로그인"ช้างฉัททันต์อยู่ใต้ฐานพระ" เป็นคำใบ้ก่อนสิ้นใจของย่าเกด นำไปสู่ปริศนาไม่รู้จบ ปริศนาลายแทงขุมทรัพย์ที่ตระกูลเฝ้ารักษาไว้ ดอกเตอร์มับไมจะสามารถไขปริศนาได้หรือไม่ ดินแดนลับแลยังเมืองลาวไม่ใช่สถานที่ที่ใครอยากมาก็มาอยากไปก็ไป
더 보기-๙-รถเก๋งสายเลือดญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่เลี้ยวฝ่าวงล้อมของนักข่าวเข้ามาในเขตคฤหาสถ์ของนายพลตำรวจผู้กลายเป็นข่าวดังในรอบสัปดาห์ รถตำรวจสี่คัน และรถเจ้าหน้าที่ที่มาดำเนินงานทั่วไปที่เกี่ยวกับคดีอีกอีกสามคันจอดอยู่บนลานน้ำพุหน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว อเนกจึงเลือกจอดในบริเวณที่ห่างออกไปเพื่อให้สะดวกแก่การเข้าออก เมื่อก้าวลงจากรถกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณแล้วอดนึกเปรียบเทียบกับบ้านน้อยแสนรักในหมู่บ้านจัดสรร จากน้ำพักน้ำแรงเงินเดือนคณบดีของตนไม่ได้ เมื่อคณบดีหนุ่มใหญ่เดินขึ้นบันไดเข้าสู่ตัวบ้าน สิงหราชได้เดินออกมารับพอดี“สวัสดีครับอาจารย์” ผู้กองหนุ่มทัก“โห มารับถึงหน้าประตูเลยเหรอผู้กอง ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนใหญ่คนโตขึ้นมาทันที” เอนกหยอก“แหะๆ กลัวอาจารย์ไปไม่ถูกครับ พอดีห้องที่เก็บโบราณวัตถุมันเป็นห้องลับ” สิงหราชผายมือเชิญคณบดีหนุ่มใหญ่เข้าสู่ภายในตัวบ้าน เพียงแค่ถ้วยโถโอชามลายครามที่ตั้งโชว์ทั้งในตู้และตามมุมต่าง ๆ ของบ้านก็ต้องร้องว้าวแล้ว หลาย ๆ ใบพิจารณาการเขียนสี เทคนิคการเคลือบ เทคนิคการเผาที่ได้เนื้อเครื่องเคลือบสีฟ้าหลังฝนบ่งชี้ว่ามาจากเตา “จิ่งเต๋อเจิ้น” ซึ่งเป็นเตาห
วัดโบราณแห่งนี้แม้จะเป็นโบราณสถานมีฝาผนังล้ำค่า แต่กลับมีพระจำพรรษาอยู่เพียง ๑ รูป เมื่อ “หลวงปู่บุญ” เห็นกลุ่มคนแปลกหน้ามาด้อม ๆ มอง ๆ พร้อมกล้องถ่ายรูปก็เกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพ ที่มาขโมยวัตถุโบราณตามใบสั่ง จึงต้องลงมาดูเสียหน่อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่เป็นภิกษุชรา คณะทำงานจึงยอบตัวกราบลงกับพื้น แต่เมื่อมับไมเงยหน้าขึ้นมา กลับทำให้หลวงปู่บุญถึงกับตกใจ เพราะประพิมพ์ประพายของหญิงสาวตรงหน้าช่างคล้ายกับ “ครูบาอ่อน” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของท่านเสียเหลือเกิน ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึงของภิกษุชรา “บุญเอ้ย” “ขอรับพระอาจารย์”“สังขารนี้บ่เที่ยง บ่มีไผหนีวัฏจักรนี้พ้น อย่าได้เศร้าเสียใจ จ่งวางใจให้เป็นอุเบกขาสาเด้อ”“เวลานั้นมาฮอดไวโพดดอกขอรับ” “บ่มีสิ่งใดหนีกาลเวลาพ้นแม้แต่โตของมันเอง อาจารย์ยังมีห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง สิฝากเจ้าไว้ได้บ่บุญ”“เชิญพระอาจารย์สั่งมาเถิดขอรับ”“จ่งไปเปิดหีบไม้บักค่า แล้วหยิบเอาเปลือกหอยสังข์มาให้พระอาจารย์แด่”เมื่อพระบุญหยิบของที่ต้องการมาให้แล้ว ครูบาชราจึงเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้นานปีด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ฮูปแต้มที่สิมนั่น เรื่องสั
สิมวัดโพนสิมเป็นสิมมหาอุตม์ขนาดสามห้อง จากที่คิดว่าถ่ายภาพฉากหลัก ๆ ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วเพราะขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อมาพินิจอีกรอบกลับเจอภาพที่ไม่คุ้นปรากฏเพิ่มเข้ามาอีก“เอ๊ ยังไงกันนี่ ทำไมมีรูปหลาย ๆ รูปปรากฏขึ้นอย่างกับว่าเราไม่เคยผ่านตามุมนี้มาก่อน อย่างรูปเหล่านางกำนัลยักษ์ที่กำลังตักน้ำ หนูว่าพวกเราวนผ่านมุมนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบกลับไม่เจอ” กระแตเท้าเอวจ้องภาพที่หล่อนเพิ่งพบอย่างหงุดหงิด“นี่นะเวลาผมไปดูฮูปแต้มแต่ละครั้งนะ จะไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง มันจะมีภาพใหม่ ๆ ปรากฏออกมาทุกครั้ง” อุ่นหล้าเล่านิทานหลอกเด็ก ๆ“จริงดิอาจารย์” ลูกศิษย์ตื่นเต้น พากันคิดไปถึงเรื่องอาถรรพ์ของโบราณสถาน“ก็เวลาที่เราดูมาดูภาพแต่ละครั้งด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เราก็จะพบแง่มุมใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมาไง” “ปั๊ดโธ่ อาจารย์อุ่น” เหล่าลูกศิษย์ครางเป็นเสียงเดียวกัน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่จริงพวกเราอาจจะมัวแต่ตื่นเต้นกับการค้นพบ ทำให้มีหลงหูหลงตากันไปบ้าง เอ้าบ่ายนี้พวกเราก็สู้กันอีกสักยกเนาะ” ดอกเตอร์หนุ่มให้กำลังใจทุกคน“เอ๊ะ...เราลืมรุ้งลาวัลย์ไว้ที่คณะหรือเปล่า ทำไมเงียบจริง” จังโก้แซว “อ่ะ อ่ะ เ
หมู่บ้านในภาคอีสานนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก บ้านเรือนจะมากน้อย ถนนจะซับซ้อนวกวนอย่างไร แต่วัดประจำหมู่บ้านล้วนอยู่ศูนย์กลาง ดังนั้นอุ่นหล้าจึงเดินนำทุกคนลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ เห็นทุกคนตั้งหน้าตั้งตากันเดินตามเขาท่าทางมุ่งมั่นอย่างกับลูกเป็ดเดินตามแม่อุ่นหล้าไม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ตึงเกินไปนัก จึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้“ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาได้ตามอาจารย์ศักดิ์ชัยไปดูภาพจิตรกรรมภายในห้องกรุวัดราชบูรณะ อาจารย์ได้เล่าเรื่องแปลกให้ฟังว่า เมื่อตอนปี ๒๕๐๐ เกิดเหตุการณ์กรุวัดราชบูรณะแตก อาจารย์ศักดิ์ชัยที่ขณะนั้นท่านเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปสำรวจ ก็พากันล่องเรือกันไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาสตราจารย์ฝรั่งตามไปอีก ๒ คน ปรากฏว่าบนเรือต่างก็ได้กลิ่นหอมประหลาดกัน เป็นกลิ่นหอมเย็นแบบที่ไม่มีขายในท้องตลาด แต่พวกศาสตราจารย์ฝรั่งนั้นกลับไม่ได้กลิ่น“กลิ่นหอมนั้นอวลอยู่ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือจนกระทั่งเข้าไปในกรุ อาจารย์ศักดิ์ชัยและอาจารย์ที่ปรึกษาสำรวจความเสียหายของกรุลงไปถึงชั้นที่สาม ก็ไปเจอบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมส
ค่ำคืนที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย ภายในห้องน้อยบนเรือนไม้ใต้ถุนสูง “ย่าเกด” กอดประคองหลานสาวตัวน้อย “มับไม” ไว้ในอ้อมแขน พลางเล่านิทานโบราณด้วยน้ำเสียงกังวาล“อินทร์ก็ใส่ชื่อน้อย ในเลขลานคำชื่อว่า สังสินไซ โลกลือฤทธีกล้า...”เด็กน้อยทำตาโตพลางกำชายเสื้อของย่าแน่นด้วยความตื่นเต้น“พญาซ้างฉัททันต์
ดังที่ว่ามีเงินใช่ว่าจะไปเก็บข้อมูลที่ไหนก็ได้ตามใจ หลังทำเรื่องขอลาวิจัยแล้ว ยังต้องมีการคัดเลือกคนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานคุณภาพด้วย อุ่นหล้าและมับไมกลัวคำว่า “มากคนมากความ” เป็นที่สุด จึงพยายามคัดเลือกลูกทีมที่มีประสิทธิภาพที่แม้จะไปกันน้อยคนแต่ก็คล่องตัวเมื่อข่าวการประกาศรับสมัครลูกทีมเพ
การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ มีทุนทรัพย์แล้วจะไปได้ตามใจ เมื่อเข้าทำงานในระบบมหาวิทยาลัย มีต้นสังกัดก็จำเป็นที่จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงแก่หน่วยงาน ทั้งคู่ตกลงกันว่าทำหนังสือขอลาวิจัยฮูปแต้มและอักษรโบราณในสิมภาคอีสาน ซึ่งดำเนินการได้คล่องตัวกว่าการเสนอขอทุนวิจัย เพราะกว่างบจะมา
การเดินทางในปัจจุบันสะดวกสบายกว่าสมัยที่มับไมยังเป็นนักศึกษาอยู่มาก สายการบินต้นทุนต่ำสยายปีกไปทุกจังหวัดที่มีสนามบิน จึงไม่ต้องทนนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมง ๆ บนรถทัวร์ หรือลุ้นระทึกกับห้องน้ำบนรถไฟอีกต่อไป เพียง ๔๕ นาทีก็ได้กลับมากราบแทบตักพ่อแม่ที่ขอนแก่นบ้านเกิดแล้ว “ไหว้พระเทอะอีหล้า” พ่อแม