เข้าสู่ระบบ“ไม่ค่ะ คุณต้องบอกก่อน ไม่อย่างงั้นฉันก็ไม่ทำงานกับคุณ” โรสพูดขึ้นเธอจ้องมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง
“งั้นก็แล้วแต่คุณตัดสินใจ ผมไม่ชอบบังคับใคร” อันโตนีโอพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจชายหนุ่มกำลังรู้ตัวว่าเขาไม่ควรที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ และเขาเองก็ไม่ชอบบังคับใครด้วยถ้าหากไม่เต็มใจ มาเฟียหนุ่มมองเธอก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับไป โรสไม่มีทางเลือกเธอจำต้องเดินมาเพื่อดักหน้าและพูดให้รู้เรื่อง วินาทีนั้นความหวาดกลัวต่อเขาก็หายไปทันที “เดี๋ยวค่ะมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ คุณจะเดินหนีฉันไปไหน” อันโตนีโอเลิกคิ้วมองเธอ “คุย ?” “ใช่ค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณจะให้ฉันทำงานอะไร” อันโตนีโอยิ้มเล่ห์ที่มุมปากนึกอยากลองอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาก้าวเข้าไปหาเธอในขณะที่หญิงสาวนั้นก็ค่อยขยับออกห่างที่ละนิด มือแกร่งนั้นเอื้อมไปดึงเธอเขามาประชิดแผ่นอกกว้าง ก่อนที่จะโอบเธอไว้ “คุณ !” “คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าผมจะให้คุณทำงานอะไร” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งใบหน้านั้นยิ่งไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาเลย “ใช่ค่ะ” โรสตอบ “เออ...ปล่อยฉันด้วยค่ะ” “ผมกำลังให้คำตอบอยู่นี่ไง” โรสมองใช้มือทั้งสองข้างดันเขาออกห่าง “ไม่แล้ว ! ฉันไม่อยากทำงานกับคุณแล้ว ปล่อยฉันจะกลับ” อันโตนีโอมองหญิงสาวที่แสนจะยั่ว ครั้งแรกที่เจอเธอยังใจกล้ายั่วเขาอยู่เลยวันนี้ทำไมถึงไม่ใจกล้ายั่วเขา ? ก็ล่ะนะขนาดไม่ยั่วเธอยัง... “คุณไม่อยากรู้อย่างงั้นหรือ ยั่วผมสิแล้วผมจะบอกคุณ” “ไม่ค่ะ !” ตอบโดยที่ไม่ต้องคิดนาน ‘โรส เธอควรจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!’ หญิงสาวเตือนตัวเองในใจ อันโตนีโอมองลึกเข้าไปนัยน์ตาของหญิงสาว แววตาสดใสยิ่งทำให้เขาอยากค้นหามากขึ้น ชายหนุ่มมองเธอก่อนโน้มใบหน้าเข้าใกล้มากขึ้น แต่หญิงสาวกับเอนตัวออกห่างทั้งยังใช้มือดันอกออก “วันนั้นยังยั่วผมอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ไม่ยั่วผมแล้วล่ะ ห้องนี้มีแค่เราสองคนนะ” มาเฟียหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ใช่แล้ว...แค่เราสองคน ! อันโตนีโอหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนที่จะค่อย ๆ คลายวงแขนออก เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาที่รู้สึกมีความสุขมากมายขนาดนี้ โรสมองเขาหัวเราะด้วยความแปลกใจก่อนรีบก้าว ถอยออกห่างให้ไกลมากที่สุดเพื่อความปลอดภัย มาเฟียหนุ่มเดินกลับมานั่งที่โซฟากลางห้องอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่สายตาของโรสนั้นยังจ้องมองเขาด้วยความหวาดระแวงอยู่ “นั่งลงสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลังเลและระแวง ก่อนเดินเข้ามาในลงที่โซฟา ดูเหมือนว่าจะห่างกันมากจนอันโตนีโอแทบหลุดหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง “ผมดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง ทีวันนั้น...” “เข้าเรื่องเลยดีไหมคะ ?” เธอพูดแทรกขึ้นเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นอีก “ฉันขอทราบรายละเอียดงานที่คุณจะให้ทำก่อนได้ไหมคะ” “นางแบบ” “นางแบบ ?” โรสทวนคำพูดชายหนุ่ม “ใช่ ผมไม่บังคับคุณ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนวันนี้ผมมีธุระ” เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินเตรียมจะออกจากห้อง “เดี๋ยวค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนที่จะก้าวเข้ามาหาชายหนุ่ม “ฉันยังคุยไม่จบเลย เออ...” “เอาไว้เรื่องอื่นค่อยคุยต่อ วันนี้ผมรีบ” อันโตนีโอพูดก่อนที่จะเดินไปแต่ทว่าเขากลับหยุดชะงักลงพร้อมเดินกลับมาพูดประโยคหนึ่งกับเธอ “อ้อ..ผมลืมไป ทีหลังมาหาผมไม่ต้องใส่ชุดเเบบนี้มานะ ผมกลัวพลั้งมือกระตุกเดรสของคุณหลุด” เมื่อพูดจบปล่อยให้โรสยืนนิ่งหน้าแดงอยู่เพียงลำพัง พูดตรงเกินไปไหม ! โรสมองชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าที่เเดงก่ำ ทั้งอายและเจ็บใจกับคำพูดของเขาเหลือเกิน งานเลี้ยงหรูถูกจัดขึ้นในคฤหาสน์สีขาว ผู้คนจำนวนมากต่างทยอยเดินทางกันมาไม่หยุดไม่หย่อนราวกับปาร์ตี้ของคนรวยไม่มีผิด แน่นอนว่าในงานนี้นอกจากจะมีอาหารรสเลิศ ไวน์ชั้นเยี่ยมที่หายากแล้วแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นสาวสวย ๆ ที่ออกมาต้อนรับแขกหนุ่ม ๆ อันโตนีโอก้าวเข้ามาในงานด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง แม้จะมีเสียงเพลงขับกล่อมให้ผ่อนคลายแต่ไม่ว่าที่ไหนก็มักเป็นเหมือนกันหมด ทว่างานนี้ไม่ใช่เป็นอาหารเรียงรายแบบทั่วไปแต่งานเลี้ยงสำหรับพวกเศรษฐียิ่งกว่าสรรค์เสียอีก สายตาของหญิงสาวที่ยืนคุยกันต่างจ้องมองเขาเมื่อเดินผ่าน มาเฟียหนุ่มเดินไปนั่งยังมุมหนึ่งของงานเรียกได้ว่าเงียบที่สุดเพื่อรอฟังการประมูลราคาไวน์ในคืนนี้ ไวน์แดงที่ผลิตในยุคปี 1869 หายากเหลือเพียงไม่ถึงหกสิบขวดที่อยู่บนโลก แต่ราคาประมูลคงแพงสูงลิบริ้วเมื่อมีมหาเศรษฐีหลายคนเตรียมจ่ายให้กับไวน์เพียงแค่ขวดเดียวโดยไม่สนราคา แน่นอนว่ารสชาติของไวน์แดงจะต้องนุ่มลิ้นมากที่สุด “เหงาไหมคะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งทักพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ชุดเดรสเกาะอกสีเงินวาวไม่ได้ปิดรัดอกอวบที่ล้นออกมาเลย เธอเบียดหน้าอกชิดชายหนุ่มเพื่อที่จะยั่ว ขยับตัวขึ้นพร้อมผ่อนลมหายใจที่ข้างหูชายหนุ่ม “ให้ฉันช่วยคลายเหงาของคุณไหม ?” มาเฟียหนุ่มยังคงนิ่งไม่สนใจหญิงสาวข้างตัวที่พยายามยั่ว อันโตนีโอตัดสินใจที่จะลุกขึ้นเดินหนีอย่างไม่พูดอะไร ทำให้สายตาของหญิงสาวนั้นมองไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ครั้นหันมองไปยังโซฟาใหญ่ เห็นวิลเลี่ยมกำลังนัวเนียผู้หญิงข้างตัวอย่างไม่สนใจใคร เขาถอนหายใจออกมาแล้วเบี่ยงหน้าไปมองทางอื่น “ไม่ได้เจอกันนานนะ คุณซอฟฟ์” มาเฟียหนุ่มหันมองเมื่อได้ยินของคนเอ่ยทักทาย ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วม ในชุดทักซิโด้เดินเข้ามาหาพร้อมกับยิ้มให้เขา “สวัสดีครับคุณเกลว” “เป็นยังไงบ้างครับ สบายดีไหม ?” “สบายดีครับ แล้วคุณล่ะ” ชายหนุ่มชายวัยกลางคนที่ไม่ได้เจอกันร่วมเกือบปี “ผมสบายมาก” เขาพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ “จริงสิคุณซอฟฟ์ ถ้าไม่รังเกียจแล้วล่ะก็ผมอยากจะแนะนำลูกสาวผมให้รู้จัก เธอชื่อซาร่า เกลว บางที่คุณอาจจะชอบเธอ” อันโตนีโอคิ้วขมวดมองโทนนี่ เขารู้แค่ว่าชายคนนี้พยายามหลายครั้งที่จะชักจูงเขาร่วมธุรกิจกันแต่ทุกครั้งเขาก็มักปฏิเสธครั้งนี้คงจะมาไม้อื่นมาอีก “ผมคิดว่าบางทีคุณอาจจะชอบเธอ และเราสองคนอาจจะได้ร่วมธุรกิจกัน ฮ่า ๆ คุณคิดว่ายังไงบ้าง” เป็นอย่างที่คิดไม่มีผิดวกเข้าสู่เรื่องเดิมทุกครั้งที่เจอหน้า “ผมว่าเราเลิกคุยเรื่องธุรกิจกันดีกว่า” มาเฟียหนุ่มปัดตอบ ซึ่งสีหน้าของโทนี่นั้นดูไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นัก อันโตนีโอมองไปที่เวทีจัดงานการประมูล ตอนนี้งานเริ่มขึ้น แล้วไวน์ราคาแพงขาดหนึ่งเริ่มต้นที่ราคาหนึ่งแสนดอลลาร์ ซึ่งสูงมากพอแต่ก็ยังมีคนที่จ้องจะจ่ายสูงมากกว่านั้นถ้าหากได้มาครอง การประมูลนั้นเริ่มขึ้นราคาประมูลสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ในขณะที่อันโตนีโอได้แต่ดูการประมูลโดยที่ไม่ประมูลสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียว เขาชอบไวน์แต่มันคงจะไม่คุ้มสักเท่าไหร่กับไวน์ขวดเดียวที่มีราคาถึงห้าล้านดอลลาร์ มาเฟียหนุ่มออกจากงานประมูลเมื่อเสร็จสิ้นลง รถยนต์คันหรูที่วิลเลี่ยมจัดเตรียมให้มาจอดรอหน้างานอยู่ก่อนหน้าแล้ว อันโตนีโอเดินขึ้นรถไปอย่างเร็ว สายตาคมมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ความสับสนมากมายเกิดขึ้นในใจเขา ความรู้สึกแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเขาอีกแล้ว...ไม่ควรจริง ๆ เขาไม่ควรหวั่นไหวกับความรักทั้งที่ยังรอเธอกลับมา เขาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ความทรงจำเก่าค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เขาพยายามทำใจลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ...เวก้า ‘คุณจะไม่บอกรักผมหน่อยเหรอ หืม’ เธอสบตามองเขาด้วยความสับสน ‘ฉัน...’ ‘โอเค...ผมจะไม่บังคับคุณ’ ‘นิกส์...’ ‘ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแล้ว...แค่คุณรู้ไว้ว่าผมรักคุณมากที่สุดก็เท่านั้น’เสียงซุบซิบของนางแบบค่อย ๆ ดังขึ้นไปต่างนานาจนเฮริน่าต้องเอ่ยขึ้น“เงียบ ๆ และทางที่ดีควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”น้ำเสียงของเฮรินน่าดูเครียดไม่แพ้กัน“ฉันหวังว่าพวกเธอคงจะเข้าใจ”อาเซียปรายตามองด้วยความหงุดหงิดใจแม้จะไม่ชอบที่ เฮรินน่าให้ความสนใจในตัวโรสมากกว่ารวมถึงอันโตนีโอด้วยแต่ก็ช่างเถอะยังไงซะก็ไม่มีทางตามไปช่วยหญิงสาวได้ทันอยู่แล้วนางแบบสาวเดินเข้าไปหาเฮรินน่าพลางแสร้งหน้าดูเครียดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยลองเชิง “แล้วแบบนี้การเดินแบบล่ะจะทำยังไง ถ้าเกิดกลับมาไม่ทันเดินโชว์งาน”คำพูดของอาเซียทำให้เฮรินน่าฉุดคิดขึ้นมา...“ต้องรอซอฟฟ์ตัดสินใจก่อน”อาเซียได้แค่ยิ้มออกมา เพราะยังไงก็มั่นใจว่าถ้าหากไม่มีโรสอยู่แล้วหน้าที่และตำแหน่งเด่นในงานนี้จะต้องเป็นของเธอแน่นอน“ค่ะ ฉันแค่เป็นห่วง” นางแบบสาวพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งรอเงียบ ๆ โดยไม่สนใจการหายตัวไปของโรสแต่อย่างใดไม่นานเกินสิบนาทีอันโตนีโอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งสีหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลต่าง ๆ มากมาย
รู้จัก...เวก้าไม่เคยรู้จักหรอกเพียงแต่รู้ว่าคนพวกนี้คือพวกเดียวกับอาเซียที่เคยวางแผนทำร้ายเธอมาก่อนอาเซียรู้ว่าเธอไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ให้อันโตนีโอฟังเด็ดขาดถึงกล้าทำและใช้วิธีสกปรกแบบนี้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเวก้าโรสจึงไม่คิดที่จะเอ่ยถามต่อ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากคิดถึงหรือพูดถึงมันอีก“เอ่อ...ฉันออกมานานแล้วคงต้องกลับเข้างานแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นโชว์” โรสบอกเหตุผลกับเวก้าก่อนที่จะเดินไปเวก้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวพลางถอนหายใจออกมาครั้นเมื่อจะเดินกลับแต่เห็นชายชุดดำที่เป็นคนของโรเรนโซมุ่งตามหลังโรสไปนั่นทำให้รู้ว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอควรจะช่วยโรสยังไง !! เวก้ามองอีกครั้งและพยายามหาวิธี ลำพังตัวคนเดียวคงช่วยไม่ได้มีเพียงอันโตนีโอเท่านั้นที่ช่วยได้ ว่าแล้วหญิงสาวรีบหมุนตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกับชายชุดดำอีกคน ร่างกายของเวก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลางก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีล่ะก้าว...ทีล่ะก้าว...แต่ทว่า ตึก !!แผ่นหลังของเธอกลับชนใครอีกคนที่อยู่ทางด้านหลัง เวก้ารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหนีรอ
อาเซียใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นานก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องไป แล้วมานั่งรอเช่นเดิม ไม่นานเท่าไหร่เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น นางแบบสาวไม่รอช้าที่จะกดอ่านทันที‘ทำตามแผนซะ ฉันรออยู่ข้างนอกนี้แล้ว ระวังอย่าให้มันจับได้สักก่อนล่ะ !’เมื่ออ่านข้อความจบก็รีบลบทันที พลางส่งสายตามองหาโรสที่กำลังเดินมาหยิบชุดไปเปลี่ยนแต่ทว่ามีคนเดินเข้ามาหาคุยบางอย่างพร้อมกับจดหมายในมือก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพอดีจริง !! อาเซียส่งข้อความหาโรเรนโซและเดินตามโรส ออกไปทันทีอาเซียเดินตามมาซึ่งไม่ไกลจากห้องแต่งตัวมากนักแต่ก็เป็นที่ที่คนเดินไปเดินมาน้อยมีแค่พนักงานของโรงแรมที่เดินผ่านเท่านั้น สายตาส่งมองเมื่อเห็นว่าโรสไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแต่อยู่กับเวก้า อาเซียจึงได้แค่ยืนหลบมุมเพื่อฟังคำสนทนาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เวก้าเดินเข้ามาพร้อมกับจับมือของโรสขึ้น พลางส่งสายตาอ้อนวอนมองเพื่อขอความเห็นใจ“ได้โปรด...ให้ฉันได้พบกับนิกส์อีกสักครั้งนะคะ”โรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อเวก้าสามารถที่จะไปหาชายห
เหนื่อย...อันโตนีโอกลับมาที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมานั่งทำงานดูข้อมูลและเอกสารรวมถึงความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโรเรนโซที่ชาร์และรอสซีหามาให้ ซึ่งทำให้แทบโมโหระเบิดออกมาเมื่อโรเรนโซพยายามแย่งการค้าไป แน่นอนว่าคงปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากงานประมูลเสร็จจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย !!อันโตนีโอไม่ได้สนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกต่อไป ในเมื่อจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังขึ้นบัญชีข้อมูลสรุปยอดขายทั้งหมดในกาสิโน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากกับสถิตจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ล่ะวันและการเล่นพนันเยอะมาขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ จริงอยู่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากาสิโนเพราะกลับทานอาหารค่ำทุกวัน มีชาร์ที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยแทนในบางครั้ง แค่ไม่มีคนมาก่อความวุ่นวายเหมือนคราวที่แล้วก็พอเกือบสองทุ่ม...โรสยืนอยู่หน้าเตาร้อนที่ส่งไอระเหยออกมา เอื้อมมือปิดเตาก่อนจะหันไปหยิบภาชนะใส่อาหารในขณะที่มาร์ธาเดินเข้ามาพอดี“เจ้านายกลับมาแล้วค่ะ”มาร์ธาบอกในขณะที่ช่วยจัดจานเพื่อนำไปวางบนโต๊ะ“จริงหรือ” โรสกล่าวพลางจัดแต่งจานและเสริ์ฟอาหารอีกหลาย ๆ เมนูก่อ
“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ




![เมียลับ มาเฟียร้าย [ เซตมาเฟียร้าย 1 ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


