ログインคืนนั้น บนเตียงนอนเดิม ผ้าห่มเดิม
นับดาวนอนตะแคงกอดหมอนข้างแน่น ๆ เงียบ ๆ“พี่เสือพี่คงไม่รู้สินะว่าการอยู่ใกล้พี่ มันเจ็บยิ่งกว่าการไม่เจอกันเลย”
เธอหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาเงียบ ๆ ซึมลงหมอนอีกครั้ง
อย่างที่ทำมาหลายคืน ตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าเธอคือ “น้องสาวอีกคนหนึ่ง”และในขณะที่เธอกำลังพยายามลืม เขากลับเพิ่งเริ่มรู้ว่ากำลังสูญเสียบางอย่างไปจริง ๆเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมหายใจในห้องพักคนไข้
นับดาวกดรับสายขณะนั่งรอเรียกเข้าตรวจที่แผนกสูติ-นรีเวช“ยัยมุก..ฉันมาถึงแล้ว รอคิวอยู่แกไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
เธอพูดเบา ๆ พลางหันซ้ายขวาวันนี้นับดาวไม่ได้รู้สึกไม่สบายอะไร แต่ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา รอบเดือนของเธอเริ่มมาไม่ปกติ
บางเดือนก็ขาด บางครั้งก็มาพร้อมอาการปวดท้องน้อยจนต้องหยุดงานแม้จะคิดว่าเป็นเพราะความเครียดหรือพักผ่อนไม่พอ แต่ม่านมุกไม่ยอมให้ปล่อยไว้เฉย ๆ“ตรวจไว้ก็สบายใจกว่า”
นั่นคือคำพูดของม่านมุกที่เธอเถียงไม่เคยชนะและนับดาวเองก็เริ่มแอบกลัวเล็กน้อยเพราะนอกจากประจำเดือนจะไม่สม่ำเสมอเธอยังรู้สึกแน่นหน้าอกช่วงก่อนมีรอบเดือนมากกว่าปกติบวกกับความเหนื่อยล้าแบบแปลก ๆ ที่ทำให้เธอต้องพึ่งกาแฟมากกว่าหนึ่งแก้วต่อวันในช่วงหลัง
จึงตัดสินใจมาหาหมอสูติ-นรีเวชเพื่อตรวจฮอร์โมนและอัลตร้าซาวด์ดูภายใน
เธอไม่เคยตรวจแบบนี้มาก่อน จึงทั้งเกร็งและกังวล ยิ่งเมื่อรู้ว่าหมอประจำที่ตรวจคนไข้ในห้อง 3 เป็นหมอผู้ชายก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าหมอคนนั้น จะเป็น เขาคนที่เธอเคยพยายามลืม
และคิดว่าอีกฝ่ายคงลืมเธอไปแล้วเหมือนกัน เพราะทั้งคู่เจอกันครั้งล่าสุดเมื่อหลายเดือนผ่านมา“คุณนับดาว เชิญห้องตรวจหมายเลข 3 ค่ะ”
เสียงพยาบาลเวรเรียก เธอลุกขึ้น
ไม่คิดอะไรเลยตอนที่ผลักบานประตูสีฟ้าอ่อนเข้าไปแต่พอภาพตรงหน้าปรากฏ เธอก็ชะงักในพริบตา
ณภัทรในชุดกาวน์สีขาว ใส่แมสก์ยืนอยู่ข้างเตียงตรวจพร้อมแฟ้มในมือดวงตาของเขาเบิกขึ้นเล็กน้อย แต่เขาไม่พูดอะไรทันที
แค่สบตาเธอนิ่ง ๆ และในนาทีนั้นโลกก็เงียบไปทั้งห้อง“นับดาว?”
เสียงเขาเอ่ยช้า ๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าตัวเองฝันอยู่หรือเปล่า“ค่ะ”
เธอพยายามรวบรวมสติ ยิ้มบาง ๆ ที่จืดจางกว่าแสงไฟในห้อง“ไม่ได้เจอกันนานเลย”
เสียงเขานุ่มลงกว่าที่เคย แต่นับดาวไม่กล้าจ้องตาเขานานนัก เธอหันไปมองผนังข้างเตียงแทน“ค่ะ...นานมากเลยค่ะ”
เธอพยายามคงน้ำเสียงปกติเขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเปิดแฟ้ม ทำทีเหมือนเป็นแค่คนไข้ทั่วไปแต่ดวงตากลับยังไม่ละไปจากใบหน้าของเธอ“ยังผอมเหมือนเดิมดูโทรมไปนิดด้วยซ้ำ”
การตรวจผ่านไปตามขั้นตอนณภัทรพยายามวางตัวอย่างมืออาชีพ
ถามไถ่ ตรวจความดัน พิมพ์บันทึกผล แม้ในใจจะวุ่นวายไปหมด“สบายดีหรือเปล่า?ทำไมถึงหายไปเลยขนาดนั้น?”
แต่เขาไม่กล้าถามเพราะรู้ดีว่าคนที่เคยพูดว่า “มองเธอเป็นน้องสาวอีกคน”
ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรจากเธออีกแล้วหลังตรวจเสร็จ เธอขอบคุณเบา ๆ แล้วลุกจะเดินออกจากห้อง
แต่ก่อนมือจะจับลูกบิดประตูเสียงของเขาก็ดังขึ้นเบาและจริงจัง
“นับ”
“คะ..” “พี่เป็นห่วงนะ..”นับดาวหยุดนิ่งหลังบานประตู
หลบสายตาเขาแต่รู้ว่าเสียงของเขาจริงกว่าในความทรงจำเธอสูดลมหายใจเข้าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ที่ปนเศร้า
“ขอบคุณค่ะ….พี่เสือ”
คนที่เจ็บคือคนที่แอบรักไม่ใช่คนที่ไม่ได้รักตอบและก่อนที่เธอจะเปิดประตูเธอพูดอีกครั้งโดยไม่หันกลับไปมอง
“ดีใจนะคะที่พี่เสือเป็นห่วงนับ”
แล้วเสียงประตูก็ปิดลงเบา ๆ
ณภัทรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนห้องทั้งห้องว่างเปล่าลงทันที
รอยยิ้มจาง ๆ ของเธอยังติดตา แต่ประโยคสุดท้ายนั้นทำให้เขานิ่งความกังวลทำให้เขาคิดซ้ำๆ ทุกอย่างที่ผ่านมาที่เกี่ยวกับเธอสองวันหลังจากนับดาวเข้าตรวจ เธอได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลในช่วงบ่าย
“ผลเลือดของคุณนับดาวออกแล้วนะคะ หมอเจ้าของเคสแนะนำให้เข้ามาฟังผลด้วยตัวเองค่ะ
หากสะดวก พรุ่งนี้ช่วงบ่ายยังว่างอยู่นะคะ หมอณภัทรจะอยู่เวรช่วงนั้นพอดี”หัวใจเธอสะดุดทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น แม้จะพยายามกลบมันด้วยเหตุผลว่า
“เป็นหมอเจ้าของเคส ก็ต้องเจออยู่แล้ว…ใช่ป่ะวะยัยนับ”
แต่เธอก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบไปเสียงเบา
“ค่ะ…พรุ่งนี้บ่ายสองนะคะ”
วันรุ่งขึ้นห้องตรวจหมายเลข 3 ยังคงเงียบสงบ
กลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางในอากาศเหมือนเดิมณภัทรนั่งอ่านผลเลือดอยู่หลังโต๊ะเสียงเปิดประตูเบา ๆ ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อสบตากับเธอทุกอย่างก็เหมือนหยุดนิ่งชั่วครู่
เขาลุกขึ้นเชิญเธอนั่งลงตามมารยาท
พยายามรักษาระยะห่างไว้ ทั้งในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ และในฐานะคนไข้“ผลเลือดของนับออกแล้วนะครับ”
“เบื้องต้นไม่พบความผิดปกติร้ายแรง แต่ระดับฮอร์โมนเพศหญิงของนับมีแนวโน้มไม่สมดุลอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้อง หรืออารมณ์แปรปรวนมากกว่าปกติ”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“ไม่น่าห่วงครับ แต่ต้องติดตามต่อเนื่อง อาจใช้ยา หรือวิธีปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่นการนอน พักผ่อน ออกกำลัง
แล้วก็ความเครียด”นับดาวพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะช่วงนี้นับเครียดง่ายกว่าปกติจริง ๆ ค่ะ”
เธอพูดเบา ๆ มองปลายเล็บของตัวเอง ไม่กล้าสบตาเขาณภัทรเงียบอยู่ครู่หนึ่งเสียงเขาเมื่อพูดขึ้นอีกครั้งจึงฟังดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“พี่…เออ…หมายถึงหมอ แนะนำให้ติดตามอีกครั้งในอีก 3 สัปดาห์นะครับ
เพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ แล้วอาจจะตรวจเลือดซ้ำถ้าจำเป็น”นับดาวพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงเบา
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ”
ณภัทรนิ่งเล็กน้อย ก่อนตอบกลับอย่างสุภาพ
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะนับ”
เพียงแค่นั้น แต่ชื่อของเธอที่หลุดออกจากปากเขา โดยไม่เติมคำว่า "คุณ"
มันอบอุ่นอย่างประหลาดทั้งที่ไม่ควรมีอะไรระหว่างเขากับเธออีกแล้วระหว่างที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเขาพูดต่อเหมือนรวบรวมความกล้าทั้งหมดในใจ
“นับ…พี่ดีใจนะ ที่ได้เจอนับอีก”
นับดาวหันมามองเขาแววตาสั่นเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้มบาง ๆ
“ค่ะนับก็ดีใจที่เจอพี่เสืออีก”
เสียงประตูปิดลงเบา ๆ อีกครั้งเหมือนเมื่อครั้งที่แล้ว
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ปล่อยให้เงียบไปนานนักหลังเธอจากไปเพียงไม่กี่นาทีณภัทรเปิดคอมพิวเตอร์
เข้าไปที่ระบบนัดติดตามผลและคลิกชื่อ "นับดาว" พร้อมพิมพ์ในช่องหมายเหตุว่า:“กรุณานัดกับหมอณภัทรเท่านั้น”
เสียงรองเท้าส้นแหลมของม่านมุกกระทบพื้นกระเบื้องในออฟฟิศเป็นจังหวะเร่งร้อน
เธอเดินเข้ามาอย่างไว ราวกับเพิ่งรู้ข่าวด่วนเกี่ยวกับเพื่อนรัก“นับดาว!”
เสียงเธอดังขึ้นจากประตูนับดาวที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจเล็ก ๆเธอเห็นสีหน้าจริงจังของเพื่อน ก็รีบวางปากกาแล้วหันมา“อะไรของแกเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็มาเสียงหลง”
นับดาวถามยิ้ม ๆม่านมุกยืนเท้าเอว “อย่ามาไขสือ! เมื่อวานแกไปหาหมอ หมอเจ้าของไข้คือพี่เสือ แล้วไม่ยอมบอกฉันเลย!”นับดาวเบิกตากว้าง
“มะ…มุก แกไปรู้จากไหนอะ?”“พี่เสือ…เขามาถามถึงเรื่องของแกไงยะ!”
ม่านมุกพูดพลางแกล้งทำท่าล้อเลียน ทำเอานับดาวหน้าแดงแปร๊ด“โอ๊ย...ไอ้บ้า! ก็ฉันก็แค่เป็นคนไข้ทั่วไปของพี่ชายแกป่าววะ!”
เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาเพื่อนม่านมุกทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะตรงข้าม จ้องเพื่อนรักแบบไม่กระพริบ
“แล้วเป็นไงบ้าง?” น้ำเสียงเริ่มอ่อนลงทันทีที่พูดถึงอาการนับดาวถอนหายใจเบา ๆ
“หมอบอกฮอร์โมนไม่ค่อยสมดุลอะ ต้องติดตามผลอีกที…แค่นั้น ไม่ได้ร้ายแรง”“แล้วอาการใจเต้นไม่เป็นจังหวะนี่ล่ะ? เป็นเพราะฮอร์โมน หรือเพราะ ‘หมอ’ กันแน่?”
ม่านมุกแกล้งหรี่ตายิ้มกว้าง“ไอ้มุก!”
นับดาวโวยเบา ๆ แล้วเอาแฟ้มเอกสารตีแขนเพื่อนเบา ๆ ด้วยความอาย“ก็ถามเฉย ๆ ว่าหมอพูดอะไร ทำหน้าแบบไหน พี่เสือดีใจมั้ย ที่เจอแก”
“...ก็…ฉันเป็นคนไข้เขานี่ยะ เขาจะมาดีใจเพื่อ!”
เธอพูดเสียงแผ่ว หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก“โอ๊ย อย่าบอกนะว่าพี่เสือเขาเฉยชากับแกอ่ะ”
ม่านมุกหรี่ตามองแบบรู้ทัน“แกจะให้พี่ชายแกรู้สึกยังไงฉันเป็นแค่เพื่อนน้องสาวเขาไม่ได้เป็นแฟนเขาสักหน่อย”
เสียงนับดาวเบาลงไปอีก“โอ๊ย ตายแล้วแม่! หัวใจแกยังไม่หายป่วยแน่ ๆ”
ม่านมุกรีบคว้าแก้วน้ำเพื่อนขึ้นมาแนบหน้าผากตัวเองทำเป็นลมล้มพับใส่โต๊ะนับดาวหัวเราะจนต้องเอามือปิดปาก
แม้ในใจจะยังคงสั่นอยู่บ้างแต่การมีม่านมุกอยู่ตรงนี้ก็ช่วยให้หัวใจเบาขึ้นมาอีกนิด“มุก”
“หืม?”
“ขอบคุณนะ ที่แกเป็นเพื่อนที่ดีของฉันตลอดมา”
ม่านมุกเลิกคิ้ว ก่อนจะลุกขึ้นไปยืนข้างเพื่อน
ลูบหัวเบา ๆ แล้วพูดว่า“อะไรของแกวะไอ้นับมาซึ้งอะไรตอนนี้ยะ”
เธอหันหน้ามาสบตาเขาช้า ๆ แล้วถามกลับเสียงเบา“แล้วที่ผ่านมา…พี่แน่ใจหรือยังคะ ว่าใจพี่…ไม่ได้ล่องลอยไปหาคนอื่น”ณภัทรขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขานิ่งแน่วจนเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้าความจริงทั้งมวล“พี่เคยสับสน ใช่พี่ไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้พี่รู้แล้ว ว่าสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่แค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่เวลาเหงา” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “แต่คือคนที่พี่ไม่อยากให้หายไปจากชีวิต ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามา หรือพี่จะต้องผ่านเรื่องอะไรไปก็ตาม”เขาหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อออกมา แผ่นกระดาษเก่าที่พับไว้อย่างดี เป็นภาพวาดดินสอของนับดาวในวันที่เขาเคยแอบมองเธอวาดรูปอยู่“พี่เก็บไว้ตั้งแต่วันนั้น” เขายื่นให้เธอ “วันที่รู้ตัวว่าพี่หลงรักผู้หญิง คนหนึ่ง ที่มองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าใคร”นับดาวรับกระดาษนั้นไว้ มือของเธอสั่นนิด ๆ ดวงตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“แต่พี่ก็ทำให้เธอเสียใจ” เขาพูดเสียงแผ่ว “และถ้าคำว่าขอโทษยังมีค่ามากพอ พี่อยากใช้มันเพื่อเริ่มต้นใหม่กับนับอีกครั้งไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือคนรู้จัก แต่ในฐานะคนรัก ที่พร้อมจะรักนับไปทุกวัน”ความเงียบไหลผ่านระหว่างเขาและเธออีกครั้งหนึ่งแต
“ครับ ผมตั้งใจมาไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ และ...มารับนับกลับครับ” เขาพูดเสียงนิ่งแต่ชัดเจน ดวงตาจริงจังจนทั้งพ่อและแม่ของนับดาวต่างพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจม่านมุกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นบรรยากาศอบอุ่นก็นึกสนุก เธอรีบเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่ยืนยิ้มอยู่ข้างลูกสาว แล้วโผเข้าไปกอดแขนแม่ของนับดาวแน่น“คุณแม่ขา มุกคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ ไม่ได้เจอตั้งนานขอกอดหน่อยนะคะ~”แม่ของนับดาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลูบศีรษะม่านมุกอย่างเอ็นดู“ตายจริง เด็กคนนี้ ปากหวานไม่แพ้ยัยนับเลยนะ”“ไม่หรอกค่ะ มุกพูดจริงนะคะ”บรรยากาศตรงหน้าบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ และรอยยิ้มของทุกคนที่ค่อย ๆ คลายความตึงเครียดณภัทรหันไปมองนับดาวที่ยิ้มอย่างสบายใจในอ้อมแขนของครอบครัว แล้วหัวใจก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาวันอาทิตย์สาย ๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผืนไร่องุ่นที่เขียวชอุ่ม ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆ ฝูงนกกำลังก้องกังวานส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างเป็นสุขธารขับรถยนต์สีดำคันโปรด ลัดเลาะผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเข้ามาจนถึงบ้านไม้หลังเล็กกลางไร่องุ่นของนับดาวเสียงเครื่องยนต์ดับลง เขาลงจากรถด้วยก้าวมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนับดาวเปิด
วันเสาร์เช้า ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ณภัทรขับรถลัดเลาะออกนอกตัวเมือง ฝ่าทางคดเคี้ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งเขียวขจี ไร่ผลไม้และเนินเขาไกล ๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบทิศม่านมุกนั่งเงียบอยู่ข้างเขา สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ“ที่นี่สวยกว่าที่คิดนะคะพี่เสือบรรยากาศดีมาก” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะรถแล่นผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า “ไร่นับดาว”ณภัทรเหลือบมองป้ายแล้วถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรถแล่นเข้าเขตไร่ พวกเขาเห็นบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านสวนตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มีต้นองุ่นปลูกเรียงเป็นแนวยาวทอดตัวลงไปตามเนินดิน เสียงลมพัดแผ่วเบาทำให้ใบไม้สั่นไหวราวกับทักทายผู้มาเยือนเขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังม่านมุกเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เธอหันมามองพี่ชาย แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้ณภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าบ้านเขาไม่รู้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไร อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะออกมาหรือเปล่าหรือกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยเขาเคาะประตูเบา ๆเงียบเขาเคาะอีกครั้ง แล้วถอยออกม
“คือมุกก็ไม่แน่ใจนะคะพี่เสือ แต่เมื่อสามวันก่อนหลังเลิกงาน ยัยนับดูเงียบ ๆ เหม่อ ๆ อยู่บ้าง มุกถาม ยัยนับก็บอกแค่ว่าอยากพัก อยากกลับไปหาพ่อกับแม่”ณภัทรนิ่งไป แววตาหนักอึ้งลง“นับงอนพี่หรือเปล่านะ”เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าถามใครม่านมุกสบตาพี่ชายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“พี่เสือบางทีพี่อาจต้องถามตัวเองนะ ว่าที่ผ่านมา พี่ดูแลความรู้สึกของยัยนับดีพอหรือยัง”คำพูดนั้นเหมือนหยดน้ำเย็นที่กระแทกกลางใจเขา ณภัทรไม่ตอบอะไรนอกจากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจเขาหนักอึ้งกับความคิดที่ว่าบางที ความเงียบของเธออาจมีเสียงดังที่สุดเพียงแต่เขาไม่เคยตั้งใจฟังม่านมุกเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าวันนั้นวันที่เธอกับนับดาวไปหาของกินที่ห้างxxxคือวันเดียวกับที่ณภัทรไปกินอาหารญี่ปุ่นกับผู้หญิงคนหนึ่งมันควรจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเธอเองก็คิดแบบนั้นในตอนแรกแต่วินาทีที่บังเอิญเห็น รอยยิ้มของเขาที่เธอจำได้แม่น กับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งฝั่งตรงข้าม“วันนั้น...พี่เสือไปร้านอาหารญี่ปุ่นกับใครเหรอคะ”คำถามนั้นทำให้ณภัทรชะงักทันที เขาหันขวับมามองน้องสาวอย่างรวดเร็ว แววตาฉายแววประหลาดใจปนระแวง“หมายถึงวันไหน” เขาถามก
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบนั้นกลับไม่อึดอัดเลยสักนิด มันเป็นความเงียบที่สบายเหมือนต่างฝ่ายต่างก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อถึงหน้าบ้านของนับดาว เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุณนับคุยจนมืดค่ำต้องเป็นคนเดินมาส่งอยู่แล้วครับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในนั้นเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“วันนี้สนุกดีนะคะนับโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณธาร”“ผมก็เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนับ” เขายิ้มมุมปาก ขณะมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเมื่อตอนแรกที่พบกันนับดาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูรั้ว เธอก็หันกลับมา“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเธอไม่วาง“ครับคุณนับดาว”ชื่อของเธอจากริมฝีปากเขา ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดประตูรั้วลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงแสงไฟที่ยังเปิดค้างอยู่... และหัวใจสองดวงที่เหมือนจะเริ่มเดินทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้า ๆ.ส่วนณภัทรหลังเลิกงานในวันนั้น เขาตรงมายังที่บริษัททันทีโดยไม่แวะที่ไหน ด้วยตั้งใจจะม
ท้องฟ้ายามเย็นโรยแสงสีทองอ่อนลงเหนือแนวเขาสูงที่โอบล้อมไร่องุ่นเอาไว้ราวกับอ้อมกอดที่ไม่มีคำพูด ริมรั้วไม้เก่า ๆ หญิงสาวยืนนิ่ง ปล่อยให้สายลมเย็นพลิ้วผ่านผิวแก้ม เส้นผมของเธอปลิวไหวอย่างเชื่องช้า เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัว เธอหลับตาลงเล็กน้อยเหมือนอยากให้ลมพัดพาความคิดถึงไปไกล ๆ คิดถึงเขามากแต่เขาจะคิดถึงเราหรือเปล่านะ นับดาวได้แต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าสายตาเธอทอดยาวไปยังไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวยาว เขียวชอุ่มอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าท้องไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้ตัวเองได้ยินว่ากำลังยัง "อยู่ตรงนี้"เธอหนีมาไกลจากความวุ่นวาย หนีจากรอยยิ้มของเขาที่ไม่เคยเป็นของเธอเลยจริง ๆ"สุดท้ายก็เหลือแค่เราสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะมือค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสใบองุ่นที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่เธอต้องการเย็นวันนั้น เธอยืนอยู่ริมรั้วไม้ มองแถวองุ่นที่ปลิวไหวตามแรงลม สายตาเลื่อนล