Home / โรแมนติก / จาก 2540 ถึงนิรันดร์ / ตอนที่ 4: โปสเตอร์ที่หลุดลอก และไม้แบดของยัยวุ่นวาย

Share

ตอนที่ 4: โปสเตอร์ที่หลุดลอก และไม้แบดของยัยวุ่นวาย

Author: Wanderer
last update Last Updated: 2026-02-26 15:59:53

12 กรกฎาคม 2540

หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แล้วที่กรุงเทพมหานครถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนสีเทาหม่น และเป็นหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ เช่นกันที่ 'ร้านเช่าวิดีโอมุมตึก' กลายมาเป็นฐานทัพบัญชาการแห่งใหม่ของคุณหนูรินรดา

เสียงเครื่องกรอเทปวิดีโอรูปทรงรถสปอร์ตสีแดงที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้ กำลังครางหึ่งๆ ทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็ง แข่งกับเสียงพัดลมติดเพดานที่หมุนส่ายไปมาเพื่อระบายอากาศอบอ้าว กลิ่นกระดาษเก่าๆ ของหนังสือการ์ตูนผสมกับกลิ่นชื้นของสายฝนด้านนอก กลายเป็นกลิ่นที่รินเริ่มจะคุ้นเคยจนเกือบจะเรียกว่าความสบายใจ

เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกระเบื้องยางตรงมุมสุดของโซนหนังสือการ์ตูน รอบตัวเธอเต็มไปด้วยหนังสือกีฬารายปักษ์อย่าง 'สยามกีฬา' และสมุดจดปกอ่อนที่มีรอยขีดเขียนรายชื่อสโมสรแบดมินตันเล็กๆ ทั่วกรุงเทพฯ เต็มไปหมด รินกำลังพยายามหาช่องทางอื่นในการสมัครเข้าแข่งขันชิงแชมป์เขต ในเมื่อโรงเรียนไม่ส่งชื่อเธอ เธอก็ต้องหาสโมสรหรือชมรมอิสระที่ยอมรับเธอเข้าสังกัดให้ได้

"คุณรินรดา..." เสียงทุ้มเรียบที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง

รินเงยหน้าขึ้นจากสมุดจด มองเห็นเขตต์กำลังยืนกอดอกพิงชั้นวางวิดีโอเทปเรื่อง 'จูแมนจี้ เกมดูดโลกมหัศจรรย์' วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีหม่นสวมทับเสื้อยืดสีขาว ซึ่งดูดีขึ้นกว่าเสื้อยืดคอย้วยๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนนิดหน่อย แต่อย่างไรเสีย ใบหน้าของเขาก็ยังคงความหน้าตายและเรียบเฉยเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

"อะไร? ฉันนั่งขวางทางเดินลูกค้าทิพย์ของนายหรือไง?" รินเถียงกลับทันควัน พร้อมกับขยับกองหนังสือหลบให้เป็นสัญชาตญาณ

"เปล่าครับ ร้านเงียบขนาดนี้ จะไปขวางใครได้" เขตต์ตอบหน้าตาย ก่อนจะยื่นถุงพลาสติกใสที่มีหมูปิ้งสามไม้กับข้าวเหนียวหนึ่งห่อส่งให้เธอ "แค่จะบอกว่า เสียงท้องคุณร้องมันดังทะลุไปถึงเคาน์เตอร์หน้าร้านแล้ว“

รินหน้าแดงซ่าน รีบยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองที่เพิ่งประท้วงความหิวออกมาเสียงดังเมื่อครู่นี้จริงๆ เธอรับถุงหมูปิ้งมาอย่างเสียไม่ได้ กลิ่นหอมของหมูหมักกระเทียมพริกไทยย่างเตาถ่านทำเอาน้ำลายสอ

"ฉันไม่ได้ขอให้นายซื้อมาเผื่อสักหน่อย... แต่ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว จะยอมกินให้เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจก็แล้วกัน เท่าไหร่ล่ะ เดี๋ยวจ่ายคืนให้" รินบ่นอุบอิบตามประสาคนฟอร์มจัด

"สิบห้าบาทครับ จดลงบัญชีหนังหมาไว้ก่อนก็ได้ รวมกับค่าเช่าการ์ตูนสิบบาทวันก่อน เป็นยี่สิบห้าบาทแล้วนะครับ คุณหนู" เขตต์พูดพลางหมุนตัวเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์

รินมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเล็กๆ โดยไม่รู้ตัว ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอมาสิงอยู่ที่ร้านนี้ทุกวันหลังเลิกเรียน มานั่งหาสนามซ้อม โทรศัพท์ตู้สาธารณะหน้าร้านเพื่อติดต่อไปตามสโมสรต่างๆ (ซึ่งส่วนใหญ่ก็โดนปฏิเสธเพราะพิษเศรษฐกิจ) แต่สิ่งหนึ่งที่รินค้นพบคือ ผู้ชายที่ชื่อเขตต์ไม่ได้เย็นชาและใจร้ายอย่างที่แสดงออกเลยสักนิด

เขาแค่น่ารำคาญ ปากแจ๋ว และชอบกวนประสาทด้วยใบหน้าเรียบๆ เท่านั้นเอง

รินจัดการกัดหมูปิ้งเข้าปากคำโต ความหวานเค็มกำลังดีทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาเป็นกอง แต่ความสงบสุขในยามเย็นมักจะอยู่ได้ไม่นานนัก

กรุ๊งกริ๊ง!

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอย่างรุนแรง ประตูกระจกถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกกับผนังดัง ปัง! รินสะดุ้งสุดตัว ชะโงกหน้ามองผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางหนังสือการ์ตูนออกไปที่หน้าร้าน

ผู้ชายวัยรุ่นสามคนในชุดเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์เก่าๆ สวมกางเกงทรงหลวมและรองเท้าแตะคีบ เดินกร่างเข้ามาในร้าน พวกมันไม่ได้ดูเหมือนลูกค้าที่ตั้งใจมาเช่าวิดีโอเลยสักนิด กลิ่นบุหรี่เหม็นฉุนและกลิ่นเหล้าขาวลอยคลุ้งมาตามแรงลมของพัดลมเพดาน รินจำรอยสักรูปงูที่หลังคอของหนึ่งในนั้นได้... พวกนี้คือเด็กแว้นคุมซอยที่ชอบรีดไถเงินเด็กนักเรียนแถวนี้

"ไงไอ้ลูกหมา... ได้ข่าวว่าเถ้าแก่คนใหม่เซ้งร้านนี้ไปแล้วเหรอวะ แล้วเอ็งยังลอยหน้าลอยตาเป็นหมาเฝ้าร้านอยู่นี่ได้ยังไงวะเนี่ยห๊ะ?"

วัยรุ่นคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกเดินเข้าไปเอามือตบเคาน์เตอร์ไม้เสียงดังลั่น เขตต์ที่กำลังนั่งเขียนบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่เงยหน้าขึ้นมอง สายตาของเขายังคงนิ่งสงบ ไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่รินสังเกตเห็นว่ามือที่จับปากกาของเขาเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาว

"ผมเป็นลูกจ้างเถ้าแก่ มีหน้าที่ดูแลร้าน" เขตต์ตอบเสียงเรียบ "พวกพี่มีธุระอะไร ถ้าจะเช่าวิดีโอ รบกวนทำบัตรสมาชิกก่อนครับ"

"บัตรสมาชิกพ่องมึงสิ!" อีกคนหนึ่งตวาดพลางปัดกองตลับวิดีโอเทปบนเคาน์เตอร์ร่วงลงพื้นกระจัดกระจาย "พวกกูไม่ได้มาดูหนังเว้ย! พวกกูมาเก็บค่าคุ้มครองซอยนี้! เถ้าแก่คนใหม่มึงยังไม่ได้จ่ายค่าที่ให้ลูกพี่กูเลย แล้วกูก็รู้ด้วยว่ามึงน่ะเป็นลูกคนรวยตกอับ พ่อมึงหนีหนี้ไปแล้วใช่มั้ยล่ะ? หนี้เป็นสิบล้าน มึงคงไม่มีปัญญาจ่ายหรอก แต่วันนี้... เอาเงินในลิ้นชักมาให้พวกกูก่อน สักพันสองพันก็ยังดี!"

รินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวตึกตัก พวกมันเป็นแค่พวกอันธพาลปลายแถวที่ฉวยโอกาสมารีดไถตอนที่รู้ว่าเขาไม่มีใครหนุนหลัง

"ผมไม่มีให้หรอกครับ เงินในลิ้นชักเป็นของเถ้าแก่ ผมให้ไม่ได้" เขตต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามใช้ร่างสูงใหญ่ของตัวเองบังลิ้นชักเก็บเงินเอาไว้

"มึงวอนตีนซะแล้วไอ้เขตต์! ตอนพ่อมึงรวยมึงเคยทำหยิ่งใส่พวกกู วันนี้มึงกลายเป็นหมาขี้เรื้อนแล้ว มึงยังจะมาจองหองอีกเหรอ!"

หัวโจกพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตของเขตต์อย่างแรงจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น เขตต์เซถลาไปชนกับตู้โชว์โปสเตอร์ด้านหลัง เสียงกระจกตู้สั่นสะเทือน โปสเตอร์เรื่อง 'ไททานิค' ที่แปะอยู่หลุดลอกตกลงมาครึ่งแผ่น

รินนั่งตัวสั่นอยู่หลังชั้นวางการ์ตูน สัญชาตญาณบอกให้เธอซ่อนตัวเงียบๆ ผู้ชายตัวโตตั้งสามคน เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรได้ ขืนออกไปก็มีแต่จะโดนลูกหลงเปล่าๆ

ปั้ก!

เสียงหมัดกระแทกเข้าที่โหนกแก้มของเขตต์ดังลั่น ชายหนุ่มหน้าหันไปตามแรงชก เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขตต์ไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเช็ดเลือดลวกๆ แล้วกัดฟันจ้องหน้าพวกมันเขม็ง

"เฮ้ย รื้อลิ้นชักมันเลย!" อันธพาลอีกคนเตรียมจะอ้อมเคาน์เตอร์เข้าไป

ในวินาทีนั้นเอง ภาพพิมชนกที่พูดจาดูถูกเหยียดหยามเธอ ภาพที่โลกทั้งใบหันหลังให้เธอ และภาพผู้ชายหน้าตายคนหนึ่งที่ยื่นขวดสปอนเซอร์ให้เธอพร้อมกับบอกว่า 'การปกป้องความฝันมันเท่มาก' ก็สว่างวาบขึ้นมาในหัว

เขตต์เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอในวันที่เธอพังทลายที่สุด แล้วเธอจะยอมทนดูพื้นที่ปลอดภัยของเธอถูกพวกสวะพวกนี้ทำลายลงไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร!

ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัด เลือดความบ้าบิ่นในตัวคุณหนูรินรดาพุ่งปรี๊ดขึ้นสู้หน้า เด็กสาวคว้าไม้แบดมินตันคาร์บอนไฟเบอร์ราคาแพงหูฉี่ของตัวเองขึ้นมากระชับไว้ในมือแน่น ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วก้าวพรวดออกไปจากหลังชั้นวางการ์ตูน

ปัง!!

เสียงไม้แบดมินตันฟาดลงบนตู้ไม้ของชั้นวางวิดีโอเทปอย่างแรงจนเกิดเสียงดังกัมปนาท อันธพาลทั้งสามคนสะดุ้งโหยง หันขวับมามองทางต้นเสียงเป็นตาเดียว แม้แต่เขตต์เองก็ยังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ในชุดนักเรียนก้าวออกมายืนประจันหน้ากับผู้ชายสามคนอย่างไม่เกรงกลัว

"หยุดเดี๋ยวนี้นะพวกแก!" รินตะคอกเสียงดังลั่นร้าน ดวงตากลมโตที่เคยมองใครต่อใครอย่างหยิ่งทะนง บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธกริ้ว เธอชี้ปลายไม้แบดมินตัน ไปที่หน้าหัวโจกที่ยังคงจับคอเสื้อเขตต์อยู่

"อะไรของมึงเนี่ยอีน้อง? อยากเจ็บตัวหรือไง ถอยไปไกลๆ ไป!" หัวโจกตวาดไล่ แต่ก็แอบผงะไปเล็กน้อยกับท่าทางเอาเรื่องของเด็กสาว

"พวกแกนั่นแหละถอยไป! รู้ไหมว่านี่อาณาเขตของใครห๊ะ!" รินเชิดหน้าขึ้น ทำเสียงให้เข้มและน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งจะทำได้ "พ่อฉันเป็นรองผู้กำกับ สน. ปทุมวัน! และร้านนี้ก็อยู่ในเขตความดูแลของพ่อฉัน พวกแกกล้าเข้ามารีดไถไถเงินชาวบ้านกลางวันแสกๆ แบบนี้ อยากเข้าไปนอนกินข้าวแดงในคุกข้อหาปล้นทรัพย์หรือไง!"

รินโกหกคำโต พ่อของเธอเป็นแค่วิศวกรบริษัทเอกชนที่กำลังจะโดนเลย์ออฟต่างหาก! แต่ในนาทีวิกฤตแบบนี้ การงัดยศตำรวจมาข่มคือไพ่ตายเดียวที่เธอมี

"ร... รองผู้กำกับ?" หนึ่งในลูกสมุนเริ่มหน้าถอดสี หันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยุคปี 2540 กฎหมายและการกวาดล้างอันธพาลยังเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับพวกปลายแถวแบบนี้

"ก็ใช่น่ะสิ! แถมนายเขตต์เนี่ย... ก็เป็นสายสืบลับๆ ที่พ่อฉันส่งมาแฝงตัวดูแลความเรียบร้อยในซอยนี้ด้วย!" รินแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ เล่นใหญ่จนเขตต์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับกระพริบตาปริบๆ อย่างลืมเจ็บ "ถ้าพวกแกยังไม่ไสหัวออกไปภายในสามวินาที ฉันจะวิ่งไปตู้โทรศัพท์หน้าร้านแล้วกด 191 แจ้งรถสายตรวจให้มาลากคอพวกแกไปเดี๋ยวนี้แหละ!"

พูดจบ รินก็ทำท่าจะพุ่งตัวออกไปทางประตูหน้าร้านจริงๆ พร้อมกับง้างไม้แบดมินตันในมือขึ้นขู่ ราวกับพร้อมจะฟาดกบาลใครก็ตามที่ขวางทาง

พวกอันธพาลมองหน้าเด็กสาวชุดนักเรียนที่ดูแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทางมั่นใจเกินเบอร์และรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา ทำให้พวกมันเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอพูดจริงหรือโกหก แต่คนพวกนี้ไม่ได้ฉลาดหรือกล้าหาญพอที่จะเสี่ยงกับตำรวจ

"ฝากไว้ก่อนเถอะมึงไอ้เขตต์! วันหลังกูจะมาเก็บดอกเบี้ยทบต้นเลยคอยดู!"

หัวโจกสบถด่าทิ้งท้าย ชี้หน้าคาดโทษเขตต์อย่างขลาดกลัว ก่อนจะสะบัดมือปล่อยคอเสื้อเขา แล้วพากันวิ่งกรูกันออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เสียงมอเตอร์ไซค์แต่งท่อดังกระหึ่มขึ้นและแล่นห่างออกไปจนลับตา

ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมร้านเช่าวิดีโออีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางร้าน ไม้แบดมินตันในมือของเธอค่อยๆ ลดระดับลง

เมื่อแน่ใจว่าพวกมันไปแล้วจริงๆ ขาที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงของรินก็อ่อนยวบลงกะทันหัน ร่างเล็กทรุดฮวบลงไปนั่งแหมะกับพื้นกระเบื้องยาง ไม้แบดราคาแพงหล่นกระทบพื้นดังกริ๊ก มือทั้งสองข้างของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความกลัวที่กดทับเอาไว้เมื่อครู่เพิ่งจะตีตื้นขึ้นมาทำงาน

"ริน!"

เขตต์รีบก้าวข้ามกองวิดีโอเทปที่กระจัดกระจาย พุ่งตัวเข้ามาหาเด็กสาวที่นั่งสั่นอยู่บนพื้น เขาย่อตัวลงตรงหน้าเธอ ใบหน้าที่เคยมองว่าเรียบเฉยและตายด้าน บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีเข้มของเขากวาดมองสำรวจร่างกายเธออย่างรวดเร็วเพื่อหาบาดแผล

"เป็นอะไรหรือเปล่า! เจ็บตรงไหนไหม! เมื่อกี้คุณทำบ้าอะไรของคุณห๊ะ!" น้ำเสียงของเขตต์ไม่ได้ราบเรียบอีกต่อไป มันดังและสั่นเครือไปด้วยความโกรธปนห่วงใย "คุณวิ่งออกมารับหน้าพวกนั้นทำไม! ถ้าพวกมันมีมีด ถ้าพวกมันหน้ามืดทำร้ายคุณขึ้นมาจะทำยังไง! พ่อเป็นรองผู้กำกับบ้าบออะไรกัน ขืนพวกมันจับได้ว่าคุณโกหก คุณตายแน่รู้ไหม!"

เขตต์เผลอตวาดใส่เธอเสียงดัง เขาโกรธ... โกรธพวกมัน โกรธความอ่อนแอของตัวเอง แต่ที่โกรธที่สุดคือโกรธยัยตัววุ่นวายตรงหน้าที่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อปกป้องคนอย่างเขา

รินเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีน้ำใสๆ รื้นขึ้นมาด้วยความตกใจที่โดนด่า แต่เธอก็ยังคงเม้มปากแน่นและเถียงกลับด้วยเสียงที่สั่นเครือ

"ก... ก็ฉันทนดูไม่ได้นี่นา! พวกมันเข้ามารุมนายตั้งสามคน แล้วนายก็เอาแต่ยืนบื้อให้พวกมันต่อยอยู่ได้! นายปกป้องแต่ลิ้นชักเก็บเงินบ้าบอนั่น แต่ไม่รู้จักปกป้องตัวเองเลยหรือไง!" รินสูดน้ำมูก "แล้ว... แล้วนายจะมาตะคอกใส่ฉันทำไมเนี่ย! ฉันเพิ่งช่วยชีวิตนายไว้นะ ไอ้คนเนรคุณ!"

เขตต์ชะงักไป คำด่าที่เตรียมจะพ่นใส่เพื่อเตือนสติเธอถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เขามองใบหน้าหวานที่กำลังเบะปากเหมือนเด็กถูกขัดใจ มองมือเล็กๆ ที่สั่นระริกของเธอ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อุ่นวาบขึ้นมาในอก... มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้รับมานานแสนนาน

ความรู้สึกที่ว่า 'มีคนเป็นห่วงและพร้อมจะยืนหยัดเพื่อเขา'

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ อย่างยอมแพ้ ความตึงเครียดบนใบหน้าของเขาผ่อนคลายลง เขาเอื้อมมือที่ใหญ่และสากกว่าไปจับที่ข้อมือเล็กๆ ที่กำลังสั่นเทาของเธออย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติและทำให้ความหวาดกลัวของรินสงบลงได้อย่างประหลาด

"ผมไม่ได้เนรคุณ..." เขตต์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด "ผมแค่ตกใจ... และผมก็กลัว... กลัวว่าคุณจะเป็นอันตรายเพราะผม"

รินกระพริบตาปริบๆ มองมือของเขาที่จับข้อมือเธอไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาจนถึงขั้วหัวใจ อาการสั่นเริ่มทุเลาลง เธอสูดลมหายใจลึกๆ พยายามดึงความหยิ่งทะนงของตัวเองกลับมา

"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า... ฉันคือรินรดานะ ลูกสาวรองผู้กำกับกำมะลอเชียวนะ ใครจะกล้าแตะ" เธอพยายามพูดติดตลกเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด

เขตต์ส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาอีกครั้ง แม้จะมีเลือดซึมอยู่ก็ตาม

"คุณนี่มัน... ยัยตัววุ่นวายของแท้เลยจริงๆ" เขตต์พึมพำ ก่อนจะค่อยๆ ประคองให้เธอลุกขึ้นยืน "ขอบคุณนะ... ที่ออกมาปกป้องผม แต่คราวหลัง... ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก ห้ามก้าวออกมาข้างหน้าผมเด็ดขาด เข้าใจไหม?"

แววตาของเขาจริงจังและหนักแน่นจนรินเผลอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

"แล้วหน้านายล่ะ... เลือดออกด้วย" รินชี้ไปที่มุมปากของเขา "ฉัน... ฉันมีพลาสเตอร์ยาอยู่ในกระเป๋าเป้นะ นั่งลงสิ เดี๋ยวฉันแปะให้"

เขตต์ยอมเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์อย่างว่าง่าย รินลากเก้าอี้พลาสติกอีกตัวมานั่งหันหน้าเข้าหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นสบู่จางๆ จากตัวเขตต์ผสมกับกลิ่นเหงื่อบางๆ ทำให้รินรู้สึกใจเต้นแรงขึ้น

เธอล้วงหยิบพลาสเตอร์ยาลายทามาก็อตจิสีสะท้อนแสงออกมาจากกระเป๋า ค่อยๆ แกะมันออกอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่มุมปากของเขา

"ซี๊ด..." เขตต์สูดปากเบาๆ เมื่อปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนรอยช้ำ

"เจ็บเหรอ? สมน้ำหน้า อยากทำตัวเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอยืนให้เขาต่อยดีนัก" รินบ่นกระปอดกระแปด แต่รอยยิ้มกลับผุดขึ้นบนใบหน้า มือเล็กค่อยๆ รีดแผ่นพลาสเตอร์ยาให้แนบสนิทกับผิวของเขา

เขตต์ช้อนสายตาขึ้นมองเด็กสาวตรงหน้า ดวงตากลมโตของเธออยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบ ประกายความสดใสและเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้น ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดจากบาดแผลไปจนหมดสิ้น

ในโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและวิกฤตที่จ้องจะทำลายพวกเขา การที่มีใครสักคนยอมบ้าบิ่นเพื่อกางร่มปกป้องกันในวันที่พายุโหมกระหน่ำ มันช่างเป็นความรู้สึกที่... ดีเหลือเกิน

รอยยิ้มขยับกว้างขึ้นจนถึงดวงตา "แต่พลาสเตอร์ลายทามาก็อตจินี่... มันไม่ทำให้ผมดูเท่น้อยลงไปหน่อยเหรอ?"

"หุบปากไปเลย! มีให้แปะก็บุญแค่ไหนแล้ว!"

เสียงหัวเราะทุ้มๆ ของเขตต์และเสียงโวยวายของรินดังก้องไปทั่วร้านเช่าวิดีโอเล็กๆ โปสเตอร์ไททานิคที่หลุดลอกอาจจะดูเก่าและซอมซ่อ แต่ความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของยุคสมัย กลับดูใหม่เอี่ยม สว่างไสว และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างเงียบเชียบ

ความผูกพันที่เริ่มต้นจากการ 'แอบมีความสุขด้วยกัน' กำลังค่อยๆ หยั่งรากลึกลงไปในหัวใจของคนสองคน โดยที่พายุข้างนอกไม่อาจทำอันตรายพวกเขาได้อีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 23: หยาดเหงื่อหยดที่ห้าสิบ และหมูกระทะเยียวยาใจ

    1 ตุลาคม 2540 (ช่วงบ่าย)ร่างเล็กๆ ของรินรดาลอยขนานไปกับพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์ แขนขวาที่กำไม้แบดมินตันเหยียดออกไปจนสุดช่วงแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่ที่พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดั่งมัจจุราชถ้าลูกนี้ตกพื้น... ทุกอย่างที่พยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด!ป๊อก!!ปลายหน้าไม้ที่พันด้วยกริปเทปสีเหลืองสดใส ช้อนเข้าที่หัวจุกก๊อกของลูกขนไก่ก่อนที่มันจะสัมผัสพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! ลูกพลาสติกสีขาวถูกงัดให้ลอยโด่งข้ามตาข่ายกลับไปตกถึงท้ายคอร์ทฝั่งตรงข้าม รินไถลตัวไปกับพื้นจนเกิดรอยไหม้จางๆ ที่หัวเข่า แต่เธอก็ใช้มือซ้ายยันพื้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา"สี่สิบ!"เสียงขานจำนวนลูกของโค้ชดนัยดังก้อง ยิมเนเซียมที่เคยมีเสียงซุบซิบนินทา บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางคอร์ท นักกีฬาสตรีศรีพัฒนาที่นั่งล้อมวงดูอยู่ เริ่มเผลอกลั้นหายใจและลุ้นไปกับความอึดของเด็กสาวไร้สังกัดคนนี้อย่างลืมตัว"อีกสิบลูก! อย่าช้า!" โค้ชดนัยให้สัญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคนเปิดฉากบุกต่อทันที"สี่สิบเอ็ด!""สี่สิบสอง!"สิบลูกสุดท้ายคือนรกบนดินอย่างแท้จริง ขาทั้งสองข้างของรินหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 22: กระดาษคำตอบ และด่านทดสอบรับน้องใหม่

    1 ตุลาคม 2540เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังในห้องพักครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิม นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สองมือกำกระโปรงสีกรมท่าของตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้คือวันฟังผลสอบวัดระดับ... การสอบที่เธอใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ขลุกตัวอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ ท่องศัพท์และแก้สมการจนดึกดื่น โดยมี 'ติวเตอร์หน้าตาย' คอยเอาไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเวลาเธอสัปหงก"รินรดา..." ครูวัยกลางคนสวมแว่นตาทรงตาแมวขยับกระดาษคำตอบสองแผ่นในมือ ทอดสายตามองเด็กสาวผ่านเลนส์หนาเตอะ "เธอรู้ใช่ไหมว่าเกณฑ์การรับย้ายกลางเทอมของเราคือ 80% สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ... ซึ่งมันสูงมากสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชามาโดยตรง""ท... ทราบค่ะอาจารย์" รินตอบเสียงสั่นครูฝ่ายวิชาการถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนกระดาษใบแจ้งผลคะแนนสีขาวมาตรงหน้าเธอรินกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองตัวเลขที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินในช่องคะแนน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 21: ถ้ำเสือสตรีศรีพัฒนา และติวเตอร์หน้าตาย

    23 กันยายน 2540ประตูเหล็กดัดสีทองสลักชื่อ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' สูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินรดาในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมยืนกำสายกระเป๋าจาคอปแน่น เธอเงยหน้ามองยอดโดมของอาคารเรียนสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่าและหรูหราสมกับเป็นโรงเรียนสตรีอันดับต้นๆ ของประเทศเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วก้าวเท้าเดินผ่านป้อมยามเข้าไป จุดหมายของเธอไม่ใช่ห้องธุรการ แต่เป็นอาคารยิมเนเซียมปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานทัพของทีมแบดมินตันที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไป ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและเสียงฝรองเท้าเอี๊ยดอ๊าดก็ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส รินกวาดสายตามองคอร์ทยางสังเคราะห์สี่สนามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นักกีฬาหญิงในชุดเสื้อขาวขลิบทองกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น โชคดีที่วันนี้ 'พิมชนก' น่าจะไปรายงานตัวที่แคมป์ทีมชาติ รินจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจตั้งแต่ก้าวแรก"หนู... มาหาใคร"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง รินหันขวับไปมอง ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดวอร์มเต็มยศและมีนกหวีดคล้องคอ... 'โค้ชดนัย' หัว

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 20: สมุดพกสีแดง และเป้าหมายที่ชื่อ 'สตรีศรีพัฒนา'

    22 กันยายน 2540เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ดังก้องแข่งกับเสียงข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำจากโทรทัศน์จอแก้วรินรดาในชุดนักเรียนที่ยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติวันแรก ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูบ้านอย่างระมัดระวังที่สุด เธอพยายามย่องปลายเท้าให้เบาหวิวเหมือนแมว หวังจะลอบขึ้นบันไดไปอาบน้ำโดยไม่ให้ใครเห็นทว่า... แสงไฟจากโคมไฟระย้ากลางห้องนั่งเล่นที่สว่างจ้า และร่างของผู้เป็นแม่ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาล ก็ดับฝันของเธอลงทันที"ไปไหนมา รินรดา"น้ำเสียงของแม่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟามี 'สมุดพก' สีแดงของโรงเรียนวางหลาอยู่ พร้อมกับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายวิชาการรินสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระเป๋าไม้แบดมินตันไว้ด้านหลัง "เอ่อ... รินไปทำรายงานบ้านแพรวมาค่ะแม่ ฝนตกหนัก รถก็เลยติด...""รายงานวิชาอะไรล่ะ ที่ต้องใช้ไม้แบดมินตันกับรองเท้าผ้าใบน่ะ" แม่สวนกลับทันควัน ดวงตาของผู้ผ่านโลกมามากกว่าฉายแววดุดัน "เมื่อเย็นแม่โทรไปหาแม่ของแพรว เขาบอกว่าแพรวกลับมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว... เลิกโกหกแม่ได้แล้วริน!"แม่หยิ

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 19: ยางสังเคราะห์ที่เย็นเฉียบ และเลนส์กล้องที่ถูกปัดฝุ่น

    20 กันยายน 2540แสงสว่างจ้าจากสปอตไลต์นับสิบดวงบนเพดานยิมเนเซียมของศูนย์ฝึกแบดมินตันแห่งชาติ ส่องกระทบพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์สีเขียวเข้มจนขึ้นเงา เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ส่งเสียงครางกระหึ่ม พ่นลมเย็นเฉียบออกมาจนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างน่าขนลุก มันช่างแตกต่างจากความอบอ้าวและฝุ่นควันของลานปูนใต้ทางด่วนราวกับอยู่คนละโลกแต่สำหรับรินรดา... ความหนาวเหน็บที่แท้จริง ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวต่างหาก"รินรดา! สปีดเท้าช้าไปแล้ว! ลูกฟีดเซ็ตนี้เพิ่งจะลูกที่ห้าสิบเองนะ! ถ้าหมดแรงแค่นี้จะไปสู้กับพวกจีนพวกอินโดฯ ได้ยังไง!"เสียงตวาดก้องของโค้ชทีมชาติชุดเยาวชนดังทะลุเสียงหวดลูกขนไก่ รินสกัดกลั้นความเหนื่อยล้า กัดฟันสปริงข้อเท้าพุ่งตัวไปรับลูกที่โค้ชรัวฟีด (ป้อนลูก) ข้ามเน็ตมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ลูกขนไก่นับร้อยลูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นฝั่งของเธอ เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แคมป์เยาวชนทีมชาติไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่นขายของ ที่นี่รวบรวมแต่หัวกะทิจากทั่วประเทศ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเบียดแย่งโควตาต

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 18: จดหมายเชิญเข้าแคมป์ และความเงียบในร้านเช่าวิดีโอ

    15 กันยายน 2540สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่รินรดาคว้าแชมป์เขตท่ามกลางพายุคำวิจารณ์ ข่าวคราวหน้าหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ซาลงไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยข่าวเศรษฐกิจที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกสั่งปิดเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง ชีวิตของเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปีกลับเข้าสู่ความสงบ (ที่เจือด้วยความวุ่นวายของแก๊งเพื่อน) อีกครั้งแต่ในบ่ายวันศุกร์นี้ มีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป"รินรดา นั่งลงก่อนสิ"โค้ชชัย โค้ชร่างท้วมใจดีแห่งสโมสรสายฟ้า พยักหน้าเรียกเด็กสาวให้เข้าไปในห้องพักโค้ชที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและน้ำมันมวย รินในชุดนักเรียนค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร"หนูทำได้ดีมากนะในแมตช์ที่ผ่านมา... โค้ชรู้ว่าหนูต้องเจอกับความกดดันหนักหนาแค่ไหน ทั้งเรื่องในสนามและเรื่องข่าวนอกสนาม แต่หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจของหนูแข็งแกร่งพอ" โค้ชชัยระบายยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวตีตราสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เลื่อนข้ามโต๊ะมาตรงหน้าเธอรินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ "นี่คือ...""โควตาพิเศษสำหรับแชมป์เขต" โค้ชชัยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ "ทางสมาคมฯ กำลังจะเปิด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status