดงหรือ ท่านไม่ต้องเขิน ข้าเข้าใจ บุรุษรูปงามมักแพ้สตรีรูปงามกว่า"
มุมปากมู่หรงเซวียนกระตุกเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่เขาพบคนหน้าหนาขนาดนี้ แถมยังเป็นสตรีเสียอีก
เซียวเยว่หลันลุกขึ้น เดินวนรอบตัวเขา ราวกับหัวหน้าแก๊งกำลังตรวจสอบลูกน้อง ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ไม่เสียแรงที่ข้าช่วยท่าน รูปร่างแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ถูกใจข้ายิ่งนัก" นางลูบเรือนร่างของเขาก่อนจะหัวเราะ เขารวบมือของนางเอาไว้ ก่อนที่นางจะดึงออก
“เจ็บนะ ชอบความรุนแรงหรือไง” นางเท้าคางมองเขา สีหน้ายังพึงพอใจไม่ปิดบัง
มู่หรงเซวียนมองนางนิ่ง ๆ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ
"เหตุใดเจ้าจึงช่วยข้า"
เยว่หลันยักไหล่
"เพราะท่านหน้าตาดี"
มู่หรงเซวียนถึงกับชะงัก
"ข้าล้อเล่น" หญิงสาวหัวเราะ "แต่ก็มีส่วนนิดหน่อย"
จากนั้นนางก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเขา สีหน้าจริงจังขึ้น
"ที่สำคัญ ท่านติดหนี้ชีวิตข้า"
ลมพัดผ่านหน้าต่าง บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่เยว่หลันจะพูดต่อ
"ถ้าวันนั้นข้าไม่ช่วย ป่านนี้ท่านคงกลายเป็นอาหารหมาป่าไปแล้ว ข้าก็เป็นคนดีไง เห็นผู้ตกทุกข์ได้ยากก็ต้องช่วย"
มู่หรงเซวียนไม่ปฏิเสธ เพราะเป็นความจริงที่ว่าหากไม่ได้นางเขาคงตายไปแล้ว การลอบฆ่าครั้งนี้ร้ายแรงนัก แม้เขาจะคอยระวังตัวอยู่เสมอ แต่คนระวังกับคนจ้องทำร้าย คนจ้องมักได้เปรียบ
อำนาจในราชสำนักหอมหวาน ใครๆ ก็อยากครอบครัว เขาเป็นผู้สำเร็จราชการ ที่ฮ่องเต้องค์กรมอบหมายให้ดูแลจนกว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะบรรลุนิติภาวะ
ฮ่องเต้องค์ก่อนไว้วางใจเขาเพราะเคยมีบุญคุณต่อกัน อีกฝ่ายเป็นพี่ชายแท้ๆ ร่วมสายเลือด และเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาจึงต้องตอบแทนบุญคุณด้วยการรับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ ดูแลบุตรชายคนโตของพี่ชายให้ขึ้นครองราชย์อย่างมั่นคง ไร้ภัยคุกคามอันใด และจัดการพี่น้องคนอื่นของฮ่องเต้องค์กรไม่ให้ชิงอำนาจ ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนฮ่องเต้น้อยให้เป็นคนเด็ดขาด ปกครองแผ่นดินโดยธรรม ทุกวันนี้เขาจึงยังไม่แต่งงานเพราะอยากมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ที่พี่ชายมอบหมายให้สำเร็จเสียก่อน และที่สำคัญก็คือไม่เคยมีอิสตรีใดทำให้เขาหวั่นไหวจนอยากร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางมาก่อน
เขาล้วงของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ เป็นป้ายหยกสีขาวงดงาม สลักอักษรโบราณอย่างประณีต
ทันทีที่เห็น สายตาของเยว่หลันก็เป็นประกาย
"โอ้โห ของดีนี่นา"
มู่หรงเซวียนยื่นให้นาง
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! เงาร่างชุดดำหลายสิบคนคุกเข่าลงพร้อมกัน"ถวายบังคมท่านอ๋อง!" ชายหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่หน้ากระท่อมค่อย ๆ ลุกขึ้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ความอบอุ่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้หายไปจนหมด เหลือเพียงความเย็นชาและอำนาจกดดันอันน่าสะพรึงผู้นำองครักษ์รีบคุกเข่าศีรษะแทบติดพื้น"กระหม่อมมาช้า โปรดลงโทษด้วย"มู่หรงเซวียนเอ่ยเสียงเรียบ"คนของอ๋องฉีเป็นอย่างไรบ้าง""ถูกกำจัดหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"ดวงตาคมเย็นลง อ๋องฉีคือน้องชายต่างมารดาของฮ่องเต้องค์ก่อน รวมถึงเป็นน้องชายของเขาด้วย และผู้ที่กำลังคิดแย่งชิงบัลลังก์ครั้งนี้ถึงกับส่งมือสังหารมาลอบสังหารเขา หากไม่ได้สตรีผู้นั้นช่วยเอาไว้ สถานการณ์อาจแตกต่างออกไปองครักษ์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม"ท่านอ๋อง สตรีผู้นั้น..."มู่หรงเซวียนมองไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป ภาพหญิงสาวที่เอาแต่เรียกเขาว่าลูกหนี้ลอยขึ้นมาในหัว พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว"นางคือผู้มีพระคุณของข้า หากในอนาคตนางต้องการสิ่งใด ก็จงช่วยเหลือนาง""พ่ะย่ะค่ะ"มู่หรงเซวียนสะบัดแขนเสื้อ ก่อนเดินไปยังม้าที่คนสนิทนำมา“กลับกันเดี๋ยวนี้ เรายังมีงานท
"รับไว้"เยว่หลันรับมาอย่างรวดเร็ว พลิกดูซ้ายขวา ก่อนจะยิ้มกว้าง"ให้ข้าหรือ""อืม""หากวันหน้าเจ้าประสบปัญหา นำป้ายนี้มาหาข้า ข้าจะช่วยเจ้าได้หนึ่งเรื่อง"เยว่หลันเลิกคิ้วหนึ่งเรื่อง?ดูเหมือนคนผู้นี้จะมีฐานะไม่ธรรมดา แต่ขี้เหนียวบุญคุณชะมัด ได้แค่เรื่องเดียวเองเหรอแต่ถึงอย่างนั้น... นางก็ยังไม่คิดถามเพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร สำหรับนางในตอนนี้ก็เป็นเพียงบุรุษที่ติดหนี้ชีวิตอยู่ดี คนเก่ง ๆ และฉลาดอย่างนาง น่าจะไม่ต้องพึ่งคนที่โดนลอบทำร้ายปางตายเช่นเขากระมังหญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเก็บป้ายหยกเข้าชายแขนเสื้อ"ท่านพูดเองนะ" แต่กระนั้นก็ให้เขายืนยันอย่างหนักแน่น ถือเป็นคำพูดลูกผู้ชายมู่หรงเซวียนพยักหน้า"ข้าพูดแล้วไม่คืนคำ แต่ได้แค่เรื่องเดียวเท่านั้น"“รู้แล้วน่า เน้นย้ำเสียจริง เรื่องเดียวที่ต้องขอร้องให้ท่านช่วย ก็คงต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสินะ ไม่งั้นก็คงไม่ทรงคุณค่าพอ” นางประชดเยว่หลันก้าวเข้ามาใกล้ จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเขา"ท่านห้ามคืนคำล่ะ"มู่หรงเซวียนมองนาง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของสตรีตรงหน้าไม่น่าไว้วางใจเลยแม้แ
"อาหารเย็นของข้า ทำไมฝีตกแบบนี้นะ ต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้เพื่อเรียกคืนวิชาการล่าสัตว์ทั้งหมดกลับมา"ขณะที่กำลังบ่นเสียดายอาหาร จู่ ๆ ก็ได้กลิ่นเลือดลอยมาปะทะจมูก เยว่หลันชะงัก สัญชาตญาณของอดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียทำงานทันทีนางค่อย ๆ ก้มตัวลง ซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ สายตามองสำรวจโดยรอบ ไม่มีเสียงคน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แต่กลิ่นเลือดกลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆเยว่หลันเดินตามกลิ่นไป จนมาถึงหน้าผาเล็ก ๆจากนั้น... นางก็เห็นร่างผู้หนึ่งนอนอยู่ใต้ต้นสน"หืม?"หญิงสาวขมวดคิ้ว บุรุษผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิท เนื้อผ้าชั้นดี แม้จะเปรอะเปื้อนเลือด แต่ก็ดูออกว่าไม่ใช่คนธรรมดา บนไหล่มีลูกธนูปักอยู่ ลมหายใจแผ่วเบา ราวกับพร้อมจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อเยว่หลันเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะหยุดนิ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเล็กน้อย"โอ้โห" คำแรกที่หลุดออกมาจากปากคือคำนี้ เพราะบุรุษตรงหน้าหล่อเกินไปจริง ๆ คิ้วดุจภาพวาด จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักหนาได้รูป น่าจูบชะมัด แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจากการเสียเลือด แต่ก็ยังหล่อชนิดที่ทำให้คนต้องมองซ้ำเยว่หลันนั่งยอง ๆ ข้างตัวเขา พลิกใบหน้าของอีกฝ่ายดู"หล่อขนาดนี้ ถ้าตายคงน่าเสียดายแย่ ถึงไม่ได้กระต่าย
"คิดว่าฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นนายข้าหรือ อย่าลืมสิว่าเจ้าก็เป็นแค่ลูกอนุชั้นต่ำที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ในจวน"“ก็จริง คนที่รังแกข้ามากที่สุดคนหนึ่งก็คือเจ้า ทั้ง ๆ เสื้อผ้า อาหารก็เงินจากสินเดิมของแม่ข้า เจ้านายของเจ้ามีแต่ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ตอนแต่งเข้ามา ก่อนจะเข้ามาวางอำนาจในจวน นางคงลืมไปว่ากินใช้แต่ของแม่ข้า ดูถูกว่าแม่ข้าเป็นแค่แม่ค้า เหม็นกลิ่นเงิน แต่เงินพวกนั้นกลับเอาไปเสวยสุข คนที่ข้าจะจัดการคนแรกก็คือเจ้า หลังจากนั้นก็คือเจ้านายของเจ้า” นางพูดทีละคำด้วยสายตาเย็นเยียบ“สามหาว ฮูหยินใหญ่ไม่ใช่คนที่เจ้าจะล่วงเกินได้”สิ้นคำ หญิงชราก็พุ่งเข้าหา ยกมือหมายจะตบอีกฝ่ายเหมือนที่เคยทำมาตลอดหลายปีทว่า...เพียะ!เสียงดังสนั่นภายในกระท่อม จางมามาตัวหมุนไปครึ่งรอบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง นางถูกตบก่อนเสียเอง"อะ!" จางมามากุมแก้ม มองหญิงสาวตรงหน้าราวกับเห็นผี ฝ่ามือนั้นหนักมากจนนางหน้าชาไปทังแถบตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณหนูใหญ่ไม่เคยกล้าขัดขืน ไม่เคยตอบโต้ ยิ่งตอนที่คนเป็นพ่อแม่ตาย ก็ยิ่งเหลือตัวคนเดียว ยอมให้กดขี่มาตลอด ไม่เคยแม้แต่จะเงยหน้าสบตา แต่วันนี้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้เซ
เสียงปืนดังสนั่นกลางสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีปัง! ปัง! ปัง!รถสปอร์ตสีดำคันหรูพุ่งฝ่าสายฝนด้วยความเร็วสูง หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเหยียบคันเร่งจนมิด ใบหน้าสวยเฉี่ยวเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลจากหน้าผาก ดวงตาคมกริบยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยน"ไอ้พวกสวะ!"เซียวเยว่หลันกัดฟันด่า กระจกมองหลังสะท้อนภาพรถสีดำอีกหลายคันกำลังไล่ตามมาติด ๆกระสุนพุ่งเข้าใส่รถของเธอราวกับห่าฝนปัง!กระจกหลังแตกกระจาย วันนี้เป็นวันที่เธอเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งผู้นำสูงสุดขององค์กรหลงเยี่ยน แก๊งมาเฟียอันดับหนึ่งของจีน แต่กลับมีคนทรยศ คนในองค์กรขายข่าวให้ศัตรูพวกมันเลือกลงมือในวันที่เธอขึ้นเป็นเจ้าสำนักอย่างเป็นทางการ"คิดจะฆ่าฉัน" เยว่หลันหัวเราะเสียงเย็น"พวกแกยังอ่อนหัดเกินไป"ทันใดนั้น รถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งสวนเลนออกมา ดวงตาเยว่หลันหรี่ลง"แย่แล้ว!"เอี๊ยด!เธอหักพวงมาลัยเต็มแรง แต่ช้าเกินไป รถเสียหลักพุ่งชนราวสะพานโครม!เหล็กกั้นแตกกระจาย ร่างรถทั้งคันลอยออกไปกลางอากาศ เวลารอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง สายฝนเย็นเฉียบปะทะใบหน้า เยว่หลันมองแสงไฟบนสะพานที่ค่อย ๆ ห่างออกไปก่อนหัวเราะออกมา"หึ... เพิ่งขึ้นเป็นหัวหน้าได้วันเดียว จะมาตายแ







