INICIAR SESIÓNคนที่ถูกคู่หมั้นตัวเองคิดถึงและคิดแกล้งยังคงไม่รู้ตัว เธอรีบนั่งแท็กซี่กลับบ้านของลุงกับป้าทันทีเพื่อบอกกล่าวเรื่องราวผิดพลาดตามตรงอย่างไม่คิดปิดบังหรือโกหกใคร
นุ่นเป็นพี่สาวของฝ้าย เธอกับสามีทำธุรกิจรีสอร์ทอยู่ต่างจังหวัดแต่มีบ้านอยู่ที่กรุงเทพหนึ่งหลัง โดยให้ลูกชายกับลูกสาวอยู่เป็นหลัก เด็กทั้งสองเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นกับมัธยมปลาย
ส่วนฟ้าพราวที่ได้รับการอุปการะจนโตย้ายมาอยู่คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยได้เกือบสี่ปีแล้ว
ทันทีที่หญิงสาวลงจากแท็กซี่แล้วเดินเข้าบ้าน น้องชายและน้องสาวต่างก็ดีใจวิ่งออกมารับ
“เย้! พี่ฟ้ากลับมาแล้ว พี่ฟ้าผู้เป็นฮีโร่ของครอบครัว”
นนท์ ลูกชายคนเล็กของป้านุ่นวิ่งโห่ร้องมาแต่ไกล จนคนถูกเรียกว่าฮีโร่ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ
แนนนี่ เดินมาสมทบน้องชาย สาวน้อยยิ้มหวาน
“พี่ฟ้าเข้ามานั่งก่อน ดื่มน้ำเย็นๆ กินขนมอร่อยๆ นะคะ”
เอาอกเอาใจกันสุดๆ แบบนี้ ย่อมเป็นเพราะเรื่องสินสอดทองหมั้นที่ป้านุ่นได้รับเพื่อฟื้นฟูสถานภาพครอบครัวให้ดีขึ้น
สองพี่น้องยืนยิ้มแป้นมองพี่สาวตาแป๋ว ฟ้าพราวมองตอบอย่างพูดอะไรไม่ออก เธอชอบรอยยิ้มของน้องๆ ที่สุด
แนนนี่มีความฝันอยากเรียนแพทย์ เป็นหมอหญิงเก่งๆ ส่วนนนท์อยากเรียนวิศวะ พวกเขาสองพี่น้องตั้งใจเรียนมาตลอด ไม่เคยทำตัวเกเร เชื่อฟังพ่อแม่แล้วก็เชื่อฟังเธอด้วย
“ป้านุ่นกับลุงธียังไม่กลับมาเหรอ?”
แนนนี่วางจานคุกกี้พลางตอบ “พ่อกับแม่ยังไม่มาเลยค่ะ กำลังช่วยกันทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำเลย เห็นว่าลงทุนร่วมหุ้นกับบริษัทอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ พวกท่านไม่ได้บอกรายละเอียด บอกแค่เรื่องที่พี่ฟ้าหมั้น ได้เงินมาช่วยเกื้อหนุนพลิกฟื้นครอบครัว”
ฟ้าพราวพยักหน้ายอมรับชะตากรรม
“คู่หมั้นคนนั้นเป็นใคร รูปร่างหน้าตาเป็นยังไงพี่ยังไม่รู้เลย แต่พวกเธอสองคนดีใจจนออกนอกหน้าขนาดนี้ คงเห็นแล้วละมัง”
นนท์ส่ายหน้า “ไม่เคยเห็นแต่ว่าต้องเป็นคนดีแน่นอนครับ ไม่งั้นจะยื่นมือมาช่วยตอนที่ครอบครัวเรากำลังลำบากได้ยังไง”
“หนูก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน แต่เรื่องของพี่เหมือนซีรีย์ที่เคยดูเลยอ่ะ หมั้นกันโดยไม่เคยคบหา ไม่เคยเห็นหน้า ตอนแต่งงานจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ไหมนะ ลุ้นอ่ะ”
แนนนี่พูดด้วยสีหน้าเพ้อฝันตามประสาสาวน้อย
ฟ้าพราวถอนหายใจเหนื่อยอ่อน
ความคิดที่จะมาหาป้ากับลุงเพื่อบอกเรื่องผิดพลาดกับผู้ชายอื่นหมายให้พวกท่านพิจารณาเรื่องหมั้นใหม่จึงเป็นอันตกไป เพราะพวกท่านไม่อยู่ เรื่องนี้ไม่สามารถบอกพวกน้องๆ ได้แน่นอน โทรบอกลุงกับป้าทางโทรศัพท์ก็คงไม่ได้เช่นกัน
“พี่ฟ้า” แนนนี่พูดขึ้น “พี่น่าอิจฉามากเลย รู้ตัวป่าว”
นนท์พูดบ้าง “ถ้าโตขึ้น ผมจะขอหมั้นสาวแบบนี้บ้าง”
หญิงสาวพิจารณาจากอาการของน้องๆ ก้มหน้าใคร่ครวญจากการเร่งทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อฟื้นฟูครอบครัวของลุงกับป้า และผลประโยชน์ที่ทุกคนได้รับ เธอก็ได้แต่ตัดใจแล้วลุกขึ้นยืน
“พี่กลับก่อนนะ” ฟ้าพราวก้าวขาเดินอย่างคนหมดแรง
นนท์แหงนหน้ามอง “พี่ไม่นอนที่บ้านเหรอ?”
ฟ้าพราวส่ายหน้า “ไม่ล่ะจ๊ะ พรุ่งนี้เช้าพี่มีเรียน”
“เดี๋ยวก่อนพี่ฟ้า” แนนนี่เรียกไว้ก่อนรีบวิ่งไปทางในครัว ครู่หนึ่งจึงออกมาพร้อมกล่องใส่อาหาร “นี่ค่ะ แม่ทำไว้ อร่อยมาก พี่เอาไปกินที่คอนโดนะ เดี๋ยวหนูหาทำอาหารอันใหม่รอบเย็นเอง”
“ขอบใจจ๊ะ”
บอร์น โจว คือชื่อของเจ้านายสายตรงที่อิงดาวต้องท่องจำให้ขึ้นใจในขณะนี้ ซีอีโอหนุ่มหล่อคนนั้นเป็นคนไทยแน่นอนแต่ชื่อไทยของเขาคืออะไรอิงดาวไม่อาจล่วงรู้ เธอมีสิทธิ์รู้แค่ชื่อทางการของเขาสำหรับใช้ที่นี่เท่านั้นหญิงสาวเร่งทำงานในหน้าที่ของตนตามคำสั่งของท่านเลขาที่ชื่อไมเคิลให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีเวลาเหลือพอให้ไปสืบหาพี่ปังปอนด์จากแผนกต่างๆอิงดาวรู้ชื่อจริงของพี่ปังปอนด์ เขาชื่ออมินต์ สิทธิโชคสวัสดิ์ เธอจดจำได้ขึ้นใจจังหวะนั้นไมเคิล เลขาหนุ่มหน้าโหดของซีอีโอบอร์นก็เดินเข้ามาพลางเอ่ยเสียงขรึม“วันนี้คุณอิงดาวต้องไปพบลูกค้ากับท่านประธานนะครับ”หญิงสาวเงยหน้ามอง ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่ใช่ว่าเป็นหน้าที่ของเลขาตัวจริงเหรอ เธอแค่ผู้ช่วยเลขาทั้งยังเป็นแค่นักศึกษาฝึกงานเองนะทั้งนี้มันเป็นเพียงคำถามในใจ ใครจะกล้าถามพี่หน้าโหดได้ อิงดาวจึงพยักหน้าแย้มยิ้ม “ได้เลยค่าพี่ไมเคิล”ไมเคิลพยักหน้าราบเรียบแล้วเดินไปนั่งประจำหัวโต๊ะซึ่งเป็นตำแหน่งหน้าห้องท่านประธานอิงดาวที่นั่งทางฝั่งท้ายของโต๊ะยาวตัวเดียวกันจึงจำต้องเตรียมตัวออกไปข้างนอกกับเจ้านาย เรื่องที่จะตามหาพี่ปังปอนด์จึงเก็บพับ
หลายปีผ่านไป...บริษัทส่งออกระหว่างประเทศแห่งหนึ่งที่ซึ่งมีผู้คนมากมายอยากเข้าทำงาน เจ้าของบริษัทเป็นชาวต่างชาติหนุ่มที่ถือหุ้นกับเพื่อนสนิทซึ่งเป็นคนไทย พนักงานส่วนใหญ่ยังเป็นคนไทยพวกเขาต่างตั้งใจทำงานเพราะซีอีโอหนุ่มคนไทยผู้นี้แม้จะหล่อร้ายมีเสน่ห์แห่งเพศชายที่เรียกว่าทำลายล้าง แต่กลับค่อนข้างเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วฉายาของเขา ‘หล่อโหดแต่โคตรกระชากใจ’ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้เจ้านายหนุ่มคนนี้จะมีแรงดึงดูดมหาศาล ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาสักคนภายในห้องทำงานหรูหราชั้นบนสุดของบริษัทซีอีโอหนุ่มเจ้าเสน่ห์กำลังนั่งขยับนิ้วเรียวยาวหมุนปากกาอย่างใช้ความคิด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่เผยอารมณ์ใดออกมา ทว่าแววตาคมกริบภายใต้เรียวคิ้วเข้มทอประกายขบขันเจือจาง“นางสาวอิงดาว ปรัญวัชรกุล” เขาเว้นระยะคำพูดครู่หนึ่งจึงเอ่ยยิ้มๆ แต่เป็นยิ้มที่มองแทบไม่เห็น “ชื่อเพราะดีนะครับ”อิงดาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะของท่านประธานหนุ่มกะพริบตาเบาๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจในท่าทีสุขุมแต่ซ่อนแววขบขันในดวงตาของเขาเท่าไหร่ก่อนพยักหน้าตอบรับพร้อมรอยยิ้มสดใส“ขอบคุณค่ะ เป็นชื่อที่คุณพ่อตั้งให้ดิฉันนับแต่เกิดเลยค่ะ” ดวงตาหวานระบา
“ชอบท่าไหน?” วิณณ์ยิ้มพราวแกล้งถามย้ำ “บอกมาเร็ว จะได้ทำอีก”หญิงสาวยิ่งอับอาย จะให้บอกเจาะจงคงไม่ได้ เพราะชอบทุกท่าทุกลีลาของสามีเขาตั้งใจทำทุกท่วงท่าที่เธอชอบ รสสัมผัสตรงไหนที่เธอครวญกระเส่า จุดอ่อนไหวส่วนใดที่เขาประทับแล้วเธอกระตุกสั่นระริกครางเสียงหวาน เขาก็กระแทกย้ำๆ เน้นกระทำซ้ำๆ เร่งเร้าจนเธอกรีดร้องไม่เป็นภาษาสรุปว่าทั้งเขาและเธอไม่ใช่ต้องการผลิตทายาทเพื่อมารดาและเพื่อนรัก หากแต่กำลังทำตามหัวใจรวมถึงร่างกายที่ต้องการเรียกร้องอย่างไม่สิ้นสุดต่างหากยังคงเป็นอีกเช่นเคยที่นิ้วเรียวยาวของคนที่ไม่เคยคิดจะรอคำตอบที่เพิ่งถามกำลังปลุกเร้าจนคนตัวนุ่มให้เริ่มตอบสนองฟ้าพราวแหงนหน้าส่งเสียงหวานระโหยจิกเล็บกับบ่ากว้างร่วมสร้างความสุขสมทั้งของเขาและของเธออย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้เธอจะถึงจุดนั้นมากกว่าสามีไม่รู้กี่ครั้งต่อรอบก็ตามผู้ชายที่ชื่อวิณณ์นอกจากทำหน้าที่บุตรชายที่ดีต่อมารดา เป็นบิดาที่ดูแลใส่ใจลูกชาย เป็นเจ้านายที่บริหารงานได้เก่งกาจ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่เพียบพร้อม เขายังทำหน้าที่สามีบนเตียงให้ภรรยาได้อย่างดีเสมอ ชายหนุ่มไม่เคยเอาเปรียบเธอในเรื่องกามกิจ แต่อาจจะติดตรงที่เขาเปี่ย
“ค่ะ”มีนก้มหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้มหวานล้ำ เธอยังคงไม่ทราบชะตากรรมว่าการทำตัวยั่วยวนสามีชาวบ้าน เงินก้อนที่กำลังจะได้รับจากบริษัทนี้อาจจะสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากวิณณ์ยังคงไม่รู้ว่าตนเองเพิ่งจะถูกอีกฝ่ายตั้งใจอ่อยจึงคุยอย่างเป็นการเป็นงานด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่อย่างนั้นเขาคงไล่อีกฝ่ายออกจากห้องไปแล้ว สัญญาสั่งออเดอร์จากร้านของหล่อนคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน“คุณมีนบอกความต้องการกับคุณฟ้าใสได้เลยนะครับ”“ค่ะ”วิณณ์ยื่นเอกสารให้เลขาหนุ่ม“คุณฟ้าใสคุยกับคุณมีนได้เลยนะ ตรงไหนไม่มั่นใจค่อยมาถามผมในห้องรับรอง”“ครับ”สั่งเสร็จก็ลุกขึ้นไปหาภรรยากับมารดาในห้องรับรองด้านในที่มีกระจกสีเข้มกั้นอยู่วันนีวางแก้วนมอุ่นให้ลูกสะใภ้อย่างคนเป็นแม่ที่เอาใจใส่ลูกสาวจนฟ้าพราวแทบจะลุกขึ้นไปยอบกายกราบเท้าท่านงามๆ วันละร้อยหนให้กับการดูแลอย่างไร้ที่ตินี้“สั่งออเดอร์อะไรจากร้านของหล่อนล่ะ เดี๋ยวแม่บอกให้ว่าสั่งจากร้านไหนดีกว่ากัน จะได้เปลี่ยนเจ้าซะ”วันนีเอ่ยปากกับวิณณ์ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพลางมองค้อนกะหลับกะเหลือก จนคนเป็นลูกชายได้แต่มองด้วยสีหน้าเหลอหลา“เอางั้นเหรอแม่”“อือ...เอางั้นแหละ”วิณณ์มองฟ้าพราวด้วย
ฟ้าพราวขึงตา “แค่รอบเดียวแต่เสียวนานน่ะสิ แล้วแบบนี้จะได้ไปทำกิจกรรมอื่นมั้ยล่ะ”คนอึดถึกทนจึงจำต้องอดไป วิณณ์ทำใจยอมไปทำกิจกรรมตามตารางไม่ให้เสียเปล่า เพราะพวกเขาตกลงกันไว้ว่าจะเก็บภาพเป็นความทรงจำสำหรับลูกๆ ที่วางแผนไว้ว่าจะให้กำเนิดถึงสี่คนแนนนี่ตรวจร่างกายคู่สามีภรรยาอย่างละเอียดเรียบร้อย ผลออกมาว่าสามารถมีได้ ไม่น่ายากนั่นจึงทำให้ไม่ว่าจะลำบากขนาดไหนก็ต้องนึกถึงลูกๆ ที่จะเกิดมาให้มากเข้าไว้ค่ำคืนแห่งการฮันนีมูนยังไม่หมดทริป หากแต่ฟ้าพราวกลับไปต่อไม่ไหว เพราะจู่ๆ เธอรู้สึกมึนหัวอ่อนเพลียแล้วก็อาเจียนตลอดเช้าวิณณ์รู้สึกตกใจไม่น้อยจึงรีบพาภรรยาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อหาหมอทันทีทว่าผลการตรวจที่ได้รับกลับทำชายหนุ่มรู้สึกเกินคาด เนื่องจากเธอผู้เป็นภรรยาเพิ่งงดยาคุมกำเนิดแค่สองเดือนเท่านั้น“ท้องแล้วเหรอ?”ฟ้าพราวถามอย่างไม่ค่อยจะอยากเชื่อเหมือนกัน“สงสัยจะอัดอั้นนะพี่ว่า” วิณณ์แซวภรรยายิ้มๆหลังจากนั้นทั้งสองก็กลับบ้านนำข่าวดีมาบอกแก่วันนี ท่านดีใจจนชวนป้าแดงกับพี่แตงเต้นแอโรบิคทุกวันเลยทีเดียว“เพื่อสุขภาพอันแข็งแกร่งมีแรงเลี้ยงหลาน”วันนีบอกกล่าวแก่ลูกชายกับลูกสะใภ้ว่าอย่
เนิ่นนานครึ่งค่อนราตรี ทว่าพวกเขายังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะฝ่ายชายยังคงตระกองกอดและโอบอุ้มฝ่ายหญิงขึ้นเอวสอบเพื่อเริงรักไปทั่วห้องหอยังไม่พอ เขายังพาเธอไปต่อในห้องน้ำที่สร้างไว้รองรับเรื่องราวสุดแสนหฤหรรษ์ล่วงเช้าวันใหม่ ฝ่ายสามียังคงขยันขันแข็งจัดแจงท่ายากให้ภรรยาตรงโซฟา ขอบตู้ทรงเตี้ย แพนทรี โต๊ะรับประทานอาหาร ลากยาวไปจนถึงสระว่ายน้ำข้างบ้านแบบนุ่งลมห่มฟ้าตอนนี้สามีภรรยาได้เข้ามาอยู่ในเรือนหอหลังใหญ่แล้ว ทั้งบ้านจึงมีแต่พวกเขาไม่มีใครอื่นแน่นอนว่าวันนีรู้ใจคู่ข้าวใหม่ปลามันที่สุด เธอสั่งเสียงเฉียบว่าไม่ให้ใครก็ตามบังอาจเข้าไปรบกวนลูกชายกับลูกสะใภ้ได้ทั้งนั้นพระจันทร์ลอยเด่นขึ้นนภาในอีกครา ฟ้าพราวอดไม่ได้ที่จะถามด้วยเส้นเสียงแห้งแหบ“พี่วิณณ์ ยัยน้องแนนนี่บอกวีธีทำลูกให้พี่ว่าต้องมาราธอนขนาดนี้เลยเหรอ?”วิณณ์ที่ก้มหน้าซุกซบซอกคอขาวอย่างหลงใหลเงยหน้าขึ้น “เปล่าหรอก ที่ทำอยู่นี่พี่คิดเอง ความต้องการส่วนตัวล้วนๆ ครับ”“...!?”อันที่จริง แนนนี่บอกว่าหากอยากได้ลูกเร็วหรือมีโอกาสสูงที่จะได้ลูกชายจะต้องเว้นช่วงระยะเวลาการร่วมรักนานๆ เพื่อที่น้ำเชื้อจะได้เข้มข้น รอจนเป็นสีเหล
ยามดึกดื่นพ้นเที่ยงคืนล่วงเข้าเช้ามืดของวันใหม่ ฟ้าพราวนอนหลับสนิทไปได้ราวสี่ห้าชั่วโมงจนหายเหนื่อย และเมื่อหายเพลียเธอจึงเริ่มสะลึมสะลือรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหญิงสาวรับรู้ได้ถึงวงแขนแข็งแรงของผู้ชายตัวโตที่โอบกอดแนบแน่นอยู่ตลอดเวลา รับรู้ถึงฝ่ามือกรุ่นร้อนที่ล้วงเข้ามาในสาบเสื้อเพื่อเคล้นคลึงหนักสล
ฟ้าพราวยอมนั่งฟังวิณณ์อธิบายตรงโซฟา โดยมีเอกชัยและเหมยนั่งฟังร่วมเป็นพยาน เธอถามอีก“ปีศาจจอมมารยาก็พอเข้าใจ แต่ปีศาจมรณะนี่ยังไงคะ?”หญิงสาวกล้าสาบานให้ฟ้าผ่าตรงนี้เลย เธอไม่เคยให้คัทลินไปหยั่งเชิงลองใจอะไรวิณณ์ทั้งนั้น เรื่องอะไรจะต้องทำเรื่องโง่ๆ อย่างการเปิดโอกาสให้คนรักนอกใจแบบนั้นด้วยล่ะวิณณ
หลังจากอาบน้ำใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย ฟ้าพราวจึงรีบออกไปหาซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินเป็นการด่วน ก่อนกลับเข้าห้องมานั่งห่อเหี่ยว ครุ่นคิดอยู่คนเดียวเมื่อคืนเธอกำลังเฮิร์ทหนักจึงไปนั่งที่ผับแล้วดื่มเหล้าจนเมาสาเหตุที่ทำให้คลุ้มคลั่งก็เพราะลุงกับป้าตบปากรับคำให้เธอหมั้นกับใครก็ไม่รู้ พวกเขารับสินสอดทองหมั้น
คำนำ“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ คนหล่อสะดุดตาทั้งยังโดดเด่นขนาดนี้ จะมายุ่งกับคนมีคู่หมั้นทำไม”วิณณ์ยังคงตีเนียน “พี่ชอบน้องนะครับ ชอบมากด้วย”“ไม่มีทาง อย่ามาหว่านล้อมหลอกฟันซะให้ยาก”“หลอกฟัน?” แววตาคมเข้มฉายแววขบขัน “พี่หลอกฟันเธอตอนไหนไม่ทราบครับ เห็นชัดๆ ว่าพี่ถูกเธอลากมาฟันฉับๆ ถึงในห้องขอ







