Mag-log in“ต้นกล้าไม่ใช่ลูกอ้าย!” “DNA อยู่บนหน้าปานนั้น เจ้ายังสิตั๋วอ้ายอีกบ่ อิงดาว“ อิงดาว เจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีน้ำตาล อายุ 25ปี สูง160 ตัดสินใจเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ชอบเขามาก รักมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่อยากฝืนใจเขา เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะตัวเธอเอง เขากำลังจะมีอนาคตที่ดี ไม่อยากทำลายอนาคตของคนที่เรารัก ไทร์ หนุ่มหล่อ อายุ 28ปี สูง188 จบป.โทเมืองนอก แต่ตอนนี้กลับมาทำงานที่บ้านแล้ว เจ้าของตลาดฮีลใจบ้านเฮา รู้ตัวอีกทีว่ามีลูกก็ตอนลูกอายุได้สี่ขวบแล้ว โดนอิงดาวโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เจ้าบ่อยากได้อ้ายเป็นผัวปานนั้นเลยบ่”
view moreเสียงโทรศัพท์ทำให้เจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนต้องหยุดทุกอย่าง เธอวางถ้วยขนมลอดช่องและรีบเร่งฝีเท้าไปดูว่าใครโทรมาเวลานี้ ก้มดูโทรศัพท์ก็เห็นสายที่อิงดาวไม่อยากคุ้นเคยกับมันมากนัก แต่ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องถือสายรอนาน มันอาจทำให้คุณครูต้องอารมณ์ขึ้นไปมากกว่าเดิม
“ใช่ผู้ปกครองน้องต้นกล้าไหมคะ เปิดเทอมวันแรกน้องก็ทำร้ายร่างกายเพื่อนอีกแล้วค่ะ ขอเชิญคุณแม่มาห้องปกครองหน่อยนะคะ” “ค่ะ ฉันจะรีบไปค่ะ” ใช่ คำว่าอีกแล้ว นั่นหมายความว่ามันไม่ใช่ครั้งแรก เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ลูกที่น่ารักและเลี้ยงง่ายตอนอยู่ในบ้าน ทำไมถึงได้เกเรตอนอยู่โรงเรียนได้ ฉันไม่ใช่แม่ประเภทที่จะเอาแต่พูดว่าลูกฉันเป็นคนดีนะ แต่ต้นกล้าเป็นเด็กผู้ชายที่เรียบร้อยมากจริง ๆ แต่เขาไม่ยอมบอกเหตุผลที่ต่อยเพื่อนกับคุณครูหรือแม้กระทั่งกับแม่คนนี้ รอบนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่คุณครูจุ๋มเชิญฉันเข้าห้องผู้ปกครอง อิงดาวไม่ใช่คนใจเย็นมากนัก บางทีก็อยากจะจับเด็กดื้อมาฟาดก้นให้เข็ดสักที แต่ก็ได้แต่นึกภาพนั่นแหละ อิงดาวไม่เคยตีลูกเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถูก หรือบางทีเธอควรสอนลูกแบบสมัยก่อนบ้าง “แนน ฉันไปรับลูกก่อนนะ” “อีกตั้งสามสิบนาทีจะถึงเวลาเลิกเรียน ทำไมไปรับเร็วจัง” “มีเรื่องนิดหน่อย ต้นกล้าต่อยเพื่อนอีกแล้ว” เธอเล่าไปด้วยเตรียมของไปด้วย แก้มขาวตอนนี้ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความโกรธ ที่โกรธเพราะครั้งล่าสุดลูกชายตัวดีเกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก แต่สุดท้ายก็ผิดสัญญา เอานิสัยนักเลงแบบนี้มาจากไหนนะ อิงดาวสบถในหัว...... อยู่ ๆ หน้าพ่อของต้นกล้าก็ลอยมาดื้อ ๆ เชื้อพ่อมันแรงขึ้นทุกวัน! ไม่ใช่แค่นิสัย แต่นับวันหน้าตาคืออ้ายไทร์ย่อส่วนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เกรงใจคนที่คลอดออกมาเลยสักนิด อิงดาวถอนหายใจยาว การนึกถึงเขามันทำให้เธอทั้งโกรธ เศร้า และคิดถึงในเวลาเดียวกัน อิงดาวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ปีนี้เธออายุยี่สิบห้าปี ใช่แล้วเธอมีลูกเร็วในตอนที่เธอยังไม่พร้อม แต่เธอจะไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดในชีวิต เพราะถ้าเธอไม่ท้อง เธอก็คงไม่ได้เจอกับลูกชาย สิ่งที่เธอรักหมดหัวใจและยอมมอบทั้งชีวิตให้เขา จะโกรธเขาก็ไม่ได้เพราะว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอตั้งท้อง......และเธอเองก็เป็นคนโกหกเขาด้วยตัวเอง แต่ถึงให้ย้อนเวลากลับไปอิงดาวก็จะทำทุกอย่างเหมือนเดิม มาถึงโรงเรียนอิงดาวก็รีบไปที่ห้องเรียนของต้นกล้าทันที พอคุณครูเห็นอิงดาวก็พาเธอเดินไปที่ห้องปกครอง ในห้องนั้นมีเด็กชายที่นั่งก้มหัวสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ตรงเก้าอี้ เด็กคนนั้นคือลูกของฉันเอง “น้องต้นกล้า คุณแม่มาแล้ว เห็นไหมคะว่าคุณแม่เสียใจมาก เพราะว่าต้นกล้าไม่รักษาสัญญาใช่ไหมคะ วันนี้เปิดเทอมอนุบาลสองวันแรก น้องต้นกล้าก็ทำร้ายเพื่อนแล้ว มีอะไรทำไมไม่บอกคุณครูล่ะคะ ทำไมถึงกับต้องทำร้ายร่างกาย ล่าสุดเราก็เพิ่งจะขอโทษพ่อกับแม่น้องปันปันไปเอง รอบนี้ครูเองก็ไม่รู้จะช่วยหนูยังไงแล้ว” สองแม่ลูกได้แต่นั่งก้มหัวยอมรับความผิด อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด ถ้าเราผิดจริง ๆ อิงดาวก็พร้อมจะยอมรับโทษ ไม่นานผู้ปกครองของอีกฝ่ายก็มาถึง และแน่นอนว่าทั้งสองหัวเสียอย่างมาก เขาจูงลูกชายที่น้ำตาคลอเบ้า และถกแขนเสื้อเด็กให้ฉันดู มันเป็นรอยจ้ำสีม่วงเขียว ฉันเองก็รีบลุกขึ้นก้มขอโทษเขาไปหลายครั้ง “นี่คุณเลี้ยงลูกยังไงถึงเกเรขนาดนี้ นี่แค่อนุบาลสองต่อยเพื่อนจนแขนเขียวแบบนี้ แล้วคุณเป็นคุณครูยังไงถึงได้ไม่ดูแลเด็ก ปล่อยให้ไอ่เด็กนี่มันมาทำร้ายลูกผมแบบนี้” ผู้ชายอายุราวสามสิบปลาย ๆ ชี้หน้าด่าฉันเสร็จ ก็ชี้หน้าด่าครูจุ๋มต่อ ฉันและครูจุ๋มก็ได้แต่ก้มหน้าขอโทษ มันทำให้ฉันยิ่งรู้สึกผิดกว่าเดิมที่ทำให้ครูต้องโดนด่าไปด้วย “นี่คุณคะ ดูแล้วคุณก็ยังดูเด็ก แต่คุณก็เป็นแม่คนแล้วนะ คุณต้องใส่ใจเลี้ยงลูกกว่านี้นะ ไม่ใช่ปล่อยให้มีปมไล่ทำร้ายคนอื่นไปทั่วแบบนี้ น้องคนนี้ได้ทำนิสัยแบบนี้กับเด็กคนอื่นอีกไหมคะคุณครู” ผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ เริ่มด่าฉันต่อ คำพูดของเธอทำให้ฉันจุกไปทั้งอก ก็จริงอย่างที่เขาพูด ฉันต้องใส่ใจลูกมากกว่านี้ เป็นแม่ประสาอะไรแม้แต่เหตุผลที่ลูกทำแบบนี้ ลูกยังไม่ยอมบอกฉันเลย “ขอโทษผู้ปกครองของน้องปันปันด้วยนะคะ ครูจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกค่ะ แต่ว่าน้องต้นกล้า ไม่เคยทำร้ายคนอื่นเลยนะคะ ไม่รู้ว่าเด็กสองคนนี้มีปัญหาอะไรกัน เพราะทั้งสองไม่ยอมบอกครูเลยสักคน” “นี่มันครั้งที่สามแล้วนะครับ แบบนี้ผมว่าต้องพิจารณาให้น้องเขาไปเรียนที่อื่นแล้วไหมครับ” อิงดาวสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอด เธอยื่นมือไปจับมือเล็กของลูกชายที่นั่งก้มหน้ากำกางเกงนักเรียนไว้แน่น “ต้นกล้าครับ ทำไมถึงผิดสัญญากับแม่ครับ ต้นกล้าบอกแม่ได้ไหมครับ บอกคุณครูด้วย ทุกคนรอฟังต้นกล้าอยู่นะครับ” ..... “ลูกปันปัน บอกแม่หน่อย ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง บอกแม่ได้ไหมครับ” ..... “คุณคิดว่าพ่อคุณเป็นกำนันแล้วจะทำอะไรก็ได้ รังแกเพื่อนยังไงก็ได้เหรอ ผมจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าลูกสาวกำนันเลี้ยงลูกออกมาเป็นนักเลง...” “ปันปันชอบพูดว่าผมเป็นลูกไม่มีพ่อ พ่อไม่รักผมพ่อทิ้งผมไป ไอ้ลูกพ่อไม่เลี้ยง... ผมมีพ่อ ผมบอกให้ปันปันเลิกพูดแบบนี้ แต่ปันปันพูดแบบนี้ใส่ผมทุกวัน” สุดท้ายต้นกล้าก็พูดออกมา น้ำสีใสไหลอาบแก้มขาวเนียน คำพูดนี้ทำเอาอิงดาวใจสลาย นี่ลูกของเธอเจออะไรบ้าง แขนเรียวดึงลูกชายเข้ามาซบอกแม่ทันที จากความรู้สึกผิดตอนนี้อิงดาวอยากจะท้าต่อยกับพ่อมันตัวต่อตัวให้รู้แล้วรู้รอด ทุกคนยืนอึ้งไปสักพัก ก่อนที่แม่ของน้องปันปันจะหันไปมองลูกตัวเองแบบอึ้งไม่ต่างกัน และแน่นอนว่าครูจุ๋มเองก็อึ้งมากเช่นกัน “ลูกพูดแบบนั้นจริงเหรอ” “ครับ ก็พ่อเคยบอกผม ว่าต้นกล้าไม่มีพ่อ ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้น ผมพูดความจริงมันผิดตรงไหน” “ปันปัน! ลูกพูดแบบนี้ได้ยังไง แม่ไม่เคยสอนให้ลูกพูดจาแบบนี้นะ” “ก็พ่อบอกผมตลอดว่า ต้นกล้าไม่มีพ่อ แล้วผมยังได้ยินพ่อคุยกับคุณลุงบ่อย ๆ ด้วยว่า อึก... แม่ของต้นกล้าสวยมาก เดี๋ยวพ่อจะไปเสนอเป็นพ่อให้ พ่อพูดแบบนี้กับลุงน็อต ลุงโชคตลอด ผมเสียใจที่พ่ออยากเป็นพ่อของต้นกล้ามากกว่าผม” เด็กอีกคนก็ร้องไห้เสียใจไม่ต่างจากต้นกล้า เรื่องนี้ทำทุกคนอึ้งหนักเข้าไปอีก “พ...พ่อไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นลูก ล..ลูกฟังผิดหรือเปล่า” “น่าขยะแขยง คุณนี่มันไม่ได้เรื่องยังไงก็ไม่ได้เรื่องอย่างนั้น ซั่วหลาย เมือบ้านโดนตีนกู” ประโยคหลังเธอพูดกัดฟันเบาๆ “มาเริ่มกันใหม่นะคะเด็กๆ ปันปันครับ เราห้ามพูดว่าเพื่อนแบบนั้นนะครับ แบบนั้นจะทำให้เพื่อนเสียใจมากๆ ปันปันอยากเป็นต้นเหตุของความทุกข์ให้คนอื่นเหรอครับ ปันปันเป็นเด็กดีใช่ไหม เด็กดีต้องไม่ทำให้คนอื่นเสียใจนะ.... น้องต้นกล้ายังไงการใช้กำลังก็เป็นสิ่งที่ผิดนะครับ เด็กดีต้องใช้เหตุผลมากกว่ากำลังเข้าใจไหมครับ ไม่ก็มาบอกครู บอกแม่ ครูจุ๋มกับแม่จะได้ช่วยหาทางออกที่ดีที่สุดให้หนูได้ เข้าใจไหมครับ” “ครับ อึก.. ปันปันไม่อยากทำให้ใครเสียใจครับ ปันปันอยากเป็นเด็กดีครับครูจุ๋ม” เด็กน้อยค่อยๆเดินเข้าไปหาเพื่อน “ต้นกล้าเราขอโทษ เราสัญญาว่าจะไม่ทำให้ต้นกล้าเสียใจอีก” ต้นกล้าขยับตัวออกจากอกแม่แล้วค่อย ๆ ลงจากเก้าอี้มาจับมือเพื่อน “เราก็ขอโทษเหมือนกันที่ทำให้ปันปันเจ็บ เราจะไม่ทำให้ปันปันเจ็บอีกแล้ว เราสัญญา” เด็กทั้งสองกอดกันกลม ทำให้คนเป็นแม่และคุณครูยิ้มออกมาอย่างสบายใจ สุดท้ายเด็กสองคนก็ได้เคลียร์ใจกันสักที “ให้ฉันช่วยรับผิดชอบที่ลูกฉันทำร้ายร่างกายน้องปันปันไหมคะ”อิงดาวหยิบแบงก์พันในกระเป๋าออกมาสองใบ” “ไม่เป็นไรค่ะ บางทีปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่เด็กหรือเราหรอกค่ะ” แม่ของน้องปันปัน หันไปจ้องสามีตัวเองตาเขม็ง หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ฉันก็เข้าไปขอบคุณครูจุ๋ม ความจริงตอนนี้เด็กๆไม่ได้อยู่ห้องครูจุ๋มแล้ว เพราะครูดูแลอนุบาลหนึ่ง แต่ด้วยที่ครูจุ๋มสนิทกับเด็กทุกคน เลยมาจัดการปัญหาแทนครูประจำชั้นคนใหม่ “ไม่เป็นไรเลยค่ะ ความจริงครูก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะต้นกล้าเป็นเด็กเรียบร้อยแถมยังหัวไวกว่าเพื่อน ๆ ไม่มีท่าทีเกเร แต่ดันทำร้ายเพื่อนได้ คุณแม่ก็ต้องดูแลเรื่องนี้ดี ๆ นะคะ พูดคุยกับน้องเยอะ ๆ ให้น้องเข้าใจในเรื่องนี้ ไม่งั้นมันจะเป็นปมของน้องได้” “ค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ” ใช่แล้วเรื่องนี้มันเป็นความผิดฉันเอง นอกจากฉันจะโกหกพ่อของลูกแล้ว ฉันยังโกหกลูกอีกด้วยว่าพ่อของเขาไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงพวกเรา...... ทั้งที่ความจริง พ่อของต้นกล้ายังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าตัวเองมีลูกคนตัวเล็กเดินเข้าห้องอ้ายไทร์ก็มีเสื้อปุ๋ยสีแดงไซซ์ผู้หญิงเตรียมไว้ให้เรียบร้อย ชุดชั้นในก็วางครบ ส่วนตัวอิงดาวไม่เคยแต่งตัวแบบบนี้มาก่อนแต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนเรื่องมากอะไร พอลองสวมดูมันก็ทำให้เธอสวยไปอีกแบบ เหมือนสาวไทบ้าน อ้ายไทร์ชวนใส่เสื้อคู่ทางอ้อมหรือเปล่า ตอนนี้เธอเริ่มเพ้อเจ้อทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเขา ไปหาอ้ายไทร์ดีกว่า“พอดีตัวไหมลูก ชุดป้าตอนสาว ๆเอง”“พอดีเลยค่ะ”“ไปหาอ้ายไทร์บ่ ใส่หมวกไปนำเด้อ แดดสิเผาเอา” อิงดาวหยิบหมวกฟางปีกกว้างมาสวมก่อนจะวิ่งไปหาอ้ายไทร์ ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ที่เถียงนา เหมือนจะเห็นว่ามีกับข้าววางอยู่ เขามองมาทางคนตัวเล็ก เหมือนกับว่ารอมานานแล้ว ก็ปกตินะ อาบน้ำไปแค่หนึ่งชั่วโมงเอง “อ้ายคึดว่าจมน้ำในถังแล้ว” “เวอร์”“กินข้าวกัน” คนตัวใหญ่ยื่นกระติบข้าวเหนียวให้คนตัวเล็ก “หึ อิงดาวเพิ่งกินเอง ป้าแจ่มเอาข้าวให้อิงดาวกินแล้ว”“กินอีก จ่อยเบิ่ดแล้ว อ้ายทำเองซุอย่าง” อิงดาวมองไปที่กับข้าว ในจานมีไข่เจียว ลาบหมู ซุบหน่อไม้ เหมือนสมัยตอนที่เราเป็นเด็ก ๆ เมื่อก่อนพออิงดาวบอกอ้ายไทร์ว่าหิว อ้ายไทร์ก็จะทำสามเมนูนี้ตลอดอิงดาวปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนพร
แสงแดดแยงผ่านผ้าม่านเข้ามาจนทำให้คนตัวเล็กตื่น ตอนนี้เธอนอนอยู่บนเตียงคนเดียว มือเล็กคว้าโทรศัพท์ดูนาฬิกาเป็นอย่างแรก เก้าโมงเช้า เธอถอนหายใจยาว วันนี้ร้านเธอปิด ต้นกล้าป่านนี้พ่อก็คงไปส่งที่โรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้เธอมีหน้าที่แค่ไปรับลูก อิงดาวลุกขึ้นแต่งตัว เธอมองหากุญแจรถแต่หายังไงก็หาไม่เจอ พอลองนึกดี ๆ เมื่อคืนเธอน่าจะลืมไว้ที่โซฟากลางบ้าน อิงดาวรีบเปิดประตูออกจากห้อง แต่ก็เห็นว่าป้าแจ่มนั่งโซฟาดูทีวีอยู่กลางบ้านพอดี“ซวยแล้ว ป้าแจ่มกับลุงม่วงกลับมาแล้วเหรอ แล้วเขาจะคิดยังไงที่ฉันอยู่ในห้องอ้ายไทร์เมื่อคืน กลับไปในห้องดีกว่า”“อ่าว หนูอิงดาว ตื่นแล้วบ่หล่า หิวยังลูก มานั่งนี่มา เดี๋ยวป้าสิเอาของให้กิน” ยังไม่ทันที่อิงดาวจะได้ตอบอะไรป้าแจ่มก็พายิงดาวไปนั่งที่โซฟา “บ่เป็นหยังค่ะป้าแจ่ม เห็นกุญแจรถหนูบ่คะ”“บ่เห็นเลย...ป้าด เป็นหยังคือหน้าซีดปานนี้” พูดจบ ป้าแจ่มก็เดินไปหลังบ้าน อิงดาวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าตัวเอง แล้วมันก็ซีดมากจริง ๆ ไม่นานมากป้าแจ่มก็ยกกับข้าวมาให้ฉัน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันแทบสำลักคือไข่ลวกไม่รู้กี่ฟองในแก้ว“เอ่อ ป้าแจ่มคะ”“บ่ต้องอายดอก เป็น
มือใหญ่เลื่อนเสื้อครอปขึ้นเผยให้เห็นบราลูกไม้สีแดงที่เขาเคยเห็นในห้องน้ำของอิงดาว ตอนนั้นจำได้ว่าแค่เห็นไอนั่นของเขาก็แทบตั้ง ติดตรงที่อาบน้ำกับลูกอยู่ ขอสารภาพแบบหื่น ๆว่าเขานึกภาพอิงดาวใส่บราตัวนั้นแทบตลอดอาทิตย์ที่เขากลับต่างประเทศ คงไม่ต้องบอกว่านึกไปทำอะไร แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องนึกภาพอีกต่อไป มือใหญ่บีบเต้าอวบคัพซีเต็มมือ เขาเม้มปากแน่นด้วยความอดกลั้น อิงดาวเองเห็นท่าทางของเขาแบบนั้นแล้วก็ยอมรับว่ามันยั่วอารมณ์เธอสุดๆเหมือนกัน ตอนนี้เองเธอก็อาจมีความต้องการพอ ๆ กับเขา คิดถึงเขาจนแทบบ้าอิงดาวแอ่นอกให้คนตรงหน้าจับอย่างถนัดมือ เสื้อครอปตัวตัวเล็กถูกโยนไว้ข้างเตียงเรียบร้อย เหลือเพียงบราลูกไม้สีแดงที่ไทร์จะไม่ถอดออก หน้าหล่อซุกอยู่กลางเต้าอวบของคนตัวเล็ก พรมจูบไปทั่วเนินอกขาว ทั้งจูบทั้งดูดสลับกันไปก่อนจะดันบราลูกไม้ลงเผยให้เห็นยอดบัวสีชมพู ไม่รอช้าหน้าหล่อก็ก้มลงมาดูดเลียตวัดลิ้นเป็นจังหวะจนคนตัวเล็กส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ อิงดาวยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงหน้าอายเอาไว้ แต่แบบนั้นมันยิ่งทำให้อีกฝ่ายยิ่งอยากเอาชนะ เขาใช้ฟันขบที่ยอดบัวเบา ๆ จนคนตัวเล็กร้องเสียงหวานพยายามดันหัวเขาออกแ
“อ้ายไทร์ กินยังไงให้เมาขนาดนี้เนี่ย” คนตัวเล็กจะพยุงคนตัวใหญ่กว่าออกจากรถ ด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ ไทร์ตัวใหญ่กว่าอิงดาวเยอะมาก ถ้าใช้แรงของอิงดาวอย่างเดียวก็ดูท่าจะไม่ไหว อิงดาวเดินเข้าบ้านหวังจะเรียกลุงม่วงมาช่วย แต่บ้านก็เงียบสนิท ไทร์ได้แกล้งนอนหลับตายิ้ม เขายังมีสติครบถ้วน แต่ก็ต้องแกล้งเมาเพื่อที่จะอยากอยู่กับคนตัวเล็กนาน ๆ ให้อิงดาวได้โอบ ได้กอด ได้โดนตัวสักนิดก็ยังดี วันนี้พ่อกับแม่ไปทำนาและทั้งสองก็ส่งข่าวดีมาด้วยว่าทั้งสองจะนอนที่เถียงนา “อ้ายไทร์ คนหายไปไหนกันหมด”“หือ นั่นสิ อ้ายยืนบ่ไหว” มือใหญ่กุมขมับทันที การแสดงเป็นเลิศ ส่วนคนตัวเล็กได้แต่ยืนเครียด “ทำไมถึงดื่มกันหนักขนาดนี้ แล้วพ่อจะดูต้นกล้าได้ไหมเนี่ย” คนตัวเล็กได้แต่เดินไปเดินมา ไม่รู้ว่าควรเป็นห่วงทางไหนดี “อิงดาว อ้ายสิฮาก พาอ้ายไปแน” อิงดาวรีบเดินมาพยุงคนตัวใหญ่ออกจากรถทันที คราวนี้ไทร์ทรงตัวให้ง่ายต่อการพยุง เพราะเขามีแผนสองที่จะทำให้อิงดาวอยู่กับเขานานขึ้นแล้ว คนตัวใหญ่แกล้งทำเสียงอวกอยู่ในห้องน้ำ แน่นอนว่ามาเนียนมากจนทำให้อีกคนกังวล ไทร์ยืนยิ้มให้กระจก ก่อนที่จะทำท่าเมาเดินออกมาจากห้องน้ำ พอเห็นอิงดาวเขาก็