LOGINเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในรั้วมหาลัย ที่เกินเลยเกินกว่าคำว่าบัดดี้ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเธอยังหลงรักผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกันเพราะความเข้าใจผิด คิดว่าพวกเขาคือคนคนเดียวกัน และเมื่อความรักต้องเลือก ระหว่างความถูกต้องตามกรอบของสังคม และระหว่างเลือกทำตามหัวใจ พวกเขาจะก้าวผ่านมันไปได้ไหม
View Moreความรักของคนเราไม่เคยเป็นเรื่องง่าย…ยิ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มีมากกว่าคนสองคน มันยิ่งซับซ้อนและเปราะบาง พวกเขาทั้งสามต่างรู้ดีว่า ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ทุกวันจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจบางครั้งก็มีงอน มีน้อยใจ มีคำถามว่า…ใครรักใครมากกว่า หรือใครอาจเริ่มห่างไปโดยไม่รู้ตัว แต่ทุกครั้งที่เกิดรอยร้าว พวกเขาก็จับมือกันไว้แน่นขึ้นอีกครั้ง และเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกัน พวกเขาผ่านช่วงวัยรุ่นอันร้อนแรง และยังคงรักษาความผูกพันนั้นไว้ แม้ไฟรักจะไม่พลุ่งพล่านเหมือนวันแรก ๆ…แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยจางหายไป นั่นคือ ความรู้สึกว่า ‘เรายังเลือกกันอยู่’ ทุกวัน พวกเขายังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่ลังเลและในที่สุด ทั้ง รศ.ดร.กัลยาณี และ ศ.ดร.เรวัตร ก็ยอมรับผู้หญิงคนนั้นได้…ผู้หญิงที่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก “มีนรดา” ที่ลูกชายทั้งสองคนต่างรักนักรักหนา ไม่ใช่เพราะเธอสวยหรือฉลาดล้ำเลิศ แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความรักเธอไม่เคยแยกพวกเขาออกจากกัน แต่กลับยินดีประคองหัวใจทั้งสองไว้ด้วยความเข้าใจและอ่อนโยนช่วงบ่ายวันจันทร์ที่บริษัทTAKORN MEDIA GROUPเสียงประชุมออนไลน์เพิ่งจบลงใน
นี่ก็ผ่านมาสามปีแล้วทุกคนต่างมีหน้าที่การงานที่ดี โดยที่มีนรดาก็มาทำงานเป็นผู้จัดการดารา ภายใต้บริษัทของ ธามนาธร ส่วนธีปกรณ์ก็เข้ามาดูแลเรื่องระบบซอฟต์แวร์วงจรไฟฟ้าอย่างเต็มระบบที่ไทย ตอนนี้ รศ.ดร.กัลยาณี ยอมพ่ายแพ้ต่อเด็กทั้งสาม พวกเขาจัดการตัวเองได้ดี แม้จะไปไหนด้วยกันสามคน แต่ก็ไม่เคยมีข่าวอะไรเสียๆ หายๆ ออกมาเสียงนาฬิกาบนผนังห้องประชุมชั้น 38 ของบริษัท AK Group ดังติ๊ก…ติ๊ก…อย่างเป็นจังหวะมีนรดาในชุดสูทลำลองเรียบหรู นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างบอสใหญ่ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาคือเจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงหน้าใหม่มาแรงแห่งยุค ‘ธามนาธร อัครไพศาลกุล'ข้าง ๆ เธออีกคนก็ไม่ใช่ใครอื่น ‘ธีปกรณ์ อัครไพศาลกุล' วิศวกรหนุ่มสุดเนิร์ดที่กำลังเป็นหัวหน้าฝ่ายระบบเทคโนโลยีไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ของบริษัทในเครือทั้งสามนั่งอยู่เคียงกัน เหมือนเป็นทีมทำงานธรรมดา…หากแต่ใครจะรู้ ว่าเมื่อม่านทำงานปิดลง และประตูบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกนี้ถูกปิดสนิท…พวกเขาคืออีก “เวอร์ชันหนึ่ง” ที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น“เลิกงานแล้วไปกินกันมั้ย?”ธามนาธรเอนตัวเข้ามากระซิบเบา ๆ ข้างใบหูเธอ ขณะที่มือก็วางบนต้นขาเนียนใต้โต๊ะประชุม มีนรด
หลังจากความอึดอัดผ่านพ้นไป ทั้งสามต่างโล่งใจมากขึ้น ตอนแรกที่กะว่าจะพากันออกไปฉลองที่ร้านไหนสักแห่ง สุดท้ายก็ฉลองกันที่เพนต์เฮาส์ของสองแฝด เพราะที่นั่นมีความเป็นส่วนตัวสูง และอีกอย่างจะได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อได้ตามใจ สองพ่อครัวจำเป็น และหนึ่งผู้ช่วยสาวสวยต่างพากันทำอาหารอย่างขะมักเขม้นกลิ่นหอมของเนยกระทะร้อนลอยอบอวลไปทั่วห้องเสียงหั่นผักกรอบ ๆ ดังเคล้ากับเสียงหัวเราะเบา ๆ จากสามคนที่ยืนล้อมเคาน์เตอร์ครัวมีนรดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองร่างสูงเธอสวมเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่ที่ยืมมาใส่แทนผ้ากันเปื้อน ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง ขณะที่กำลังหั่นแครอทอย่างตั้งใจ แต่ดูเหมือนสมาธิของเธอจะโดนรบกวนทุกสามวินาที...จุ๊บ!“อ๊ะ...”เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนข้างแก้ม คนที่ยืนอยู่ข้างขวา ธีปกรณ์หอมเธอเบา ๆ แล้วก็รีบยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เหมือนจะซอยเก่งขึ้นนะ...” เขากระซิบใกล้ใบหู คำว่าซอยเก่งขึ้นที่เขาจงใจพูด ทำเธอขนลุกซู่“แกล้งกันเหรอ...” เธอบ่นอุบเบา ๆ แต่ก็ยังยิ้มไม่หุบยังไม่ทันหันไปไหน อีกฝั่งก็เริ่ม… มือหนาของธามนาธรยื่นมาช่วยจับมือเธอให้มั่นช่วยหั่น ก่อนจะก้มลงหอมผมเธอเบาๆฟอด ...“อยากกิ
“แม่ครับ...”ธามนาธรพูดเสียงนิ่ง“ผมรักมีน”“ผมเองก็รักเธอ”ธีปกรณ์พูดต่อในทันที“โอ้ยฉันอยากจะเป็นลม” กัลยาณีถึงกับเข่าแทบทรุดคำพูดของสองหนุ่มทำให้มีนรดาถึงกับนิ่งอึ้ง มือเล็กของเธอบีบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงเหมือนกำลังถูกบีบจากทุกทิศ เธอจ้องมองแค่โต๊ะไม้โอ๊คตรงหน้า ไม่กล้าสบตาใคร...แม้แต่เขาสองคนที่เพิ่งเอ่ยคำนั้นออกมารศ.ดร.กัลยาณี ถอนหายใจยาว เธอพิงตัวเล็กน้อยกับพนักเก้าอี้ แววตาไม่ใช่ความโกรธ แต่คือความผิดหวัง...ปนความหวาดกลัวของคนเป็นแม่ ก็มันมีที่ไหนกันที่ลูกชายจะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน และกำลังช่วยกันเถียงแทนเธอ“พวกลูกยังเด็กเกินไป ทามม์ ไทป์”“พวกลูกอาจยังแยกไม่ออก...ระหว่างความรัก กับความใคร่” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดุ ไม่ได้เข้ม แต่นั่นกลับยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งกว่าที่เคย“อีกอย่าง...” เธอพูดต่อ“วัยหนุ่มสาว...ความรู้สึกมักซับซ้อน รุนแรง แล้วก็เปราะบาง” “บางครั้งสิ่งที่คิดว่าใช่ มันอาจจะไม่ใช่เลยก็ได้”ธามนาธรขมวดคิ้วเล็กน้อยธีปกรณ์กำมือแน่นมีนรดาเม้มปากแน่น ก่อนจะหลุบตาต่ำ“ฉันไม่ได้เกลียดหนูนะมีน แค่อยากให้หนูลองคิดในมุมของความเป็นจริง”“ฉันรู้...หนูเ
“ไปกับเรา”“ไปไหนทามม์”“เดี๋ยวก็รู้”“แต่เรามีเรียนนะ และวันนี้พวกเราก็ต้องเสนอหัวข้อสำคัญแล้วด้วย”เขาไม่พูด ไม่ฟัง และไม่สนใจ ตอนนี้ความหึงหวงมันบดบังตาเขาไปเสียหมด มิน่าล่ะไอ้ไทป์ถึงมีอาการแปลกๆ นี่มันแอบชอบเธอด้วยใช่มั้ยวะ แล้วระหว่างที่เขาไม่ได้สติ ไอ้ไทป์มันทำอะไรเธอไปบ้าง ความโมโหเริ่มพลุ่ง
แสงแดดยามสายสาดผ่านม่านผ้าสีทึบในห้องเพนต์เฮาส์ บรรยากาศสงบราวกับเวลาทั้งโลกหยุดหมุนให้เช้านี้อยู่ยาวนานกว่าที่เคยบนเตียงขนาดคิงไซซ์ ธีปกรณ์นอนตะแคงข้าง หายใจสม่ำเสมอ ร่างสูงโปร่งมีเพียงผ้าห่มผืนบางที่เลื่อนตกมาครึ่งเอวช่วงไหล่และหลังเปลือยเปล่ารับกับแสงอาทิตย์ที่สาดทอดลงมาและนั่นเอง...สิ่งที่มี
....“มีน ..!!” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกกันกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้“ห่ะ...ห๊ะ!! เมื่อกี้ทามม์ว่าอะไรนะ?”คนตัวสูงมองใบหน้าเธอที่เหม่อลอยอย่างชัดเจน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าในหัวของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ กำลังลังเล? กำลังกลัว? หรือว่ากำลังรู้สึกผิด...ที่อยู่กับคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นใครอีกคน“เราแค่บอกว่า...พรุ่งนี
เช้าวันจันทร์...อากาศในมหาวิทยาลัยสดใสเหมือนเคย แต่สำหรับธีปกรณ์แล้ว ทุกอย่างกลับดูหม่นกว่าปกติ แม้เขาจะยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมชั้นในคลาสใหญ่ของวิชา Communication Strategy แต่ในหัวกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่คำบรรยายของอาจารย์ที่เข้าสู่โสตประสาทแม้แต่นิดมีนรดานั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นเคย รอยยิ้มของเธอยั





