Chapter: ตอนที่ 81: บุปผาโลหิตที่หลับใหล และดาบที่มิเคยปราชัยความเงียบสงัด ณ ก้นบึ้งของ "มหานิโครธสรณะ" นั้นหนักอึ้งประดุจศิลาแลงพันตันที่กดทับลงมาบนบ่า ทะเลสาบมรณะชาดที่เดือดพล่านและส่งกลิ่นเหม็นเน่าอยู่เบื้องหลัง บัดนี้ถูกทิ้งไว้เบื้องล่างเมื่อสิงขร มาลิน และวายุ ก้าวขึ้นมาถึงรากไม้ยักษ์ที่สานตัวกันเป็นลานประลองกว้างขวาง ณ ใจกลางของนครใต้ร่มเงาเบื้องหน้าของพวกเขา คือรากไม้ที่ขดตัวรวมกันเป็นแท่นบรรทมขนาดมหึมา และบนแท่นนั้น... "ดอกบัวโลหิต" ขนาดยักษ์ที่ยังคงหุบตูมกำลังเต้นตุบๆ อย่างแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ราวกับเป็นหัวใจอีกดวงหนึ่งของต้นไทรต้องสาปแห่งนี้ กลีบดอกสีแดงคล้ำของมันมีละอองสปอร์สีทองและสีแดงลอยฟุ้งออกมาตามจังหวะการเต้น ทุกครั้งที่มันขยับ กลิ่นของความตายและความเน่าเปื่อยจะทวีความรุนแรงขึ้นสิงขรหยุดยืนอยู่ที่ขอบลานกว้าง เขายกแขนซ้ายที่ชุ่มเลือดขึ้นปาดเหงื่อเย็นเยียบที่เกาะพราวบนหน้าผาก ลมหายใจของเขาหนักหน่วง บาดแผลทั่วร่างเต้นตุบๆ ประสานกับจังหวะของดอกบัวยักษ์"มาลิน... วายุ..." สิงขรเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่เด็ดขาด โดยไม่ละสายตาจากดอกบัวเบื้องหน้า "พวกเจ้าหยุดอยู่แค่นี้ ห้ามก้าวล่วงเข้าไปในลานกว้างนั้นเด็ดขาด กลิ่นอายของพิษมรณะชาดที่แผ่ออกมาจาก
Terakhir Diperbarui: 2026-03-07
Chapter: ตอนที่ 80: ห้วงลึกแห่งสระมรณะชาด และสาวกแมลงแห่งความเปื่อยพังความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาหลังจากการดับสูญของอัศวินหทัยเน่าเปื่อยนั้น ไม่ได้นำพาความสงบใจมาสู่สิงขรเลยแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นประสาทสัมผัส ราวกับว่ามหานครใต้เงา ทั้งเมืองกำลังกลั้นหายใจเพื่อเฝ้าดูความตายของผู้บุกรุก เลือดสีคล้ำที่ถูกแช่แข็งบนพื้นหินอ่อนเริ่มละลายกลายเป็นไอพิษสีแดงจางๆ ลอยปะปนไปกับสปอร์เชื้อราที่ล่องลอยอยู่ในอากาศสิงขรยันกายขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก ดาบจันทราทมิฬที่ใช้เป็นไม้เท้าค้ำยันสั่นสะท้านไปตามแรงสั่นของท่อนแขน บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง—ตั้งแต่รอยฟันของนักฆ่าล่องหน ลูกธนูที่เจาะทะลุสีข้าง ไปจนถึงรอยช้ำจากการปะทะกับยอดอัศวิน—กำลังประสานเสียงประท้วงอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเขาเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดทางกาย ดวงตาของเขาทอดมองผ่านซุ้มประตูศิลาบานยักษ์ที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นบันไดทางลงที่มืดมิดและแคบชัน ซึ่งทอดตัวดำดิ่งลงสู่รากฐานอันลึกที่สุดของ "มหานิโครธสรณะ""ทางลงสู่ก้นบึ้ง..." วายุในร่างวิญญาณลอยมาหยุดอยู่เคียงข้างสิงขร แสงสีฟ้าของเขากระพริบอย่างไม่เสถียรเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ลอยสวนขึ้นมาจากความมืด "ที่นั่นไม่มีแสงสว่างแห่งมหาโพธิ์ทองสาดส
Terakhir Diperbarui: 2026-03-06
Chapter: ตอนที่ 79: นครใต้ร่มเงา และอัศวินหทัยเน่าเปื่อยภาพของ "นครใต้ร่มเงา" ที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างชานชาลาไม้นั้น เป็นทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งอย่างถึงที่สุด มันคืองานสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรังสรรค์ขึ้นได้ กำแพงศิลาสีขาวบริสุทธิ์ถูกแกะสลักเป็นลวดลายเถาวัลย์และดอกไม้อย่างประณีต หลังคาโดมสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงสลัวดูราวกับสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดของ "มหานิโครธสรณะ" สะพานลอยฟ้าและระเบียงทางเดินทอดยาวสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายขนาดมหึมา โอบล้อมแกนกลางของต้นไทรยักษ์เอาไว้อย่างแน่นหนาทว่า ความงดงามเหล่านั้นกลับถูกกลืนกินด้วยความวิปลาสที่น่าสะอิดสะเอียนรากไม้สีดำคล้ำที่เจาะทะลวงสถาปัตยกรรมหินอ่อนแตกแขนงออกไปทั่วทุกสารทิศ บนพื้นทางเดินและกำแพงวิหารเต็มไปด้วยคราบเชื้อราสีแดงฉานที่เกาะกรังประดุจสนิมโลหิต สปอร์พิษฝุ่นสีแดงลอยฟุ้งอยู่ในอากาศหนาทึบจนมองเห็นเป็นละอองเพลิงที่ล่องลอย กลิ่นของนครแห่งนี้ไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้สวรรค์ แต่มันคือกลิ่นหวานเลี่ยนของเนื้อที่กำลังเน่าเปื่อย ผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมของเลือดที่บูดเน่ามันคืออาณาจักรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งพิง ทว่ากลับถูกรัดรึงด
Terakhir Diperbarui: 2026-03-05
Chapter: ตอนที่ 78: มหานิโครธสรณะ และเสียงสังข์มรณะบนรากอากาศหิมะสีขาวโพลนรอบลานกว้างของ "นครลับแลโอสถศาลา" ถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินจากร่างของสิงขร ชายหนุ่มนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นน้ำแข็งเย็นเยียบ บาดแผลจากคมลูกธนูและมีดสั้นของนักฆ่าล่องหนเปิดกว้างและลึกจนน่าหวาดเสียว ทว่าชัยชนะที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของเขาก็สัมฤทธิ์ผล ม่านพลังงานสีฟ้าที่เคยปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้าได้แตกสลายลง เผยให้เห็นบันไดศิลาที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ซุ้มประตูมิติที่ทอแสงสีทองอร่ามมาลินทิ้งไม้เท้าค้ำยันของนางลงพื้น แล้วรีบถลาเข้ามาประคองร่างของสิงขร นางฉีกม้วนผ้าพันแผลที่เหลืออยู่น้อยนิดและเทน้ำยาสมานแผลขวดสุดท้ายลงบนรอยแผลที่ลึกที่สุด"เจ้ามันบ้า! บ้าที่สุด!" มาลินด่าทอทั้งน้ำตา มือของนางสั่นเทาขณะพยายามห้ามเลือดที่ไหลทะลักจากต้นแขนและสีข้างของเขา "ข้าบอกให้ระวังตัว แต่เจ้ากลับวิ่งฝ่าดงธนูและมีดสั้นเข้าไปดื้อๆ! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าหรืออย่างไร ที่จะไม่มีวันตายเนี่ย!"สิงขรฝืนยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียว เขายกมือขวาที่สวมถุงมือหนังเปื้อนเลือดขึ้นแตะแขนของนางเบาๆ "ถ้าข้าไม่บ้า... เราคงตายกันหมดด้วยน้ำมือของพวกนักฆ่าไร้เงาไปแล้ว... ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าข้าจะฟันฝ
Terakhir Diperbarui: 2026-03-04
Chapter: ตอนที่ 77: นครลับแลโอสถศาลา และคบเพลิงแห่งการทดสอบสีเลือดพายุหิมะที่บ้าคลั่งค่อยๆ อ่อนกำลังลงเมื่อคณะเดินทางก้าวล่วงเข้าสู่อาณาเขตของ "นครลับแลโอสถศาลา" ทว่าความสงบที่ได้พบกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงหวีดหวิวของพายุ ซากเมืองโบราณแห่งนี้ถูกแช่แข็งอยู่ในกาลเวลา อาคารศิลาสีเทาหม่นที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตรบรรจงถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ไร้ซึ่งควันไฟจากปล่องไฟ มีเพียงความเงียบงันที่กดทับลงมาบนบ่าราวกับศิลาแลงสิงขรเดินนำหน้าฝ่ากองหิมะไปยังลานกว้างใจกลางเมือง ที่นั่นมีแท่นศิลากลมขนาดใหญ่ที่สลักอักขระเวทมนตร์โบราณเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ มันคือ "คุกจำลองวิญญาณ" มิติซ้อนทับที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นบททดสอบสุดท้ายสำหรับผู้ที่ต้องการล่วงล้ำเข้าสู่ "มหานิโครธสรณะ""แท่นผนึกนี่..." วายุลอยเข้าไปสำรวจใกล้ๆ แสงวิญญาณของเขาสั่นไหวเมื่อสัมผัสกับเวทมนตร์บนแท่น "มันต้องการให้ผู้ทดสอบเข้าไปในมิติคู่ขนาน เพื่อจุดคบเพลิงเวทมนตร์ทั้งสี่จุดที่ตั้งอยู่บนยอดหอคอยของเมือง เมื่อไฟทั้งสี่ดวงลุกโชน ม่านพลังที่ปิดกั้นรากไม้ศักดิ์สิทธิ์จึงจะเปิดออก""งั้นเราก็เข้าไปกันให้หมดนี่แหละ" มาลินกระชับไม้เท้า ค้ำยันร่างที่บอบช้ำของนาง"ไม่ได้..." สิงขรย
Terakhir Diperbarui: 2026-03-03
Chapter: ตอนที่ 76: ทุ่งเหมันต์ลี้ลับ และรากอากาศแห่งมหานิโครธสรณะกลไกฟันเฟืองของ "มหาแท่นหินศิลา" ส่งเสียงคำรามก้องอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ได้นำพาสิงขรและพรรคพวกขึ้นสู่ยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของเตาหลอมบรรพกาล เมื่อสิงขรนำ "ศิลาตราสัญลักษณ์ลับ" ไปประทับลงบนแท่นควบคุม แสงสีทองหม่นที่แผ่ออกมาจากศิลาก็แทรกซึมลงไปในรอยแตกของกลไก ปลุกเส้นทางที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาของทวยเทพให้ตื่นขึ้นลิฟต์ศิลาขนาดยักษ์สั่นสะเทือน ก่อนจะลดระดับดิ่งลึกลงไปในหุบเหวที่ถูกปกปิดด้วยเวทมนตร์พรางตา ความหนาวเย็นที่กรีดลึกถึงกระดูกพัดสวนขึ้นมาประทะใบหน้า มันเป็นความหนาวที่แตกต่างจากยอดเขาแห่งบรรพชน มันไม่ได้ดุดันบ้าคลั่ง แต่มันเงียบเชียบ เยือกเย็น และแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าประดุจเสียงกระซิบของคนตายเมื่อประตูศิลาเปิดออก สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือโลกที่ถูกย้อมด้วยสีขาวโพลนจนตาพร่ามัว"ทุ่งเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์"พายุหิมะที่นี่ไม่ได้ตกลงมาจากฟากฟ้า แต่มันหมุนวนอยู่เหนือพื้นดินหนาทึบจนบดบังทัศนวิสัยทั้งหมด ระยะการมองเห็นลดลงเหลือเพียงไม่กี่ช่วงแขน แสงสว่างถูกดูดกลืนหายไปในม่านหมอกสีขาว ขุนเขาหรือหน้าผาใดๆ ล้วนถูกลบเลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ้างว้างที่ไร้ขอบเขต"ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย..."
Terakhir Diperbarui: 2026-03-02
Chapter: บทที่ 88: ซิ่งระห่ำทะเลทรายเดือด และราชรถสุริยันวูบบบบบบบบ! แคร่กๆๆ!เสียงเครื่องยนต์พลาสม่า V12 ของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ครางกระหึ่มจนถึงขีดสุด โครงสร้างเกราะไคตินของเรือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขณะที่มันพุ่งทะยานในแนวดิ่ง ไต่ระดับขึ้นไปตามปล่องอุโมงค์หินแคบๆ มุ่งหน้าสู่ผิวดินภายในเรือตอนนี้อัดแน่นไปด้วยชีวิต ทั้งกลุ่มกุมภัณฑ์ เหล่าคนเก็บขยะ ชนเผ่าผู้สยบสมิงนับร้อยชีวิต และบรรดาสัตว์สมิงไซเบอร์ ทั้งหมาป่า แมงป่องยักษ์ และแม้แต่ "ไกรสรจักรกล" ที่นอนหมอบอย่างสงบอยู่กลางดาดฟ้าเรือ กินพื้นที่ไปกว่าหนึ่งในสี่"น้ำหนักบรรทุกเกินพิกัดไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!" ไวท์ แหกปากตะโกนหน้าดำหน้าแดง สับสวิตช์โอเวอร์ไดรฟ์รัวๆ "คอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงกำลังจะร้องไห้แล้ว! ถ้าพ้นปากหลุมไปได้ เราต้องร่อนลงแตะพื้นทรายทันที บินสูงไม่ได้เด็ดขาด!""ทำตามที่นายถนัดเลยไวท์! แค่พาพวกเราออกไปให้พ้นหลุมนี้ก็พอ!" ก้องภพ ที่ยืนเกาะพนักเก้าอี้กัปตันตะโกนตอบตู้มมมมมม!เรือหลวงจ่าเงาะพุ่งพรวดทะลุรอยแยกแผ่นดินขึ้นมาสู่ผิวดินได้สำเร็จ! แสงแดดอันร้อนระอุและ "พายุฝุ่นจักรกล" (Nano-Scrap Storm) สีแดงฉานของทะเลทรายเหล็กกล้า พัดกระหน่ำเข้าใส่ตัวเรือทันทีไวท์ห
Terakhir Diperbarui: 2026-03-07
Chapter: บทที่ 87: กลลวงผู้สยบสมิง และกับดักมรณะใต้พิภพ"ยิงทิ้งให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"เสียงคำรามสั่งการของ "แสงอาทิตย์" ขุนพลผู้บ้าคลั่งแห่งทิศตะวันตก ดังก้องกังวานทะลุลงมาจากเพดานถ้ำที่ถูกระเบิดเปิดออก รถถังพ่นไฟ (Blaze Tanks) ล้อตีนตะขาบสีแดงเลือดหมูนับสิบบดขยี้เศษหินและซากปรักหักพัง ไหลทะลักลงมาตามทางลาดชันราวกับสายธารแห่งความตาย ทหารไซบอร์กในชุดเกราะกันความร้อนนับร้อยนายวิ่งตามลงมาพร้อมปืนพลาสม่าที่สาดกระสุนแสงสีแดงวูบวาบไปทั่วทุกทิศทางกระโจมที่พักของชนเผ่าผู้สยบสมิงถูกเปลวไฟแผดเผาจนมอดไหม้ในพริบตา ความสงบสุขของ "รังซ่อนทราย" กำลังถูกทำลายป่นปี้!ก้องภพ ที่เพิ่งผสาน "แก้วสุริยกานต์" เข้ากับ ยันต์อัคนีโลกันต์ หันขวับไปมองกองทัพอัคคี นัยน์ตาของเขาสะท้อนแสงไฟที่กำลังลุกโชน ร่างกายของเขาแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมา มันไม่ใช่ความร้อนที่ทำร้าย แต่เป็นพลังงานที่พร้อมจะปะทุ"ผมจะออกไปยันพวกมันไว้เอง! พี่วิน เคน คุ้มกันชาวเผ่าขึ้นเรือ!" ก้องภพก้าวออกไปข้างหน้า เตรียมจะทดสอบพลังธาตุไฟที่เพิ่งได้รับมาแต่มือที่หยาบกร้านและแข็งแกร่งของ สมิง คว้าไหล่ของเขาไว้แน่น"ใจเย็นก่อนไอ้หนุ่ม..." สมิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาของนักล่าเปล่งประกายคมก
Terakhir Diperbarui: 2026-03-06
Chapter: บทที่ 86: พญาราชสีห์คลุ้มคลั่ง และดวงใจอัคนีโลกันต์ความร้อนระอุภายใน "โอเอซิสใต้พิภพ" ไม่ได้มาจากแสงแดดของทะเลทรายเบื้องบน แต่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกสุดของถ้ำ สมิง เดินนำก้องภพและทีมกุมภัณฑ์ลัดเลาะผ่านกระโจมที่พักของชนเผ่า มุ่งหน้าไปยังลานกว้างด้านในสุด ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินภูเขาไฟ"คริสตัลเรืองแสงที่พวกเจ้าเห็นบนเพดานถ้ำนั่น... มันเป็นแค่รังสีสะท้อนเท่านั้น" สมิงอธิบายขณะก้าวเดิน แววตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "ของจริง... ถูกเก็บซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด และอันตรายที่สุด"เมื่อพวกเขาเดินพ้นกำแพงหินเข้ามา อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวด้วยความร้อนจัดราวกับยืนอยู่หน้าเตาหลอมเหล็ก เบื้องหน้าของพวกเขาคือบ่อลาวาขนาดย่อมที่กำลังเดือดปุดๆ และที่ใจกลางบ่อนั้น... มีสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังนอนขดตัวอยู่มันคือ "ไกรสรจักรกล" (Cyber-Lion Deity) พญาราชสีห์ไซเบอร์ที่เป็นสัตว์เทพพิทักษ์ประจำเผ่า!ลำตัวของมันใหญ่โตเทียบเท่ารถถัง หุ้มด้วยเกราะไคตินสีทองแดงที่สลักลวดลายไทยโบราณ แผงคอของมันไม่ใช่เส้นขน แต่เป็นเปลวพลาสม่าสีส้มแดงที่ลุกโชนตลอดเวลา ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก ลำตัวของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทร
Terakhir Diperbarui: 2026-03-05
Chapter: บทที่ 85: ผู้สยบสมิง และโอเอซิสใต้พิภพ"10 นาฬิกา! ระยะ 15 เมตร! พุ่งขึ้นมาแล้ว!"เสียงตะโกนสั่งการของ ก้องภพ ดังก้องแข่งกับเสียงคำรามของพายุฝุ่นจักรกล (Nano-Scrap Storm) ที่กำลังพัดกระหน่ำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" อย่างบ้าคลั่ง ทัศนวิสัยรอบด้านยังคงมืดบอดสนิท มีเพียงประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์จาก "ยันต์อักขระวานรสดับ" ที่ทำหน้าที่เป็นเรดาร์เดียวให้กับทีม"รับทราบ!" วินหันกระบอกปืนใหญ่เกาส์แคนนอนไปตามทิศทางที่ก้องภพบอก เหนี่ยวไกยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าสวนกลับเข้าไปในม่านฝุ่นสีแดงเปรี้ยงงงง! กี๊ซซซ! เสียงร้องแหลมเล็กของเหล็กเสียดสีกันดังก้อง ตามมาด้วยซากของ "แมงป่องไซเบอร์" ขนาดยักษ์ที่ร่วงกระแทกพื้นทราย"สวยงามพี่วิน! แต่อย่าเพิ่งหยุด! 6 นาฬิกา! ท้ายเรือ!" ก้องภพหันขวับ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก การใช้โสตประสาทจับตำแหน่งศัตรูนับสิบตัวพร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่มีแต่เสียงรบกวน ทำให้สมองของเขาทำงานหนักแทบระเบิดเคน และ มโนราห์ คอยสกัดกั้นแมงป่องเหล็กที่พยายามกระโดดเกาะกาบเรือซ้ายขวา ดาบเลเซอร์และธนูระเบิดทำงานประสานกันอย่างลงตัว แต่ฝูงสัตว์สมิงไซเบอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด พวกมันมุดลงทรายแล้วโผล่ขึ้นมาใหม่ราวกับฝูงผีดิบที่หิวโหย"เกราะเรือเรา
Terakhir Diperbarui: 2026-03-04
Chapter: บทที่ 84: ทะเลทรายเหล็กกล้า และพายุฝุ่นสีเลือดการเดินทางออกจาก "นิทรานคร" ใต้บาดาล เต็มไปด้วยความหวังและเสบียงที่อัดแน่นจนเต็มลำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ศ.นที และชาวเมืองบาดาลได้ตอบแทนกลุ่มกุมภัณฑ์ด้วยการอัปเกรดระบบพยาบาลและเทคโนโลยีชีวภาพให้เรือเหาะลำนี้กลายเป็นฐานทัพเคลื่อนที่ขนาดย่อม เมย ได้รับห้องพยาบาลที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือผ่าตัดอัตโนมัติและเตียงสแกนร่างกายล้ำยุค ส่วน ไวท์ ก็ได้อะไหล่ใหม่มาอุดรอยรั่วและปรับจูนคอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงให้เสถียรยิ่งขึ้นแต่ทว่า... เมื่อเรือเหาะขนาดยักษ์แล่นฝ่ากระแสน้ำ มุ่งหน้าลงสู่ทิศตะวันตก (บริเวณที่เคยเป็นเทือกเขาตะนาวศรีและกาญจนบุรี) ทิวทัศน์รอบกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและน่าสะพรึงกลัวแม่น้ำที่เคยเชี่ยวกรากค่อยๆ เหือดแห้งลงจนกลายเป็นเพียงโคลนตม ก่อนจะแปรสภาพเป็นผืนดินแตกระแหง ระดับน้ำทะเลที่เคยท่วมสูงถูกแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นจากรอยเลื่อนเปลือกโลกดันกลับไป สภาพแวดล้อมสีเขียวและผืนน้ำสีครามมลายหายไป สู่โลกที่ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานอุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว มีเพียงดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอย่างเกรี้ยวกราดท่ามกลางชั้นบรรยากาศที่บา
Terakhir Diperbarui: 2026-03-03
Chapter: บทที่ 83: รุ่งอรุณใต้บาดาล และเสียงกังวานแห่งวานรเสียงแจ้งเตือน [CRITICAL ERROR] ดับลง พร้อมกับแสงสีม่วงทะมึนของไมยราพที่จางหายไปจากระบบเครือข่ายของมหานคร แกนดอกบัว (The Lotus Core) ขนาดยักษ์ใจกลางเมืองที่เคยทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานชีวิต บัดนี้หยุดหมุนและค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าครามบริสุทธิ์ก้องภพ อุ้มร่างของ เมย ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยาหล่อเย็น เดินฝ่าความมืดมิดของห้วงอเวจีขึ้นมาสู่ระดับชั้นผิวดินของนิทรานคร รอยแผลและรอยไหม้ตามร่างกายของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของเขาลดความมั่นคงลงเลย แววตาของเขาทอประกายแห่งความโล่งใจเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจผู้หญิงในอ้อมแขนเมื่อทั้งสองก้าวพ้นประตูแกนดอกบัวออกมาสู่ถนนสายหลัก ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักฟู่... ซ่าาาา...เสียงวาล์วแรงดันนับล้านตัวทำงานพร้อมกัน แคปซูลจำศีล (Cryo-Sleep Pods) ที่ฝังอยู่ตามผนังตึกระฟ้าทุกตึกทั่วทั้งนิทรานคร กำลังระบายของเหลวสีฟ้าเรืองแสงทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ บานกระจกแคปซูลค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆร่างของชาวเมืองที่หลับใหลมาตลอดยุคสมัยของทศกัณฐ์OS กำลังร่วงหล่นลงมาสู่พื้นระเบียง บางคนทรุดตัวลงคุกเข่า สำลักน้ำยาหล่อเย็นออกมาอย่างรุนแรง
Terakhir Diperbarui: 2026-03-02
Chapter: ตอนที่ 54: รอยยิ้มในเซฟโซน และฝนตกในใจคนบนฟ้าสามวันหลังค่ำคืนงานกาล่า ณ ออฟฟิศ Wanderer Servicesบรรยากาศในออฟฟิศช่างไฟอันดับหนึ่งแห่งพระนคร 2.0 ดูคึกคักเป็นพิเศษ เสียงวิทยุเก่าๆ เปิดเพลงร็อกยุค 90 คลอไปกับเสียงเคาะเหล็กและเสียงหัวเราะก้อง ในชุดเสื้อช็อปตัวเก่งที่ซักจนซีด กำลังนั่งขัดสนิมออกจากมอเตอร์ปั๊มน้ำขนาดใหญ่ รอยคล้ำใต้ตาของเขาจางลงเล็กน้อยเพราะไม่ได้โหมทำโอทีดึกดื่นมาสองคืนติด ตั้งแต่วันที่เขาสะบั้นความสัมพันธ์กับเมริน ก้องเลือกที่จะขังตัวเองไว้ใน "เซฟโซน" เขาเลิกรับงานใน Upper City และกลับมาขลุกอยู่กับงานซ่อมในย่านพระนคร2.0ที่เขาคุ้นเคย"พี่ก้อง! ส่งประแจเบอร์ 14 ให้มายด์หน่อยค่ะ!"มายด์ ตะโกนเรียกมาจากใต้ท้องรถกระบะส่งน้ำแข็งของลุงชู เธอสวมแว่นตากันสะเก็ดไฟและกำลังขันน็อตช่วงล่างอย่างทะมัดทะแมง คราบน้ำมันเลอะเป็นทางยาวบนแก้มใสๆ ของเธอก้องโยนประแจส่งให้มายด์รับได้อย่างแม่นยำ "ระวังจาระบีหยดเข้าตานะมายด์ มุดออกมาได้แล้ว เดี๋ยวพี่มุดเข้าไปย้ำน็อตให้เอง""เสร็จพอดีค่ะบอส!" มายด์สไลด์ตัวออกมาบนกระดานล้อเลื่อน ถอดแว่นตาออกแล้วยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาว "เนี่ย หนูอัดจาระบีใหม่กริ๊บ ลุงชูขับไปส่งน้ำแข็งได้อีกเป็นปีโดยที่ช่วงล่างไม่ด
Terakhir Diperbarui: 2026-03-07
Chapter: ตอนที่ 53: โคมไฟแชนเดอเลียร์ และหยาดน้ำตาในเงามืดเวลา 19:30 น. ณ โรงแรมหรูระดับ 8 ดาว Skyline Apex Hotelค่ำคืนนี้ ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมที่หรูหราที่สุดใน Neo-Bangkok ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงาน "Gala Dinner & Charity Auction" (งานเลี้ยงการกุศลและประมูลของล้ำค่า) ซึ่งรวมพลมหาเศรษฐี นักการเมือง และนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศไว้ในที่เดียวที่ด้านบนสุดของเพดานห้องบอลรูม สูงขึ้นไปเกือบ 15 เมตรจากพื้นปูพรมทอขนแกะ...ก้อง ในชุดช่างสีน้ำเงินเข้มที่เปื้อนคราบน้ำมันและฝุ่น กำลังนั่งยองๆ อยู่บนโครงเหล็กแคบๆ (Catwalk) ของช่องเซอร์วิสใต้ฝ้าเพดาน รอบเอวของเขามีเข็มขัดนิรภัยและสายสลิงเส้นหนายึดติดไว้กับคานเหล็ก"เชี่ยเอ๊ย... สูงชะมัดเลยว่ะก้อง มองลงไปนี่คนตัวเท่ามดเลยนะ" จ็อด ที่โหนสลิงอยู่อีกฝั่งบ่นอุบอิบ มือสั่นระริกขณะส่องไฟฉายให้ก้อง "แอร์ข้างบนนี้ก็โคตรร้อน ฝุ่นก็เยอะ ทำไมพวกคนรวยมันชอบทำโคมไฟระย้าให้มันซับซ้อนนักวะ!""อย่าบ่นน่าจ็อด" ก้องตอบเสียงเรียบ มือถือคีมปอกสายไฟเบอร์ออปติกอย่างระมัดระวัง "ระบบส่งสัญญาณภาพของ โฮโลแกรมแชนเดอเลียร์ (Hologram Chandelier) มันรวน ถ้าเราไม่ซ่อมจุดเชื่อมต่อตรงนี้ โคมไฟหลักของงานคืนนี้ก็จะไม่สว่าง
Terakhir Diperbarui: 2026-03-06
Chapter: ตอนที่ 52: โอทีแลกฝัน และป้ายนีออนที่ลัดวงจรเวลา 02:15 น. เหนือน่านฟ้า Neo-Bangkok ชั้นนอกลมกลางคืนพัดกรรโชกแรงจนเสื้อช็อปของ ก้อง สะบัดพึ่บพั่บ เขากำลังโหนสลิงอยู่บนความสูงเทียบเท่าตึก 40 ชั้น เบื้องหน้าคือป้ายโฆษณาโฮโลแกรมสามมิติขนาดยักษ์ของร้าน "เจ๊หงส์ หมูปิ้งสังเคราะห์ (สูตรไร้คอเลสเตอรอล)" ที่ระบบแสดงผลเกิดรวน ทำให้ภาพหมูปิ้งกลายเป็นก้อนพิกเซลสีแดงๆ กระพริบจนคนขับวิน Hover-Taxi แสบตาไปตามๆ กันก้องใช้ขาหนีบโครงเหล็กไว้ มือข้างหนึ่งถือหัวแร้งเลเซอร์ อีกข้างดึงสายไฟเบอร์ออปติกที่ขาดออกจากกันมาปอกฉนวน(“พี่ก้อง! ลมแรงมากเลยนะพี่ ระวังตัวด้วย! สัญญาณชีพพี่เต้นเร็วไปแล้วนะ!”) เสียงของ มายด์ ดังลอดผ่านหูฟังบลูทูธ เธอรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยคุมระบบและดูมอนิเตอร์อยู่บนดาดฟ้าตึกข้างเคียง"พี่ไหวมายด์... งานซ่อมป้ายโฮโลแกรมรอบดึกแบบนี้ ค่าแรงคูณสามเลยนะ" ก้องตอบกลับพลางกัดฟันเชื่อมสายไฟ "ขออีก 10 นาที เดี๋ยวพี่ลงไปแล้ว"ตั้งแต่จบเรื่องหุ่นยนต์ไททันและเมรินกลับไปรับตำแหน่งที่สยามคอร์ป ก้องก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากช่างไฟที่ทำงานตามเวลาและพอใจกับชีวิตสมถะ เขากลายเป็น "เครื่องจักรรับงาน" ก้องรับงานซ่อมทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะงานกะดึก
Terakhir Diperbarui: 2026-03-05
Chapter: ตอนที่ 51: โลกที่หมุนเข้าที่ และจิ๊กซอว์ที่(ดูเหมือน)พอดีเวลา 09:00 น. ณ ชั้น 99 อาคารสยามคอร์ป ทาวเวอร์แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ ทาบทับลงบนโต๊ะทำงานไม้ซีดาร์ที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร เมริน ในชุดสูทสีขาวมุกตัดเย็บเข้ารูป กำลังกวาดสายตาอ่านรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดด้วยความรวดเร็ว สมาธิของเธอแน่วแน่และแหลมคม สมกับเป็นนางพญาแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ก๊อก... ก๊อก...ประตูห้องทำงานเปิดออก คุณชายพีท เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับบนใบหน้าเสมอ วันนี้เขาสวมสูทสีน้ำเงินกรมท่าที่เข้ากับบุคลิกสุขุมของเขา ในมือถือแก้วกาแฟพอร์ซเลนสีขาวสะอาดตา"ลาเต้ร้อน นมอัลมอนด์ อุณหภูมิ 75 องศาครับ... และผมให้บาริสต้าลดช็อตเอสเปรสโซ่ลงครึ่งหนึ่ง เพราะเมื่อคืนคุณน่าจะนอนดึก ไม่อยากให้คาเฟอีนตกค้างครับ" พีทวางแก้วกาแฟลงบนแผ่นรองแก้วข้างมือเธออย่างนุ่มนวลเมรินละสายตาจากจอแท็บเล็ต เธอยกแก้วขึ้นจิบ ความอุ่นและรสชาติที่พอดีเป๊ะทำให้ความตึงเครียดที่หัวคิ้วคลายลง"ขอบคุณค่ะพีท... คุณรู้ใจฉันเสมอเลย""เป็นหน้าที่ของ Co-Director ที่ต้องดูแล CEO ให้พร้อมรบที่สุดครับ" พีทเลื่อนแฟ้มเอกสารอีกแฟ้มมาให้ "ส่วนนี่คือใบอนุญาตขุดเจาะหน้าดินโซน A ผมให้ทีมกฎหมายเคล
Terakhir Diperbarui: 2026-03-04
Chapter: ตอนที่ 50: อุณหภูมิที่แตกต่าง และบทสรุปของวงจรขนานเวลา 21:45 น. บนถนนที่มุ่งหน้าสู่ย่านพระนคร 2.0รถสปอร์ตสีแดงเพลิงลอยพุ่งทะยานฝ่าความมืดของ Neo-Bangkok ด้วยความเร็วสูง เมริน กำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาของเธอจดจ่ออยู่กับถนนลอยฟ้าเบื้องหน้า แต่ในหัวกลับมีแต่เสียงสัญญาณรอสายที่ถูกตัดทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า‘หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...’เมรินโยนสมาร์ทโฟนราคาแพงลงบนเบาะข้างคนขับด้วยความหงุดหงิดก้องไม่เคยไม่รับสายเธอ ไม่ว่าเขาจะปีนอยู่บนยอดเสาไฟ หรือกำลังมุดท่อระบายน้ำ เขาก็จะหาทางรับสายเธอเสมอ แต่วันนี้... วันที่เธอเหนื่อยล้าจากการปะทะกับบอร์ดบริหาร วันที่เธอต้องการได้ยินเสียงทุ้มๆ ของเขามากที่สุด เขากลับเลือกที่จะตัดสายเธอทิ้ง"นายเป็นบ้าอะไรของนาย ก้อง..." เมรินพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจและรุ่มร้อนเสียงหัวเราะในโลกใบเล็กรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวล่อนลงจอดที่หน้าออฟฟิศ Wanderer Services แสงไฟหน้ารถสาดไปกระทบป้ายบริษัทที่ก้องเพิ่งทาสีใหม่ เมรินดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นคอนกรีตที่แตกร้าวแต่ก่อนที่เธอจะทันได้เดินเข้าไป เสียงหัวเราะครื้นเครงก็ดังแว่วออกมาจากหลังร้าน"โห! น้องมาย
Terakhir Diperbarui: 2026-03-03
Chapter: ตอนที่ 49: โต๊ะประชุมกระจกใส และความสมบูรณ์แบบที่บาดใจเวลา 10:00 น. ณ ห้องประชุม VVIP ชั้น 98 อาคารสยามคอร์ป ทาวเวอร์"ถ้าเราดูจากการประเมินความเสี่ยงด้านธรณีวิทยา โซน C มีอัตราการทรุดตัวอยู่ที่ 2 มิลลิเมตรต่อปี..."เสียงพรีเซนต์ภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชที่เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ดังก้องอยู่ในห้องประชุมที่ผนังทำจากกระจกใสบานยักษ์ คุณชายพีท (พีรพล) ในชุดสูทสีเทาอ่อน (Light Grey) ที่ดูภูมิฐานและเข้าถึงง่าย กำลังยืนอยู่หน้าจอโฮโลแกรม เขากำลังอธิบายแผนผังเมืองของ Project Blue Sky ให้กับบอร์ดบริหารและตัวแทนจากภาครัฐฟังด้วยความมั่นใจเมริน นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในฐานะ CEO เธอมองดูพีทด้วยสายตายอมรับในความสามารถทางธุรกิจ ชายคนนี้คือ "พาร์ทเนอร์" ด้านผังเมืองที่บริษัทครอบครัวของเขาส่งมาร่วมทุน เขารู้ทุกข้อกฎหมาย เข้าใจทุกตัวเลข และอ่านเกมการเมืองขาดกระจุยส่วน ก้อง... นั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งที่ปรึกษา เขาสวมสูทตัวเก่งที่เมรินให้มา แต่ในห้องที่แอร์เย็นเฉียบถึง 20 องศา ก้องกลับรู้สึกว่ามีเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เขามองกราฟิก 3 มิติบนจอที่ซับซ้อนราวกับรหัสผ่านยานอวกาศ แม้เขาจะเข้าใจระบบท่อและสายไฟข้างใต้ แต่ภาษาตีกรอบธุรกิจที่พีทกำลังพูดนั้น มันเหมือนภาษาเอเลี่ยนสำหร
Terakhir Diperbarui: 2026-03-02