Beranda / อื่น ๆ / จิ๊ดริดที่รัก / 8. นางฟ้านำโชค 2

Share

8. นางฟ้านำโชค 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-20 12:00:02

“อา...อา...” ที่รักส่งเสียงออกมาพร้อมกับชี้นิ้วน้อย ๆ ของเธอไปตรงทางแยกด้านขวามือ

หลังแยกจากสมร วรรณารีได้เข็นซาเล้งเลี้ยวไปทางซอยด้านซ้ายเพื่อกลับบ้าน แต่ไม่นึกเลยว่าลูกสาวเธอจะส่งเสียงประท้วงและชี้นิ้วไปยังทิศตรงกันข้ามแทน

วรรณารียิ้มและมองลูกอย่างขบขันในความรู้มากของเธอ “วันนี้เราออกมานานแล้วนะลูก ใกล้เที่ยงแล้ว ตะวันแรง แม่ว่าเรากลับบ้านกันดีกว่า แม่กลัวหนูจะไม่สบายเอา”

“อืออ...” เด็กหญิงยังคงชี้นิ้วไปอย่างขัดขืน รอบดวงตาเริ่มแดงและมีน้ำเปียก ๆ เอ่อขึ้นมาแบบปริ่ม ๆ เรียกได้ว่าหากโดนขัดใจเพิ่มอีกเพียงนิดเด็กหญิงก็พร้อมจะแผดเสียงและน้ำตาร่วงเผาะออกมาได้ในทันที

“เอาล่ะ แม่จะพาหนูเดินเล่นอีกหน่อยก็ได้ แต่อีกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะ หลังจากนั้นเราต้องกลับบ้านกันทันที ตกลงไหม” วรรณารีพูดเหมือนกำลังคุยกับเด็กที่รู้ความแล้ว

“อะ...” แต่เด็กหญิงกลับตอบตกลงเหมือนฟังเข้าใจเสียอย่างนั้นทำเอาคนเป็นแม่อดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้

“อูว...อู...” ทันใดนั้นเอง ที่รักที่นอนเอียงหน้ามองลอดซี่กรงของรถซาเล้งมาตลอดทางก็ส่งเสียงออกมาดัง ๆ พร้อมชี้มือไปยังประตูรั้วของบ้านทรงยุโรปหลังหนึ่ง

“อูว...” เธอชี้ไปที่ตรงนั้นไม่หยุดพร้อมกับเหลียวหน้ามองแม่อยู่หลายรอบ

“บ้านคนอื่นนะลูก เราเข้าไปไม่ได้เดี๋ยวโดนจับ” วรรณารีพูดกับลูกเบา ๆ

“อ๊ะ...” ที่รักไม่ยอมแพ้ ส่งเสียงดังขึ้นไปอีก

และเสียงอันดังของเด็กทารกกับท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของคนเป็นแม่ก็ไปสะดุดตาชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งที่กำลังเปิดประตูบ้านออกมาพอดี ฝ่ายหญิงเป็นคนไทยส่วนฝ่ายชายเป็นชาวตะวันตก

หญิงคนนั้นยืนมองวรรณารีอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยิ้มและกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้ามาใกล้

“น้องรับซื้อของเก่าอยู่ใช่ไหม” ที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นตะโกนถามออกมาอย่างมั่นใจเพราะเห็นป้ายประกาศรับซื้อของเก่าที่ติดอยู่ข้างซาเล้งนั่นเอง

“ใช่ค่ะ พี่จะขายอะไรคะ” วรรณารีตอบกลับพร้อมกับเข็นรถเดินเข้าไปใกล้หญิงชายคู่นั้น

“ขายอะไรกันล่ะ พี่ยกให้ฟรี กระสอบฟางสองกระสอบนี้แหละ เป็นพวกเอกสารเก่ากับใบแจ้งหนี้ น้องยกไปได้เลย” เธอชี้ไปยังกระสอบฟางสีขาวใบใหญ่สองใบที่จุกระดาษข้างในแบบอัดแน่น ดู ๆ แล้วน่าจะหนักประมาณสิบกิโลกรัมได้

“ไม่ดีมั้งคะพี่ ของซื้อของขาย ให้ฉันคิดเงินให้ดีกว่าค่ะ แต่คงได้ไม่เยอะมากนะ ตอนนี้กระดาษโลละไม่ถึงสามบาท”

ฝ่ายเจ้าของบ้านโบกมือปฏิเสธ “ของพวกนี้พี่ตั้งใจจะทิ้งพอดี ดีเสียอีกที่น้องมาแถวนี้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแบกขึ้นรถไปหาที่ทิ้ง พี่กับแฟนกำลังจะไปขึ้นเครื่องกลับต่างประเทศด้วย แค่นี้ก็สายแล้ว” ท่าทางการพูดอย่างเร่งรีบของเธอทำให้วรรณารีไม่คิดจะพูดปฏิเสธเพื่อหน่วงเวลาคู่สามีภรรยาอีก เธอจึงได้แต่ยิ้มรับและยกมือไหว้ขอบคุณก่อนยกกระสอบฟางใส่ในซาเล้งและเข็นเดินออกจากบ้านนั้นมาอย่างอารมณ์ดี

“จิ๊ดริดเป็นดาวนำโชคของแม่แท้ ๆ ถ้าลูกไม่ให้เดินมาทางนี้แม่คงไม่ได้ของฟรีแบบนี้หรอก” วรรณารีเอ่ยชมเชยลูกยกใหญ่ ขณะที่ฝ่ายลูกสาวนั้นได้แต่นอนยิ้มอย่างพอใจ ถ้าใครอื่นมาเห็นอาจถูกมองว่าดูคล้ายไม่ใช่เด็กวัยสามเดือนเอาเสียเลย

เมื่อกลับถึงบ้าน เธอจัดแจงทำความสะอาดเนื้อตัวให้ลูกและป้อนนมจนที่รักนอนหลับสนิท หลังจากนั้นก็เข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อเย็นสำหรับตัวเองและสาย

พอจัดการในครัวเรียบร้อยแล้ว วรรณารีได้เดินมาหน้าบ้านเพื่อจัดการกับกระดาษที่ได้มาฟรี ๆ ในวันนี้ เมื่อเปิดดูก็พบว่าส่วนมากจะเป็นซองจดหมายที่ด้านในเป็นใบแจ้งหนี้ของบัตรเครดิตและใบแจ้งค่าบริการประเภทต่าง ๆ เธอจึงเทซองจดหมายเหล่านั้นออกมากองข้างนอกเพื่อเตรียมคัดแยก ตรงส่วนเอกสารด้านในนั้นแค่แยกเอกสารสีและเอกสารขาวดำไว้เป็นกอง ๆ เพราะราคารับซื้อต่างกัน แต่สำหรับซองเปล่าด้านนอกจำเป็นต้องตัดพลาสติกสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ตรงหน้าซองทิ้งก่อนจะไปรวมขายเป็นกระดาษ ไม่อย่างนั้นร้านรับซื้อของเก่าจะคัดทิ้ง

อย่าเห็นว่าเป็นแค่ซองเปล่าที่มีน้ำหนักเบา เพราะถ้านำซองพวกนี้มารวม ๆ กันก็ได้น้ำหนักหลายกิโลกรัม ได้เงินเพิ่มมาอีกหลายบาท สำหรับวรรณารีแล้วเงินแค่ยี่สิบห้าสตางค์ก็มีค่าสำหรับเธอ

วรรณารีนั่งลงและหยิบซองจดหมายแต่ละซองขึ้นมาเพื่อนำเอกสารด้านในออก บางซองก็มีการเปิดอ่านแล้ว บางซองก็ยังคงปิดผนึกอย่างแน่นหนา

“เอ๊ะ!”

หลังจากคัดแยกซองจดหมายมาได้สักระยะ เธอก็เห็นความผิดปกติในซองล่าสุดที่หยิบมาเปิด ซองจดหมายนี้ได้ผ่านการเปิดจากเจ้าของมาแล้วแต่ด้านในก็ยังคงมีเอกสารอัดแน่นจนโป่งนูน และเมื่อเปิดดูเธอก็รู้สาเหตุที่ทำให้ซองจดหมายโป่งนูนผิดปกติ

วรรณารีดึงกระดาษสีเทาและสีม่วงที่มีอย่างละสองใบออกมาจากซองจดหมายมือไม้สั่น แล้วค่อย ๆ คลี่กระดาษที่พับทบอยู่ให้ตึง กระดาษนี้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าความยาวประมาณฝ่ามือคน เป็นกระดาษที่ทุกคนใฝ่หา แม้บางครั้งจะต้องบาดเจ็บหรือตายเพราะมันแต่ทุกคนก็ยอมที่จะได้มันมา เพราะเจ้ากระดาษทั้งสี่ใบนี้คือธนบัตรที่สามารถจับจ่ายใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

วรรณารีนำธนบัตรจำนวนสามพันบาทมาตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่าไม่ใช่ของปลอม หญิงสาวใจเต้นตึกตักไม่หยุดที่จู่ ๆ เงินสามพันบาทก็ลอยเข้ามาอยู่ในมืออย่างไม่คาดฝันแบบนี้

เงินสามพันบาทที่อยู่ในซองน่าจะเป็นค่าบริการตามหน้าบิลที่เจ้าของเดิมเตรียมไว้จ่ายแต่ลืมเสียก่อนเพราะเลขที่ระบุค่าบริการตรงกับธนบัตรที่แนบไว้พอดี เวลานี้วรรณารีจึงได้แต่กล่าวขอโทษและขอบคุณเจ้าของเดิมในใจเท่านั้น

หลังจากนั้น เธอก็แกะดูซองใบแจ้งหนี้อื่น ๆ อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีการแนบธนบัตรลักษณะนี้ไว้อีกสิบกว่าซอง นับทั้งหมดแล้ววันนี้เธอได้เงินจากสวรรค์ทั้งสิ้นเกือบสี่หมื่นบาท ถึงจะดูว่าเป็นจำนวนน้อยในสายตาคนอื่น แต่สำหรับวรรณารีแล้ว เงินก้อนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่สุดที่เธอได้จับในช่วงนี้

“ลูกสาวแม่ นางฟ้าน้อยของแม่ ขอบใจลูกมากนะจ๊ะที่พาแม่ไปเจอโชคในวันนี้” คืนนั้นวรรณารีได้แต่พูดขอบคุณลูกสาวตัวน้อยของเธอไม่หยุด ขณะที่ที่รักก็เอาแต่หัวเราะคิกคักชอบใจไม่หยุดเช่นกัน

ดูเหมือนว่าโชคดีที่ลูกสาวตัวน้อยของเธอมอบให้จะไม่หยุดแค่ครั้งเดียว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จิ๊ดริดที่รัก   99. บทอวสาน

    “ลุงพงศ์ ป้าลี ยายยี่สุ่น สวัสดีค่า” ที่รักทักทายเสียงดังตั้งแต่ยังไม่เข้าประตูรั้วพร้อมกับเสียงปั่นของจักรยานขึ้นสนิมคันโปรดดังเอี๊ยดอ๊าด“เข้ามาสิลูก มากินข้าวด้วยกัน” วนาลีร้องทักออกมา“จิ๊ดริดไม่กิน แต่จิ๊ดริดจะมาตักข้าวให้ทุกคน” ที่รักผู้ซึ่งรู้เวลากินข้าวของบ้านนี้ดีเหมือนบ้านของตัวเองเดินเข้ามาในบ้านอย่างเหนียมอายสมาชิกในบ้านทั้งสามคนต่างเหลียวมองกันอย่างข้องใจเมื่อเห็นท่าทีขมีขมันของที่รักยามตักข้าวใส่จานให้พวกเขาอยู่“เสียดายจังที่ช้างไม่อยู่ ไม่งั้นคงดีใจแน่ที่จิ๊ดริดตักข้าวให้แบบนี้” วนาลีโปรยยาหอม“จิ๊ดริดรู้ พี่ช้างไปทำงานที่มหา’ลัย พี่ผึ้งไปดูหนังกับพี่หนึ่ง”เมื่อตักข้าวเสร็จเธอก็เดินไปวางจานข้าวที่ตรงหน้าทั้งสามคนอย่างนิ่มนวล“กินข้าวให้อร่อยนะคะ จิ๊ดริดกลับแล้ว”“ไม่กินด้วยกันหรือลูก มีซี่โครงหมูย่างที่จิ๊ดริดชอบด้วยนะ” ยี่สุ่นรั้งเอาไว้ที่รักตาแลมองซี่โครงย่างสีน้ำตาลฉ่ำที่อยู่ด้านหน้าแล้วกลืนน้ำลายดังเอื้อก แต่น่าแปลกที่คราวนี้เด็กสาวใจแข็งกว่าที่คิด“ไม่กินค่ะ จิ๊ดริดตั้งใจมา

  • จิ๊ดริดที่รัก   98. ความรักของจิ๊ดริด

    “จิ๊ดริดมาได้ยังไง แล้วเป็นอะไร ใครทำให้เจ็บ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเดือดร้อนที่รักชี้ไปที่เมธาวินอย่างไม่ลังเล คชาภัทรใช้สายตาพิฆาตมองไปยังตัวต้นเหตุในทันที ทำเอาคนถูกมองถึงกับทำอะไรไม่ถูก“นายรังแกอะไรจิ๊ดริด”“ยัยพลังช้างเนี่ยนะใครจะไปรังแกได้” เมธาวินเอ่ยอย่างร้อนตัวที่รักปล่อยโฮออกมาเสียงดัง “เมฆว่าจิ๊ดริดตัวเหมือนช้าง”“เฮ้ย!” เมธาวินสะดุ้งสุดตัวกับข้อกล่าวหานี้ วันนั้นนอกจากได้รับสายตาคาดโทษไปจนตลอดชีวิตจากคชาภัทรแล้ว ยังได้รอยหยิกกลับบ้านไปด้วย จะจากใครที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่เนเน่ที่หยิกเขาจนลายพร้อยเนื่องจากไปแกล้งเพื่อนรักของเธอนั่นเองหลังจากกลับถึงบ้าน ที่รักยังคงอารมณ์ค้างนั่งหน้าบูดอยู่ตรงสวนหลังบ้าน พื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวของเธอและพี่ ๆ ตั้งแต่เมื่อยังเด็ก โดยมีคชาภัทรนั่งยิ้ม ๆ มองอยู่ในมือของที่รักยังคงถือสายวัดไว้ เธอไล่วัดขนาดหลายส่วนในร่างกายทั้งแขนขาและเอว สีหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อเห็นตัวเลขที่วัดได้“จิ๊ดริดอ้วน” ใบหน้าเธอหงิกจนไม่อาจหงิกเพิ่มได้อีกคชาภัทรลอบยิ้

  • จิ๊ดริดที่รัก   97. จิ๊ดริดเป็นสาวแล้ว

    “ลูกเป็นคนจิตใจดีมาก ขอบคุณนะวรรณ คุณเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆ” พีรายุเอ่ยกับเธอหลังกลับมาจากส่งนิดาแล้ววรรณารีหันมายิ้มให้สามี “จิ๊ดริดแกเป็นเด็กจิตใจดีตั้งแต่เกิดค่ะ ถ้าไม่ได้แก ชีวิตฉันอาจไม่รอดมาจนถึงตอนนี้ก็ได้”พีรายุรู้สึกผิดในใจ เขาเอื้อมมือไปสวมกอดเธอ “ผมขอโทษนะวรรณ เพราะผมคนเดียวทำให้คุณลำบากมาตั้งหลายปี”“พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณเป็นแบบนั้นเพราะฤทธิ์ยา ฉันโกรธคุณไม่ลงหรอก” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“แต่คราวก่อนคุณไม่คิดแบบนี้นะ คุณยังว่าผมไม่ได้รักคุณจริงอยู่เลย บอกผมหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจให้โอกาสผม”วรรณารีใช้มือลูบใบหน้าคมของเขาจนทั่วพร้อมเผยยิ้มหวาน “เพราะคุณเอาชนะยามหาโลกาได้ด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องพึ่งพลังวิเศษของจิ๊ดริด ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันได้รับรู้ว่าคุณรักและมั่นคงต่อฉันจริง”ชายหนุ่มสวมกอดภรรยาเอาไว้แน่น “ผมก็ขอบคุณคุณเหมือนกันที่เข้าใจและเปิดโอกาสให้ผม ผมรักคุณนะครับ”“แล้วหนูล่ะ ไม่รักหนูเหรอ” ที่รักที่เดินมาหาทั้งคู่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ทวงถามหน้ามุ่ยคนเป็นพ่อและแม่หัวเราะร่วน

  • จิ๊ดริดที่รัก   96. ไปหาพ่อที่ทำงาน

    เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในวันต่อมา พีรายุได้มุ่งหน้าเข้าบริษัทในทันทีเพื่อสะสางปัญหาที่จินดาราสร้างไว้ทั้งเรื่องที่ร่วมมือกับเสี่ยทรงยศและจัดการพนักงานที่เป็นคนของจินดาราเพราะปัญหาสะสมมาหลายปี ทำให้พีรายุแทบจะกินนอนอยู่ที่บริษัทไม่กลับมาให้สองแม่ลูกเห็นหน้านานนับสัปดาห์ ทำเอาทั้งวรรณารีและที่รักต่างชะเง้อหาแววตาหมองไปตาม ๆ กัน“จิ๊ดริดคิดถึงพ่อ” เช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ที่รักกำลังละเลียดกินข้าวผัดอยู่ได้เอ่ยขึ้นเสียงอ่อยวรรณารีมองลูกอย่างเห็นใจ ในใจเธอนั้นยอมรับเช่นกันว่ารู้สึกไม่ต่างจากลูกนัก นี่ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่พีรายุไม่ได้มาหาเธอและลูก มันยิ่งทำให้ความอึดอัดและความกังวลภายในใจมีมากขึ้นสายมองสองแม่ลูกที่นั่งซึมกะทืออยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “คิดถึงก็ไปหาสิ บริษัทนั้นก็อยู่ไม่ไกลนี่”ที่รักตาเป็นประกายขึ้นมา “จิ๊ดริดไปหาพ่อได้ไหมแม่จ๋า” เธอถามวรรณารีอย่างตื่นเต้น“ได้สิ เตรียมของกินไปให้พ่อด้วยดีไหม พ่อคงไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาหลายวันแล้ว” หากเป็นเมื่อก่อนวรรณารีไม

  • จิ๊ดริดที่รัก   95. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 2

    วรรณารีรีบเดินเข้ามาหาลูก “คุณพ่อหายแล้ว พ่อจำทุกคนได้แล้ว” เธอบอกลูกอย่างดีใจ“เอ๋?” ที่รักอุทานออกมาและมองตรงไปยังพีรายุอย่างงุนงงพีรายุส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกและกางแขนกว้างขึ้น “จิ๊ดริดมาให้พ่อกอดหน่อยสิลูก พ่อคิดถึงลูกจัง”“เอ๊ะ?” ที่รักยังงุนงงอยู่ เธอมองแก้วฉี่ในมืออย่างสับสน “แล้วฉี่”“พ่อไม่ต้องใช้ฉี่แล้ว” วรรณารีเอ่ยยืนยันกับเธอ “จิ๊ดริดไปเก็บกระเป๋าก่อนลูก แม่จะไปบอกตำรวจข้างนอก เราจะได้พาคุณพ่อไปโรงพยาบาลด้วยกัน” วรรณารีบอกลูกก่อนเดินออกไปนอกห้องด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน“อ๋า?” ที่รักยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่ฉี่ของตัวเองอย่างผิดหวัง เธอดีใจนะที่พ่อหายเป็นปกติ แต่ทำไมไม่เป็นปกติด้วยฉี่ของเธอล่ะ อารมณ์ของเธอตอนนี้ทั้งผิดหวังและดีใจผสมปนเปกันไปหมด แต่ที่แน่ ๆ รู้สึกพ่ายแพ้ยังไงก็ไม่รู้“โอว๋?” เธอชูแก้วใส่น้ำสีอำพันของตัวเองขึ้นสูงดูราวกับเทพีเสรีภาพก็ไม่ปาน แต่เป็นเทพีเสรีภาพที่ค่อนข้างอ้วนและทำใบหน้ายับย่นมากเป็นพิเศษ-----“เป็นยังไงบ้าง”

  • จิ๊ดริดที่รัก   94. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 1

    “ซี้ด...” จินดาราลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกถึงความโคลงเคลงของพื้นที่นอนอยู่ ร่างกายเธอในตอนนี้สัมผัสถึงความปวดร้าวไปทั้งร่าง“โอ๊ย” โดยเฉพาะช่วงลำคอของเธอที่ดูคล้ายจะหลุดออกมาเป็นท่อน ๆ เสียให้ได้“อย่าขยับ กระดูกคอคุณร้าว ขยับอีกนิดมีสิทธิ์ตายได้” เสียงแหบห้าวดังอยู่ข้างลำตัว เมื่อแลตามองก็พบว่าเป็นชายแปลกหน้าวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่สำคัญผู้ชายคนนี้อยู่ในชุดตำรวจแบบเต็มยศสีหน้าของจินดาราเผยถึงความตระหนกแบบสุดขีด เธอถอนสายตาจากตำรวจผู้นั้นแล้วกลอกตามองไปรอบตัวก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเปลพยาบาล มีกู้ภัยสองคนช่วยกันยกหัวท้าย ทั้งคู่กำลังช่วยกันพาเธอไปยังรถพยาบาลที่จอดรออยู่หน้าบ้านประกายตาของจินดาราเปลี่ยนเป็นเหี้ยมขึ้นมาเมื่อเห็นวรรณารีเดินอยู่ไม่ห่างจากนายตำรวจที่พูดเตือนเธอเมื่อครู่“นังวรรณ แกทำอะไรกับฉัน แกเรียกตำรวจมาใช่ไหม” จินดาราถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหมดแรงวรรณารีเผยยิ้มหยัน “ในเมื่อมีเหตุฆ่ากันตายในบ้าน แจ้งตำรวจก็ถูกแล้ว”“แกอย่าใส่ความ ถ้ามีจริงฉันต้องรู้เรื่องสิ แกแกล้งหาเรื่องฉันใช่ไหม”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status