จาก 2540 ถึงนิรันดร์

จาก 2540 ถึงนิรันดร์

last updateLast Updated : 2026-03-09
By:  WandererUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
23Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ใครจะไปคิดว่า ‘ริน’ คุณหนูดาวเด่นแห่งคอร์ทแบดมินตัน จะต้องมาหัวเสียทุกครั้งที่ก้าวเข้าร้านเช่าวิดีโอหน้าปากซอย ก็เพราะ ‘เขตต์’ พนักงานหนุ่มหน้าตายคนนั้น นอกจากจะชอบกวนประสาทเธอแล้ว เขายังเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ ที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่นเลยสักนิด แต่ในปีพุทธศักราช 2540… ปีที่พายุเศรษฐกิจต้มยำกุ้งพัดกระหน่ำจนความฝันของผู้คนพังทลาย ปีที่ครอบครัวของเขาล้มละลายในชั่วข้ามคืน และชมรมแบดมินตันของเธอถูกยุบโดยไร้ทางเลือก ท่ามกลางโลกที่สั่นคลอน รินกลับพบว่า “ผู้ชายธรรมดา” คนนี้ คือคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ ความใจดีที่ไม่เอ่ยอวด ความรักที่ไม่หวือหวา แต่มั่นคงพอจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอซ่อนหัวใจไว้ได้ จากคู่กัด… สู่คู่คิด จากรอยน้ำตาในวันที่โลกพังทลาย สู่คำสัญญาว่าไม่ว่ายุคสมัยจะโหดร้ายเพียงใด พวกเขาจะจับมือกัน ทวงคืนความฝัน และเปลี่ยนปี 2540 ที่เคยพรากทุกอย่างไป ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก… ที่ยืนยาวชั่วนิรันดร์

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: พายุเดือนกรกฎา และหน้ากระดาษที่ขาดหาย

2 กรกฎาคม 2540

เสียงผู้ประกาศข่าวจากโทรทัศน์สีจอแก้วท้ายนูนเครื่องใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมโรงอาหารของโรงเรียนสตรีชื่อดัง กำลังรายงานสถานการณ์ที่เด็กมัธยมปลายอย่างเธอไม่ค่อยเข้าใจนัก คำว่า ‘ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท’ หรือ ‘วิกฤตสถาบันการเงิน’ ฟังดูเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่อยู่ไกลตัวเกินกว่าจะเก็บมาใส่ใจ ภาพกราฟตัวเลขสีแดงที่ดิ่งหัวลงบนหน้าจอไม่ได้ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

สำหรับ ริน หรือ รินรดา เรื่องที่คอขาดบาดตายที่สุดในชีวิตตอนนี้ มีเพียงการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์ระดับเขตที่กำลังจะมาถึงในอีกสองเดือนข้างหน้าต่างหาก

ภายในโรงยิมเนเซียมที่มีกลิ่นอายของพื้นยางสังเคราะห์และหยาดเหงื่อ เสียงรองเท้าผ้าใบสีขาวเสียดสีกับพื้นดังเอี๊ยดอ๊าดสลับกับเสียงหวดลูกขนไก่ที่ดังก้องกังวาน เด็กสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่จิ้มลิ้ม เกล้าผมเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงกำลังกระโดดตบลูกอย่างสุดแรง ดวงตากลมโตสุกใสของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นเสมอ แม้จะอยู่ในชุดกีฬาที่เปียกชุ่ม แต่รินก็ยังมีกลิ่นอายของคุณหนูที่ดูสวยงาม หวานละมุน และเปล่งประกายจนใครต่อใครต้องเหลียวมอง ผิวขาวจัดที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะความเหนื่อยล้า ยิ่งทำให้เธอรับกับคำว่า 'ดาวเด่นแห่งคอร์ทแบดมินตัน' ได้อย่างไม่มีที่ติ เธอมีความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าสักวันหนึ่ง จะต้องได้สวมเสื้อแจ็กเก็ตที่มีธงชาติไทยติดอยู่บนหน้าอกซ้ายให้จงได้

ทว่าวันนี้... ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

"ครูขอโทษนะริน... ผอ. เพิ่งเรียกประชุมด่วนเมื่อเช้า"

เสียงของครูผู้ฝึกสอนที่เดินเข้ามากลางคอร์ททำให้รินชะงัก ไม้แร็กเก็ตแบรนด์ดังในมือของเธอลดระดับลง ใบหน้าของครูดูหมองคล้ำและเต็มไปด้วยความลำบากใจ

"โรงเรียนเราโดนตัดงบประมาณก้อนใหญ่จากสมาคมผู้ปกครอง สปอนเซอร์หลายรายที่เคยสนับสนุนทีมเราก็ขอยกเลิกสัญญาเพราะบริษัทกำลังจะล้มละลาย... ผอ. เลยมีคำสั่งว่า ชมรมแบดมินตันของเรา... จะต้องถูกยุบในเทอมหน้า และเราจะงดส่งนักกีฬาเข้าแข่งชิงแชมป์เขตทุกรายการ"

คำพูดนั้นเหมือนลูกขนไก่ที่ตบอัดเข้าแสกหน้าอย่างจัง รินยืนนิ่งงัน ไม้แบดมินตันหลุดจากมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นยางสังเคราะห์ดังลั่น แกร๊ง... ความรู้สึกชาแล่นวาบตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงจุกที่ลำคอ ความฝันที่เพียรสร้างมาตลอดหลายปี การฝึกซ้อมอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาไปเดินเที่ยวสยามสแควร์เหมือนวัยรุ่นคนอื่น ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลงในพริบตา เพียงเพราะคำว่า 'พิษเศรษฐกิจ' ที่เธอไม่เคยเข้าใจมันเลยสักนิด

"ตะ... แต่ว่าหนูซ้อมมาตลอดเลยนะคะครู! อีกแค่สองเดือนเอง หนูมั่นใจว่าคราวนี้หนูจะคว้าเหรียญทองมาให้โรงเรียนได้แน่ๆ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะคะ!" รินพยายามเถียง เสียงของเธอสั่นพร่า แต่อีกฝ่ายทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนใจ

ท้องฟ้าเบื้องนอกที่เคยสว่างไสวในยามบ่ายพลันมืดครึ้ม เมฆสีเทาเข้มก่อตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่พายุฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับฟ้าเบื้องบนกำลังหัวเราะเยาะและตอกย้ำความโชคร้าย รินเดินเหม่อลอยออกมาจากโรงเรียน กางร่มคันใสเดินย่ำไปตามฟุตบาทที่เจิ่งนองด้วยน้ำขัง

บรรยากาศของกรุงเทพมหานครในวันนั้นช่างดูหดหู่และเปียกปอน เสียงรถตุ๊กตุ๊กที่แล่นผ่านแอ่งน้ำสาดกระเซ็นใส่ขอบกระโปรงนักเรียนสีน้ำเงินเข้ม แต่เธอไม่มีกระจิตกระใจจะหงุดหงิดด้วยซ้ำ เสียงเพจเจอร์ยี่ห้อแพคลิงค์ที่เหน็บอยู่ตรงเอวดังเตือนเป็นระยะ คงเป็นข้อความจากเพื่อนในกลุ่มที่ส่งมาถามไถ่เรื่องชมรม แต่รินเลือกที่จะเมินมัน เธอเดินผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะสีเหลืองแบบใช้บัตร TOT ที่มีคนยืนต่อแถวรอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผ่านร้านขายเทปคาสเซ็ตต์ที่กำลังเปิดเพลง ‘คำเดียว‘ ของแรพเตอร์ ศิลปินค่ายอาร์เอสที่กำลังฮิตติดชาร์ต ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ ไม่... เธอจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ๆ เธอไม่ใช่คนที่ยอมจำนนต่ออะไรง่ายๆ เธอแค่ต้องหาที่ระบายความอึดอัดนี้ ก่อนที่หัวใจของเธอจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

และสถานที่เดียวที่เป็นดั่งหลุมหลบภัยของเธอในยามที่โลกทั้งใบดูเหมือนจะหันหลังให้ คือ 'ร้านเช่าวิดีโอและหนังสือการ์ตูนมุมตึก' ในซอยถัดไป

กระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านดัง กรุ๊งกริ๊ง ทันทีที่รินออกแรงผลักประตูกระจกบานหนักเข้ามา แอร์เย็นฉ่ำปะทะเข้ากับใบหน้า กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านเช่าหนังสือ กลิ่นกระดาษปรู๊ฟเก่าๆ ผสมผสานกับกลิ่นพลาสติกของตลับม้วนวิดีโอเทป VHS ช่วยให้หัวใจที่เต้นระรัวของเธอสงบลงได้บ้าง

รินหุบร่มคันใส สะบัดหยดน้ำออกเบาๆ ก่อนจะสอดมันไว้ในถังใส่ร่มหน้าร้าน สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ ผนังร้านถูกประดับไปด้วยโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องดัง ทั้งไททานิค โรมิโอแอนด์จูเลียต และสปีดเร็วกว่านรก สีสันของโปสเตอร์เริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา ชั้นวางไม้เรียงรายไปด้วยม้วนวิดีโอเทปนับพันม้วน ถัดไปคือโซนหนังสือการ์ตูนที่อัดแน่นไปด้วยผลงานจากสำนักพิมพ์หมึกจีน วิบูลย์กิจ และสยามอินเตอร์คอมิกส์

รินก้าวเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาวที่ตั้งอยู่ด้านในสุด หวังจะเจอ 'พี่ต้อม' เจ้าของร้านคนสนิทเพื่อขอยืมการ์ตูนตาหวานเล่มใหม่ล่าสุดไปเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ แต่ทว่า... คนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ใกล้กับเครื่องกรอเทปรูปทรงรถสปอร์ตสีแดง กลับไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคย

ชายหนุ่มแปลกหน้าในเสื้อโปโลสีซีดตัวโคร่งกำลังนั่งก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจอย่างขะมักเขม้น เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านด้วยซ้ำ เส้นผมสีเข้มของเขาตกลงมาปรกหน้าผาก ดูยุ่งเหยิงและไม่ได้เซ็ตทรงให้เรียบร้อย บุคลิกของเขาดูราบเรียบ ธรรมดา และกลมกลืนไปกับชั้นหนังสือเก่าๆ จนแทบไม่มีอะไรสะดุดตา เขาไม่มีกลิ่นอายของความเป็นวัยรุ่นที่ชอบตามแฟชั่น ไม่ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตทับเสื้อยืด ไม่ใส่รองเท้าคอนเวิร์สสีเจ็บๆ เขาดู... จืดชืดและน่าเบื่อหน่าย

รินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความหงุดหงิดจากเรื่องชมรมถูกยุบที่เพิ่งกดมันลงไปเมื่อครู่เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาในอกอีกครั้ง เด็กสาวหยิบบัตรสมาชิกเคลือบพลาสติกแข็งๆ ออกมาจากกระเป๋านักเรียนแบรนด์เนม ก่อนจะวางมันลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง ปึก!

"มาเช่าการ์ตูนค่ะ หน้ากากแก้ว เล่มสามสิบแปดมาหรือยังคะ?" เสียงหวานใสของเธอติดจะห้วนและหงุดหงิดกว่าปกติเล็กน้อย

ชายหนุ่มค่อยๆ พลิกหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์อย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะละสายตาจากคอลัมน์หุ้นแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ

ดวงตาของเขาเรียบนิ่ง สงบ และอ่านยาก คล้ายกับผิวน้ำในทะเลสาบที่ไม่มีลมพัดผ่าน เขาไล่สายตามองเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า... ใบหน้าหวานละมุนที่แดงระเรื่อจากการเดินมาไกล ปอยผมที่เปียกชื้นแนบไปกับพวงแก้มขาวเนียน ชุดนักเรียนที่เปียกชื้นเล็กน้อยตรงหัวไหล่ ดูเผินๆ เธอเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงลิบลิ่วที่หลงเข้ามาในร้านซอมซ่อแห่งนี้ แต่แววตาของเธอกลับขุ่นมัว ดุดัน และพร้อมจะแผลงฤทธิ์เหวี่ยงใส่ทุกคนที่ขวางหน้า

เขตต์ ถอนหายใจเบาๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบบัตรสมาชิกของเธอมาดู ก่อนจะหันไปเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าหน้าจออ้วนที่กำลังแสดงผลโปรแกรมเช่าหนังสือบนระบบ DOS ตัวหนังสือสีเขียวสะท้อนแสงบนพื้นหลังสีดำกะพริบวิบวับ

"รินรดา..." เขตต์เอ่ยเสียงเรียบ ทุ้มต่ำและมีความนิ่งงันอยู่ในที "หน้ากากแก้วเล่มสามสิบแปดมาแล้วครับ... แต่เช่าไม่ได้"

"ทำไมคะ? มีคนตัดหน้ายืมไปแล้วเหรอ? ฉันโทรมาจองกับพี่ต้อมไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ! พี่ต้อมรับปากแล้วด้วยว่าจะเก็บไว้ใต้เคาน์เตอร์ให้ฉันน่ะ!" รินเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย ท่าทางเอาเรื่องและใบหน้างอแงของเธอไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

"เปล่าครับ หนังสือยังอยู่ตรงนี้" เขตต์ก้มลงไปหยิบหนังสือการ์ตูนปกสีสันสดใสชูให้เธอเห็นแวบหนึ่ง ก่อนจะวางมันไว้ข้างตัว "แต่คุณรินรดาค้างค่าปรับวิดีโอเทปเรื่องสปีด เร็วกว่านรก มาสามอาทิตย์แล้ว แถมตอนเอามาคืน... คุณยังไม่ยอมกรอม้วนเทปกลับให้เรียบร้อยด้วย กฎของร้านคือถ้าค้างค่าปรับเกินโควตา หรือทำผิดกฎการยืมคืน ก็ต้องถูกระงับสิทธิ์การเช่าชั่วคราวครับ"

รินอ้าปากค้าง ความโกรธปะทุขึ้นมาในอกทันที ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน! หน้าตาก็ดูซื่อๆ ธรรมดาๆ แต่ทำไมถึงพูดจาได้กวนประสาทและตรงเป็นไม้บรรทัดขนาดนี้!

"นี่นาย... ฉันเป็นลูกค้าวีไอพีของร้านนี้นะ! พี่ต้อมไม่เคยทวงค่าปรับฉันเลยสักครั้งเดียว นายเป็นพนักงานใหม่ใช่ไหม ถึงไม่รู้ว่าใครเป็นใครน่ะ! ไปเรียกพี่ต้อมมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" เธอเชิดหน้าขึ้น กอดอกแน่น พยายามข่มอีกฝ่ายด้วยความเป็นขาประจำ

เขตต์พับหนังสือพิมพ์ลง วางสบตากับคุณหนูขี้วีนตรงหน้าอย่างใจเย็น ไม่มีแววตาของการประจบประแจง หรือเกรงกลัวในท่าทีแสนงอนนั้นเลยแม้แต่น้อย

"พี่ต้อมไม่อยู่ครับ แกเซ้งร้านนี้ให้เถ้าแก่คนใหม่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนผม... ชื่อเขตต์ครับ เป็นพนักงานใหม่ ถูกต้อง... และถึงคุณจะเป็นวีไอพีระดับประเทศ หรือสนิทกับเจ้าของคนเก่าแค่ไหน แต่ถ้าค้างค่าปรับเจ็ดสิบห้าบาท กฎก็ต้องเป็นกฎครับ คุณลูกค้า"

คำตอบของเขาเฉียบขาดและไร้เยื่อใย รินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความขุ่นเคือง เธอเกลียดความสมบูรณ์แบบที่ถูกทำลาย เธอกำลังหงุดหงิดที่โลกทั้งใบดูเหมือนจะหันหลังให้เธอในวันนี้ แม้กระทั่งผู้ชายแปลกหน้าหน้าตาจืดชืดในร้านเช่าวิดีโอก็ยังกล้าขัดใจเธอ!

"เจ็ดสิบห้าบาทใช่ไหม! ได้! ฉันจ่ายเดี๋ยวนี้แหละ แล้วเอาหน้ากากแก้วเล่มนั้นมาให้ฉันเลยนะ!"

เด็กสาวกระแทกเสียงพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋านักเรียน มือเรียวเล็กควานหากระเป๋าสตางค์อย่างร้อนรน หวังจะฟาดแบงก์ร้อยลงบนเคาน์เตอร์ให้ผู้ชายหน้าตายคนนี้หน้าหงายไปเลย แต่แล้วจังหวะหัวใจของเธอก็สะดุดกึก... ว่างเปล่า

สัมผัสในกระเป๋ามีเพียงสมุดจดการบ้านและกล่องดินสอ รินนึกขึ้นได้ในวินาทีนั้นเองว่า เธอรีบวิ่งหนีออกมาจากโรงยิมตอนที่ได้ยินเรื่องประกาศยุบชมรม กระเป๋าสตางค์ใบเก่งยังคงนอนนิ่งอยู่ในล็อกเกอร์ของโรงเรียน

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมเคาน์เตอร์ไม้ มีเพียงเสียงสายฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก รินยืนนิ่งค้าง มือยังคงล้วงอยู่ในกระเป๋านักเรียน ความรู้สึกโกรธเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง วันนี้มันวันบ้าอะไรกัน... ชมรมถูกยุบ ความฝันพังทลาย ต้องเดินลุยฝนมาถึงที่นี่ โดนพนักงานใหม่กวนประสาท และตอนนี้... เธอยังไม่มีแม้แต่เงินเจ็ดสิบห้าบาทเพื่อเช่าการ์ตูนปลอบใจตัวเอง

น้ำใสๆ เริ่มรื้นขึ้นมาขอบตา รินก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความอ่อนแอ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่อยากให้ผู้ชายปากร้ายตรงหน้าเห็นว่าคุณหนูที่เพิ่งแผลงฤทธิ์ใส่เขากำลังจะร้องไห้เพราะเรื่องไร้สาระ

เขตต์มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความสงบนิ่งบนใบหน้าของเขายังคงอยู่ แต่แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นไหล่เล็กๆ ที่กำลังสั่นสะท้าน เขามองเห็นมือที่กำแน่นของเธอตอนที่ล้วงค้างอยู่ในกระเป๋า... มือที่น่าจะนุ่มนวลตามประสาคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี กลับมีรอยด้านหนาบริเวณฝ่ามือและโคนนิ้วชี้อย่างเห็นได้ชัด

มันคือร่องรอยของการจับไม้แบดมินตันอย่างหนักหน่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่องรอยของคนที่ทุ่มเทให้กับความฝันจนหมดหัวใจ

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ความจริงแล้ว วันนี้เขาก็เจอเรื่องบัดซบมาไม่ต่างกัน เมื่อเช้าพ่อของเขาเพิ่งถูกประกาศล้มละลาย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวพังทลายเป็นโดมิโน่ พวกเขาต้องย้ายออกจากคฤหาสน์หรู รถสปอร์ตถูกไฟแนนซ์ยึด และตัวเขาเอง... เขตต์ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ ต้องดรอปเรียนมหาวิทยาลัยปีสี่เพื่อมาเป็นพนักงานรับจ้างรายวันหนีเจ้าหนี้

แต่เมื่อเทียบกับเด็กสาวมัธยมปลายตรงหน้าที่พยายามกลั้นสะอื้นจนตัวโยน ดูเหมือนโลกทั้งใบของเธอเพิ่งถล่มลงมาทับ เขตต์รู้สึกว่า... การยอมถอยให้เธอสักก้าว คงไม่ทำให้ชีวิตที่พังพินาศอยู่แล้วของเขาแย่ไปกว่านี้หรอกมั้ง

ติ๊ด... ติ๊ด... จืดดดดด

เสียงเคาะแป้นพิมพ์ เสียงเครื่องสแกนบาร์โค้ด และเสียงเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ที่พิมพ์ใบเสร็จออกมาดังขึ้นทำลายความเงียบ รินเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาอย่างแปลกใจ

หนังสือการ์ตูนหน้ากากแก้ว เล่มที่ 38 ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับกระดาษทิชชูแผ่นเล็กๆ ที่ถูกดึงออกมาวางไว้อย่างลวกๆ หนึ่งแผ่น และเหรียญสิบบาทหนึ่งเหรียญ

"ผมใช้โควตาพนักงานของผม... เคลียร์ค่าปรับเจ็ดสิบห้าบาทนั้นให้ก่อนก็แล้วกัน" เขตต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย แต่มันกลับไม่มีความแข็งกระด้างหรือกวนประสาทเจือปนอยู่อีกต่อไป "ส่วนค่าเช่าการ์ตูนเล่มนี้... ผมออกให้ก่อน เอาไว้คราวหน้าคุณค่อยเอามาจ่ายคืนผม"

รินกระพริบตาปริบๆ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลกลิ้งลงมาตามพวงแก้มขาวเนียน เธอไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลย เมื่อกี๊เขายังทำหน้าตายทวงค่าปรับเธออยู่หมัด แต่ตอนนี้เขากลับยอมจ่ายแทนเธอหน้าตาเฉย แถมยังให้ยืมเงินค่าเช่าอีก

"ทะ... ทำไม..." เธอถามเสียงแผ่ว สรรพนาม 'นาย' ที่เคยใช้จิกเรียกด้วยความหงุดหงิดหายไปชั่วขณะ

"กฎก็ต้องเป็นกฎครับ..." เขตต์ตอบพลางก้มลงหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาเปิดอ่านต่อ ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้ต้องการคำขอบคุณหรือความซาบซึ้งใดๆ "แต่ถ้าโลกข้างนอกมันใจร้ายนัก... การหยวนๆ ให้กันบ้างในวันที่ฝนตกหนักแบบนี้ ก็คงไม่ทำให้ร้านนี้เจ๊งหรอกมั้ง"

คำพูดนั้นไม่ได้สวยหรู ไม่ได้ประดิษฐ์ประดอยให้ดูโรแมนติก แต่มันกลับกระแทกใจคนฟังอย่างจัง รินมองชายหนุ่มในเสื้อโปโลสีซีดตรงหน้า... ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ไม่ได้หล่อเหลาโดดเด่นอะไร แต่ในวินาทีที่แสงนีออนสีขาวอมฟ้าของร้านสาดส่องลงมา เธอเผลอตกหลุมรักความใจดีที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชานั้นอย่างประหลาด

มันเป็นความรู้สึกอบอุ่น... เหมือนได้ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หรือได้ดื่มโกโก้ร้อนๆ ในวันที่มีพายุพัดกระหน่ำ

เด็กสาวยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปรับหนังสือการ์ตูนและแผ่นทิชชูมาถือไว้แน่น เธอซับน้ำตาออกจากหางตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสูดน้ำมูกเบาๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อดึงฟอร์มคุณหนูผู้หยิ่งทะนงของตัวเองกลับมา

"ขอบใจ... ฉันชื่อรินรดา พรุ่งนี้... ฉันจะเอาเงินมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์เลย!"

เขตต์เพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่เงยหน้าจากหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ ทว่ามุมปากของเขากลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่แทบมองไม่เห็น รอยยิ้มแรกในรอบหลายสัปดาห์ของเขา

"ครับ... คุณรินรดา ผมชื่อเขตต์... จะตั้งตารอเงินของคุณพรุ่งนี้นะครับ"

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งเมื่อรินผลักประตูเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของสายฝน... พายุข้างนอกยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ในปี พุทธศักราช 2540 ที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจพังทลายและเลวร้ายที่สุด

แต่สำหรับเขตต์และริน... บางที พายุลูกนี้อาจเป็นเพียงฉากหลังที่นำพาสองหัวใจที่แตกสลายมาพบกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูร้อนที่สวยงาม อบอุ่น และเป็นนิรันดร์ที่สุดในชีวิตของพวกเขา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
23 Chapters
ตอนที่ 1: พายุเดือนกรกฎา และหน้ากระดาษที่ขาดหาย
2 กรกฎาคม 2540 เสียงผู้ประกาศข่าวจากโทรทัศน์สีจอแก้วท้ายนูนเครื่องใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมโรงอาหารของโรงเรียนสตรีชื่อดัง กำลังรายงานสถานการณ์ที่เด็กมัธยมปลายอย่างเธอไม่ค่อยเข้าใจนัก คำว่า ‘ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท’ หรือ ‘วิกฤตสถาบันการเงิน’ ฟังดูเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่อยู่ไกลตัวเกินกว่าจะเก็บมาใส่ใจ ภาพกราฟตัวเลขสีแดงที่ดิ่งหัวลงบนหน้าจอไม่ได้ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย สำหรับ ริน หรือ รินรดา เรื่องที่คอขาดบาดตายที่สุดในชีวิตตอนนี้ มีเพียงการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์ระดับเขตที่กำลังจะมาถึงในอีกสองเดือนข้างหน้าต่างหาก ภายในโรงยิมเนเซียมที่มีกลิ่นอายของพื้นยางสังเคราะห์และหยาดเหงื่อ เสียงรองเท้าผ้าใบสีขาวเสียดสีกับพื้นดังเอี๊ยดอ๊าดสลับกับเสียงหวดลูกขนไก่ที่ดังก้องกังวาน เด็กสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่จิ้มลิ้ม เกล้าผมเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงกำลังกระโดดตบลูกอย่างสุดแรง ดวงตากลมโตสุกใสของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นเสมอ แม้จะอยู่ในชุดกีฬาที่เปียกชุ่ม แต่รินก็ยังมีกลิ่นอายของคุณหนูที่ดูสวยงาม หวานละมุน และเปล่งประกายจนใครต่อใครต้องเหลียวมอง ผิวขาวจัดที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 2: หนี้ศักดิ์ศรี แปดสิบห้าบาทถ้วน
3 กรกฎาคม 2540เสียงเพลงฮิตของศิลปินดูโอ้ค่ายอาร์เอสที่กำลังโด่งดังทะลุฟ้า ดังลอดออกมาจากวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าของป้าขายลูกชิ้นปิ้งหน้าโรงเรียน มันเป็นสัญญาณบ่งบอกเวลาเลิกเรียนในเย็นวันพฤหัสบดีที่อากาศอบอ้าวและเหนียวเหนอะหนะ แสงแดดสีส้มจัดจ้านสาดส่องลงมาบนพื้นคอนกรีต ราวกับจะแผดเผาหยาดฝนที่หลงเหลือจากพายุเมื่อวานให้ระเหยหายไปจนหมดสิ้นรินรดานั่งถอนหายใจยาวเหยียดอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นหางนกยูงสีแดงสด มือเรียวเล็กของเธอประคอง 'ทามาก็อตจิ' ตัวเรือนสีชมพูสะท้อนแสงเอาไว้ มันเพิ่งส่งเสียงร้องเตือน ติ๊ด... ติ๊ด... ว่าสัตว์เลี้ยงดิจิทัลตัวน้อยบนหน้าจอพิกเซลสีดำกำลังหิวโหย แต่เธอไม่มีกะจิตกะใจจะกดปุ่มป้อนอาหารให้มันด้วยซ้ำข่าวการประกาศยุบชมรมแบดมินตันเมื่อวานนี้ ยังคงเป็นเหมือนก้อนหินหนักอึ้งที่ถ่วงอยู่ในใจ เธอแทบไม่ได้นอนทั้งคืน สมองเอาแต่คิดวนเวียนหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองได้กลับไปจับไม้แบดอีกครั้ง"นี่แกจะนั่งทำหน้าเป็นตูดอีกนานไหมยัยริน ไปเดินสยามกันเถอะ วันนี้ไอ้ปอนด์บอกว่าจะไปถ่ายรูปตู้สติ๊กเกอร์ที่เซ็นเตอร์พอยท์ เห็นว่ามีตู้ลายใหม่เข้ามาจากญี่ปุ่นเลยนะ"'แพรว' เพื่อนสนิทร่างเล็กที่เพ
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 3: คอร์ทแบดมินตันของคนแปลกหน้า และน้ำเกลือแร่ขวดแก้ว
5 กรกฎาคม 2540 แกร๊ก... แกร๊ก... แกร๊ก... เสียงกระทบกันของกระบอกตั๋วรถเมล์สแตนเลสในมือกระเป๋ารถเมล์วัยกลางคน ดังเป็นจังหวะแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่คำรามลั่น รถเมล์ร้อนสาย 16 สีครีมแดงที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนในยามเย็นกำลังแล่นโคลงเคลงไปตามถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สายลมร้อนระอุที่พัดลอดหน้าต่างเข้ามาหอบเอากลิ่นควันท่อไอเสียและฝุ่นละอองมาด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กสาวในชุดนักเรียนที่ยืนเบียดเสียดอยู่โหนราวเหล็กรู้สึกรำคาญใจเท่ากับความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว รินรดากระชับสายสะพายกระเป๋าใส่ไม้แบดมินตันใบเก่งแน่นขึ้น สองวันแล้วที่ชมรมถูกยุบ และสองวันแล้วที่เธอเอาแต่ตระเวนหาคอร์ทแบดมินตันสาธารณะที่พอจะให้เธอเข้าไปซ้อมได้ แต่คำตอบที่ได้รับมีเพียงความว่างเปล่า คอร์ทส่วนใหญ่ถ้าไม่ถูกจองคิวเต็มยาวเป็นเดือน ก็มีค่าเช่ารายชั่วโมงที่แพงหูฉี่เกินกว่าเด็กมัธยมปลายที่ถูกตัดเงินค่าขนมอย่างเธอจะจ่ายไหว (พ่อของรินเริ่มบ่นเรื่องเศรษฐกิจที่บ้านแล้วเหมือนกัน) เป้าหมายของเธอในวันนี้ คือ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' โรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังที่เป็นคู่แข่งตลอดกาลของโรงเรียนเธอ และที่สำคัญ... ที่นั่นคือศูนย์
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 4: โปสเตอร์ที่หลุดลอก และไม้แบดของยัยวุ่นวาย
12 กรกฎาคม 2540หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แล้วที่กรุงเทพมหานครถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนสีเทาหม่น และเป็นหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ เช่นกันที่ 'ร้านเช่าวิดีโอมุมตึก' กลายมาเป็นฐานทัพบัญชาการแห่งใหม่ของคุณหนูรินรดาเสียงเครื่องกรอเทปวิดีโอรูปทรงรถสปอร์ตสีแดงที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้ กำลังครางหึ่งๆ ทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็ง แข่งกับเสียงพัดลมติดเพดานที่หมุนส่ายไปมาเพื่อระบายอากาศอบอ้าว กลิ่นกระดาษเก่าๆ ของหนังสือการ์ตูนผสมกับกลิ่นชื้นของสายฝนด้านนอก กลายเป็นกลิ่นที่รินเริ่มจะคุ้นเคยจนเกือบจะเรียกว่าความสบายใจเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกระเบื้องยางตรงมุมสุดของโซนหนังสือการ์ตูน รอบตัวเธอเต็มไปด้วยหนังสือกีฬารายปักษ์อย่าง 'สยามกีฬา' และสมุดจดปกอ่อนที่มีรอยขีดเขียนรายชื่อสโมสรแบดมินตันเล็กๆ ทั่วกรุงเทพฯ เต็มไปหมด รินกำลังพยายามหาช่องทางอื่นในการสมัครเข้าแข่งขันชิงแชมป์เขต ในเมื่อโรงเรียนไม่ส่งชื่อเธอ เธอก็ต้องหาสโมสรหรือชมรมอิสระที่ยอมรับเธอเข้าสังกัดให้ได้"คุณรินรดา..." เสียงทุ้มเรียบที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลังรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดจด มองเห็นเขตต์กำลังยืนกอดอกพิงชั้นวางวิด
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 5: ฐานทัพลับใต้ทางด่วน และผู้ช่วยโค้ชหน้าตาย
15 กรกฎาคม 2540สามวันผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะอันธพาลในร้านเช่าวิดีโอ บาดแผลที่มุมปากของเขตต์เริ่มตกสะเก็ดจนแทบมองไม่เห็นแล้ว แต่พลาสเตอร์ยาลายทามาก็อตจิสีสะท้อนแสงกลับยังคงแปะติดอยู่ที่เดิม ไม่ใช่เพราะแผลยังไม่หายดี แต่เป็นเพราะเขารู้สึกขี้เกียจฟังเสียงบ่นแหลมๆ ของยัยคุณหนูจอมจุ้นจ้านที่ขู่บังคับไว้ว่า 'ห้ามแกะออกจนกว่าแผลจะหายสนิท ไม่งั้นฉันจะเอาไม้แบดฟาดหัวนาย!’ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่แสงแดดแผดเผากรุงเทพฯ จนยางมะตอยบนถนนแทบจะละลาย ร้านเช่าวิดีโอยังคงเงียบเหงาตามสภาพเศรษฐกิจ เขตต์นั่งเท้าคางอ่านหนังสือกีฬารายสัปดาห์อยู่หลังเคาน์เตอร์ เสียงพัดลมเพดานหมุนดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะน่าเบื่อหน่ายกรุ๊งกริ๊ง!เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กๆ ในชุดเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายวงดนตรีสไมล์บัฟฟาโล่ (Smile Buffalo) กางเกงยีนส์ขาสั้นทะมัดทะแมง และกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่สะพายอยู่บนบ่า รินรดาเดิน (ก้าวยาวๆ อย่างมาดมั่น) ตรงดิ่งเข้ามาหาเขา ใบหน้าหวานละมุนนั้นเปื้อนเหงื่อเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเป็นประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าพระอาทิตย์ข้างนอก"เขตต์! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย เปลี่ยนป้ายหน้าร้านเ
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 6: ตู้สติ๊กเกอร์ และเด็กแว่นผู้ครอบครองกล้องฟิล์ม
18 กรกฎาคม 2540"ริน! ทางนี้ๆ!"เสียงตะโกนเรียกดังแหวกความจอแจของศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ (Center Point) สยามสแควร์ รินรดาในชุดไปรเวทสบายๆ กางเกงยีนส์เอวสูงกับเสื้อยืดพอดีตัว รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบหลีกฝูงชนวัยรุ่นที่เดินขวักไขว่ ตรงไปยังกลุ่มเพื่อนของเธอที่ยืนรออยู่หน้าลานน้ำพุที่นั่นมี 'แพรว' เพื่อนสาวร่างเล็กที่กำลังจัดหน้าม้าของตัวเองกับกระจกบานจิ๋ว และ 'ปอนด์‘ เด็กหนุ่มสวมแว่นตากรอบหนาเตอะ กำลังง่วนอยู่กับการปรับเลนส์กล้องฟิล์ม Yashica ตัวโปรดที่คล้องคออยู่"กว่าจะเสด็จมาได้นะยะแม่คุณ!" แพรวแหวใส่ทันทีที่รินเดินมาถึง "บอกให้นัดบ่ายโมง นี่บ่ายโมงครึ่งแล้วนะ ฉันยืนรอจนเหงื่อจะซึมหน้าม้าแตกหมดแล้วเนี่ย""โทษทีๆ พอดีฉันเพิ่งกลับมาจากไปทำความสะอาดสนามซ้อมลับมาน่ะสิ ปั่นจักรยานซะน่องปูดเลย" รินแก้ตัวพลางยกมือขึ้นพัดใบหน้าที่แดงระเรื่อ"สนามซ้อมลับอะไรของแกอีกเนี่ย?" ปอนด์ละสายตาจากกล้องฟิล์ม หันมาทำหน้างง "โรงเรียนเรางดส่งแข่งแล้ว แกยังดันทุรังจะหาที่ซ้อมอีกเหรอริน ยอมแพ้เถอะน่า เอาเวลามาเดินสยาม หาซื้อแผ่นซีดีวงแบล็กเฮดดีกว่า""ฉันคือรินรดานะเว้ย จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ ได้ไง" รินเชิดหน้าขึ
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 7: คอร์ทไม้ปาร์เก้ และผู้จัดการส่วนตัว(จำเป็น)
25 กรกฎาคม 2540เสียงล้อรถเมล์บดไปบนถนนสุขุมวิทยามเช้าตรู่ไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกง่วงซึมเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หัวใจของเธอเต้นแรงและสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายจนรู้สึกร้อนผ่าวไปถึงปลายนิ้ว วันนี้คือวันชี้ชะตา... วันคัดตัวนักกีฬาอิสระของ 'สโมสรสายฟ้า'รินนั่งอยู่บนเบาะริมหน้าต่างรถเมล์ปรับอากาศสาย 511 ขากางเกงวอร์มสีน้ำเงินเข้มขยับยุกยิกไปมาด้วยความตื่นเต้น เธอกระชับเสื้อแจ็กเก็ตวอร์มของโรงเรียนที่สวมทับเสื้อยืดคอกลมเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมอง 'ผู้ติดตาม' ที่นั่งกอดอกหลับตาพริ้มอยู่บนเบาะข้างๆเขตต์ในวันนี้สวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตยีนส์สีซีดที่ไม่ได้ติดกระดุม กางเกงยีนส์ขายาว และรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สเก่าๆ ที่ส้นสึกไปข้างหนึ่ง บนตักของเขามีกระเป๋าไม้แบดมินตันใบยักษ์ของเธอวางพาดอยู่ เขาดูเหมือนผู้จัดการส่วนตัวที่ถูกบังคับให้มาทำงานในวันหยุดพักผ่อนไม่มีผิด"นี่เขตต์... นายหลับจริงๆ เหรอ" รินเอานิ้วชี้จิ้มท่อนแขนแข็งแรงของเขาเบาๆชายหนุ่มลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ผมเพิ่งปิดร้านตอนห้าทุ่มครึ่ง และคุณโทรไปปลุกผมที่หอพักตอนหกโมงเช้าเพื่อลากผมขึ้นรถเมล์... ถ้าผมไม่หลับ ผมก็คงเ
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 8: กลิ่นชาไข่มุก และผู้จัดการร้านเช่าวิดีโอหน้าตาย
2 สิงหาคม 2540หลังจากผ่านการคัดตัวเข้าสโมสรสายฟ้ามาได้ ชีวิตของรินรดาก็เข้าสู่โหมดการฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบ โค้ชชัยจัดตารางซ้อมให้เธอสัปดาห์ละสามวันในคอร์ทของสโมสร ส่วนวันที่เหลือ รินก็ยังคงไปขลุกอยู่ที่ลานปูนใต้ทางด่วน โดยมีพนักงานร้านเช่าวิดีโอหน้าตายถูกลากตัวไปเป็นภารโรงและคู่ซ้อม(ที่ตีลูกติดคาน)อยู่เสมอเย็นวันศุกร์ต้นเดือนสิงหาคม ท้องฟ้ากรุงเทพฯ ยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝน รินในชุดนักเรียนกำลังนั่งตบยุงอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวเก่าที่มุมร้านเช่าวิดีโอ บนตักของเธอมีหนังสือกีฬาที่เปิดค้างไว้ ส่วนดวงตากำลังจับจ้องไปยังร่างสูงของ 'ผู้จัดการส่วนตัว(จำเป็น)' ที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดทำความสะอาดชั้นวางวิดีโอเทป"นี่เขตต์... พรุ่งนี้ฉันต้องไปซ้อมคอร์ทใต้ทางด่วนตอนสิบโมงเช้านะ นายอย่าลืมล่ะ" รินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ"พรุ่งนี้วันเสาร์ ผมต้องเฝ้าร้านเต็มวันครับ ไปเป็นลูกมือให้คุณไม่ได้หรอก" เขตต์ตอบเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง มือยังคงเช็ดฝุ่นบนตลับวิดีโอเรื่อง 'อินดีเพนเดนซ์ เดย์' (ID4) อย่างแข็งขัน"เฝ้าร้านอะไรกัน ร้านเงียบเป็นป่าช้าขนาดนี้ แขวนป้ายปิดสักสองชั่วโมงเถ้าแก่ไม่รู้หรอกน่า!" รินเบ้ปาก "ผ
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 9: หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้ และเสียงหมุนโทรศัพท์ตอนเที่ยงคืน
2 สิงหาคม 2540 (คืนเดียวกัน)เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล่อดังฉ่า แข่งกับเสียงฝนที่ตกลงมากระทบหลังคาสังกะสี กลิ่นน้ำมันพืชที่ใช้ทอดซ้ำจนเหม็นหืน ผสมกับกลิ่นควันไฟและกลิ่นอับชื้นของท่อระบายน้ำริมถนน คือกลิ่นประจำตัวที่ 'พิม' หรือ พิมชนก คุ้นเคยมาตั้งแต่จำความได้ร้านข้าวต้มกุ๊ยริมทางรถไฟย่านวงเวียนใหญ่ของครอบครัวเธอ เคยเป็นร้านที่ขายดิบขายดีจนพ่อกับแม่พอจะมีเงินส่งเธอเรียนในโรงเรียนสตรีชื่อดังและสนับสนุนให้เธอเล่นแบดมินตันได้ แต่ตั้งแต่ต้นปี 2540 เป็นต้นมา ทุกอย่างก็พลิกคว่ำคะมำหงายพิมในชุดวอร์มของโรงเรียนที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก เดินลากเท้าเข้ามาทางหลังร้าน แสงไฟนีออนสีขาวกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องให้เห็นแผ่นหลังที่ค้อมต่ำของชายวัยกลางคนผู้เป็นพ่อ เขากำลังนั่งยองๆ ล้างจานกองโตอยู่ในกะละมังพลาสติก มือที่เคยแข็งแรงบัดนี้เหี่ยวย่นและเต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกน้ำยาล้างจานกัด"พ่อคะ... พิมกลับมาแล้ว" พิมเอ่ยเสียงแผ่ว วางกระเป๋าไม้แบดมินตันใบเก่าที่ซิปแตกไปข้างหนึ่งลงบนเก้าอี้พลาสติกพ่อเงยหน้าขึ้นมามอง รอยยิ้มเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย "กลับมาแล้วเหร
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
ตอนที่ 10: ซาวด์อะเบาต์และนาฬิกาจับเวลาของผู้จัดการจอมเฮี้ยบ
15 สิงหาคม 2540 อีกเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น จะถึงวันเปิดสนามการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์เขตประจำปี 2540 บรรยากาศในช่วงกลางเดือนสิงหาคมยังคงอบอ้าว แม้จะมีเมฆฝนตั้งเค้าอยู่ไกลๆ แต่ความร้อนระอุใต้สะพานทางด่วนก็ยังทำเอาเสื้อยืดสีขาวของรินรดาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับสัดส่วนบอบบาง เด็กสาวกำลังซอยเท้าสลับฟันปลาไปมาตามเส้นชอล์กที่ขีดไว้บนพื้นปูนอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นสลับกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังก้องไปทั่วลานร้าง "ช้าไปสามวินาที" เสียงทุ้มเรียบที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับเสียง ติ๊ด จากนาฬิกาดิจิทัลยี่ห้อคาสิโอ (Casio) สายยางสีดำบนข้อมือแกร่ง เขตต์ในชุดพนักงานร้านเช่าวิดีโอตัวเก่ง กำลังยืนกอดอกพิงเสาตอม่อทางด่วน สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าปัดนาฬิกาอย่างเคร่งครัด ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ รินทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้นปูนอย่างหมดสภาพ หอบเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ "แฮ่ก... แฮ่ก... นายจะบ้าเหรอเขตต์! ให้ฉันทำฟุตเวิร์กสลับวิ่งสปรินต์ไปกลับยี่สิบรอบเนี่ยนะ! โค้ชชัยยังไม่สั่งโหดขนาดนี้เลย!" "โค้ชชัยดูแลนักกีฬาในสโมสรตั้งยี่สิบคน เขาไม่มีเวลามาจ้ำจี้จ้ำไชคุณทุกจังหวะหรอกครับ" เขต
last updateLast Updated : 2026-02-26
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status