Mag-log inอวิ๋นเยว่เล่อ จักรพรรดิเทพสงครามที่ผู้คนหวาดกลัว! ในวันนี้นางกลับมาอยู่ในร่างของสาวน้อยคนหนึ่ง! ทางหนึ่งต้องดูแลแม่ผู้อ่อนแอ ทางหนึ่งต้องหนีสงคราม เวลาลำบากยังเก็บชายงามได้อีก! หนีตายตามขบวนอพยพ!
view moreใต้หล้านี้ถูกแบ่งออกเป็นสี่ดินแดน
หนึ่งคือ ต้าเหลียง สภาพแวดล้อมของต้าเหลียงไม่นับว่าดีมาก แต่มากไปด้วยอาวุธและเหมืองแร่ กล่าวกันว่าทหารนับพันไม่สู้ทหารม้าของต้าเหลียงสิบคนด้วยซ้ำ! เหล่าองค์ชายของจักรพรรดิต้าเหลียงล้วนสติปัญญาล้ำเลิศ พัฒนาการรบอยู่ตลอด เรียกได้ว่ากระหายการสู้รบก็ไม่ผิดนัก!
สองคือ ต้าห่าน ว่ากันว่าอยู่ที่ต้าห่านราวกับอยู่บนนรก สภาพอากาศของต้าห่านเลวร้าย ร้อนระอุด้วยทะเลทราย ทุ่งหญ้า กลางวันร้อนกลางคืนหนาว ชาวบ้านล้วนสู้ชีวิต แข็งแรง มีทักษะในการล่าสัตว์ และกล่าวกันว่ามีทักษะในการต่อสู้ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย! แม่ทัพโหดเหี้ยม หนวดเคราหนาดำ ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็น!
สามคือ ต้ามั่ว แดนใต้สุดของใต้หล้า ครอบครองน่านน้ำและกองทัพเรืออันยิ่งใหญ่ ขอเพียงสู้รบทางน้ำไม่มีแคว้นใดจะสู้ได้ ชาวเมืองกล่าวกันว่า ขอเพียงอยู่บนน้ำ ก็เท่ากับว่าได้กลับบ้าน!
และสี่ ต้าเฉิน!
ต้าเฉินมีอะไร?
อวิ๋นเยว่เล่อขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน! นางนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
“ต้าเฉินมีอะไร?” อวิ๋นเยว่เล่อเขียนตัวอักษรต้าเฉินลงบนพื้นดินแห้งๆ เมื่อนั่งคิดนานไปก็ไม่ได้คำตอบ นางจึงลุกขึ้นก่อนจะปัดกระโปรงสกปรกของตนเองเบาๆ
ไม่น่าเชื่อว่าจักรพรรดิผู้ถูกขนานนามว่าเป็นจอมศึกอย่างนาง จะมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยอ่อนแอถึงเพียงนี้ ทั้งยังอยู่ในขบวนอพยพ วันหนึ่งไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่?
เสื้อผ้าสีชมพูด่าง ขอบกระโปรงขาดเป็นเส้น ผ้าเก่าจนไม่รู้จะเก่าได้อย่างไรอีก ทว่ามันคือเสื้อตัวเดียวที่มีแล้ว
อวิ๋นเยว่เล่อยกมือจับหัวตัวเอง “เจ็บจริงๆ อย่าให้รู้ว่าใครทำ ข้าจะถลกหนังมันผู้นั้นมา!”
หญิงชราคนหนึ่งในขบวนหัวเราะขำ นางมองอวิ๋นเยว่เล่อก่อนจะเอ่ย “เจ้าจะถลกหนังใคร? ล้วนเป็นเจ้าเองทั้งนั้นที่ล้มลงไปเอง”
อวิ๋นเยว่เล่อมองหญิงชรา ในหัวมีความทรงจำเกี่ยวกับคนในขบวนไหลผ่าน “ท่านยายจี้?”
ยายจี้ หญิงชรายกตะกร้าขึ้น ยิ้มเป็นมิตร “ใช่แล้วเจ้าเด็กโง่ ฮ่าๆ ไปล้างหน้าล้างตาเสียสิ แม่เจ้าตามหาเจ้าอยู่ทางด้านนู้นแหนะ!” ยายจี้ชี้ตะกร้าไปทางหนึ่ง
อวิ๋นเยว่เล่อพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
ในขณะที่เดินไปที่ลำธารเล็กๆ สายหนึ่งเพื่อล้างหน้า อวิ๋นเยว่เล่อก็นึกถึงเรื่องของตนเอง นางมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 15 ปี ชื่ออวิ๋นเยว่เล่อ ชื่อเดียวกับนางอีกด้วย ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณกว่าภพก่อนมาก
เดิมทีนางคือจักรผู้ปกครองแคว้นแทนท่านพ่อที่ตายไป นางที่อายุได้ 15 ปีขึ้นครองบัลลังก์และล้มล้างขุนนางชั่วไปเกือบครึ่ง ฆ่าทุกคนที่มุ่งร้ายต่อแผ่นดินของนาง
นางทำสงครามจนรวมดินแดนกลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
แต่สุดท้ายเพราะการสู้รบแต่ละสนามทิ้งบาดแผลเอาไว้ บาดแผลนี้ส่งผลต่อร่างกายของนางในวัยกลางคน และนางก็ตายลงทั้งๆ ที่อายุแค่ 40 ปีเท่านั้น
กลับมาปัจจุบัน
อวิ๋นเยว่เล่อล้างหน้าก่อนจะถอนหายใจ ในความทรงจำนางมีแม่คนหนึ่ง แม่คนนี้ไม่ใช่แม่แท้ๆ นางเพียงแค่เก็บร่างนี้มาเลี้ยงเพราะความสงสารเท่านั้น
เป็นคนมีเมตตาคนหนึ่ง!
อวิ๋นเยว่เล่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ทว่าอาการเวียนหัวกลับเข้ามาหานางเสียก่อน! นางยืนนิ่งตั้งสติและค่อยๆ เดินกลับที่พักที่ถูกสร้างขึ้นมาง่ายๆ
หญิงวัย 30 กว่าปีเดินเข้ามาหาอวิ๋นเยว่เล่อ “เยว่เล่อ เจ้าไปไหนมา? แม่เห็นคนบอกว่าเจ้าล้มหรือ? ไหนมาให้แม่ดูหน่อย?” ว่าแล้วนางก็จับตัวของอวิ๋นเยว่เล่อนั่งลง ก่อนจะสำรวจรอบๆ
อวิ๋นเยว่เล่อนั่งลง ยอมให้ ท่านแม่ หรือก็คือ อวิ๋นซีฉือ สำรวจง่ายๆ “ท่านแม่ ข้าไม่เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ”
อวิ๋นซีฉือแตะไปที่บาดแผลบนหัวของอวิ๋นเยว่เล่อ “แล้วตรงนี้เล่า?”
อวิ๋นเยว่เล่อนั่งนิ่ง “แผลเล็กน้อยมากเจ้าค่ะ”
“เจ้าเป็นอะไรไป แต่ก่อนขอแค่แผลเล็กๆ น้อยๆ อย่างเข็มตำมือก็ยังร้องไห้ แต่แผลใหญ่เพียงนี้เจ้ากลับบอกว่าแผลเล็กน้อย?” อวิ๋นซีฉือมองใบหน้าบุตรสาว นางนั่งลงตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถาม “มีคนรังแกเจ้า?”
อวิ๋นเยว่เล่อเอ่ย “ยังมีคนกล้ารังแกข้าด้วยหรือเจ้าคะ?” แต่ไหนแต่ไรนางก็มีกำลังมาก นิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีคนกล้ามารังแกนาง และอีกอย่างนางจำได้ว่าท่านแม่ตรงหน้าก็เข้าข้างนางตลอด
ในขบวนนี้ไม่มีใครกล้ามารังแกนาง แต่ละคนไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเพราะตอนนี้ก็ลำบากมากอยู่แล้ว หนทางยาวไกลกว่าจะถึงเมืองถัดไป!
อวิ๋นซีฉือพยักหน้า “นั่นก็จริง แต่แม่รู้สึกว่าเจ้าแปลกๆ หัวของเจ้าก็ไม่ได้ผิดปกติใช่หรือไม่?” นางเอ่ยก่อนจะไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดบาดแผลของอวิ๋นเยว่เล่อ “แถมที่นี่ไม่มีหมอด้วย”
อวิ๋นเยว่เล่อจับมือมารดา “ข้าปกติเจ้าค่ะ เพียงแค่ตระหนักรู้เท่านั้นเอง”
“หื้ม? ตระหนักอะไร?”
“ข้าควรจะเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว อีกอย่างไม่ว่าข้าจะเปลี่ยนไปเป็นคนเช่นไร ข้าก็ยังเป็นบุตรสาวท่านอยู่ดีนี่เจ้าคะท่านแม่”
อวิ๋นซีฉือรักบุตรสาวมาก นางมักจะเข้าข้างบุตรสาวตนเองเสมอ “ใช่ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร นิสัยเช่นไร เจ้าก็ยังเป็นลูกแม่อยู่ดี”
ทั้งสองคนทำอาหารกินในที่พักเล็กๆ ริมน้ำแห่งนี้ อวิ๋นเยว่เล่อจำได้ว่าขบวนอพยพนี้เกิดขึ้นเมื่อครึ่งปีก่อนที่หมู่บ้านที่นางอยู่
สงครามไล่เข้ามา ชาวบ้านอย่างพวกนางต้องหนีตาย ทิ้งบ้านเรือน ทิ้งสมบัติและออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าหนีภัย!
สองแม่ลูกจึงอยู่ในขบวนเช่นนี้!
อวิ๋นเยว่เล่อกินข้าวเย็นก่อนจะออกสำรวจขบวนอพยพนี้อย่างจริงจัง ที่อยู่ของแต่ละคนล้วนคล้ายๆ กัน คือไม้ก่ายกันไว้และเอาผ้ามาคลุมไว้เป็นหลังคา ด้านในปูง่ายๆ พอให้ได้หลับนอน
ขบวนนี้มีคนร่วมร้อยกว่าคน สภาพไม่ต้องเอ่ยถึงว่าน่าสงสารเพียงใด
สงครามไม่เคยปรานีใคร! อวิ๋นเยว่เล่อหลับตาลงก่อนจะนึกถึงอดีต นางเองก็ก่อสงครามมามาก ยังดีที่นางจัดการอพยพชาวบ้านออกก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็เป็นเหมือนนางในตอนนี้
ไร้บ้าน!
ไร้ที่อยู่!
เร่ร่อน!
ป่าพิฆาตอสูร! พรึ่บๆๆๆ การเคลื่อนไหวของเงาร่างสองคนรวดเร็วมากกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว นอกจากพลังจะเพิ่มแล้ว ความเสถียรและการความคุมพลังก็พัฒนาเช่นกัน หลี่เทียนเหยามองไปที่เข็มทิศในมือ ด้านหน้าคล้ายจะมีบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง “ด้านหน้ามีการต่อสู้ หยุดก่อน” อวิ๋นเยว่เล่อหยุดตามคำบอก “ข้าเองก็รับรู้ได้เช่นกัน การต่อสู้รุนแรงมาก ดูเหมือนจะเป็นสัตว์ตัวใหญ่ต่อสู้กันอยู่” หลี่เทียนเหยาพยักหน้า มองไปด้านหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาลง กำหนดสมาธิและล่องลอยตามสายลมและอากาศไป อวิ๋นเยว่เล่อมองชายหนุ่มที่หลับตาลง นางสำรวจเขาสักพักก่อนที่นางจะแน่ใจอะไรบางอย่าง
ตำนานเล่าขานกันว่า ป่าพิฆาตอสูร คือป่าที่อันตรายที่สุดในสี่แคว้นนี้! รอบนอกของป่าพิฆาตอสูรเชื่อมกับทั้งสี่แคว้น ความกว้างขวางของป่าพิฆาตอสูรราวๆ กับแคว้นหนึ่งทีเดียว ความลึกลับของใจกลางป่าพิฆาตอสูรคือสิ่งที่ทั้งสี่แคว้นไม่กล้าลองดี! เพราะแบบนี้เส้นทางสำรวจในป่าพิฆาตอสูรจึงไม่มี สภาพอากาศว่ากันว่าเลวร้ายถึงที่สุด ด้านนอกเป็นป่าไม้ธรรมดา หากเมื่อเดินลึกเข้าไปกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีเพียงความร้อนในตอนกลางวัน และหนาวจนน้ำแข็งเกาะในตอนกลางคืน อวิ๋นเยว่เล่อและหลี่เทียนเหยาเคลื่อนไหวตามเข็มทิศไม่หยุด ต่อสู้กับสัตว์ป่ามากมายจนทักษะการต่อสู้เต็มไปด้วยพลังกำลัง การทะลวงขีดกำจัดของตนเองนับครั้งไม่ถ้วนคือการฝึกฝนที่ดี คืนนี้พวกเขา
ว่ากันว่าเส้นทางของแต่ละคนล้วนถูกลิขิตไว้จากบางสิ่งที่มีชื่อเรียกว่า โชคชะตา! อวิ๋นเยว่เล่อเชื่อว่ามีสิ่งที่ชื่อว่า โชคชะตา แต่โชคชะตานั้นมันอยู่ในมือนางเท่านั้น นางคือคนกำหนดชีวิต นางคือคนที่ตัดสินใจ และนางเลือกเส้นทางของชีวิตเอง! สวรรค์? เทพเซียนกำหนดชะตา? เหอะ! นางคือคนกำหนดต่างหาก! อวิ๋นเยว่เล่อมองฟ้าที่กำลังมืดครึ้ม “เราจะไปทางใดกัน?” ในมือของนางมีแผนที่ฉบับย่อที่เฟิงฉีเหว่ยวาดให้ เขามอบให้นางก่อนที่นางจะออกเดินทาง “เราจะไปทางนี้” หลี่เทียนเหยาชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนที่ มันคือใจกลางป่าด้านหลังของเมืองหวง ป่าที่อันตรายที่สุดในสี่แคว้น ป่าพิฆาตอสูร!
อวิ๋นเยว่เล่อปลดผนึกพลังธาตุแล้วก็สมใจ นางออกมาจากดวงจิตเมื่อนางนั่งปรับพลังจนได้ที่แล้ว ตอนเช้ามานางก็ออกกำลังกายอย่างปกติ หลังจากออกกำลังกาย กินข้าวเช้าเสร็จก็เข้าป่าตั้งแต่เช้า ปล่อยหน้าที่ต้มยาให้กับหลี่เทียนเหยาเช่นเคย “วันนี้ข้าจะจับไก่ไปให้ท่านแม่” ว่าแล้วอวิ๋นเยว่เล่อก็นั่งลงกับพื้นดินกลางป่า หลับตาลงก่อนจะส่งพลังออกไปสำรวจหาสัตว์ป่า เจอแล้ว ไก่ตั้งหลายสิบตัว! อวิ๋นเยว่เล่อเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ไม่นานไก่ป่าที่ยังไม่ตายก็ถูกนางมัดขาและจับกลับมาบ้าน หลังจากกินข้าวเที่ยงก็สร้างเล้าไก่ทันที “ท่านแม่ ต่อไปก็มีไข่ไก่กินแล้ว” อวิ๋นเยว่เล่อปัดมือที่เปื้อนดินออก “เด











