LOGINเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในรั้วมหาลัย ที่เกินเลยเกินกว่าคำว่าบัดดี้ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเธอยังหลงรักผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกันเพราะความเข้าใจผิด คิดว่าพวกเขาคือคนคนเดียวกัน และเมื่อความรักต้องเลือก ระหว่างความถูกต้องตามกรอบของสังคม และระหว่างเลือกทำตามหัวใจ พวกเขาจะก้าวผ่านมันไปได้ไหม
View Moreบรรยากาศเช้านี้อุ่นนิด ๆ แสงแดดลอดผ่านพุ่มอินทนิลริมฟุตปาทในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ รั้วขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบ กับป้ายภาษาอังกฤษสีทองหน้าเขตมหาวิทยาลัย
“Royal Metropolitan University” สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ จนเธอต้องหยีตาเล็กน้อย มีน หรือมีนรดา วัฒนานันท์ เด็กทุนคนใหม่ของคณะ Communication Arts (International Program) ‘นิเทศศาสตร์อินเตอร์' กอดกระเป๋าผ้าใบเล็กไว้แนบอก มองตึกเรียนตรงหน้าอย่างตื่นเต้น... และตัวเกร็งในทันที “มหาลัยอะไรทำไมมันใหญ่ขนาดนี้เนี่ย...” Royal Metropolitan University หรือที่ทุกคนเรียกว่า (RMU) คือมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นหลักสูตรนานาชาติ 100% ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้า รายล้อมไปด้วยนักศึกษาจากครอบครัวระดับไฮเอนด์ ลูกนักการเมือง ทายาทตระกูลใหญ่ และมีเพียงไม่กี่คน... ที่ได้รับโอกาสนี้ในฐานะ “เด็กทุน” และเธอคือหนึ่งในนั้น ใจคิดไป ขาก็ก้าวต่อ ผ่านลานน้ำพุหน้าตึกกลาง รอบตัวเต็มไปด้วยคนแต่งตัวเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากรันเวย์ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ได้เอ่ยดังขึ้น “มี๊นนนน!!” เสียงใส ๆ ดังมาจากด้านหลัง ก่อนร่างเพรียวจะโผเข้ามากอดเธอเต็มแรง “ขวัญ!” มีนรดายิ้มกว้าง “นึกว่าจะโดนทิ้งให้หลงทางคนเดียวแล้วแหนะ” มีนรดายังแอบคิดว่ามหาลัยใหญ่ขนาดนี้ เดินคนเดียวก็รู้สึกโหวงแปลกๆ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ “โอ๋ ๆ ใครจะกล้าทิ้งคนสวยอย่างเธอยะ~” ขวัญข้าว ดวงฤดี เพื่อนที่เธอรู้จักจากวันสอบสัมภาษณ์แค่วันเดียวก็มากพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพลังบวกที่ทั้งน่ารัก สดใส และจริงใจ จนมีนรดาอยากผูกขาดเอาไว้คนเดียว “ตึกเราอยู่นู่นนน ตึก C เห็นป่ะ?” ขวัญข้าวจูงแขนเธอไปพลางพูดจ้อไม่หยุด “ใหญ่เว่อร์วังจริง ๆ อะ ถ้าไม่มีรถใช้ มีหวังได้เดินจนขาลากแน่” มีนรดาหันมองรอบมหาวิทยาลัยที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา “เห็นว่าเขามี Shuttle Bus ให้นักศึกษาใช้ด้วยนะ!” ขวัญข้าวว่า ทำเอามีนรดาตาลุกวาว “โหววว... ดีอะ!” “ไปกัน รีบไปรายงานตัว จะได้เจอเพื่อนใหม่!” ขวัญข้าวยิ้มสดใส เธอเป็นลูกสาว ส.ส.เจนภพ ถึงจะโตมากับความหรูหรา แต่กลับเป็นคนเฟรนด์ลี่ ไม่ถือตัว ไม่มองคนจากภายนอก “ไปสิ ไปกัน” มีนรดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มน่ารักจนเห้นลักยิ้มที่มุมแก้มทั้งสองข้าง แม้บ้านของมีนรดาจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก แต่เธอก็ไม่ได้อ่อนแอหรือยอมใครง่าย ๆ เธอเป็นเด็กทุนที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เธอเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบ และมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เธอไม่ได้มาถึงตรงนี้เพราะโชคช่วย...แต่เพราะความสามารถของตัวเองล้วน ๆ ไม่นานนัก สองสาวก็มาถึงอาคารเรียนตึก C ตึกหลักของคณะ Communication Arts (International Program) ที่ใหญ่โตสวยงามเหมือนฉากในหนังฝรั่งไม่มีผิด... คนที่นี่ต่างเรียกมันว่า “ตึก C” บรรยากาศในห้องโถงปฐมนิเทศของตึก C คึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจ้อแจ้ เฟรชชี่เกือบพันชีวิตนั่งประจำโต๊ะกลมตามกลุ่มที่จัดไว้ จอโปรเจกเตอร์ด้านหน้าฉายโลโก้คณะ CAIP อย่างอลังการข้างหน้าโต๊ะของทุกคนมี iPad เครื่องใหม่วางรออยู่ “โอ๊ยยย... เริ่ดเว่อร์” ขวัญข้าวลูบหน้าจอเบา ๆ “นี่เราต้องจับบัดดี้ผ่านแอปจริงดิ?” “เห็นรุ่นพี่ว่าอย่างนั้นนะ” “เขาว่ามันเป็นระบบสุ่มอัตโนมัติอะ” มีนรดาตอบขณะกดปุ่ม “Start” บนหน้าจอที่ปรากฏโลโก้ RMU เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล “RMU Buddy Secret Match” ระบบจับบัดดี้แบบลับเฉพาะตัว แนวคิดจากคณะ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักเพื่อนใหม่แบบสร้างสรรค์ ทุกคนจะสุ่มจับบัดดี้ผ่านโปรแกรม แต่จะไม่รู้ว่าเขาคนนั้นคือใครในทันที จะรู้แค่ “ชื่อ-นามสกุล” ของเขาเท่านั้น และพวกเธอต้องไปตามหาบัดดี้กันเอาเอง มันก็ดูน่าตื่นเต้นและท้าทายดี “ขอต้อนรับเข้าสู่กิจกรรม RMU Buddy Secret Match นะครับน้อง ๆ!” เสียงของพี่นิเทศเอ่ยขึ้น “ใน iPad หน้าตาของแต่ละคน จะมีชื่อทุกคนเพื่อสุ่มจับบัดดี้ของตัวเอง แต่... จะไม่มีรูป ไม่มีเบอร์ ไม่มีคิวอาร์โค้ดใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะนอกจากระบบจะสุ่มให้แล้วทุกคนต้องออกไปตามหาบัดดี้กันเอาเอง เพราะสิ่งที่เราจะให้พวกเธอทำวันนี้คือ… ‘ตามหาคนที่ใช่’ ด้วยตัวเอง” “กรอกชื่อ-รหัสนักศึกษา และกด ‘สุ่มจับบัดดี้’ ได้เลยนะคะ” เสียงพี่คณะอีกคนเอ่ยแทรกขึ้น นักศึกษาทุกคนในห้องต่างฮือฮาก่อนจะก้มหน้าก้มตากดหน้าจอกันใหญ่ เสียงติ๊งเบา ๆ ดังขึ้นจากแต่ละเครื่องเมื่อผลสุ่มปรากฏ มีนรดาแทบกลั้นหายใจขณะรอโหลด... หน้าจอเปลี่ยนเป็นพื้นดำเรียบหรู ก่อนจะมีชื่อปรากฏขึ้นกลางจอ “Buddy: ธามนาธร อัครไพศาลกุล (ทามม์) ” ธามนาธร... มีนรดาพึมพำชื่อซ้ำในใจ “มีน! เธอได้ใครอะ!?” เสียงของขวัญข้าวดังขึ้นข้างเจ้าตัวพร้อมกับการเอี้ยวตัวมาดู iPad อย่างอยากรู้ “ทามม์... ธามนาธร...นามสกุลอะไรซักอย่าง” มีนรดายื่นหน้าจอให้เพื่อนดูอย่างเลื่อนลอยนิด ๆ “โอ๊ยยย ฟังดูรวยเว่อร์อะ ชื่อแบบนี้ต้องมีคอนโดอยู่สุขุมวิทแน่ ๆ” ขวัญข้าวหัวเราะคิก ก่อนจะกดของตัวเองดูบ้าง “อุ๊ย~ เราได้ผู้หญิง! ชื่อก็น่ารัก ถุงแป้ง อรจิรา” เธอยิ้มอย่างสดใส แล้วเริ่มมองหาคนชื่อถุงแป้งอย่างตื่นเต้น ไม่นานนัก บรรยากาศในห้องก็เริ่มคึกคัก เฟรชชี่แต่ละคนลุกจากโต๊ะเพื่อเริ่มภารกิจ "ตามหาบัดดี้" บางคนยอมเฉลยตัวเองง่าย ๆ ด้วยรอยยิ้ม บางคนก็ดูขี้เล่น ปากแข็งไม่ยอมรับว่าใช่ จนอีกฝ่ายต้องถามซ้ำหลายรอบ มีนรดาเอง... ก็เดินถามคนโน้นที คนนั้นที แต่คำตอบก็เหมือนเดิมทุกครั้ง “ไม่ใช่ครับ” “เราไม่ใช่ธามนาธรนะ” “ชื่อเราคนละคนอะ ลองถามโต๊ะนู้นมั้ย?” ไม่มีใคร… ยอมรับว่าเป็นบัดดี้ของเธอ มีนรดาลอบถอนหายใจถี่ๆ ขณะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ไหล่ทั้งสองข้างตกลงเล็กน้อยจากความเหนื่อยหน่าย “ดีใจด้วยนะ ขวัญ บัดดี้เธอรับตัวแล้วนี่” เธอยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน “ของฉันนี่สิ...” เธอถอนหายใจอีกครั้ง “ถามใครก็ไม่มีใครยอมรับเลยสักคน” ขวัญข้าวทำหน้าย่น “ไม่เป็นไรหรอกน่าแก วันนี้เขายังไม่ยอมรับตัวก็ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่รับนี่นา” เธอว่าพลางเอื้อมมือมาวางบนแขนเพื่อนเบา ๆ “อีกอย่าง พวกผู้ชายที่นี่ก็อย่างที่เห็น... หล่อ รวย แล้วก็...หลงตัวเอง ฉันว่าน่าจะแค่เล่นตัวอ่ะแหละ” ประโยคท้ายขวัญข้าวแอบทำปากเบ้ จนมีนรดาหลุดขำ วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่เพื่อนๆ ทุกคนได้ทำความรู้จักกันและก็ได้แนะนำตัวเองในคลาสและได้รู้จักอาจารย์ที่ปรึกษา และช่วงบ่ายก็ให้พวกเธอตามอัธยาศัยได้เลย “จะกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ด C กันมั้ย หรือจะกลับที่พัก?” ขวัญข้าวเอ่ยถาม ขณะเดินเคียงกันออกมาจากตึก C ที่ RMU ไม่มีหอพักในรั้วมหาลัย นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมีคอนโดหรือบ้านอยู่เองตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว บางคนขับรถหรูมา บางคนก็มีคนขับรถรอรับบริการที่หน้าโถงตึก แต่สำหรับมีนรดา... มันไม่ใช่อย่างนั้นไง เธอทำท่าอึกอักนิดหน่อย ก่อนจะหลุบตาลงมองพื้น ความจริงเธอกะว่าจะเดินไปร้านสะดวกซื้อตรงหน้าปากซอย ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วก็พวกผักนิดๆ หน่อยๆ ก่อนจะกลับหอพัก เธออยากประหยัดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ ทุนที่ได้ก็ครอบคลุมแค่ค่าเทอม ไม่รวมชีวิตจริงหลังเลิกเรียน ขวัญข้าวที่เดินเคียงอยู่เหมือนจะสังเกตได้ “เดี๋ยวเราเลี้ยง” เสียงสดใสเอ่ยขึ้นพลางตีที่กระเป๋าถือปักๆ “หน่าา~ เราไม่มีเพื่อนกินข้าวหน่านะ” มีนรดาเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย แต่ยังคงทำหน้าลังเล “กินเสร็จเดี๋ยวเราไปส่งแกที่หอด้วยเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะได้รู้ด้วยว่าแกพักอยู่แถวไหน” ขวัญข้าวยิ้มกว้าง แล้วยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับเธอ ไม่รอให้มีนรดาตอบอะไร มืออีกข้างก็จับข้อมือบางลากไปอย่างร่าเริง “ดะ เดี๋ยวสิ… ขวัญ!!” ... ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ข้าวขาหมูร้อน ๆ คะน้าหมักพิเศษกับน้ำซอสสูตรเข้มข้นก็มาวางตรงหน้า กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอชนิดที่ท้องร้องดังไปถึงดาวดวงไหนก็ไม่รู้ “เดี๋ยวฉันไปเอาต้มเลือดหมูมาอีกก่อนนะ” ขวัญข้าวลุกขึ้นยิ้มแล้วเดินไปยกต้มเลือดหมูมาอีกสองถ้วย “ยังไม่หมดอีกเหรอขวัญ...” มีนรดาเบิกตากว้าง “เยอะเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวกินไม่หมดแน่” ขวัญข้าวหันมายักคิ้ว “ห้ามเหลือ” เมื่อทั้งคู่ทานข้าวเสร็จ ขวัญข้าวก็พาเพื่อนสนิทคนใหม่ไปส่งที่ที่พักตามที่รับปากไว้ พอมาถึงลานจอดรถ มีนรดาก็แอบลุ้นเพราะที่จอดที่หรูหรากว้างขวางนี่ มีแต่รถสปอร์ตยี่ห้อดังทั้งนั้น ไม่นานนัก ขวัญข้าวก็กดรีโมทจนมันแจ้งเตือนทันที เมื่อสัญญาณเตือนไฟกะพริบ มีนรดาก็ต้องตกตะลึงกับรถคันสีแดงสปอร์ตหรูยี่ห้อหนึ่งที่โลโก้เป็นรูปงู “ขึ้นมาสิมีน” ขวัญข้าวลดกระจกลงพร้อมบอกให้เธอรีบเข้ามาในรถ คนที่กำลังตะลึงกับรถหรูตรงหน้าใช้เวลาชั่งใจอยู่อึดใจหนึ่ง กว่าจะกล้าเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ภายในรถยนต์คันหรูมันทำให้เธอประหม่า นั่งตัวเกร็งราวกับอยู่ในห้องสัมภาษณ์ทุนอีกครั้ง ขวัญข้าวไม่พูดอะไร เพียงยิ้มขำ ๆ กับท่าทางซื่อ ๆ ของเพื่อน ก่อนจะแตะคันเร่งออกจากลานจอดรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามเบา ๆ อย่างนุ่มลึก ไฟท้ายรูปทรงเฉี่ยวค่อย ๆ เคลื่อนผ่านรั้วมหาวิทยาลัยราวกับฉากในหนัง แต่ยังไม่ทันพ้นประตูรั้วดีเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... “ว๊ายยยยยยย!!” … โคร่ม!!!ความรักของคนเราไม่เคยเป็นเรื่องง่าย…ยิ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มีมากกว่าคนสองคน มันยิ่งซับซ้อนและเปราะบาง พวกเขาทั้งสามต่างรู้ดีว่า ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ทุกวันจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจบางครั้งก็มีงอน มีน้อยใจ มีคำถามว่า…ใครรักใครมากกว่า หรือใครอาจเริ่มห่างไปโดยไม่รู้ตัว แต่ทุกครั้งที่เกิดรอยร้าว พวกเขาก็จับมือกันไว้แน่นขึ้นอีกครั้ง และเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกัน พวกเขาผ่านช่วงวัยรุ่นอันร้อนแรง และยังคงรักษาความผูกพันนั้นไว้ แม้ไฟรักจะไม่พลุ่งพล่านเหมือนวันแรก ๆ…แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยจางหายไป นั่นคือ ความรู้สึกว่า ‘เรายังเลือกกันอยู่’ ทุกวัน พวกเขายังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่ลังเลและในที่สุด ทั้ง รศ.ดร.กัลยาณี และ ศ.ดร.เรวัตร ก็ยอมรับผู้หญิงคนนั้นได้…ผู้หญิงที่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก “มีนรดา” ที่ลูกชายทั้งสองคนต่างรักนักรักหนา ไม่ใช่เพราะเธอสวยหรือฉลาดล้ำเลิศ แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความรักเธอไม่เคยแยกพวกเขาออกจากกัน แต่กลับยินดีประคองหัวใจทั้งสองไว้ด้วยความเข้าใจและอ่อนโยนช่วงบ่ายวันจันทร์ที่บริษัทTAKORN MEDIA GROUPเสียงประชุมออนไลน์เพิ่งจบลงใน
นี่ก็ผ่านมาสามปีแล้วทุกคนต่างมีหน้าที่การงานที่ดี โดยที่มีนรดาก็มาทำงานเป็นผู้จัดการดารา ภายใต้บริษัทของ ธามนาธร ส่วนธีปกรณ์ก็เข้ามาดูแลเรื่องระบบซอฟต์แวร์วงจรไฟฟ้าอย่างเต็มระบบที่ไทย ตอนนี้ รศ.ดร.กัลยาณี ยอมพ่ายแพ้ต่อเด็กทั้งสาม พวกเขาจัดการตัวเองได้ดี แม้จะไปไหนด้วยกันสามคน แต่ก็ไม่เคยมีข่าวอะไรเสียๆ หายๆ ออกมาเสียงนาฬิกาบนผนังห้องประชุมชั้น 38 ของบริษัท AK Group ดังติ๊ก…ติ๊ก…อย่างเป็นจังหวะมีนรดาในชุดสูทลำลองเรียบหรู นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างบอสใหญ่ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาคือเจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงหน้าใหม่มาแรงแห่งยุค ‘ธามนาธร อัครไพศาลกุล'ข้าง ๆ เธออีกคนก็ไม่ใช่ใครอื่น ‘ธีปกรณ์ อัครไพศาลกุล' วิศวกรหนุ่มสุดเนิร์ดที่กำลังเป็นหัวหน้าฝ่ายระบบเทคโนโลยีไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ของบริษัทในเครือทั้งสามนั่งอยู่เคียงกัน เหมือนเป็นทีมทำงานธรรมดา…หากแต่ใครจะรู้ ว่าเมื่อม่านทำงานปิดลง และประตูบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกนี้ถูกปิดสนิท…พวกเขาคืออีก “เวอร์ชันหนึ่ง” ที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น“เลิกงานแล้วไปกินกันมั้ย?”ธามนาธรเอนตัวเข้ามากระซิบเบา ๆ ข้างใบหูเธอ ขณะที่มือก็วางบนต้นขาเนียนใต้โต๊ะประชุม มีนรด
หลังจากความอึดอัดผ่านพ้นไป ทั้งสามต่างโล่งใจมากขึ้น ตอนแรกที่กะว่าจะพากันออกไปฉลองที่ร้านไหนสักแห่ง สุดท้ายก็ฉลองกันที่เพนต์เฮาส์ของสองแฝด เพราะที่นั่นมีความเป็นส่วนตัวสูง และอีกอย่างจะได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อได้ตามใจ สองพ่อครัวจำเป็น และหนึ่งผู้ช่วยสาวสวยต่างพากันทำอาหารอย่างขะมักเขม้นกลิ่นหอมของเนยกระทะร้อนลอยอบอวลไปทั่วห้องเสียงหั่นผักกรอบ ๆ ดังเคล้ากับเสียงหัวเราะเบา ๆ จากสามคนที่ยืนล้อมเคาน์เตอร์ครัวมีนรดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองร่างสูงเธอสวมเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่ที่ยืมมาใส่แทนผ้ากันเปื้อน ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง ขณะที่กำลังหั่นแครอทอย่างตั้งใจ แต่ดูเหมือนสมาธิของเธอจะโดนรบกวนทุกสามวินาที...จุ๊บ!“อ๊ะ...”เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนข้างแก้ม คนที่ยืนอยู่ข้างขวา ธีปกรณ์หอมเธอเบา ๆ แล้วก็รีบยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เหมือนจะซอยเก่งขึ้นนะ...” เขากระซิบใกล้ใบหู คำว่าซอยเก่งขึ้นที่เขาจงใจพูด ทำเธอขนลุกซู่“แกล้งกันเหรอ...” เธอบ่นอุบเบา ๆ แต่ก็ยังยิ้มไม่หุบยังไม่ทันหันไปไหน อีกฝั่งก็เริ่ม… มือหนาของธามนาธรยื่นมาช่วยจับมือเธอให้มั่นช่วยหั่น ก่อนจะก้มลงหอมผมเธอเบาๆฟอด ...“อยากกิ
“แม่ครับ...”ธามนาธรพูดเสียงนิ่ง“ผมรักมีน”“ผมเองก็รักเธอ”ธีปกรณ์พูดต่อในทันที“โอ้ยฉันอยากจะเป็นลม” กัลยาณีถึงกับเข่าแทบทรุดคำพูดของสองหนุ่มทำให้มีนรดาถึงกับนิ่งอึ้ง มือเล็กของเธอบีบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงเหมือนกำลังถูกบีบจากทุกทิศ เธอจ้องมองแค่โต๊ะไม้โอ๊คตรงหน้า ไม่กล้าสบตาใคร...แม้แต่เขาสองคนที่เพิ่งเอ่ยคำนั้นออกมารศ.ดร.กัลยาณี ถอนหายใจยาว เธอพิงตัวเล็กน้อยกับพนักเก้าอี้ แววตาไม่ใช่ความโกรธ แต่คือความผิดหวัง...ปนความหวาดกลัวของคนเป็นแม่ ก็มันมีที่ไหนกันที่ลูกชายจะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน และกำลังช่วยกันเถียงแทนเธอ“พวกลูกยังเด็กเกินไป ทามม์ ไทป์”“พวกลูกอาจยังแยกไม่ออก...ระหว่างความรัก กับความใคร่” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดุ ไม่ได้เข้ม แต่นั่นกลับยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งกว่าที่เคย“อีกอย่าง...” เธอพูดต่อ“วัยหนุ่มสาว...ความรู้สึกมักซับซ้อน รุนแรง แล้วก็เปราะบาง” “บางครั้งสิ่งที่คิดว่าใช่ มันอาจจะไม่ใช่เลยก็ได้”ธามนาธรขมวดคิ้วเล็กน้อยธีปกรณ์กำมือแน่นมีนรดาเม้มปากแน่น ก่อนจะหลุบตาต่ำ“ฉันไม่ได้เกลียดหนูนะมีน แค่อยากให้หนูลองคิดในมุมของความเป็นจริง”“ฉันรู้...หนูเ





