Share

บทที่ 5

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-25 19:49:13

EP5:อุบัติเหตุ

ร่างอรชรอ้อนแอ้นรีบวิ่งสุดชีวิตเพื่อที่จะไปเข้าลิฟท์ให้ทัน ถ้าเธอขึ้นลิฟท์ตัวนั้นไม่ทัน มีหวังคาบแรกของวิชานี้เธอสายแน่! โชคดีที่คนด้านในมองเห็นเธอรีบวิ่งมาอย่างรีบร้อน เขาเลยใจดีกดลิฟท์ค้างเอาไว้ให้ เมื่อเข้ามาถึงเอมิกาก็พบเข้ากับผู้ชายรูปร่างดีคนนึงใส่เสื้อช้อปสีแดง เขาคนนี้แหละที่กดลิฟท์ค้างเอาไว้ให้เธอ

“ขอบคุณนะคะ” มีมี่หันไปกล่าวขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้มสดใส

“ครับ” ร่างสูงปรายตามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะหันไปยืนมองประตูลิฟท์ตามเดิม กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำหอมราคาแพงลอยเข้ามาแตะจมูกของเขาอย่างจัง มันน่าแปลก…ที่เขาไม่ได้รู้สึกเหม็นอย่างทุกครั้งที่เจอคนฉีดน้ำหอม

“ไปชั้นไหนครับ”

“ชั้นสามค่ะ”

มือหนาเอื้อมไปกดให้เพราะเขาอยู่ใกล้ปุ่มมากกว่าเธอ เอมิกาหันมายิ้มเพื่อเป็นการขอบคุณเขาอีกครั้งและใช้เวลาไม่นานลิฟท์ก็เปิดออกเมื่อมาถึงชั้นสาม ธนามองตามหลังบางไปจนสุดสายตา เนื่องจากเขามีเรียนที่ชั้น 4 ก็เลยได้ลงทีหลังเธอ

“น่ารักจัง” ร่างสูงเอ่ยพึมพัมคนเดียว ผู้หญิงคนเมื่อกี้ทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์เพราะความน่ารักของเธอ

สองชั่วโมงต่อมา

“โอ้ยยย….เปิดเทอมก็เจอโปรเจคใหญ่เลยจ้าแม่” ออมสินเอ่ยออกมาน้ำเสียงเครียด เนื่องจากพวกเธอเรียนอยู่ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณา ใครจะไปคิดว่าเปิดเทอมปี 2 มาคาบแรก ของวิชานี้อาจารย์ก็สั่งโปรเจคใหญ่ให้นักศึกษาเลย

วิชาที่เรียนมันง่ายก็จริง ไม่มีสอบ มีแต่เนื้อหาในชีทที่อาจารย์สรุปมาให้แล้ว เพื่อให้นักศึกษาเอาไปอ่านเพื่อใช้ประกอบในการถ่ายทำโฆษณาสั้นสิบนาทีมาส่งอาจารย์ก่อนกลางภาค ภายใต้หัวข้อ โฆษณาเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม ซึ่งไอ้โฆษณาสิบนาทีเนี้ย…คือคะแนนของกลางภาคที่สามารถชี้ชะตาปลายภาคได้ด้วย

“เออนั่นดิอาจารย์โหดชิบเลยว่ะ แถมให้แบ่งกลุ่มละสิบคนอีกต่างหาก งานนี้แม่ง ใหญ่ยักษ์เลยแหละ” กายเพื่อนหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์หัวเสียนิดๆเพราะตอนนี้เขากำลังคิดไม่ออกว่าจะทำโฆษณาไปในแนวทางไหนดี

“บ่นเพื่อ สุดท้ายก็ต้องทำ” เมฆหนุ่มหล่อหน้าตาดีอีกคนเอ่ยขึ้นปรามเพื่อนทั้งสอง ถึงจะบ่นไปอย่างไรก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี

สามคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เมื่อวานเปิดเทอมวันแรก มีมี่ได้พบกับเข้าสาวน้อยอัธยาศัยดีอย่างออมสิน ออมสินก็เลยชวนให้เด็กเทียบโอนอย่างมีมี่ให้มาร่วมกลุ่มด้วยกัน ซึ่งสองหนุ่มก็ไม่คิดจะขัด เพราะพวเขาชอบใจเสียมากกว่าที่ในแก๊งค์ได้มีสาวสวยเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน

“เฮ้อ…นั่นสินะ งั้นเดี๋ยวฉันจะลองไปถามเพื่อนในห้องดูว่ามีใครอยากรวมกลุ่มกับเราบ้าง” ออมสินเริ่มปลงแล้ว เธอกำลังทำใจให้ชินกับโปรเจคมหาโหดของอาจารย์

“นั่งเงียบเลยนะเรา คิดอะไรอยู่” เมฆเอ่ยถามมีมี่ที่กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว

“อ๋อ พอดีเรามีแผนงานจะเสนออะ จริงๆโปรเจคนี้เราเคยคิดจะทำกับเพื่อน แต่เราไม่รู้ว่าพวกเเกจะสนใจไหม” เพราะปีที่แล้ว เธอเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ มีหลายอย่างที่มีมี่อยากทำกับเพื่อนที่อยู่มหาลัยเก่าเเต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะเธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพกับพ่อแม่เสียก่อน

“ลองพูดมาสิมีมี่ ฉันเชื่อว่าคนน่ารักอย่างเธอต้องคิดอะไรๆที่มันล้ำๆได้แน่นอน” กายเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเพื่อนสาวคนใหม่ของตนฉลาดไม่ใช่เล่น

“อืม คือเราเคยอยากทำหนังสั้นเกี่ยวกับเด็กบนดอยอะ กิจกรรมหลักๆที่คิดเอาไว้กับเพื่อนตอนนั้นก็จะมีการแจกเสื้อผ้า ทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ แล้วก็พาหมอไปแนะนำความรู้พื้นฐานให้กับชาวบ้าน”

“ถ้าทำแบบนั้นเราว่ามันน่าจะตรงโจทย์ที่อาจารย์อยากได้นะ เเค่เราเปลี่ยนจากหนังสั้น มาตัดต่อแบบโฆษณาแทน ทำฉากและคิดบทให้มันน่าสนใจ”

ทั้งสามนั่งฟังเพื่อนตัวเล็กนิ่ง รู้สึกคล้อยตามคำพูดนั้นอยู่ไม่น้อย เพราะสิ่งที่เอมิกาเสนอออกมามันน่าสนใจมากๆ จนทุกคนพูดอะไรไม่ออก นี่สิ! แม่พระมาโปรดกลุ่มเราแล้ว

“เงียบกันทำไมอ่าา ความคิดเรามันไม่โอเคใช่ไหม” เมื่อเห็นเพื่อนเงียบ มีมี่จึงรู้สึกกังวลในสิ่งที่ตัวเองเสนอไป

“ไม่! มันดีสุดๆไปเลยมีมี่! โอ้ยย…เธอคิดอะไรที่มันบรรเจิดแบบนี้ได้ไงอะ” ออมสินตบโต๊ะเสียงดัง เธอคิดไม่ผิดจริงๆที่สามารถดึงมีมี่ให้มาอยู่กลุ่มเดียวกับตัวเองได้

“ใช่ เราเห็นด้วยนะ เราชอบไอเดียนี้” เมฆเอ่ยเสริม เขารู้สึกชอบจริงๆ ไม่ได้อวยเพื่อนตัวเล็กแต่อย่างใด

“ฉันก็ชอบ…แต่เราจะไปหาหมอที่ไหนมาช่วยล่ะ ปกติคนเป็นหมอเขาไม่ค่อยว่างกันไม่ใช่เหรอ”กายตอบกลับ เขาเห็นอาที่เป็นหมอแทบไม่เคยมีเวลาหยุดพักเลย

“เรื่องนั้นเดี๋ยวเราจะลองหาทางดูนะ” มีมี่ยิ้มให้เพื่อน ตอนนี้หมอเดียวที่เธอนึกถึงก็คือ….คู่หมั้นสุดหล่อของเธอนั่นเอง

ถ้าไปขอให้ช่วย…เขาจะยอมช่วยไหมนะ

“โอเค งั้นเราเริ่มทำกันเลยดีไหม มีเวลาไม่ถึงสองเดือนในการเตรียมทุกอย่าง ยิ่งออกกองเสร็จเร็วยิ่งดี เราจะได้มีเวลาตัดต่อและแก้งานมากขึ้น” ออมสินเอ่ยออกมาอย่างมีเหตุผล เนื่องจากระยะเวลาที่มีก็ไม่ได้มาก พวกเธอจึงต้องรีบวางเเผนให้ดีที่สุด

“งั้นอย่างแรกเราไปหาอีก 6 คนมารวมกลุ่มให้ได้ก่อน แล้วค่อยเรียกทุกคนมาประชุมดีไหม” เมฆเสนอ

“โอเค เอาแบบนั้นก่อน”

ทั้งสี่คนพยักหน้าให้กันอย่างเห็นด้วยกับแผนในครั้งนี้ หลังจากนั้นทุกคนก็พากันไปเดินเล่นที่หาง P เพื่อรอเรียนวิชาถัดไปในอีก 1 ชั่วโมง

หลายวันต่อมา

มาร์โคเริ่มชินกับการที่ร่างบางทำข้าวกล่องมาส่งให้เขาทุกวัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมทานอยู่ดี คนที่ต้องลำบากใจรับอาหารนั้นไปกินทุกวันก็คือรดา จนถึงวันนี้ พยาบาลสาวก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมมาร์โคถึงไม่ยอมทานอาหารที่เอมิกาทำมาให้

“อะ วันนี้สเต็กปลา” รดาเดินเอาข้าวกล่องมาวางไว้บนเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่นุ่มนิ่มกับปลานั่งอยู่ เวลาที่ไม่มีคนไข้ทั้งสามชอบรวมตัวกันเม้าท์เป็นประจำ ซึ่งทุกวันนุ่มนิ่มกับปลาก็มักจะได้ช่วยรดาจัดการกับข้าวกล่องแสนอร่อยของ ผอ อยู่เสมอ

“ผอ นี่ยังไงนะ คู่หมั้นอุส่าห์ทำอาหารมาส่งถึงที่ทุกวันแต่ไม่ยอมกินเลยส้ากกวัน” ปลาลากเสียงยาว ถึงจะสงสัยมากแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปอยู่ดี

นิชากรที่เดินมาอีกฟากหนึ่งได้ยินเข้า หมอสาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินพยาบาลพูดถึงมาร์โค เธอจึงหยุดเดินเพราะอยากฟังต่อว่าทั้งสามกำลังจะคุยอะไรกัน

“นั่นดิ ถ้าฉันเป็นคู่หมั้น ผอ คงถอนหมั้นไปนานละ คนอะไรใจร้ายชะมัด ใจเเข็งด้วยเหมือนหิน” นุ่มนิ่มเอ่ยสมทบ เธอรู้สึกสงสารคู่หมั้นของ ผอ จับใจ ได้ข่าวจากรดาว่าเป็นเด็กมหาลัยอยู่เลยด้วย ไม่รู้ว่าโชคร้ายมาหมั้นกับมาร์โคได้ยังไง

“นั่นดิ รดาเธอบอกว่าน้องเขายังเด็กอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ว่าโดนบังคับให้หมั้นนะ” ปลาเอ่ยสมทบก่อนจะหันมาถามรดา

“เห้อ…ฉันก็ไม่รู้อะ” คนที่หนักใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นรดานี่แหละ จะถามก็ไม่กล้าถาม จะบอกก็ไม่กล้าบอก เธอเลือกอะไรไม่ได้สักทาง

นิชากรที่ยืนแอบฟังอยู่ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน คนที่รักใครไม่เป็นอย่างมาร์โคน่ะหรือจะมีคู่หมั้น เว้นเสียแต่ว่าเขาโดนบังคับ คิดได้ดังนั้นนิชากรก็เริ่มให้ความหวังกับตัวเองอีกครั้ง หากในอนาคตเขาได้ถอนหมั้นเร็วๆก็คงจะดี

ตกเย็น

ตรวจคนไข้รายสุดท้ายของวันนี้เสร็จมาร์โคก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆสายเรียกเข้าจากมารดาก็ดังขึ้นมาบนโทรศัพท์สีดำสุดหรู หมอหนุ่มกดรับสายทันทีที่เห็น หากเขาเดาไม่ผิดแม่คงโทรตามให้กลับไปทานข้าวที่บ้านแน่ๆ

“ฮัลโหลครับแม่”

‘ตามารค์ลูก ยุ่งอยู่หรือเปล่า’ มาเรียมเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงติดร้อนใจนิดๆ ทำเอาหนุ่มใหญ่เริ่มสงสัยว่าแม่เขาอาจจะไม่ได้โทรตามให้กลับไปทานข้าวอย่างที่ตัวเองคิด

“ว่างครับ ผมกำลังจะออกเวร”

‘ลูกแวะไปดูน้องหน่อยสิ เมื่อกี้อัญโทรมาหาแม่ บอกว่าหนูมีมี่เจอรถเฉี่ยว ตอนนี้กำลังอยู่ที่โรงพยาบาลของเราพอดี ตอนนี้พ่อกับแม่ของน้องไม่ได้อยู่บ้านน่ะลูก มาร์คช่วยไปส่งน้องที่บ้านหน่อยได้ไหมจ๊ะ’

ในเมื่อมารดาพูดออกมาแบบนี้ เขาเองก็คงจะขัดอะไรไม่ได้ อีกอย่างเรื่องนี้มันเป็นเหตุฉุกเฉิน หากเขาจะปฎิเสธมันก็คงดูใจร้ายกับลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่จนเกินไป แถมเขายังบอกไปแล้วว่าว่าง เพราะงั้น…เขาก็คงต้องไปส่งเธออย่างเลี่ยงไม่ได้

“ครับแม่”

‘จ๊ะ ฝากน้องด้วยน๊ะจ๊ะ’ เมื่อได้ยินคำตอบที่พึงพอใจ มาเรียมก็วางสายไปอย่างอารมณ์ดี

@ห้องฉุกเฉิน

ท่ามกลางความวุ่นวายของพยาบาลกับคนไข้นับสิบคน มาร์โคเดินตรงดิ่งเข้ามาหาร่างบางที่คุ้นตาทันที ตอนนี้มีพยาบาลกำลังช่วยดูอาการของเอมิกาอยู่แล้ว พอเห็นว่าหมอมาร์คเดินเข้ามา เธอก็ยอมหลีกทางให้แต่โดยดี

“หมอออกเวรแล้วไม่ใช่เหรอคะ” พยาบาลสาวประจำห้องฉุกเฉินเอ่ยถาม

“ไปดูคนอื่นเถอะ เคสนี้เดี๋ยวผมดูเอง” เขาหันไปสั่งโดยไม่ได้ตอบคำถาม

“ค่ะ” เธอตอบกลับมาด้วยสีหน้างุนงง แต่จะงงนานก็ไม่ได้ เพราะมีเคสอื่นต้องไปดูต่อ

เอมิกามองใบหน้าคมเข้มของคู่หมั้นหนุ่มด้วยหัวใจสั่นไหว พอได้มาเห็นเขาในมุมของการทำงานแบบนี้ เธอยิ่งหลงรักเขาเข้าไปใหญ่ แถมเมื่อกี้เธอก็ได้ยินเต็มสองหูว่าเขาออกเวรไปแล้ว แต่ยังใจดีกลับมาดูเธอให้

“เป็นอะไรมา” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ ในขณะที่กำลังก้มมองข้อเท้าที่บวมแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดของอีกคน

“เอ่อ…คือมี่กำลังจะข้ามถนน แล้วมีรถจากไหนไม่รู้ขับมาค่ะ มี่เห็นพอดีก็เลยจะวิ่งหลบแต่ดันสะดุดขาตัวเองล้ม ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นค่ะ แหะๆ”

มาร์โคแอบส่ายหน้าเบาๆ ตอนแรกเขาก็นึกว่าเธอโดนรถเฉี่ยวจริงๆ แต่สรุปแค่เกือบโดนรถเฉี่ยวเท่านั้นก็เลยขาแพลง ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว หากเอมิกาเป็นอะไรมากถึงขั้นได้นอนโรงบาล คงไม่พ้นเขาที่ต้องตามคอยดูแลเธอตามคำสั่งของเเม่แน่ๆ

“อ๊ะ…จะ..เจ็บค่ะ” เอมิกาตั้งหลักไม่ทัน เมื่อจู่ๆนิ้วหนาของเขาที่สวมถุงมืออยู่ก็กดลงมาบนข้อเท้าที่บวมของเธอเบาๆ ถึงมันจะเบาแต่มันก็เจ็บอยู่นิดๆ

“เจ็บมากไหม”

“มะ…ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ค่ะ”

“อืม…โชคดีที่ไม่มีอะไรหัก แค่ข้อเท้าอักเสบ เดี๋ยวจะเอาผ้าพันแผลให้ ช่วงนี้เดินเบาๆไปก่อน ถ้าจะให้ดีก็นอนพัก อย่าเดินเยอะ ไม่เกินอาทิตย์ก็หาย”

“^-^” เอมิกาเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ฟังเขาพูดยาวๆ ถึงแม้ว่าเขาจะทำไปตามหน้าที่ก็เถอะ

“เดี๋ยวจะสั่งยานวดกับยาแก้อักเสบให้ด้วย”

“ขอบคุณค่ะ ~”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คู่หมั้นร้าย กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )    บทที่ 106

    “กรี๊ดดด ดีใจด้วยนะคะพี่ษา” ออมสินกรีดร้องออกมาเสียงดัง ผิดกับติน่าที่กำลังท้องแก่ รู้สึกเซ็งสุดๆที่ไม่สามารถลุกไปแย่งดอกไม้กับคนอื่นๆได้ “ตัวเองอย่าทำหน้าแบบนั้นดิ เดี๋ยวเค้าซื้อดอกไม้ให้ใหม่เอาให้สวยกว่านี้ไปเลย” ธัญรีบหันมาง้อแฟนสาว ช่วงนี้ติน่าเอาใจยากสุดๆ ยิ่งสองคนนี้ชอบทะเลาะกันอยู่แล้ว ธัญจ

  • คู่หมั้นร้าย กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )    บทที่ 105

    EP61.ปลดปล่อย NC ( จบบริบูรณ์ ) “อึก…จะเจ็บ…ฮื่ออ….พี่มาร์คมี่เจ็บ!” ร่องคับแคบที่เพิ่งผ่านการตัดเย็บมาใหม่ๆ ส่งผลให้คนตัวเล็กเจ็บปวดราวกับครั้งแรกที่เธอโดนเขาพรากพรหมจรรย์ไป ไม่ใช่แค่เอมิกาที่เจ็บปวด แต่มาร์โคเองก็รู้สึกคับแน่บริเวณหัวเห็ดของเขาไม่ต่างกัน ร่างสูงค่อยๆสอดแทรกท่อนรักอันใหญ่โต

  • คู่หมั้นร้าย กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )    บทที่ 104

    EP60. หายดีแล้ว NC วันต่อมา….. @Must Hospital “นั่งรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่มา” วันนี้มาร์โคไม่ได้ทำงานเช่นเคย หมอหนุ่มลดเวลาการทำงานลงเพื่อที่จะได้มีเวลาไปดูแลเมียกับลูกน้อยมากขึ้น วันนี้ก็เหมือนกัน เขาหยุดงานเพื่อที่จะพาเมียมาตรวจแผลคลอดลูก “ค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งลงบร

  • คู่หมั้นร้าย กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )    บทที่ 103

    นางมีความสุขมากๆ ที่ลูกชายหาเมียได้ถูกใจนางเหลือเกิน ตลอดสามเดือนที่ผ่านมามาเรียมช่วยนาริกาเลี้ยงมาวินอย่างขยันขันแข็ง ส่วนเจ้าแฝดสองคนนั้นผู้เป็นยายก็ไม่ลืมที่จะโทรไปหาทุกวัน อีกไม่กี่วัน มาวินก็จะหนีนางไปอยู่กับพ่อแม่อย่างเต็มรูปแบบจะเหลือก็แต่อลิซน้อย คงต้องอยู่ที่นี่ไปจนกว่าแผลของคนเป็นแม่จะห

  • คู่หมั้นร้าย กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )    บทที่ 102

    EP59.เด็กหญิงอลิซ เอมิกาปรือตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดจากแผลของการคลอดลูก ภายหลังจากหมอเย็บแผลให้เสร็จสรรพเธอก็นอนหลับไปเสียนาน เพราะการคลอดลูกนั้นทำให้ผู้หญิงเสียเลือดมาก ไม่แปลกที่เอมิกาจะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ” มาเรียมเอ่ยทักลูกสะใภ้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณแม่ พี่มา

  • คู่หมั้นร้าย กระหายรัก ( ตระกูลมัส 3 )    บทที่ 101

    “นายเป็นคนทำคลอดเมียฉันเหรอ?” มาร์โคหันไปถาม เขาเคยคุยกับนทีเอาไว้แล้วนี่ว่าขอหมอทำคลอดที่เป็นผู้หญิง “ไม่ใช่ครับ ไอเป็นคนทำครับ เธอรออยู่ในห้องคลอดเเล้ว” “อืม” มาร์โคพยักหน้ารับก่อนจะรีบเดินตามแฟนสาวเข้าไปในห้องคลอด “คุณหมอสวมชุดก่อนนะคะ” พยาบาลสาวเดินเอาชุดมาให้เขาเปลี่ยน ซึ่งมาร์โคก็ไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status