Beranda / โรแมนติก / จาก 2540 ถึงนิรันดร์ / ตอนที่ 5: ฐานทัพลับใต้ทางด่วน และผู้ช่วยโค้ชหน้าตาย

Share

ตอนที่ 5: ฐานทัพลับใต้ทางด่วน และผู้ช่วยโค้ชหน้าตาย

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 16:41:35

15 กรกฎาคม 2540

สามวันผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะอันธพาลในร้านเช่าวิดีโอ บาดแผลที่มุมปากของเขตต์เริ่มตกสะเก็ดจนแทบมองไม่เห็นแล้ว แต่พลาสเตอร์ยาลายทามาก็อตจิสีสะท้อนแสงกลับยังคงแปะติดอยู่ที่เดิม ไม่ใช่เพราะแผลยังไม่หายดี แต่เป็นเพราะเขารู้สึกขี้เกียจฟังเสียงบ่นแหลมๆ ของยัยคุณหนูจอมจุ้นจ้านที่ขู่บังคับไว้ว่า 'ห้ามแกะออกจนกว่าแผลจะหายสนิท ไม่งั้นฉันจะเอาไม้แบดฟาดหัวนาย!’

ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่แสงแดดแผดเผากรุงเทพฯ จนยางมะตอยบนถนนแทบจะละลาย ร้านเช่าวิดีโอยังคงเงียบเหงาตามสภาพเศรษฐกิจ เขตต์นั่งเท้าคางอ่านหนังสือกีฬารายสัปดาห์อยู่หลังเคาน์เตอร์ เสียงพัดลมเพดานหมุนดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะน่าเบื่อหน่าย

กรุ๊งกริ๊ง!

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กๆ ในชุดเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายวงดนตรีสไมล์บัฟฟาโล่ (Smile Buffalo) กางเกงยีนส์ขาสั้นทะมัดทะแมง และกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่สะพายอยู่บนบ่า รินรดาเดิน (ก้าวยาวๆ อย่างมาดมั่น) ตรงดิ่งเข้ามาหาเขา ใบหน้าหวานละมุนนั้นเปื้อนเหงื่อเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเป็นประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าพระอาทิตย์ข้างนอก

"เขตต์! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย เปลี่ยนป้ายหน้าร้านเป็นคำว่า 'ปิดชั่วคราว' ด้วย!" รินออกคำสั่งเสียงใส พลางวางมือท้าวลงบนเคาน์เตอร์ไม้

เขตต์ละสายตาจากหน้ากระดาษหนังสือ เงยหน้ามองยัยตัววุ่นด้วยสายตาเรียบเฉย "วันนี้เถ้าแก่ไม่อยู่ ผมทิ้งร้านไม่ได้ครับ... แล้วนี่คุณแต่งตัวอะไรของคุณเนี่ย จะไปปีนเขาหรือไง"

"ไม่ได้ไปปีนเขา แต่จะไปทำความสะอาดฐานทัพลับต่างหาก!" รินยิ้มกว้างจนตาหยี "เมื่อเช้าฉันปั่นจักรยานไปตระเวนหาแถวๆ ใต้ทางด่วนมา แล้วก็เจอของดีเข้าให้! มันมีลานปูนกว้างๆ ที่มีเส้นสนามแบดมินตันจางๆ ตีเอาไว้ด้วยนะ ถึงจะดูร้างๆ แล้วก็ฝุ่นเขรอะไปหน่อยก็เถอะ แต่ถ้ากวาดดีๆ มันใช้เป็นคอร์ทซ้อมส่วนตัวได้สบายๆ เลย!"

"แล้วไงครับ?" เขตต์เลิกคิ้ว "คุณเจอที่ซ้อมแล้ว ก็ยินดีด้วยครับ เชิญไปกวาดพื้นตามสบาย ผมเกี่ยวอะไรด้วย?"

"เกี่ยวสิ! ก็นายติดหนี้ชีวิตฉันอยู่นี่นา!" รินยืดอกขึ้น อ้างอิงถึงวีรกรรมเอาไม้แบดขู่นักเลงเมื่อสามวันก่อนอย่างหน้าตาเฉย "พระเอกในหนังจีนเขาบอกว่า บุญคุณต้องทดแทน มีแค้นต้องชำระ วันนี้นายต้องไปเป็นลูกมือช่วยฉันทำความสะอาดคอร์ทแบด ถือเป็นการตอบแทนที่ฉันช่วยนายไว้ไง! ลุกขึ้นมาเลยนะ!"

เขตต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองซ้ายมองขวา ร้านก็ไม่มีลูกค้าจริงๆ นั่นแหละ อีกอย่าง... พอเห็นประกายความหวังที่เต้นเร่าอยู่ในดวงตาของเธอ เขากลับพบว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอที่จะเอ่ยคำปฏิเสธออกไปได้เลย

"ให้ตายสิ... ผมเป็นพนักงานร้านเช่าวิดีโอนะครับ ไม่ใช่ภารโรง" เขาบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมปิดหนังสือและเดินไปหยิบป้าย 'Close' มาแขวนที่ประตูกระจกอย่างว่าง่าย

...

สิบห้านาทีต่อมา จักรยานเฟสสันสีแดงสนิมเขรอะของเขตต์ก็กำลังแล่นไปตามซอยเล็กๆ ที่ลัดเลาะไปสู่ใต้ทางด่วน โดยมีคุณหนูรินรดายืนเหยียบที่พักเท้าด้านหลัง มือเล็กๆ ของเธอเกาะบ่ากว้างของเขาเอาไว้แน่นเพื่อทรงตัว ลมร้อนที่พัดปะทะใบหน้าไม่ได้ทำให้รินรู้สึกแย่ เธอกลับหัวเราะร่วนเมื่อจักรยานตกหลุมบ่อจนสะเทือนไปทั้งคัน

"นี่นายปั่นให้มันดีๆ หน่อยสิ! จักรยานนายสนิมจะหลุดเป็นผงอยู่แล้วเนี่ย!"

"ถ้าบ่นมากนักก็ลงไปเดินเลยครับ คุณหนู ตัวก็ไม่ได้เบาเหมือนนุ่นนะครับ ยางรถผมจะแบนอยู่แล้ว" เขตต์เถียงกลับหน้าตาย แต่ลอบระบายยิ้มบางๆ กับสายลมโดยไม่ให้คนข้างหลังเห็น

เมื่อเลี้ยวโค้งเข้าสู่ใต้สะพานทางด่วน เสียงรถยนต์ที่วิ่งอยู่เบื้องบนดังกระหึ่มเป็นระยะ แสงแดดส่องลอดช่องว่างของตอม่อลงมาเป็นลำแสงสีทอง กระทบเข้ากับลานปูนซีเมนต์กว้างที่ถูกทิ้งร้าง มีร่องรอยของตาข่ายแบดมินตันเก่าๆ ที่ขาดวิ่นแขวนต่องแต่งอยู่กับเสาเหล็กขึ้นสนิม ใบไม้แห้งและฝุ่นหนาเตอะปกคลุมไปทั่วบริเวณ

รินกระโดดลงจากจักรยาน วิ่งเข้าไปกลางลานปูนนั้นด้วยความตื่นเต้น เธอหมุนตัวไปรอบๆ ราวกับเด็กที่เพิ่งค้นพบสวนสนุกแห่งใหม่

"เห็นไหม! กว้างมากเลย! ไม่มีใครมาใช้ด้วย เราแค่ต้องเคลียร์ขยะ กวาดฝุ่น แล้วก็หาเน็ตใหม่มาขึง แค่นี้ฉันก็มีคอร์ทซ้อมส่วนตัวระดับวีไอพีแล้ว!" รินกางแขนออก สูดกลิ่นอับของฝุ่นและปูนซีเมนต์เข้าปอดราวกับมันเป็นอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขา

เขตต์จอดจักรยานพิงกำแพง เขากวาดสายตามองสภาพ 'ฐานทัพลับ' ของเธอแล้วอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นนวดขมับ

"นี่มันลานทิ้งขยะชัดๆ คุณหนู... คิดจริงๆ เหรอว่าลานปูนแข็งๆ ฝุ่นเยอะๆ แบบนี้มันจะใช้ซ้อมแบดมินตันได้ ล้มไปทีหัวเข่าได้ถลอกถึงกระดูกแน่"

"ก็ดีกว่าไม่มีที่ให้ซ้อมเลยนี่!" รินหันมาเถียง แววตาของเธอเด็ดเดี่ยว "ฉันไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ หรอกนะ อีกแค่เดือนครึ่งก็จะถึงกำหนดส่งชื่อคัดเลือกชิงแชมป์เขตแล้ว ถ้าฉันไม่ซ้อมตั้งแต่วันนี้ ร่างกายมันจะลืมจังหวะหมด... เลิกบ่นแล้วมาช่วยกันกวาดพื้นได้แล้ว! ฉันซื้อไม้กวาดทางมะพร้าวมาตั้งสองอันแหนะ!"

รินรื้อกระเป๋าเป้ หยิบไม้กวาดทางมะพร้าวด้ามสั้นอันใหม่เอี่ยมส่งให้เขตต์หนึ่งอัน ชายหนุ่มรับมาถือไว้ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ตั้งแต่เกิดมาเป็นทายาทธุรกิจร้อยล้าน(ที่ตอนนี้ถูกฟ้องล้มละลายไปแล้ว) เขาไม่เคยกวาดพื้นเองเลยด้วยซ้ำ การต้องมาจับไม้กวาดทางมะพร้าวกลางลานปูนร้างแบบนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิต

"เริ่มจากฝั่งนู้นเลยนะ! กวาดใบไม้ไปรวมกันตรงมุมเสา!" รินออกคำสั่งฉะฉาน ก่อนจะลงมือกวาดพื้นในฝั่งของตัวเองอย่างขะมักเขม้น

เขตต์มองแผ่นหลังเล็กๆ ที่กำลังก้มๆ เงยๆ ออกแรงกวาดพื้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหงื่อเม็ดทรายเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าของเธอ แต่รินก็เพียงแค่ใช้หลังมือปาดมันออกแล้วทำงานต่อ ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเริ่มลงมือกวาดพื้นตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้

เสียงไม้กวาดทางมะพร้าวขูดดกับพื้นปูนดัง แกรก... แกรก... ประสานกับเสียงรถยนต์บนทางด่วน ฝุ่นคละคลุ้งขึ้นมาในอากาศจนทำให้เขตต์ต้องจามออกมาหลายครั้ง

"ฮัดชิ่ว!"

"สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้นายกวาดทวนลมเล่า ไอ้บื้อเอ๊ย!" รินหัวเราะร่วน ชี้หน้าเยาะเย้ยเขา "เป็นถึงพนักงานร้านเช่าวิดีโอทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่รู้ฮะ!"

"ร้านเช่าวิดีโอมันเกี่ยวอะไรกับทิศทางลมไม่ทราบครับ?" เขตต์เถียงกลับหน้ามุ่ย พลางยกคอเสื้อยืดขึ้นมาปิดจมูก "คุณนั่นแหละ ฝุ่นติดผมเป็นยายเพิ้งหมดแล้ว"

พูดจบ เขตต์ก็แกล้งใช้ปลายไม้กวาดสะกิดกองใบไม้แห้งให้ปลิวไปทางรินเป็นการเอาคืน เด็กสาวหวีดร้องลั่น กระโดดหลบเป็นพัลวัน

"นี่นายกล้าแกล้งฉันเหรอ! ได้! ประกาศสงครามใช่ไหม เขตต์!"

รินไม่ยอมแพ้ เธอใช้ไม้กวาดของตัวเองกวาดกองใบไม้กลับไปหาเขาบ้าง เกิดเป็นสงครามสาดฝุ่นและใบไม้ขนาดย่อมๆ กลางลานปูนร้าง เสียงหัวเราะสดใสของรินและเสียงโวยวายเบาๆ ของเขตต์ดังก้องไปทั่วบริเวณ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว

มันเป็นเสียงหัวเราะที่แทบจะเลือนหายไปจากชีวิตของพวกเขาตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้... มันกลับมาดังกังวานอีกครั้ง ท่ามกลางฝุ่นผงและซากปรักหักพังใต้ทางด่วนแห่งนี้

กว่าที่ลานปูนจะสะอาดเอี่ยม (เท่าที่พอจะสะอาดได้) ดวงอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงจนกลายเป็นสีส้มแดง แสงแดดยามเย็นทาบทาลงบนพื้นสนามแบดมินตันชั่วคราว เส้นขอบสนามสีขาวที่เคยจางหาย บัดนี้ถูกรินใช้ชอล์กขีดทับใหม่จนเห็นชัดเจน

รินทิ้งตัวลงนั่งหอบแฮ่กอยู่ริมสนาม ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นและเหงื่อ แต่รอยยิ้มกลับกว้างและภูมิใจที่สุด เขตต์เดินถือขวดน้ำเปล่าเย็นๆ ที่เพิ่งวิ่งไปซื้อจากร้านชำหน้าปากซอยมาโยนให้เธอ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โดยเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยเช่นเคย

"เอ้า ดื่มซะ เดี๋ยวก็ช็อกตายเพราะขาดน้ำหรอก" เขตต์พูดเสียงเรียบ แต่ก็ยอมบิดฝาขวดน้ำให้เธอก่อนส่งให้

"ขอบใจ..." รินรับน้ำมาดื่มอึกใหญ่ ความเย็นสดชื่นไหลลงคอช่วยคลายความเหนื่อยล้าไปได้มาก เธอทอดสายตามองดูคอร์ทแบดมินตันที่สร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อของตัวเอง "เห็นไหม... ฉันบอกแล้วว่ามันต้องออกมาดี"

เขตต์มองตามสายตาของเธอ "... ก็พอถูไถไปได้ แต่ถ้าคุณกระโดดตบบนพื้นปูนนี่บ่อยๆ เข่าคุณได้พังก่อนถึงวันแข่งแน่ๆ"

"ฉันรู้ลิมิตตัวเองน่า" รินหันมาย่นจมูกใส่เขา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นออกจากกางเกงยีนส์ขาสั้น "ไหนๆ ก็ทำความสะอาดเสร็จแล้ว... เรามาประเดิมสนามกันหน่อยดีกว่า!"

เด็กสาววิ่งไปเปิดกระเป๋าเป้ หยิบไม้แบดมินตันรุ่นสแตนดาร์ดสองอันออกมา (เธอไม่กล้าเอาไม้คาร์บอนไฟเบอร์สุดหรูมาเล่นบนพื้นปูนแน่ๆ) พร้อมกับลูกขนไก่พลาสติกสีเหลือง เธอเดินกลับมาหาเขตต์แล้วยื่นไม้แบดอันหนึ่งส่งให้เขา

"อะไร?" เขตต์มองไม้แบดในมือเธอด้วยสายตาว่างเปล่า

"ก็มารับหน้าที่ 'คู่ซ้อม' ให้ฉันไง!" รินยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย "นายเป็นพนักงานร้านวิดีโอที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา (รินพยามอวยเว่อร์ๆ) เพราะงั้น วันนี้นายต้องมาเป็นคู่ตีโต้ให้ฉัน!"

"เดี๋ยวก่อน คุณรินรดา..." เขตต์รีบปฏิเสธ พยายามดันไม้แบดกลับไป "ผมเล่นไม่เป็น! เกิดมาไม่เคยจับไอ้ไม้ตีแมลงวันก้านยาวนี่เลยด้วยซ้ำ ผมตีปิงปองเป็นอย่างเดียวนะ"

"ไม่เป็นไรหรอกน่า! แบดมินตันมันง่ายจะตาย แค่ตีลูกให้ข้ามตาข่าย... อ้อ ตาข่ายทิพย์น่ะนะ ไปฝั่งตรงข้ามให้ได้ก็พอ" รินไม่รอฟังคำทักท้วง เธอยัดไม้แบดใส่มือเขาแล้วดันหลังเขาให้ไปยืนอยู่อีกฝั่งของสนาม

เขตต์ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางคอร์ท มือขวากำด้ามไม้แบดแน่นอย่างไม่คุ้นชิน เขามองรินที่ไปยืนประจำที่อยู่อีกฝั่ง เธอขยับเท้าไปมาอย่างคล่องแคล่ว แววตาที่เคยมองเขาอย่างขี้เล่น บัดนี้เปลี่ยนเป็นแววตาของนักกีฬาที่ดุดันและมีสมาธิจดจ่อ

"เตรียมตัวรับให้ดีนะ! ลูกเสิร์ฟพิฆาตของรินรดามาแล้ว!"

ป๊อก!

เสียงลูกขนไก่พลาสติกกระทบเอ็นดังลั่น รินเสิร์ฟลูกโด่งข้ามคอร์ทมาด้วยความเร็วที่แม่นยำ ลูกขนไก่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมาหาเขตต์ ชายหนุ่มเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทัน เขาเงื้อง้างไม้แบดในมือขึ้นสุดแขนแล้วฟาดลงมาเต็มแรง หมายจะตบลูกให้กระจุย

ฟุ่บ!

วืด...

เสียงไม้แบดแหวกอากาศเปล่าๆ ดังขึ้น พร้อมกับลูกขนไก่สีเหลืองที่ตกลงมากระแทกกลางหน้าผากของเขาดัง แปะ! ก่อนจะร่วงลงพื้น

รินชะงักไปสามวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นก้องใต้ทางด่วน เธอหัวเราะจนต้องกุมท้อง ตัวงอเป็นกุ้ง

"ฮ่าๆๆๆๆ! เขตต์! นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย! หลับตาตีเหรอ! ฮ่าๆๆ โอ๊ย ท้องแข็งไปหมดแล้ว!"

เขตต์ลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ ใบหน้าที่เคยมองว่าเรียบเฉยบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอายและหงุดหงิด เขาหยิบลูกขนไก่ขึ้นมาจากพื้น กำไม้แบดแน่นขึ้นกว่าเดิม

"มันพลาดกันได้น่า! ลมมันพัดแรงต่างหาก!" เขตต์แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "ส่งมาใหม่เลย คราวนี้ผมจะตีให้ลูกพลาสติกนี่แตกเป็นเสี่ยงๆ เลยคอยดู!"

"ปากดีให้มันตลอดนะ! เอ้า รับ!"

รินเสิร์ฟลูกไปอีกครั้ง คราวนี้เขตต์กะจังหวะอย่างตั้งใจ เขากระโดดขึ้นเล็กน้อยแล้วหวดไม้แบดออกไป

ป๊อก! โดน! ลูกขนไก่กระดอนออกจากหน้าไม้ของเขา แต่ทว่า... ทิศทางของมันกลับพุ่งโด่งขึ้นฟ้า ไม่ได้ข้ามกลับไปหาริน แต่มันพุ่งตรงไปค้างแหง็กอยู่บนคานเหล็กใต้ทางด่วนที่สูงขึ้นไปเกือบสามเมตร

ความเงียบเข้าปกคลุมสนามชั่วขณะ ทั้งสองคนเงยหน้ามองลูกขนไก่สีเหลืองที่ติดแหง็กอยู่บนนั้นอย่างหมดคำพูด

"เอ่อ..." เขตต์กระพริบตาปริบๆ หันมามองรินด้วยสายตาเลิ่กลั่ก "ผมตีโดนแล้วนะ... แค่ทิศทางมันเพี้ยนไปนิดหน่อย"

"นิดหน่อยบ้านนายสิ!" รินแหวใส่ วิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับทำหน้างอ "นั่นมันลูกขนไก่ลูกสุดท้ายที่ฉันเอามาเผื่อนะ! นายตีขึ้นไปติดคานแบบนั้นแล้วเราจะซ้อมกันยังไงฮะ ตาบื้อเอ๊ย!"

"ก็บอกแล้วว่าผมเล่นไม่เป็น!" เขตต์เถียงกลับ ทิ้งไม้แบดลงพื้นอย่างยอมแพ้ "ใครใช้ให้คุณบังคับผมล่ะ ความผิดคุณนั่นแหละ!"

ทั้งคู่อ้าปากเตรียมจะปะทะคารมกันต่อ แต่พอสบตากัน ทั้งรินและเขตต์ก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน มันเป็นความรู้สึกตลกขบขันและเบาสบายอย่างประหลาด

รินทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นปูนกลางสนามอย่างไม่กลัวเปื้อน เขตต์มองดูเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนหงายราบไปกับพื้นข้างๆ เธอ เว้นระยะห่างไว้หนึ่งช่วงแขน

ท้องฟ้าเหนือช่องว่างของทางด่วนเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ดวงดาวดวงเล็กๆ เริ่มปรากฏให้เห็น ลมเย็นๆ พัดโชยมาปะทะใบหน้าชื้นเหงื่อ

"นายรู้ไหมเขตต์..." รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเธอเบาลงและเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย "ตอนที่ฉันโดนพิมไล่ตะเพิดออกมา ฉันคิดว่าฉันคงไม่มีวันได้กลับมาจับไม้แบดอีกแล้ว โลกมันมืดไปหมดเลย..."

เขตต์นอนนิ่ง ฟังเสียงหวานใสของเธออย่างตั้งใจ สายตาของเขาทอดมองไปที่โครงเหล็กด้านบน

"แต่พอได้มาทำความสะอาดที่นี่ ได้เห็นว่าอย่างน้อยฉันก็ยังมีที่ให้วิ่ง ให้เหงื่อออก... ฉันก็รู้สึกว่า ฉันยังมีความหวังอยู่นิดหน่อยล่ะมั้ง" รินหันหน้ามามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา "ขอบใจนะ... ที่มาเป็นภารโรง และมาเป็นคู่ซ้อมห่วยๆ ให้ฉันในวันนี้น่ะ"

เขตต์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้หันไปมองเธอ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มบางๆ ที่แสนอบอุ่นออกมา

"ผมบอกแล้วไงครับว่า... การปกป้องความฝันของคุณน่ะ มันเท่มาก" เขตต์พูดเสียงนุ่มนวล "ที่นี่จะเป็น 'ฐานทัพลับ' ของคุณ... คุณจะมาซ้อมที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ ร้องไห้ที่นี่ก็ได้ จะแหกปากโวยวายแค่ไหนก็ได้..."

เขาหันหน้ามาสบตากับเธอ ดวงตาสีเข้มของเขาสะท้อนแสงไฟจากถนนเบื้องบน มันเปล่งประกายและมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินเต้นผิดจังหวะ

"...และถ้าคุณหาคู่ซ้อมไม่ได้จริงๆ ผม... ก็ยินดีจะมาตีลูกขนไก่ขึ้นไปติดคานให้คุณดูทุกวันเลย"

รินเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มกว้างจนเห็นซี่ฟันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด

ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังบดขยี้ความฝันของผู้คนมากมาย... ลานปูนใต้ทางด่วนแห่งนี้ ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและโลกใบเล็กๆ ที่มีเพียงพวกเขาสองคน โลกที่พวกเขาสามารถเป็นตัวเอง ดิ้นรนเพื่อความฝัน และ 'แอบมีความสุขด้วยกัน' ได้อย่างเต็มที่

และนี่... คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แท้จริง ของรินรดาบนเส้นทางแบดมินตัน และของเขตต์บนเส้นทางของการเป็นผู้สนับสนุน หมายเลขหนึ่งของเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 23: หยาดเหงื่อหยดที่ห้าสิบ และหมูกระทะเยียวยาใจ

    1 ตุลาคม 2540 (ช่วงบ่าย)ร่างเล็กๆ ของรินรดาลอยขนานไปกับพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์ แขนขวาที่กำไม้แบดมินตันเหยียดออกไปจนสุดช่วงแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่ที่พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดั่งมัจจุราชถ้าลูกนี้ตกพื้น... ทุกอย่างที่พยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด!ป๊อก!!ปลายหน้าไม้ที่พันด้วยกริปเทปสีเหลืองสดใส ช้อนเข้าที่หัวจุกก๊อกของลูกขนไก่ก่อนที่มันจะสัมผัสพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! ลูกพลาสติกสีขาวถูกงัดให้ลอยโด่งข้ามตาข่ายกลับไปตกถึงท้ายคอร์ทฝั่งตรงข้าม รินไถลตัวไปกับพื้นจนเกิดรอยไหม้จางๆ ที่หัวเข่า แต่เธอก็ใช้มือซ้ายยันพื้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา"สี่สิบ!"เสียงขานจำนวนลูกของโค้ชดนัยดังก้อง ยิมเนเซียมที่เคยมีเสียงซุบซิบนินทา บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางคอร์ท นักกีฬาสตรีศรีพัฒนาที่นั่งล้อมวงดูอยู่ เริ่มเผลอกลั้นหายใจและลุ้นไปกับความอึดของเด็กสาวไร้สังกัดคนนี้อย่างลืมตัว"อีกสิบลูก! อย่าช้า!" โค้ชดนัยให้สัญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคนเปิดฉากบุกต่อทันที"สี่สิบเอ็ด!""สี่สิบสอง!"สิบลูกสุดท้ายคือนรกบนดินอย่างแท้จริง ขาทั้งสองข้างของรินหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 22: กระดาษคำตอบ และด่านทดสอบรับน้องใหม่

    1 ตุลาคม 2540เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังในห้องพักครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิม นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สองมือกำกระโปรงสีกรมท่าของตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้คือวันฟังผลสอบวัดระดับ... การสอบที่เธอใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ขลุกตัวอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ ท่องศัพท์และแก้สมการจนดึกดื่น โดยมี 'ติวเตอร์หน้าตาย' คอยเอาไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเวลาเธอสัปหงก"รินรดา..." ครูวัยกลางคนสวมแว่นตาทรงตาแมวขยับกระดาษคำตอบสองแผ่นในมือ ทอดสายตามองเด็กสาวผ่านเลนส์หนาเตอะ "เธอรู้ใช่ไหมว่าเกณฑ์การรับย้ายกลางเทอมของเราคือ 80% สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ... ซึ่งมันสูงมากสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชามาโดยตรง""ท... ทราบค่ะอาจารย์" รินตอบเสียงสั่นครูฝ่ายวิชาการถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนกระดาษใบแจ้งผลคะแนนสีขาวมาตรงหน้าเธอรินกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองตัวเลขที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินในช่องคะแนน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 21: ถ้ำเสือสตรีศรีพัฒนา และติวเตอร์หน้าตาย

    23 กันยายน 2540ประตูเหล็กดัดสีทองสลักชื่อ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' สูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินรดาในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมยืนกำสายกระเป๋าจาคอปแน่น เธอเงยหน้ามองยอดโดมของอาคารเรียนสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่าและหรูหราสมกับเป็นโรงเรียนสตรีอันดับต้นๆ ของประเทศเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วก้าวเท้าเดินผ่านป้อมยามเข้าไป จุดหมายของเธอไม่ใช่ห้องธุรการ แต่เป็นอาคารยิมเนเซียมปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานทัพของทีมแบดมินตันที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไป ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและเสียงฝรองเท้าเอี๊ยดอ๊าดก็ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส รินกวาดสายตามองคอร์ทยางสังเคราะห์สี่สนามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นักกีฬาหญิงในชุดเสื้อขาวขลิบทองกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น โชคดีที่วันนี้ 'พิมชนก' น่าจะไปรายงานตัวที่แคมป์ทีมชาติ รินจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจตั้งแต่ก้าวแรก"หนู... มาหาใคร"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง รินหันขวับไปมอง ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดวอร์มเต็มยศและมีนกหวีดคล้องคอ... 'โค้ชดนัย' หัว

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 20: สมุดพกสีแดง และเป้าหมายที่ชื่อ 'สตรีศรีพัฒนา'

    22 กันยายน 2540เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ดังก้องแข่งกับเสียงข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำจากโทรทัศน์จอแก้วรินรดาในชุดนักเรียนที่ยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติวันแรก ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูบ้านอย่างระมัดระวังที่สุด เธอพยายามย่องปลายเท้าให้เบาหวิวเหมือนแมว หวังจะลอบขึ้นบันไดไปอาบน้ำโดยไม่ให้ใครเห็นทว่า... แสงไฟจากโคมไฟระย้ากลางห้องนั่งเล่นที่สว่างจ้า และร่างของผู้เป็นแม่ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาล ก็ดับฝันของเธอลงทันที"ไปไหนมา รินรดา"น้ำเสียงของแม่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟามี 'สมุดพก' สีแดงของโรงเรียนวางหลาอยู่ พร้อมกับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายวิชาการรินสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระเป๋าไม้แบดมินตันไว้ด้านหลัง "เอ่อ... รินไปทำรายงานบ้านแพรวมาค่ะแม่ ฝนตกหนัก รถก็เลยติด...""รายงานวิชาอะไรล่ะ ที่ต้องใช้ไม้แบดมินตันกับรองเท้าผ้าใบน่ะ" แม่สวนกลับทันควัน ดวงตาของผู้ผ่านโลกมามากกว่าฉายแววดุดัน "เมื่อเย็นแม่โทรไปหาแม่ของแพรว เขาบอกว่าแพรวกลับมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว... เลิกโกหกแม่ได้แล้วริน!"แม่หยิ

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 19: ยางสังเคราะห์ที่เย็นเฉียบ และเลนส์กล้องที่ถูกปัดฝุ่น

    20 กันยายน 2540แสงสว่างจ้าจากสปอตไลต์นับสิบดวงบนเพดานยิมเนเซียมของศูนย์ฝึกแบดมินตันแห่งชาติ ส่องกระทบพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์สีเขียวเข้มจนขึ้นเงา เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ส่งเสียงครางกระหึ่ม พ่นลมเย็นเฉียบออกมาจนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างน่าขนลุก มันช่างแตกต่างจากความอบอ้าวและฝุ่นควันของลานปูนใต้ทางด่วนราวกับอยู่คนละโลกแต่สำหรับรินรดา... ความหนาวเหน็บที่แท้จริง ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวต่างหาก"รินรดา! สปีดเท้าช้าไปแล้ว! ลูกฟีดเซ็ตนี้เพิ่งจะลูกที่ห้าสิบเองนะ! ถ้าหมดแรงแค่นี้จะไปสู้กับพวกจีนพวกอินโดฯ ได้ยังไง!"เสียงตวาดก้องของโค้ชทีมชาติชุดเยาวชนดังทะลุเสียงหวดลูกขนไก่ รินสกัดกลั้นความเหนื่อยล้า กัดฟันสปริงข้อเท้าพุ่งตัวไปรับลูกที่โค้ชรัวฟีด (ป้อนลูก) ข้ามเน็ตมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ลูกขนไก่นับร้อยลูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นฝั่งของเธอ เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แคมป์เยาวชนทีมชาติไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่นขายของ ที่นี่รวบรวมแต่หัวกะทิจากทั่วประเทศ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเบียดแย่งโควตาต

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 18: จดหมายเชิญเข้าแคมป์ และความเงียบในร้านเช่าวิดีโอ

    15 กันยายน 2540สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่รินรดาคว้าแชมป์เขตท่ามกลางพายุคำวิจารณ์ ข่าวคราวหน้าหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ซาลงไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยข่าวเศรษฐกิจที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกสั่งปิดเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง ชีวิตของเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปีกลับเข้าสู่ความสงบ (ที่เจือด้วยความวุ่นวายของแก๊งเพื่อน) อีกครั้งแต่ในบ่ายวันศุกร์นี้ มีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป"รินรดา นั่งลงก่อนสิ"โค้ชชัย โค้ชร่างท้วมใจดีแห่งสโมสรสายฟ้า พยักหน้าเรียกเด็กสาวให้เข้าไปในห้องพักโค้ชที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและน้ำมันมวย รินในชุดนักเรียนค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร"หนูทำได้ดีมากนะในแมตช์ที่ผ่านมา... โค้ชรู้ว่าหนูต้องเจอกับความกดดันหนักหนาแค่ไหน ทั้งเรื่องในสนามและเรื่องข่าวนอกสนาม แต่หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจของหนูแข็งแกร่งพอ" โค้ชชัยระบายยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวตีตราสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เลื่อนข้ามโต๊ะมาตรงหน้าเธอรินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ "นี่คือ...""โควตาพิเศษสำหรับแชมป์เขต" โค้ชชัยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ "ทางสมาคมฯ กำลังจะเปิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status