LOGINแผ่นดินต้าถังในยามนี้กำลังมีพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ได้มีจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ทั่วทั้งแผ่นดิ
ห้าปีผ่านไปเมืองกว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งสามแห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา นอกจาก นั้นเมืองกว่างโจวยังมีสำเนียงเฉพาะถิ่นที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของ ฮ่องกง และมาเก๊า เรียกว่า สำเนียงกว่างโจวอีกด้วย เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประวัติศาสตร์จารึกยาวนานกว่าสองพันแปดร้อยปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย กว่างโจวแม้จะเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน แต่กว่างโจวยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในรูปสถานที่สำคัญต่าง ๆ ปัจจุบันกว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน และยังได้รับสถานะเป็นหนึ่งในสามเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีนอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิ
บ้านสกุลเฉินบริเวณทุ่งดอกเสาเย่า ดอกเสาเย่า ดอกไม้งามที่แลดูคล้ายดอกโบตั๋น สัญลักษณ์แห่งการลาจากและเป็นดอกไม้แห่งความรัก กลิ่นหอมโรยรื่นตลบอบอวลไปทั่วท้องทุ่ง พร้อมกับร่างเลือนรางของชายหญิงค่อยๆ ปรากฏท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอยู่ในขณะนี้ ร่างอรชรอยู่ในอ้อมกอดของเทียนอี้ตลอดเวลา ใบหน้าสวยขาวซีดไร้สิ้นสีเลือดเจือจางกำลังก้าวสู่วาระสุดท้ายของชีวิตโดยมีดวงตาสีนิลเฝ้ามองฮูหยินแสนสวยด้วยความโศกเศร้าที่ล่วงรู้ว่ามิสามารถยื้อชีวิตให้นางคงอยู่ได้อีกต่อไป และมิอาจใช้อำนาจจากคัมภีร์อมตะเพื่อทำให้นางมีชีวิตกลับคืนมาได้อีก ด้วยเพราะการจะชุบชีวิตให้คนตายฟื้นกลับมาได้นั้นจะต้องยังไม่ถึงวันหมดอายุขัยที่แท้จริง ด้วยเหตุเพราะลี่เซียนได้หมดอายุขัยจริงในวันนี้แล้วนั่นเอง ซึ่งวันนี้คือวันที่นางถูกฝังทั้งเป็นพร้อมกับเทียนอี้ก่อนจะกลับมาแก้ไขอดีต ชาติ นางตายเพราะหมดอายุขัยแต่จ้าวเทียนอี้กว่าจะหมดอายุขัยจริงคือเก้าสิบหกปี ดังนั้นการจบชีวิตในครั้งก่อนจึงทำให้เทียนอี้สิ้นชีพลงทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงอายุขัยของตนเอ
ภายในห้องนอน ร่างระหงของฟางเซียนหลับใหลเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานกว่าหนึ่งปีแล้ว สองสามีภรรยาหวังจื่อหยางและหวังเจิ้นลี่ ต่างโยกย้ายหน้าที่การงานกลับคืนสู่แผ่นดินจีนและตั้งถิ่นฐานตามลักษณะงานของทั้งสอง ซึ่งสองสามีภรรยาต่างมีอาชีพเป็นแพทย์ด้วยกันทั้งคู่ จื่อหยางเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ส่วนเจิ้นลี่เป็นสูตินารีแพทย์ ทั้งสองเลือกซื้อบ้านในเซินเจิ้น เพราะย้ายกลับมาทำงานในเมืองนั้น เซินเจิ้นตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง และเป็นเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุด อุตสาหกรรมที่สำคัญในเขตนี้คือสิ่งทออิเล็กทรอนิกส์, ของเล่นและเครื่องใช้ ไฟฟ้า แต่ความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมเหล่านี้อิงอยู่กับการลงทุนจากฮ่องกงเป็นสำคัญ ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังปรึกษาหารือในเรื่องของการทำงานอยู่ห้องฝั่งตรงกันข้ามกับห้องที่หญิงสาวกำลังนอนหลับใหลอยู่ในขณะนั้น เปลือกตาที่ปิดสนิทมาอย่างยาวนานบัดนี้กลอกกลิ้งไปมา ขนตายาวงามงอนเริ่มกระพริบขึ้นลงและเริ่มเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยจ้องเพดานเบื้องบนอยู่เป็นนาน ก่อนจะค่อยๆ เหลือบสายตา
ร่างใหญ่เดินดุ่มๆ เข้าไปภายในพระตำหนักจินหลงอย่างไม่กลัวเกรงมุ่งตรงไปที่เป้าหมายที่ตนตั้งใจจะเอาชีวิตให้ได้ในวันนี้ ภายในมือโยนถุงผ้าเข้าไปในเปลวเพลิงจนเกิดเป็นกลุ่มควันขาวปกคลุมไปทั่วจนคนภายนอกไม่สามารถมองเห็นภายในพระตำหนักได้ พร้อมดึงผ้าปิดจมูกของตนทันที “ไฟไหม้! ไฟไหม้มาถึงนี่แล้ว! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า... รีบนำกุ้ยเฟยกับพระโอรสออกไปจากที่นี่! ช่วยด้วย!” เสียงของหมอหลวงต่างเปล่งเสียงร้องออกมาจากด้านในเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ด้านนอก ถุงผ้าถูกโยนเข้ามาภายในห้องตกลงบนเปลวไฟจนเกิดเป็นกลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นมาทันที จนทำให้ทุกชีวิตที่อยู่ภายในต่างพากันสำลักควันดัง กล่าว “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เสียงของเหล่าหมอหลวงต่างร้องขอความช่วยเหลือ แต่ในขณะนั้นคนที่อยู่ด้านนอกก็มิอาจมองเห็นคนข้างในได้แต่อย่างใด เสียงขอความช่วยเหลือค่อยๆ เงียบลงด้วยเพราะทุกคนหมดสติไปหมดแล้ว ในขณะที่กุ้ยเฟยคนงามกลับเพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มควันหนาที่ปกคลุมไปทั่วห้อง “แค่ก! แค่ก! แค่ก!” เสียงไอติดต่อกันเพราะสำลักควันมากมาย ลี่เซียนพย
ในขณะเดียวกัน เสวียนจงฮ่องเต้รีบเสด็จวิ่งกลับมาที่พระตำหนักจินหลง ทันทีที่ทหารรักษาการณ์ไปกราบทูลว่าพระตำหนักเกิดไฟไหม้ขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ฮ่องเต้หนุ่มทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างทันที รีบเสด็จกลับมาด้วยความเป็นห่วงกุ้ยเฟยคนงามของพระองค์อย่างยิ่งยวด และต้องหยุดชะงักโดยพลันเมื่อเสด็จมาถึงหน้าประตูพระตำหนักด้านนอก สายพระเนตรก็กระทบเข้ากับร่างของชายที่พระองค์ไม่คิดว่าจะได้เห็นว่ามีชีวิตกลับคืนขึ้นมาอีก มิหนำซ้ำกุ้ยเฟยของพระองค์ก็อยู่ในอ้อมกอดของอดีตขุนพลหนุ่มอยู่ในขณะนี้ “จ้าวเทียนอี้! นี่เจ้า! เจ้าใช้คัมภีร์อมตะชุบชีวิตให้ตัวเองกลับมามีชีวิตอีกหรือนี่” รับสั่งตื่นตระหนกแทบไม่อยากเชื่อสายพระเนตรแม้แต่น้อย เพราะพระองค์มั่นพระทัยว่าได้ทอดพระเนตรอดีตขุนพลตายไปต่อหน้าพระพักตร์ เพียงครู่อาการตื่นตระหนกในการกลับมามีชีวิตอีกครั้งของจ้าวเทียนอี้ ทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงแค้นเคืองขึ้นมาทันทีเมื่อทอดพระเนตรคนที่ต้องการให้ตายแต่กลับไม่ยอมตาย ซ้ำร้ายยังกลับมาพร้อมมีโฉมงามอยู่ในอ้อมกอด “ปล่อยกุ้ยเฟยของข้าเดี๋ยวนี้นะ! เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิ
พระราชวังต้าหมิงกงห้องเตรียมพระประสูติกาล “พระโอรส!” หมอหลวงชูทารกเพศชายตัวใหญ่ไม่แพ้คนแรกให้องค์กุ้ยเฟยได้ทอดพระเนตร ท่ามกลางสายตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติที่ได้ให้กำเนิดสายเลือดตระกูลจ้าวได้ถึงสองคน “ลูกแม่! ลูกรักของแม่!” ลี่เซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเป็นยิ่งนัก ด้วยเพราะเสียโลหิตจากการคลอดฝาแฝดถึงสองคนจนทำให้อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าสวยซีดเซียวและอ่อนเพลียอย่างยิ่งยวด ก่อนจะสิ้นสติไปทันใด ท่ามกลางการเฝ้าระวังของเหล่าหมอหลวงที่เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา “พระนางสลบไปแล้ว เร็วเข้าตรวจชีพจร” หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยสั่งการหมอหญิงทันใด ก่อนจะได้ยินหมอหญิงตอบกลับมา “ชีพจรของพระนางเต้นอ่อนมากเลยเจ้าค่ะ” หัวหน้าหมอหลวงนิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ทรงประสูติพระโอรสติดๆ กันถึงสองพระองค์ เสียพระโลหิตมากมายยิ่งนัก อีกทั้งพระโอรสฝาแฝดก็ทรงแข็งแรงสมบูรณ์อย่างยิ่งยวด ทำให้พระนางมีพระอาการตกเลือดเป็นแน่ เร็วเข้ารีบนำสมุนไพรสำหรับขั







