เข้าสู่ระบบ“ไม่ค่ะ คุณต้องบอกก่อน ไม่อย่างงั้นฉันก็ไม่ทำงานกับคุณ” โรสพูดขึ้นเธอจ้องมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง
“งั้นก็แล้วแต่คุณตัดสินใจ ผมไม่ชอบบังคับใคร” อันโตนีโอพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจชายหนุ่มกำลังรู้ตัวว่าเขาไม่ควรที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ และเขาเองก็ไม่ชอบบังคับใครด้วยถ้าหากไม่เต็มใจ มาเฟียหนุ่มมองเธอก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับไป โรสไม่มีทางเลือกเธอจำต้องเดินมาเพื่อดักหน้าและพูดให้รู้เรื่อง วินาทีนั้นความหวาดกลัวต่อเขาก็หายไปทันที “เดี๋ยวค่ะมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ คุณจะเดินหนีฉันไปไหน” อันโตนีโอเลิกคิ้วมองเธอ “คุย ?” “ใช่ค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณจะให้ฉันทำงานอะไร” อันโตนีโอยิ้มเล่ห์ที่มุมปากนึกอยากลองอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาก้าวเข้าไปหาเธอในขณะที่หญิงสาวนั้นก็ค่อยขยับออกห่างที่ละนิด มือแกร่งนั้นเอื้อมไปดึงเธอเขามาประชิดแผ่นอกกว้าง ก่อนที่จะโอบเธอไว้ “คุณ !” “คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าผมจะให้คุณทำงานอะไร” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งใบหน้านั้นยิ่งไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาเลย “ใช่ค่ะ” โรสตอบ “เออ...ปล่อยฉันด้วยค่ะ” “ผมกำลังให้คำตอบอยู่นี่ไง” โรสมองใช้มือทั้งสองข้างดันเขาออกห่าง “ไม่แล้ว ! ฉันไม่อยากทำงานกับคุณแล้ว ปล่อยฉันจะกลับ” อันโตนีโอมองหญิงสาวที่แสนจะยั่ว ครั้งแรกที่เจอเธอยังใจกล้ายั่วเขาอยู่เลยวันนี้ทำไมถึงไม่ใจกล้ายั่วเขา ? ก็ล่ะนะขนาดไม่ยั่วเธอยัง... “คุณไม่อยากรู้อย่างงั้นหรือ ยั่วผมสิแล้วผมจะบอกคุณ” “ไม่ค่ะ !” ตอบโดยที่ไม่ต้องคิดนาน ‘โรส เธอควรจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!’ หญิงสาวเตือนตัวเองในใจ อันโตนีโอมองลึกเข้าไปนัยน์ตาของหญิงสาว แววตาสดใสยิ่งทำให้เขาอยากค้นหามากขึ้น ชายหนุ่มมองเธอก่อนโน้มใบหน้าเข้าใกล้มากขึ้น แต่หญิงสาวกับเอนตัวออกห่างทั้งยังใช้มือดันอกออก “วันนั้นยังยั่วผมอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ไม่ยั่วผมแล้วล่ะ ห้องนี้มีแค่เราสองคนนะ” มาเฟียหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ใช่แล้ว...แค่เราสองคน ! อันโตนีโอหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนที่จะค่อย ๆ คลายวงแขนออก เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาที่รู้สึกมีความสุขมากมายขนาดนี้ โรสมองเขาหัวเราะด้วยความแปลกใจก่อนรีบก้าว ถอยออกห่างให้ไกลมากที่สุดเพื่อความปลอดภัย มาเฟียหนุ่มเดินกลับมานั่งที่โซฟากลางห้องอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่สายตาของโรสนั้นยังจ้องมองเขาด้วยความหวาดระแวงอยู่ “นั่งลงสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลังเลและระแวง ก่อนเดินเข้ามาในลงที่โซฟา ดูเหมือนว่าจะห่างกันมากจนอันโตนีโอแทบหลุดหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง “ผมดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง ทีวันนั้น...” “เข้าเรื่องเลยดีไหมคะ ?” เธอพูดแทรกขึ้นเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นอีก “ฉันขอทราบรายละเอียดงานที่คุณจะให้ทำก่อนได้ไหมคะ” “นางแบบ” “นางแบบ ?” โรสทวนคำพูดชายหนุ่ม “ใช่ ผมไม่บังคับคุณ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนวันนี้ผมมีธุระ” เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินเตรียมจะออกจากห้อง “เดี๋ยวค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนที่จะก้าวเข้ามาหาชายหนุ่ม “ฉันยังคุยไม่จบเลย เออ...” “เอาไว้เรื่องอื่นค่อยคุยต่อ วันนี้ผมรีบ” อันโตนีโอพูดก่อนที่จะเดินไปแต่ทว่าเขากลับหยุดชะงักลงพร้อมเดินกลับมาพูดประโยคหนึ่งกับเธอ “อ้อ..ผมลืมไป ทีหลังมาหาผมไม่ต้องใส่ชุดเเบบนี้มานะ ผมกลัวพลั้งมือกระตุกเดรสของคุณหลุด” เมื่อพูดจบปล่อยให้โรสยืนนิ่งหน้าแดงอยู่เพียงลำพัง พูดตรงเกินไปไหม ! โรสมองชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าที่เเดงก่ำ ทั้งอายและเจ็บใจกับคำพูดของเขาเหลือเกิน งานเลี้ยงหรูถูกจัดขึ้นในคฤหาสน์สีขาว ผู้คนจำนวนมากต่างทยอยเดินทางกันมาไม่หยุดไม่หย่อนราวกับปาร์ตี้ของคนรวยไม่มีผิด แน่นอนว่าในงานนี้นอกจากจะมีอาหารรสเลิศ ไวน์ชั้นเยี่ยมที่หายากแล้วแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นสาวสวย ๆ ที่ออกมาต้อนรับแขกหนุ่ม ๆ อันโตนีโอก้าวเข้ามาในงานด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง แม้จะมีเสียงเพลงขับกล่อมให้ผ่อนคลายแต่ไม่ว่าที่ไหนก็มักเป็นเหมือนกันหมด ทว่างานนี้ไม่ใช่เป็นอาหารเรียงรายแบบทั่วไปแต่งานเลี้ยงสำหรับพวกเศรษฐียิ่งกว่าสรรค์เสียอีก สายตาของหญิงสาวที่ยืนคุยกันต่างจ้องมองเขาเมื่อเดินผ่าน มาเฟียหนุ่มเดินไปนั่งยังมุมหนึ่งของงานเรียกได้ว่าเงียบที่สุดเพื่อรอฟังการประมูลราคาไวน์ในคืนนี้ ไวน์แดงที่ผลิตในยุคปี 1869 หายากเหลือเพียงไม่ถึงหกสิบขวดที่อยู่บนโลก แต่ราคาประมูลคงแพงสูงลิบริ้วเมื่อมีมหาเศรษฐีหลายคนเตรียมจ่ายให้กับไวน์เพียงแค่ขวดเดียวโดยไม่สนราคา แน่นอนว่ารสชาติของไวน์แดงจะต้องนุ่มลิ้นมากที่สุด “เหงาไหมคะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งทักพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ชุดเดรสเกาะอกสีเงินวาวไม่ได้ปิดรัดอกอวบที่ล้นออกมาเลย เธอเบียดหน้าอกชิดชายหนุ่มเพื่อที่จะยั่ว ขยับตัวขึ้นพร้อมผ่อนลมหายใจที่ข้างหูชายหนุ่ม “ให้ฉันช่วยคลายเหงาของคุณไหม ?” มาเฟียหนุ่มยังคงนิ่งไม่สนใจหญิงสาวข้างตัวที่พยายามยั่ว อันโตนีโอตัดสินใจที่จะลุกขึ้นเดินหนีอย่างไม่พูดอะไร ทำให้สายตาของหญิงสาวนั้นมองไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ครั้นหันมองไปยังโซฟาใหญ่ เห็นวิลเลี่ยมกำลังนัวเนียผู้หญิงข้างตัวอย่างไม่สนใจใคร เขาถอนหายใจออกมาแล้วเบี่ยงหน้าไปมองทางอื่น “ไม่ได้เจอกันนานนะ คุณซอฟฟ์” มาเฟียหนุ่มหันมองเมื่อได้ยินของคนเอ่ยทักทาย ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วม ในชุดทักซิโด้เดินเข้ามาหาพร้อมกับยิ้มให้เขา “สวัสดีครับคุณเกลว” “เป็นยังไงบ้างครับ สบายดีไหม ?” “สบายดีครับ แล้วคุณล่ะ” ชายหนุ่มชายวัยกลางคนที่ไม่ได้เจอกันร่วมเกือบปี “ผมสบายมาก” เขาพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ “จริงสิคุณซอฟฟ์ ถ้าไม่รังเกียจแล้วล่ะก็ผมอยากจะแนะนำลูกสาวผมให้รู้จัก เธอชื่อซาร่า เกลว บางที่คุณอาจจะชอบเธอ” อันโตนีโอคิ้วขมวดมองโทนนี่ เขารู้แค่ว่าชายคนนี้พยายามหลายครั้งที่จะชักจูงเขาร่วมธุรกิจกันแต่ทุกครั้งเขาก็มักปฏิเสธครั้งนี้คงจะมาไม้อื่นมาอีก “ผมคิดว่าบางทีคุณอาจจะชอบเธอ และเราสองคนอาจจะได้ร่วมธุรกิจกัน ฮ่า ๆ คุณคิดว่ายังไงบ้าง” เป็นอย่างที่คิดไม่มีผิดวกเข้าสู่เรื่องเดิมทุกครั้งที่เจอหน้า “ผมว่าเราเลิกคุยเรื่องธุรกิจกันดีกว่า” มาเฟียหนุ่มปัดตอบ ซึ่งสีหน้าของโทนี่นั้นดูไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นัก อันโตนีโอมองไปที่เวทีจัดงานการประมูล ตอนนี้งานเริ่มขึ้น แล้วไวน์ราคาแพงขาดหนึ่งเริ่มต้นที่ราคาหนึ่งแสนดอลลาร์ ซึ่งสูงมากพอแต่ก็ยังมีคนที่จ้องจะจ่ายสูงมากกว่านั้นถ้าหากได้มาครอง การประมูลนั้นเริ่มขึ้นราคาประมูลสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ในขณะที่อันโตนีโอได้แต่ดูการประมูลโดยที่ไม่ประมูลสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียว เขาชอบไวน์แต่มันคงจะไม่คุ้มสักเท่าไหร่กับไวน์ขวดเดียวที่มีราคาถึงห้าล้านดอลลาร์ มาเฟียหนุ่มออกจากงานประมูลเมื่อเสร็จสิ้นลง รถยนต์คันหรูที่วิลเลี่ยมจัดเตรียมให้มาจอดรอหน้างานอยู่ก่อนหน้าแล้ว อันโตนีโอเดินขึ้นรถไปอย่างเร็ว สายตาคมมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ความสับสนมากมายเกิดขึ้นในใจเขา ความรู้สึกแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเขาอีกแล้ว...ไม่ควรจริง ๆ เขาไม่ควรหวั่นไหวกับความรักทั้งที่ยังรอเธอกลับมา เขาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ความทรงจำเก่าค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เขาพยายามทำใจลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ...เวก้า ‘คุณจะไม่บอกรักผมหน่อยเหรอ หืม’ เธอสบตามองเขาด้วยความสับสน ‘ฉัน...’ ‘โอเค...ผมจะไม่บังคับคุณ’ ‘นิกส์...’ ‘ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแล้ว...แค่คุณรู้ไว้ว่าผมรักคุณมากที่สุดก็เท่านั้น’โรสกลับมาถึงบ้านราว ๆ หกโมงเย็น หลังจากที่ไปเยี่ยมป้าโซเฟียแล้วแวะซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเสร็จ หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านเปิดไฟและตรงไปที่ห้องครัวทันทีเพื่อวางของบนโต๊ะและจัดเก็บของในบางส่วน อีกส่วนคืออาหารมื้อเย็นของวันนี้ หญิงสาวเตรียมตั้งเตาหันผักแต่ทว่าเสียงกริ๊งหน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวติดกันหลายครั้งจนต้องหยุดวางมือและเดินไปดู สายตามองส่องผ่านช่องตาไก่มองคนที่ยืนอยู่ด้วยความตกใจพลั้งนึกว่าตัวเองคงคิดถึงชายหนุ่มจนตาฝาด “คุณไม่คิดจะเปิดประตูให้ผมงั้นเหรอ” เสียงของเขา...! โรสตัวสั่นสะท้านพลางถอยหลังออกห่างเพื่อตั้งสติ ว่ามันไม่ใช่ความฝันที่เธอกำลังคิดถึงเขา แต่นี่เป็นความจริง ชายหนุ่มอยู่ตรงหน้าเธอห่างกันเพียงประตูที่กั้นอยู่เท่านั้น มือสั่นเอื้อมไปปลดกลอนแล้วเปิดประตูออก “ให้ผมเข้าไปได้ไหม ?” อันโตนีโอเอ่ยถามพลางสบตามองหญิงสาวตรงหน้า โรสส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณมาทำอะไรคะ” “มาหาคุณ” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัว “ผมคิดถึงคุณ แม้จะแค่วันเดียวที่ไม่ได้อยู่กับคุณ ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนบ้า” อันโตนีโอพูดโดยที่ไม่ปิดกั้นความรู้สึกของตัวเอง เขายอมรับว
ก่อนหน้านั้น 5 ชั่วโมงด้วยความล้าจากงานทั้งวัน ทำให้วิลเลี่ยมตัดสินใจที่จะไปผ่อนคลายในกาสิโนสักสามสี่ชั่วโมงก่อนที่จะกลับคฤหาสน์ ขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของสาว ๆ นั้นเสียงโทรศัพท์จากอันโตนีโอญาติผู้พี่โทร.เข้ามาหา...แน่นอนว่าคงจะไม่พ้นเรื่องเดิมคืออาการของนางโซเฟียที่ให้ดูแลอย่างห่างๆ‘ที่โรงพยาบาลรายงานว่าคุณโซเฟียอาการดีขึ้น’ วิลเลี่ยมตอบปลายสายทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันกล่าวอะไร[ฉันไม่ได้โทรมาถามนายเรื่องนี้]‘แล้วเรื่องอะไรครับ ?’ วิเลี่ยมเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ[โรสคงกลับถึงเวกัสวันนี้...ฉันจะฝากนายให้ดูแลด้วย]ดูแล !! อยากจะถามอันโตนีโอเสียงจริงว่าทำไมไม่มาดูแลเอง...ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าสนิทกันมาแต่ไหนแต่ไรจะไม่มีทางทำให้ขนาดนี้หรอก‘ทำไมผมต้องดูแลเธอ ?’[ฉันเป็นห่วง กลัวว่าโรสจะไปที่กาสิโนอีก]วิลเลี่ยมถอนหายใจออกมาก่อนเอ่ยถามทันทีว่า‘เป็นห่วง ? แล้วให้ผมดูแลเนี่ยนะ !’[ใช่]‘นี่เป็นคำสั่งหรือคำของร้อง ?’วิลเลี่ยมเอ่ยถาม เพราะนอกจากจะหงุดหงิดและเจ็บใจญาติผู้
ณ. กาสิโนเสียงดนตรีดังทุกค่ำคืนในเวกัสย่านกาสิโนหรูที่มีนักท่องเที่ยวและผีเสื้อราตรีมากมายต่างมาแสวงหาความสุขใส่ตัว หญิงสาวนั่งดื่นอยู่บนเคาน์เตอร์เพียงลำพัง สายตากวาดมองรอบด้วยความเคยชิน จะว่าไปก็รู้สึกนานเหมือนกันที่ไม่ได้เข้ามาเที่ยวในสถานบันเทิงแบบนี้“เฮ !! โรส” เสียงทักทำให้หญิงสาวหันไปมองเกรท อดีตเพื่อนร่วมงานหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมกับสองสาว“คุณสวยมาก” นั่นถือเป็นคำชม ทว่าโรสมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจแก้วตรงหน้า เกรทปล่อยสองสาวที่อยู่ข้างตัวออกและเดินเข้ามานั่งข้างโรสแทน“คุณหายไปไหนมา เจ้านายบอกคุณลาออก”เกรทรีบถามขึ้นทันที ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มมาดื่ม“ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ”โรสวางแก้วลงแล้วขยับตัวลุกขึ้น“คุณจะไปไหน ?”เกรทเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของหญิงสาวไว้โรสส่งสายตามองด้วยความไม่พอใจ “ปล่อยค่ะ”เกรทมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาสีเปลี่ยนไป เพราะว่าต้องการนอนกับเธอและหลายครั้งแล้วที่โดนเจ้าตัวปฏิเสธมาตลอด แต่ครั้งนี
พระอาทิตย์เริ่มลับของฟ้า...บอดี้การ์ดหนุ่มนำเอกสารที่ต้องเซ็นเดินเข้าไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของประธานหนุ่มหลังจากที่ออกไปได้ไม่ถึงยี่สิบนาที รู้อยู่แล้ววันนี้สีหน้าของเจ้านายดูไม่มีความสุขทั้งยังหม่องเศร้าด้วยทันตา และมาร์ธาเองก็โทรมาถามเรื่องอาหารมื้อเย็นที่ต้องเตรียมแต่ปรากฏว่าได้รับคำสั่งให้งดทำอาหารมื้อเย็นทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติเลยจริง ๆ เพราะเมื่อก่อนทุกเย็นหลังเลิกงานอันโตนีโอจะไปกาสิโนและวันนี้ก็เช่นกันรอสซีเดินออกจากบริษัทขับรถกลับบ้านดั่งเช่นทุกวัน ทันทีที่เปิดประตูออกกลิ่นหอมอาการมื้อค่ำลอยโชยแตะจมูก ทำให้รู้ว่าอาหารมื้อเย็นถูกเตรียมไว้เสร็จแล้ว ชายหนุ่มเดินไปที่โต๊ะอาหารมองอาหารมื้อเย็นที่น่าทานในขณะที่ไลลาเดินเข้ามาหาพอดี“กลับมาแล้วหรือคะ ?” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นเสียงใส“ใช่” ชายหนุ่มตอบก่อนเอ่ยถามต่อไป “วันนี้คุณเลิกงานเร็วเหรอ”“ก็ประมาณนั้นค่ะ เพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงชั่วโมงค่ะ คิดว่าคุณจะกลับดึกสักอีก” ไลลาพูดพลางถอดผ้ากันเปื้อนออกวางไว้ที่โต๊ะ“ผมทำงานเสร็จไว” รอสซีตอบแม้จะเป็
“ตั๋วเครื่องบินกับเงินค่าชดเชยทั้งหมดของคุณ และเงินเดือนที่ผมจ้างคุณ” ไม่เพียงแค่พูดด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหินแต่การกระทำก็ด้วย โรสกำลังไม่เข้าใจว่าอยู่ ๆ ทำไมถึงเย็นชาใส่“ให้ฉันกลับเวกัส แล้วคุณจะไปกับฉันด้วยไหมคะ ?”หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น“แค่คุณคนเดียว” อันโตนีโอตอบกลับมา“หมายถึง...แค่ฉัน ?”“ใช่” มาเฟียหนุ่มกล่าว “สัญญาจ้างของผมจะคุณจบลงแล้ว คุณสามารถกลับไปทำงานที่เวกัสได้ทันทีที่กลับไป”เขากำลังไล่ใช่หรือไม่ ?โรสมองชายหนุ่มด้วยความสับสนใจ การกระทำและคำพูดของชายหนุ่มบอกว่าไม่ต้องการเธอ...แล้วความรู้สึกทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกใช่หรือไม่ ?“แล้วเรื่องระหว่างเรา...”อันโตนีโอแทบไม่สบตาโรสเลยด้วยซ้ำ ภายในใจก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่ทำแบบนี้...“ให้ทุกอย่างหยุดอยู่ที่นี่ เมื่อคุณกลับไปคุณจะลืมผมได้เอง”ลืมได้เอง...โรสยิ้มที่มุมปากสมเพชความรู้สึกตัวเอง ในเมื่อเป็นความต้องการที่จะจบทุกอย่างลง เธอก็จะไปและลืมความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เวก้าถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในแทบนั้นโดยเร็ว แต่ทว่าดูเหมือนจะสายไปเพราะหญิงสาวเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากรวมทั้งกระสุนได้ถูกฝังอยู่ในจุดสำคัญของร่างกาย ทำให้โอกาสรอดเป็นศูนย์และอยู่ ๆ คนที่กาสิโนก็โทรมาบอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งชื่อ คริสเตียนมาพบ...อีกฝ่ายนั้นจึงโทรเข้าหา ปรากฏว่าคริสเตียนมาตามหาเวก้า หลังจากที่หญิงสาวไม่กลับโรงแรมไปหนึ่งวันเต็ม เพราะว่ามาหาเขา‘ผมเสียใจกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น’ อันโตนีโอพูดกับปลายสายด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด‘เสียใจ ? !’ชายหนุ่มไม่รู้จะหาคำพูดเพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไง แต่ตอนนี้คริสเตียนของมารับศพของเวก้าเพื่อกลับไปทำพิธีทางศาสนาด้วยตัวเองส่วนตัวเขารอให้ทุกอย่างเข้าที่แล้วจะไปเคารพศพที่สุสานส่วนทางด้านรอสซีและลูกน้องคนอื่น ๆ ที่ได้รับบาดเจ็บต่างเข้าพักรักษาตัวก่อนที่จะกลับกรุงโรม อันโตนีโอให้โรสพักอยู่ที่โรงแรมใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลร่างของโรเรนโซตอนนี้ได้ให้คนจัดการเก็บร่างไปทำพิธีทางศาสนา เขาคงไม่ใจร้ายโยนทิ้งลงทะเลแน่ และลูกน้องของโรเรนโซเองตอนนี้ได้กระจายหนีหายกันไปคนละ







