แชร์

7. นางฟ้านำโชค 1

ผู้เขียน: ฉันรัก
last update วันที่เผยแพร่: 2025-08-19 11:33:32

“ร้อนมากไหมลูก แม่เอาร่มบังแสงให้นะ” วรรณารีก้มลงพูดกับลูกสาวที่กำลังนอนอยู่ในรถซาเล้งพร้อมกับกางร่มคันโตให้เพื่อป้องกันเด็กน้อยให้พ้นจากแสงแดดยามสาย

ที่รักวัยสามเดือนส่งยิ้มให้แม่อย่างน่าเอ็นดู อากาศร้อนไม่ได้สร้างความหงุดหงิดให้เด็กน้อยแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เด็กหญิงกลับนอนสอดส่ายสายตาไปโดยรอบเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างสนอกสนใจเป็นที่ยิ่ง

“วันนี้แดดร้อนไปหน่อย แม่ไม่น่าพาลูกออกมาเลย” วรรณารียังคงบ่นพึมพำไม่หยุด

วันนี้เป็นครั้งแรกที่วรรณารีพาลูกสาวออกมาตระเวนเก็บของเก่าด้วยเนื่องจากสายออกไปทำธุระข้างนอก ตอนแรกหญิงสาวไม่คิดจะออกมาในวันนี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไร ที่รักซึ่งเป็นเด็กที่ไม่ชอบร้องไห้กลับร้องไห้โวยวายจนหน้าตาแดงก่ำ

คนเป็นแม่จึงลองนำลูกไปวางในรถซาเล้งที่ใช้รับซื้อของเก่าแล้วเข็นเล่นไปรอบ ๆ บริเวณบ้าน น่าประหลาด ทันทีที่เริ่มเข็นรถ ที่รักก็หยุดร้องไห้เหมือนปิดสวิตช์ ไม่เท่านั้นยังหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจเป็นอันมาก ระหว่างนั้น นิ้วน้อย ๆ ของเธอก็ชี้ไปทางประตูรั้วไม่หยุด ยิ่งวรรณารีเข็นรถออกไปไกลจากบ้านเท่าไร เสียงหัวเราะของเด็กหญิงก็ยิ่งดังขึ้นเท่านั้น ดวงตาดำขลับของเธอเปล่งประกายระยิบระยับอย่างชอบใจจนวรรณารีไม่อาจใจแข็งเลี้ยวซาเล้งกลับบ้านได้ จึงลองเข็นพาเดินมาไกลออกไปเรื่อย ๆ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเธอจึงเปิดเสียงจากโทรโข่งที่ติดอยู่กับซาเล้งคอยประกาศรับซื้อของอยู่เป็นระยะ

ตอนนี้วรรณารีเน้นประกาศรับซื้อมากกว่าไปคุ้ยตามข้างทางหรือไปที่ภูเขาขยะในจังหวัดข้างเคียงเนื่องจากลูกยังเล็ก เธอกลัวว่าจะนำเชื้อโรคต่าง ๆ มาติดลูกได้ บวกกับที่เก็บเงินมาได้ก้อนหนึ่งแล้ว เธอจึงใช้วิธีลงประกาศรับซื้อของเก่าตามโลกโซเชียล ซึ่งได้ผลตอบรับดีพอควร หากวันไหนไม่มีใครโทรติดต่อมาเธอก็อาศัยเดินประกาศรับซื้อตามชุมชนละแวกใกล้เคียงแทน

“กระดาษนี่เพิ่มเป็นสามบาทไม่ได้หรือวรรณ” ลูกค้ารายแรกของวันนี้เอ่ยต่อรองราคาขึ้นมา

“ไม่ได้จริง ๆ ป้าแจ๋ว เอาตามตรงเลยคือฉันก็ต้องไปขายที่หน้าโกดังโลละสามบาทเหมือนกัน ที่ฉันให้ป้าโลละสองบาทห้าสิบนี่ก็นับว่าเยอะแล้วนะ ฉันเอากำไรแค่โลละห้าสิบสตางค์เท่านั้น”

“ฉันให้ป้าแจ๋วโลละสามบาทห้าสิบ” เสียงตะโกนแทรกมาจากด้านหลังทำให้วรรณารีเหลียวไปมองอย่างไม่พอใจ

“จริงหรือวะบานชื่น ขายเลย ฉันขายให้” เมื่อได้ราคาที่ดีกว่าแจ๋วก็ไม่มีความลังเลใด ๆ

“คราวหน้าป้ามีอะไรก็ขายกับพวกฉันผัวเมีย อย่าไปขายกับพวกกดราคาอีก” โชติที่มาด้วยกันเอ่ยปากบอกออกไปพร้อมกับมองวรรณารีอย่างแค้นเคือง ปราศจากแววตาลวนลามเหมือนเช่นเคย

แม้จะไม่เห็นสายตาน่าขยะแขยงนั้นอีก แต่วรรณารีก็ไม่รีรอที่จะหันไปคว้าปังตอเล่มใหญ่อาวุธคู่กายขึ้นมา

“น...นังวรรณ ถ...ถ้าแกทำร้ายข้าได้เลือด ข้าจะแจ้งตำรวจจับแกเข้าคุกเสียให้เข็ด” โชติปากคอสั่นและก้าวไปหลบข้างหลังบานชื่นอย่างขลาดกลัว

“ฉันก็แค่เอามาดูว่ามันทื่อไหมจะได้ให้เขาลับคมก่อนเข้าบ้าน หากเจอหมาตัวไหนมาเห่าหอนใกล้ ๆ จะได้กุดหัวมันหลุดได้ง่าย” น้ำเสียงของวรรณารีฟังดูน่าขนลุกเป็นพิเศษสำหรับสองสามีภรรยา นับตั้งแต่เจอเหตุการณ์เลวร้ายเมื่อหลายเดือนก่อน บุคลิกของวรรณารีได้เริ่มเปลี่ยนไป ดูสู้คนและดูเข้มแข็งแบบชั่วข้ามวัน ยิ่งหลังจากคลอดที่รักออกมาด้วยแล้ว วรรณารีก็ยิ่งดูแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

“น่ากลัวจะบ้าตามนังสายนั่นไปแล้ว” บานชื่นเอ่ยเสียงหยัน ตอนนี้สำหรับเธอแล้ว สายและวรรณารีคือศัตรูตัวฉกาจ เพราะทั้งคู่เป็นสาเหตุทำให้เธอและสามีต้องย้ายออกจากที่ดินผืนนั้น แล้วที่น่าเจ็บใจไปกว่านั้นก็คือสายและวรรณารีกลับเป็นฝ่ายครอบครองที่ดินผืนนั้นแทนตัวเองอีก เรื่องนี้ทำเอาบานชื่นนอนไม่หลับไปหลายคืนอย่างแค้นใจ

“อยากรู้ว่าเหมือนหรือเปล่าก็เข้ามา” วรรณารีพูดเสียงเหี้ยมพร้อมเงื้อง่าปังตอขึ้นสูงท่ามกลางเสียงหวีดเล็ก ๆ ของผู้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

“ว...ว่ายังไงป้าแจ๋ว จะขายให้ฉันไหมโลละสามบาทห้าสิบ” บานชื่นหันไปเร่งเอาคำตอบพร้อมกับมือที่ยกคลุมศีรษะของตัวเองไปด้วย

“ข...”

“ฉันให้ป้าแจ๋วโลละสี่บาทห้าสิบ” วรรณารีรีบยื่นข้อเสนอก่อนที่แจ๋วจะทันตกปากรับคำ ระหว่างนั้นก็จ้องเขม็งไปยังบานชื่นด้วยแววตาเย็นเยียบ

“งั้นขายให้เอ็ง” แจ๋วทำตาพองโตอย่างดีใจคล้ายกับเจอโชคใหญ่หล่นทับแบบไม่ทันตั้งตัว

บานชื่นกัดฟันมองอย่างแค้นเคือง “งั้นฉันให้ห้า...ไม่สิ ให้โลละหกบาทไปเลย” ให้มันรู้ไปว่าใครจะชนะ

วรรณารีกระตุกมุมปาก “งั้นป้าแจ๋วขายให้เขาไปเถอะ หกบาทฉันสู้ราคาไม่ไหว” หญิงสาวเอ่ยยอมแพ้และเข็นซาเล้งออกจากบ้านของแจ๋วไปโดยที่สีหน้าไม่ได้รู้สึกเสียดายหรือเคืองแค้นแต่อย่างใด

“ทำไมถึงยอมแพ้ง่าย ๆ ล่ะ” สมร เพื่อนร่วมอาชีพที่บังเอิญยืนดูเหตุการณ์อยู่ตรงรั้วบ้านได้ถามขึ้นมาตอนวรรณารีเดินผ่าน

วรรณารีแย้มปากน้อย ๆ “ปล่อยให้เขาได้ไปในราคาหกบาทนั่นแหละสะใจดี กระดาษเยอะและหนักขนาดนั้นไม่รู้ต้องจ่ายไปกี่บาท ขาดทุนหนักแน่”

สมรนึกถึงราคารับซื้อกระดาษในตอนนี้ก็ร้องอ๋อขึ้นมา “นั่นสินะ ตอนนี้ราคารับซื้อหน้าโกดังก็แค่สามบาทเท่านั้น ไม่รู้ชาติไหนจะขึ้นไปถึงหกบาท สะใจแท้ ๆ” สมรที่ไม่ใคร่ญาติดีกับบานชื่นมาตั้งแต่ต้นหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ว่าแต่เห็นอ่อน ๆ แบบนี้บทจะสู้ก็สู้ได้ไม่เบานะ”

“ฉันไม่มีใครคอยช่วยนี่พี่ แล้วมีลูกเล็กอีก ไม่อยากเข้มแข็งก็ทำไม่ได้แล้ว”

“พี่ชอบนะคนแบบวรรณ คราวหน้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก พี่กับอุไรยินดีช่วยเต็มที่” สมรเอ่ยถึงอุไร น้องสาวที่ทำอาชีพเดียวกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิ๊ดริดที่รัก   99. บทอวสาน

    “ลุงพงศ์ ป้าลี ยายยี่สุ่น สวัสดีค่า” ที่รักทักทายเสียงดังตั้งแต่ยังไม่เข้าประตูรั้วพร้อมกับเสียงปั่นของจักรยานขึ้นสนิมคันโปรดดังเอี๊ยดอ๊าด“เข้ามาสิลูก มากินข้าวด้วยกัน” วนาลีร้องทักออกมา“จิ๊ดริดไม่กิน แต่จิ๊ดริดจะมาตักข้าวให้ทุกคน” ที่รักผู้ซึ่งรู้เวลากินข้าวของบ้านนี้ดีเหมือนบ้านของตัวเองเดินเข้ามาในบ้านอย่างเหนียมอายสมาชิกในบ้านทั้งสามคนต่างเหลียวมองกันอย่างข้องใจเมื่อเห็นท่าทีขมีขมันของที่รักยามตักข้าวใส่จานให้พวกเขาอยู่“เสียดายจังที่ช้างไม่อยู่ ไม่งั้นคงดีใจแน่ที่จิ๊ดริดตักข้าวให้แบบนี้” วนาลีโปรยยาหอม“จิ๊ดริดรู้ พี่ช้างไปทำงานที่มหา’ลัย พี่ผึ้งไปดูหนังกับพี่หนึ่ง”เมื่อตักข้าวเสร็จเธอก็เดินไปวางจานข้าวที่ตรงหน้าทั้งสามคนอย่างนิ่มนวล“กินข้าวให้อร่อยนะคะ จิ๊ดริดกลับแล้ว”“ไม่กินด้วยกันหรือลูก มีซี่โครงหมูย่างที่จิ๊ดริดชอบด้วยนะ” ยี่สุ่นรั้งเอาไว้ที่รักตาแลมองซี่โครงย่างสีน้ำตาลฉ่ำที่อยู่ด้านหน้าแล้วกลืนน้ำลายดังเอื้อก แต่น่าแปลกที่คราวนี้เด็กสาวใจแข็งกว่าที่คิด“ไม่กินค่ะ จิ๊ดริดตั้งใจมา

  • จิ๊ดริดที่รัก   98. ความรักของจิ๊ดริด

    “จิ๊ดริดมาได้ยังไง แล้วเป็นอะไร ใครทำให้เจ็บ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเดือดร้อนที่รักชี้ไปที่เมธาวินอย่างไม่ลังเล คชาภัทรใช้สายตาพิฆาตมองไปยังตัวต้นเหตุในทันที ทำเอาคนถูกมองถึงกับทำอะไรไม่ถูก“นายรังแกอะไรจิ๊ดริด”“ยัยพลังช้างเนี่ยนะใครจะไปรังแกได้” เมธาวินเอ่ยอย่างร้อนตัวที่รักปล่อยโฮออกมาเสียงดัง “เมฆว่าจิ๊ดริดตัวเหมือนช้าง”“เฮ้ย!” เมธาวินสะดุ้งสุดตัวกับข้อกล่าวหานี้ วันนั้นนอกจากได้รับสายตาคาดโทษไปจนตลอดชีวิตจากคชาภัทรแล้ว ยังได้รอยหยิกกลับบ้านไปด้วย จะจากใครที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่เนเน่ที่หยิกเขาจนลายพร้อยเนื่องจากไปแกล้งเพื่อนรักของเธอนั่นเองหลังจากกลับถึงบ้าน ที่รักยังคงอารมณ์ค้างนั่งหน้าบูดอยู่ตรงสวนหลังบ้าน พื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวของเธอและพี่ ๆ ตั้งแต่เมื่อยังเด็ก โดยมีคชาภัทรนั่งยิ้ม ๆ มองอยู่ในมือของที่รักยังคงถือสายวัดไว้ เธอไล่วัดขนาดหลายส่วนในร่างกายทั้งแขนขาและเอว สีหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อเห็นตัวเลขที่วัดได้“จิ๊ดริดอ้วน” ใบหน้าเธอหงิกจนไม่อาจหงิกเพิ่มได้อีกคชาภัทรลอบยิ้

  • จิ๊ดริดที่รัก   97. จิ๊ดริดเป็นสาวแล้ว

    “ลูกเป็นคนจิตใจดีมาก ขอบคุณนะวรรณ คุณเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆ” พีรายุเอ่ยกับเธอหลังกลับมาจากส่งนิดาแล้ววรรณารีหันมายิ้มให้สามี “จิ๊ดริดแกเป็นเด็กจิตใจดีตั้งแต่เกิดค่ะ ถ้าไม่ได้แก ชีวิตฉันอาจไม่รอดมาจนถึงตอนนี้ก็ได้”พีรายุรู้สึกผิดในใจ เขาเอื้อมมือไปสวมกอดเธอ “ผมขอโทษนะวรรณ เพราะผมคนเดียวทำให้คุณลำบากมาตั้งหลายปี”“พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณเป็นแบบนั้นเพราะฤทธิ์ยา ฉันโกรธคุณไม่ลงหรอก” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“แต่คราวก่อนคุณไม่คิดแบบนี้นะ คุณยังว่าผมไม่ได้รักคุณจริงอยู่เลย บอกผมหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจให้โอกาสผม”วรรณารีใช้มือลูบใบหน้าคมของเขาจนทั่วพร้อมเผยยิ้มหวาน “เพราะคุณเอาชนะยามหาโลกาได้ด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องพึ่งพลังวิเศษของจิ๊ดริด ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันได้รับรู้ว่าคุณรักและมั่นคงต่อฉันจริง”ชายหนุ่มสวมกอดภรรยาเอาไว้แน่น “ผมก็ขอบคุณคุณเหมือนกันที่เข้าใจและเปิดโอกาสให้ผม ผมรักคุณนะครับ”“แล้วหนูล่ะ ไม่รักหนูเหรอ” ที่รักที่เดินมาหาทั้งคู่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ทวงถามหน้ามุ่ยคนเป็นพ่อและแม่หัวเราะร่วน

  • จิ๊ดริดที่รัก   96. ไปหาพ่อที่ทำงาน

    เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในวันต่อมา พีรายุได้มุ่งหน้าเข้าบริษัทในทันทีเพื่อสะสางปัญหาที่จินดาราสร้างไว้ทั้งเรื่องที่ร่วมมือกับเสี่ยทรงยศและจัดการพนักงานที่เป็นคนของจินดาราเพราะปัญหาสะสมมาหลายปี ทำให้พีรายุแทบจะกินนอนอยู่ที่บริษัทไม่กลับมาให้สองแม่ลูกเห็นหน้านานนับสัปดาห์ ทำเอาทั้งวรรณารีและที่รักต่างชะเง้อหาแววตาหมองไปตาม ๆ กัน“จิ๊ดริดคิดถึงพ่อ” เช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ที่รักกำลังละเลียดกินข้าวผัดอยู่ได้เอ่ยขึ้นเสียงอ่อยวรรณารีมองลูกอย่างเห็นใจ ในใจเธอนั้นยอมรับเช่นกันว่ารู้สึกไม่ต่างจากลูกนัก นี่ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่พีรายุไม่ได้มาหาเธอและลูก มันยิ่งทำให้ความอึดอัดและความกังวลภายในใจมีมากขึ้นสายมองสองแม่ลูกที่นั่งซึมกะทืออยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “คิดถึงก็ไปหาสิ บริษัทนั้นก็อยู่ไม่ไกลนี่”ที่รักตาเป็นประกายขึ้นมา “จิ๊ดริดไปหาพ่อได้ไหมแม่จ๋า” เธอถามวรรณารีอย่างตื่นเต้น“ได้สิ เตรียมของกินไปให้พ่อด้วยดีไหม พ่อคงไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาหลายวันแล้ว” หากเป็นเมื่อก่อนวรรณารีไม

  • จิ๊ดริดที่รัก   95. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 2

    วรรณารีรีบเดินเข้ามาหาลูก “คุณพ่อหายแล้ว พ่อจำทุกคนได้แล้ว” เธอบอกลูกอย่างดีใจ“เอ๋?” ที่รักอุทานออกมาและมองตรงไปยังพีรายุอย่างงุนงงพีรายุส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกและกางแขนกว้างขึ้น “จิ๊ดริดมาให้พ่อกอดหน่อยสิลูก พ่อคิดถึงลูกจัง”“เอ๊ะ?” ที่รักยังงุนงงอยู่ เธอมองแก้วฉี่ในมืออย่างสับสน “แล้วฉี่”“พ่อไม่ต้องใช้ฉี่แล้ว” วรรณารีเอ่ยยืนยันกับเธอ “จิ๊ดริดไปเก็บกระเป๋าก่อนลูก แม่จะไปบอกตำรวจข้างนอก เราจะได้พาคุณพ่อไปโรงพยาบาลด้วยกัน” วรรณารีบอกลูกก่อนเดินออกไปนอกห้องด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน“อ๋า?” ที่รักยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่ฉี่ของตัวเองอย่างผิดหวัง เธอดีใจนะที่พ่อหายเป็นปกติ แต่ทำไมไม่เป็นปกติด้วยฉี่ของเธอล่ะ อารมณ์ของเธอตอนนี้ทั้งผิดหวังและดีใจผสมปนเปกันไปหมด แต่ที่แน่ ๆ รู้สึกพ่ายแพ้ยังไงก็ไม่รู้“โอว๋?” เธอชูแก้วใส่น้ำสีอำพันของตัวเองขึ้นสูงดูราวกับเทพีเสรีภาพก็ไม่ปาน แต่เป็นเทพีเสรีภาพที่ค่อนข้างอ้วนและทำใบหน้ายับย่นมากเป็นพิเศษ-----“เป็นยังไงบ้าง”

  • จิ๊ดริดที่รัก   94. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 1

    “ซี้ด...” จินดาราลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกถึงความโคลงเคลงของพื้นที่นอนอยู่ ร่างกายเธอในตอนนี้สัมผัสถึงความปวดร้าวไปทั้งร่าง“โอ๊ย” โดยเฉพาะช่วงลำคอของเธอที่ดูคล้ายจะหลุดออกมาเป็นท่อน ๆ เสียให้ได้“อย่าขยับ กระดูกคอคุณร้าว ขยับอีกนิดมีสิทธิ์ตายได้” เสียงแหบห้าวดังอยู่ข้างลำตัว เมื่อแลตามองก็พบว่าเป็นชายแปลกหน้าวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่สำคัญผู้ชายคนนี้อยู่ในชุดตำรวจแบบเต็มยศสีหน้าของจินดาราเผยถึงความตระหนกแบบสุดขีด เธอถอนสายตาจากตำรวจผู้นั้นแล้วกลอกตามองไปรอบตัวก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเปลพยาบาล มีกู้ภัยสองคนช่วยกันยกหัวท้าย ทั้งคู่กำลังช่วยกันพาเธอไปยังรถพยาบาลที่จอดรออยู่หน้าบ้านประกายตาของจินดาราเปลี่ยนเป็นเหี้ยมขึ้นมาเมื่อเห็นวรรณารีเดินอยู่ไม่ห่างจากนายตำรวจที่พูดเตือนเธอเมื่อครู่“นังวรรณ แกทำอะไรกับฉัน แกเรียกตำรวจมาใช่ไหม” จินดาราถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหมดแรงวรรณารีเผยยิ้มหยัน “ในเมื่อมีเหตุฆ่ากันตายในบ้าน แจ้งตำรวจก็ถูกแล้ว”“แกอย่าใส่ความ ถ้ามีจริงฉันต้องรู้เรื่องสิ แกแกล้งหาเรื่องฉันใช่ไหม”

  • จิ๊ดริดที่รัก   62. จิ๊ดริดอยากกินอึ่งไข่ 2

    “จิ๊ดริด ตรงคูน้ำน่าจะลึกนะ อย่าเดินเข้าไป” เมื่อเห็นว่าที่รักกำลังจะก้าวลงไปในคูน้ำข้างที่นา พีรายุรีบเอ่ยห้าม“มีอึ่งตัวใหญ่ตั้งห้าตัวอยู่ตรงนั้น จิ๊ดริดอยากได้” แม้จะมีอึ่งอยู่เต็มกระเป๋าที่เคยเป็นสีชมพูเมื่อไม่นานมานี้ แต่พวกมันไม่ตัวโตเท่าอึ่งท

  • จิ๊ดริดที่รัก   52. ขอไปส่งลูกที่โรงเรียน 2

    “สวัสดีครับ/ค่ะ น้าวรรณ เอ๋?” อลิสราและคชาภัทรที่ยกมือไหว้ทักทายวรรณารีถึงกับทำหน้างุนงงเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้านั่งอยู่ด้านหน้ารถด้วย“พี่ช้าง พี่ผึ้ง เร็วเข้าเดี๋ยวสาย” ที่รักเร่งยิกอยู่ตอนหลังของรถอเนกประสงค์เจ็ดที่นั่งซึ่งวรรณารีเพิ่งถอยมาใหม่เมื

  • จิ๊ดริดที่รัก   51. ขอไปส่งลูกที่โรงเรียน 1

    พีรายุลืมตาขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันเพราะเสียงรบกวนจากนกสารพัดชนิดที่ลอยมาเข้าหู ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด กำลังจะตะโกนเรียกคนงานในบ้านให้ไล่นกพวกนั้นไปให้พ้น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสุขใจอย่างที่สุด ตอนนี

  • จิ๊ดริดที่รัก   50. ผมขออยู่ด้วยคน

    ไวพจน์เบิกตากว้างมองพีรายุคล้ายไม่เชื่อหู เพราะที่ผ่านมาหลายปี ทุกคนรวมทั้งเขาย่อมมองออกว่าพีรายุรักและหลงจินดารามากขนาดไหน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น“ท่านแน่ใจหรือครับ”พีรายุผงกศีรษะรับด้วยสีหน้าจริงจัง “ผมไม่ไว้ใจจินดารา เลยอยากรู้ความเคลื่อนไหวของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status