Masukเช้าวันรุ่งขึ้น
โรสพาป้าโซเฟียไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ให้หลังอีกสามวันป้าของเธอจะเข้าบำบัดเคมีและปลูกถ่ายไขกระดูกซึ่งการปลูกถ่ายไขกระดูกนั้นป้าของเธอยังต้องรอจากทางแพทย์เก็บกระดูกจากของป้าเธอเพื่อแยกเซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์เม็ดเลือดขาว อาจจะใช่เวลาถึงสี่หรือห้าวัน ภายในห้องพักคนป่วย โซเฟียนอนอยู่บนเตียงสีขาวในขณะที่โรสยืนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลังจากที่พยาบาลนั้นเดินออกไป หญิงสาวจึงหันมายิ้มให้ “โรส ความจริงแล้ว...” “ไม่ว่ายังไงป้าจะต้องหายนะคะ” เธอพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือของผู้เป็นป้า “ป้าคะ ระหว่างที่ป้ารักษาตัว หนูจะไปทำงานที่เมืองนอกค่ะ” “หมายความว่ายังไง โรส...บอกป้ามาสิ ทำไมต้องไปทำงาน ไกลขนาดนั้นด้วย แล้วที่ไหน ? เพราะป้าใช่ไหม เพราะป้าทำให้หลานต้องลำบากใช่ไหม” นางโซเฟียพูดขึ้นมองสีหน้าของหลานสาวด้วยความไม่สบายใจ “ไม่ค่ะ ไม่เกี่ยวกับป้า หนูก็แค่อยากลองหางานที่มั่นคงทำเท่านั้นค่ะ ป้าไม่ต้องห่วงหนูนะคะ”หญิงสาวพูดเพื่อให้ผู้เป็นป้าสบายใจ “โรส ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น ป้าไม่อยากให้เราต้องลำบาก...” “ป้าคะ หนูจะดูแลตัวเองค่ะ ป้าอยู่ที่โรงพยาบาลต้องดูแลตัวเองมาก ๆ นะคะ หนูอาจจะต้องเดินทางเร็ว ๆ นี้ค่ะ” โรสพูดกับโซเฟีย เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานที่อิตาลีระหว่างที่ป้าของเธอรักษาตัวที่โรงพยาบาล ที่นั่นคงจะทำให้เธอมีเงินเก็บมากพอหลังจากที่ป้าเธอออกจากโรงพยาบาล “โรส...” นางโซเฟียมองใบหน้าของหลานสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องให้โรสทำงานเพิ่มมากกว่าเดิมและยังต้องไปในที่ไกล ๆ “หนูรักป้านะคะ” โซเฟียยิ้มรับออกมา เธอรักหลานสาวเหมือนลูกแท้ ๆ แม้ว่าน้องสาวของเธอจะฝากฝังให้ดูแลก่อนจากไปก็ตาม “ป้าคะ หนูไปทำงานที่นั่นไม่รู้ว่ากี่เดือนจะกลับมา ป้าต้อง ดูแลตัวเองนะคะ” “โรสก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ” “ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะป้า” โรสพูดพร้อมกับมองครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป เธอเดินออกจากโรงพยาบาลเพื่อนั่งรถไปหาชายหนุ่มที่โรงแรม หลังจากที่เมื่อเช้าเขา ส่งข้อความมาหาให้ไปพบอีกครั้งหนึ่งคงเป็นเพราะเมื่อวานยังคุยเรื่องงานยังไม่เสร็จ / / / / / เกือบบ่ายอันโตนีโอนั่งรออยู่ภายในห้องของโรงแรม หลังจากที่เขาเลื่อนเที่ยวบินวันนี้จากตอนเช้ามาเป็นตอนเย็นแทน เพราะต้องคุยรายละเอียดที่ค้างไว้กับเธออีกในบางเรื่อง จริง ๆ เขาก็อยากมั่นใจว่า เธอจะไม่มาเปลี่ยนใจก็เท่านั้น... มาเฟียหนุ่มนั่งรออยู่ที่โซฟาหรูพร้อมกับหนังสือพิมพ์รายวันหนึ่งฉบับเปิดอ่านเป็นฆ่าเวลา ไม่นานเขาก็ปิดหน้าหนังสือพิมพ์พร้อมกับวางลงตรงโต๊ะในขณะที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่รอสซีจะเดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาว อันโตนีโอลุกขึ้นยืนพร้อมส่งสายตามองหญิงสาว วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่ทว่าความสวยจากใบหน้า และผิวสีขาวก็ยังปิดซ่อนไม่มิดอยู่ดี “นั่งลงก่อนสิ” โรสนั่งลงที่โซฟา เธอส่งสายตามองชายหนุ่ม “ฉันอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่คุยกันไว้เมื่อวานค่ะ” อันโตนีโอนิ่งเงียบก่อนที่จะพูดขึ้น “คุณจัดการเรื่องการลาออกที่บริษัทให้เรียบร้อย แล้วอีก สิบวันผมจะให้คนมา รับคุณไปที่อิตาลี ส่วนเรื่องเรื่องส่วนตัวของคุณก็จัดการให้เรียบร้อยก่อนด้วยแล้วกัน” โรสมองด้วยความขุ่นเคือง เขาไม่ฟังเธอพูดเลยสักนิด ! “คุณซอฟฟ์คะ...” “เรื่องเมื่อวานที่คุยผมว่าคุณเข้าใจแล้วนะ เพราะผมไม่ใช่พวกที่หลอกผู้หญิงไป อันที่จริงต่อให้ผมจะหลอกคุณไปขาย ผมคิดว่าคุณขายคงไม่ได้ราคาเท่าไหร่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และพยายามบ่ายเบี่ยงคำถามของเธอ “ค่ะ แต่ฉันยังมีอีกเรื่องค่ะ” “ว่ามาสิ” เขากล่าว “คือฉันจะกลับมาที่เวกัสได้อีกเมื่อไหร่คะ หมายถึง ถ้าฉันไปอิตาลีกับคุณ...” เธอพูดพลางส่งสายตามองชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ จริงแล้วเขาไม่ได้ดูน่ากลัวหากแต่ถ้าไม่ได้ถาม และเขาไม่ให้เธอกลับมาเวกัสเป็นเวลาหนึ่งปี เธอคงจะมีความกังวลจนทำงานต่ออีกไม่ได้ “กลับ ?” อันโตนีโอทวนคำพูดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงถามขึ้นมา “ใช่ค่ะ ป้าของฉันไม่สบาย ฉันต้องกลับมาดูแลป้าที่กำลังรักษาตัวอยู่ ฉันคงทิ้งให้เธออยู่คนเดียวโดยไม่มาเยี่ยมเลยคงไม่ได้หรอกค่ะ” โรสพูดขึ้น ในขณะที่อันโตนีโอนิ่งและมองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างคิดหนักเขาลืมไปว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว “ตกลงทุกสามเดือนผมจะให้คุณกลับมาเยี่ยมป้าคุณที่เวกัส แต่คุณต้องทำงานกับผมภายใต้สัญญาครอบหนึ่งปีห้ามลาออกเด็ดขาดเว้นแต่ผมไล่คุณออก แล้วหลังจากนั้นหนึ่งปีแล้วคุณจะกลับมาทำงานที่เวกัสนั่นก็เรื่องของคุณ” โรสฟังที่เขาพูด ดูเหมือนเป็นข้อเสนอที่บังคับเสียมากกว่าแต่อย่างน้อยก็ยังดีที่เขาให้เธอกลับมาที่เวกัสบ้างเพื่อมาหาป้าของเธอ “ส่วนที่พักผมจะจัดให้ ตกลงตามนี้นะ” “ตกลงค่ะ” เธอตอบรับปากเขาทันที “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ” “เชิญครับ” มาเฟียหนุ่มพูดขึ้น พลางมองหญิงสาวเดินออกจากห้องไป ทั้งที่ใจนั้นเริ่มรู้สึกกลัวอะไรบางอย่างกับการตัดสินใจของตัวเอง เขาก็แค่ให้เธอมาทำงานเท่านั้น เพราะปลายเดือนหน้านี้แล้วที่เขาต้องเปิดประมูลเพชรพร้อมกับให้หญิงสาวถ่ายแบบลงนิตยสารเพื่อโปรโมทสินค้าเครื่องเพชรชุดใหม่ที่จะนำออกมาประมูล เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดเตรียมตัวไปกาสิโนเพื่อผ่อนคลาย Mamaya Writerเสียงซุบซิบของนางแบบค่อย ๆ ดังขึ้นไปต่างนานาจนเฮริน่าต้องเอ่ยขึ้น“เงียบ ๆ และทางที่ดีควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”น้ำเสียงของเฮรินน่าดูเครียดไม่แพ้กัน“ฉันหวังว่าพวกเธอคงจะเข้าใจ”อาเซียปรายตามองด้วยความหงุดหงิดใจแม้จะไม่ชอบที่ เฮรินน่าให้ความสนใจในตัวโรสมากกว่ารวมถึงอันโตนีโอด้วยแต่ก็ช่างเถอะยังไงซะก็ไม่มีทางตามไปช่วยหญิงสาวได้ทันอยู่แล้วนางแบบสาวเดินเข้าไปหาเฮรินน่าพลางแสร้งหน้าดูเครียดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยลองเชิง “แล้วแบบนี้การเดินแบบล่ะจะทำยังไง ถ้าเกิดกลับมาไม่ทันเดินโชว์งาน”คำพูดของอาเซียทำให้เฮรินน่าฉุดคิดขึ้นมา...“ต้องรอซอฟฟ์ตัดสินใจก่อน”อาเซียได้แค่ยิ้มออกมา เพราะยังไงก็มั่นใจว่าถ้าหากไม่มีโรสอยู่แล้วหน้าที่และตำแหน่งเด่นในงานนี้จะต้องเป็นของเธอแน่นอน“ค่ะ ฉันแค่เป็นห่วง” นางแบบสาวพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งรอเงียบ ๆ โดยไม่สนใจการหายตัวไปของโรสแต่อย่างใดไม่นานเกินสิบนาทีอันโตนีโอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งสีหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลต่าง ๆ มากมาย
รู้จัก...เวก้าไม่เคยรู้จักหรอกเพียงแต่รู้ว่าคนพวกนี้คือพวกเดียวกับอาเซียที่เคยวางแผนทำร้ายเธอมาก่อนอาเซียรู้ว่าเธอไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ให้อันโตนีโอฟังเด็ดขาดถึงกล้าทำและใช้วิธีสกปรกแบบนี้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเวก้าโรสจึงไม่คิดที่จะเอ่ยถามต่อ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากคิดถึงหรือพูดถึงมันอีก“เอ่อ...ฉันออกมานานแล้วคงต้องกลับเข้างานแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นโชว์” โรสบอกเหตุผลกับเวก้าก่อนที่จะเดินไปเวก้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวพลางถอนหายใจออกมาครั้นเมื่อจะเดินกลับแต่เห็นชายชุดดำที่เป็นคนของโรเรนโซมุ่งตามหลังโรสไปนั่นทำให้รู้ว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอควรจะช่วยโรสยังไง !! เวก้ามองอีกครั้งและพยายามหาวิธี ลำพังตัวคนเดียวคงช่วยไม่ได้มีเพียงอันโตนีโอเท่านั้นที่ช่วยได้ ว่าแล้วหญิงสาวรีบหมุนตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกับชายชุดดำอีกคน ร่างกายของเวก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลางก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีล่ะก้าว...ทีล่ะก้าว...แต่ทว่า ตึก !!แผ่นหลังของเธอกลับชนใครอีกคนที่อยู่ทางด้านหลัง เวก้ารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหนีรอ
อาเซียใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นานก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องไป แล้วมานั่งรอเช่นเดิม ไม่นานเท่าไหร่เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น นางแบบสาวไม่รอช้าที่จะกดอ่านทันที‘ทำตามแผนซะ ฉันรออยู่ข้างนอกนี้แล้ว ระวังอย่าให้มันจับได้สักก่อนล่ะ !’เมื่ออ่านข้อความจบก็รีบลบทันที พลางส่งสายตามองหาโรสที่กำลังเดินมาหยิบชุดไปเปลี่ยนแต่ทว่ามีคนเดินเข้ามาหาคุยบางอย่างพร้อมกับจดหมายในมือก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพอดีจริง !! อาเซียส่งข้อความหาโรเรนโซและเดินตามโรส ออกไปทันทีอาเซียเดินตามมาซึ่งไม่ไกลจากห้องแต่งตัวมากนักแต่ก็เป็นที่ที่คนเดินไปเดินมาน้อยมีแค่พนักงานของโรงแรมที่เดินผ่านเท่านั้น สายตาส่งมองเมื่อเห็นว่าโรสไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแต่อยู่กับเวก้า อาเซียจึงได้แค่ยืนหลบมุมเพื่อฟังคำสนทนาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เวก้าเดินเข้ามาพร้อมกับจับมือของโรสขึ้น พลางส่งสายตาอ้อนวอนมองเพื่อขอความเห็นใจ“ได้โปรด...ให้ฉันได้พบกับนิกส์อีกสักครั้งนะคะ”โรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อเวก้าสามารถที่จะไปหาชายห
เหนื่อย...อันโตนีโอกลับมาที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมานั่งทำงานดูข้อมูลและเอกสารรวมถึงความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโรเรนโซที่ชาร์และรอสซีหามาให้ ซึ่งทำให้แทบโมโหระเบิดออกมาเมื่อโรเรนโซพยายามแย่งการค้าไป แน่นอนว่าคงปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากงานประมูลเสร็จจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย !!อันโตนีโอไม่ได้สนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกต่อไป ในเมื่อจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังขึ้นบัญชีข้อมูลสรุปยอดขายทั้งหมดในกาสิโน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากกับสถิตจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ล่ะวันและการเล่นพนันเยอะมาขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ จริงอยู่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากาสิโนเพราะกลับทานอาหารค่ำทุกวัน มีชาร์ที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยแทนในบางครั้ง แค่ไม่มีคนมาก่อความวุ่นวายเหมือนคราวที่แล้วก็พอเกือบสองทุ่ม...โรสยืนอยู่หน้าเตาร้อนที่ส่งไอระเหยออกมา เอื้อมมือปิดเตาก่อนจะหันไปหยิบภาชนะใส่อาหารในขณะที่มาร์ธาเดินเข้ามาพอดี“เจ้านายกลับมาแล้วค่ะ”มาร์ธาบอกในขณะที่ช่วยจัดจานเพื่อนำไปวางบนโต๊ะ“จริงหรือ” โรสกล่าวพลางจัดแต่งจานและเสริ์ฟอาหารอีกหลาย ๆ เมนูก่อ
“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ







