จิ๊ดริดที่รัก

จิ๊ดริดที่รัก

last updateDernière mise à jour : 2025-12-13
Par:  ฉันรักComplété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
99Chapitres
947Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จิ๊ดริด เด็กน้อยตัวอวบ (ที่กำลังจะแหย่เท้าเข้าไปในเขตอ้วนอยู่ทุกขณะ) ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามจากคนสนิทรอบตัวว่าเป็นนางฟ้านำโชค แล้วเธอก็ชอบสมญานามนี้ของตัวเองมาก จิ๊ดริดเกิดมามีพ่อชื่อวรรณารีและแม่ชื่อวรรณารี ซึ่งเธอก็ไม่คิดว่ามันผิดปกติตรงไหนตราบใดที่ชีวิตตอนนี้มีความสุข แต่มาวันหนึ่งเธอก็ต้องแปลกใจที่จู่ ๆ ก็มีพ่อชื่อพีรายุโผล่เข้ามาเฉยเลย (แต่แม่ก็ยังชื่อวรรณารีนะ) เอาล่ะสิ ยุ่งแล้ว จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ จะไม่ยุ่งได้อย่างไรในเมื่อแม่ไม่ยอมให้เธอมีพ่อชื่อพีรายุ ไม่เท่านั้นยังมีแม่มดใจร้ายและยาเสน่ห์เข้ามาเกี่ยวข้องอีก เด็กหญิงจิ๊ดริดแบบเธอจะทำยังไงล่ะเนี่ย! ++ นิยายชายหญิง ++ feelgood ค่ะ จบดี ไม่มีดราม่า ไม่มีปมใด ๆ ++จะเป็นเรื่องเล่าแนวเด็ก ๆ คล้ายแนวนิทานเรื่องหนึ่ง ++ไม่มี NC

Voir plus

Chapitre 1

1. กาลครั้งหนึ่ง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

เอ๊ะ??

ไม่ใช่สิ แค่ไม่กี่ปีเอง ไม่นานขนาดนั้น

อืม...แต่คิดอีกที ผ่านไปแค่หนึ่งวินาทีมันก็คืออดีตไม่ใช่หรือ ต้องเรียกกาลครั้งหนึ่งได้ หยวน ๆ

เอาล่ะ! เริ่มแล้วนะ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ในยามค่ำคืน ณ คฤหาสน์หรูใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำไปทั้งหลังแบบไม่กลัวค่าไฟ แต่สภาพอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยในคฤหาสน์ตอนนี้กลับไม่ได้เย็นเหมือนสภาพแวดล้อมรอบตัวเลยสักนิด

“ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น เรารู้จักกันมานานคุณก็น่าจะรู้นิสัยฉันดี ทำไมคุณเปลี่ยนไปแบบนี้คะพี เมื่อสองวันก่อนคุณยังบอกว่ารักฉันมากอยู่เลย แต่มาวันนี้กลับปรักปรำฉัน ฉันไม่ได้ทำจริง ๆ” วรรณารีที่นั่งคุกเข่าสะอื้นไห้อยู่กับพื้นได้เอื้อมมือมากอดขาสามีเอาไว้แน่นและเงยหน้าที่มีแต่คราบน้ำตามองเขาอย่างเสียใจปานจะขาดใจตาย

พีรายุที่ใบหน้าดำคล้ำก้มลงมองภรรยาแววตาขุ่นและแฝงด้วยความรังเกียจอย่างสุดประมาณ เขากระตุกขาข้างที่โดนกอดออกอย่างแรงทำให้วรรณารีเสียจังหวะล้มกลิ้งกับพื้น

“โอ๊ย” วรรณารีอุทานด้วยความเจ็บ

“วรรณ” พีรายุหน้าเสีย แววตาตอนนี้กลับกลายเป็นเสียใจและรู้สึกผิดอย่างสุดประมาณแทน เขาทำท่าจะเข้าไปประคองภรรยา แต่โดนมือเรียวของหญิงสาวอีกคนหนึ่งรั้งเอาไว้เสียก่อน

“พีคะ” จินดาราเรียกชื่อและมองสบตาเขาด้วยแววตาดำลึกยากจะหยั่งถึง

พีรายุร่างกายกระตุกเมื่อเจอสัมผัสของจินดารา แววตาของเขาที่มองตรงไปยังวรรณารีเปลี่ยนเป็นประกายกร้าวอีกครั้ง

เขาใช้นิ้วชี้หน้าวรรณารี “ถ้าไม่ยอมบอกว่าเอาเครื่องเพชรประจำตระกูลฉันไปไว้ที่ไหน ขี้ขโมยแบบเธอก็อยู่ที่บ้านนี้ไม่ได้อีก เลือกเอาว่าจะยอมบอกหรือว่าให้ฉันไล่เธอออกไป”

วรรณารีเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ในใจตอนนี้เหมือนมีหนามแหลมนับพันมารุมข่วนจนเจ็บปวดแทบปางตาย “ฉันไม่ได้ทำ” เธอเค้นเสียงผ่านไรฟัน

พีรายุสาวเท้าเข้าหาด้วยสีหน้าถมึงทึง สายตาที่มองมายังวรรณารีนั้นแข็งกระด้างไม่หลงเหลือความรักความเสน่หาเหมือนที่เคยเป็นอีก “งั้นเธอออกจากบ้านฉันไปเดี๋ยวนี้ บ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับคนสารเลว นิสัยน่าขยะแขยงแบบเธออีก ในเมื่อไม่ยอมบอกก็ไม่เป็นไร ฉันยกให้ ถือว่าเอาไปเป็นเงินเผาศพตอนตายของเธอก็แล้วกัน ออกไป๊! ออกไปก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาลากเธอเข้าคุก”

วรรณารีเหมือนโดนสายฟ้าฟาด เธอมองเขาเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง “ทำไมคุณกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลใช้แต่อารมณ์แบบนี้ คุณเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืนได้ยังไง” หลังพูดจบเธอก็สาดสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังไปยังจินดาราที่ยืนควงแขนพีรายุและทำหน้าเย้ยหยันอยู่ด้านข้าง

“เพราะเธอใช่ไหมที่เป่าหูคุณ เธอเป็นคนเล่าเรื่องใส่ร้ายฉันแล้วคุณก็เชื่อ ทำไมคุณเป็นแบบนี้ คุณลืมความรักนับสิบปีของเราไปหมดเพียงเพราะได้นอนกับผู้หญิงคนนี้แค่ครั้งเดียว คุณโดนผู้หญิงคนนี้วางยาหรือไง”

จินดาราที่ยืนอยู่ด้านข้างมองวรรณารีตาขวาง

ฉาด! ฉาด!

พีรายุตบหน้าวรรณารีอย่างแรง “ห้ามว่าเมียฉันเสีย ๆ หาย ๆ แบบนี้”

วรรณารีที่ล้มพังพาบอยู่กับพื้นใช้มือกุมแก้มอย่างตกใจและเสียใจ นี่เป็นครั้งแรกที่พีรายุทำร้ายร่างกายเธอ

หญิงสาวโซเซลุกขึ้นยืนและมองหน้าสามีอย่างโกรธแค้น “ในเมื่อทำกันขนาดนี้ ชาตินี้อย่าได้หวังจะเจอกันอีก ฉันจะไม่มีวันอภัยให้คุณเลย”

วรรณารีวิ่งออกจากบ้านไปด้วยสภาพที่บอบช้ำทั้งกายและใจ

พีรายุทำท่ามึนงงอยู่ชั่วขณะ เขาสะบัดหน้าไปมาอยู่หลายทีเพื่อเรียกสติ กระทั่งเห็นแผ่นหลังของวรรณารีหายลับไปจากประตูรั้ว ชายหนุ่มจึงมีสีหน้าตื่นตกใจให้เห็น

เขาตะโกนเรียกเธอเสียงดังลั่น “วรรณ ผมขอโทษ กลับมาก่อน” แล้วตั้งท่าจะวิ่งตามออกไป

จินดารารีบวิ่งไปกระชากแขนของเขาไว้ “พีคะ อย่าตามไปค่ะ” เธอจิกเล็บไปที่แขนเขาจนจมลึกเข้าไปในเนื้อ

พีรายุกลับมามีสีหน้ามึนงงอีกครั้ง เขาหันมามองจินดารา จากแววตาที่มองมาคล้ายคนแปลกหน้าได้ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรักและลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น “นี่ผมเป็นอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงสับสน

“คุณคงเหนื่อยเกินไปค่ะ ไปพักกับจินในห้องดีกว่านะคะ” จินดาราเข้าไปคลอเคลีย “นอนพักเยอะ ๆ คุณจะได้หายเหนื่อย”

ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาหวานเชื่อม “ขอบใจนะที่รัก คุณดีกับผมที่สุด ผมรักคุณนะ” พีรายุใช้ทั้งสองมือลูบไล้ไปทั่วเรือนกายเย้ายวนของจินดาราอย่างลุ่มหลงจนเธอหัวเราะรื่น สองหนุ่มสาวพากันตระกองกอดเดินไปยังห้องนอนคล้ายไม่มีเหตุวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้นมาก่อน

-----

วรรณารีสะดุ้งตื่นในช่วงหัวรุ่งพร้อมกับอาการหอบถี่และเหงื่อผุดซึมเต็มตัวคล้ายกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักมาก็ไม่ปาน

หญิงสาวค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอนอย่างลำบากก่อนจะกระเถิบไปนั่งพิงกำแพงห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง

“ตื่นแล้วก็รีบลุก ตอนนี้ตีห้าแล้ว เดี๋ยวไม่ทันรถ” เสียงแหบของหญิงสูงวัยดังขึ้นที่หน้าห้อง

วรรณารีตอบกลับไปเสียงเบา “ขอล้างหน้าแปรงฟันสิบนาทีนะป้า” ว่าแล้วเธอก็เดินไปคว้าอุปกรณ์ล้างหน้าที่ใส่ขันไว้ตรงมุมห้องและเดินออกไปหลังบ้านเพื่อชำระล้างตัวเอง

สายเห็นใบหน้าซีดเผือดอย่างคนที่นอนหลับไม่สนิทของเธอก็ได้แต่ถอนหายใจยาวก่อนจะไปจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเช่นกัน

ในช่วงเวลาหกโมงเช้าเช่นนี้อาจดูเช้าตรู่สำหรับใครหลาย ๆ คน แต่ไม่ใช่สำหรับกลุ่มคนหลายสิบชีวิตที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางภูเขาขยะกองมหึมาของจังหวัดสมุทรปราการ

ผู้คนหลายสิบคนเหล่านี้ต่างสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด รวมถึงใบหน้าของตนเองที่ปิดจนเกือบมิดเหลือแค่ดวงตาเท่านั้น

พวกเขาทั้งหลายต่างถือกระสอบฟางไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือไม้แหลมสำหรับคุ้ยเขี่ยบรรดาขยะที่ทับถมกันอยู่เพื่อหาสมบัติเอาไปขายแลกเศษเงินสำหรับประทังชีวิต

“ไหวหรือเปล่าวรรณ ท้องตั้งหกเดือนแล้ว วันนี้ก็ร้อนด้วย” เสียงถามอย่างเห็นใจดังขึ้นมาจากด้านข้าง

“ไหวพี่” วรรณารีหันใบหน้าที่มีแต่เหงื่อมาตอบสมร เพื่อนร่วมอาชีพที่ใจดีคนหนึ่ง

“เหงื่อเต็มเชียว เขาบอกคนท้องจะร้อนกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ไปนั่งพักสักสิบนาทีเถอะ ให้เหงื่อแห้งก่อนแล้วค่อยมาทำต่อ วันนี้มีขยะมาลงเยอะยังไงก็ไม่มีคนแย่งไปหมดหรอก”

วรรณารีพยักหน้าน้อย ๆ เพราะรู้สึกถึงสภาพร่างกายที่เริ่มทนไม่ไหวเช่นกัน เธอหิ้วกระสอบฟางส่วนของตนขึ้นมาและปลีกตัวมานั่งพักที่ข้างพงหญ้าสูง ระหว่างนั่งพักสายตาเธอก็มองไปรอบ ๆ ภูเขาขยะที่กลายเป็นแหล่งรายได้แหล่งเดียวของเธออย่างสะท้อนใจไปด้วย

หญิงสาวมองนิ่งไปที่ภูเขาขยะเบื้องหน้า แต่ใจนั้นกลับเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน

เธอวิ่งออกจากบ้านที่เคยเป็นเรือนหอของตัวเองด้วยใจที่แตกสลาย

ระหว่างนั่งรถเมล์ไปอย่างไร้จุดหมาย สายตาก็เหลือบไปเห็นบึงขนาดใหญ่ข้างทาง เธอรีบลงจากรถและมุ่งไปที่บึงกว้างแห่งนั้นอย่างไม่ลังเล

ในเมื่อชีวิตนี้มันยากนักก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตให้ยุ่งยากอีกต่อไป!

ขณะที่ร่างกายกำลังจมมิดลงก้นบึงวรรณารีก็รู้สึกถึงแรงฉุดและกระชากร่างของเธอให้พ้นจากผิวน้ำ แม้จะดิ้นรนขัดขืนสักเพียงใดแต่ก็ไม่อาจทานแรงของคนที่ทำงานหนักมาโดยตลอดอย่างสายได้ เธอจึงโดนลากขึ้นบนบกและไปโรงพยาบาลอย่างไม่เต็มใจเลยสักนิด

แต่แล้วก็เหมือนโดนฟ้าผ่า ผลตรวจร่างกายของเธอนั้นพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว

วรรณารีเรียกร้องให้เอาเด็กออกอย่างไม่ลังเล

ฉาด!

‘เวลาสนุก เธอกับผู้ชายก็สนุกกันสองคนโดยที่เด็กมันไม่ได้ร่วมรับรู้ด้วย แล้วพอมาเวลาแบบนี้กลับผลักให้เด็กมารับกรรมในสิ่งที่พ่อกับแม่ก่อไว้ มันใช้ได้ที่ไหน สำนึกความเป็นคนมีบ้างไหม ถึงตอนนี้เด็กมันจะโตแค่ถั่วเขียวแต่มันก็คือคนคนหนึ่ง เธอจะใจยักษ์ทำลายชีวิตคนคนหนึ่งไม่ให้เกิดมาได้ลงคอเชียวหรือ’

เพราะแรงตบและคำด่าของสายในวันนั้นทำให้วรรณารีสำนึกขึ้นได้ ใช่...เธอไม่ควรให้ลูกมารับกรรมแบบนี้

“แม่ขอโทษนะลูก แม่จะเลี้ยงดูหนูให้ดีที่สุด” วรรณารีก้มลงพูดกับครรภ์อายุหกเดือนของเธอ ขณะที่ดวงตายังคงหมองเศร้าอยู่ไม่รู้คลาย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือราคาถูกของตัวเองมาเปิดดูข่าวการรับรางวัลนักธุรกิจดีเด่นของพีรายุครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยใจที่เจ็บแปลบ

“ในเมื่อคิดจะตัดใจแล้วต้องตัดให้ขาด ไม่อย่างนั้นเราเองนั่นแหละจะลำบาก” เสียงแหบพร่าของสายดังขึ้น

วรรณารีเหลียวมองสายที่เดินมานั่งอยู่ด้านข้างพร้อมกับใช้หมวกฟางโบกพัดใบหน้าเพื่อคลายร้อนให้กับตัวเองไปด้วย

สายเหลียวมามอง “นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว อะไรควรตัดก็ให้ตัด มัวแต่เอาใจไปพัวพันกับเรื่องที่ทำร้ายเรามันก็ยิ่งทำให้เราเจ็บปวดมากขึ้น” สายนิ่งไปชั่วขณะก่อนพูดต่อ “ถ้าไม่อยากโดนคนมองว่าเป็นบ้าแบบฉันก็ให้รีบตัดใจ”

“เอาเวลามาใส่ใจเรื่องใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาดีกว่า” สายปรายตามองไปยังช่วงท้องที่เริ่มนูนอย่างเห็นได้ชัดของวรรณารีก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินไปยังภูเขาขยะที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

วรรณารีใช้มือลูบท้องของเธออย่างทะนุถนอม ใช่...เธอควรตัดขาดเรื่องเก่า ๆ ออกไปให้หมดเสียที แล้วมาทุ่มเทกับห่วงที่เธอรับมาอย่างเต็มใจห่วงนี้ดีกว่า

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
99
1. กาลครั้งหนึ่ง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...เอ๊ะ??ไม่ใช่สิ แค่ไม่กี่ปีเอง ไม่นานขนาดนั้นอืม...แต่คิดอีกที ผ่านไปแค่หนึ่งวินาทีมันก็คืออดีตไม่ใช่หรือ ต้องเรียกกาลครั้งหนึ่งได้ หยวน ๆเอาล่ะ! เริ่มแล้วนะกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในยามค่ำคืน ณ คฤหาสน์หรูใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำไปทั้งหลังแบบไม่กลัวค่าไฟ แต่สภาพอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยในคฤหาสน์ตอนนี้กลับไม่ได้เย็นเหมือนสภาพแวดล้อมรอบตัวเลยสักนิด“ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น เรารู้จักกันมานานคุณก็น่าจะรู้นิสัยฉันดี ทำไมคุณเปลี่ยนไปแบบนี้คะพี เมื่อสองวันก่อนคุณยังบอกว่ารักฉันมากอยู่เลย แต่มาวันนี้กลับปรักปรำฉัน ฉันไม่ได้ทำจริง ๆ” วรรณารีที่นั่งคุกเข่าสะอื้นไห้อยู่กับพื้นได้เอื้อมมือมากอดขาสามีเอาไว้แน่นและเงยหน้าที่มีแต่คราบน้ำตามองเขาอย่างเสียใจปานจะขาดใจตายพีรายุที่ใบหน้าดำคล้ำก้มลงมองภรรยาแววตาขุ่นและแฝงด้วยความรังเกียจอย่างสุดประมาณ เขากระตุกขาข้างที่โดนกอดออกอย่างแรงทำให้วรรณารีเสียจังหวะล้มกลิ้งกับพื้น“โอ๊ย” วรรณารีอุทานด้วยความเจ็บ“วรรณ” พีรายุหน้าเสีย แววตาตอนนี้กลับกลายเป็นเสียใจและรู้สึกผิดอย่างสุดประมาณแทน เขาทำท่าจะเข้าไปประคองภรรยา
last updateDernière mise à jour : 2025-08-16
Read More
2. จิ๊ดริดที่รัก
อีกสามเดือนต่อมาช่วงกลางดึกท่ามกลางฟ้าแลบฟ้าร้องและสายฝนที่กระหน่ำมาแบบไม่ขาดสายนานนับสองชั่วโมงแล้วไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ ตรงบ้านหลังเล็กท้ายสวนผลไม้ ได้มีเสียงตวาดของสายดังลั่นอยู่ทั่วบ้าน“แม่วรรณ! เธอจะมาตายที่บ้านนี้ ฉันไม่ว่า เธอจะมาเป็นผีเฝ้าที่นี่ ฉันก็ไม่ถือ แต่เธอจะปล่อยให้ลูกไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกแบบนี้ไม่ได้ ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”...ลูก?ลูกหรือ...พูดเรื่องอะไร...ลูกใคร?ลูกแม่!ลูกแม่อยู่ไหนตอนนี้!“อึก...เฮือก...” หญิงสาวตัวสะท้านเยือกพร้อมกับหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่“ดี หายใจเข้าแรง ๆ อย่างนั้น ดี ดี หายใจลึก ๆ เธอยังมีลูกอยู่ จำเอาไว้ อย่ายอมแพ้เด็ดขาด” เสียงแหบ ๆ ของสายพูดดังขึ้นที่ปลายเท้า ผสานกับเสียงฝนตกฟ้าร้องที่ดังอย่างต่อเนื่องดั่งฟ้าถล่มวรรณารีเลื่อนสายตาที่ยังพร่ามัวไปยังที่มาของเสียง ก็เจอกับหญิงสูงวัยรูปร่างผอม ใบหน้าตอบ แววตาแข็งกระด้าง ผมเผ้ารุงรังไม่อยู่ทรง แต่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เห็นใบหน้านี้“ป้าสาย” หญิงสาวเรียกอย่างอ่อนระโหย“จ...เจ็บมาก วรรณไม่ไหวแล้ว”“อย่าพูดอะไรเรื่อยเปื่อย เธอจะยอมแพ้ไม่ได้นะวรรณ จำเอาไว้ ลูกของเธอต้องมีโอกาสเติบใหญ่ แ
last updateDernière mise à jour : 2025-08-16
Read More
3. วรรณารี 1
“หนวกหูโว้ย! ไม่เกรงอกเกรงใจกันบ้าง คนจะนอน” เสียงตวาดแหวดังมาจากข้างบ้านวรรณารีที่กำลังกล่อมลูกสาวนอนอยู่ตรงแคร่หน้าบ้านได้มองไปยังทิศที่มาของเสียงตาขวาง “ทีกินเหล้าเสียงดังลั่นกลางดึกทุกคืนฉันยังไม่เคยบ่น ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะพี่ชื่น ฉันอโหสิให้ทุกอย่างแล้ว อย่างมาหาเรื่องกันรายวันแบบนี้”“อโหสิอะไรกัน” บานชื่นตะโกนข้ามรั้ว “ต้องเป็นฉันต่างหากที่พูดคำนี้ หน็อย อุตส่าห์ช่วยให้มีงานมีการทำ ดันเนรคุณกินบนเรือนขี้บนหลังคา ทำมารยาคิดยั่วผัวฉัน”วรรณารีมือสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือด เธอใช้มือกอดรอบตัวไว้แน่นเพื่อข่มตัวเองไม่ให้คายน้ำขม ๆ ออกมา “ผู้หญิงท้องอย่างฉันนี่นะจะไปยั่วใครไหว พี่เชื่อผัวจนหน้ามืดตามัวมองไม่เห็นความจริง ถ้าวันนั้นป้าสายไม่เอาไม้ไปแพ่นกบาลผัวพี่ ฉันคงต้องตกนรกโดนไอ้ผู้ชายเลว ๆ ข่มขืนจนตายทั้งเป็น!”“นังวรรณ แกถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ แกว่าใครเลว” คนหลงสามีเท่าชีวิตไม่ยินยอมพร้อมใจ“ไอ้โชติผัวเอ็งนั่นแหละเลว” เสียงแหบอันเป็นเอกลักษณ์ของสายดังขึ้น ไม่พูดเปล่า เธอยังเดินถือมีดอีโต้ทั้งสองมือออกจากประตูรั้วและตรงรี่ไปยังประตูบ้านของบานชื่นที่อยู่ติดกันอย่างไม่ลังเลใด ๆ“อีแก่
last updateDernière mise à jour : 2025-08-16
Read More
4. วรรณารี 2
ตอนที่วรรณารีตัดสินใจกระโดดน้ำตายเมื่อหกเดือนก่อนและสายช่วยเอาไว้ได้นั้น สายได้พาเธอกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้านสองเดือนแรกที่เธอมาอยู่กับสาย เธออยู่ในสภาพหมดอาลัยตายอยาก อยากจะตายไปให้พ้น ๆ จากโลกอันเส็งเคร็งนี้ แล้วก็เป็นสายอีกนี่แหละที่ให้สติและคอยประคับประคองไม่ให้เธอคิดสั้น กระตุ้นให้เธอมีกำลังใจในการสู้ชีวิตเพื่อตัวเองและเพื่อชีวิตน้อย ๆ ที่อยู่ในท้อง เพราะแรงใจจากสายทำให้วรรณารีฮึดสู้ขึ้นอีกครั้งหลังจากพักฟื้นร่างกายและจิตใจจนแข็งแรงขึ้นมาระดับหนึ่ง วรรณารีก็ไม่คิดอยู่เฉยอีกเพราะรู้ว่ามีอีกชีวิตที่กำลังรอการเลี้ยงดูจากเธอ เธอจึงเริ่มขวนขวายมองหาตำแหน่งงานว่างตามสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในละแวกนี้แต่ความที่เป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ จึงไม่มีใครสนใจรับหญิงสาวเข้าทำงาน แล้ววรรณารีเองก็ไม่กล้าไปสมัครงานที่ไหนไกลด้วยห่วงสวัสดิภาพของลูกในท้องและกลัว...กลัวที่จะเจอผู้ชายคนนั้นอีกระหว่างนั้น วรรณารีได้สังเกตเห็นอาชีพหนึ่งซึ่งผู้คนแถวนี้นิยมทำกัน รวมถึงสายด้วย เรียกได้ว่าทำอาชีพนี้กันเกือบครึ่งซอย นั่นก็คืออาชีพเก็บของเก่าและเก็บขยะขาย แต่ละบ้านของพวกเขาเหล่านั้นจะมีข้าวของที่เก็บมากองสุมอยู่เต็ม
last updateDernière mise à jour : 2025-08-16
Read More
5. แม่แปรก
“วรรณ...อยู่บ้านใช่ไหม”“อยู่ค่ะคุณนาย” วรรณารีขานรับก่อนเปิดประตูออกมาจะว่าไปคนที่ใจดีและจริงใจกับเธอนอกจากสายแล้วก็ยังมียี่สุ่น เจ้าของสวนผลไม้ที่เธอและสายขออาศัยอยู่ด้วยนั่นเอง“ฉันเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดถึงรู้ว่าเธอคลอดลูกได้หลายวันแล้วก็เลยเอาขิงกับหัวปลีมาให้” ยี่สุ่นเอ่ยขึ้นวรรณารียกมือไหว้และยื่นมือรับของจากยี่สุ่นอย่างไม่อิดออดด้วยรู้จักนิสัยใจคอของเธอดี หากเอ่ยปากจะให้สิ่งไหนหรืออะไรกับใคร ยี่สุ่นก็ไม่ต้องการได้ยินถ้อยคำปฏิเสธใด ๆ จากอีกฝั่ง“เห็นว่าคลอดเองที่บ้านไม่ทันได้ไปโรงพยาบาล โชคดีมากนะที่ปลอดภัยด้วยกันทั้งคู่”“ค่ะคุณนาย โชคดีที่ป้าสายมาเจอพอดี ไม่อย่างนั้นวรรณกับลูกก็คงแย่เหมือนกัน” วันคลอดนั้นเธอบังเอิญหกล้มอย่างแรงจนกระเทือนถึงลูกในท้อง ประจวบกับมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ไม่สามารถหารถเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลได้ สายเลยตัดสินใจทำคลอดด้วยตัวเอง“สายเก่งเรื่องนี้อยู่แล้วนี่นะ...” ยี่สุ่นพูดทิ้งไว้เท่านั้นก็ไม่ได้สนใจขยายความต่ออีก เธอเดินเข้าไปในบ้านเพื่อไปสนทนากับสายต่อ ทิ้งให้วรรณารีนิ่วหน้ามองตามอยู่ด้านหลัง-----“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเห็นเธอสดชื่นแบบนี้ รู
last updateDernière mise à jour : 2025-08-16
Read More
6. เริ่มต้นชีวิตใหม่
วันนี้บานชื่นและโชติรู้สึกเหมือนโดนฟ้าถล่มใส่หัวกันตั้งแต่เช้าเมื่อเห็นกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่แปะอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว ซึ่งแผ่นกระดาษดังกล่าวเป็นหมายศาลที่แจ้งให้ทั้งคู่ย้ายออกจากที่ดินแห่งนี้โดยทันที“ทำไมเป็นแบบนี้วะชื่น อยู่มาหลายปีดีดักก็ไม่เห็นโผล่มา แต่พอโผล่มาก็ดันมาไล่เราออกดื้อ ๆ”บานชื่นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ต้องเป็นเพราะนังแก่นั่นแน่ ๆ มันต้องเป็นคนไปบอกเจ้าของให้ไล่เราออกไป เลวจริง ๆ”“นังแก่บ้า! นังสายบ้า! แกออกมาเดี๋ยวนี้นะ นังสาระแน แกไปบอกเจ้าของที่มาไล่พวกกูใช่ไหม” บานชื่นเดินดุ่มไปหน้าประตูรั้วของบ้านสายพร้อมกับเขย่าประตูและตะโกนเรียกเสียงลั่น“ออกมาเดี๋ยวนี้! ออกมาพูดกับฉันให้รู้เรื่อง”แต่คนที่เดินส่ายอาดมาพร้อมกับปังตอทั้งสองมือกลับเป็นวรรณารีแทน “ไม่มีความเกรงใจในสมองกันเลยหรือ โหวกเหวกโวยวายรบกวนชาวบ้านเค้าแบบนี้”“ฉันไม่ต้องการพูดกับแก เรียกนังสายบ้าออกมา”“ห้ามเรียกป้าสายแบบนั้น ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ” วรรณารีตาเขียวปั้ด“เพราะแกใช่ไหม นังสายมันถึงวางแผนเล่นงานฉันกับผัวแบบนี้ คงคิดแก้แค้นแทนแกแน่ ๆ แกนี่ร้ายกาจไม่เบานะ นอกจากคิดจะแอ้มผัวฉันแล้วยังจะปั่นหัวอีแก่บ้านั่นมาเ
last updateDernière mise à jour : 2025-08-18
Read More
7. นางฟ้านำโชค 1
“ร้อนมากไหมลูก แม่เอาร่มบังแสงให้นะ” วรรณารีก้มลงพูดกับลูกสาวที่กำลังนอนอยู่ในรถซาเล้งพร้อมกับกางร่มคันโตให้เพื่อป้องกันเด็กน้อยให้พ้นจากแสงแดดยามสายที่รักวัยสามเดือนส่งยิ้มให้แม่อย่างน่าเอ็นดู อากาศร้อนไม่ได้สร้างความหงุดหงิดให้เด็กน้อยแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เด็กหญิงกลับนอนสอดส่ายสายตาไปโดยรอบเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างสนอกสนใจเป็นที่ยิ่ง“วันนี้แดดร้อนไปหน่อย แม่ไม่น่าพาลูกออกมาเลย” วรรณารียังคงบ่นพึมพำไม่หยุดวันนี้เป็นครั้งแรกที่วรรณารีพาลูกสาวออกมาตระเวนเก็บของเก่าด้วยเนื่องจากสายออกไปทำธุระข้างนอก ตอนแรกหญิงสาวไม่คิดจะออกมาในวันนี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไร ที่รักซึ่งเป็นเด็กที่ไม่ชอบร้องไห้กลับร้องไห้โวยวายจนหน้าตาแดงก่ำคนเป็นแม่จึงลองนำลูกไปวางในรถซาเล้งที่ใช้รับซื้อของเก่าแล้วเข็นเล่นไปรอบ ๆ บริเวณบ้าน น่าประหลาด ทันทีที่เริ่มเข็นรถ ที่รักก็หยุดร้องไห้เหมือนปิดสวิตช์ ไม่เท่านั้นยังหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจเป็นอันมาก ระหว่างนั้น นิ้วน้อย ๆ ของเธอก็ชี้ไปทางประตูรั้วไม่หยุด ยิ่งวรรณารีเข็นรถออกไปไกลจากบ้านเท่าไร เสียงหัวเราะของเด็กหญิงก็ยิ่งดังขึ้นเท่านั้น ดวงตาดำขลับของเธอเปล่
last updateDernière mise à jour : 2025-08-19
Read More
8. นางฟ้านำโชค 2
“อา...อา...” ที่รักส่งเสียงออกมาพร้อมกับชี้นิ้วน้อย ๆ ของเธอไปตรงทางแยกด้านขวามือหลังแยกจากสมร วรรณารีได้เข็นซาเล้งเลี้ยวไปทางซอยด้านซ้ายเพื่อกลับบ้าน แต่ไม่นึกเลยว่าลูกสาวเธอจะส่งเสียงประท้วงและชี้นิ้วไปยังทิศตรงกันข้ามแทนวรรณารียิ้มและมองลูกอย่างขบขันในความรู้มากของเธอ “วันนี้เราออกมานานแล้วนะลูก ใกล้เที่ยงแล้ว ตะวันแรง แม่ว่าเรากลับบ้านกันดีกว่า แม่กลัวหนูจะไม่สบายเอา”“อืออ...” เด็กหญิงยังคงชี้นิ้วไปอย่างขัดขืน รอบดวงตาเริ่มแดงและมีน้ำเปียก ๆ เอ่อขึ้นมาแบบปริ่ม ๆ เรียกได้ว่าหากโดนขัดใจเพิ่มอีกเพียงนิดเด็กหญิงก็พร้อมจะแผดเสียงและน้ำตาร่วงเผาะออกมาได้ในทันที“เอาล่ะ แม่จะพาหนูเดินเล่นอีกหน่อยก็ได้ แต่อีกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะ หลังจากนั้นเราต้องกลับบ้านกันทันที ตกลงไหม” วรรณารีพูดเหมือนกำลังคุยกับเด็กที่รู้ความแล้ว“อะ...” แต่เด็กหญิงกลับตอบตกลงเหมือนฟังเข้าใจเสียอย่างนั้นทำเอาคนเป็นแม่อดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้“อูว...อู...” ทันใดนั้นเอง ที่รักที่นอนเอียงหน้ามองลอดซี่กรงของรถซาเล้งมาตลอดทางก็ส่งเสียงออกมาดัง ๆ พร้อมชี้มือ
last updateDernière mise à jour : 2025-08-20
Read More
9. นางฟ้านำโชค 3
“ดูเหมือนจิ๊ดริดอยากจะไปที่แผงลอตเตอรี่แผงนั้นนะ” สายสะกิดวรรณารีเมื่อเห็นท่าทางแปลก ๆ ของที่รักวรรณารีจากที่กำลังให้ความสนใจกับของสดในตลาดได้ก้มลงมองลูกสาว วันนี้เป็นวันจ่ายตลาดประจำสัปดาห์ ซึ่งเธอออกมาจับจ่ายอาหารสดและแห้งที่ตลาดสดใกล้บ้านในทุกวันอาทิตย์ โดยปกติหญิงสาวมักจะออกมาเพียงลำพัง แต่วันนี้ที่รักกลับงอแงเหมือนจะอยากออกมาด้วย เมื่อเห็นแบบนี้ สายจึงถือโอกาสตามมาเปิดหูเปิดตาด้วยอีกคน“ตรงโน้นไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยลูก เรารีบเดินไปซื้อของที่ตลาดแล้วรีบกลับกันดีกว่า ใกล้เวลากินนมของหนูแล้ว”“อ๊ะ...” ที่รักไม่สนใจ นิ้วป้อม ๆ ของเธอยังคงชี้ไปที่แผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลแผงนั้นอย่างไม่ยอมแพ้“หรือจะมีอะไร ลองไปดูไหม” สายที่ตอนนี้เริ่มใจอ่อนในทุกสิ่ง ตราบใดที่เป็นความต้องการของเด็กหญิงตัวอ้วนตาเม็ดก๋วยจี๊คนนี้ คนที่สถาปนาตัวเองเป็นยายแบบเธอก็ไม่เคยคิดจะขัดใจวรรณารีก้มหน้ามองลูกแล้วก็ทำแววตาแปลก ๆ เพราะท่าทางของเด็กน้อยในวันนี้คล้ายกับเมื่อวานที่ได้ของฟรีไม่มีผิด เมื่อคิดได้เช่นนั้น เ
last updateDernière mise à jour : 2025-08-21
Read More
10. แรกเจอหน้าของเด็ก ๆ
“ผึ้ง ช้าง ไหว้สวัสดียายสายกับน้าวรรณสิ อีกหน่อยต้องได้เจอกันบ่อย”เด็กหญิงชายท่าทางแก่นแก้วทั้งสองยกมือไหว้อย่างว่าง่าย“นี่หลานของฉันเอง คนโตชื่อผึ้ง อายุห้าขวบ ส่วนคนเล็กชื่อช้าง อายุสามขวบ” น้ำเสียงของยี่สุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันแรกที่ครอบครัวลูกสาวย้ายมาอยู่ที่บ้านสวนกับเธอ กอปรกับที่สายและวรรณารีไม่ได้ออกไปไหนในช่วงนี้เพราะต้องอยู่เฝ้าการก่อสร้างบ้านและร้านที่ตอนนี้เสร็จไปแล้วกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เมื่อเห็นโอกาสดี ยี่สุ่นจึงไม่ลืมที่จะพาหลานทั้งสองคนมาที่บ้านท้ายสวนเพื่อทำความรู้จักกันไว้“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะผึ้ง ช้าง วันไหนเบื่อก็มานั่งเล่นกับหนูจิ๊ดริดของน้าได้ แล้วน้าจะทำขนมอร่อย ๆ ให้กิน” วรรณารีพูดแทนสายที่เอาแต่นั่งมองเด็กทั้งสองอย่างเงียบ ๆอลิสราและคชาภัทรแม้จะรู้สึกเกรงกลัวสายตาของสายอยู่บ้าง แต่ด้วยบุคลิกไม่กลัวใครเป็นทุนเดิม ทั้งคู่ก็อดสอดส่ายสายตามองไปทั่วอย่างสนอกสนใจไม่ได้ กระทั่งมาหยุดอยู่ที่เด็กหญิงวัยห้าเดือนในอ้อมแขนของวรรณารี ตัวเด็กหญิงเองก็กำลังจ้องมองสองพี่
last updateDernière mise à jour : 2025-08-22
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status