LOGIN10 วันต่อมา...ณ. ประเทศอิตาลี
หลังจากที่ลงเครื่องในสนามบินพร้อมกับบอดี้การ์ดคนสนิทที่เธอเคยตามเธอครั้นเมื่ออยู่บนรถเมล์ รถยนต์คันหรูสีดำราคาแพงจอดรออยู่หน้าสนามบิน โรสขึ้นรถไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูดหรือถามอะไรแม้แต่น้อยจนกระทั่งถึงคฤหาสน์สีขาวที่โอบล้อมด้วยสวนขนาดกว้าง หญิงสาวลงจากรถเดินตามเข้ามาข้างในก่อนที่จะมีสาวใช้ วัยกลางคนเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้ายิ้มต้อนรับ “คุณซอฟฟ์ให้ฉันเตรียมห้องไว้ให้คุณแล้วค่ะ อีกสักครู่คงจะ กลับมา” “เตรียมห้องหรือคะ ?” โรสถามเป็นภาษาอิตาเลียนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันไปหารอสซี “หมายความว่ายังไง ไหนบอกว่ามาคุยเรื่องงานก่อนไงล่ะ” “เจ้านายสั่งแค่ให้ผมพาคุณมาเท่านั้น” บอดี้การ์ดหนุ่มตอบ “มาร์ธาจะเป็นคนนำทางคุณไป” โรสพยักหน้าแทนคำตอบโดยไม่ปริปากถามสิ่งใดอีก ถึงจะให้เธอเช่าห้องที่นี่ก็คงที่จะเสียเงินมากอยู่ดีฉะนั้นการพักที่คฤหาสน์คงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไว้สำหรับรักษาป้าของเธอ ห้องพักอยู่ฝั่งของคฤหาสน์ โรสเดินตามทางพลางส่งสายตาไปรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ ความงามของธรรมชาติจากที่นี่ทำให้ดูผ่อนคลายไม่เบา สองเท้าก้าวเข้าไปข้างในอย่างช้า ๆ ห้องพักขนาดกลาง ซึ่งมองดูแล้วก็ใหญ่กว่าห้องนอนที่บ้านเธอในลาสเวกัส สัมภาระของเธอถูกยกเข้ามาวางไว้ข้างมุมหนึ่งของห้อง “คุณมาร์ธาคะ” หญิงสาวพูดสำเนียงอิตาลีชัดเจน โดยไม่ได้สังเกตว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่มาร์ธา มาเฟียหนุ่มมองหญิงสาวด้วยความแปลกใจ ไม่รู้เลยว่าเธอพูดภาษาอิตาเลียนได้และชัดเจนมากเสียด้วย “คุณพูดภาษาอิตาเลียนได้ ทำไมไม่บอกผม” โรสสะดุ้งขึ้นหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนพิงอยู่ขอบประตู “ก็คุณไม่เคยถามนี่คะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะตั้งแต่เรียนจบไฮสคูลที่สอนภาษาสเปนควบด้วยเธอก็อยากจะลองเรียนภาษาอิตาเลียนเพิ่มอีก ในตอนนั้นจำได้ว่าป้าของเธอคัดค้านที่ไม่ยอมให้เรียน เพราะบอกว่าไม่ได้ใช้ไม่จำเป็นสำหรับเธอ แต่เธอก็ยังแอบไปเรียนจนได้ แน่นอนว่าตอนนี้เธอก็ได้นำมาใช้แล้ว “อย่างนั้นหรือ ?” “ค่ะ” หญิงสาวตอบเขาเป็นภาษาอิตาเลียน อันโตนีโอก็ไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านี้ เขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพูดขึ้น “คุณพักอยู่ที่นี่ไปก่อน ถ้าเกิดได้เงินเดือนเดือนแรกแล้วอยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นผมก็ไม่ว่า” โรสหันไปมองเขา “ขอบคุณค่ะ” “ถ้าไม่มีอะไรแล้วพรุ่งนี้เริ่มงาน ผมจะคนของผมมาอธิบายงานที่คุณต้องทำให้ฟัง” เมื่อพูดจบชายหนุ่มเตรียมหันที่จะเดินออกจากห้องไป “เดี๋ยวค่ะ” มาเฟียหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวที่อ้ำอึ้งนิ่งอยู่พักนึง เขาเลิกคิ้วมองเธอเพื่อรอฟังคำถาม “ทำไมคุณถึงเข้ามาเสนองานให้กับฉันคะ” ถามไปจนได้ แต่เรื่องนี้เธอยังค้างคาใจไม่หาย “เออ...ฉันก็แค่อยากรู้น่ะค่ะ” อันโตนีโอนิ่งพร้อมกับก้าวเข้ามาพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “บริษัทของผมขาดคนพอดี และผมคิดว่าคุณน่าจะทำตำแหน่งนั้นได้ดี” “หรือคะ ? ยังไงฉันก็ขอบคุณคุณนะคะ” “พักผ่อนเถอะ” มาเฟียหนุ่มพูดก่อนที่จะเดินออกจากห้อง อันโตนีโอเดินกลับเข้ามาที่ห้องทำงานอีกครั้งหนึ่ง เขานั่งลงที่เก้าอี้ทำงานพร้อมกับเสียงผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ชายหนุ่มสบถโทษตัวเองหลายต่อหลายครั้งเพราะว่าความเหงาใช่หรือไม่ที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหว ตอนแรกตั้งใจจะไม่ไปหาห้องให้เธอ แต่เพราะเป็นห่วงเธอเขาจึงตัดสินใจไป ไม่...ไม่เลยสักนิดเพียงแต่... ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้มาเฟียหนุ่มสะดุ้งจากภวังค์พร้อมกับส่งสายตามายังประตูที่เปิดออก รอสซีเดินเข้ามาก่อนที่จะวางแฟ้มไว้บนโต๊ะ “รายละเอียดเกี่ยวกับกาสิโนครับ เท่าที่ผมสืบทราบว่า มีลักลอบค้ามนุษย์ รวมพยายามที่จะติดต่อกาสิโนของนายเพื่อทำการประมูลครับ และก็มีคนในหลาย ๆ คนที่พยายามจะแอบทำด้วยครับ” เมื่อฟังจบแล้วสีหน้าของอันโตนีโอดูเกรี้ยวโกรธขึ้นมาทันตา กฎของกาสิโนเขามีเพียงสิ่งเดียวคือห้ามค้ามนุษย์ “ไปตามสืบมา” มาเฟียหนุ่มสั่งด้วยน้ำเสียงเยือก “ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องทำเป็นความลับเท่านั้น ฉันไม่อยากให้ธุรกิจเสียหาย” “ครับ” “รอสซี เรื่องเวก้า นายตามสืบถึงไหนแล้ว ได้ข่าวเธอบ้างไหม ?” เมื่อได้ยินคำถามของเจ้านายสีหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่มดูเครียดขึ้นมา เพราะหญิงสาวนั้นก็หายไปสามปีแล้ว เขาพยายามที่จะตามหาแต่กลับไม่มีวี่แววเลยสักนิด “ไม่มีข่าวของเธอเลยครับ” “ขอบใจนาย นายออกไปได้แล้ว” “ครับ” รอสซีรับคำสั่งก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไป ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหนึ่ง อันโตนีโอเอนแผ่นหลังพิงกับพนักเก้าอี้ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงด้วย ความเหนื่อยล้า แม้จะไม่ใช่จากงาน แต่ใจเขาช่างล้าเหลือเกิน... เวลาเดินผ่านไปหลายชั่วโมง มาเฟียหนุ่มได้ใช้ความเงียบอยู่แต่ภายในห้องทำงานโดยไม่ออกไปไหน และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาอดคิดถึงมาตลอดไม่ได้…กรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาเอื้อมไปหยิบมามองด้วยแววตาที่ปวดร้าว ใบหน้าเรียวสวยของหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวของเขา เพราะอะไร ถึงต้องทิ้งเขาไป...สุดท้ายเวก้าก็บอกเลิกเขาโดยแค่จดหมายฉบับเดียว หลังจากนั้นหญิงสาวก็ หายไปจากชีวิตเขา ผ่านมาแล้วสามปีที่เขาเฝ้ารอและตามหาเธอ.. “ทำไมคุณถึงทิ้งผมไป เวก้า” แววตาสั่นไหวมองรูปด้วยความคิดถึงความทรงจำในวันวาน / / / ฝากติดตามและสนับสนุนด้วยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ Mamaya Writerเสียงซุบซิบของนางแบบค่อย ๆ ดังขึ้นไปต่างนานาจนเฮริน่าต้องเอ่ยขึ้น“เงียบ ๆ และทางที่ดีควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”น้ำเสียงของเฮรินน่าดูเครียดไม่แพ้กัน“ฉันหวังว่าพวกเธอคงจะเข้าใจ”อาเซียปรายตามองด้วยความหงุดหงิดใจแม้จะไม่ชอบที่ เฮรินน่าให้ความสนใจในตัวโรสมากกว่ารวมถึงอันโตนีโอด้วยแต่ก็ช่างเถอะยังไงซะก็ไม่มีทางตามไปช่วยหญิงสาวได้ทันอยู่แล้วนางแบบสาวเดินเข้าไปหาเฮรินน่าพลางแสร้งหน้าดูเครียดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยลองเชิง “แล้วแบบนี้การเดินแบบล่ะจะทำยังไง ถ้าเกิดกลับมาไม่ทันเดินโชว์งาน”คำพูดของอาเซียทำให้เฮรินน่าฉุดคิดขึ้นมา...“ต้องรอซอฟฟ์ตัดสินใจก่อน”อาเซียได้แค่ยิ้มออกมา เพราะยังไงก็มั่นใจว่าถ้าหากไม่มีโรสอยู่แล้วหน้าที่และตำแหน่งเด่นในงานนี้จะต้องเป็นของเธอแน่นอน“ค่ะ ฉันแค่เป็นห่วง” นางแบบสาวพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งรอเงียบ ๆ โดยไม่สนใจการหายตัวไปของโรสแต่อย่างใดไม่นานเกินสิบนาทีอันโตนีโอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งสีหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลต่าง ๆ มากมาย
รู้จัก...เวก้าไม่เคยรู้จักหรอกเพียงแต่รู้ว่าคนพวกนี้คือพวกเดียวกับอาเซียที่เคยวางแผนทำร้ายเธอมาก่อนอาเซียรู้ว่าเธอไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ให้อันโตนีโอฟังเด็ดขาดถึงกล้าทำและใช้วิธีสกปรกแบบนี้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเวก้าโรสจึงไม่คิดที่จะเอ่ยถามต่อ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากคิดถึงหรือพูดถึงมันอีก“เอ่อ...ฉันออกมานานแล้วคงต้องกลับเข้างานแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นโชว์” โรสบอกเหตุผลกับเวก้าก่อนที่จะเดินไปเวก้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวพลางถอนหายใจออกมาครั้นเมื่อจะเดินกลับแต่เห็นชายชุดดำที่เป็นคนของโรเรนโซมุ่งตามหลังโรสไปนั่นทำให้รู้ว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอควรจะช่วยโรสยังไง !! เวก้ามองอีกครั้งและพยายามหาวิธี ลำพังตัวคนเดียวคงช่วยไม่ได้มีเพียงอันโตนีโอเท่านั้นที่ช่วยได้ ว่าแล้วหญิงสาวรีบหมุนตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกับชายชุดดำอีกคน ร่างกายของเวก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลางก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีล่ะก้าว...ทีล่ะก้าว...แต่ทว่า ตึก !!แผ่นหลังของเธอกลับชนใครอีกคนที่อยู่ทางด้านหลัง เวก้ารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหนีรอ
อาเซียใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นานก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องไป แล้วมานั่งรอเช่นเดิม ไม่นานเท่าไหร่เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น นางแบบสาวไม่รอช้าที่จะกดอ่านทันที‘ทำตามแผนซะ ฉันรออยู่ข้างนอกนี้แล้ว ระวังอย่าให้มันจับได้สักก่อนล่ะ !’เมื่ออ่านข้อความจบก็รีบลบทันที พลางส่งสายตามองหาโรสที่กำลังเดินมาหยิบชุดไปเปลี่ยนแต่ทว่ามีคนเดินเข้ามาหาคุยบางอย่างพร้อมกับจดหมายในมือก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพอดีจริง !! อาเซียส่งข้อความหาโรเรนโซและเดินตามโรส ออกไปทันทีอาเซียเดินตามมาซึ่งไม่ไกลจากห้องแต่งตัวมากนักแต่ก็เป็นที่ที่คนเดินไปเดินมาน้อยมีแค่พนักงานของโรงแรมที่เดินผ่านเท่านั้น สายตาส่งมองเมื่อเห็นว่าโรสไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแต่อยู่กับเวก้า อาเซียจึงได้แค่ยืนหลบมุมเพื่อฟังคำสนทนาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เวก้าเดินเข้ามาพร้อมกับจับมือของโรสขึ้น พลางส่งสายตาอ้อนวอนมองเพื่อขอความเห็นใจ“ได้โปรด...ให้ฉันได้พบกับนิกส์อีกสักครั้งนะคะ”โรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อเวก้าสามารถที่จะไปหาชายห
เหนื่อย...อันโตนีโอกลับมาที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมานั่งทำงานดูข้อมูลและเอกสารรวมถึงความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโรเรนโซที่ชาร์และรอสซีหามาให้ ซึ่งทำให้แทบโมโหระเบิดออกมาเมื่อโรเรนโซพยายามแย่งการค้าไป แน่นอนว่าคงปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากงานประมูลเสร็จจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย !!อันโตนีโอไม่ได้สนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกต่อไป ในเมื่อจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังขึ้นบัญชีข้อมูลสรุปยอดขายทั้งหมดในกาสิโน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากกับสถิตจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ล่ะวันและการเล่นพนันเยอะมาขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ จริงอยู่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากาสิโนเพราะกลับทานอาหารค่ำทุกวัน มีชาร์ที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยแทนในบางครั้ง แค่ไม่มีคนมาก่อความวุ่นวายเหมือนคราวที่แล้วก็พอเกือบสองทุ่ม...โรสยืนอยู่หน้าเตาร้อนที่ส่งไอระเหยออกมา เอื้อมมือปิดเตาก่อนจะหันไปหยิบภาชนะใส่อาหารในขณะที่มาร์ธาเดินเข้ามาพอดี“เจ้านายกลับมาแล้วค่ะ”มาร์ธาบอกในขณะที่ช่วยจัดจานเพื่อนำไปวางบนโต๊ะ“จริงหรือ” โรสกล่าวพลางจัดแต่งจานและเสริ์ฟอาหารอีกหลาย ๆ เมนูก่อ
“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ
![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






