ログインเช้าวันถัดมา แสงแดดสีทองอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่าง
นับดาวลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาหนักอึ้งจากการร้องไห้เมื่อคืน ไม่มีเสียงใดในหัว นอกจากความเงียบที่คอยย้ำว่า..แค่น้องสาวคนหนึ่งนับดาวลุกขึ้นมาเงียบ ๆ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก่อนใครในบ้าน
เธอหยิบเสื้อยืดเรียบ ๆ กับกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ ไม่แต่งหน้าเหมือนทุกครั้ง ไม่แม้แต่จะแตะลิปบาล์มที่พกติดกระเป๋าเสมอเมื่อเดินลงมาถึงโต๊ะอาหาร กลิ่นข้าวต้มหมูหอมกรุ่นยังคงลอยอยู่ในอากาศ
ณภัทรนั่งอยู่ที่เดิมมุมขวาของโต๊ะ ท่าทางเหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหันมามองเธอทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา"ตื่นเช้าเลยนะ" เขาทัก รอยยิ้มบาง ๆ ยังประดับอยู่บนใบหน้า
นับดาวเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงอย่างสงบ“ค่ะ พอดีตื่นเอง เลยนอนไม่หลับต่อ”
บทสนทนาถูกปล่อยให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เธอพยายามไม่สบตาเขา
พยายามไม่สนใจเวลาที่เขาขยับตัว พยายามไม่รับรู้เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเขากับม่านมุกที่นั่งตรงข้ามมือตักข้าวต้มไปอย่างไม่มีรส ไม่มีแม้แต่ความหิว
หลังอาหารเช้า เธอลุกขึ้นเก็บจานของตัวเอง เงียบ ๆ
ปฏิเสธคำชวนของม่านมุกที่จะนั่งเล่นต่อ และบอกว่าเธอจะกลับก่อนเที่ยง เพราะต้องแวะไปหาแม่ที่บ้านแม่มีธุระอยากให้ช่วย"แต่วันนี้วันเสาร์นะ แกจะกลับเร็วทำไม"
ม่านมุกถามอย่างแปลกใจ
นับดาวเพียงยิ้มบาง ๆ "อยู่ต่อเดี๋ยวก็ขี้เกียจกลับ”
เธอพูดขำ ๆ แต่หัวใจกลับหน่วงเหมือนถูกดึงไว้กับที่
ระหว่างรอรถแท็กซี่ณภัทรเดินมาส่งเธอหน้าบ้าน
"รีบกลับจังเลย แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่ไปส่ง"
เขาพูดเบา ๆ ในขณะที่ยืนข้างเธอ ไม่ใกล้เกินไป
แต่ก็ใกล้พอให้ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่กำลังจะพังอีกครั้ง"ก็อยู่ไปก็คงรบกวนพี่เสือกับมุกนานเกินไปแล้ว"
เธอยิ้มบาง ๆ ไม่หันไปมองหน้าเขา"นับเรื่องเมื่อคืน"
"ไม่เป็นไรค่ะ" เธอพูดแทรกทันที น้ำเสียงเรียบเย็นกว่าที่คิดจะใช้
เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่ทำได้ในตอนนั้น
"นับเข้าใจค่ะ พี่เสือไม่ต้องพูดอะไรอีก"แท็กซี่มาถึงพอดีเธอก้าวขึ้นรถโดยไม่หันกลับ
และปล่อยให้หัวใจยังอยู่ในบ้านหลังนั้นกับเขาโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง
แผนกสูติ-นรีเวชเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงร้องของเด็กทารก และเสียงฝีเท้าของพยาบาลที่เดินผ่านไปมาตลอดทั้งวันวันนี้เป็นวันแรกที่ นพ.ณภัทร เกริกเกียรติวงศ์
เข้าประจำแผนกสูติเต็มตัวหลังจากผ่านการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือที่ต่างประเทศมานานกว่า 5 ปี
“คุณหมอเชิญค่ะ เคสห้องคลอดเบอร์ 2 คนไข้เจ็บท้องมาสองชั่วโมงแล้วค่ะ”
เสียงพยาบาลเวรเรียกขึ้นผ่านอินเตอร์คอมณภัทรรีบเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด
สวมเสื้อคลุม ผูกแมสก์อย่างคล่องแคล่ว และเข้าทำหน้าที่ของแพทย์ผู้ทำคลอดอย่างมืออาชีพหญิงสาววัยสามสิบต้น ๆ นอนหน้าซีดบนเตียง
เขาจับมือเธอเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจแต่ละมุน“ไม่ต้องห่วงนะครับ สูดหายใจลึก ๆ เดี๋ยวเราจะเจอกันอีกไม่กี่นาทีแล้วนะครับ”
นั่นคือถ้อยคำที่เขาพูดกับคนไข้แทบทุกคน
เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังขึ้น
ณภัทรยิ้มใต้หน้ากาก ดวงตาเปล่งประกาย แม้ว่าในใจจะยังไม่เต็มร้อย“เพศหญิงนะคะคุณหมอ”
พยาบาลเวรบอก พร้อมยื่นทารกน้อยมาให้เขารับไว้ในอ้อมแขน ณภัทรยื่นมือไปรับเด็กน้อยด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะกระซิบเบา ๆ“สวัสดีครับ...เจ้าตัวเล็ก”
เด็กน้อยส่งเสียงร้องแผ่ว ๆและในวินาทีนั้นเองเขาอดคิดไม่ได้
ถ้าเป็นลูกของเขากับใครบางคนที่ชื่อนับดาวเขาจะรู้สึกยังไงนะ?
เย็นวันนั้น หลังเลิกเวรณภัทรเดินผ่านห้องรอตรวจ
มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งลูบท้องตัวเองเบา ๆ รอพบแพทย์ ดวงตาเธอเป็นประกายแบบที่นับดาวเคยมีเวลาพูดถึงความฝันเขาชะงักความคิดในหัวเขาตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเวรพรุ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องวิชาชีพ
แต่กลับเป็นประโยคที่นับดาวเคยพูดในวัยมัธยม“พี่เสืออยากมีลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชายคะ?”
ตอนนั้นเขาตอบส่ง ๆ
“ยังไม่คิดหรอก”
แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้แล้วว่าคำว่า “ยังไม่คิดหรอก”
มันไม่ใช่ใครก็ได้และคนคนนั้น อาจเป็นคนที่เขาปล่อยให้เดินจากไปเงียบ ๆ โดยไม่เคยคว้าไว้ในค่ำคืนของวันนั้นณภัทรเปิดโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้ง
มือเลื่อนชื่อ “นับดาว” ขึ้นมาบนสุดเขาไม่ได้พิมพ์อะไรแค่กดเปิดดูโปรไฟล์
เห็นรูปถ่ายของเธอในชุดเรียบง่าย ท่ามกลางทุ่งหญ้าและคิดในใจ
“นับเธอก็น่ารักดีนะ”
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังขึ้นเบา ๆ
นับดาวเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเคยชินI*******m แจ้งว่า
“ณภัทรเกริกฯ โพสต์รูปใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน”หัวใจเธอเต้นแผ่วเบาแม้จะพยายามวางเฉย แต่สายตาก็ไม่เคยโกหกมือเลื่อนไปกดดูอย่างอัตโนมัติ
รูปในโพสต์คือภาพเขาในชุดเสื้อกาวน์ ถ่ายหน้าห้องคลอด
ยิ้มของเขายังเหมือนเดิมสุภาพ อบอุ่น และเรียบง่าย แต่สำหรับเธอมันมีแรงกระแทกหัวใจเงียบ ๆ อย่างประหลาด“เริ่มบทใหม่ในชีวิตอย่างเป็นทางการ
แพทย์แผนกสูติฯ ขอบคุณทุกโอกาสที่พาผมกลับมา ณ ที่ที่เรียกว่า ‘บ้าน’ ”คำบรรยายใต้ภาพสั้น ๆ
แต่ทำให้นับดาวนั่งนิ่งอยู่เป็นนาที จ้องหน้าจอเหมือนกำลังรอให้ความรู้สึกอะไรบางอย่างเบาลงก่อนค่อยหายใจเธอเลื่อนดูคอมเมนต์ที่คนอื่นทิ้งไว้
“ยินดีด้วยค่ะคุณหมอ”
“เก่งมากเลยค่ะ” “ได้ตรวจคลอดกับคุณหมอคงอุ่นใจมากแน่ ๆ”เธอพิมพ์ในใจ…แต่ไม่ได้พิมพ์ลงไป
“เก่งเสมอเลยนะคะ แต่ไม่กล้าบอกให้รู้หรอก”
เธอไม่กดไลก์ไม่คอมเมนต์ไม่แชร์
แค่กดปิดหน้าจอ แล้ววางโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าเงียบ ๆ
ตอนเย็นวันนั้น หลังจากเลิกงาน นับดาวกับม่านมุกก็เดินแยกย้ายกันกลับบ้านตามทางของตัวเอง
นับดาวเดินทอดน่องคนเดียวไปตามฟุตบาทที่ผู้คนยังจอแจ ราวกับความเหนื่อยล้าทั้งวันเริ่มผ่อนคลายลงทีละนิด เธอเลื่อนสายตามองร้านค้าที่คุ้นเคย ก่อนจะหยุดอยู่หน้าร้านขายอาหารเจ้าเดิมที่เธอแวะเวียนมาซื้อแทบทุกวัน
“เอาแกงเลียงหนึ่ง กับไข่ลูกเขยชุดนึงค่ะ” เธอบอกเจ้าของร้านด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ร้านข้าวต้มข้างออฟฟิศเปิดไฟสีส้มอยู่ริมถนน ลมเย็นของต้นฤดูฝนพัดมาแตะผิวหน้าเธอเบา ๆ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ขณะนั่งรออาหารห่อ
พิมพ์คำว่า “ณภัทร” ลงในช่องค้นหา
แล้วแตะเข้าไปในหน้าโปรไฟล์เขาอีกครั้งเลื่อนช้า ๆ ผ่านรูปเก่า รูปวันจบแพทย์ รูปกับม่านมุก รูปหมู่กับครอบครัว
ภาพของเขายังเหมือนเดิม แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาไม่เคยก้าวไปไกลกว่าคำว่า“พี่ของเพื่อน”
“ตั้งแต่เจอกันวันนั้น…เขาจะรู้สึกอะไรไหมนะ?”
เธอถามตัวเองในใจ
แต่คำตอบก็เงียบพอ ๆ กับการจากมาครั้งนั้นเธอหันหน้ามาสบตาเขาช้า ๆ แล้วถามกลับเสียงเบา“แล้วที่ผ่านมา…พี่แน่ใจหรือยังคะ ว่าใจพี่…ไม่ได้ล่องลอยไปหาคนอื่น”ณภัทรขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขานิ่งแน่วจนเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้าความจริงทั้งมวล“พี่เคยสับสน ใช่พี่ไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้พี่รู้แล้ว ว่าสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่แค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่เวลาเหงา” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “แต่คือคนที่พี่ไม่อยากให้หายไปจากชีวิต ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามา หรือพี่จะต้องผ่านเรื่องอะไรไปก็ตาม”เขาหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อออกมา แผ่นกระดาษเก่าที่พับไว้อย่างดี เป็นภาพวาดดินสอของนับดาวในวันที่เขาเคยแอบมองเธอวาดรูปอยู่“พี่เก็บไว้ตั้งแต่วันนั้น” เขายื่นให้เธอ “วันที่รู้ตัวว่าพี่หลงรักผู้หญิง คนหนึ่ง ที่มองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าใคร”นับดาวรับกระดาษนั้นไว้ มือของเธอสั่นนิด ๆ ดวงตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“แต่พี่ก็ทำให้เธอเสียใจ” เขาพูดเสียงแผ่ว “และถ้าคำว่าขอโทษยังมีค่ามากพอ พี่อยากใช้มันเพื่อเริ่มต้นใหม่กับนับอีกครั้งไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือคนรู้จัก แต่ในฐานะคนรัก ที่พร้อมจะรักนับไปทุกวัน”ความเงียบไหลผ่านระหว่างเขาและเธออีกครั้งหนึ่งแต
“ครับ ผมตั้งใจมาไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ และ...มารับนับกลับครับ” เขาพูดเสียงนิ่งแต่ชัดเจน ดวงตาจริงจังจนทั้งพ่อและแม่ของนับดาวต่างพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจม่านมุกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นบรรยากาศอบอุ่นก็นึกสนุก เธอรีบเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่ยืนยิ้มอยู่ข้างลูกสาว แล้วโผเข้าไปกอดแขนแม่ของนับดาวแน่น“คุณแม่ขา มุกคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ ไม่ได้เจอตั้งนานขอกอดหน่อยนะคะ~”แม่ของนับดาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลูบศีรษะม่านมุกอย่างเอ็นดู“ตายจริง เด็กคนนี้ ปากหวานไม่แพ้ยัยนับเลยนะ”“ไม่หรอกค่ะ มุกพูดจริงนะคะ”บรรยากาศตรงหน้าบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ และรอยยิ้มของทุกคนที่ค่อย ๆ คลายความตึงเครียดณภัทรหันไปมองนับดาวที่ยิ้มอย่างสบายใจในอ้อมแขนของครอบครัว แล้วหัวใจก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาวันอาทิตย์สาย ๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผืนไร่องุ่นที่เขียวชอุ่ม ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆ ฝูงนกกำลังก้องกังวานส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างเป็นสุขธารขับรถยนต์สีดำคันโปรด ลัดเลาะผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเข้ามาจนถึงบ้านไม้หลังเล็กกลางไร่องุ่นของนับดาวเสียงเครื่องยนต์ดับลง เขาลงจากรถด้วยก้าวมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนับดาวเปิด
วันเสาร์เช้า ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ณภัทรขับรถลัดเลาะออกนอกตัวเมือง ฝ่าทางคดเคี้ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งเขียวขจี ไร่ผลไม้และเนินเขาไกล ๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบทิศม่านมุกนั่งเงียบอยู่ข้างเขา สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ“ที่นี่สวยกว่าที่คิดนะคะพี่เสือบรรยากาศดีมาก” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะรถแล่นผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า “ไร่นับดาว”ณภัทรเหลือบมองป้ายแล้วถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรถแล่นเข้าเขตไร่ พวกเขาเห็นบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านสวนตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มีต้นองุ่นปลูกเรียงเป็นแนวยาวทอดตัวลงไปตามเนินดิน เสียงลมพัดแผ่วเบาทำให้ใบไม้สั่นไหวราวกับทักทายผู้มาเยือนเขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังม่านมุกเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เธอหันมามองพี่ชาย แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้ณภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าบ้านเขาไม่รู้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไร อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะออกมาหรือเปล่าหรือกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยเขาเคาะประตูเบา ๆเงียบเขาเคาะอีกครั้ง แล้วถอยออกม
“คือมุกก็ไม่แน่ใจนะคะพี่เสือ แต่เมื่อสามวันก่อนหลังเลิกงาน ยัยนับดูเงียบ ๆ เหม่อ ๆ อยู่บ้าง มุกถาม ยัยนับก็บอกแค่ว่าอยากพัก อยากกลับไปหาพ่อกับแม่”ณภัทรนิ่งไป แววตาหนักอึ้งลง“นับงอนพี่หรือเปล่านะ”เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าถามใครม่านมุกสบตาพี่ชายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“พี่เสือบางทีพี่อาจต้องถามตัวเองนะ ว่าที่ผ่านมา พี่ดูแลความรู้สึกของยัยนับดีพอหรือยัง”คำพูดนั้นเหมือนหยดน้ำเย็นที่กระแทกกลางใจเขา ณภัทรไม่ตอบอะไรนอกจากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจเขาหนักอึ้งกับความคิดที่ว่าบางที ความเงียบของเธออาจมีเสียงดังที่สุดเพียงแต่เขาไม่เคยตั้งใจฟังม่านมุกเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าวันนั้นวันที่เธอกับนับดาวไปหาของกินที่ห้างxxxคือวันเดียวกับที่ณภัทรไปกินอาหารญี่ปุ่นกับผู้หญิงคนหนึ่งมันควรจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเธอเองก็คิดแบบนั้นในตอนแรกแต่วินาทีที่บังเอิญเห็น รอยยิ้มของเขาที่เธอจำได้แม่น กับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งฝั่งตรงข้าม“วันนั้น...พี่เสือไปร้านอาหารญี่ปุ่นกับใครเหรอคะ”คำถามนั้นทำให้ณภัทรชะงักทันที เขาหันขวับมามองน้องสาวอย่างรวดเร็ว แววตาฉายแววประหลาดใจปนระแวง“หมายถึงวันไหน” เขาถามก
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบนั้นกลับไม่อึดอัดเลยสักนิด มันเป็นความเงียบที่สบายเหมือนต่างฝ่ายต่างก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อถึงหน้าบ้านของนับดาว เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุณนับคุยจนมืดค่ำต้องเป็นคนเดินมาส่งอยู่แล้วครับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในนั้นเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“วันนี้สนุกดีนะคะนับโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณธาร”“ผมก็เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนับ” เขายิ้มมุมปาก ขณะมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเมื่อตอนแรกที่พบกันนับดาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูรั้ว เธอก็หันกลับมา“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเธอไม่วาง“ครับคุณนับดาว”ชื่อของเธอจากริมฝีปากเขา ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดประตูรั้วลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงแสงไฟที่ยังเปิดค้างอยู่... และหัวใจสองดวงที่เหมือนจะเริ่มเดินทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้า ๆ.ส่วนณภัทรหลังเลิกงานในวันนั้น เขาตรงมายังที่บริษัททันทีโดยไม่แวะที่ไหน ด้วยตั้งใจจะม
ท้องฟ้ายามเย็นโรยแสงสีทองอ่อนลงเหนือแนวเขาสูงที่โอบล้อมไร่องุ่นเอาไว้ราวกับอ้อมกอดที่ไม่มีคำพูด ริมรั้วไม้เก่า ๆ หญิงสาวยืนนิ่ง ปล่อยให้สายลมเย็นพลิ้วผ่านผิวแก้ม เส้นผมของเธอปลิวไหวอย่างเชื่องช้า เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัว เธอหลับตาลงเล็กน้อยเหมือนอยากให้ลมพัดพาความคิดถึงไปไกล ๆ คิดถึงเขามากแต่เขาจะคิดถึงเราหรือเปล่านะ นับดาวได้แต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าสายตาเธอทอดยาวไปยังไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวยาว เขียวชอุ่มอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าท้องไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้ตัวเองได้ยินว่ากำลังยัง "อยู่ตรงนี้"เธอหนีมาไกลจากความวุ่นวาย หนีจากรอยยิ้มของเขาที่ไม่เคยเป็นของเธอเลยจริง ๆ"สุดท้ายก็เหลือแค่เราสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะมือค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสใบองุ่นที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่เธอต้องการเย็นวันนั้น เธอยืนอยู่ริมรั้วไม้ มองแถวองุ่นที่ปลิวไหวตามแรงลม สายตาเลื่อนล







