LOGINเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในรั้วมหาลัย ที่เกินเลยเกินกว่าคำว่าบัดดี้ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเธอยังหลงรักผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกันเพราะความเข้าใจผิด คิดว่าพวกเขาคือคนคนเดียวกัน และเมื่อความรักต้องเลือก ระหว่างความถูกต้องตามกรอบของสังคม และระหว่างเลือกทำตามหัวใจ พวกเขาจะก้าวผ่านมันไปได้ไหม
View Moreบรรยากาศเช้านี้อุ่นนิด ๆ แสงแดดลอดผ่านพุ่มอินทนิลริมฟุตปาทในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ รั้วขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบ กับป้ายภาษาอังกฤษสีทองหน้าเขตมหาวิทยาลัย
“Royal Metropolitan University” สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ จนเธอต้องหยีตาเล็กน้อย มีน หรือมีนรดา วัฒนานันท์ เด็กทุนคนใหม่ของคณะ Communication Arts (International Program) ‘นิเทศศาสตร์อินเตอร์' กอดกระเป๋าผ้าใบเล็กไว้แนบอก มองตึกเรียนตรงหน้าอย่างตื่นเต้น... และตัวเกร็งในทันที “มหาลัยอะไรทำไมมันใหญ่ขนาดนี้เนี่ย...” Royal Metropolitan University หรือที่ทุกคนเรียกว่า (RMU) คือมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นหลักสูตรนานาชาติ 100% ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้า รายล้อมไปด้วยนักศึกษาจากครอบครัวระดับไฮเอนด์ ลูกนักการเมือง ทายาทตระกูลใหญ่ และมีเพียงไม่กี่คน... ที่ได้รับโอกาสนี้ในฐานะ “เด็กทุน” และเธอคือหนึ่งในนั้น ใจคิดไป ขาก็ก้าวต่อ ผ่านลานน้ำพุหน้าตึกกลาง รอบตัวเต็มไปด้วยคนแต่งตัวเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากรันเวย์ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ได้เอ่ยดังขึ้น “มี๊นนนน!!” เสียงใส ๆ ดังมาจากด้านหลัง ก่อนร่างเพรียวจะโผเข้ามากอดเธอเต็มแรง “ขวัญ!” มีนรดายิ้มกว้าง “นึกว่าจะโดนทิ้งให้หลงทางคนเดียวแล้วแหนะ” มีนรดายังแอบคิดว่ามหาลัยใหญ่ขนาดนี้ เดินคนเดียวก็รู้สึกโหวงแปลกๆ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ “โอ๋ ๆ ใครจะกล้าทิ้งคนสวยอย่างเธอยะ~” ขวัญข้าว ดวงฤดี เพื่อนที่เธอรู้จักจากวันสอบสัมภาษณ์แค่วันเดียวก็มากพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพลังบวกที่ทั้งน่ารัก สดใส และจริงใจ จนมีนรดาอยากผูกขาดเอาไว้คนเดียว “ตึกเราอยู่นู่นนน ตึก C เห็นป่ะ?” ขวัญข้าวจูงแขนเธอไปพลางพูดจ้อไม่หยุด “ใหญ่เว่อร์วังจริง ๆ อะ ถ้าไม่มีรถใช้ มีหวังได้เดินจนขาลากแน่” มีนรดาหันมองรอบมหาวิทยาลัยที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา “เห็นว่าเขามี Shuttle Bus ให้นักศึกษาใช้ด้วยนะ!” ขวัญข้าวว่า ทำเอามีนรดาตาลุกวาว “โหววว... ดีอะ!” “ไปกัน รีบไปรายงานตัว จะได้เจอเพื่อนใหม่!” ขวัญข้าวยิ้มสดใส เธอเป็นลูกสาว ส.ส.เจนภพ ถึงจะโตมากับความหรูหรา แต่กลับเป็นคนเฟรนด์ลี่ ไม่ถือตัว ไม่มองคนจากภายนอก “ไปสิ ไปกัน” มีนรดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มน่ารักจนเห้นลักยิ้มที่มุมแก้มทั้งสองข้าง แม้บ้านของมีนรดาจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก แต่เธอก็ไม่ได้อ่อนแอหรือยอมใครง่าย ๆ เธอเป็นเด็กทุนที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เธอเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบ และมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เธอไม่ได้มาถึงตรงนี้เพราะโชคช่วย...แต่เพราะความสามารถของตัวเองล้วน ๆ ไม่นานนัก สองสาวก็มาถึงอาคารเรียนตึก C ตึกหลักของคณะ Communication Arts (International Program) ที่ใหญ่โตสวยงามเหมือนฉากในหนังฝรั่งไม่มีผิด... คนที่นี่ต่างเรียกมันว่า “ตึก C” บรรยากาศในห้องโถงปฐมนิเทศของตึก C คึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจ้อแจ้ เฟรชชี่เกือบพันชีวิตนั่งประจำโต๊ะกลมตามกลุ่มที่จัดไว้ จอโปรเจกเตอร์ด้านหน้าฉายโลโก้คณะ CAIP อย่างอลังการข้างหน้าโต๊ะของทุกคนมี iPad เครื่องใหม่วางรออยู่ “โอ๊ยยย... เริ่ดเว่อร์” ขวัญข้าวลูบหน้าจอเบา ๆ “นี่เราต้องจับบัดดี้ผ่านแอปจริงดิ?” “เห็นรุ่นพี่ว่าอย่างนั้นนะ” “เขาว่ามันเป็นระบบสุ่มอัตโนมัติอะ” มีนรดาตอบขณะกดปุ่ม “Start” บนหน้าจอที่ปรากฏโลโก้ RMU เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล “RMU Buddy Secret Match” ระบบจับบัดดี้แบบลับเฉพาะตัว แนวคิดจากคณะ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักเพื่อนใหม่แบบสร้างสรรค์ ทุกคนจะสุ่มจับบัดดี้ผ่านโปรแกรม แต่จะไม่รู้ว่าเขาคนนั้นคือใครในทันที จะรู้แค่ “ชื่อ-นามสกุล” ของเขาเท่านั้น และพวกเธอต้องไปตามหาบัดดี้กันเอาเอง มันก็ดูน่าตื่นเต้นและท้าทายดี “ขอต้อนรับเข้าสู่กิจกรรม RMU Buddy Secret Match นะครับน้อง ๆ!” เสียงของพี่นิเทศเอ่ยขึ้น “ใน iPad หน้าตาของแต่ละคน จะมีชื่อทุกคนเพื่อสุ่มจับบัดดี้ของตัวเอง แต่... จะไม่มีรูป ไม่มีเบอร์ ไม่มีคิวอาร์โค้ดใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะนอกจากระบบจะสุ่มให้แล้วทุกคนต้องออกไปตามหาบัดดี้กันเอาเอง เพราะสิ่งที่เราจะให้พวกเธอทำวันนี้คือ… ‘ตามหาคนที่ใช่’ ด้วยตัวเอง” “กรอกชื่อ-รหัสนักศึกษา และกด ‘สุ่มจับบัดดี้’ ได้เลยนะคะ” เสียงพี่คณะอีกคนเอ่ยแทรกขึ้น นักศึกษาทุกคนในห้องต่างฮือฮาก่อนจะก้มหน้าก้มตากดหน้าจอกันใหญ่ เสียงติ๊งเบา ๆ ดังขึ้นจากแต่ละเครื่องเมื่อผลสุ่มปรากฏ มีนรดาแทบกลั้นหายใจขณะรอโหลด... หน้าจอเปลี่ยนเป็นพื้นดำเรียบหรู ก่อนจะมีชื่อปรากฏขึ้นกลางจอ “Buddy: ธามนาธร อัครไพศาลกุล (ทามม์) ” ธามนาธร... มีนรดาพึมพำชื่อซ้ำในใจ “มีน! เธอได้ใครอะ!?” เสียงของขวัญข้าวดังขึ้นข้างเจ้าตัวพร้อมกับการเอี้ยวตัวมาดู iPad อย่างอยากรู้ “ทามม์... ธามนาธร...นามสกุลอะไรซักอย่าง” มีนรดายื่นหน้าจอให้เพื่อนดูอย่างเลื่อนลอยนิด ๆ “โอ๊ยยย ฟังดูรวยเว่อร์อะ ชื่อแบบนี้ต้องมีคอนโดอยู่สุขุมวิทแน่ ๆ” ขวัญข้าวหัวเราะคิก ก่อนจะกดของตัวเองดูบ้าง “อุ๊ย~ เราได้ผู้หญิง! ชื่อก็น่ารัก ถุงแป้ง อรจิรา” เธอยิ้มอย่างสดใส แล้วเริ่มมองหาคนชื่อถุงแป้งอย่างตื่นเต้น ไม่นานนัก บรรยากาศในห้องก็เริ่มคึกคัก เฟรชชี่แต่ละคนลุกจากโต๊ะเพื่อเริ่มภารกิจ "ตามหาบัดดี้" บางคนยอมเฉลยตัวเองง่าย ๆ ด้วยรอยยิ้ม บางคนก็ดูขี้เล่น ปากแข็งไม่ยอมรับว่าใช่ จนอีกฝ่ายต้องถามซ้ำหลายรอบ มีนรดาเอง... ก็เดินถามคนโน้นที คนนั้นที แต่คำตอบก็เหมือนเดิมทุกครั้ง “ไม่ใช่ครับ” “เราไม่ใช่ธามนาธรนะ” “ชื่อเราคนละคนอะ ลองถามโต๊ะนู้นมั้ย?” ไม่มีใคร… ยอมรับว่าเป็นบัดดี้ของเธอ มีนรดาลอบถอนหายใจถี่ๆ ขณะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ไหล่ทั้งสองข้างตกลงเล็กน้อยจากความเหนื่อยหน่าย “ดีใจด้วยนะ ขวัญ บัดดี้เธอรับตัวแล้วนี่” เธอยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน “ของฉันนี่สิ...” เธอถอนหายใจอีกครั้ง “ถามใครก็ไม่มีใครยอมรับเลยสักคน” ขวัญข้าวทำหน้าย่น “ไม่เป็นไรหรอกน่าแก วันนี้เขายังไม่ยอมรับตัวก็ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่รับนี่นา” เธอว่าพลางเอื้อมมือมาวางบนแขนเพื่อนเบา ๆ “อีกอย่าง พวกผู้ชายที่นี่ก็อย่างที่เห็น... หล่อ รวย แล้วก็...หลงตัวเอง ฉันว่าน่าจะแค่เล่นตัวอ่ะแหละ” ประโยคท้ายขวัญข้าวแอบทำปากเบ้ จนมีนรดาหลุดขำ วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่เพื่อนๆ ทุกคนได้ทำความรู้จักกันและก็ได้แนะนำตัวเองในคลาสและได้รู้จักอาจารย์ที่ปรึกษา และช่วงบ่ายก็ให้พวกเธอตามอัธยาศัยได้เลย “จะกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ด C กันมั้ย หรือจะกลับที่พัก?” ขวัญข้าวเอ่ยถาม ขณะเดินเคียงกันออกมาจากตึก C ที่ RMU ไม่มีหอพักในรั้วมหาลัย นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมีคอนโดหรือบ้านอยู่เองตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว บางคนขับรถหรูมา บางคนก็มีคนขับรถรอรับบริการที่หน้าโถงตึก แต่สำหรับมีนรดา... มันไม่ใช่อย่างนั้นไง เธอทำท่าอึกอักนิดหน่อย ก่อนจะหลุบตาลงมองพื้น ความจริงเธอกะว่าจะเดินไปร้านสะดวกซื้อตรงหน้าปากซอย ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วก็พวกผักนิดๆ หน่อยๆ ก่อนจะกลับหอพัก เธออยากประหยัดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ ทุนที่ได้ก็ครอบคลุมแค่ค่าเทอม ไม่รวมชีวิตจริงหลังเลิกเรียน ขวัญข้าวที่เดินเคียงอยู่เหมือนจะสังเกตได้ “เดี๋ยวเราเลี้ยง” เสียงสดใสเอ่ยขึ้นพลางตีที่กระเป๋าถือปักๆ “หน่าา~ เราไม่มีเพื่อนกินข้าวหน่านะ” มีนรดาเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย แต่ยังคงทำหน้าลังเล “กินเสร็จเดี๋ยวเราไปส่งแกที่หอด้วยเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะได้รู้ด้วยว่าแกพักอยู่แถวไหน” ขวัญข้าวยิ้มกว้าง แล้วยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับเธอ ไม่รอให้มีนรดาตอบอะไร มืออีกข้างก็จับข้อมือบางลากไปอย่างร่าเริง “ดะ เดี๋ยวสิ… ขวัญ!!” ... ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ข้าวขาหมูร้อน ๆ คะน้าหมักพิเศษกับน้ำซอสสูตรเข้มข้นก็มาวางตรงหน้า กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอชนิดที่ท้องร้องดังไปถึงดาวดวงไหนก็ไม่รู้ “เดี๋ยวฉันไปเอาต้มเลือดหมูมาอีกก่อนนะ” ขวัญข้าวลุกขึ้นยิ้มแล้วเดินไปยกต้มเลือดหมูมาอีกสองถ้วย “ยังไม่หมดอีกเหรอขวัญ...” มีนรดาเบิกตากว้าง “เยอะเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวกินไม่หมดแน่” ขวัญข้าวหันมายักคิ้ว “ห้ามเหลือ” เมื่อทั้งคู่ทานข้าวเสร็จ ขวัญข้าวก็พาเพื่อนสนิทคนใหม่ไปส่งที่ที่พักตามที่รับปากไว้ พอมาถึงลานจอดรถ มีนรดาก็แอบลุ้นเพราะที่จอดที่หรูหรากว้างขวางนี่ มีแต่รถสปอร์ตยี่ห้อดังทั้งนั้น ไม่นานนัก ขวัญข้าวก็กดรีโมทจนมันแจ้งเตือนทันที เมื่อสัญญาณเตือนไฟกะพริบ มีนรดาก็ต้องตกตะลึงกับรถคันสีแดงสปอร์ตหรูยี่ห้อหนึ่งที่โลโก้เป็นรูปงู “ขึ้นมาสิมีน” ขวัญข้าวลดกระจกลงพร้อมบอกให้เธอรีบเข้ามาในรถ คนที่กำลังตะลึงกับรถหรูตรงหน้าใช้เวลาชั่งใจอยู่อึดใจหนึ่ง กว่าจะกล้าเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ภายในรถยนต์คันหรูมันทำให้เธอประหม่า นั่งตัวเกร็งราวกับอยู่ในห้องสัมภาษณ์ทุนอีกครั้ง ขวัญข้าวไม่พูดอะไร เพียงยิ้มขำ ๆ กับท่าทางซื่อ ๆ ของเพื่อน ก่อนจะแตะคันเร่งออกจากลานจอดรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามเบา ๆ อย่างนุ่มลึก ไฟท้ายรูปทรงเฉี่ยวค่อย ๆ เคลื่อนผ่านรั้วมหาวิทยาลัยราวกับฉากในหนัง แต่ยังไม่ทันพ้นประตูรั้วดีเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... “ว๊ายยยยยยย!!” … โคร่ม!!!“โอเค กลุ่มนี้...ซีนที่ 3 ใครเป็นพระเอกนะ?” เสียงอาจารย์ประจำคลาสกำกับการแสดงดังขึ้นในห้องเรียนขนาดย่อมที่ใช้เป็นเวิร์กช็อปซ้อมละครขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นก่อนตอบเสียงชัด “ทามม์ค่ะ ทามม์เล่นเป็นพระเอก”“อ้าว งั้นก็จับคู่กับมีนอีกสินะ” ขนาดอาจารย์ก็ยังคุ้นชินกับบัดดี้คู่นี้ “บทนี้ต้องซ้อมกันให้ไหลลื่นมากขึ้นกว่านี้นะ มีดราม่า มีความใกล้ชิดด้วย ไม่งั้นตอนแสดงจริงจะโดนหั่นคะแนนไม่รู้ด้วย”“ค่ะอาจารย์”มีนรดาหันไปมอง “ทามม์” ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แบบงง ๆ เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะแปลกใจเรื่องจับคู่...แต่แปลกใจกับสีหน้าท่าทางของเขา นิ่งผิดปกติวิสัยเหมือนกำลังกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลาเขาพยักหน้ารับทราบสั้น ๆ ด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นตัวเองหลังเลิกคลาส ทุกกลุ่มต้องซ้อมบทกันเอง ที่มุมหนึ่งของคณะ ธีปกรณ์กำลังนั่งมองสคริปต์ในมือ พลางถอนหายใจยาวเหมือนจะระบายทุกความวุ่นวายออกทางจมูก‘นี่ฉันมาทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ไอ้ทามม์นะ ไอ้ทามม์ ตื่นขึ้นมาสักทีสิวะ!’ เขาสบถในใจพลางนวดขมับตัวเอง ตอนนี้พี่ชายฝาแฝดของเขานอนนิ่งเหมือนเจ้าชายนิทรา หลังประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนก่อนร่างกายฟื้นตัวแล้ว...แต่สติกลับยังไม่มา และเพราะคำขอร้
ตอนนี้ขวัญข้าวพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้บ้างคร่าวๆ แล้วว่ายัยถุงแป้งบัดดี้ของเธอน่าจะชอบพอ หรือแอบคลั่งนายหน้าหล่อนี่ก็ว่าได้ แต่แม่เจ้าโว้ย นายนี่ทั้งหล่อ ดูดี ลูกเจ้าของมหาลัย เธอจะเป็นแม่สื่อให้เพื่อนรักได้สมหวังก็ครานี้แหละทั้งสี่นั่งทานข้าวด้วยกัน โดยที่คนตัวสูงนั่งตรงข้ามกับบัดดี้คนสวยของตัวเอง ขวัญข้าวนั่งตรงข้ามกับถุงแป้ง ซึ่งถุงแป้งนั่งข้างๆ เขา และยิ่งถุงแป้งขยับไปหาคนตัวใหญ่เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งขยับกายออกถอยห่างออกมากเท่านั้น“ขอชิมนั่นบ้างสิ” คนตัวสูงโน้มหน้าเข้ามาใกล้ มองจานข้าวของหญิงสาวด้วยสายตาอยากรู้อยากลอง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเป็นกันเองแต่ชวนใจสั่น เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้จักเมนูอาหารไทยมากเท่าไหร่ แต่อะไรก็ตามที่อยู่ในจานของเธอ...มันย่อมดูน่ากินกว่าจานตัวเองเป็นไหนๆ“ได้สิ” มีนรดายิ้มบางๆ ตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมาสบตาเขา แล้วรอตามมารยาทว่าอีกฝ่ายจะยื่นช้อนมารอ...แต่เปล่าเลย เขากลับนั่งเฉย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พร้อมสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่า อยากให้เธอตักให้เธอชะงักเล็กน้อย และพอจะเข้าใจได้ว่าเขาคงอยากให้เธอป้อนให้ด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงค่อยๆ ใช้ช้อนตักเนื้อเขียวหวานไก่คำเ
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งมีนรดาและขวัญข้าวก็ก้าวออกไปยังโถงทางเดินหน้าห้องเลคเชอร์ชั้น 4 ของตึก Cขวัญข้าวยังคงพูดไม่หยุดตามประสาคนตื่นเต้น แต่มีนรดากลับนิ่งเงียบลงเรื่อย ๆ บรรยากาศชั้นนี้แตกต่างจากข้างล่างโดยสิ้นเชิง สงบกว่า... แต่ก็รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านมาอย่างประหลาดเมื่อทั้งคู่ผลักประตูห้องเลคเชอร์ขนาดใหญ่เข้าไปสายตาหลายคู่ก็หันมามองทันที ราวกับการมาถึงของพวกเธอคือจุดสนใจใหม่ของเช้านี้ แต่สิ่งที่ทำให้มีนรดาชะงักฝีเท้าคือ ชายหนุ่มตัวสูงเด่นใบหน้าหล่อคมที่นั่งอยู่กลางห้อง เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เอนตัวในท่าทางสบาย ๆ หูฟังโอเวอร์เอียร์ยังสวมอยู่รอบคอ แววตาเรียบนิ่ง...ข้างเขามีเก้าอี้ว่างสองตัว ขวัญข้าวแสยะยิ้ม นี่หมอนี่ท่าจะชอบเพื่อนเธอจริงๆ แฮะเขาเหลือบตามองสองสาวเพียงแวบเดียวเมื่อพวกเธอเดินเข้ามา เขาจ้องจิกแรงที่มีนรดาอีกแล้ว… ขวัญข้าวคิด และเมื่อเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ ขวัญข้าวนั้นไม่พลาดเรื่องสัญญาณเล็ก ๆ ที่สายตาเขาส่งมา เขาไหวใบหน้าและมองลงที่เก้าอี้ข้างๆ ตัวเองมีนรดาจ้องเขาเชิงคำถาม หรือว่าเขา…“นั่งสิบัดดี้”ทันทีที่ปากหยักหนาได้รูปเอ่ยบอกกัน คนที่กำ
“ว๊ายยยยยยย!!”เสียงของมีนรดาดังลั่น พร้อมกับเสียง โคร่มมม!! ที่สะเทือนไปทั้งรถโคร่มมม!!“ว่าแล้ววว…”เสียงขวัญข้าวบ่นพึมพำในลำคอเมื่อชนเข้าอย่างจังกับรถสปอร์ตคันหนึ่งตรงวงเวียนใหญ่หน้ามหาลัย คนขับไม่ได้เหวอ แต่ตกใจนิดหน่อย แล้วรีบเปิดประตูลงมาทันทีที่ขวัญข้าวเห็นใครบางคนก็นิ่งอึ้งไปเลย คือเขา... หล่อชะมัด ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเทาเข้ม กางเกงขายาวเรียบเนี้ยบ ผมสีน้ำตาลเข้มเซตแบบไม่ตั้งใจ กับความสูงที่แบบว่า โอ้แม่เจ้า…สูงมากกกก อย่างกับดาราจีน ใบหน้าเฉียบคมแฝงความเย็นชาอยู่หน่อยๆ ดวงตาคู่นั้นตวัดมองรถที่เพิ่งเฉี่ยวกัน...ก่อนจะหันมาสบตาหญิงสาวอีกคนที่กำลังเปิดประตูลงมาใหม่ขวัญข้าวเดินไปดูข้างๆ รถก่อนทำหน้าเสีย มีหวังพ่อให้คนที่บ้านคอยมาตามรับตามส่งเธอแน่งานนี้“โอ๊ยยยย! บ้าจริง! ฉันเบรกแล้วนะ ทำไมนายไม่ชะลอเลยล่ะเนี่ย!” เธอแหวจิกเขาเบาๆ“คุณขับเร็วไปหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ“….”“ก็ทางมันโล่งอะ” ขวัญข้าวว่าอย่างหัวเสียเล็ก ๆชายหนุ่มปรายตามองขวัญข้าวด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะเบือนกลับมาสบตากับหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กว่าใกล้จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ หญิงสาวตั